สมาชิก

อาญารัก

ตอนที่ 7

สนไม่พอใจมากเมื่อรู้ว่าเรียมสั่งให้บ่าวจัดห้องนอนใหม่ไว้รอต้อนรับเนื้อทองกลับบ้าน ตามไปต่อว่าว่าทำเกินเหตุไปหรือเปล่า ถ้าขุนภักดีรู้เข้าจะเคืองเอาได้ เรียมอ้างว่าบอกเรื่องนี้กับเขาแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง

“สนเพียงแค่ห่วงจิตใจหนูอี๊ด แกมักจะบ่นกับสนเสมอว่าคุณแม่กับคุณย่ารักเด็กติ๋วมากกว่าแก ไม่ถามความเห็นแกก่อนหรือคะ”

“ฉันเป็นแม่ไม่ใช่ลูกหนูอี๊ดนะสน บางอย่างไม่ต้องถามความเห็นดอกสน อย่ากังวลแทนลูกฉันไปนักเลย ฉันสิควรกังวลว่าหนูอี๊ดเชื่อฟังสนมากกว่าฉัน” เรียมยอกย้อนอย่างเจ็บแสบ สนถึงกับหน้างอเดินสะบัดออกไป...

ในเวลาเดียวกัน ที่บางกอก เทิดศักดิ์ขับรถพาเนื้อทอง ทานตะวัน และแดงน้อยมาจอดหน้าร้านกาแฟไทยเจริญของแดงน้อย ซึ่งหรูหรากว่าแต่ก่อนมาก จากที่เคยขายแค่กาแฟ กับอาหารตามสั่งนิดๆ หน่อยๆ ตอนนี้ขยายกิจการใหญ่โตขึ้น  เทิดศักดิ์เร่งสาวๆ ให้เข้าไปในร้าน พวกเราจะฉลองวันเกิดแดงน้อยกันที่นี่

“วันเกิดพี่แดงน้อย! ตายจริงพี่เทิดไม่ยอมบอก น้องเลยเสียมารยาท ไม่มีของขวัญมาอวยพร สุขสันต์วันเกิดค่ะ พี่แดงน้อย” ทานตะวันส่งตาหวานให้ แดงน้อยไม่ต้องการของขวัญแค่ได้คำอวยพรก็เพียงพอแล้ว

เนื้อทองยิ้มให้แดงน้อยเป็นทำนองแสดงความยินดีด้วย เขายิ้มตอบด้วยไมตรี ทานตะวันไม่ชอบใจคอยพูดตอกยํ้าให้แดงน้อยรู้ว่าเนื้อทองเป็นแค่ลูกคนเลี้ยงหมูในบ้านของเธอ เทิดศักดิ์สงสารเนื้อทอง รีบเปลี่ยนเรื่องพูด ถามแดงน้อยว่าลุงสินจะมางานวันเกิดด้วยไหม เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ลุงสินไม่เคยลืมวันเกิดของเขาสักครั้ง เทิดศักดิ์หวังจะได้เจอลุงสินเพราะตั้งแต่เจอกันครั้งแรกเมื่อตอนเขาเจ็ดขวบก็ไม่เคยเจอกันอีกเลย

ขณะที่ทั้งสี่คนพากันเดินเข้าไปในร้าน เสือหนักในคราบลุงสินใส่หมวกหลุบตํ่าแอบมองอยู่ฝั่งตรงข้าม เห็นเทิดศักดิ์ใส่สร้อยห้อยพระสมเด็จที่เขาฝากขุนภักดีมาให้ ดีใจนํ้าตาซึมรีบหยิบแว่นดำมาสวม เป็นจังหวะเดียวกับเทิดศักดิ์มองไปพอดี เห็นผู้ชายหน้าตาคุ้นๆจ้องมาทางตนแต่นึกไม่ออกว่าเป็นใคร เรียกแดงน้อยให้ช่วยดู พอหันไปมองอีกที เขาหายไปแล้ว ทานตะวันร้องเอะอะว่าโจรมาดูลาดเลาจะปล้นร้านหรือเปล่า

“อย่าเดาสุ่มน้องอี๊ด เขามองมาที่พวกเราด้วยสายตาเป็นมิตร หน้าตาเขาดีมากเหมือนพี่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่นึกไม่ออก” เทิดศักดิ์สีหน้าครุ่นคิด แดงน้อยยืนยันว่าแถวนี้ไม่มีโจร แล้วเชิญทุกคนไปนั่งโต๊ะด้านในสุด ซึ่งจัดเตรียมไว้แล้ว มีแพรกับโพล้งรอต้อนรับอยู่ เทิดศักดิ์ยกมือไหว้สวัสดีท่านทั้งสอง เนื้อทองทำตามโดยไม่มีใครต้องบอก ทานตะวันกลับยืนเฉยเพราะดูจากการแต่งกายธรรมดาๆ ของทั้งคู่แล้วไม่คู่ควรแก่การที่ตนจะไหว้

แพรอดชื่นชมเนื้อทองไม่ได้ที่มือไม้อ่อน  เทิดศักดิ์แนะนำว่าเป็นน้องสาวของเขาเอง แพรแปลกใจไม่รู้มาก่อนว่าเขามีน้องสาวฝาแฝด ทานตะวันหน้างอ สวนทันทีว่าตนเองไม่ใช่ฝาแฝดกับเนื้อทอง กำลังจะอ้าปากบอกว่านังนี่เป็นแค่ลูกคนรับใช้ เทิดศักดิ์รู้ทัน ชิงพูดตัดหน้าว่าเนื้อทองเป็นลูกของน้าเนียนที่เขาเคารพรักเหมือนน้าแท้ๆ เราอยู่บ้านเดียวกันที่สุพรรณบุรี แพรดีใจมากเมื่อรู้ว่าเนื้อทองเป็นลูกของเนียนดึงตัวมากอด

โพล้งต้องสะกิดไม่ให้แพรแสดงความปลื้มปีติออกนอกหน้าให้เป็นที่สงสัย เธอค้อนขวับหนึ่งวงก่อนจะปล่อยเนื้อทอง โพล้งดึงความสนใจของทุกคน ด้วยการส่งกล่องนาฬิกาผูกโบให้แดงน้อย

“ลุงสิน” แดงน้อยร้องด้วยความดีใจ ก่อนจะรับของขวัญมาถือไว้

“ดีใจจริงๆ ผมอยากเจอลุงสินมาก ลุงสินรัก

แดงน้อยมากเลยพาลมารักผมมากตามไปด้วย ทั้งที่พบกันครั้งเดียว” เทิดศักดิ์กวาดตามองไปรอบๆร้านหวังจะได้เจอลุงสินอีกสักครั้ง แดงน้อยดักคอว่าแม้ลุงสินจะรักและหมั่นถามข่าวคราวของเทิดศักดิ์บ่อยๆ แต่คงน้อยกว่ารักเขา ห้ามมาคุยโม้ ทุกคนพากันหัวเราะชอบใจ

เสือหนักซึ่งแอบมองอยู่ในหลืบหลังร้านถึงกับนํ้าตาซึม พึมพำเบาๆ “ใครว่าพ่อรักเทิดศักดิ์น้อยกว่าแดงน้อย ทูนหัวของพ่อ...พ่อก่อกรรมทำเข็ญมามากมาย มีลูกก็แสดงตนไม่ได้ ได้แต่แอบมองแอบรัก แม้ตายจากไปแล้วก็ต้องปกปิดความลับเพราะหาไม่จะกลายเป็นทำร้ายทำลายลูกให้ย่อยยับ เพราะมีพ่อแสนเลวทรามตํ่าช้า” เขาพยายามกลั้นสะอื้น ยื่นมือไปเหมือนอยากจะจับต้องลูกชายที่ยืนหันหลังอยู่แค่เอื้อม

ooooooo

หลังจากกินอาหารไปได้พักใหญ่ แดงน้อยเผลอถามเนื้อทองก่อนทานตะวันว่าอาหารอร่อยไหม เธอชมว่าอร่อยมาก ทานตะวันแขวะทันทีว่าเนื้อทองลิ้นจระเข้กินอะไรก็อร่อยทั้งนั้น อยู่ที่บ้านได้ของเหลือจากเรือนใหญ่ส่งมาให้ เนื้อทองกับแม่ของเธอกินเรียบไม่มีเลย เทิดศักดิ์รีบปราม
“น้องอี๊ดพูดเกินไป ขอบคุณมากครับลุงโพล้ง แม่แพร อาหารนี่รสมือเดียวกับน้าเนียนเปี๊ยบเลยครับ”

“ถ้าอย่างนั้นวันหลัง กันมีโอกาสไปบ้านแก ขอไปพิสูจน์ฝีมือน้าเนียนของแกบ้างสิ ได้ไหมครับน้องติ๋ว”

เนื้อทองอึกๆอักๆรู้ตัวดีว่าไม่อยู่ในฐานะจะให้คำตอบอะไรได้ จังหวะนั้น เทิดศักดิ์ได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆ ดังมาจากด้านหลังร้าน หันขวับไปดูเห็นเพียงหลืบกั้นอยู่ นิ่วหน้าแปลกใจ แดงน้อยอดถามไม่ได้ว่ามีอะไร

“อาจเพราะกันหมายมั่นปั้นมือว่าจะได้เจอลุงสินของแกกระมัง กันอยากกราบท่านจริงๆนะ” เทิดศักดิ์พูดจบหันมาสนใจอาหารตรงหน้าต่อไป เสือหนักซึ่งแอบอยู่หลังหลืบ หยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับนํ้าตา

“พ่อรับกราบของลูกแล้ว พ่อจะฝังกราบนี้ไว้ในหัวใจ ในจิตวิญญาณของพ่อไปทุกชาติทุกภพ นับแต่นี้ไปพ่อจะขอหยุดก่อกรรมทำเข็ญ ขอบำเพ็ญแต่สิ่งดีงามเพื่อลูก หากชาติหน้าหรือชาติไหนหมดเวรกรรม ขอให้พ่อได้แสดงตัวกับลูกว่าเราคือพ่อลูกกันด้วยเถิด” เสือหนักยกมือพนมท่วมหัว ก่อนจะตัดใจเดินจากไป บังเอิญมือปัดแก้วนํ้าหล่นพื้นเสียงดังเพล้ง แดงน้อยมั่นใจว่าเป็นลุงสินรีบวิ่งไปดู

เทิดศักดิ์จะตามแต่ด้านนั้นเป็นเขตส่วนตัวจึงชะงักฝีเท้า ทานตะวันปากไวติงว่าทำไมลุงสินคนนี้ลับๆ ล่อๆชอบกล เนื้อทองเห็นโพล้งกับแพรมองหน้ากันไม่ค่อยพอใจ รีบเก็บถ้วยชามจะไปล้างให้

“ไม่ต้องๆแม่แพรให้เด็กในร้านล้างได้จ้ะ”

“ยิ่งกว่าล้างจาน เด็กติ๋วก็ทำมาแล้วค่ะ เด็กติ๋วมันล้างเล้าหมูมาตั้งแต่ตัวเท่าเมี่ยงเอง”

โพล้งกับแพรไม่ชอบหน้าทานตะวันที่ชอบข่มคนอื่น เทิดศักดิ์เห็นท่าไม่ดี แก้ตัวให้น้องสาวต่างมารดาว่า เป็นคนชอบพูดล้อเล่นแรงๆแบบนี้เอง ลุงโพล้งกับแม่แพรอย่าถือสา แล้วรีบตามไปช่วยเนื้อทองหลังร้าน โพล้งกับแพรไม่อยากเสวนากับทานตะวันขอตัวเข้าครัวก่อน ทิ้งให้เธออยู่ที่โต๊ะอาหารคนเดียว...

ฝ่ายแดงน้อยวิ่งมาหลังร้าน เห็นหลังเสือหนักในคราบลุงสินไวๆ วิ่งตามจนทัน ขอบคุณเขามากสำหรับของขวัญวันเกิดที่ไม่เคยขาดสักปี แล้วชวนไปร่วมฉลองวันเกิดของตนด้วยกัน เทิดศักดิ์อยากเจอลุงสินมาก

“เอ่อ...ลุงมีเรื่องจำเป็นที่ต้องรีบไป”

“เทิดศักดิ์คงเสียใจแย่ เขาพาน้องสาวมาด้วยคนหนึ่งเป็นน้องคนละแม่ชื่อทานตะวัน อีกคนหนึ่งชื่อเนื้อทองเป็นลูกสาวของคนที่เขาเคารพนับถือชื่อว่าน้าเนียน”

เสือหนักยืนอึ้ง น้ำตาพาลจะไหลต้องดึงหลานชายมากอดไว้ไม่อยากให้เห็นน้ำตา แล้วถามว่าเนื้อทองคือคนไหน ได้เรียนหนังสือหรือเปล่า การเรียนเป็นอย่างไรบ้าง พอรู้ว่าเนื้อทองเป็นเด็กดี ขยันเรียนหนังสือสอบได้ที่หนึ่งตลอด เสือหนักอดปลื้มใจไปกับน้องสาวไม่ได้ แดงน้อย พยายามชวนลุงสินไปเจอกับเพื่อน ๆ ของตนแต่เขาปฏิเสธ อ้างว่ามีเรื่องสำคัญต้องไปทำ

“ลุงจะบวชให้เร็วที่สุด แม้ไม่อาจล้างกรรมที่ทำไว้แต่ก็ยังดีกว่าไม่คิดทำอะไรเลย อโหสิกรรมให้ลุงด้วย”

“ลุงมีพระคุณล้นฟ้ากว่าใครในโลกนี้ ลุงมาขอ อโหสิกรรมผมทำไมครับ”

เสือหนักรีบกลบเกลื่อนว่าให้ช่วยอโหสิกรรมแทนพ่อแม่ของหลานเพราะเขาไม่มีโอกาสได้บอกพวกนั้น แดงน้อยไม่ได้คิดอะไร ยินดีอโหสิกรรมให้ เสือหนักฝากไปบอกเทิดศักดิ์ด้วยว่าจะอุทิศผลบุญครั้งนี้ส่วนหนึ่งให้ด้วย แดงน้อยแม้จะแปลกใจอยู่บ้างแต่ก็รับคำ...

ครู่ต่อมา แดงน้อยกลับมาที่โต๊ะอาหารเจอทานตะวันนั่งอยู่คนเดียว ถามว่าหายไปไหนกันหมด เธออยากกันเนื้อทองให้อยู่ห่างจากชายที่ตัวเองหมายปอง จึงอ้างว่าเนื้อทองต้องการอยู่ใกล้ชิดเทิดศักดิ์ก็เลยชวนเขาไปล้างจานบังหน้า แดงน้อยไม่อยากฟังคำนินทา ขอตัวไปตาม ทั้งคู่ แล้วรีบเดินเข้าครัว ทานตะวันเร่งฝีเท้าตาม

โพล้งกับแพรกำลังนินทาเรื่องที่เด็กทั้งสี่คนเกี่ยวดองเป็นญาติกันอยู่ตรงส่วนที่ปรุงอาหาร เห็นแดงน้อยเดินนำ ทานตะวันเข้ามาหลังครัว รีบปิดปากเงียบ...

แดงน้อยจ้ำพรวดๆเข้าไปหาเทิดศักดิ์กับเนื้อทองเพราะไม่อยากฟังคำว่าร้ายจากปากทานตะวัน บอกทั้งคู่ว่าไม่ต้องล้างจาน ที่นี่มีคนงานคอยทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว เทิดศักดิ์ชะเง้อคอมองหาลุงสิน เมื่อไม่เห็นก็ถามหา แดงน้อยจำต้องโกหกว่าไม่ได้มา ส่วนแก้วที่ตกแตกเพราะแมววิ่งชน แล้วเปลี่ยนเรื่องคุยชวนทุกคนไปดูหนัง

“ยัยติ๋ว อย่าสะเออะมานั่งติดพี่แดงน้อยทีเดียวนะ ฉันเอาเรื่องเธอแน่” ทานตะวันขู่...

ในเวลาต่อมาเนื้อทอง เทิดศักดิ์ แดงน้อย และทานตะวันเข้าไปนั่งดูหนังในโรงภาพยนตร์ มีเพียงเนื้อทองเท่านั้นที่ดูหนังรู้เรื่องเพราะทั้งเทิดศักดิ์และแดงน้อยมัก จะคอยชำเลืองมองเนื้อทองบ่อยครั้งไม่ได้สนใจหนังบนจอ ส่วนทานตะวันก็คอยชำเลืองแดงน้อยอีกทอดหนึ่ง

ด้วยความไม่พอใจ

ooooooo

ที่ห้องนอนของเนื้อทองและทานตะวันภายใน โรงเรียนประจำ ทานตะวันเจ็บใจที่แดงน้อยดูจะให้ ความสนใจเนื้อทองมากกว่าตนเอง ขู่ว่าถ้าขืนยังชาย หูชายตาให้เขาอีก เธอจะฟ้องพ่อให้โบยเนื้อทองเหมือนที่โบยแม่ของเนื้อทองตอนคบชู้ พอท้องขึ้นมาก็ยัดเหยียดเนื้อทองมาให้พ่อของเธอรับ ดีที่ท่านรู้ทันจับได้เสียก่อน

“พอทีค่ะ อย่าพูดถึงแม่ฉันอย่างนี้อีก”

“ฉันจะพูดถ้าเธอไม่เชื่อฟังฉัน  ฉันรู้ว่าเธอแอบชอบ พี่แดงน้อย ฉันไม่มีวันยอมเธอดอกจะบอกให้”

เนื้อทองไม่เคยคิดไกลขนาดนั้น ตอนนี้ยังเด็กอยู่ เธอคิดแต่เรื่องเรียนหนังสือ ทานตะวันไม่ยอมรามือยังคง ด่าทอไปถึงแม่ของเนื้อทองจนเจ้าตัวทนฟังไม่ไหวต้องเอามือปิดหู...

ฝ่ายนฤมลยืนฟังสองสาวอยู่หน้าห้องมีชุดขาดวิ่นของเนื้อทองอยู่ในมือถึงกับส่ายหัว ทำไมลูกสาวของเรียมถึงได้เป็นคนแบบนี้ทั้งๆที่มีแม่แสนดี ตัดสินใจเปิดประตู ผลัวะเข้าไปเห็นทานตะวันกำลังดึงมือเนื้อทองที่ปิดหูออกเพื่อให้ได้ยินคำด่าว่าแม่ของเนื้อทอง นฤมลสั่งให้ทานตะวันหยุดพูดจาเหลวไหลได้แล้ว

“หนูพูดเรื่องจริงนะคะ คุณป้า หนูไม่ได้โกหก”

“เรื่องจริงที่เห็นบางทีอาจไม่ได้เป็นเช่นที่เห็น คนเราอย่าเอาแต่พูดถึงคนอื่นว่าไม่ดีงาม แม้ในศึกสงครามเขายังต้องเมตตาต่อศัตรูผู้บอบช้ำ เขาเรียกว่าจริยธรรมที่มนุษย์พึงมีต่อกันจ้ะ”

ทานตะวันแก้ตัวว่าไม่เคยเห็นเนื้อทองเป็นศัตรู นฤมลหยิบเสื้อขาดวิ่นของเนื้อทองขึ้นมาให้ดู เธอปฏิเสธทันทีว่าไม่รู้เรื่อง แถมโยนความผิดให้หนู นฤมลพิจารณาแล้วรอยขาดไม่ได้เกิดจากหนูกัด แต่เป็นรอยถูกกรรไกรตัด เธอจะไม่สอบสวนเอาความให้ยืดเยื้อ ใครทำอะไรไว้ย่อมละอายแก่ใจตัวเอง คำพูดของนฤมลไม่ได้ทำให้ทานตะวันสำนึก ปฏิเสธหน้าด้านๆว่าตัวเองไม่ได้ทำไม่เห็นต้องละอายใจ นฤมลถึงกับส่ายหน้าระอาใจ...

ทันทีที่นฤมลออกจากห้อง ทานตะวันเล่นงาน เนื้อทองไม่ยั้ง หาว่าเป็นต้นเหตุทำให้ตนเองถูกประณามทางอ้อม แล้วด่าว่าลามปามไปถึงแม่ของเนื้อทองอีกครั้งว่าคบชู้หลายผัว เนื้อทองหมดความอดทนผลักเธออย่างแรงจนเซหงายหลัง ประกาศลั่นว่าอยากจะด่าว่าตนอย่างไรก็เชิญตามสบายแต่อย่าแตะต้องแม่ของตน ทานตะวันโกรธพุ่งเข้าทุบตีเนื้อทองอุตลุด ปากก็ตะโกน

“ช่วยด้วย อีติ๋วลูกไพร่รังแกหนู”

แม่แจ่มแม่บ้านกับนฤมลรีบเข้ามาแยกทานตะวันออกไป

ooooooo

เรื่องที่ทานตะวันเล่าให้ขุนภักดีฟังต่างจากความเป็นจริงโดยสิ้นเชิง เธอหาว่าเนื้อทองเป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน ขุนภักดีเชื่อคำโป้ปดของลูก รับปากจะกลับไปจัดการเนื้อทองให้ทันทีที่กลับถึงสุพรรณบุรี

นฤมลทนไม่ไหว หยิบชุดที่ขาดวิ่นของเนื้อทองขึ้นมาให้ดู บอกให้เขารอเนื้อทองกลับจากไปซื้อเสื้อกับ แม่บ้าน เธอกับแม่บ้านในฐานะคนกลางเห็นเหตุการณ์จะบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงต่อหน้าทุกคน เว้นแต่ขุนภักดีจะคิดว่าเธออายุปูนนี้แล้วยังโป้ปดมดเท็จ ทานตะวันถึงกับหน้าเสีย รีบออกตัวว่าไม่ได้ตัดเสื้อผ้าใครทั้งนั้น จังหวะนั้น เนื้อทองกลับมาถึงพอดี นฤมลขอให้ขุนภักดีเป็นคนสอบถามเจ้าตัวเอาเองจะได้ทราบความจริง

“เอาละ ไม่ต้องดอกครับ ครูนฤมล นี่เป็นเรื่องในครอบครัว ผมขอกลับไปจัดการเองที่บ้าน”

“หนูก็ไม่ถือสายัยติ๋วที่มาล่วงเกินจิกตีดึงผมทำร้ายหนู...ยัยติ๋ว ฉันให้อภัยเธอ เราเลิกแล้วต่อกัน” คำพูดที่เอาดีใส่ตัวของทานตะวัน ทำให้เนื้อทองถึงกับอึ้ง เช่นเดียวกับเรียมและนฤมล...

ระหว่างนั่งเรือกลับสุพรรณบุรี ขุนภักดีโทษเรียมว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของเธอที่ทำให้ทานตะวันมีปมด้อย ลูกบอกเขาตลอดว่าแม่ของแกยกย่องเนื้อทองเสมอลูกตัวเอง ลูกก็เลยอิจฉาจนเป็นเรื่องเป็นราวกัน เขาอยากรู้เหตุผลว่าทำไมเรียมถึงต้องทำอย่างนั้น

“เพราะเรียมมั่นใจว่าหนูติ๋วไม่ใช่ลูกชู้แต่เป็นลูกพี่เทพเหมือนกับลูกอี๊ดค่ะ”

“กล้าดีอย่างไร...หา” ขุนภักดีโกรธควันแทบออกหูเหวี่ยงไม้ตะพดที่วางอยู่ออกไปกลางแม่น้ำ นายเอกซึ่งนั่งใกล้เนื้อทองถามว่ามีเรื่องอะไรกัน เธอพูดไม่ได้ ขอร้องเขาอย่าถาม นายเอกคะยั้นคะยอให้เนื้อทองบอกความจริง จนแล้วจนรอดเธอยังคงปิดปากเงียบ ทานตะวันมองเนื้อทองอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนจะลุกไปหาพ่อกับแม่ ขอโทษที่ทำให้ไม่สบายใจ แล้วโผกอด

ขุนภักดีแกล้งสะอึกสะอื้น

“ไม่ต้องร้องไห้ ไม่ต้องเสียใจ พ่อไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายหนูอี๊ดของพ่อทั้งร่างกายและจิตใจดอกลูกรัก”

ทานตะวันมองหน้าเรียมเป็นทำนองว่าเห็นไหมว่าพ่อรักเธอแค่ไหน ก่อนจะหันไปยิ้มเย้ยเนื้อทอง...

เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ขุนภักดีกับเรียมต้องหมางใจกัน จากนี้ต่อไปทองจันทร์จะเป็นคนจ่ายค่าเล่าเรียนให้เนื้อทองเอง นอกจากนี้ ท่านยังมีรางวัลให้คนเก่งอีกหนึ่งอย่างคือห้องที่ปรับปรุงเสร็จเรียบร้อย เนื้อทองกราบขอบพระคุณท่านที่เมตตา แต่ขออยู่ห้องเดียวกับแม่อย่างเดิม

“แกกับแม่ของแกพูดจาเหมือนนัดกันมาพูด ฉันสั่งให้แกอยู่ห้องนั้นแกจะกล้าขัดนํ้าใจฉันรึ”

เนื้อทองไม่กล้าขัด จำต้องรับความปรารถนาดีที่ทองจันทร์มอบให้ ประมุขบ้านภักดีภูบาลไม่เห็นเทิดศักดิ์กลับมาด้วยก็ถามหา ได้ความว่าเขาจะกลับมาพร้อมเพื่อนรักที่ชื่อแดงน้อย เนียนกำลังถือของอยู่ในมือถึงกับสะดุ้งโหยงทำของหลุดมือกระจายเกลื่อนพื้น ทุกคนหันมองเธอเป็นตาเดียวกัน...

ใกล้วันที่เทิดศักดิ์จะพาแดงน้อยไปที่บ้านภักดีภูบาล เขารู้ดีว่าเพื่อนรักมีใจให้เนื้อทองเช่นกัน ต้องการตัดปัญหา จึงคุยเปิดอกกับเพื่อนรักว่าเขาชอบเนื้อทอง แดงน้อยใจกระตุกวูบ แต่ก็รับปากจะช่วยสนับสนุนเทิดศักดิ์ให้เนื้อทอง มีข้อแม้ว่าเขาต้องไม่ทำอะไรเกินเลยเพราะทั้งคู่ยังเรียนไม่จบ

“ตกลง กันเข้าใจ เอ้อ กันไม่ได้ให้แกช่วยฟรีๆ

ดอกนะ กันยินดีตอบแทนแกถ้าแกพึงพอใจใคร”

“ขอบใจ แต่กันคงพึงใจใครยาก วันนี้เราพูดเรื่องของแกคนเดียวเถิดนะ เรื่องของกันก็คืออยากกินอาหารฝีมือน้าเนียนของแกเต็มแก่แล้วเพื่อน” แดงน้อยหัวเราะกลบเกลื่อนความผิดหวังเรื่องเนื้อทอง...

ด้านสนเต้นเป็นเจ้าเข้าเมื่อได้ฟังทานตะวันเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับเนื้อทอง คิดหาทางกำจัดเนื้อทองกับเนียนให้สิ้นซากแต่ต้องหาคนมาช่วย สนนึกถึงช้อยขึ้นมาทันที

ooooooo

นับเป็นโชคร้ายของพระหนักอุตส่าห์ออกบวชเพื่อล้างบาปที่เคยก่อกรรมทำเข็ญไว้และตั้งใจจะไม่สึก โดยมีหมอเสน่ห์ที่เคยทำเสน่ห์ยาแฝดให้สนรับหน้าที่เป็นลูกศิษย์ ออกธุดงค์ผ่านวัดที่ช้อยมาช่วยปรนนิบัติแม่ซึ่งบวชเป็นชีอยู่ แม้หน้าตาจะเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น แต่ช้อยก็จำเขาได้ กลัวลนลานวิ่งหนีไปตั้งหลัก

“ไอ้หมอเสน่ห์มันยังไม่ตาย มันก็ต้องเอาเราตายแน่ แย่แล้วจะหนีไปไหนดี...พระรูปนั้นใครกันนะ ดูคุ้นๆแต่นึกไม่ออก” ช้อยสีหน้าครุ่นคิด จำเสือหนักไม่ได้เพราะเคยเห็นแต่ใบหน้าที่มีผ้าคาดเท่านั้น...

ด้านหมอเสน่ห์เกรงช้อยจะเอาเรื่องที่พบเขากับพระหนักไปฟ้องสนให้มาเล่นงาน พระหนักปลงได้แล้ว อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด อย่าไปกังวลแล้วชวนหมอเสน่ห์หาทำเลสำหรับปักกลด...

ขณะที่พระหนักถูกมารผจญ เนียนใจไม่ดีเมื่อเห็นแววตาของเนื้อทองเวลาที่พูดถึงแดงน้อยเพื่อนของเทิดศักดิ์ ทั้งคู่เป็นพี่น้องต่างบิดากันจะรักกันไม่ได้ เธอสั่งเสียงเขียวห้ามลูกยุ่งเกี่ยวกับแดงน้อยเด็ดขาด

เนื้อทองตกใจไม่เคยเห็นแม่โกรธแบบนี้มาก่อน เนียนรู้สึกตัว รีบกลบเกลื่อนว่า ที่โกรธเพราะเห็นลูกยังอยู่ในวัยเรียนไม่ควรยุ่งเรื่องความรัก เนื้อทองรับปากจะตั้งใจเรียนจะไม่ทำอะไรเสียหาย ขอโทษแม่ที่ทำให้โกรธ

“แม่ต่างหากที่ต้องขอโทษหนู แม่เสียใจแม่เจ็บหัวใจที่เผลอไปดุลูก สาเหตุเพราะแม่ห่วงลูกมากเกินไป ยกโทษให้แม่นะลูก” เนียนดึงลูกมากอด จังหวะนั้น เทิดศักดิ์เข้ามาหา เนียนเห็นสายตาที่เขามองเนื้อทองแล้วหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะคิดว่าเทิดศักดิ์เป็นลูกของขุนภักดีก็เท่ากับเป็นพี่ชายต่างมารดาของเนื้อทอง

ooooooo

ในเวลาต่อมา ขณะที่สนกำลังต่อว่าเทิดศักดิ์ว่าเป็นลูกของเธอแท้ๆ กลับรักแม่สู้ทานตะวันไม่ได้ ช้อยผวาเข้ามากราบแทบเท้าสน จะขอกลับมาตายที่เดิม

“ฉันดีใจที่แกกลับมา ทุกอย่างสำหรับแกยังคงเป็นเช่นเดิม” สนยิ้มพอใจ

“ยังคงก่อให้เกิดเหตุร้ายเป็นระยะน่ะไม่ว่า อย่าทีเดียวนะยัยช้อย ตอนนี้ฉันโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคนในบ้านนี้อีกเด็ดขาด” เทิดศักดิ์ปรามเสร็จ เดินลงเรือนไป...

ระหว่างที่เทิดศักดิ์เดินเรื่อยเปื่อยมาทางสวนดอกไม้หลังบ้าน เห็นเนื้อทองกำลังตัดดอกกุหลาบจะเอาไปปักแจกัน แต่ถูกหนามตำมือเลือดไหล เขาปราดเข้าไปเอาผ้าเช็ดหน้าซับเลือดให้ เนื้อทองตกใจไม่

เคยถูกผู้ชายจับมือมาก่อน พยายามดึงมือหนี  เทิดศักดิ์ยื้อไว้ไม่ยอมปล่อย เนียนเดินมาเห็นพอดี ขยับจะเข้าไปห้าม

สนดึงไหล่ไว้ หาว่าเนียนเป็นใจให้ลูกสาวหาทางลัดจะมาเป็นสะใภ้ของเธอ แล้วเดินลิ่วตรงไปหาเด็กทั้งสองคนโดยมีช้อยตามไปติดๆ สนไม่ฟังอะไรทั้งนั้น กระชากเนื้อทองเหวี่ยงลงพื้น

“แกจงใจยั่วยวนลูกฉัน แกกับแม่แกก็แพศยาเหมือนกัน”

เทิดศักดิ์เข้าไปกั้นกลางไม่ให้แม่ทำร้ายเนื้อทองได้อีก เนียนรีบเข้ามาประคองลูกที่ร้องไห้ให้ลุกขึ้น สนจะเข้าไปเอาเรื่องเนื้อทองให้ได้ เทิดศักดิ์รีบลากแม่ของเขากลับ ขู่ถ้าท่านไม่ฟังคำห้ามปราม เขาจะไม่กลับมาบ้านนี้อีก แล้วหันไปด่าช้อยว่ากลับมาเหยียบที่นี่ยังไม่ทันถึงหนึ่งชั่วโมงก็เกิดเหตุวุ่นวาย ไล่เธอไปให้พ้นหน้า...

สนสบช่องเล่นงานสองแม่ลูก จึงนำเรื่องนี้ไปฟ้องทองจันทร์กับขุนภักดีว่าเนื้อทองคิดจะชิงสุกก่อนหาม พอเธอเข้าไปเตือนก็แสดงท่าทางไม่พอใจ เทิดศักดิ์เถียงแทนเนื้อทองว่าแม่พูดเกินจริง เนื้อทองไม่ได้ทำอะไรเสียหาย เธอถูกหนามกุหลาบตำ เขาเข้าไปช่วยห้ามเลือดให้แค่นั้น

ทองจันทร์ออกรับแทนว่าอย่าไปโทษเนื้อทอง ตนใช้ให้แกไปเก็บดอกกุหลาบให้เอง เรียมออกหน้ารับผิดแทนเนื้อทองอีกคนหนึ่ง อ้างว่าเป็นเพราะเธอใช้เนียนให้ถักผ้าคลุมเตียงให้ เนียนก็เลยไปเก็บดอกไม้เหมือนที่เคยทำทุกวันไม่ได้ ต้องให้เนื้อทองไปทำหน้าที่แทน ขุนภักดีถึงกับถอนใจเฮือก ตัดปัญหาไม่ลงโทษใครสักคน แล้วเดินปังๆกลับไปที่ห้องนอนตัวเอง ดึงผ้าคลุมเตียงฝีมือเนียนออกจะเอาไปโยนทิ้ง แต่กลับเห็นใบหน้าคนถักลอยอยู่ที่ผ้า เผลอเอามือลูบไล้ด้วยความอาลัยอาวรณ์ เรียมเห็นทุกอิริยาบถของเขา รู้ว่ายังตัดใจจากเนียนไม่ได้...

สน ช้อย และทานตะวันต่างเจ็บใจที่เล่นงานเนียนกับเนื้อทองไม่ได้ หมายหัวไว้จะต้องหาทางกำจัดแม่ลูกคู่นี้พ้นทางให้ได้...

ทางด้านเนื้อทองทนเห็นแม่ถูกข่มเหงไม่ไหว ตั้งใจว่าเรียนจบทำงานได้เมื่อไหร่จะพาแม่ไปจากที่นี่ เนียนขอบใจลูกมาก แต่เธอไปจากที่นี่ไม่ได้ อ้างว่ารับปากคุณตาของเนื้อทองไว้ จะอยู่รับใช้ทดแทนพระคุณคุณๆ บ้านนี้ไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ หรือจนกว่าจะถูกเฉดหัว

“เขาทารุณเหยียดหยามแม่เหมือนไม่ใช่คน ทำไมแม่ต้องทน แม่ยิ่งทนหนูยิ่งเกลียดเขา หนูเกลียดขุนภักดี–ภูบาลที่สุดในโลก” เนื้อทองเจ็บแค้นใจมาก เนียนตวาดลั่นว่าห้ามพูดเช่นนี้อีก ลูกไม่มีสิทธิ์เกลียดท่านขุน เนื้อทองตกใจที่แม่เสียงเขียวใส่ ร้องไห้วิ่งหนีไป เนียนอยากบอกลูกใจแทบขาดว่าเขาเป็นพ่อของแก แต่พูดไม่ได้

ooooooo

สนแปลกใจมากเมื่อแทนเข้ามารายงานว่าไม่เจอช้อย เจอแต่แม่ของเธอที่เป็นแม่ชีบอกว่าเขาคลาดกับช้อยนิดเดียว สนถึงกับงงถ้าแทนไม่ได้ไปตาม แล้วช้อยรู้ได้อย่างไรว่าต้องกลับมาหาเธอ

“กระผมก็แปลกใจนะขอรับ แม่ชีเล่าว่า จู่ๆก่อนที่ผมจะมาถึง มันก็ลนลานวิ่งหนีพระธุดงค์กับลูกศิษย์คู่หนึ่งไปซึ่งๆหน้าแม่ชีขอรับ” แทนรายงาน สนสั่งให้เขาไปตามตัวช้อยมาสอบถามความจริง...

ขณะที่เนื้อทองแอบหนีมาร้องไห้คนเดียวที่หลังเรือนใหญ่ ได้ยินเสียงสวบสาบใกล้เข้ามา เธอรีบซ่อนตัวหลังพุ่มไม้ เห็นขุนภักดีเดินทอดถอนใจที่ไม่อาจตัดเนียนขาดจากใจได้ มานั่งบนเก้าอี้ใกล้ที่ซึ่งเนื้อทองซ่อนตัวอยู่ สักพักเห็นเนียนเดินน้ำตานองหน้าผ่านซุ้มไม้ที่ขุนภักดีนั่งอยู่ ต่างฝ่ายต่างตะลึง

“ตะบิดตะบอยร้องไห้ให้ไอ้มหาโจรนั่นไม่เลิกไม่ราสักทีสินะ” ขุนภักดีแดกดันจบ เดินกระแทกเท้าออกไป

เนื้อทองแปลกใจทำไมขุนภักดีว่าแม่แบบนั้น แล้วมหาโจรที่ท่านว่าเป็นใคร ตั้งใจจะหาคำตอบให้ได้...

มหาโจรที่เนื้อทองพูดถึงกำลังนั่งสมาธิอยู่ในถ้ำไม่ห่างจากวัดที่ช้อยเคยอยู่ แต่จิตใจกลับไม่สงบเห็นตัวเองถูกขุนภักดีกับตำรวจตามมาจับกุมตัว พระหนักสมาธิแตกร้องหาแดงน้อยกับเทิดศักดิ์ลั่น หมอเสน่ห์พลอยสะดุ้งตามไปด้วย ปราดเข้ามาถามว่าร้องเรียกใคร

“เจ้ากรรมนายเวรที่อาตมาทำกับเขาไว้ กำลังไล่ตามอาตมาน่ะ” พระหนักพูดจบหลับตาทำสมาธิต่อไป หมอเสน่ห์ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนแต่ไม่กล้าสอบถามอะไรอีก...

ทางด้านช้อยกลับบ้านภักดีภูบาลยังไม่ทันข้ามวัน มายืนเท้าเอวด่าว่าเนียนที่กำลังเตรียมสำรับอยู่ในครัวฉอดๆ กบกับแมวไม่พอใจ เข้าไปรุมตบตีไม่ยั้ง

“ช่วยด้วย เนียนมันสั่งให้นังกบกับนังแมวมารุมข้า” ช้อยร้องลั่น เทิดศักดิ์วิ่งเข้ามาดูแทนที่จะห้ามปรามกลับยุให้กบกับแมวเล่นงานช้อยให้หนักมือยิ่งขึ้น ฐานสอพลอไม่เข้าเรื่อง แล้วสั่งให้ช้อยขอโทษเนียนเดี๋ยวนี้

“คุณเทิดศักดิ์คะไม่ต้องให้เธอขอโทษอิฉันดอกค่ะ ขอโทษด้วยปากแต่ใจยิ่งเพิ่มเกลียดชังอาฆาตไม่มีประโยชน์ดอกค่ะ...ไปเถิดช้อย” เนียนมองช้อยอย่างไม่ถือสา เทิดศักดิ์ขอโทษเนียนสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น

“คนที่ก่อเหตุคือผม...ผมบริสุทธิ์ใจ ผมจะปกป้องน้าเนียนกับน้องติ๋วเอง ผมมาตามหาน้องที่นี่ แต่เธอไม่อยู่ ผมขอตัวไปขอโทษเธอก่อน” เทิดศักดิ์ว่าแล้วกลับออกไป เนียนพยายามจะห้ามแต่ไม่ทัน...

ทานตะวันไม่ยอมให้เนื้อทองได้หน้า เห็นเธอกำลังนวดหลังนวดไหล่ให้ทองจันทร์รีบเข้าไปแทรก ทำปากขมุบขมิบไล่ แล้วเข้าไปนวดให้ทองจันทร์แทนที่ เนื้อทองเดินน้ำตาซึมลงจากเรือน เจอเทิดศักดิ์ที่กำลังตามหาเธออยู่พอดี เขาเห็นเธอร้องไห้หยิบผ้าเช็ดหน้าจะซับน้ำตาให้ เนื้อทองเกรงจะมีเรื่องมีราวขึ้นมาอีกรีบถอยห่าง ขอร้องว่าเราสองคนอย่าข้องแวะกันจะดีที่สุด แล้วขยับจะไป เทิดศักดิ์ขวางไว้...

นอกจากทานตะวันจะแย่งเอาอกเอาใจทองจันทร์ แล้ว ระหว่างที่นวดหลังให้เธอยังใส่ไฟว่าเนื้อทองไม่อยากนวดให้ท่านเพราะจะแอบไปพลอดรักกับเทิดศักดิ์ ถ้า คุณย่าไม่เชื่อให้มาดูทางนี้ แล้วดึงมือทองจันทร์ไปที่ริมระเบียงบ้านมองลงไปเห็นเทิดศักดิ์กับเนื้อทองกำลังยืน คุยกัน เนื้อทองไม่อยากต่อความด้วยจะเดินหนี

เทิดศักดิ์จะหลบให้ แต่กลายเป็นหลบทางเดียวกันทำให้ชนกันจนเธอเซ เขาจับเธอไว้ไม่ให้ล้ม ทานตะวันใส่ไฟว่าสองคนนั่นกำลังกอดกัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างที่อ้างกัน ทองจันทร์เริ่มหวั่นไหวไปกับคำพูดนั้น

“ใช่ว่าหนูอี๊ดจะดูแคลนยัยติ๋วว่าต่ำต้อยลูกนังแพศยา แต่ว่ายัยนั่นไม่คู่ควรกับพี่เทิดศักดิ์ หรือว่าคุณย่าว่าเขาคู่ควรกัน” คำใส่ไคล้ของทานตะวันได้ผล ทองจันทร์เห็นด้วย แม้เนื้อทองจะเป็นเด็กดี แต่ก็ไม่คู่ควรกับหลานชายของตน ทั้งคู่ไม่ทันสังเกตเห็นเนียนแอบมองอยู่ใกล้ๆ ได้ยินทุกคำพูด พึมพำกับตัวเองเบาๆ

“คุณท่านพูดถูกเจ้าค่ะ พี่น้องพ่อเดียวกันชอบพอกันมันบาปหนาที่สุด”

ฝ่ายสนเค้นให้ช้อยบอกมาว่ากลับมาที่นี่เพราะอะไร บ่าวตัวดีเล่าว่าหมอเสน่ห์ยังไม่ตาย มากับพระธุดงค์ที่ช่วยชีวิตเขาไว้ เธอคุ้นหน้าพระมาก แต่นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน สนตั้งข้อสังเกตว่าคนที่สามารถช่วยหมอเสน่ห์จากเหิมได้ต้องมีฝีมือ หรือว่าพระรูปนั้นจะเป็นเสือหนัก ช้อยไม่แน่ใจ แนะให้ไปแจ้งท่านขุน ถ้าใช่เสือหนักจริงก็เท่ากับยิงกระสุนนัดเดียวกลับได้นกถึง สองตัว นอกจากกำจัดศัตรูอย่างเสือหนักพ้นทางแล้วยังลบมลทินได้อีก สนเห็นดีด้วย แต่ไม่ยอมลงมือเอง สั่งให้ช้อยไปจัดการ เธอไม่รอช้าแล่นไปรายงานขุนภักดีว่าเสือหนักอาศัยผ้าเหลืองหลบซ่อนตัวอยู่ใกล้วัดแห่งหนึ่ง เทิดศักดิ์รู้ข่าวว่าพ่อจะออกตามล่าเสือหนักขอตามไปด้วย...

นัดเลี้ยงข้าวแดงน้อยอาทิตย์นี้เป็นอันต้องยกเลิกไปโดยปริยาย เพราะขุนภักดีจะออกตามล่าตัวเสือหนักและจะชวนแดงน้อยกับเทิดศักดิ์ไปด้วย เนียนรู้เรื่องเข้าทำท่าจะเป็นลม เนื้อทองต้องเข้าไปช่วยประคอง...

หลังจากเนียนได้สติ รีบตรงไปยังท่าน้ำเพื่อแอบดูความเคลื่อนไหว ทานตะวันจับได้ตะโกนลั่นว่า เนียนมาแอบดูพ่อของตนจะไปจับโจร แล้วเข้าไปกระชากเธอออกจากที่ซ่อนตัว เรียมสั่งให้ลูกปล่อยเนียนเดี๋ยวนี้

“ไม่ปล่อย ใครใช้ให้มาแอบดู ตัวเองเกี่ยวอะไร กับเรื่องไปจับเสือหนักด้วย” ทานตะวันคาดคั้น สนแส่ทันที

“นั่นสิคะ ไม่เกี่ยวจะมาแอบดูทำไม แต่หนูอี๊ดเป็นเด็กจะไปรู้กับวันคืนเก่าๆ...เอหรือว่าเกี่ยวจ๊ะเนียน”

เนียนขอโทษที่ละลาบละล้วง ขยับจะไป จังหวะนั้น เทิดศักดิ์เดินนำแดงน้อยเข้ามา เนียนถึงกับขาสั่น

ก้าวไม่ออก เขาแนะนำแดงน้อยให้รู้จักทุกคนไล่มาจนถึงเนียนซึ่งตื่นเต้นมากที่ได้เจอลูกชายเป็นลมล้มพับไปทันที แดงน้อยปราดเข้ามาประคองเธอไว้ เรียมขอให้สองหนุ่ม ช่วยกันอุ้มเนียนไปนอนพักที่เรือนใหญ่...

ด้านทานตะวันยังคาใจไม่หายทำไมสนถึงพูด กำกวมเกี่ยวกับเสือหนัก ช้อยกับสนช่วยกันเล่าเรื่องที่ตัวเองปั้นแต่งว่าเนียนแอบเป็นชู้กับเสือหนักจนตั้งท้องเนื้อทอง ทานตะวันสะใจมากที่จะได้แก้แค้นมารหัวใจ

ooooooo

ไม่นานนัก คณะตามล่าเสือหนักโดยการนำของขุนภักดีก็มาถึงวัดเป้าหมาย เทิดศักดิ์กับแดงน้อยเข้าไปสอบถามแม่ชีว่าพอจะเห็นพระธุดงค์กับลูกศิษย์ไปปักกลดอยู่แถวไหนบ้าง แม่ชีมองไปด้านหลังเด็กหนุ่มทั้งสองคนเห็นหมอเสน่ห์ยืนมองอยู่ ก่อนจะหลบออกไปอย่างรวดเร็ว แม่ชีถึงกับหน้าซีดเผือด ชี้ข้ามไหล่แดงน้อย

“มัน...ไอ้คนที่เป็นลูกศิษย์มันเพิ่งหนีออกไป”

ขุนภักดีสั่งการให้รีบตามไปทันที  ครู่ต่อมา   หมอเสน่ห์ลัดเลาะมาถึงหน้าถ้ำซึ่งพระหนักปักกลดอยู่รายงานว่า เห็นคนมาถามหาท่านจากแม่ชีแม่ของช้อย แล้วรีบรวบร่ม เก็บข้าวของเตรียมหนี...

ขณะที่ขุนภักดีกับคณะไล่ล่าเสือหนักเข้ามาใกล้ ทุกที ทานตะวันไม่รอช้าเข้าไปเล่นงานเนียนเรื่องเป็นชู้กับเสือหนักจนตั้งท้องเนื้อทอง แล้วจะเอามายัดให้เป็นลูกพ่อของเธอ เนียนไม่อยากให้เนื้อทองได้ยินเรื่องมดเท็จขอร้องทานตะวันให้หยุดพูด เธอกลับยิ่งส่งเสียงดังสะใจที่ได้ทำร้ายทั้งเนียนและเนื้อทองศัตรูหัวใจของตน

เนื้อทองกำลังจะเอายามาให้แม่กิน ตกใจเมื่อรู้ ว่าพ่อของตนเองคือเสือหนัก มหาโจรที่ตำรวจต้องการตัวทำชามใส่ยาหลุดมือ ก่อนจะวิ่งหนี สวนกับเรียมที่มาดูอาการของเนียนพอดี มองตามแปลกใจเนื้อทองวิ่งหนี อะไร พอเข้ามาเห็นสภาพน้ำตานองหน้าของเนียนกับรอยยิ้มเย้ยหยันของทานตะวัน เรียมรู้ทันทีว่าลูกต้องก่อ เรื่องอีกปราดเข้าไปตบหน้า

“ทำเกินไปแล้ว เด็กอกตัญญู กราบขอโทษเนียนเดี๋ยวนี้”

ทานตะวันไม่ยอมทำตามคำสั่ง ต่อว่าแม่ว่าเห็นคนเลี้ยงหมูดีกว่าลูกตัวเอง ถ้าคุณพ่อกลับจากฆ่าเสือหนักจะให้ไสหัวเนียนออกจากที่นี่ ไปเป็นขอทานทั้งแม่ทั้งลูก แล้วตะโกนลั่นว่า “ฉันเกลียดแกๆ”

“เนียน ฉันขอโทษด้วยที่เลี้ยงดูอบรมเขาไม่ดีเหมือนหนูติ๋ว” เรียมพูดจบกระชากทานตะวันออกไป เนียนซบหน้ากับฝ่ามือ ร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดที่ลูกในไส้เกลียดชัง แล้วนึกถึงเนื้อทองขึ้นมา รีบออกตามหา...

ในขณะเดียวกัน ขุนภักดีกับพวกมาถึงหน้าถ้ำที่พระหนักมาปักกลด ตรวจหาหลักฐานที่คนร้ายทิ้งไว้ เห็นใบตองใส่อาหารยังสดๆอยู่ แสดงว่าเพิ่งจากไปไม่นาน ถัดมาเล็กน้อยพบสบงกับจีวรถูกทิ้งไว้...

อีกมุมหนึ่งด้านในถ้ำ เสือหนักในชุดฆราวาสบอกหมอเสน่ห์ให้หนีออกไปทางหลังถ้ำไม่ต้องอยู่ช่วยเขา จะพาลตายด้วยกันทั้งคู่ เขาต้องการให้หมอเสน่ห์รอดออกไปเปิดเผยความจริงเรื่องของเขาและน้องสาวให้คนบ้านภักดีภูบาลรับรู้ หมอเสน่ห์พยักหน้ารับคำ ก่อนจะเผ่นแนบ

จากนั้น เสือหนักค่อยๆย่องมามองที่ช่องโหว่หน้าถ้ำ ต้องตกใจที่เห็นทั้งลูกและหลานรักร่วมขบวนตามล่าตนเองด้วย ขุนภักดีสั่งให้ตำรวจกระจายกำลังกันค้นหา แล้วเรียกเทิดศักดิ์กับแดงน้อยให้ไปด้วยกัน ส่วน นายเอกให้อยู่ดูลาดเลาแถวนี้ ถ้ามีอะไรผิดปกติให้ยิงปืนสองนัด ขุนภักดีกับพวกจะตามมาสมทบ
ทันทีที่ขุนภักดีกับคนอื่นๆลับสายตา เสือหนักที่มีผ้าคาดหน้าไว้ครึ่งหนึ่งกระโจนจากหลืบลงมายืนตรงหน้านายเอกพร้อมกับเล็งปืนขู่ ให้อยู่นิ่งๆถ้าไม่อยากตาย

“ข้าจะออกไปทางหน้าถ้ำ เอ็งนับหนึ่งถึงร้อย แล้วค่อยยิงปืนเรียกนายเอ็งกับ...”

“คุณเทิดศักดิ์กับคุณแดงน้อย” นายเอกต่อคำพูด ให้อย่างรู้ทัน

เสือหนักอยากจะยิงเขาให้รู้แล้วรู้รอด แต่ติดที่ นายเอกเคยปล่อยให้ตนหนีไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน ครั้งนี้จึงถือว่าทดแทนบุญคุณ นายเอกย้อนถามว่ารู้ไหมว่าทำไมคราวนั้นเขาถึงปล่อยเสือหนักให้หนีรอดไปได้ มหาโจรส่ายหน้า นึกไม่ออก นายเอกอยากบอกใจจะขาดว่าตนเองรู้ว่าเขาเป็นพี่ชายของเนียนไม่ใช่ชู้ แต่ปากหนักได้แต่ยืนนิ่งมองมหาโจรค่อยๆเดินจากไป

ooooooo

อาญารัก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด