สมาชิก

อาญารัก

ตอนที่ 6

ครู่ต่อมา สนอุ้มทานตะวันไปฟ้องทองจันทร์ว่าสร้อยประคำที่คุณหนูใส่หายไปตอนไปเล่นอยู่กับพวกที่เล้าหมู ทองจันทร์ถึงกับร้องเอะอะ เรียมเพิ่งซื้อมาวันนี้เอง หล่นหายที่ไหนหรือเปล่า

“เปล่าแน่ๆคะ ตอนที่สนเดินไปแต่ไกลยังเห็นใส่อยู่ พูดก็พูดจะหาว่าใส่ความกันนะเจ้าคะ หนูอี๊ดหกล้มกบก็อยู่ แต่เนียนน่ะสิเจ้าคะ ตัวก็สกปรกมอมแมมมีเจตนาอะไรรึเปล่า วิ่งมาอุ้มหนูอี๊ด สนงี้ใจแป้วรีบไปชิงเอาตัวคืนมา กลัวความสกปรกจะมาติด มองอีกทีสร้อยหายไปแล้วค่ะ”

“ช้อยเห็นคาตาเจ้าค่ะ เนียนปลดสร้อยประคำออกจากคอคุณหนูอี๊ด ช้อยสาบานเจ้าค่ะ”

ทองจันทร์ถามหลานสาวเพื่อความแน่ใจ แกสบตาสนที่พยักหน้าให้ ก่อนจะรับว่าเป็นความจริง...

ในเวลาเดียวกัน ที่เรือนรับแขก เรียมกำลังคุยกับขุนภักดีถึงเรื่องที่จะส่งทานตะวันไปเรียนที่โรงเรียนของเพื่อนเธอในบางกอก แต่ติดตรงที่ว่าลูกไปคนเดียวตามลำพังกลัวจะเหงา ขุนภักดีมองเมียรักอย่างรู้ทัน

“พูดวนไปเวียนมาชักแม่น้ำทั้งห้าก็เพื่อจะเอาเด็กติ๋วไปเรียนด้วย จะส่งเสริมมันให้เท่าเทียมว่างั้นเถอะ พี่ไม่ออกเงินค่าเรียนให้มันเด็ดขาด”

“เอ่อ...เรียมก็แค่ส่งไปเป็นคนรับใช้คนสนิทของหนูอี๊ดไม่ดีหรือคะ”

ขุนภักดียังไม่ทันจะว่าอะไร ช้อยพรวดพราดเข้ามาแจ้งว่าเกิดเรื่องใหญ่ นังบ่าวเล้าหมูขโมยสร้อยประคำของคุณหนูทานตะวันไป เรียมไม่เชื่อ สั่งให้ช้อยเลิกใส่ความเนียนเสียที แล้วหันไปขอร้องขุนภักดีอย่าเพิ่งตัดสินความก่อนจะสอบถามเนียนให้รู้เรื่องเสียก่อน เขาไม่พูดอะไรสักคำหายเข้าห้องนอนไปอึดใจ กลับออกมาพร้อมแส้ม้า เดินหน้าบึ้งลงเรือนไป เรียมรีบสาวเท้าตาม

ooooooo

คำขอร้องของเรียมไม่มีความหมาย ขุนภักดีไม่ฟังคำแก้ตัวใดๆลงมือโบยเนียนไม่ยั้งสั่งให้รับสารภาพ ว่าขโมยสร้อยคอทองคำของทานตะวันโทษหนักจะได้เป็นเบา เรียมขอร้องให้เขาถามลูกของเราดูก่อนว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร สนซึ่งอุ้มทานตะวันไว้ตลอด แอบกระซิบกระซาบบางอย่าง เด็กน้อยชี้หน้าเนียน

“มันบอกให้ลูกมันผลักหนู แล้วมันก็ปลดสร้อย คอหนู”

เรียมไม่เชื่อ ตะโกนลั่นว่าหนูอี๊ดโกหก ขุนภักดีกลับเชื่อคำโป้ปดของลูก สะบัดแส้ฟาดหลังเนียนทันที เนื้อทองซึ่งเพิ่งตามมาเห็นแม่กำลังถูกโบย รีบวิ่งเข้าไปขวาง ขอร้องขุนภักดีให้โบยเธอแทนแม่ ทั้งทองจันทร์และเรียมมองเนื้อทองอย่างชื่นชมที่มีความกตัญญูรู้คุณ ขุนภักดีสั่งให้เอาเนื้อทองออกไป เด็กน้อยกอดแม่ไว้แน่น ช้อยรีบเสนอหน้าเข้าไปกระชากแกออกมา ทันใดนั้น สร้อยประคำทองคำหล่นจากชายพกของเนียน

“พยานหลักฐานปรากฏออกมา มึงยังกล้าปากแข็ง อีเนียน กูจะโบยมึงแล้วเอาตัวไปส่งตำรวจ” ขาดคำขุนภักดีโบยเนียนไม่ยั้ง เนื้อทองถึงกับปล่อยโฮ คร่ำครวญว่าไม่จริง แม่ของเธอไม่ได้ขโมย แม่มีสร้อยแบบนี้เหมือนกัน สนไม่เชื่อ เนียนจะเอาปัญญาที่ไหนไปมีของแบบนี้ แค่กินยังต้องรอของเหลือจากพวกตน

ขุนภักดีขยับจะเฆี่ยนเนียนต่อ เทิดศักดิ์ทนดูไม่ไหวเข้าไปขวางไว้ ขอร้องพ่อให้หยุดใช้ความรุนแรงและหยุดลงโทษน้าเนียนซึ่งไม่ได้ทำอะไรผิดได้แล้ว ขุนภักดีสั่งเทิดศักดิ์ให้ออกไปไม่อย่างนั้นจะโดนเฆี่ยนเสียเอง

“ออกไปเถิดค่ะ คุณเทิดศักดิ์ น้าเป็นคนเลวน้าสมควรโดนลงโทษ”

“น้าเนียนเป็นคนดี คนไม่ดีพูดจาหยาบคายใจร้าย ใส่ร้ายคนอื่น แต่น้าเนียนไม่ใช่”

ช้อยกระซิบบอกสนว่า คุณหนูเทิดศักดิ์พูดมากเกินไป น่าจะไปอุ้มออกมา สนเห็นด้วยปราดเข้าไปกระชากลูกชายทันที เทิดศักดิ์ดิ้นรนไม่ยอมไปง่ายๆ สร้อยประคำที่สนซ่อนไว้ในชายพกร่วงลงพื้น ทุกคนพากันตะลึง ทองจันทร์ถามสนว่านี่มันอะไรกัน คุณนายตัวดีอึกๆอักๆคิดคำตอบไม่ทัน รีบหันมองช้อย

“คุณแม่ดึงไปจากคอน้องอี๊ดเองแท้ๆ” เทิดศักดิ์ประจานแม่ตัวเอง ทองจันทร์สรุปว่าสร้อยประคำมีสองเส้น ขุนภักดีนึกถึงปลาตะเพียนสานขึ้นมาทันที

“รึมันจะเข้าทำนองปลาตะเพียนมีสองตัวเมื่อห้าปีก่อน”ขุนภักดีลดแส้ในมือลง ดีใจที่ไม่ฟาดซ้ำอีก แต่ก็เสียใจที่ด่วนตัดสินเนียน เรียมสั่งให้บ่าวแก้มัดเนียนออก และให้เอาขโมยตัวจริงมาลงโทษแทน สนคิดหนีเอาตัวรอดคนเดียว โยนความผิดให้ช้อยว่าเป็นคนเอาสร้อยมาส่งให้เธอ บอกว่าเนียนปลดมาจากคอทานตะวัน ช้อยโกหกเธอให้หลงเชื่อผิดๆ ช้อยถึงกับตาเหลือก ละล่ำละลักขอร้องท่านขุนอย่าโบยตนเอง

“เป็นเพราะเอ็งจงใจใส่ร้ายผู้อื่นเพื่อให้ทุกคนเข้าใจว่าเขาขโมย เอ็งต้องโดนโบย แต่ข้าจะไม่โบยเอง เอ็งเป็นคนของสน ข้าจะให้นายเอ็งโบยเอ็งยี่สิบที...สนอย่ายั้ง สั่งสอนให้มันสำนึกเลิกทำตัวเป็นบ่างช่างยุ”

ทองจันทร์กำชับให้กบกับแมวช่วยนับจำนวนแส้ให้สนให้ครบตามที่ขุนภักดีสั่ง ห้ามขาดห้ามเกิน เนื้อทองดีใจวิ่งไปกอดเนียน ก่อนจะหันบอกเรียมว่า สร้อยเส้นนี้ลุงเอกเป็นคนเอามาให้แม่เนียน ทุกคนหันมองนายเอกที่เพิ่งตามมาสมทบเป็นตาเดียวกัน...

หลังจากเรียกนายเอกมาชำระความที่เรือนใหญ่ ความจริงจึงปรากฏว่า เรียมเป็นคนซื้อสร้อยเส้นนี้ให้เนื้อทองเอง เพราะใกล้จะถึงวันเกิดของแกแล้ว ซื้อให้ทานตะวันหนึ่งเส้น ก็เลยนึกถึงเนื้อทอง

“จัดการให้ของขวัญมันเทียบเทียมลูกตัวเอง จะยกย่องมันไปถึงไหน” ขุนภักดีต่อว่า เรียมหันไปคาดคั้นทานตะวันให้พูดความจริงออกมาว่าใครเป็นคนปลดสร้อยจากคอลูกกันแน่ แกกลับนั่งนิ่งไม่ตอบ เรียมจะไม่บังคับอะไรลูกอีก แต่ต่อไปต้องเชื่อฟังเธอห้ามไปเชื่อฟังสนอีก

“เรื่องนี้เลิกแล้วต่อกัน เรียมจ๊ะพี่ขอเป็นครั้งสุดท้ายเรื่องให้ของเด็กนั่นเหมือนให้ลูกเรา อย่าทำอีก”

“ทำไมคนเราต้องแตกต่างครับคุณพ่อ ทำไมน้าเนียนต้องไปอยู่กระท่อมเล้าหมู เหม็นแคบยิ่งกว่าห้องคนรับใช้ ทำไมทุกคนต้องรังเกียจน้าเนียนทั้งที่น้าเนียนนิสัยดี หนูติ๋วก็ไม่ได้เป็นเด็กนิสัยเสีย พวกเขาน่าสงสารมาก คุณย่าเป็นใหญ่ในบ้านนี้ที่สุด อย่าให้น้าเนียนอยู่ที่กระท่อมเล้าหมูได้ไหมครับ” เทิดศักดิ์มองคุณย่าตาละห้อย

“พ่อเทพ แม่ว่าให้มันกลับมาอยู่ห้องที่มันเคยอยู่ตอนมาครั้งแรกนะพ่อเทพ” ทองจันทร์อยากจะชดใช้ที่หูเบาเชื่อสนจนทำให้เนียนต้องถูกลงโทษ ทั้งที่ไม่ได้ทำผิด

“แล้วแต่คุณแม่เถิดครับ คุณแม่ใหญ่ที่สุดในบ้านนี่ครับ” ขุนภักดีกระเซ้า เรียมแอบยิ้มพอใจ

ooooooo

กบกับแมวนับจำนวนแส้ให้สนเฆี่ยนช้อยจนครบตามคำสั่งของขุนภักดีเสร็จพากันวิ่งหนี ช้อยขอให้เจ้านายช่วยแก้มัดให้เพราะเจ็บแสบหลังไปหมด สนกลับบอกเธอให้ตะโกนเรียกแทนมาช่วยแก้มัดให้เอง แล้วเดินสะบัดหน้ากลับเรือนอย่างไม่ไยดี ช้อยมองตามเริ่มทนไม่ไหวกับพฤติกรรมของเจ้านาย

“เสียแรงจงรักภักดี เสียแรงอีช้อยยอมพลีให้ทั้งชีวิต ทำไมไร้น้ำใจกับอีช้อยผู้ภักดีถึงป่านนี้ รู้บ้างไหมว่าอีช้อยมันเจ็บทั้งตัว เจ็บทั้งหัวใจ” ช้อยสะอื้นน้ำตาไหลพรากด้วยความน้อยใจ...

หลังจากกบ แมว และนายเอกช่วยเนียนย้ายข้าวของมาอยู่ที่เรือนบ่าวครบถ้วน ก็ปล่อยให้แม่ลูกอยู่กันตามลำพังเนื้อทองถามตามประสาเด็กน้อยว่าพ่อของเธอไปไหนทำไมไม่มาช่วยแม่ไม่ให้โดนคนอื่นรังแก เนียนดึงลูกมากอดทั้งน้ำตา โกหกว่าพ่อของแกตายไปตั้งแต่ห้าปีที่แล้ว เนื้อทองหวังว่าพ่อคงจะใจดีไม่ใจร้ายเหมือนท่านขุน เธอเกลียดท่าน เนียนร้องห้ามเสียงหลง ทีหน้าทีหลังลูกอย่าพูดแบบนี้อีก

สองแม่ลูกกอดกันกลม ไม่ทันเห็นขุนภักดีแอบมองมาจากเรือนใหญ่ อดสงสารเนียนไม่ได้ที่ถูกเขาลงโทษในความผิดที่ตัวเองไม่ได้กระทำ หรือว่าเขาหูเบาอย่างที่เทิดศักดิ์ตำหนิจริงๆ ขุนภักดีเห็นเนื้อทองในอ้อมกอดเนียนเป็นทานตะวัน จนต้องสะบัดหัวก่อนจะเพ่งดูอีกครั้ง ถึงเห็นว่าไม่ใช่

“เรานี่ถ้าจะบ้าเห็นเด็กนั่นเป็นหนูอี๊ดอีกแล้ว เด็กนั่นไม่ใช่ลูกเรา มันเป็นลูกชู้ แม่มันเป็นนังแพศยา”

ขณะขุนภักดีกำลังมองเพลินๆ ทองจันทร์เข้ามายืนใกล้ๆ บอกว่าตนเห็นเนื้อทองเป็นหลานตัวเองอีกแล้ว เขาก็เห็นเหมือนเธออยู่บ่อยๆไม่ใช่หรือ ขุนภักดีแก้เกี้ยวว่าไม่ได้มองสองแม่ลูกนั่น แต่มาดูต้นไม้ต่างหาก ทองจันทร์เข้าใจความรู้สึกของลูกชายที่ยังโกรธแค้นไม่หาย แต่สำหรับเธอซึ่งแก่แล้ว ไม่อยากจะจองเวรกับใครอีก โดยเฉพาะเด็กเนื้อทองนั่น จึงอยากให้เขาลองทบทวนเรื่องที่จะส่งแกไปอยู่เป็นเพื่อนเรียนหนังสือกับทานตะวันที่บางกอก หลานจะได้ไม่เหงา ทองจันทร์กล่อมจนในที่สุดขุนภักดีก็ยินยอมตามที่เธอร้องขอ...

ที่ร้านกาแฟไทยเจริญ เสือหนักหรือลุงสินส่งของ ขวัญวันเกิดมาให้แดงน้อย แม้เขาจะชอบของขวัญมาก แต่อยากเจอหน้าลุงสินมากกว่า โพล้งแก้ตัวแทนว่าลุงสินมีงานล้นมือไม่มีเวลามาหา ถ้าแดงน้อยรักลุงสินอย่างที่ลุงสินรักเขา ก็ขอให้ตั้งใจเรียน ลุงสินอุตส่าห์ทำมาหากินส่งเสียให้เขาเรียนโรงเรียนที่ดีที่สุดของที่นี่

“ผมจะเรียนให้เก่งที่สุดครับป้าแพร ลุงโพล้ง” แดงน้อยว่าแล้ว หันไปเล่นของเล่นที่ลุงสินให้ต่อไป

ooooooo

เนียนดีใจมากที่เนื้อทองมีโอกาสจะได้ไปเรียนหนังสือที่บางกอกกับทานตะวัน แต่ใจหนึ่งก็อดสงสัยไม่ได้ว่าไม่มีใครทักท้วงหรือ นายเอกว่ามีคนทักท้วง แต่คุณนายเรียมแก้ไปว่าจะให้เนื้อทองตามไปรับใช้เป็นเพื่อนคุยแก้เหงาให้คุณหนูทานตะวัน

“ไปเป็นอะไรก็ได้ ถ้าหนูติ๋วได้อยู่ใกล้ชิดกับคุณหนูอี๊ด ฝากขอบพระคุณคุณนายเรียมด้วยจ้ะ”

นายเอกเตือนเนียนว่าอย่าเพิ่งกระโตกกระตากไป เดี๋ยวสองนายบ่าวที่เรือนโน้นจะมาวุ่นวาย เนียนรับคำมองตามนายเอกออกไปอย่างมีความสุข ความฝันที่จะเห็นลูกมีอนาคตที่ดีลอยอยู่ตรงหน้า...

ตั้งแต่ช้อยถูกสนเฆี่ยนคราวก่อน สงบปากสงบคำขึ้นมาก ไม่ต่อล้อต่อเถียงใดๆทั้งสิ้น สนแปลกใจจนต้องถามว่าเป็นอะไรไป โกรธเธอเรื่องวันก่อนหรือ ช้อยส่ายหน้า ไม่เคยคิดแค้นเคืองเธอแม้แต่น้อย

“นังช้อยเอ็งอย่าคิดอะไรไม่ดีกับข้าทีเดียว จำใส่กะโหลกเอาไว้ว่าอะไรที่ผ่านมามันจะมาถึงตัวเอ็งสักวันถ้าเอ็งอวดดีใส่ข้า” สนขู่ เทิดศักดิ์สงสัยแม่จะขู่น้าช้อยทำไม...

คืนนี้เป็นคืนข้างแรม ขุนภักดีเดินคิดอะไรเรื่อยเปื่อย มาถึงท่าน้ำ เห็นเนียนนั่งซบหน้ากับฝ่ามือพลางถอนใจเฮือกๆสักพัก นายเอกตามเข้ามา ขุนภักดีโกรธมากคิดว่าเขาคบชู้กับนังแพศยาจะเข้าไปเอาเรื่อง นึกขึ้นได้ว่าอาจ เป็นเรื่องเข้าใจผิด จึงแอบฟังเพื่อความแน่ใจ ปรากฏว่าระหว่างสองคนนี้ไม่มีเรื่องชู้สาว แต่อดแปลกใจไม่ได้ทำไมก่อนนายเอกจะกลับถึงเตือนเนียนให้ระวังตัว คนเลว จะมาฆ่าปิดปากสักวัน

“ใครจะฆ่าปิดปากเนียน แม่นั่นรู้ความลับของใครรึ...ก็ไอ้ผู้ชายที่เป็นพ่อเด็กติ๋วนั่นแหละที่จะฆ่าปิดปากมันเอง เพราะมันเป็นโจร ถ้าไม่ใช่เสือหนักก็คงพวกเดียวกัน” ขุนภักดีถามเองตอบเองเสร็จสรรพจะถอยออกมาเผลอเหยียบไม้หัก เนียนนึกถึงคำเตือนของนายเอกเมื่อครู่ กลัวถูกฆ่าวิ่งหนีออกไปทันที เขาจะเรียกก็ไม่ทัน

ooooooo

ถึงวันที่เทิดศักดิ์ ทานตะวัน และเนื้อทองต้องเดินทางไปเรียนหนังสือที่บางกอก เนียนอยากจะมาส่งลูกที่เรือใจแทบขาด แต่ไม่กล้า กลัวขุนภักดีไม่พอใจ ได้แต่แอบมองอยู่ห่างๆ เนื้อทองชะเง้อคอมองหาแม่ก็ไม่เห็น แต่ครั้นเรือแล่นออกจากท่า เธอเห็นแม่แหวก กอต้นไม้ริมตลิ่งออกมา

“แม่​เนียน​มา​ส่ง​หนู​จริงๆด้วย” เนื้อ​ทอง​โบกมือ​ให้​แม่​ยิ้ม​มี​ความ​สุข ขณะ​ที่​เนียน​มอง​ลูก​อย่าง​อาลัย

เทิด​ศักดิ์​เห็น​สอง​แม่​ลูก​รัก​และ​ผูกพัน​กัน​มาก อดถาม​ขุน​ภักดี​ไม่ได้​ว่า​พ่อ​ของ​เนื้อ​ทอง​ไป​ไหน เขาส่าย​หน้า​ไม่​รู้ เด็ก​น้อย​ซัก​โน่น​ถาม​นี่​เกี่ยว​กับ​เนียน ขุนภักดี​ไม่​อยาก​พูด​ถึง แกล้ง​ปวด​หัว​จะ​ได้​ไม่​ต้อง​ตอบ​คำถาม...

เมื่อ​มา​ถึง​บางกอก เรียม​พา​ทานตะวัน​กับ​เนื้อทอง​แยก​ไป​ยัง​โรงเรียน​ของ​นฤมล​ซึ่ง​เป็น​เพื่อน​รัก​ของ​เธอ​ฝากฝัง​ให้​ช่วย​ดูแล​เด็ก​ทั้ง​สอง​คน​ให้​ด้วย นฤมล​เห็น หน้าตา​ทั้ง​คู่​คล้าย​กัน​อด​ถาม​ไม่ได้​ว่า​เรียม​มี​ลูก​ฝาแฝด​หรือ ทานตะวัน​สวน​ทันที​ว่า​ไม่​ใช่ เนื้อ​ทอง​เป็น​คนรับใช้​ของ​เธอ นฤมล​ถึง​กับ​อึ้ง​ที่​เด็ก​สอง​คน​หน้าตา​คล้าย​กัน​แต่​นิสัย​ต่าง​กัน​ลิบลับ ทานตะวัน​ก้าวร้าว เอาแต่ใจ ส่วน​เนื้อ​ทอง​อ่อนน้อม​ถ่อม​ตน...

พอได้​อยู่​กัน​ตามลำพัง เรียม​ขอร้อง​นฤมล​อย่า​บอก​ใคร​ว่า​เธอ​เป็น​คน​ออก​เงิน​ส่งเสีย​เนื้อ​ทอง​ให้​เรียน​หนังสือ ให้​บอก​เพียง​ว่า​แก​ได้​ทุน​เรียน​กิน​เปล่า นฤมล​รับปาก​จะ​ไม่​แพร่งพราย​เรื่อง​นี้​เด็ดขาด...

เหมือน​ฟ้า​ลิขิต​ให้​เทิด​ศักดิ์​เรียน​โรงเรียน​เดียว​กับ​แดง​น้อย เด็ก​ทั้ง​สอง​คน​ถูก​ชะตา​กัน​ตั้งแต่​แรก​เจอ และ​ยัง​คุย​ถูก​คอ​กัน​อีก​ด้วย ต่าง​เล่า​ประวัติ​คร่าวๆของกัน และกัน​ให้​ฟัง แดง​น้อย​เป็น​คน​บางกอก กำพร้า​พ่ออยู่กับลุง​โพล้ง​และ​ป้า​แพร​ซึ่ง​เปิด​ร้าน​ขาย​อาหาร ส่วน​เทิด​ศักดิ์​มี​พ่อ​รับ​ราชการ​เป็น​ท่าน​ขุน​อยู่​สุพรรณบุรี เขา​ตั้งใจว่า​โต​ขึ้น​จะ​เป็น​ปลัด​อำเภอ และ​เลื่อน​ตำแหน่ง​ไป​เรื่อยๆจน​ได้​เป็น​ข้าหลวง​แบบ​เดียว​กับ​พ่อ​ของ​เขา

“โต​ขึ้น​เรา​จะ​เป็น​ตำรวจ​จะ​ไป​จับ​คนร้าย​ที่​ปล้น​ฆ่า​คน​มา​ลงโทษ” แดง​น้อย​ก็​มี​เป้าหมาย​ของ​ตน​เช่นกัน...

ใน​ระหว่าง​ที่​เทิด​ศักดิ์​ได้​เพื่อน​ใหม่​แสน​ถูกใจ ทานตะวัน​กลับ​ทำ​ฤทธิ์​ตั้งแต่​วัน​แรก ไม่​ยอม​เอา​เสื้อผ้า​ใส่​ตู้​ของ​ตัว​เอง สั่ง​ให้​เนื้อ​ทอง​ทำให้ พวก​เพื่อนๆที่กำลัง​จัด​เสื้อ​ผ้า​ใส่​ตู้​พา​กัน​หัน​มอง​เธอ​เป็น​ตาเดียว​กัน

“ฉัน​เป็น​นาย แก​เป็น​คนใช้ แก​ต้อง​จัด​ของ​ของ​ฉัน​ก่อน​ของ​ตัว​เอง”

หนึ่ง​ใน​เพื่อนๆร้อง​ถาม​ว่า​ทั้ง​คู่​ไม่​ใช่​ฝาแฝดกัน​หรือ ทานตะวัน​เสียง​เขียว​ขึ้น​มา​ทันที ห้าม​เอา​เธอ​ไป​นับ​ญาติ​กับ​เนื้อ​ทอง แม่​ของ​เธอ​เป็น​คุณนาย ส่วนแม่ของ​เนื้อ​ทอง​เป็น​คน​เลี้ยง​หมู​ใน​บ้าน​ของ​เธอ

“เธอ​เป็น​คนใช้​เขา​จริง​รึ ทำไม​มี​สตางค์​เรียน​โรงเรียน​ผู้ดี​มี​เงิน​อย่าง​เรา”

เนื้อ​ทอง​จน​ปัญญา​ไม่​รู้​จะ​ตอบ​อย่างไร โชคดีที่​นฤมล​เดิน​เข้า​มา​พอดี บอก​กับ​เด็กๆว่า​เนื้อ​ทอง​เป็นลูก บุญธรรม​ของ​แม่​ทานตะวัน แล้ว​สั่ง​ห้าม​เนื้อ​ทอง​รับ​ใช้​ทานตะวัน อยู่​ที่​นี่​ทุก​คน​เท่าเทียม​กัน​หมด ต้อง​จัด​เสื้อผ้า​เข้า​ตู้​เอง ปู​ที่นอน​และ​เก็บ​ที่นอน​เอง ไม่​มี​ใคร​ทำให้​ใคร​ทั้งนั้น ทานตะวัน​มอง​เนื้อ​ทอง​คิด​หา​ทาง​แก้แค้น...

ค่ำ​วัน​เดียวกัน ที่​ท่า​น้ำ​บ้าน​ภักดี​ภูบาล เนียนนั่ง​ร้องไห้​ด้วย​ความ​คิดถึง​แดง​น้อย มัว​แต่​จม​อยู่​ใน​ความคิด​ของ​ตัว​เอง​ไม่ทัน​ได้ยิน​เสียง​เรือ​แล่น​มา​เทียบ​ท่า ขุน​ภักดี​กำลัง​จะ​ขึ้น​จาก​เรือ​ เห็น​เงา​ใคร​ตะคุ่มๆ เดิน​เข้าไป​ดู เสียงไม้​กระดาน​ท่า​น้ำ​ลั่น ทำให้​เนียน​ตื่น​จาก​ภวังค์​หัน​มอง​ตาม​เสียง เห็น​ขุน​ภักดี​กำลัง​เดิน​ตรง​มา​หา ตกใจจะวิ่งหนี

ขุน​ภักดี​กระชาก​ไหล่​ไว้ ร้องเรียก​นาย​เอก​ให้​เอา​ไฟ​มา​ฉาย​ดู​หน้า เนียน​เซ​เข้าไป​ซบ​อก​เขา​เป็น​จังหวะ​เดียว​กับ​ที่​นาย​เอก​เอา​ไฟฉาย​มา​ส่อง​พอดี ขุน​ภักดี​ชะงัก ที่​เห็น​เนียน​ใน​สภาพ​ทรุดโทรม​เต็มตา ใจอ่อน​ขึ้น​มาแวบ​หนึ่ง แต่​แล้ว​กลับ​ผลัก​เธอ​อย่าง​แรง​จน​เซ​ถลา ก่อน​จะ​จ้ำ​พรวดๆออก​ไป พลาง​ตะโกน​เรียก​นาย​เอก​ให้​รีบ​ตาม​มา เขา​จะ​แวะ​ทักทาย​เธอ​เลย​ทำ​ไม่ได้ เรียม​ตาม​มา​ด้าน​หลัง​เห็น​เนียน​กอง​อยู่​กับ​พื้น รีบ​เข้า​ไป​ช่วย​พยุง พลาง​บอก​ว่า​เนื้อ​ทอง​เข้า​โรงเรียน​เรียบร้อย​แล้ว จะ​ได้​เรียน​สูง​ที่สุด​เท่า​ที่​แก​ต้องการ

“ขอบพระคุณ​หา​ที่สุด​มิได้​เจ้า​ค่ะ คุณนาย​เรียม” เนียน​ก้ม​กราบ

“ฉัน​สิ​ต้อง​ขอบใจ​เนียนที่สุด สำหรับ​ฉัน​เนียน​คือ​ผู้​มี​พระ​คุณ​ตอบแทน​ไม่​มี​วัน​หมด ใคร​จะ​ว่า​จะ​กล่าว​ร้ายเนียน​อย่างไร ฉัน​ก็​ยัง​มั่นใจ​ว่า​เนียน​ไม่​เคย​ทำ​ผิด​ดัง​ที่​เขา​ว่ากัน”

เสียง​ขุน​ภักดี​ตะโกน​เร่ง​เรียม​ให้​รีบ​ขึ้น​มา​ได้​แล้ว ไม่​รู้​มี​อะไร​กับ​นัง​นั่น​นัก เรียม​ไม่​อยาก​ทำให้​เขา​หงุดหงิด​มาก​ขึ้น รีบ​ตาม​ไป เนียน​ปลื้ม​ใจ​น้ำตา​ไหล ลูก​จะ​มี​อนาคต​ที่​ดี​ไม่​ต้อง​ลำเค็ญ​เหมือน​เธอ...

ขณะ​เนียน​กำลัง​มี​ความ​สุข​กับ​อนาคต​ที่​สดใส​ของ​ลูก สน​กลับ​หงุดหงิด​ที่​ไม่ได้​ไป​บางกอก​กับ​ขุน​ภักดี​เพราะ​ไม่​อยาก​ร่วม​เรือ​กับ​เรียม หลังจาก​พูด​คน​เดียว​อยู่​พักใหญ่ เอะใจ​ที่​ช้อย​ได้​แต่​รับคำ ไม่​สาระแน​หรือ​มี​แผนการ​ใน​สมอง​เหมือน​แต่​ก่อน สน​ถาม​ว่า​เป็น​อะไร​ไม่​พูด​ไม่จา กลัว​ดอก​พิกุล​จะ​ร่วงหรือ​คิด​วาง​แผน​จะ​หักหลัง​ตน

“เอ็ง​ไม่​กระตือรือร้น​อะไร​สัก​อย่าง ให้​ไป​แอบ​ดู​นัง​เรียม​ว่า​ให้​อะไร​อี​เนียน​อีก​หรือ​เปล่า ทำไม​ถึง​ไม่​ไป”

“ช้อย​กลัว​พลาด​แล้ว​โดน​โบย​ปาง​ตา​ยอีก​เจ้า​ค่ะ ช้อย​อยาก​กลับ​บ้าน​ไป​เยี่ยม​พ่อ​แม่เจ้า​ค่ะ ช้อย​อยาก​ไป​บวชชี​เจ้า​ค่ะ” ช้อย​พูด​ไป​น้ำตา​ร่วง​ไป​ด้วย สน​ตกใจไม่คิด​ว่า​เธอ​จะ​เป็นไปได้​ถึง​ขนาด​นี้

ooooooo

เย็น​วัน​ศุกร์​เป็น​วัน​ที่​ผู้​ปกครองต่าง​มา​รับ​ลูก​กลับ​บ้าน เทิด​ศักดิ์​เป็น​เด็ก​ต่าง​จังหวัด​ไม่ได้​กลับ​ จึง​ออก​มา​ส่ง​เพื่อน​รัก​ที่​เพิ่ง​รู้จัก​กัน​แค่​อาทิตย์​เดียว ทำให้​เขา​ได้​พบ​กับ​เสือ​หนัก​ใน​คราบ​ลุง​สิน แดง​น้อย​แนะนำ​ลุง​ของ​เขา​ว่า​เทิด​ศักดิ์​เป็น​เพื่อน​รัก​ของ​ตน มา​จาก​สุพรรณบุรี พ่อ​รับ​ราชการ​เป็น​ท่าน​ขุน​อยู่​ที่​นั่น

“ขุนภักดีภูบาลครับ” เทิดศักดิ์บอกด้วยความภูมิใจ

เสือหนักรู้ทันทีว่าเทิดศักดิ์คือลูกชายของเขากับสนตามคำบอกเล่าของยายอ่อน ไม่ใช่ลูกของขุนภักดี...

ในเวลาเดียวกัน ที่บ้านภักดีภูบาล ขณะเนียนกำลังทำอาหารอยู่ในครัวแทนแม่ครัวที่ตกคูแขนเดาะ กบพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับมีข่าวดีมาบอก เมื่อครู่ เธอแอบได้ยินคุณสนบอกคุณนายทองจันทร์ว่าช้อยจะกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ที่บ้านเกิด อาจจะเลยไปบวชชีด้วยเลย เนียนขออนุโมทนากับช้อยด้วย

“อย่างนังช้อยมันน่าอนุโมทนา อโหสิกรรมให้ที่ไหนกัน มันบาปหนาเสียปานนั้น ฟังต่อสิยังมีอีกเรื่องนะเนียน” กบเล่าเพิ่มเติมอีกว่า คุณท่านถูกใจต้มยำ พุงปลาช่อนฝีมือเนียนมาก ผิดกับท่านขุนพอรู้ว่าเป็นฝีมือเนียนวางช้อนส้อมเลิกกิน คุณสนก็เช่นกัน แต่คุณท่านกับคุณนายเรียมกินกันอย่างเอร็ดอร่อย

“เนียนมันทำอร่อยกว่าแม่ครัวนั่นเป็นไหนๆ ทำไมต้องปฏิเสธของอร่อยๆไม่มีเหตุผล นางกบ เอ็งไปบอกเนียนว่าต่อไปนี้เฉพาะสำรับของข้า ให้มันทำเองยกเอามาเองให้ข้ากินบนเรือนนี่...แม่เรียมอยากจะกินของอร่อยก็มากินเรือนแม่ได้นะ” ทองจันทร์หาพวก เรียมยินดี ถ้าวันไหนพี่เทพไปเรือนสน เธอจะมาฝากท้องที่นี่ เนียนได้ฟังกบเล่าถึงกับน้ำตาซึมที่คุณท่านเมตตา

ooooooo

ถึงเวลาที่ช้อยจะกลับบ้าน มากราบลาสนและขอความเมตตาเจียดเงินให้เธอกลับไปบ้านบ้าง จะได้เอาไปให้พ่อแม่ได้ใช้ยามแก่เฒ่า อย่างน้อยก็ให้สมน้ำสมเนื้อกับวันเวลานับสิบปีที่เธอรับใช้สนมาด้วยความภักดี

“นี่เอ็งทวงบุญคุณข้ารึนังช้อย กล้าดีแท้ๆเอ็งทำอะไรชั่วไว้แยะแค่ไหน ข้าปิดบังเอาไว้ให้เอ็งทำไมไม่นึกถึงบุญคุณกันบ้าง ลงไปจากเรือนข้าเดี๋ยวนี้นังช้อย จำไว้ว่าถ้าเอ็งไม่มีเรื่องคอขาดบาดตายอย่าได้กลับมาหาข้าอีก”

ช้อยถึงกับตะลึงไม่คิดว่าเจ้านายที่ตนจงรักภักดีจะไร้น้ำใจถึงเพียงนี้ สนเห็นเธอรีๆรอๆไล่ตะเพิด ขืนชักช้าจะช่วยถีบส่ง ช้อยจำต้องลงเรือนไปทั้งน้ำตา...

ในขณะที่เนียนกับแมวกำลังจะกลับเรือนใหญ่หลังจากเก็บผักเสร็จ ได้ยินเสียงคนร้องไห้แว่วเข้ามา หันมองตามเสียงเห็นช้อยกำลังเช็ดน้ำตาป้อยๆยืนคุยอยู่กับแทน

“ฉันไม่มีให้ยืมดอกนังช้อย ที่ท่านให้ก็ส่งไปให้พ่อแม่ใช้เหลือแค่พอยาไส้ไปวันๆ”

ช้อยต่อว่าแทนว่าใจดำ เสียแรงทำงานร่วมชายคาเดียวกัน แมวรู้ทันทีว่าช้อยตกอับ ช่วยกันกับนายเอกที่ตามมาสมทบซ้ำเติมเธออย่างสนุกปาก เนียนสงสารช้อยตัดสินใจหยิบเงินค่าขายผักที่เพิ่งได้มาเมื่อเช้าให้เธอหนึ่งตำลึง ทั้งนายเอก แมว แทน และตัวช้อยเองต่างตะลึงในความมีน้ำใจของเนียน สนเห็นเหตุการณ์โดยตลอดคิดว่าช้อยจะหักหลังตัวเอง คิดหาทางกำจัดก่อนความลับจะถูกเปิดเผย...

ค่ำวันเดียวกัน เสือหนักในคราบลุงสินทนนิ่งเฉยต่อไปไม่ไหว ตัดสินใจมาบ้านภักดีภูบาล เจอขุนภักดีแถวท่าน้ำพอดี ทั้งคู่เกือบจะมีเรื่องกัน ถึงขนาดที่ขุนภักดีชักปืนยิงขู่เพราะคิดว่าเสือหนักจะหยิบปืนจากกระเป๋าเสื้อ เขากลับชูพระเครื่องสมเด็จให้ดู เนียนที่แอบมองอยู่ใจหายใจคว่ำ เกรงพี่ชายจะถูกยิง เหตุการณ์กลับตาลปัตรขุนภักดีถูกใจท่าทางนอบน้อมถ่อมตนของเสือหนักโดยที่ไม่รู้ว่าเป็นโจรที่ทางการต้องการตัว ทั้งสองคนคุยกันถูกคอ ขุนภักดีคุยไปหัวเราะไปเป็นระยะๆ เนียนแปลกใจทำไมเขาถึงไม่ฆ่าพี่หนัก กลับหัวเราะชอบใจ...

ด้านสนได้ยินเสียงปืนวิ่งมาดูแต่ต้องชะงักเมื่อเจอเนียนกำลังมองไปทางท่าน้ำพร้อมกับพนมมือท่วมหัว

“ชะรอยจะเป็นพระสมเด็จที่พี่หนักพกมาทำให้แคล้วคลาดกระมัง”

สนได้ยินคำพูดนั้นชัดเจนเต็มสองหู ถึงกับตกตะลึงคิดว่าเสือหนักจะมาเล่นงานวิ่งหนีไปตั้งหลัก...

ผ่านไปพักใหญ่ เสือหนักขอตัวกลับ แล้วส่งพระสมเด็จให้ อ้างเพื่อตอบแทนน้ำใจที่ขุนภักดีมีต่อเขา และเขาได้ข่าวมาว่าท่านขุนมีลูกชายน่ารักแสนฉลาด ขอฝากพระเครื่ององค์นี้ให้แกด้วย ขุนภักดีลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะรับพระเครื่องไว้ ด้วยความเป็นห่วงน้องสาว เสือหนักเผลอชะเง้อมองไปในบ้าน ขุนภักดีถามว่ามองหาอะไร

“หามิได้ขอรับ กระผมมองว่าบ้านท่านใหญ่โตกว้างขวาง แต่เหมือนมีคนอยู่ไม่มากจึงดูเงียบเชียบนัก”

“มันเพิ่งจะเงียบเชียบเพราะลูกของฉันสาม เอ๊ย สองคนไปเรียนที่บางกอกหมดแล้ว เหลือแค่แม่ฉันหนึ่ง เมียสาม...เอ๊ยสอง ที่นี่อยู่กันเงียบๆ บ่าวไพร่ทุกคนสบายดี”

เสือหนักฟังแล้วสบายใจเรื่องเนียนไปได้เปาะหนึ่ง...

ครู่ต่อมา ขุนภักดีกลับเรือนใหญ่ เจอทองจันทร์กำลังถามเนียนที่หน้าตาตื่นถึงเสียงปืนที่ดังขึ้น จึงบอกแม่ว่าเขาเป็นคนยิงปืนเอง เธอหมดข้อสงสัยทำไมเนียนถึงหวาดผวานัก ขุนภักดีปรายตามองเนียนอึดใจ

“จะต้องตกอกตกใจทำไมกัน รึนึกว่าชู้คนใหม่มาหาแล้วโดนยิง น่าชิงชังนัก” ขุนภักดีแดกดันจบเดินกระแทกเท้าออกไป ทองจันทร์ถึงกับส่ายหน้า แล้วหันมาบอกเนียนว่าต้องการให้มาช่วยจัดข้าวจัดของรอรับหลานรักของเธอกลับบ้าน ใกล้ปิดเทอมใหญ่แล้วเนียนดีใจ เท่ากับว่าเนื้อทองต้องกลับมาด้วย ทองจันทร์สั่งให้เนียนจัดห้องข้างล่างที่เคยอยู่ไว้ด้วย เธอจะให้เนียนกับลูกย้ายมาอยู่ที่นั่น เนียนก้มกราบขอบพระคุณ

“ข้าเวทนาเด็กติ๋วไม่ใช่เอ็ง...แม่เรียมเขาตัวตั้งตัวตีมาพูดซํ้าพูดซากกับข้าว่าสงสารเด็กติ๋ว เอ็งก็พลอยฟ้าพลอยฝนได้ดิบได้ดีไปกับลูกเอ็งด้วย”

ทองจันทร์เวทนาสงสารเนียน แต่ไม่แสดงออก...

ทางฝ่ายเสือหนักชะลอเรือให้แล่นช้าๆเมื่อผ่านหน้าบ้านภักดีภูบาล ดีใจแทนเนียนที่อย่างน้อยขุนภักดียังเผลอคิดว่าตัวเองมีเมียสามคน แสดงว่าเขายังรักยังอาวรณ์เธออยู่ สนแอบมองจากบนตลิ่งเห็นเสือหนักอยู่บนเรือพยายามขยับเข้าไปใกล้ๆ จะได้เห็นหน้าชัดๆ แต่ก้าวพลาดตกนํ้า เสือหนักได้ยินเสียงสั่งสมุนให้พายเรือไปดู สนรีบตะกายขึ้นฝั่ง เสือหนักเห็นเป็นผู้หญิง สั่งสมุนว่าไม่ต้องเข้าไปดูแล้ว เขารู้แล้วว่าใครแอบดู

“นังสารเลว มึงฟังไว้นะ ถ้ามึงไม่หยุดรังควานคนอื่น กูยอมเสี่ยงชีวิตประจานความชั่วมึงแน่ๆ” เสือหนักตะโกนไล่หลังสนที่วิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต

ooooooo

หลังจากขุนภักดีกับเรียมไปรับทานตะวันและเนื้อทองจากโรงเรียนเรียบร้อย รถของบ้านภักดีภูบาลมาจอดรอรับเทิดศักดิ์ที่หน้าโรงเรียน ขุนภักดีกับเรียมเข้าไปรับลูกชาย พร้อมกับสวมสร้อยห้อยพระสมเด็จที่เสือหนักให้ เพื่อเป็นของขวัญที่ลูกสอบได้ที่หนึ่ง เสือหนักในคราบลุงสินแอบมองอยู่ไม่ห่างนัก พลอยปลื้มใจไปด้วย

“แม่ดีใจมากที่เทิดศักดิ์สอบได้ที่หนึ่ง เก่งจริงๆ”

“ยังมีคนเก่งสอบได้ที่หนึ่งเหมือนผมอีกคนหนึ่งครับคุณนายแม่ คุณพ่อ เขารอผู้ปกครองอยู่ตรงนั้นครับ” เทิดศักดิ์ชี้ไปที่แดงน้อย ยังไม่ทันจะอ้าปากเรียก แดงน้อยวิ่งไปหาเสือหนักเสียก่อน...

ขณะที่แดงน้อยเดินมาตามทางกับเสือหนัก ทานตะวันไล่เนื้อทองลงจากรถ เธอไม่ทันระวังชนแดงน้อยจนเซจะล้ม เสือหนักคว้าเธอไว้ทัน เนื้อทองขอบคุณที่เขาช่วยไว้แล้วหันไปขอโทษแดงน้อย ทานตะวันไม่ชอบใจขู่จะฟ้องคุณพ่อที่เนื้อทองไปพูดกับพวกข้างถนน สองลุงหลานถึงกับอึ้ง ก่อนจะเดินจากไป เทิดศักดิ์เห็นหลังเพื่อนไวๆ ตะโกนเรียกแต่ไม่ทัน ทานตะวันฟ้องขุนภักดีว่าเนื้อทองไปพูดคุยกับพวกข้างถนนสองคนที่เพิ่งเดินไป

“นั่นเพื่อนรักของพี่กับลุงของเขานะ น้องอี๊ด”

“ทำไมพี่เทิดศักดิ์มีเพื่อนนั่งสามล้อ พวกมันเป็นคนจนชั้นต่ำนี่น่า”

เทิดศักดิ์ไม่ชอบใจที่ทานตะวันพูดจาดูถูกคนอื่น อ้างว่าเมื่อครู่คุณครูเพิ่งสอนเขาว่าคนเราจะสูงจะต่ำอยู่ที่ทำตัว จะดีจะชั่วอยู่ที่ตัวทำ ขุนภักดียิ้มปลื้มใจที่ลูกชายฉลาดพูด...

ตกเย็น บ้านภักดีภูบาลมีงานฉลองย่อยๆบน

เรือนใหญ่เพื่อต้อนรับการกลับมาของทานตะวันกับ

เทิดศักดิ์  เนียนรับหน้าที่เป็นแม่ครัวแสดงฝีมือทำอาหาร ขณะเธอยกสำรับขึ้นมาบนเรือน เรียมถามเทิดศักดิ์ว่าเพื่อนของเขาที่สอบได้ที่หนึ่งเช่นกันชื่ออะไร พอได้ยินว่าชื่อแดงน้อย เนียนสะดุ้งทำจานใส่อาหารหล่นพื้น

“ลูกเอ็งก็ไม่ใช่ แล้วจะตื่นเต้นตกใจไปทำไม ขวัญอ่อนมากไปรึเปล่าเนียน” ทองจันทร์เหน็บ เนื้อทองเข้ามาช่วยแม่เก็บถ้วยชามที่แตกเกลื่อนพื้น เรียมรีบเบนความสนใจ บอกทองจันทร์ว่าเด็กบ้านนี้มีเรียนเก่งสอบได้

ที่หนึ่งสองคน เธอดีใจคิดว่าหนึ่งในนั้นคือหลานสาวตัวเอง แต่ต้องผิดหวัง เนื้อทองต่างหากที่สอบได้ที่หนึ่ง...

ทันทีที่ได้อยู่ตามลำพังกับเนื้อทอง เนียนซัก

เป็นการใหญ่ว่าเพื่อนรักของเทิดศักดิ์ที่ชื่อแดงน้อยเป็นลูกเต้าเหล่าใคร บ้านอยู่ที่ไหน เนื้อทองรู้แค่ว่าเขาเป็นคนบางกอก ถ้าแม่อยากรู้มากกว่านี้ จะไปถามคุณเทิดศักดิ์ให้

“แม่ไม่อยากรู้ดอกจ้ะหนูติ๋วคนดี แม่ภูมิใจดีใจมากที่หนูเก่งสอบได้ที่หนึ่ง” เนียนดึงลูกมากอดไว้แนบอก...

ไม่ใช่มีแต่เนียนเท่านั้นที่ช่างซักช่างถาม เสือหนักก็เช่นกัน อยากรู้เรื่องเทิดศักดิ์ไปทุกอย่าง พอรู้จากแดงน้อยว่าเขาเป็นเด็กดี เรียนเก่งนิสัยดี ก็แอบยิ้มปลื้มใจ

ooooooo

10 ปีต่อมา...

ขณะที่เนื้อทองกับทานตะวันกำลังทำข้อสอบ ทานตะวันเจ้าเล่ห์รอจนคุณครูคุมสอบเผลอ คว้าข้อสอบของเนื้อทองที่ทำเสร็จเรียบร้อยไป แล้วเอาข้อสอบว่างเปล่าของตัวเองวางแทนที่

“เขียนชื่อของฉันที่กระดาษคำตอบนี้ เพราะกระดาษคำตอบของแกอยู่ที่ฉัน ทำคำตอบของฉันให้ดีด้วย” ทานตะวันพูดจบ เดินลิ่วเอาข้อสอบไปส่ง เนื้อทองถึงกับส่ายหน้าที่ทานตะวันไม่เลิกทำแบบนี้สักที...

หลังสอบเสร็จ เนื้อทองไปนั่งอ่านหนังสือที่ห้องรอพบญาติ โดยนั่งหันหลังให้ประตู ขุนภักดีมาราชการที่บางกอกถือโอกาสมาเยี่ยมลูก เห็นด้านหลังนึกว่าเป็นทานตะวัน ดีใจเข้าไปกอด เนื้อทองตกใจยืนตัวแข็งทื่อ

ทานตะวันเข้ามาโวยวายใส่พ่อ “คุณพ่อไปกอดยัยติ๋วมันทำไมค่ะนั่น”

ขุนภักดีตกใจรีบถอยห่างพลางต่อว่าเนื้อทองว่าทำไมไม่บอกว่าไม่ใช่หนูอี๊ด ทานตะวันผสมโรงหาว่าเนื้อทองยืนนิ่งเพราะอยากมีพ่อเป็นท่านขุนเหมือนตนจังหวะนั้น นฤมลเข้ามาแจ้งว่าเด็กทั้งสองคนมีปัญหาเรื่องการสอบ เชิญท่านขุนกับเนื้อทองและทานตะวันไปคุยกันเป็นการส่วนตัว

ครู่ต่อมา นฤมลพาทั้งสามคนมาที่ห้องทำงานของเธอ เล่นงานเนื้อทองที่แอบทำข้อสอบให้ทานตะวัน แม้ทั้งคู่จะลายมือคล้ายกัน แต่เธอดูออก ขุนภักดีสั่งห้ามเนื้อทองช่วยเหลือทานตะวันแบบนี้อีกเด็ดขาด เนื้อทองขอโทษและยอมรับผิด จะลงโทษ

อย่างไรก็ยอม ทานตะวันไม่ชอบเรียนหนังสือ ถ้าจบ ม.6 เมื่อไหร่จะไม่ขอเรียนต่อขุนภักดีมองลูกสาวตัวเองหนักใจที่ไม่เอาถ่าน ขณะที่เนื้อทองแสนดีเหมือนเนียนสมัยก่อนไม่มีผิดเพี้ยน...

ฝ่ายสองหนุ่มเพื่อนรักต่างสมหวังดังที่ตั้งใจไว้ เทิดศักดิ์ได้เข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ส่วนแดงน้อยสอบเข้าโรงเรียนเตรียมนายร้อยได้ แม้จะไม่ได้อยู่โรงเรียนเดียวกัน แต่ความรักความผูกพันของเพื่อนรักทั้งสองยังคงเหนียวแน่น ทั้งคู่นัดเจอกันทุกเย็นวันศุกร์ที่ป้ายรถเมล์ใกล้โรงเรียนของแดงน้อย

ooooooo

ด้วยความริษยาแน่นอกที่มีแต่คนรักคนชื่นชมเนื้อทอง พอกลับถึงบ้านภักดีภูบาล ทานตะวันฟ้องแม่ว่าตอนที่พ่อไปเยี่ยมที่โรงเรียนวันก่อน ยังไปกอดเนื้อทองแถมเรียกว่าลูกรักอีกด้วย เนียนกับเรียมถึงกับสะดุ้ง

ทองจันทร์ถามเนื้อทองว่าจริงหรือเปล่า เธอเล่าว่าท่านขุนเห็นด้านหลังเข้าใจผิดว่าเธอเป็นลูกของท่านทานตะวันไม่พอใจที่ใครต่อใครชอบเห็นเธอเหมือนเนื้อทอง เดินกระแทกส้นเท้าปังๆออกไป สวนกับเทิดศักดิ์ที่วิ่งขึ้นเรือนมาขอข้าวคุณย่ากิน อยากกินกับข้าวฝีมือเนื้อทอง ทานตะวันยิ่งโกรธต่อว่าพี่ชายที่ไปหลงรักนังลูกบ่าว

“พี่หลงรักเด็กดีๆดีกว่าหลงรักเด็กชั่วร้ายเอาแต่ใจ...

เนื้อทองพี่มีดอกไม้มาให้คนสอบได้ที่หนึ่งอีกแล้ว”

เรียมกับเนียนนั่งเงียบหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก เนื้อทองไม่กล้ารับดอกไม้ ทองจันทร์ต้องสั่งให้รับไว้...

ทานตะวันนำเรื่องเจ็บช้ำน้ำใจไปฟ้องสนซึ่งแอบสะใจที่ทานตะวันเป็นเด็กนิสัยเสียได้สมใจเธอมาก สนอาสาจะหาทางกำจัดเนียนกับเนื้อทองให้ แล้วเล่าเรื่องราวในอดีตที่ปั้นแต่งอย่างเสียๆหายๆของเนียนให้ฟัง  ตั้งแต่พ่อของเนียนจับเธอใส่ตะกร้าล้างน้ำมาให้ท่านขุน จนกระทั่งใส่ความว่าเธอแอบเป็นชู้กับเสือหนัก...

ทางด้านเสือหนักเห็นความสำเร็จของแดงน้อยแล้วอดปลื้มใจไม่ได้ อีกไม่กี่ปีหลานรักของเขาก็จะได้เป็นนายร้อยสมใจแล้ว ชวนหลานคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ ก่อนจะวกกลับมาถามว่าเทิดศักดิ์เรียนอะไร เป็นอย่างไรบ้าง ได้ความว่าเขาเรียนรัฐศาสตร์ จบออกมาจะได้เป็นนักปกครอง อยากเป็นปลัดอำเภอที่เดียวกับที่แดงน้อยเป็นตำรวจ จะได้ช่วยกันจับผู้ร้ายที่ชื่อเสือหนักที่ยังหลบหนีคดีเกือบจะยี่สิบปีแล้ว เสือหนักในคราบลุงสินถึงกับอึ้ง

ooooooo

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เทิดศักดิ์สอบเข้าคณะรัฐศาสตร์จุฬาได้อย่างที่ตั้งใจ เย็นนี้เขามีนัดมารับเนื้อทองกับทานตะวันที่โรงเรียน นฤมลเตือนว่าห้ามกลับดึก แม้พรุ่งนี้จะเป็นวันหยุด แต่เนื้อทองต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย เทิดศักดิ์ทราบแล้ว รับปากจะไม่อยู่ดึก...

ด้านทานตะวันไม่ต้องการให้เนื้อทองสวยเกินหน้าเกินตา แอบเอากรรไกรตัดชุดสวยที่เรียมซื้อให้เนื้อทองขาดกระจุย เธอจำต้องสวมกระโปรงนักเรียนตัวเดิมกับเสื้อเรียบๆ ผิดจากทานตะวันที่แต่งสวยมาเต็มที่

ครู่ต่อมา เทิดศักดิ์ขับรถพาสองสาวมายังจุดนัดพบกับแดงน้อยแถวป้ายรถเมล์ ทานตะวันชักสีหน้าขึ้นมาทันที ตำหนิว่าเทิดศักดิ์คบเพื่อนยากจน เขาไม่พอใจที่น้องสาวดูถูกเพื่อนรักจะพากลับไปส่งโรงเรียน ทานตะวันยังไม่ทันจะว่าอะไร พลันสายตาเหลือบไปเห็นนักเรียนนายร้อยยืนตัวตรงอยู่เบื้องหน้า

“ต๊าย...นักเรียนนายร้อยคนนั้นโก้จัง แถมหล่อมากด้วย” ทานตะวันชื่นชมจนออกนอกหน้า

เทิดศักดิ์หัวเราะในลำคอก่อนจะเบนรถไปจอดตรงหน้านักเรียนนายร้อยคนนั้น เมื่อเห็นหน้าชัดๆ เนื้อทองจำได้ว่าเป็นเพื่อนรักของเทิดศักดิ์เพราะเคยชนเขา ต่างยิ้มให้กัน ทานตะวันไม่พอใจ รีบลงจากรถ สั่งให้เนื้อทองไปนั่งหน้าคู่กับพี่เทิดศักดิ์ ส่วนเธอจะนั่งเบาะหลังกับพี่แดงน้อยเอง

ooooooo

อาญารัก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด