ตอนที่ 6
ครู่ต่อมา สนอุ้มทานตะวันไปฟ้องทองจันทร์ว่าสร้อยประคำที่คุณหนูใส่หายไปตอนไปเล่นอยู่กับพวกที่เล้าหมู ทองจันทร์ถึงกับร้องเอะอะ เรียมเพิ่งซื้อมาวันนี้เอง หล่นหายที่ไหนหรือเปล่า
“เปล่าแน่ๆคะ ตอนที่สนเดินไปแต่ไกลยังเห็นใส่อยู่ พูดก็พูดจะหาว่าใส่ความกันนะเจ้าคะ หนูอี๊ดหกล้มกบก็อยู่ แต่เนียนน่ะสิเจ้าคะ ตัวก็สกปรกมอมแมมมีเจตนาอะไรรึเปล่า วิ่งมาอุ้มหนูอี๊ด สนงี้ใจแป้วรีบไปชิงเอาตัวคืนมา กลัวความสกปรกจะมาติด มองอีกทีสร้อยหายไปแล้วค่ะ”
“ช้อยเห็นคาตาเจ้าค่ะ เนียนปลดสร้อยประคำออกจากคอคุณหนูอี๊ด ช้อยสาบานเจ้าค่ะ”
ทองจันทร์ถามหลานสาวเพื่อความแน่ใจ แกสบตาสนที่พยักหน้าให้ ก่อนจะรับว่าเป็นความจริง...
ในเวลาเดียวกัน ที่เรือนรับแขก เรียมกำลังคุยกับขุนภักดีถึงเรื่องที่จะส่งทานตะวันไปเรียนที่โรงเรียนของเพื่อนเธอในบางกอก แต่ติดตรงที่ว่าลูกไปคนเดียวตามลำพังกลัวจะเหงา ขุนภักดีมองเมียรักอย่างรู้ทัน
“พูดวนไปเวียนมาชักแม่น้ำทั้งห้าก็เพื่อจะเอาเด็กติ๋วไปเรียนด้วย จะส่งเสริมมันให้เท่าเทียมว่างั้นเถอะ พี่ไม่ออกเงินค่าเรียนให้มันเด็ดขาด”
“เอ่อ...เรียมก็แค่ส่งไปเป็นคนรับใช้คนสนิทของหนูอี๊ดไม่ดีหรือคะ”
ขุนภักดียังไม่ทันจะว่าอะไร ช้อยพรวดพราดเข้ามาแจ้งว่าเกิดเรื่องใหญ่ นังบ่าวเล้าหมูขโมยสร้อยประคำของคุณหนูทานตะวันไป เรียมไม่เชื่อ สั่งให้ช้อยเลิกใส่ความเนียนเสียที แล้วหันไปขอร้องขุนภักดีอย่าเพิ่งตัดสินความก่อนจะสอบถามเนียนให้รู้เรื่องเสียก่อน เขาไม่พูดอะไรสักคำหายเข้าห้องนอนไปอึดใจ กลับออกมาพร้อมแส้ม้า เดินหน้าบึ้งลงเรือนไป เรียมรีบสาวเท้าตาม
ooooooo
คำขอร้องของเรียมไม่มีความหมาย ขุนภักดีไม่ฟังคำแก้ตัวใดๆลงมือโบยเนียนไม่ยั้งสั่งให้รับสารภาพ ว่าขโมยสร้อยคอทองคำของทานตะวันโทษหนักจะได้เป็นเบา เรียมขอร้องให้เขาถามลูกของเราดูก่อนว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร สนซึ่งอุ้มทานตะวันไว้ตลอด แอบกระซิบกระซาบบางอย่าง เด็กน้อยชี้หน้าเนียน
“มันบอกให้ลูกมันผลักหนู แล้วมันก็ปลดสร้อย คอหนู”
เรียมไม่เชื่อ ตะโกนลั่นว่าหนูอี๊ดโกหก ขุนภักดีกลับเชื่อคำโป้ปดของลูก สะบัดแส้ฟาดหลังเนียนทันที เนื้อทองซึ่งเพิ่งตามมาเห็นแม่กำลังถูกโบย รีบวิ่งเข้าไปขวาง ขอร้องขุนภักดีให้โบยเธอแทนแม่ ทั้งทองจันทร์และเรียมมองเนื้อทองอย่างชื่นชมที่มีความกตัญญูรู้คุณ ขุนภักดีสั่งให้เอาเนื้อทองออกไป เด็กน้อยกอดแม่ไว้แน่น ช้อยรีบเสนอหน้าเข้าไปกระชากแกออกมา ทันใดนั้น สร้อยประคำทองคำหล่นจากชายพกของเนียน
“พยานหลักฐานปรากฏออกมา มึงยังกล้าปากแข็ง อีเนียน กูจะโบยมึงแล้วเอาตัวไปส่งตำรวจ” ขาดคำขุนภักดีโบยเนียนไม่ยั้ง เนื้อทองถึงกับปล่อยโฮ คร่ำครวญว่าไม่จริง แม่ของเธอไม่ได้ขโมย แม่มีสร้อยแบบนี้เหมือนกัน สนไม่เชื่อ เนียนจะเอาปัญญาที่ไหนไปมีของแบบนี้ แค่กินยังต้องรอของเหลือจากพวกตน
ขุนภักดีขยับจะเฆี่ยนเนียนต่อ เทิดศักดิ์ทนดูไม่ไหวเข้าไปขวางไว้ ขอร้องพ่อให้หยุดใช้ความรุนแรงและหยุดลงโทษน้าเนียนซึ่งไม่ได้ทำอะไรผิดได้แล้ว ขุนภักดีสั่งเทิดศักดิ์ให้ออกไปไม่อย่างนั้นจะโดนเฆี่ยนเสียเอง
“ออกไปเถิดค่ะ คุณเทิดศักดิ์ น้าเป็นคนเลวน้าสมควรโดนลงโทษ”
“น้าเนียนเป็นคนดี คนไม่ดีพูดจาหยาบคายใจร้าย ใส่ร้ายคนอื่น แต่น้าเนียนไม่ใช่”
ช้อยกระซิบบอกสนว่า คุณหนูเทิดศักดิ์พูดมากเกินไป น่าจะไปอุ้มออกมา สนเห็นด้วยปราดเข้าไปกระชากลูกชายทันที เทิดศักดิ์ดิ้นรนไม่ยอมไปง่ายๆ สร้อยประคำที่สนซ่อนไว้ในชายพกร่วงลงพื้น ทุกคนพากันตะลึง ทองจันทร์ถามสนว่านี่มันอะไรกัน คุณนายตัวดีอึกๆอักๆคิดคำตอบไม่ทัน รีบหันมองช้อย
“คุณแม่ดึงไปจากคอน้องอี๊ดเองแท้ๆ” เทิดศักดิ์ประจานแม่ตัวเอง ทองจันทร์สรุปว่าสร้อยประคำมีสองเส้น ขุนภักดีนึกถึงปลาตะเพียนสานขึ้นมาทันที
“รึมันจะเข้าทำนองปลาตะเพียนมีสองตัวเมื่อห้าปีก่อน”ขุนภักดีลดแส้ในมือลง ดีใจที่ไม่ฟาดซ้ำอีก แต่ก็เสียใจที่ด่วนตัดสินเนียน เรียมสั่งให้บ่าวแก้มัดเนียนออก และให้เอาขโมยตัวจริงมาลงโทษแทน สนคิดหนีเอาตัวรอดคนเดียว โยนความผิดให้ช้อยว่าเป็นคนเอาสร้อยมาส่งให้เธอ บอกว่าเนียนปลดมาจากคอทานตะวัน ช้อยโกหกเธอให้หลงเชื่อผิดๆ ช้อยถึงกับตาเหลือก ละล่ำละลักขอร้องท่านขุนอย่าโบยตนเอง
“เป็นเพราะเอ็งจงใจใส่ร้ายผู้อื่นเพื่อให้ทุกคนเข้าใจว่าเขาขโมย เอ็งต้องโดนโบย แต่ข้าจะไม่โบยเอง เอ็งเป็นคนของสน ข้าจะให้นายเอ็งโบยเอ็งยี่สิบที...สนอย่ายั้ง สั่งสอนให้มันสำนึกเลิกทำตัวเป็นบ่างช่างยุ”
ทองจันทร์กำชับให้กบกับแมวช่วยนับจำนวนแส้ให้สนให้ครบตามที่ขุนภักดีสั่ง ห้ามขาดห้ามเกิน เนื้อทองดีใจวิ่งไปกอดเนียน ก่อนจะหันบอกเรียมว่า สร้อยเส้นนี้ลุงเอกเป็นคนเอามาให้แม่เนียน ทุกคนหันมองนายเอกที่เพิ่งตามมาสมทบเป็นตาเดียวกัน...
หลังจากเรียกนายเอกมาชำระความที่เรือนใหญ่ ความจริงจึงปรากฏว่า เรียมเป็นคนซื้อสร้อยเส้นนี้ให้เนื้อทองเอง เพราะใกล้จะถึงวันเกิดของแกแล้ว ซื้อให้ทานตะวันหนึ่งเส้น ก็เลยนึกถึงเนื้อทอง
“จัดการให้ของขวัญมันเทียบเทียมลูกตัวเอง จะยกย่องมันไปถึงไหน” ขุนภักดีต่อว่า เรียมหันไปคาดคั้นทานตะวันให้พูดความจริงออกมาว่าใครเป็นคนปลดสร้อยจากคอลูกกันแน่ แกกลับนั่งนิ่งไม่ตอบ เรียมจะไม่บังคับอะไรลูกอีก แต่ต่อไปต้องเชื่อฟังเธอห้ามไปเชื่อฟังสนอีก
“เรื่องนี้เลิกแล้วต่อกัน เรียมจ๊ะพี่ขอเป็นครั้งสุดท้ายเรื่องให้ของเด็กนั่นเหมือนให้ลูกเรา อย่าทำอีก”
“ทำไมคนเราต้องแตกต่างครับคุณพ่อ ทำไมน้าเนียนต้องไปอยู่กระท่อมเล้าหมู เหม็นแคบยิ่งกว่าห้องคนรับใช้ ทำไมทุกคนต้องรังเกียจน้าเนียนทั้งที่น้าเนียนนิสัยดี หนูติ๋วก็ไม่ได้เป็นเด็กนิสัยเสีย พวกเขาน่าสงสารมาก คุณย่าเป็นใหญ่ในบ้านนี้ที่สุด อย่าให้น้าเนียนอยู่ที่กระท่อมเล้าหมูได้ไหมครับ” เทิดศักดิ์มองคุณย่าตาละห้อย
“พ่อเทพ แม่ว่าให้มันกลับมาอยู่ห้องที่มันเคยอยู่ตอนมาครั้งแรกนะพ่อเทพ” ทองจันทร์อยากจะชดใช้ที่หูเบาเชื่อสนจนทำให้เนียนต้องถูกลงโทษ ทั้งที่ไม่ได้ทำผิด
“แล้วแต่คุณแม่เถิดครับ คุณแม่ใหญ่ที่สุดในบ้านนี่ครับ” ขุนภักดีกระเซ้า เรียมแอบยิ้มพอใจ
ooooooo
กบกับแมวนับจำนวนแส้ให้สนเฆี่ยนช้อยจนครบตามคำสั่งของขุนภักดีเสร็จพากันวิ่งหนี ช้อยขอให้เจ้านายช่วยแก้มัดให้เพราะเจ็บแสบหลังไปหมด สนกลับบอกเธอให้ตะโกนเรียกแทนมาช่วยแก้มัดให้เอง แล้วเดินสะบัดหน้ากลับเรือนอย่างไม่ไยดี ช้อยมองตามเริ่มทนไม่ไหวกับพฤติกรรมของเจ้านาย
“เสียแรงจงรักภักดี เสียแรงอีช้อยยอมพลีให้ทั้งชีวิต ทำไมไร้น้ำใจกับอีช้อยผู้ภักดีถึงป่านนี้ รู้บ้างไหมว่าอีช้อยมันเจ็บทั้งตัว เจ็บทั้งหัวใจ” ช้อยสะอื้นน้ำตาไหลพรากด้วยความน้อยใจ...
หลังจากกบ แมว และนายเอกช่วยเนียนย้ายข้าวของมาอยู่ที่เรือนบ่าวครบถ้วน ก็ปล่อยให้แม่ลูกอยู่กันตามลำพังเนื้อทองถามตามประสาเด็กน้อยว่าพ่อของเธอไปไหนทำไมไม่มาช่วยแม่ไม่ให้โดนคนอื่นรังแก เนียนดึงลูกมากอดทั้งน้ำตา โกหกว่าพ่อของแกตายไปตั้งแต่ห้าปีที่แล้ว เนื้อทองหวังว่าพ่อคงจะใจดีไม่ใจร้ายเหมือนท่านขุน เธอเกลียดท่าน เนียนร้องห้ามเสียงหลง ทีหน้าทีหลังลูกอย่าพูดแบบนี้อีก
สองแม่ลูกกอดกันกลม ไม่ทันเห็นขุนภักดีแอบมองมาจากเรือนใหญ่ อดสงสารเนียนไม่ได้ที่ถูกเขาลงโทษในความผิดที่ตัวเองไม่ได้กระทำ หรือว่าเขาหูเบาอย่างที่เทิดศักดิ์ตำหนิจริงๆ ขุนภักดีเห็นเนื้อทองในอ้อมกอดเนียนเป็นทานตะวัน จนต้องสะบัดหัวก่อนจะเพ่งดูอีกครั้ง ถึงเห็นว่าไม่ใช่
“เรานี่ถ้าจะบ้าเห็นเด็กนั่นเป็นหนูอี๊ดอีกแล้ว เด็กนั่นไม่ใช่ลูกเรา มันเป็นลูกชู้ แม่มันเป็นนังแพศยา”
ขณะขุนภักดีกำลังมองเพลินๆ ทองจันทร์เข้ามายืนใกล้ๆ บอกว่าตนเห็นเนื้อทองเป็นหลานตัวเองอีกแล้ว เขาก็เห็นเหมือนเธออยู่บ่อยๆไม่ใช่หรือ ขุนภักดีแก้เกี้ยวว่าไม่ได้มองสองแม่ลูกนั่น แต่มาดูต้นไม้ต่างหาก ทองจันทร์เข้าใจความรู้สึกของลูกชายที่ยังโกรธแค้นไม่หาย แต่สำหรับเธอซึ่งแก่แล้ว ไม่อยากจะจองเวรกับใครอีก โดยเฉพาะเด็กเนื้อทองนั่น จึงอยากให้เขาลองทบทวนเรื่องที่จะส่งแกไปอยู่เป็นเพื่อนเรียนหนังสือกับทานตะวันที่บางกอก หลานจะได้ไม่เหงา ทองจันทร์กล่อมจนในที่สุดขุนภักดีก็ยินยอมตามที่เธอร้องขอ...
ที่ร้านกาแฟไทยเจริญ เสือหนักหรือลุงสินส่งของ ขวัญวันเกิดมาให้แดงน้อย แม้เขาจะชอบของขวัญมาก แต่อยากเจอหน้าลุงสินมากกว่า โพล้งแก้ตัวแทนว่าลุงสินมีงานล้นมือไม่มีเวลามาหา ถ้าแดงน้อยรักลุงสินอย่างที่ลุงสินรักเขา ก็ขอให้ตั้งใจเรียน ลุงสินอุตส่าห์ทำมาหากินส่งเสียให้เขาเรียนโรงเรียนที่ดีที่สุดของที่นี่
“ผมจะเรียนให้เก่งที่สุดครับป้าแพร ลุงโพล้ง” แดงน้อยว่าแล้ว หันไปเล่นของเล่นที่ลุงสินให้ต่อไป
ooooooo
เนียนดีใจมากที่เนื้อทองมีโอกาสจะได้ไปเรียนหนังสือที่บางกอกกับทานตะวัน แต่ใจหนึ่งก็อดสงสัยไม่ได้ว่าไม่มีใครทักท้วงหรือ นายเอกว่ามีคนทักท้วง แต่คุณนายเรียมแก้ไปว่าจะให้เนื้อทองตามไปรับใช้เป็นเพื่อนคุยแก้เหงาให้คุณหนูทานตะวัน
“ไปเป็นอะไรก็ได้ ถ้าหนูติ๋วได้อยู่ใกล้ชิดกับคุณหนูอี๊ด ฝากขอบพระคุณคุณนายเรียมด้วยจ้ะ”
นายเอกเตือนเนียนว่าอย่าเพิ่งกระโตกกระตากไป เดี๋ยวสองนายบ่าวที่เรือนโน้นจะมาวุ่นวาย เนียนรับคำมองตามนายเอกออกไปอย่างมีความสุข ความฝันที่จะเห็นลูกมีอนาคตที่ดีลอยอยู่ตรงหน้า...
ตั้งแต่ช้อยถูกสนเฆี่ยนคราวก่อน สงบปากสงบคำขึ้นมาก ไม่ต่อล้อต่อเถียงใดๆทั้งสิ้น สนแปลกใจจนต้องถามว่าเป็นอะไรไป โกรธเธอเรื่องวันก่อนหรือ ช้อยส่ายหน้า ไม่เคยคิดแค้นเคืองเธอแม้แต่น้อย
“นังช้อยเอ็งอย่าคิดอะไรไม่ดีกับข้าทีเดียว จำใส่กะโหลกเอาไว้ว่าอะไรที่ผ่านมามันจะมาถึงตัวเอ็งสักวันถ้าเอ็งอวดดีใส่ข้า” สนขู่ เทิดศักดิ์สงสัยแม่จะขู่น้าช้อยทำไม...
คืนนี้เป็นคืนข้างแรม ขุนภักดีเดินคิดอะไรเรื่อยเปื่อย มาถึงท่าน้ำ เห็นเนียนนั่งซบหน้ากับฝ่ามือพลางถอนใจเฮือกๆสักพัก นายเอกตามเข้ามา ขุนภักดีโกรธมากคิดว่าเขาคบชู้กับนังแพศยาจะเข้าไปเอาเรื่อง นึกขึ้นได้ว่าอาจ เป็นเรื่องเข้าใจผิด จึงแอบฟังเพื่อความแน่ใจ ปรากฏว่าระหว่างสองคนนี้ไม่มีเรื่องชู้สาว แต่อดแปลกใจไม่ได้ทำไมก่อนนายเอกจะกลับถึงเตือนเนียนให้ระวังตัว คนเลว จะมาฆ่าปิดปากสักวัน
“ใครจะฆ่าปิดปากเนียน แม่นั่นรู้ความลับของใครรึ...ก็ไอ้ผู้ชายที่เป็นพ่อเด็กติ๋วนั่นแหละที่จะฆ่าปิดปากมันเอง เพราะมันเป็นโจร ถ้าไม่ใช่เสือหนักก็คงพวกเดียวกัน” ขุนภักดีถามเองตอบเองเสร็จสรรพจะถอยออกมาเผลอเหยียบไม้หัก เนียนนึกถึงคำเตือนของนายเอกเมื่อครู่ กลัวถูกฆ่าวิ่งหนีออกไปทันที เขาจะเรียกก็ไม่ทัน
ooooooo
ถึงวันที่เทิดศักดิ์ ทานตะวัน และเนื้อทองต้องเดินทางไปเรียนหนังสือที่บางกอก เนียนอยากจะมาส่งลูกที่เรือใจแทบขาด แต่ไม่กล้า กลัวขุนภักดีไม่พอใจ ได้แต่แอบมองอยู่ห่างๆ เนื้อทองชะเง้อคอมองหาแม่ก็ไม่เห็น แต่ครั้นเรือแล่นออกจากท่า เธอเห็นแม่แหวก กอต้นไม้ริมตลิ่งออกมา
“แม่เนียนมาส่งหนูจริงๆด้วย” เนื้อทองโบกมือให้แม่ยิ้มมีความสุข ขณะที่เนียนมองลูกอย่างอาลัย
เทิดศักดิ์เห็นสองแม่ลูกรักและผูกพันกันมาก อดถามขุนภักดีไม่ได้ว่าพ่อของเนื้อทองไปไหน เขาส่ายหน้าไม่รู้ เด็กน้อยซักโน่นถามนี่เกี่ยวกับเนียน ขุนภักดีไม่อยากพูดถึง แกล้งปวดหัวจะได้ไม่ต้องตอบคำถาม...
เมื่อมาถึงบางกอก เรียมพาทานตะวันกับเนื้อทองแยกไปยังโรงเรียนของนฤมลซึ่งเป็นเพื่อนรักของเธอฝากฝังให้ช่วยดูแลเด็กทั้งสองคนให้ด้วย นฤมลเห็น หน้าตาทั้งคู่คล้ายกันอดถามไม่ได้ว่าเรียมมีลูกฝาแฝดหรือ ทานตะวันสวนทันทีว่าไม่ใช่ เนื้อทองเป็นคนรับใช้ของเธอ นฤมลถึงกับอึ้งที่เด็กสองคนหน้าตาคล้ายกันแต่นิสัยต่างกันลิบลับ ทานตะวันก้าวร้าว เอาแต่ใจ ส่วนเนื้อทองอ่อนน้อมถ่อมตน...
พอได้อยู่กันตามลำพัง เรียมขอร้องนฤมลอย่าบอกใครว่าเธอเป็นคนออกเงินส่งเสียเนื้อทองให้เรียนหนังสือ ให้บอกเพียงว่าแกได้ทุนเรียนกินเปล่า นฤมลรับปากจะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้เด็ดขาด...
เหมือนฟ้าลิขิตให้เทิดศักดิ์เรียนโรงเรียนเดียวกับแดงน้อย เด็กทั้งสองคนถูกชะตากันตั้งแต่แรกเจอ และยังคุยถูกคอกันอีกด้วย ต่างเล่าประวัติคร่าวๆของกัน และกันให้ฟัง แดงน้อยเป็นคนบางกอก กำพร้าพ่ออยู่กับลุงโพล้งและป้าแพรซึ่งเปิดร้านขายอาหาร ส่วนเทิดศักดิ์มีพ่อรับราชการเป็นท่านขุนอยู่สุพรรณบุรี เขาตั้งใจว่าโตขึ้นจะเป็นปลัดอำเภอ และเลื่อนตำแหน่งไปเรื่อยๆจนได้เป็นข้าหลวงแบบเดียวกับพ่อของเขา
“โตขึ้นเราจะเป็นตำรวจจะไปจับคนร้ายที่ปล้นฆ่าคนมาลงโทษ” แดงน้อยก็มีเป้าหมายของตนเช่นกัน...
ในระหว่างที่เทิดศักดิ์ได้เพื่อนใหม่แสนถูกใจ ทานตะวันกลับทำฤทธิ์ตั้งแต่วันแรก ไม่ยอมเอาเสื้อผ้าใส่ตู้ของตัวเอง สั่งให้เนื้อทองทำให้ พวกเพื่อนๆที่กำลังจัดเสื้อผ้าใส่ตู้พากันหันมองเธอเป็นตาเดียวกัน
“ฉันเป็นนาย แกเป็นคนใช้ แกต้องจัดของของฉันก่อนของตัวเอง”
หนึ่งในเพื่อนๆร้องถามว่าทั้งคู่ไม่ใช่ฝาแฝดกันหรือ ทานตะวันเสียงเขียวขึ้นมาทันที ห้ามเอาเธอไปนับญาติกับเนื้อทอง แม่ของเธอเป็นคุณนาย ส่วนแม่ของเนื้อทองเป็นคนเลี้ยงหมูในบ้านของเธอ
“เธอเป็นคนใช้เขาจริงรึ ทำไมมีสตางค์เรียนโรงเรียนผู้ดีมีเงินอย่างเรา”
เนื้อทองจนปัญญาไม่รู้จะตอบอย่างไร โชคดีที่นฤมลเดินเข้ามาพอดี บอกกับเด็กๆว่าเนื้อทองเป็นลูก บุญธรรมของแม่ทานตะวัน แล้วสั่งห้ามเนื้อทองรับใช้ทานตะวัน อยู่ที่นี่ทุกคนเท่าเทียมกันหมด ต้องจัดเสื้อผ้าเข้าตู้เอง ปูที่นอนและเก็บที่นอนเอง ไม่มีใครทำให้ใครทั้งนั้น ทานตะวันมองเนื้อทองคิดหาทางแก้แค้น...
ค่ำวันเดียวกัน ที่ท่าน้ำบ้านภักดีภูบาล เนียนนั่งร้องไห้ด้วยความคิดถึงแดงน้อย มัวแต่จมอยู่ในความคิดของตัวเองไม่ทันได้ยินเสียงเรือแล่นมาเทียบท่า ขุนภักดีกำลังจะขึ้นจากเรือ เห็นเงาใครตะคุ่มๆ เดินเข้าไปดู เสียงไม้กระดานท่าน้ำลั่น ทำให้เนียนตื่นจากภวังค์หันมองตามเสียง เห็นขุนภักดีกำลังเดินตรงมาหา ตกใจจะวิ่งหนี
ขุนภักดีกระชากไหล่ไว้ ร้องเรียกนายเอกให้เอาไฟมาฉายดูหน้า เนียนเซเข้าไปซบอกเขาเป็นจังหวะเดียวกับที่นายเอกเอาไฟฉายมาส่องพอดี ขุนภักดีชะงัก ที่เห็นเนียนในสภาพทรุดโทรมเต็มตา ใจอ่อนขึ้นมาแวบหนึ่ง แต่แล้วกลับผลักเธออย่างแรงจนเซถลา ก่อนจะจ้ำพรวดๆออกไป พลางตะโกนเรียกนายเอกให้รีบตามมา เขาจะแวะทักทายเธอเลยทำไม่ได้ เรียมตามมาด้านหลังเห็นเนียนกองอยู่กับพื้น รีบเข้าไปช่วยพยุง พลางบอกว่าเนื้อทองเข้าโรงเรียนเรียบร้อยแล้ว จะได้เรียนสูงที่สุดเท่าที่แกต้องการ
“ขอบพระคุณหาที่สุดมิได้เจ้าค่ะ คุณนายเรียม” เนียนก้มกราบ
“ฉันสิต้องขอบใจเนียนที่สุด สำหรับฉันเนียนคือผู้มีพระคุณตอบแทนไม่มีวันหมด ใครจะว่าจะกล่าวร้ายเนียนอย่างไร ฉันก็ยังมั่นใจว่าเนียนไม่เคยทำผิดดังที่เขาว่ากัน”
เสียงขุนภักดีตะโกนเร่งเรียมให้รีบขึ้นมาได้แล้ว ไม่รู้มีอะไรกับนังนั่นนัก เรียมไม่อยากทำให้เขาหงุดหงิดมากขึ้น รีบตามไป เนียนปลื้มใจน้ำตาไหล ลูกจะมีอนาคตที่ดีไม่ต้องลำเค็ญเหมือนเธอ...
ขณะเนียนกำลังมีความสุขกับอนาคตที่สดใสของลูก สนกลับหงุดหงิดที่ไม่ได้ไปบางกอกกับขุนภักดีเพราะไม่อยากร่วมเรือกับเรียม หลังจากพูดคนเดียวอยู่พักใหญ่ เอะใจที่ช้อยได้แต่รับคำ ไม่สาระแนหรือมีแผนการในสมองเหมือนแต่ก่อน สนถามว่าเป็นอะไรไม่พูดไม่จา กลัวดอกพิกุลจะร่วงหรือคิดวางแผนจะหักหลังตน
“เอ็งไม่กระตือรือร้นอะไรสักอย่าง ให้ไปแอบดูนังเรียมว่าให้อะไรอีเนียนอีกหรือเปล่า ทำไมถึงไม่ไป”
“ช้อยกลัวพลาดแล้วโดนโบยปางตายอีกเจ้าค่ะ ช้อยอยากกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่เจ้าค่ะ ช้อยอยากไปบวชชีเจ้าค่ะ” ช้อยพูดไปน้ำตาร่วงไปด้วย สนตกใจไม่คิดว่าเธอจะเป็นไปได้ถึงขนาดนี้
ooooooo
เย็นวันศุกร์เป็นวันที่ผู้ปกครองต่างมารับลูกกลับบ้าน เทิดศักดิ์เป็นเด็กต่างจังหวัดไม่ได้กลับ จึงออกมาส่งเพื่อนรักที่เพิ่งรู้จักกันแค่อาทิตย์เดียว ทำให้เขาได้พบกับเสือหนักในคราบลุงสิน แดงน้อยแนะนำลุงของเขาว่าเทิดศักดิ์เป็นเพื่อนรักของตน มาจากสุพรรณบุรี พ่อรับราชการเป็นท่านขุนอยู่ที่นั่น
“ขุนภักดีภูบาลครับ” เทิดศักดิ์บอกด้วยความภูมิใจ
เสือหนักรู้ทันทีว่าเทิดศักดิ์คือลูกชายของเขากับสนตามคำบอกเล่าของยายอ่อน ไม่ใช่ลูกของขุนภักดี...
ในเวลาเดียวกัน ที่บ้านภักดีภูบาล ขณะเนียนกำลังทำอาหารอยู่ในครัวแทนแม่ครัวที่ตกคูแขนเดาะ กบพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับมีข่าวดีมาบอก เมื่อครู่ เธอแอบได้ยินคุณสนบอกคุณนายทองจันทร์ว่าช้อยจะกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ที่บ้านเกิด อาจจะเลยไปบวชชีด้วยเลย เนียนขออนุโมทนากับช้อยด้วย
“อย่างนังช้อยมันน่าอนุโมทนา อโหสิกรรมให้ที่ไหนกัน มันบาปหนาเสียปานนั้น ฟังต่อสิยังมีอีกเรื่องนะเนียน” กบเล่าเพิ่มเติมอีกว่า คุณท่านถูกใจต้มยำ พุงปลาช่อนฝีมือเนียนมาก ผิดกับท่านขุนพอรู้ว่าเป็นฝีมือเนียนวางช้อนส้อมเลิกกิน คุณสนก็เช่นกัน แต่คุณท่านกับคุณนายเรียมกินกันอย่างเอร็ดอร่อย
“เนียนมันทำอร่อยกว่าแม่ครัวนั่นเป็นไหนๆ ทำไมต้องปฏิเสธของอร่อยๆไม่มีเหตุผล นางกบ เอ็งไปบอกเนียนว่าต่อไปนี้เฉพาะสำรับของข้า ให้มันทำเองยกเอามาเองให้ข้ากินบนเรือนนี่...แม่เรียมอยากจะกินของอร่อยก็มากินเรือนแม่ได้นะ” ทองจันทร์หาพวก เรียมยินดี ถ้าวันไหนพี่เทพไปเรือนสน เธอจะมาฝากท้องที่นี่ เนียนได้ฟังกบเล่าถึงกับน้ำตาซึมที่คุณท่านเมตตา
ooooooo
ถึงเวลาที่ช้อยจะกลับบ้าน มากราบลาสนและขอความเมตตาเจียดเงินให้เธอกลับไปบ้านบ้าง จะได้เอาไปให้พ่อแม่ได้ใช้ยามแก่เฒ่า อย่างน้อยก็ให้สมน้ำสมเนื้อกับวันเวลานับสิบปีที่เธอรับใช้สนมาด้วยความภักดี
“นี่เอ็งทวงบุญคุณข้ารึนังช้อย กล้าดีแท้ๆเอ็งทำอะไรชั่วไว้แยะแค่ไหน ข้าปิดบังเอาไว้ให้เอ็งทำไมไม่นึกถึงบุญคุณกันบ้าง ลงไปจากเรือนข้าเดี๋ยวนี้นังช้อย จำไว้ว่าถ้าเอ็งไม่มีเรื่องคอขาดบาดตายอย่าได้กลับมาหาข้าอีก”
ช้อยถึงกับตะลึงไม่คิดว่าเจ้านายที่ตนจงรักภักดีจะไร้น้ำใจถึงเพียงนี้ สนเห็นเธอรีๆรอๆไล่ตะเพิด ขืนชักช้าจะช่วยถีบส่ง ช้อยจำต้องลงเรือนไปทั้งน้ำตา...
ในขณะที่เนียนกับแมวกำลังจะกลับเรือนใหญ่หลังจากเก็บผักเสร็จ ได้ยินเสียงคนร้องไห้แว่วเข้ามา หันมองตามเสียงเห็นช้อยกำลังเช็ดน้ำตาป้อยๆยืนคุยอยู่กับแทน
“ฉันไม่มีให้ยืมดอกนังช้อย ที่ท่านให้ก็ส่งไปให้พ่อแม่ใช้เหลือแค่พอยาไส้ไปวันๆ”
ช้อยต่อว่าแทนว่าใจดำ เสียแรงทำงานร่วมชายคาเดียวกัน แมวรู้ทันทีว่าช้อยตกอับ ช่วยกันกับนายเอกที่ตามมาสมทบซ้ำเติมเธออย่างสนุกปาก เนียนสงสารช้อยตัดสินใจหยิบเงินค่าขายผักที่เพิ่งได้มาเมื่อเช้าให้เธอหนึ่งตำลึง ทั้งนายเอก แมว แทน และตัวช้อยเองต่างตะลึงในความมีน้ำใจของเนียน สนเห็นเหตุการณ์โดยตลอดคิดว่าช้อยจะหักหลังตัวเอง คิดหาทางกำจัดก่อนความลับจะถูกเปิดเผย...
ค่ำวันเดียวกัน เสือหนักในคราบลุงสินทนนิ่งเฉยต่อไปไม่ไหว ตัดสินใจมาบ้านภักดีภูบาล เจอขุนภักดีแถวท่าน้ำพอดี ทั้งคู่เกือบจะมีเรื่องกัน ถึงขนาดที่ขุนภักดีชักปืนยิงขู่เพราะคิดว่าเสือหนักจะหยิบปืนจากกระเป๋าเสื้อ เขากลับชูพระเครื่องสมเด็จให้ดู เนียนที่แอบมองอยู่ใจหายใจคว่ำ เกรงพี่ชายจะถูกยิง เหตุการณ์กลับตาลปัตรขุนภักดีถูกใจท่าทางนอบน้อมถ่อมตนของเสือหนักโดยที่ไม่รู้ว่าเป็นโจรที่ทางการต้องการตัว ทั้งสองคนคุยกันถูกคอ ขุนภักดีคุยไปหัวเราะไปเป็นระยะๆ เนียนแปลกใจทำไมเขาถึงไม่ฆ่าพี่หนัก กลับหัวเราะชอบใจ...
ด้านสนได้ยินเสียงปืนวิ่งมาดูแต่ต้องชะงักเมื่อเจอเนียนกำลังมองไปทางท่าน้ำพร้อมกับพนมมือท่วมหัว
“ชะรอยจะเป็นพระสมเด็จที่พี่หนักพกมาทำให้แคล้วคลาดกระมัง”
สนได้ยินคำพูดนั้นชัดเจนเต็มสองหู ถึงกับตกตะลึงคิดว่าเสือหนักจะมาเล่นงานวิ่งหนีไปตั้งหลัก...
ผ่านไปพักใหญ่ เสือหนักขอตัวกลับ แล้วส่งพระสมเด็จให้ อ้างเพื่อตอบแทนน้ำใจที่ขุนภักดีมีต่อเขา และเขาได้ข่าวมาว่าท่านขุนมีลูกชายน่ารักแสนฉลาด ขอฝากพระเครื่ององค์นี้ให้แกด้วย ขุนภักดีลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะรับพระเครื่องไว้ ด้วยความเป็นห่วงน้องสาว เสือหนักเผลอชะเง้อมองไปในบ้าน ขุนภักดีถามว่ามองหาอะไร
“หามิได้ขอรับ กระผมมองว่าบ้านท่านใหญ่โตกว้างขวาง แต่เหมือนมีคนอยู่ไม่มากจึงดูเงียบเชียบนัก”
“มันเพิ่งจะเงียบเชียบเพราะลูกของฉันสาม เอ๊ย สองคนไปเรียนที่บางกอกหมดแล้ว เหลือแค่แม่ฉันหนึ่ง เมียสาม...เอ๊ยสอง ที่นี่อยู่กันเงียบๆ บ่าวไพร่ทุกคนสบายดี”
เสือหนักฟังแล้วสบายใจเรื่องเนียนไปได้เปาะหนึ่ง...
ครู่ต่อมา ขุนภักดีกลับเรือนใหญ่ เจอทองจันทร์กำลังถามเนียนที่หน้าตาตื่นถึงเสียงปืนที่ดังขึ้น จึงบอกแม่ว่าเขาเป็นคนยิงปืนเอง เธอหมดข้อสงสัยทำไมเนียนถึงหวาดผวานัก ขุนภักดีปรายตามองเนียนอึดใจ
“จะต้องตกอกตกใจทำไมกัน รึนึกว่าชู้คนใหม่มาหาแล้วโดนยิง น่าชิงชังนัก” ขุนภักดีแดกดันจบเดินกระแทกเท้าออกไป ทองจันทร์ถึงกับส่ายหน้า แล้วหันมาบอกเนียนว่าต้องการให้มาช่วยจัดข้าวจัดของรอรับหลานรักของเธอกลับบ้าน ใกล้ปิดเทอมใหญ่แล้วเนียนดีใจ เท่ากับว่าเนื้อทองต้องกลับมาด้วย ทองจันทร์สั่งให้เนียนจัดห้องข้างล่างที่เคยอยู่ไว้ด้วย เธอจะให้เนียนกับลูกย้ายมาอยู่ที่นั่น เนียนก้มกราบขอบพระคุณ
“ข้าเวทนาเด็กติ๋วไม่ใช่เอ็ง...แม่เรียมเขาตัวตั้งตัวตีมาพูดซํ้าพูดซากกับข้าว่าสงสารเด็กติ๋ว เอ็งก็พลอยฟ้าพลอยฝนได้ดิบได้ดีไปกับลูกเอ็งด้วย”
ทองจันทร์เวทนาสงสารเนียน แต่ไม่แสดงออก...
ทางฝ่ายเสือหนักชะลอเรือให้แล่นช้าๆเมื่อผ่านหน้าบ้านภักดีภูบาล ดีใจแทนเนียนที่อย่างน้อยขุนภักดียังเผลอคิดว่าตัวเองมีเมียสามคน แสดงว่าเขายังรักยังอาวรณ์เธออยู่ สนแอบมองจากบนตลิ่งเห็นเสือหนักอยู่บนเรือพยายามขยับเข้าไปใกล้ๆ จะได้เห็นหน้าชัดๆ แต่ก้าวพลาดตกนํ้า เสือหนักได้ยินเสียงสั่งสมุนให้พายเรือไปดู สนรีบตะกายขึ้นฝั่ง เสือหนักเห็นเป็นผู้หญิง สั่งสมุนว่าไม่ต้องเข้าไปดูแล้ว เขารู้แล้วว่าใครแอบดู
“นังสารเลว มึงฟังไว้นะ ถ้ามึงไม่หยุดรังควานคนอื่น กูยอมเสี่ยงชีวิตประจานความชั่วมึงแน่ๆ” เสือหนักตะโกนไล่หลังสนที่วิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต
ooooooo
หลังจากขุนภักดีกับเรียมไปรับทานตะวันและเนื้อทองจากโรงเรียนเรียบร้อย รถของบ้านภักดีภูบาลมาจอดรอรับเทิดศักดิ์ที่หน้าโรงเรียน ขุนภักดีกับเรียมเข้าไปรับลูกชาย พร้อมกับสวมสร้อยห้อยพระสมเด็จที่เสือหนักให้ เพื่อเป็นของขวัญที่ลูกสอบได้ที่หนึ่ง เสือหนักในคราบลุงสินแอบมองอยู่ไม่ห่างนัก พลอยปลื้มใจไปด้วย
“แม่ดีใจมากที่เทิดศักดิ์สอบได้ที่หนึ่ง เก่งจริงๆ”
“ยังมีคนเก่งสอบได้ที่หนึ่งเหมือนผมอีกคนหนึ่งครับคุณนายแม่ คุณพ่อ เขารอผู้ปกครองอยู่ตรงนั้นครับ” เทิดศักดิ์ชี้ไปที่แดงน้อย ยังไม่ทันจะอ้าปากเรียก แดงน้อยวิ่งไปหาเสือหนักเสียก่อน...
ขณะที่แดงน้อยเดินมาตามทางกับเสือหนัก ทานตะวันไล่เนื้อทองลงจากรถ เธอไม่ทันระวังชนแดงน้อยจนเซจะล้ม เสือหนักคว้าเธอไว้ทัน เนื้อทองขอบคุณที่เขาช่วยไว้แล้วหันไปขอโทษแดงน้อย ทานตะวันไม่ชอบใจขู่จะฟ้องคุณพ่อที่เนื้อทองไปพูดกับพวกข้างถนน สองลุงหลานถึงกับอึ้ง ก่อนจะเดินจากไป เทิดศักดิ์เห็นหลังเพื่อนไวๆ ตะโกนเรียกแต่ไม่ทัน ทานตะวันฟ้องขุนภักดีว่าเนื้อทองไปพูดคุยกับพวกข้างถนนสองคนที่เพิ่งเดินไป
“นั่นเพื่อนรักของพี่กับลุงของเขานะ น้องอี๊ด”
“ทำไมพี่เทิดศักดิ์มีเพื่อนนั่งสามล้อ พวกมันเป็นคนจนชั้นต่ำนี่น่า”
เทิดศักดิ์ไม่ชอบใจที่ทานตะวันพูดจาดูถูกคนอื่น อ้างว่าเมื่อครู่คุณครูเพิ่งสอนเขาว่าคนเราจะสูงจะต่ำอยู่ที่ทำตัว จะดีจะชั่วอยู่ที่ตัวทำ ขุนภักดียิ้มปลื้มใจที่ลูกชายฉลาดพูด...
ตกเย็น บ้านภักดีภูบาลมีงานฉลองย่อยๆบน
เรือนใหญ่เพื่อต้อนรับการกลับมาของทานตะวันกับ
เทิดศักดิ์ เนียนรับหน้าที่เป็นแม่ครัวแสดงฝีมือทำอาหาร ขณะเธอยกสำรับขึ้นมาบนเรือน เรียมถามเทิดศักดิ์ว่าเพื่อนของเขาที่สอบได้ที่หนึ่งเช่นกันชื่ออะไร พอได้ยินว่าชื่อแดงน้อย เนียนสะดุ้งทำจานใส่อาหารหล่นพื้น
“ลูกเอ็งก็ไม่ใช่ แล้วจะตื่นเต้นตกใจไปทำไม ขวัญอ่อนมากไปรึเปล่าเนียน” ทองจันทร์เหน็บ เนื้อทองเข้ามาช่วยแม่เก็บถ้วยชามที่แตกเกลื่อนพื้น เรียมรีบเบนความสนใจ บอกทองจันทร์ว่าเด็กบ้านนี้มีเรียนเก่งสอบได้
ที่หนึ่งสองคน เธอดีใจคิดว่าหนึ่งในนั้นคือหลานสาวตัวเอง แต่ต้องผิดหวัง เนื้อทองต่างหากที่สอบได้ที่หนึ่ง...
ทันทีที่ได้อยู่ตามลำพังกับเนื้อทอง เนียนซัก
เป็นการใหญ่ว่าเพื่อนรักของเทิดศักดิ์ที่ชื่อแดงน้อยเป็นลูกเต้าเหล่าใคร บ้านอยู่ที่ไหน เนื้อทองรู้แค่ว่าเขาเป็นคนบางกอก ถ้าแม่อยากรู้มากกว่านี้ จะไปถามคุณเทิดศักดิ์ให้
“แม่ไม่อยากรู้ดอกจ้ะหนูติ๋วคนดี แม่ภูมิใจดีใจมากที่หนูเก่งสอบได้ที่หนึ่ง” เนียนดึงลูกมากอดไว้แนบอก...
ไม่ใช่มีแต่เนียนเท่านั้นที่ช่างซักช่างถาม เสือหนักก็เช่นกัน อยากรู้เรื่องเทิดศักดิ์ไปทุกอย่าง พอรู้จากแดงน้อยว่าเขาเป็นเด็กดี เรียนเก่งนิสัยดี ก็แอบยิ้มปลื้มใจ
ooooooo
10 ปีต่อมา...
ขณะที่เนื้อทองกับทานตะวันกำลังทำข้อสอบ ทานตะวันเจ้าเล่ห์รอจนคุณครูคุมสอบเผลอ คว้าข้อสอบของเนื้อทองที่ทำเสร็จเรียบร้อยไป แล้วเอาข้อสอบว่างเปล่าของตัวเองวางแทนที่
“เขียนชื่อของฉันที่กระดาษคำตอบนี้ เพราะกระดาษคำตอบของแกอยู่ที่ฉัน ทำคำตอบของฉันให้ดีด้วย” ทานตะวันพูดจบ เดินลิ่วเอาข้อสอบไปส่ง เนื้อทองถึงกับส่ายหน้าที่ทานตะวันไม่เลิกทำแบบนี้สักที...
หลังสอบเสร็จ เนื้อทองไปนั่งอ่านหนังสือที่ห้องรอพบญาติ โดยนั่งหันหลังให้ประตู ขุนภักดีมาราชการที่บางกอกถือโอกาสมาเยี่ยมลูก เห็นด้านหลังนึกว่าเป็นทานตะวัน ดีใจเข้าไปกอด เนื้อทองตกใจยืนตัวแข็งทื่อ
ทานตะวันเข้ามาโวยวายใส่พ่อ “คุณพ่อไปกอดยัยติ๋วมันทำไมค่ะนั่น”
ขุนภักดีตกใจรีบถอยห่างพลางต่อว่าเนื้อทองว่าทำไมไม่บอกว่าไม่ใช่หนูอี๊ด ทานตะวันผสมโรงหาว่าเนื้อทองยืนนิ่งเพราะอยากมีพ่อเป็นท่านขุนเหมือนตนจังหวะนั้น นฤมลเข้ามาแจ้งว่าเด็กทั้งสองคนมีปัญหาเรื่องการสอบ เชิญท่านขุนกับเนื้อทองและทานตะวันไปคุยกันเป็นการส่วนตัว
ครู่ต่อมา นฤมลพาทั้งสามคนมาที่ห้องทำงานของเธอ เล่นงานเนื้อทองที่แอบทำข้อสอบให้ทานตะวัน แม้ทั้งคู่จะลายมือคล้ายกัน แต่เธอดูออก ขุนภักดีสั่งห้ามเนื้อทองช่วยเหลือทานตะวันแบบนี้อีกเด็ดขาด เนื้อทองขอโทษและยอมรับผิด จะลงโทษ
อย่างไรก็ยอม ทานตะวันไม่ชอบเรียนหนังสือ ถ้าจบ ม.6 เมื่อไหร่จะไม่ขอเรียนต่อขุนภักดีมองลูกสาวตัวเองหนักใจที่ไม่เอาถ่าน ขณะที่เนื้อทองแสนดีเหมือนเนียนสมัยก่อนไม่มีผิดเพี้ยน...
ฝ่ายสองหนุ่มเพื่อนรักต่างสมหวังดังที่ตั้งใจไว้ เทิดศักดิ์ได้เข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ส่วนแดงน้อยสอบเข้าโรงเรียนเตรียมนายร้อยได้ แม้จะไม่ได้อยู่โรงเรียนเดียวกัน แต่ความรักความผูกพันของเพื่อนรักทั้งสองยังคงเหนียวแน่น ทั้งคู่นัดเจอกันทุกเย็นวันศุกร์ที่ป้ายรถเมล์ใกล้โรงเรียนของแดงน้อย
ooooooo
ด้วยความริษยาแน่นอกที่มีแต่คนรักคนชื่นชมเนื้อทอง พอกลับถึงบ้านภักดีภูบาล ทานตะวันฟ้องแม่ว่าตอนที่พ่อไปเยี่ยมที่โรงเรียนวันก่อน ยังไปกอดเนื้อทองแถมเรียกว่าลูกรักอีกด้วย เนียนกับเรียมถึงกับสะดุ้ง
ทองจันทร์ถามเนื้อทองว่าจริงหรือเปล่า เธอเล่าว่าท่านขุนเห็นด้านหลังเข้าใจผิดว่าเธอเป็นลูกของท่านทานตะวันไม่พอใจที่ใครต่อใครชอบเห็นเธอเหมือนเนื้อทอง เดินกระแทกส้นเท้าปังๆออกไป สวนกับเทิดศักดิ์ที่วิ่งขึ้นเรือนมาขอข้าวคุณย่ากิน อยากกินกับข้าวฝีมือเนื้อทอง ทานตะวันยิ่งโกรธต่อว่าพี่ชายที่ไปหลงรักนังลูกบ่าว
“พี่หลงรักเด็กดีๆดีกว่าหลงรักเด็กชั่วร้ายเอาแต่ใจ...
เนื้อทองพี่มีดอกไม้มาให้คนสอบได้ที่หนึ่งอีกแล้ว”
เรียมกับเนียนนั่งเงียบหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก เนื้อทองไม่กล้ารับดอกไม้ ทองจันทร์ต้องสั่งให้รับไว้...
ทานตะวันนำเรื่องเจ็บช้ำน้ำใจไปฟ้องสนซึ่งแอบสะใจที่ทานตะวันเป็นเด็กนิสัยเสียได้สมใจเธอมาก สนอาสาจะหาทางกำจัดเนียนกับเนื้อทองให้ แล้วเล่าเรื่องราวในอดีตที่ปั้นแต่งอย่างเสียๆหายๆของเนียนให้ฟัง ตั้งแต่พ่อของเนียนจับเธอใส่ตะกร้าล้างน้ำมาให้ท่านขุน จนกระทั่งใส่ความว่าเธอแอบเป็นชู้กับเสือหนัก...
ทางด้านเสือหนักเห็นความสำเร็จของแดงน้อยแล้วอดปลื้มใจไม่ได้ อีกไม่กี่ปีหลานรักของเขาก็จะได้เป็นนายร้อยสมใจแล้ว ชวนหลานคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ ก่อนจะวกกลับมาถามว่าเทิดศักดิ์เรียนอะไร เป็นอย่างไรบ้าง ได้ความว่าเขาเรียนรัฐศาสตร์ จบออกมาจะได้เป็นนักปกครอง อยากเป็นปลัดอำเภอที่เดียวกับที่แดงน้อยเป็นตำรวจ จะได้ช่วยกันจับผู้ร้ายที่ชื่อเสือหนักที่ยังหลบหนีคดีเกือบจะยี่สิบปีแล้ว เสือหนักในคราบลุงสินถึงกับอึ้ง
ooooooo
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เทิดศักดิ์สอบเข้าคณะรัฐศาสตร์จุฬาได้อย่างที่ตั้งใจ เย็นนี้เขามีนัดมารับเนื้อทองกับทานตะวันที่โรงเรียน นฤมลเตือนว่าห้ามกลับดึก แม้พรุ่งนี้จะเป็นวันหยุด แต่เนื้อทองต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย เทิดศักดิ์ทราบแล้ว รับปากจะไม่อยู่ดึก...
ด้านทานตะวันไม่ต้องการให้เนื้อทองสวยเกินหน้าเกินตา แอบเอากรรไกรตัดชุดสวยที่เรียมซื้อให้เนื้อทองขาดกระจุย เธอจำต้องสวมกระโปรงนักเรียนตัวเดิมกับเสื้อเรียบๆ ผิดจากทานตะวันที่แต่งสวยมาเต็มที่
ครู่ต่อมา เทิดศักดิ์ขับรถพาสองสาวมายังจุดนัดพบกับแดงน้อยแถวป้ายรถเมล์ ทานตะวันชักสีหน้าขึ้นมาทันที ตำหนิว่าเทิดศักดิ์คบเพื่อนยากจน เขาไม่พอใจที่น้องสาวดูถูกเพื่อนรักจะพากลับไปส่งโรงเรียน ทานตะวันยังไม่ทันจะว่าอะไร พลันสายตาเหลือบไปเห็นนักเรียนนายร้อยยืนตัวตรงอยู่เบื้องหน้า
“ต๊าย...นักเรียนนายร้อยคนนั้นโก้จัง แถมหล่อมากด้วย” ทานตะวันชื่นชมจนออกนอกหน้า
เทิดศักดิ์หัวเราะในลำคอก่อนจะเบนรถไปจอดตรงหน้านักเรียนนายร้อยคนนั้น เมื่อเห็นหน้าชัดๆ เนื้อทองจำได้ว่าเป็นเพื่อนรักของเทิดศักดิ์เพราะเคยชนเขา ต่างยิ้มให้กัน ทานตะวันไม่พอใจ รีบลงจากรถ สั่งให้เนื้อทองไปนั่งหน้าคู่กับพี่เทิดศักดิ์ ส่วนเธอจะนั่งเบาะหลังกับพี่แดงน้อยเอง
ooooooo










