ตอนที่ 5
ในวันที่ขุนภักดีเดินทางไปราชการที่บางกอก เรียมกับเนียนเกิดเจ็บท้องคลอดพร้อมกัน ยายอ่อนต้องอยู่ทำคลอดให้เรียมบนเรือนใหญ่ แต่เนียนไม่มีใครดูแล นายเอกสงสารช่วยพยุงเข้าไปในกระท่อมที่พักของเธอซึ่งแยกออกมาต่างหากใกล้เล้าหมู เพราะขุนภักดีไม่ต้องการให้คนทรยศเฉียดกรายเข้าไปใกล้เรือนใหญ่
“ขอบใจพี่เอกมาก เนียนดูแลตัวเองได้จ้ะ พี่เอกมาดูแลเนียนอย่างนี้ เดี๋ยวเราสองคนจะโดนครหาเอาได้”
“ไม่ได้ทำมันก็ครหาจะไปกลัวอะไรอีก ถ้าพี่ไม่ดูแลเนียนแล้วใครจะมาช่วย ยายอ่อนก็ต้องไปทางโน้น”
“เนียนเคยคลอดลูกมาแล้ว เนียนพอจะรู้ว่าดูแลตัวเองอย่างไรจ้ะ”
นายเอกพยักหน้ารับรู้ขอตัวไปรอด้านโน้น ยายอ่อนทำคลอดคุณนายเรียมเสร็จเมื่อไหร่จะพามาช่วยเนียน ช้อยโผล่หน้าเข้ามา อ้างว่าคุณสนสั่งให้เธอมาช่วยเนียนคลอดลูก นายเอกปฏิเสธทันทีว่าไม่ต้อง
“ยังไม่จบคำสั่งคุณสน...คุณสนสั่งให้เอ็งไปตามท่านขุนที่บางกอก บอกข่าวเรื่องคุณนายเรียมคลอดลูก ท่านขุนคงดีใจมากและรีบกลับมา” ช้อยวางท่าข่มนายเอกอยู่ในที เขาไม่มีทางเลือกจำต้องทำตามคำสั่งของสน ก่อนจะไปนายเอกไม่วายหันมองเนียนด้วยความเป็นห่วง ช้อยเห็นทางสะดวก อาสาจะช่วยผูกเชือกกับขื่อให้เนียนจะได้เอาไว้ยึดเวลาเบ่งลูก เธอพยักหน้ารับ จะให้ทำเองก็คงไม่ไหว เพราะเจ็บท้องมาก...
ทองจันทร์ไม่ค่อยพอใจนักเมื่อรู้ว่าสนส่งช้อยไปช่วยเนียนซึ่งกำลังจะคลอดลูกระหว่างที่รอให้ยายอ่อนจัดการด้านเรียมเสร็จก่อน เธอไม่เข้าใจทำไมสนต้องไปรับผิดชอบดูแลเรื่องคลอดลูกที่เกิดจากเสือหนักด้วย สนอ้างว่าเวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร ที่แล้วมาขอให้ทองจันทร์อภัยให้เนียนด้วย
“เออ...ฉันนี่คงแก่หูตาฝ้าฟาง ดูแม่สนผิดไปจริงๆ ชะรอยแม่สนจะเป็นคนปากร้ายใจดีตะเภาเดียวกับฉัน”
“แต่อย่างว่านะคะคุณแม่ คนมันเคยเบ่งลูกมาแล้ว มันคลอดง่ายจะตายไป”
จังหวะนั้น มีเสียงร้องของเรียมดังขึ้น ทองจันทร์มั่นใจว่าเรียมคลอดลูกแล้ว แต่แปลกใจทำไมไม่ได้ยินเสียงเด็กร้อง สนจะไปดูให้เห็นกับตาว่าเรียมไม่ได้คลอดลูกผู้ชายมาแข่งกับเทิดศักดิ์ลูกของตน กบกับแมววิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานเสียก่อนว่าเรียมคลอดลูกสาว...
ลูกของเรียมอ่อนแอมาก แทบจะไม่มีแรงร้อง ยายอ่อนเอาผ้าห่อตัวเด็กน้อยไว้ แอบถอนใจเพราะคิดว่าคงอยู่ไม่พ้นคืนนี้ แต่ไม่กล้าบอกเรียมที่กำลังดีใจน้ำตาคลอเบ้าหลังจากรอให้ลูกมาเกิดกว่าสิบปีแล้ว...
ด้านช้อยผูกเชือกกับขื่อหลวมๆหวังจะให้หลุดตอนที่เนียนยึดเวลาเบ่งลูก เผื่อหัวฟาดพื้นจะได้ตายไปทั้งแม่ทั้งลูก แล้วบอกให้เนียนยึดเชือกเส้นนี้ไปพลางๆก่อน ส่วนเธอจะไปตามยายอ่อนมาให้ เนียนร้องห้ามว่าไม่ต้องไปตาม เธอคลอดลูกเองได้ ช้อยแอบยิ้มสะใจ ก่อนจะกลับไปรายงานสนเรื่องที่กลั่นแกล้งเนียน
ooooooo
สนอยากเห็นหน้าลูกของเรียมมากจะได้เปรียบเทียบ ว่างามสู้ลูกตัวเองได้หรือเปล่า กบกับแมวร้องห้ามไว้ อ้างว่ายายอ่อนต้องการให้ทั้งแม่และลูกได้พักผ่อน ทอง-จันทร์บอกให้สนกลับไปก่อน ค่อยมาเยี่ยมทีหลัง
“แต่ใครก็ห้ามข้าไม่ได้ดอก นังกบนังแมว รีบพาข้าไปหาหลาน”
กบทักว่าจะไม่ให้ใครไปช่วยเนียนทำคลอดบ้างหรือ ทองจันทร์ไม่สนใจ เพราะเด็กนั่นไม่ใช่หลานของตน นายเอกมาทันได้ยินพอดี เกลี้ยกล่อมจนทองจันทร์ยอมให้ยายอ่อนไปช่วยทำคลอดให้เนียนหลังเสร็จจากดูแลเรียมแล้ว สนแปลกใจนายเอกต้องไปส่งข่าวให้พี่ขุนไม่ใช่หรือ ทำไมยังมาเสนอหน้าอยู่อีก
“คือไอ้แทนมันไปแล้วขอรับ มันอยากไปบางกอก”
“ไอ้เอก ไอ้มะกอกสามตะกร้าปาไม่ถูก” ทองจันทร์ด่าเสร็จ ให้กบกับแมวพยุงไปยังห้องของเรียม...
ขณะที่ทองจันทร์กำลังชื่นชมหลานสาวหน้าตาน่ารักน่าชังคนใหม่ว่าปากสวยได้รูปเหมือนพ่อของแกไม่มีผิดเพี้ยน กบบอกยายอ่อนว่าเนียนเจ็บท้องกำลังจะคลอดลูก เรียมได้ยินก็ดีใจ บอกยายอ่อนให้ไปช่วยทำคลอดให้เนียน แกทักท้วงว่าเรียมยังอ่อนเพลียอยู่ ยังไม่ทันจะบอกว่าคุณหนูอาการน่าเป็นห่วง เรียมชิงพูดขึ้นก่อน
“ยายหนูแกหลับแล้วจ้ะ แกรู้อยู่จ้ะยาย เดี๋ยวฉันก็จะหลับเอาแรงเหมือนกัน ลูกตื่นมาจะป้อนนมลูกอย่างที่ยายสอนไว้จ้ะ” เรียมเร่งให้ยายอ่อนไปดูเนียน ทั้งๆที่ทองจันทร์ไม่ค่อยเห็นด้วยนัก ยายอ่อนเองก็ไม่อยากทิ้งเธอกับลูกไว้ ยืนรีๆรอๆไม่ขยับ เรียมต้องไล่อีกครั้ง แกถึงได้ตัดใจออกมา
“ถ้าใครมาทักท้วงบอกว่าไม่ให้ดูเนียน บอกเขาไปว่านี่คือคำสั่งคุณนายเรียม ใครไม่ชอบใจให้มาหาฉันดูแลเนียนดีๆ แล้วตอนกลับมาหาฉันบอกด้วยว่าลูกเนียนน่ารักแค่ไหน” เรียมพูดไล่หลัง ทองจันทร์ทักท้วงว่าถ้าขุนภักดีรู้เข้าคงไม่พอใจที่ไปใส่ใจดูแลลูกโจร เรียมคิดถึงแต่เรื่องเมตตาธรรม จะเป็นลูกใครก็ไม่เกี่ยว
“ความจริงแม่ก็ไม่ได้จะขุ่นเคืองอะไรเนียนมันมากมาย บางครั้งยังนึกไม่อยากจะเชื่อ แต่ถ้าไม่จริงเหตุไฉนมันไม่ปฏิเสธสักคำ แม่ต้องจำใจเชื่อ เอาเถิดเลี้ยงลูกมันให้ข้าวให้น้ำมันกิน ถ้าลูกมันเป็นผู้หญิงก็เอามันไว้เป็นบ่าวของยายหนู ถ้าเป็นลูกชายก็เอาไว้รองมือรองตีนตาเทิดศักดิ์ก็ดีเหมือนกัน” ทองจันทร์พูดจบส่งหลานคืนให้เรียม ดีใจน้ำตาคลอ ในที่สุดเรียมก็มีลูกให้พ่อเทพได้สักที...
ในเวลาเดียวกัน เนียนเจ็บท้องใกล้คลอดเต็มที พยายามดึงเชือกที่ช้อยขึงไว้ให้พร้อมกับเบ่งสุดแรง เชือกหลุดจากขื่อทำให้เธอหัวกระแทกพื้น ร้องขอความช่วยเหลือลั่น
ช้อยที่เตร่อยู่หน้ากระท่อมหัวเราะชอบใจที่แกล้งเนียนได้ นายเอกเดินหน้าเครียดเข้ามาพร้อมกบ แมว และยายอ่อน ช้อยขวางไว้ขู่ถ้าไม่กลับไปดูคุณนายเรียมกับคุณหนูจะฟ้องท่านขุนให้เล่นงาน ยายอ่อนไม่กลัวเพราะเรียมสั่งให้มาช่วยเนียน บอกช้อยให้หลีกทาง นายเอก กบ และแมวทำท่าจะเอาเรื่อง ช้อยจำต้องหลบให้ยายอ่อน แมว และกบเข้าไป โดยมีนายเอกยืนคุมเชิงอยู่ด้านนอก ช้อยไม่พอใจขู่จะไปฟ้องคุณสน
“จงรักภักดีกันให้ดีๆตลอดไปเถิด เคยได้ยินไหมเสร็จนาฆ่าโคน่ะ ไอ้หวายเอย ไอ้เหิมเอย โดนฆ่าปิดปากทั้งนั้น รวมทั้งไอ้หมอเสน่ห์ ดีที่มันหนีตายไปได้ ระวังมันจะกลับมาแว้งกัดเอา”
ช้อยเสียวสันหลังวูบ แต่ทำเป็นไม่สนใจจะเดินไป มีเสียงเด็กร้องอุแว้ๆดังขึ้น เธอหันขวับจะเข้าไปดูเด็กน้อย แต่นายเอกกันไว้ เธอจึงตะโกนถามว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย ยายอ่อนตะโกนสวนออกมาว่าผู้หญิง ช้อยรีบกลับรายงานเรื่องนี้ต่อสน สักพักกบกับแมวออกมาจากกระท่อม
สีหน้ายิ้มแย้ม บอกนายเอกว่ายายอ่อนสั่งให้พวกตนกลับไปเรือนใหญ่เผื่อคุณนายเรียมจะเรียกหา นายเอกพยักหน้ารับรู้ ชะเง้อมองคอยาวอยากเห็นลูกเนียน
ooooooo
ภายในกระท่อมที่พักของเนียน ยายอ่อนตรวจพบเนียนยังมีลูกอีกคนในท้อง รีบทำคลอดให้ หนูน้อยคนนี้เป็นผู้หญิงเช่นกัน หลังจากทำความสะอาดเนื้อตัวเด็กน้อยทั้งสองเรียบร้อย ยายอ่อนเอามาวางไว้ในอ้อมกอดของเนียนที่มองดูลูกด้วยความปลาบปลื้มน้ำตาคลอเบ้า นายเอกอยากเห็นหน้าหลานตะโกนถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เนียนร้องเรียกให้เขาเข้ามา พอเขาเห็นเนียนมีลูกแฝดถึงกับฉีกยิ้มกว้างเป็นสองเท่า
“หน้าไม่เหมือนกันทีเดียวแต่ก็คล้ายกัน คล้ายเนียนนะจ๊ะ”
ยายอ่อนตั้งข้อสังเกตว่าคล้ายคุณหนูเทิดศักดิ์ด้วยโดยไม่ล่วงรู้ว่าเนียนเป็นอาแท้ๆของเขา เนียนขอร้องอย่าเอาตนไปเปรียบกับพวกคุณๆ แล้วขอบใจยายอ่อนมากที่มาช่วยทำคลอดให้ ที่นี่ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงแล้วให้แก รีบกลับไปดูเรียมกับคุณหนู ยายอ่อนเป็นห่วงทางโน้นอยู่เหมือนกันเพราะคุณหนูไม่ค่อยแข็งแรง...
เป็นอย่างที่ยายอ่อนหวั่นใจ ลูกของเรียมอยู่ไม่พ้น ข้ามคืน เรียมร้องไห้แทบจะขาดใจ ยิ่งได้รู้จากยายอ่อนว่า เนียนมีลูกแฝดยิ่งสะเทือนใจ ตัดพ้อทำไมโชคชะตาถึงโหดร้าย กับเธอนัก ถ้าขุนภักดีรู้ว่าลูกตาย ต้องตัดขาดกับเธอแน่ เรียมร้องห่มร้องไห้ขอให้ยายอ่อนช่วย หมอตำแยผู้ช่ำชองนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ถ้าเช่นนั้นใครจะมารู้เรื่องนี้ไม่ได้ดอกเจ้าค่ะ อิฉันกำลังคิดหาทางออกเรื่องนี้อยู่เจ้าค่ะ แต่คุณเรียมต้องไว้ใจอิฉันนะเจ้าคะ พออิฉันออกไปปิดประตูลงกลอนให้เรียบร้อยอย่าเปิดให้ใครเข้ามานะเจ้าคะถ้าไม่ใช่อิฉัน” ยายอ่อนพูดจบ
ผลุบออกจากห้อง เรียมรีบปิดประตูลงกลอนทันที...
หลังจากยายอ่อนปรึกษาหารือกับนายเอกถึงเรื่องของเรียมแล้ว ต่างมีความเห็นตรงกันว่าจะขอให้เนียน
ยกลูกคนหนึ่งให้เรียมชดเชยที่ต้องเสียลูกไป และที่สำคัญเพื่อกันไม่ให้ขุนภักดีโกรธแค้นและตัดขาดกับเรียม เนียนขออยู่ตามลำพังกับลูกครู่หนึ่งเพื่อให้นม และจะได้ถ่ายทอดความรักของเธอไปให้ลูก จากนั้นไม่นาน เนียนก็เรียกยายอ่อน กับนายเอกกลับเข้าไปข้างใน แล้วส่งลูกคนหนึ่งให้ยายอ่อน
“เรียนท่านว่าเนียนเต็มใจยกลูกให้ท่าน เนียนขอตอบแทนพระคุณที่ท่านให้ชีวิตใหม่กับเนียนเมตตาเนียนเสมอมาจ้ะ...ไปดีนะลูกรัก ไปเพื่อชีวิตที่ดีกว่าของหนู พี่เอก ยายอ่อน เนียนสัญญาว่าจะไม่แพร่งพรายให้ใครรู้เรื่องนี้เด็ดขาดจ้ะ รีบไปเถิดจ้ะยาย พี่เอก ใกล้เช้าแล้ว เดี๋ยวใครจะตื่นมาเจอเอาจ้ะ”
ยายอ่อนอุ้มเด็กน้อยออกไปใส่ตะกร้าที่เตรียมไว้ แล้วบ่ายหน้าไปทางเรือนใหญ่กับนายเอก...
ที่เรือนเล็ก ช้อยวิ่งมาปลุกสนที่กำลังหลับว่าเห็นยายอ่อนกับนายเอกกำลังหิ้วตะกร้าเดินลัดเลาะไปทาง เรือนใหญ่ สนไม่สนใจ ขอนอนต่อ ช้อยสอดรู้สอดเห็นจะ ตามไปดู แต่เทิดศักดิ์ส่งเสียงร้องขึ้นมาเสียก่อน...
ทางฝ่ายเรียมเห็นลูกของเนียนครั้งแรกก็หลงรัก เอาไปกอดเอาไปอุ้มแทนลูกของตัวเองที่ตายไป เด็กน้อยร้องไห้จ้าหิวนม เธอจัดแจงให้กินนมจากอกตัวเอง ขณะที่
ยายอ่อนเอาลูกของเรียมใส่ลงในตะกร้า...
ช้อยสอดรู้สอดเห็น พยายามเลียบๆเคียงๆถามนายเอกว่ามานั่งเฝ้าหน้าเรือนใหญ่ทำไม กลับถูกเขาตอกหน้าหงายกลับมา แต่เธอยังไม่ละความพยายาม สืบความจากนายเอกไม่ได้ ตามไปด้อมๆมองๆที่กระท่อมของเนียนแทน ก่อนจะเข้าไปขอดูหน้าลูกสาวของเนียน แล้วอาสาจะอยู่เป็นเพื่อน
กบกับแมวเข้ามาดูเนียนพอดี ไล่ตะเพิดช้อยกลับไปเฝ้าคุณหนูเทิดศักดิ์ ถ้ามาเกะกะในนี้ซึ่งคับแคบมากพวกเธออาจพลาดพลั้งทำเท้าไปฟาดหน้าฟาดตาของช้อยเอาได้ ช้อยไม่พอใจขู่จะไปฟ้องคุณสน แมวขู่กลับจะไปฟ้องคุณนายเรียมว่าช้อยผูกเชือกหลวมๆ แกล้งเนียนให้หัวฟาดพื้น บ่าวตัวแสบเห็นท่าไม่ดี จำใจกลับ
ooooooo
ขุนภักดีร้อนใจ อยากเห็นหน้าลูกเร็วๆสั่งแทนให้ไปบอกคนเรือช่วยเร่งความเร็วให้มากกว่านี้ แทนอ้างว่าเรือเร่งสุดได้แค่นี้ ขุนภักดีอยากรู้ว่าตอนที่เรียมเริ่มเจ็บท้อง ใครสั่งให้แทนไปตามเขาทันทีหรือเปล่าหรือมัวแต่ชักช้า แทนไม่ทราบว่านายเอกมาสั่งให้ไปบางกอกทันทีหรือเปล่า เพราะตอนนั้นทุกคนวิ่งกันวุ่นวายไปหมด
“เกิดมีคนเจ็บท้องคลอดลูกสองคนพอดีขอรับ คุณนายเรียมกับ คุณ...เอ่อ...แม่เนียนขอรับ”
“แล้วเอ็งมาบอกข้าทำไม ทีหลังเอ็งอย่าเอาเรื่อง ของอีนางคนนี้มาบอกข้า ไปนั่งให้ห่างข้าที่สุด ไม่เตะเอ็งตกน้ำก็บุญโขแล้ว” ขุนภักดีอารมณ์เสียขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย...
ฝ่ายเรียมน้ำตาไหลด้วยความดีใจเมื่อยายอ่อนบอกว่าเด็กน้อยที่เธอกำลังให้นมอยู่ เนียนยกให้เป็นลูกของเธอ นอกจากเรียมจะได้ลูกคืนมา ชีวิตของเธอยังผ่านพ้นวิบัติจากขุนภักดีอีกด้วย เรียมวานยายอ่อนช่วยไปขอบใจเนียนผู้มีพระคุณของเธอให้ด้วย แล้วถามว่าจะทำอย่างไรกับลูกของเธอ
“อิฉันจะเอาแกไปฝังเจ้าค่ะ เอาไปฝังในที่ที่ดีที่สวยงามให้แกหลับสบายที่สุดเจ้าค่ะ”
“ขอบใจยายมากนะจ๊ะ ฉันจะตอบแทนยายให้สาสมเช่นเดียวกันจ้ะ ขอเพียงยายอย่าบอกใครเรื่องนี้เด็ดขาด ฉันจะให้นายเอกเอารางวัลตามไปให้ยายร้อยชั่ง แล้วไปให้ไกลที่สุดจากที่นี่”
ยายอ่อนถึงกับตะลึงที่จะได้เงินก้อนใหญ่ จากนั้น ก็ส่งลูกของเรียมให้ล่ำลากันครั้งสุดท้าย...
นายเอกพยายามถ่วงเวลาให้ยายอ่อนจัดการเรื่องเด็กให้เรียบร้อย แต่ขุนภักดีใจร้อน พอได้ยินเสียงเด็กร้อง ผลักนายเอกพ้นทาง แล้วจ้ำพรวดๆขึ้นไปหาลูก นายเอกถึงกับกุมขมับ รีบวิ่งตาม เมื่อมาถึงหน้าห้องของเรียม ขุนภักดีเคาะประตูเรียก ยายอ่อนมาเปิดประตูรับ ในมือถือตะกร้าใบโตมีฝาปิดมิดชิดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“เชิญท่านขุนเจ้าค่ะ คุณหนูสุขภาพแข็งแรงน่ารักน่าชังที่สุดเจ้าค่ะ”
ขุนภักดีพรวดพราดเข้าไปข้างใน ส่วนยายอ่อนลงจากเรือนไปกับนายเอก ท่านขุนหนุ่มไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นปราดเข้าไปขออุ้มลูกโดยมีเรียมลอบสังเกตอากัปกิริยาของเขาตลอด เขามองหน้าลูกในอ้อมกอดแล้วนึกถึงใบหน้าของเนียนที่เคยโอบกอดไว้
“เอ๊ะ ยายหนูของพ่อ ช่างหน้าตาเหมือน...ลูกเทิดศักดิ์แท้ๆ ยายหนูของพ่อ ฟังนะจ๊ะลูกรัก นี่พ่อของหนู พ่อรักหนู...หนูคือแก้วตาดวงใจของพ่อ พ่อกลัวหนูจะเป็นอะไรแทบแย่ ที่แท้หนูกลับแข็งแรงจนพ่อปลาบปลื้มที่สุด” ขุนภักดีโอบกอดเรียมไว้อีกคน ยิ้มอย่างมีความสุข
ooooooo
รุ่งเช้า ระหว่างที่กบกับแมวกำลังช่วยกันหอบฟูกและของใช้ของเด็กอ่อนเดินหลบๆไปทางหลังเรือนใหญ่ ช้อยโผล่พรวดขวางไว้ รู้ว่าจะเอาของพวกนี้ไปให้ลูกของเนียน จัดแจงจะแย่งไปให้ลูกหมาที่เพิ่งเกิดใต้ถุนเรือนคุณสน กบแนะให้ฉีกผ้าถุงตัวเองเอาไปทำฟูกให้มันแทนที่
“แต่คุณสนให้ข้ามาเอาที่พวกเอ็งถืออยู่นี่ ส่งมาเสียดีๆหาไม่เช่นนั้นเรื่องนี้ถึงท่านขุนแน่ พวกเอ็งก็รู้ว่าท่านขุนรังเกียจลูกชู้แค่ไหน”
แมวกับกบยื้อไว้ไม่ยอมให้ เสียงทองจันทร์ตะโกนจากด้านหลังถามช้อยว่ามาวางก้ามเบ่งเป็นนักเลงโตแถวเรือนของเธอทำไม ช้อยสะดุ้งเฮือกปล่อยมือจากฟูกแทบไม่ทัน
“คือ...ว่าช้อยสงสัยว่านังสองคนนั่นมันขโมยของดีๆ ของคุณหนูคนใหม่ไปให้ลูกของเนียนเจ้าค่ะ”
“เอ็งอยากรู้เอ็งก็ไปถามคุณนายเรียมเองดีไหม เอ็งต้องหยุดวอนได้แล้วนังช้อย บ้านนี้ต้องการความสงบจำไว้ว่าอย่ามาเบ่งแถวนี้อีก” ทองจันทร์เอ็ดเสียงลั่น ช้อยถึงกับหน้าเสียก่อนจะหลบออกไป...
ในเวลาเดียวกัน ยายอ่อนเอาศพคุณหนูลูกของเรียมไปฝังไว้ท้ายวัดไม่ห่างจากบ้านภักดีภูบาลนัก บนหลุมฝังศพมีดอกไม้ปลูกไว้กันไม่ให้ใครสงสัย นายเอกส่งเงินร้อยชั่งให้ยายอ่อนตามที่ตกลงกันไว้ แกกำชับเขาให้หมั่นมารดนํ้าต้นไม้ที่แกปลูกไว้ คุณหนูจะได้อยู่กับสิ่งสวยงาม นายเอกรับคำ ก่อนจะแยกย้ายกันไปตามทาง...
สนไม่ชอบใจที่เรียมรักและเมตตาเนียนกับลูกจนออกนอกหน้า ขนข้าวของรวมทั้งอาหารการกินจากเรือนใหญ่ไปให้ ส่วนขุนภักดีเองก็ยังอาลัยอาวรณ์เนียนอยู่ ถึงไม่เฉดหัวไปจากที่นี่ ช้อยยุให้ใส่ร้ายเนียนอีก หาเรื่องไปเรื่อยๆ อย่าให้เธอกับลูกมีความสุข แล้วแนะว่าช่วงนี้ท่านขุนกำลังเห่อลูกสาว คงไม่มาเรือนเล็กบ่อยเหมือนเมื่อก่อน ดังนั้น สนต้องพาเทิดศักดิ์ไปประชันกับคุณหนูเรือนใหญ่ สนพยักหน้าเห็นดีด้วย...
ทองจันทร์แวะไปเยี่ยมหลานสาวแต่พอเห็นหน้าแกแล้วอดแปลกใจไม่ได้ เมื่อวานปากยังเหมือนพ่อเหมือนยาย แต่ทำไมวันนี้เปลี่ยนไป ขุนภักดีกระเซ้า ที่แม่เห็นเช่นนั้นอาจเป็นเพราะสายตาของท่านลำเอียงอยากให้หลานหน้าเหมือนท่านกับเขา ทองจันทร์จ้องหน้าหลานสาวแล้วอดนึกถึงใบหน้าเนียนไม่ได้ แต่พอสนอุ้มเทิดศักดิ์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้หลานสาว ทองจันทร์ถึงบางอ้อ ที่แท้ก็หน้าเหมือนเทิดศักดิ์นี่เอง
“จริงด้วย ยังกับพี่น้องท้องเดียวกัน นี่ถ้าลืมตาขึ้นมามีแววตาเดียวกันอีกละก็ ประหลาดแท้ทีเดียว”
“ลูกผมก็ต้องหน้าเหมือนผมทุกคนจะไปเหมือนใครได้ขอรับคุณแม่ ผมจะไปทำงาน” ขุนภักดีเดินหน้าตึงออกไปทันที สนร้อนตัวรีบเปลี่ยนเรื่องพูด ถามว่ามีใครเห็นยายอ่อนบ้าง ทุกคนส่ายหน้ายกเว้นเรียม ทองจันทร์ร้องเอะอะจะหายตัวไปได้อย่างไรในเมื่อเรียมต้องอยู่ไฟ เรียมว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อยู่ไฟกับหมอตำแยคนไหนก็ได้...
ทางฝ่ายเนียนอุ้มลูกมานั่งหน้ากระท่อมใกล้ลำคลอง พลางนึกถึงแดงน้อยกับเสือหนัก ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นตายร้ายดีอย่างไร แต่แล้วเธอรู้สึกเหมือนมีใครจ้องอยู่ พอเงยหน้าขึ้นมอง เห็นขุนภักดีนั่งอยู่บนเรือแล่นผ่านหน้าช้าๆ สายตาจับจ้องมาที่เธอกับลูก พอเขาเห็นเนียนมองตอบ รีบหันหน้าหนี หงุดหงิดตัวเองที่เผลอไปมองคนทรยศ หันไปสั่งนายเอกให้จัดการหาบ่าวมาปลูกต้นไม้ริมตลิ่งด้านนี้ให้หมด นายเอกเห็นเหตุการณ์โดยตลอดรู้ว่าเจ้านายยังไม่ลืมเนียน อดยิ้มไม่ได้ ส่วนเนียนน้อยใจนํ้าตาไหลพรากที่ขุนภักดีทำท่ารังเกียจเธอกับลูก
ooooooo
แพรกับโพล้งพาแดงน้อยมาตั้งรกรากที่บางกอก โดยเปิดร้านขายกาแฟและอาหารชื่อ “ร้านไทยเจริญ” ขณะแดงน้อยซึ่งแข็งแรงร่าเริงกว่าเมื่อก่อน เดินเตาะแตะอยู่ในร้าน เสือหนักสวมหมวกหลุบตํ่าแต่งตัวสะอาดสะอ้านเข้ามาหาพร้อมห่อของในมือ หนูน้อยดีใจโผกอดลุงไว้ ก่อนจะพากันหายเข้าไปหลังร้าน
สักพัก แพรกับโพล้งตามเข้ามา เสือหนักถามว่ากิจการดีไหม แพรว่าแรกๆยํ่าแย่ มาตอนนี้ค่อยดีขึ้นบ้าง
“ช่างปะไร พวกเอ็งก็แค่ขายของบังหน้าเท่านั้นเอง อย่าเผลอไปทำตัวมีเงินเข้าล่ะ” เสือหนักพูดจบส่งห่อของให้ แพรรู้แล้วว่าต้องทำตัวปอนๆ พูดไปพลางแกะห่อของออกดูถึงกับตาโตที่เห็นเงินทองมากมายกว่าทุกครั้ง
“ข้าย้ายที่ปล้นน่ะ ปล้นคนเลวที่คดโกงมันจึงไม่
ค่อยกล้าไปแจ้งความดอก กลัวทางการจะรู้ว่าเงินมันไม่บริสุทธิ์ เงินทองที่ได้มาเอาไว้เป็นค่ารักษาแดงน้อยกับค่าเล่าเรียนหลานข้า เรียนที่ที่ดีที่สุดแพงเท่าไหร่ไม่ว่ากัน”
แพรเล่าว่าก่อนเสือหนักจะมา มีลูกค้าเป็นหมอดูลายมือทำนายว่าแดงน้อยเรียนเก่ง จะรํ่ารวย ภายภาคหน้าจะได้เป็นใหญ่เป็นโต จะได้พบกับแม่และมีความสุขสมหวัง เสือหนักภาวนาขอให้เป็นดังคำทำนาย ทุกวันนี้เขาห่วงแต่เนียน ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรบ้างจะไปสืบดูก็เข้าเมืองสุพรรณไม่ได้ ไม่รู้ว่าเธอปรับความเข้าใจกับขุนภักดีหรือยัง คืนที่เขาถูกยิง ถ้าไม่ได้คนของขุนภักดีคนนั้นช่วยเอาไว้ เขาคงตายในคุกไปแล้ว
“นัดหมายกันรู้กันเพียงลำพังเนียนกับพี่หนัก แล้วทำไมท่านขุนมาลอบจับผิด” โพล้งตั้งข้อสังเกต
“นังสนแน่ นังนั่นมันต้องรู้ว่าข้าจะไปคืนนั้น ข้าไม่ควรละเว้นนังสนให้มันย้อนกลับไปก่อกรรมทำเข็ญน้องข้าเลย” เสือหนักว่าแล้วถอนใจหนักใจ เป็นห่วงน้องเหลือเกิน...
เนียนและลูกถูกสนกับช้อยคอยกลั่นแกล้งสารพัด เรียมเอาปลาตะเพียนสานเหมือนกับที่ให้เทิดศักดิ์ฝากนายเอกไปให้หนูติ๋วลูกของเนียน สนริษยาไม่อยากให้มาตีเสมอลูกตัวเอง เอาเรื่องนี้ไปฟ้องทองจันทร์ให้ช่วยเตือนเรียมว่าอย่าพยายามยกย่องลูกบ่าวลูกชู้ให้เสมอลูกหลานตัวเอง ถ้าขุนภักดีรู้เข้าต้องเกิดเรื่องแน่นอน...
ขณะที่สนเข้าทางทองจันทร์ให้เล่นงานเรียม ช้อยแยกไปจัดการแย่งปลาตะเพียนสานที่เรียมให้หนูติ๋วคืน เตือนเนียนว่าอยากตีเสมอเจ้านาย ถ้าคิดจะอยู่ที่นี่ต่อไป หัดอยู่เงียบๆ เหมือนไม่มีตัวตนในบ้านหลังนี้ คุณนายเรียมให้อะไรมาอย่ารับ แล้วบ้านจะสงบ เนียนมองปลาตะเพียนสานในมือช้อยด้วยความเสียดาย
“เด็กอย่างลูกเนียนน่ะ เขาใช้วิธีปั้นวัวปั้นควายปั้นไส้เดือนกิ้งกือให้เล่นก็ดีถมไปแล้ว”
จังหวะนั้น กบกับแมวหอบรำข้าวมาให้เนียนไว้เลี้ยงหมู เห็นช้อยถือปลาตะเพียนสานอยู่ ถามว่าเอาของหนูติ๋วไปทำไม เอาคืนเด็กไป ช้อยไม่ยอมคืนให้ สองฝ่ายตะลุมบอนกัน เนียนตกใจอุ้มหนูติ๋วหนีเข้ากระท่อม...
เรื่องทะเลาะเบาะแว้งครั้งนี้รู้ถึงหูขุนภักดี จึงเรียกทุกคนที่เกี่ยวข้องมาชำระความ เรียมโดนหางเลขไปด้วยฐานเป็นต้นเหตุ ขุนภักดีไม่เข้าใจ ทำไมเธอถึงต้องเอาข้าวของไปให้ลูกเนียนราวกับเป็นพี่น้องคลานตามกันมากับลูกอี๊ดของเราสองคน นายเอกออกรับแทนเรียมว่าปลาตะเพียนของหนูติ๋วเขาเป็นคนให้เอง ได้มาจากญาติที่เป็นคนขายตอนไปซื้อมาให้คุณหนูเทิดศักดิ์กับคุณหนูอี๊ด เนื่องจากเขาไม่มีลูกก็เลยเอาไปยกให้หนูติ๋ว
ทองจันทร์ไม่อยากให้มีปัญหามากไปกว่านี้ ขอร้องลูกชายให้เลิกแล้วต่อกัน
“ต่อไปนี้อย่าให้รู้ว่าใครใช้อุบายเล่ห์กลเอาของไปให้พวกกระท่อมเล้าหมูนั่นอีก หาไม่ข้าเอาเรื่องแน่” ขุนภักดีประกาศจบ เข้าไปตบหน้านายเอกฉาดใหญ่ เตือนว่าอย่าเจ้าเล่ห์ให้มากนักไม่เช่นนั้นจะโดนแส้ม้า
ooooooo
ที่ร้านไทยเจริญ ขณะโพล้งกับแพรกำลังจัดข้าวของเตรียมเปิดร้าน ยายอ่อนซึ่งแต่งกายภูมิฐานเดินเข้ามาในร้าน แพรจำแกได้กระเซ้าว่าไปถูกหวยที่ไหนมาถึงได้แต่งตัวโก้ทองเต็มตัวแบบนี้
“ไม่รู้ว่าจะบอกเล่าเก้าสิบให้เข้าใจยังไง คือว่าที่ผ่านมาข้าไปทำคลอดที่บ้านเศรษฐีใหญ่เมืองสุพรรณ ท่านขุนภักดีภูบาล ไปทำคลอดให้คุณนายเรียมกับแม่เนียน”
เสือหนักนอนกอดแดงน้อยอยู่หลังร้าน ลุกพรวด นั่งฟังอย่างตื่นเต้น ยายอ่อนเล่าอีกว่าคุณนายเรียมตกรางวัลค่าทำคลอดให้ร้อยชั่ง แกเลยอยากจะมาขอซื้อที่นาของตาน้อม โพล้งอยากฟังเรื่องที่ไปทำคลอดบ้านท่านขุนก่อน เรื่องที่นาเอาไว้ว่ากันทีหลัง ยายอ่อนยึกยักเพราะสาบานว่าจะไม่พูด โพล้งขู่ถ้าไม่เล่ามาให้หมดจะไม่ขายที่นาให้ ด้วยความอยากได้ที่ผืนนี้มาก ยายอ่อนพนมมือขอทวนคำสาบาน ก่อนจะเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น
โดยเริ่มตั้งแต่ขุนภักดีจับได้ว่าเนียนเป็นชู้กับเสือหนัก แอบนัดไปเจอกันที่ท่าน้ำ ให้แหวนให้สร้อยกันต่อหน้าท่าน เนียนถูกเฆี่ยนปางตายแต่ไม่ยอมปริปากพูดอะไรสักคำ ขุนภักดีลงอาญาเนียนด้วยการไล่ให้ลงมาอยู่กระท่อมเล้าหมู โดนคุณนายสนกับช้อยรังแกตลอด ยายอ่อนเล่าเหตุการณ์มาเรื่อยๆจนกระทั่งเนียนคลอดลูกแฝดหญิง ส่วนลูกสาวของคุณนายเรียมที่คลอดก่อนหน้าลูกของเนียนไม่นาน ไม่ทันข้ามคืนก็ตาย ยายอ่อนกับนายเอกช่วยกันขอร้องเนียนให้ยกลูกคนหนึ่งให้คุณนายเรียมเพื่อตบตาท่านขุนและชดเชยที่เสียลูกไป
“เนียนก็เลยตอบแทนพระคุณคุณนายเรียมด้วยการยกแฝดคนโตให้ไป ส่วนข้ากับนายเอกก็ต้องปิดความลับนี้ไปจนตาย คุณนายเรียมตกรางวัลมาให้ร้อยชั่งที่จะเอามาซื้อที่นานี่แหละ”
เสือหนักนั่งฟังยายอ่อนร่ายยาวถึงกับน้ำตาร่วง สงสารน้องสาว แดงน้อยต้องเข้ามากอดปลอบใจ แพรเชื่อว่ามีคนใส่ความเนียนเป็นชู้กับเสือหนักทั้งๆที่ไม่มีใครเห็นหน้าชัดๆว่าใช่เขาจริงหรือเปล่า คงแค่อยากทำให้ขุนภักดีขุ่นเคืองและอับอาย
“ถึงว่าล่ะสิ ข้าล่ะสลดใจแทนเนียนเหลือเกิน นังคุณนายสนต่างหากที่มีชู้ ลูกมันน่ะไม่ใช่ลูกท่านขุนดอก แต่เป็นลูกชู้ มันอาศัยใจกล้าหน้าหมดยาง หลอกล่อให้ทุกคนเข้าใจว่ามันท้องหนักท้องเป็นสิบเดือนไม่คลอดสักที เพราะหลังจากเนียนเข้าบ้านท่านขุน ท่านไม่เคยเยี่ยมกรายมาหาแม่สนเกือบสามเดือน มันจึงแอบไปเล่นชู้จนท้องแล้วยัดลูกใส่ให้ท่านขุน” ยายอ่อนเล่าอย่างสนุกปาก เสือหนักที่นั่งอยู่หลังร้านยิ่งฟังยิ่งสะเทือนใจ
“ลูกข้า...ข้ามีลูกกับนังคนชั่ว ลูกเอ๊ย ขออย่าได้จิตใจชั่วดังเช่นแม่ของเจ้าเลย”
ooooooo
ในเวลาไล่เลี่ยกัน ขุนภักดีจัดพิธีโกนผมไฟให้คุณหนูอี๊ดซึ่งมีอายุครบหนึ่งเดือน โดยเชิญท่านพระครูมาทำพิธีให้ เรียมอยากให้หนูติ๋วได้โกนผมไฟด้วยจึงนัดแนะกับนายเอก ให้รอจนใกล้เสร็จพิธีโกนผมไฟคุณหนูอี๊ด แล้วค่อยไปรับหนูติ๋วมารอที่จุดนัดพบ จากนั้นเรียมพาคุณหนูอี๊ดมาหาท่านพระครูซึ่งรอทำพิธีอยู่...
เสร็จพิธีโกนผมไฟให้คุณหนูอี๊ด ท่านพระครูตั้งชื่อจริงให้เธอว่า “ทานตะวัน” ขุนภักดีเห็นไม่มีอะไรแล้ว ขอตัวไปต้อนรับท่านนายอำเภอก่อน ส่วนทองจันทร์ขอกลับไปเอนหลังที่ห้อง เพราะนั่งพับเพียบมาตั้งแต่เช้า
เรียมเห็นปลอดคน เข้าไปกราบท่านพระครูขอปันน้ำมนต์สักหนึ่งขวด แล้วหันไปพยักพเยิดให้กบกับแมวมารับไป...
ด้านนายเอกอุ้มหนูติ๋วเดินหลบๆผู้คนไปทางด้านหลังเรือนใหญ่ ช้อยกำลังกวนกะละแมอยู่เห็นพอดี
“ไอ้เอกมันไปอุ้มเด็กที่ไหนมา แล้วมันจะอุ้มไปไหน รึว่า...แย่แล้ว” ช้อยโยนไม้กวนกะละแมทิ้งรีบวิ่งตาม ครู่ต่อมา นายเอกส่งหนูติ๋วให้กบกับแมวรับไปอย่างรวดเร็ว พอทั้งคู่คล้อยหลัง ช้อยโผล่พรวดเข้ามาถามเขาว่าเอาเด็กไปไว้ที่ไหน นายเอกทำไม่รู้ไม่ชี้เด็กอะไรที่ไหนไม่เห็นมีสักคน
“ก็เด็กที่เอ็งอุ้มมาเมื่อครู่นี้ ใช่เด็กติ๋วหรือเปล่า”
“ข้าไม่ได้อุ้มเด็กอะไรทั้งนั้น ข้ากำลังจะไปหาข้าวกินไปให้พ้น อย่ามาใส่ความกัน” นายเอกพูดจบ ผละจากไป ช้อยมั่นใจต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆรีบวิ่งไปฟ้องเจ้านาย...
สนได้ฟังเรื่องราวจากช้อยแล้วเชื่อว่าเรียมต้องคิดทำอะไรสักอย่างกับลูกของเนียน แล้วนึกขึ้นได้ว่าหนูติ๋วเกิดวันเดียวกับคุณหนูอี๊ด แสดงว่าเรียมกำลังจะเอาหนูติ๋วไปโกนผมไฟแล้วให้ท่านพระครูตั้งชื่อให้ สนยอมไม่ได้รีบแจ้นไปฟ้องทองจันทร์ซึ่งกำลังพักผ่อนอยู่ในห้อง...
แผนเล่นงานเรียมของสนมีอันต้องพับฐาน นอกจากหนูติ๋วจะได้โกนผมไฟตามประเพณี เรียมยังสามารถเอาตัวแกไปให้ท่านพระครูตั้งชื่อสำเร็จ โดยมีชื่อจริงว่า “เนื้อทอง” ที่ไม่มีใครแยกหน้าตาคุณหนูอี๊ดกับหนูติ๋วออกเพราะเรียมจับแต่งตัวเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน มีเพียงท่านพระครูเท่านั้นที่มองออกว่าใครเป็นใคร...
คุณนายเรือนเล็กเจ็บใจมากที่เล่นงานเรียมไม่ได้ แถมตัวเองต้องหน้าแตก จะมองหน้าพี่ขุนกับคุณแม่ติดได้อย่างไร ช้อยยืนยันว่าเห็นนายเอกอุ้มเด็กไปทางหลังเรือนใหญ่จริงๆเชื่อว่าต้องมีเงื่อนงำอะไรแน่ๆ จังหวะนั้นช้อยเห็นนายเอกอุ้มเด็กเดินไปทางเล้าหมู รีบสะกิดให้เจ้านายดู สนสั่งการให้เธอไปดูที่กระท่อมเล้าหมูว่าหนูติ๋ว อยู่กับเนียนที่นั่นหรือเปล่า บ่าวจอมสาระแนวิ่งลิ่วออกไปทันที
ครู่ต่อมา ช้อยมายืนตะโกนเรียกเนียนอยู่หน้ากระท่อม อ้างว่าคุณสนให้เอาของกินมาให้ ถ้าเนียนไม่ออกมาเธอจะเข้าไปหา เนียนตกใจ ร้อนรนไปหมดไม่รู้จะทำอย่างไรดี มีเสียงนายเอกเรียกเธอเบาๆมาจากหน้าต่างหลังกระท่อม เนียนรีบเปิดรับแล้วเอาไม้ค้ำหน้าต่างไว้
“รับหนูติ๋วไปเร็ว อย่าให้นังช้อยจอมสาระแนมันเห็นเครื่องประดับที่คุณนายเรียมใส่ให้ทีเดียวนะ หนูติ๋วโกนผมไฟ รดน้ำมนต์แล้ว มีชื่อจริงว่าเนื้อทอง ได้รับพรจากพระครบเป็นมงคลแก่ตัวทุกประการ”
เนียนดีใจน้ำตาคลอรับลูกมากอดไว้แนบอก แล้วขยับผ้าห่อตัวลูกให้มิดชิด ขอบคุณนายเอกมากที่ช่วยเหลือ และฝากไปกราบขอบพระคุณคุณนายเรียมด้วย ช้อยทนรอไม่ไหวเปิดประตูผลัวะเข้ามาเป็นจังหวะเดียวกับนายเอกปิดหน้าต่างพอดี เธอถึงกับอึ้งที่เห็นเนียนอุ้มหนูติ๋ว อยู่ในอ้อมแขน นายเอกซึ่งยังแอบอยู่หลังกระท่อม อดแปลกใจไม่ได้ ทำไมสนกับช้อยถึงจองล้างจองผลาญเนียนนัก ทั้งๆที่เธอตกอับขนาดนี้แล้ว...
สนแค้นฝังใจเพราะคิดว่าเนียนรู้เห็นเป็นใจให้พี่ชายฉุดเธอไปข่มขืน ช้อยกลัวว่าเสือหนักจะให้เนียนไปฟ้องท่านขุนว่าเขาเคยฉุดสนไปข่มขืนจนได้ลูกเป็นคุณหนูเทิดศักดิ์ สนมาคิดทบทวนดูแล้ว เนียนคงไม่รู้เรื่องนี้ เสือหนักคงยังไม่มีโอกาสจะบอก ถ้าเช่นนั้นเธอก็เบาใจไปได้
ooooooo
หลังจากพักดื่มน้ำแก้กระหาย ยายอ่อนเล่าเสริมอีกว่าที่ตนเข้าเมืองสุพรรณบุรีไม่ได้เพราะสาบานไว้กับคุณนายเรียมจะไม่ไปเหยียบที่นั่นอีก ยายอ่อนร่ายยาวเรื่องราวที่เกิดขึ้นจบ จึงทวงสัญญาเรื่องที่นา โพล้งว่าที่นาผืนนั้นเนียนได้รับมรดกตกทอดมาจากลุงน้อม ถ้าคิดจะซื้อก็ต้องติดต่อซื้อจากเนียน
“แต่ฉันไม่อาจติดต่อกับเนียนได้”
โพล้งเสนอให้ยายอ่อนเช่าที่นาผืนนี้ทำกินไปพลางก่อน สบโอกาสเมื่อไหร่ค่อยมาว่าเรื่องซื้อขาย ยายอ่อนจะลองปรึกษากับลูกชายดูก่อน แต่ถ้าสามารถช่วยให้เธอซื้อที่ได้ อย่าบอกว่าเป็นเธอ ให้ใช้ชื่อนายอิ่มลูกชายของเธอแทน แล้วส่งกระดาษจดที่อยู่ของนายอิ่มให้
“ยายอ่อนก็ลองให้ลูกชายเขียนจดหมายไปหาเนียนดูสิ” โพล้งแนะ ยายอ่อนเห็นดีด้วย...
หลังจากยายอ่อนกลับไปแล้ว เสือหนักเอาแต่นั่งครุ่นคิดถึงเนียนกับลูกแฝดของเธอและตื่นเต้นเรื่องที่ตัวเองมีลูกกับสน ตัดสินใจจะไปบอกความจริงทั้งหมดกับขุนภักดี แพรกับโพล้งค้านหัวชนฝา ขืนเขาโผล่ไปที่นั่นคงถูกตำรวจยิงตายเสียก่อนจะทันได้พูดอะไร และถ้าเขามีอันเป็นไปใครจะส่งเสียแดงน้อยที่เพิ่งสองขวบเท่านั้น
“มันสายเกินแก้ไขแล้วพี่ ปล่อยให้เรื่องราวมันค่อยๆ คลี่คลายไปเองตามเวรตามกรรมที่ตัวใครก่อไว้เถิด”
“ข้าจะไม่ไปหาขุนภักดีและถ้าไม่จำเป็นข้าก็จะไม่มาท่ีนี่อีก ส่วนเงินทองไม่ต้องห่วงจะส่งมาให้ แดงน้อยจำความได้บอกเขาว่าลุงของเขาที่ชื่อลุงสิน รักเขามากและจะ ส่งเสียดูแลเขาจนเรียนจบ แดงน้อยเอ๋ย หลานเป็นยิ่งกว่าชีวิตของลุง ลาก่อนหลานรัก” เสือหนักส่งแดงน้อยให้แพรแล้วผลุนผลันออกไป
ooooooo
5 ปีผ่านไป...
ทานตะวันหรือคุณหนูอี๊ดกลายเป็นเด็กนิสัยเสียเอาแต่ใจตัวเอง อาละวาดจะลงไปเล่นกับเด็กหญิงรุ่นราวคราวเดียวกันซึ่งเธอเห็นอยู่ที่กระท่อมเล้าหมูให้ได้ ทองจันทร์พยายามห้ามปรามว่านั่นเป็นลูกคนใช้ เธอก็ไม่ฟัง เรียมอยากให้พี่น้องได้เจอกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงอนุญาต แล้วสั่งให้กบพาคุณหนูไปหาเนื้อทองหรือหนูติ๋ว...
เรียมยังคงแอบให้ข้าวของเครื่องใช้รวมทั้งเงินทองให้เนียนเป็นประจำ ครั้งนี้ก็เช่นกัน เธอฝากสร้อยประคำทองคำแท้ซึ่งเหมือนเส้นที่ทานตะวันใส่ให้นายเอกเอาไปให้เนื้อทอง กำชับว่าห้ามให้ใครเห็นเด็ดขาด
“ตอนนี้ หนูอี๊ดขอไปเล่นกับหนูติ๋ว ฉันก็เลยให้ไป พี่น้องจะได้พบเจอกัน เล่นกัน รักผูกพันกัน เนียนจะได้มีความสุขที่เห็นลูกสองคนเล่นด้วยกัน” เรียมส่งถุงใส่สร้อยทองให้นายเอกด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม...
เสียงหัวเราะสนุกสนานของทานตะวัน ชักนำขุนภักดีให้เดินตามเสียงนั้นมาถึงลานกว้างหลังบ้าน เห็นเนียนนั่งดูทานตะวันกับเนื้อทองที่กำลังเล่นซ่อนหาด้วยกัน โดยมีเทิดศักดิ์ยืนดูอยู่ด้วย เธอดูหม่นหมองทรุดโทรมผิดกันลิบลับกับเนียนเมื่อครั้งแรกที่ขุนภักดีเจอตอนนั้นเธอสวยมีน้ำมีนวล เขาสลดใจมาก เนียนรู้สึกเหมือนมีคนมองอยู่ หันไปดูถึงกับใจหาย เขาเห็นเธอมองมา หันหลังกลับทันที เนียนเสียใจน้ำตาไหลที่เขายังคงเกลียดชัง...
ช้อยแอบเห็นคุณหนูเรือนใหญ่ลงมาเล่นกับเนื้อ–ทอง รีบนำเรื่องนี้ไปรายงานเจ้านาย สนไม่พอใจที่เรียมพยายามยกย่องลูกของเนียนโดยการปล่อยให้ลูกตัวเองมาเล่นด้วยคิดหาทางกลั่นแกล้ง ช้อยสะกิดให้เจ้านายดูสร้อยประคำทองคำแท้ที่ทานตะวันสวมอยู่ สนวางแผนจะขโมยสร้อยแล้วโยนความผิดให้เนียน...
การเล่นกันครั้งนี้ ทานตะวันสนุกอยู่ฝ่ายเดียว แทนที่จะผลัดกันซ่อนผลัดกันหา เธอจะซ่อนอย่างเดียวเนื้อทองขอซ่อนบ้างก็ถูกทานตะวันด่าว่าเป็นคนใช้ต้องทำตามที่เธอสั่ง เทิดศักดิ์ไม่ชอบเห็นคนถูกข่มเหงจึงเข้าไปช่วยเนื้อทอง ทานตะวันงอนที่พี่ชายต่างมารดาเข้าข้างนังลูกคนใช้ ยกนิ้วโป้งให้ เทิดศักดิ์ไม่สนใจ ดึงมือเนื้อทองออกมา ทานตะวันตามมากระชากแขนเธอไว้ สั่งให้กลับมาเล่นกับตนเอง เทิดศักดิ์ดึงเนื้อทองหลบ
ทานตะวันเสียหลักล้มลงกับพื้นร้องไห้ เนียนตกใจ ผวาเข้ามาอุ้มทันที สนกับช้อยสบช่องปราดเข้าไปแย่งคุณหนูไปจากมือเธอ สนแอบถอดสร้อยประคำอย่างรวดเร็วแล้วอุ้มทานตะวันออกไป ช้อยจะดึงเทิดศักดิ์กลับไปด้วยแต่เขาขัดขืนไม่ยอมไป จะอยู่เล่นกับเนื้อทองก่อน ช้อยจนปัญญา รีบเร่งฝีเท้าตามเจ้านาย
ooooooo










