ตอนที่ 4
เรียมแท้งลูกมาแล้วสองครั้งไม่อยากให้เกิดซ้ำรอยอีก จึงกลัวไปหมดทุกอย่าง ขุนภักดีต้องปลอบให้คลายกังวล เชื่อมั่นว่าครั้งนี้ลูกจะต้องอยู่ครบเก้าเดือน เรียมสัญญาจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุดเพื่อลูกของเราสองคน
“แม่เรียมไม่ควรออกไปเดินตรากตรำหรือนั่งหลังขดหลังแข็งร้อยมาลัย ทำขนมจัดดอกไม้ในช่วงนี้นะจ๊ะ ถ้าแม่เรียมไม่ฟังที่พี่ขอร้องไปทำอะไรจนลูกพี่มีอันตราย พี่โกรธแม่เรียมมากแน่” ขุนภักดีสีหน้าจริงจัง...
หลังจากปลอบเรียมให้คลายกังวล ขุนภักดีเข้าไปหาเนียนที่ห้องนอนดึงเธอมากอดด้วยความดีใจ หวังว่าลูกที่เกิดมาจะเป็นลูกสาว หน้าสวยตาสวยนิสัยดีเหมือนเธอ เขายังจำครั้งแรกที่เจอเนียนได้ ดวงตาหวานซึ้งของเธอทำให้เขาหลงรักจนถอนตัวถอนใจไม่ขึ้น
“เอ๊ะ ทำไมเนียนดูหมองๆเนียนกลัวไม่ได้ลูกชายรึ”
“ไม่ใช่ดอกเจ้าค่ะ พี่ขุน แต่เนียนไม่ค่อยสบาย พะอืดพะอม วิงเวียนน่ะค่ะ”
“จริงสินะ พี่ลืมคิดไปว่าเนียนท้องสาว ลูกคนแรกก็คงจะแพ้มาก แพ้นานหน่อย...เนียนจ๋า สิ่งใดๆในโลกที่เนียนต้องการเว้นเดือนกับดาวเท่านั้น พี่จะหามาให้เนียน ขอเพียงให้เนียนมีความสุข พี่เข้าใจว่าเนียนยังอ่อนเยาว์ การมีลูกครั้งแรกอาจทำให้เนียนกลัว” คำพูดที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความห่วงใยของขุนภักดียิ่งทำให้เนียนหม่นหมอง ละอายใจที่ตัวเองหลอกลวงเขา น้ำตาพานจะไหล...
เสือหนักฝันร้ายเมื่อคืนเห็นเนียนกับพ่อมายืนร้องไห้ นึกเป็นห่วงแดงน้อยขึ้นมา รอจนพลบค่ำจึงลอบกลับมาหาหลานที่บ้านของแพร พบว่าแดงน้อยไม่สบายตัวร้อนจี๋ร้องไห้งอแง แพรกับโพล้งกำลังกลุ้มใจไม่มีเงินค่ารักษา ค่าเช่านาของเนียนที่เก็บมาได้ก็หมดไปตั้งแต่พาแดงน้อยไปหาหมอครั้งก่อน เสือหนักพอจะมีเงินเหลือติดตัวอยู่บ้าง ให้ทั้งคู่เก็บไว้เป็นค่ายาให้หลาน แพรแนะว่าน่าจะบอกเนียนให้รู้ว่าลูกป่วย
“บอกให้คนเขาสงสัยล่ะสิ นังสนคนชั่วกับบ่าวของมันน่ะเลวหาใครเปรียบไม่มี”
“แต่ถ้าแดงน้อยมันแย่ ในฐานะที่เนียนเป็นแม่ก็ต้องส่งข่าวมันนะพี่” โพล้งเสนอ เสือหนักพยักหน้ารับรู้
ooooooo
ถึงวันทำพิธีโกนจุกให้ลูกชายของสน ท่านพระครูผู้ทำพิธีอดทักไม่ได้ว่าทำไมเด็กน้อยถึงได้หน้าเหมือนเนียนโดยเฉพาะดวงตาหรือว่าสนกับเนียน เกี่ยวดองเป็นญาติกัน ทั้งคู่ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าเปล่า ทองจันทร์กับเรียมมองเปรียบเทียบเด็กน้อยกับเนียนแล้วเห็นคล้อยอย่างที่ท่านพระครูว่า สนหงุดหงิดไม่ค่อยพอใจ
“โตขึ้นก็เปลี่ยนมาเหมือนสนเองเจ้าค่ะ...พี่ขุนเจ้าขา ลูกชายของเรายังไม่มีชื่อนะเจ้าคะ”
ขุนภักดีขอให้ท่านพระครูกรุณาตั้งชื่อให้ลูกของเขาด้วย ท่านดูจากวันเดือนปีเกิดของเด็กน้อยแล้วเห็นควรให้ชื่อว่า “เทิดศักดิ์” ทองจันทร์อดไม่ได้ รบกวนท่านช่วยดูดวงชะตาให้หลานชาย
“ชะตาจะเป็นไปเช่นใดไม่อาจฝืนได้ดอกโยม พ่อหนูคนนี้มีบุญเกินตัว สุขทางกายมีเหลือคณานับแต่จะอาภัพรักเมื่อโตขึ้น ที่แน่ๆเขาเป็นคนดี แม่สนต้องใจเย็นสักหน่อยอย่าวู่วาม จะเสียการเสียหายเสียใจมาถึงลูก”
ขุนภักดีพอใจคำทำนาย แม้ลูกจะอาภัพรักแต่อย่างน้อยแกก็เป็นคนดี...
ช้อยยังคาใจคำพูดของท่านพระครูไม่หาย กลับถึงเรือนเล็กเอาแต่จ้องมองดวงตาของหนูน้อยกลับเห็นว่า เหมือนดวงตาของเสือหนักไม่มีผิดเพี้ยน สนไม่พอใจอยากจะถีบบ่าวปากเสียตกเรือนให้รู้แล้วรู้รอด แต่พอนึกถึงดวงตาของเสือหนักใต้ผ้าโพกหน้าที่เธอเห็นอยู่เจ็ดวันเจ็ดคืน ยอมรับว่าช้อยพูดถูก แต่ไม่เข้าใจทำไมท่านพระครูถึงว่าดวงตาของลูกเหมือนของเนียนทั้งๆที่เนียนกับเสือหนักไม่ได้เกี่ยวดองกัน สนมองหน้าลูกที่มี ดวงตาเหมือนของเสือหนักซึ่งตนชิงชังแล้วทำใจไม่ได้ สั่งให้ช้อยเอาแกไปวางบนฟูกแล้วเอามุ้งครอบไว้จะได้ไม่ต้องเห็น...
ผิดจากขุนภักดีที่เห็นตรงกันข้าม เขาหลงใหลดวงตาคู่นี้ของลูกชายซึ่งเหมือนดวงตาของเนียน อยากให้ลูกของเขากับเนียนมีแววตาอ่อนหวานใสซื่อแบบนี้อีกคนหนึ่ง...
ให้บังเอิญเหลือเกินที่โพล้งไปที่นาแล้วเจอยายอ่อนซึ่งย้ายครอบครัวมาตั้งรกรากที่บ้านแพน แกอยากจะได้ ที่นาไว้ทำกินสักผืน เกิดสนใจจะซื้อที่ผืนนี้ของเนียน โพล้งถามว่ามีเงินพอหรือเปล่า ยายอ่อนจะสืบราคาไว้ก่อน จะได้หาเงินให้ครบเพราะลูกชายของแกอยากได้ที่ผืนนี้มาก โพล้งสงสัยว่าแกจะไปหาเงินจากที่ไหน พอรู้ว่าจะไปหาเงินแถวบ้านภักดีภูบาล เขาถึงกับยิ้มออก มีทางติดต่อเนียนได้แล้ว
ooooooo
สายวันถัดมา สนตกใจแทบล้มทั้งยืนเมื่อยายอ่อนโผล่มาที่บ้านภักดีภูบาล มาขอยืมเงินเธอยี่สิบชั่ง อ้างจะเอาไปซื้อที่นาทำกิน เธอรู้ดีว่าไม่ได้มาขอยืมแต่มาไถเพราะแกกำความลับเรื่องระยะเวลาที่เธอตั้งท้อง สนพยายามจะไล่กลับ แต่ทองจันทร์มาตามตัวยายอ่อนไปดูเนียนกับเรียมเสียก่อน...
เสร็จจากตรวจท้องเรียม ยายอ่อนมาตรวจท้องให้เนียนเป็นรายถัดมา เอามือคลำท้องอยู่สักพัก บอกว่าเด็กดิ้นแรงแบบนี้ แสดงว่าสุขภาพแข็งแรง ผิดจากเด็กในท้องเรียมซึ่งดิ้นอ่อนแรงมาก ท่าทางจะไม่ค่อยแข็งแรง เนียนเตือนเธอพูดจาอะไรให้ระวังไว้บ้าง ยายอ่อนไม่กล้าไปพูดที่อื่น แค่พูดกับเนียนเท่านั้น
“ขอบใจมากที่มาตรวจให้ ฉันดีใจนะที่ยายกลับมา”
“อันที่จริงไม่ได้อยากจะไปดอกเจ้าค่ะ แต่รับปากคนเขาไว้ อ้อ อิชั้นเกือบลืม มานี่ไม่ได้มาเรื่อยเปื่อยนะเจ้าคะ อิชั้นมีจดหมายมาให้คุณเนียน...อิชั้นไปอยู่บ้านแพนมา” ยายอ่อนเอากระดาษแผ่นเล็กๆออกจากชายพกยื่นให้ เนียนรีบเปิดอ่าน เป็นจดหมายจากแพร
“แดงน้อยป่วยหนักมาก เงินค่ารักษาไม่พอ เดือนแรมสิบห้าค่ำที่จะถึงจะส่งคนมาหา เตรียมเงินไว้ได้ไหม” เนียนอ่านจบน้ำตาร่วงพรูกำจดหมายไว้แน่น ยายอ่อนตกใจ ถามว่าร้องไห้เรื่องอะไร เนียนได้แต่ส่ายหน้าไม่ตอบ จังหวะนั้น กบเข้ามาตามยายอ่อน คุณท่านจะถามอาการของหลาน เนียนให้เงินยายอ่อนเป็นสินน้ำใจ
“แหมช่างเมตตาคนชรา อิชั้นไม่บอกใครเรื่องจดหมายดอกเจ้าค่ะ จะเหยียบเอาไว้ คนเฝ้านายเขาบอกว่าห้ามพูด” ยายอ่อนรีบขอตัวออกไป เนียนซบหน้ากับหมอนร้องไห้สะอึกสะอื้นเป็นห่วงแดงน้อย...
ทางฝ่ายสนเกรงยายอ่อนจะเอาความลับมาพูด รีบอุ้มเทิดศักดิ์ตามขึ้นมาบนเรือนใหญ่ ทำทีมาถามเรื่องหลานในท้องเรียมกับเนียน ทองจันทร์ว่าไม่มีอะไร แข็งแรงดีทั้งสองคน ตอนนี้สี่เดือน เด็กในท้องดิ้นแล้ว
“ไม่เหมือนตาหนูเทิดศักดิ์รูปงามของย่าดอก เด็กอะไรดิ้นเอาตอนหกเดือนกว่า ย่าใจหายใจคว่ำหมด”
สนไม่พอใจ แต่จำต้องข่มไว้ ถามขุนภักดีว่ายายอ่อนกลับไปแล้วใช่ไหม ได้ความว่าเขาให้นายเอกจัดห้องที่เรือนบ่าวให้ยายอ่อนอยู่ เป็นห่วงลูกที่จะเกิดใหม่เกรงจะมีปัญหาเหมือนตอนสนท้องก็เลยจ้างให้แกอยู่ที่นี่
“ยายอ่อนปากไม่ดีนะเจ้าคะ อาจเที่ยวป้ายสีให้เกิดเรื่องเกิดราวได้” สนพูดดักทางไว้ ทองจันทร์ไม่คิดว่าจะมีเรื่องอะไร ตราบใดที่เธอไม่ใช่คนหูเบาฟังความข้างเดียว สนจนใจที่ไม่สามารถกำจัดยายอ่อนได้
ooooooo
แผนชั่วร้ายผุดขึ้นมาในหัวสนทันทีเมื่อรู้จากช้อยว่ายายอ่อนกำลังต้มยาหม้อให้เรียมกับเนียนกินบำรุงลูกในท้อง สั่งให้ช้อยแอบเอายาพิษไปใส่ นอกจากจะกำจัดเนียนกับเรียมพ้นทางแล้ว ยังโยนความผิดให้ยายอ่อนไปในตัว พอยาได้ที่เนียนอาสาไปตักมาให้เรียมเพราะกบกับแมวต้องอยู่บีบนวดเรียมที่ทำท่าจะเป็นลม...
แผนของสนล้มคว่ำไม่เป็นท่า ยายอ่อนตักยาใส่ถ้วยกำลังจะยกมาให้เนียน แต่สะดุดขาตัวเองถ้วยใส่ยาหกกระจาย จิ้งจกตัวหนึ่งผ่านมาเลียยาที่นองพื้น แล้วชักตายไปต่อหน้าเนียน นายเอก และยายอ่อน นายเอกรู้ทันทีว่ายาหม้อมียาพิษ ยายอ่อนถึงกับทรุดลงไปนั่งกับพื้น พนมมือไหว้เนียนปลกๆ สาบานว่าไม่ใช่ฝีมือตนเอง เธอไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับเนียนและเรียมไม่รู้จะทำไปทำไม และที่สำคัญเธอแก่แล้วไม่อยากตายในคุก
“ยายรู้ไหมว่าถ้าเรื่องนี้ไปถึงหูท่านขุน ตะรางแน่ยายเอ๊ย”
“แต่เนียนไม่เชื่อดอกจ้ะว่ายายจะกล้าถึงเพียงนี้ คนที่ทำต้องเกลียดเนียนเกลียดคุณนายเรียมมาก ให้มันจบไปตรงนี้เถิดจ้ะพี่เอก ไม่ว่าจะพูดเช่นไร มันก็ไม่พ้นยายอ่อนต้องรับผิดแทนคนที่ทำ”
ยายอ่อนซาบซึ้งใจมาก ก้มกราบเนียน จะไม่ลืมพระคุณที่เธอช่วยชีวิตเอาไว้ หากมีโอกาสจะตอบแทนให้สมกับที่เธอเมตตา นายเอกอยากให้คนทำผิดถูกลงโทษ ขืนปล่อยไว้จะเหิมเกริม เนียนไม่คิดว่าจะมีใครเชื่อคำพูดของพวกเรา ขอให้เรื่องวันนี้ตายไปพร้อมกับเราสามคนจะดีกว่า
“กระผมห่วงคุณเนียนเหลือเกินขอรับ พ่อเราคือเพื่อนกัน ลุงน้อมแกเอ่ยปากฝากกระผมดูแลคุณเนียนไว้”
เนียนขอบใจนายเอกมากที่เป็นห่วง รับปากจะระวังตัวให้มากขึ้น ยายอ่อนรอวันที่ได้เงินซื้อนาครบ จะได้เปิดโปงคนชั่วให้หมด แม้ต้องแลกด้วยชีวิต เนียนบอกยายอ่อนให้รีบต้มยาหม้อใหม่ก่อนที่จะมีใครสงสัย...
ด้านสนแค้นอกแทบแตกที่แผนยิงกระสุนนัดเดียวได้นกสามตัวของเธอล้มเหลว เธอหันไประบายแค้นใส่ช้อยที่ทำงานพลาด เจ็บใจที่เนียนเอาตัวรอดไปได้อีกครั้ง หมายหัวเธอไว้ สักวันต้องเป็นทีของตนบ้าง
ooooooo
ในที่สุดวันที่สนรอคอยก็มาถึง คืนวันแรมสิบห้าค่ำตามเวลานัด ช้อยกับสนเห็นเนียนออกจากเรือนใหญ่ท่าทางมีพิรุธจึงสะกดรอยตามไปถึงท่าน้ำ เสือหนักส่งสัญญาณให้เนียนออกมาพบเมื่อเห็นทางสะดวก ทั้งคู่โผกอดกันด้วยความคิดถึง สนกับช้อยเห็นหน้าเสือหนักไม่ชัด แต่ได้ยินเสียงเขาเรียกเนียนว่าน้อง
“มันเป็นพี่น้องกัน” ทั้งคู่พูดขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
หลังจากทักทายถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันแล้ว เนียนถอดแหวนให้เสือหนักเอาไปขายเพื่อเอาเงินไปรักษาแดงน้อย เขาไม่อยากทำให้น้องต้องลำบาก เกิดท่านขุนถามถึงแหวนขึ้นมาเนียนจะทำอย่างไร
“เนียนคิดไม่ออก ตอนนี้เนียนคิดอย่างเดียวเท่านั้น ลูกของเนียนต้องมีเงินรักษาตัว ชีวิตเนียนจะพังพินาศอย่างไรก็ช่าง ขอให้ชีวิตลูกของเนียนปลอดภัย พี่รีบกลับไปไวๆเถิด ก่อนที่จะมีใครมาเห็นเราสองคน แถมพี่ยังมีคดีติดตัว ถ้าพี่เอาตัวไม่รอดไปอีกคน แดงน้อยจะแย่นะจ๊ะ”
“ขอบใจมากน้องรักของพี่ๆจะมาส่งข่าวหลานคืนแรมสิบห้าค่ำหน้า” เสือหนักพูดจบผละจากไป
สนตื่นเต้นดีใจที่ได้ล่วงรู้ความลับว่าเนียนเคยมีลูกมีผัวมาก่อน เหมือนที่เธอคาดไว้ไม่มีผิด พ่อของเนียนเอาลูกจับใส่ตะกร้าล้างน้ำมาหลอกพี่ขุน โชคดีของเธอแท้ๆ ที่เนียนทำพลาด คราวนี้จะได้เป็นทีของเธอบ้าง
“ไอ้หนักมันจะกลับมาส่งข่าวเรื่องลูกนังเนียนเจ็บหนัก ทีนี้แหละนังเนียน เอ็งเสร็จข้าแน่”
ช้อยเสียดายที่เห็นหน้าเสือหนักไม่ชัด จะดูว่าหน้าเหมือนคุณหนูหรือเปล่า สนหงุดหงิดขึ้นมาทันที สั่งให้หุบปาก เธอไม่อยากเห็นหน้าหรือได้ยินชื่อคนที่เธอเกลียดชัง...
ขณะเนียนกำลังจะก้าวขึ้นเรือนใหญ่ นายเอกโผล่พรวดเข้ามาถามว่าไปไหนมา เธอส่ายหน้าไม่ยอมตอบ เขาเตือนว่าไม่ควรออกมาดึกๆดื่นๆแบบนี้ ถ้าคนอื่นที่ประสงค์ ร้ายกับเนียนมาเจอเข้าต้องเกิดเรื่องแน่ๆ เธอควรจะระวังตัวให้มากกว่านี้ เนียนอ้างว่าจำเป็นต้องทำ นายเอกเป็นห่วงหากเธอมีเรื่องคับอกคับใจอะไรขอให้บอก เผื่อเขาจะช่วยเหลือได้ เนียนไม่ยอมบอกอะไรเอาแต่ร้องไห้
“งั้นกระผมก็จนใจ จำไว้ ดูแลตัวเองให้ดีๆ อีกไม่กี่เดือนจะคลอดแล้ว” นายเอกพูดจบหลบออกไป...
เนียนกลับเข้าห้อง นอนร้องไห้ตั้งแต่ดึกยันเช้า เป็นห่วงแดงน้อยไม่รู้ป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง ขุนภักดีกำลังจะไปทำงานแวะเข้ามาเพื่อจูบลาเมียลาลูก เห็นเนียนนอนน้ำตานองหน้า ถามด้วยความห่วงใยว่าเป็นอะไรไป ใครทำอะไรให้เจ็บช้ำ เธอปดว่าไม่ได้เป็นอะไรแค่สะดุดขาตัวเองหกล้ม ยิ่งเห็นเขาดีกับเธอมากเท่าไหร่ เนียนยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเลวทรามต่ำต้อยไม่คู่ควรกับเขามากเท่านั้น
ooooooo
สนรีบอุ้มลูกมารอขุนภักดีหน้าเรือนใหญ่ ถามว่าวันนี้จะกลับเร็วไหม มีเรื่องจะคุยด้วย เขาต้องไปทำงานที่บางกอกสามวันถึงจะกลับ มีอะไรให้บอกตรงนี้ได้เลย สนอ้างว่าเป็นเรื่องสำคัญคุยตรงนี้ไม่ได้ ไว้รอเขากลับมาก่อนค่อยคุยกัน ขุนภักดีอยากจะฟังเรื่องที่ว่าตอนนี้เลย สนยังไม่อยากบอกจึงแอบหยิกลูกจนร้องไห้
“ได้เวลาตาหนูกินนมแล้วเจ้าค่ะ พี่ขุนรีบไปทำงานเถิดเจ้าค่ะ” สนว่าแล้วอุ้มลูกกลับเรือนไปทันที
ขุนภักดีเป็นกังวล หันไปถามนายเอกพอจะระแคะ ระคายอะไรบ้างไหม นายเอกไม่สบายใจ มั่นใจว่าต้องเกี่ยวกับเนียนแน่ๆ แต่กลับบอกว่าไม่ทราบ ขุนภักดีจำต้องลงเรือไปบางกอกตามแผนการที่วางไว้...
ที่เรือนเล็ก สนกระหยิ่มยิ้มย่องที่สบช่องเล่นงานเนียนได้ ท่านขุนกลับมาเมื่อไหร่นังนั่นจะต้องกระเด็นตกกระป๋องแน่ อาการของสนต่างจากเนียนลิบลับ ตั้งแต่รู้ข่าวว่าแดงน้อยป่วยหนัก เธอเอาแต่นั่งเหม่อใจลอย...
กว่าขุนภักดีกับนายเอกจะมาถึงบ้านท่านเจ้าพระยาที่บางกอกแดดคล้อยมากแล้ว ท่านเจ้าพระยาแจ้งว่าที่เรียกขุนภักดีมาพบเพราะมีเรื่องส่วนตัวจะคุยด้วย นายเอกรู้งานรีบออกไปรอด้านนอก ท่านเจ้าพระยาต้องการจะคุยกับเขาเรื่องบุหลัน เมียน้อยของท่าน ขุนภักดีถึงกับสะดุ้งเฮือก
พลันภาพในอดีตสมัยที่ขุนภักดียังเรียนมหาวิทยาลัยผุดขึ้นมาในความคิดของเขา ตอนนั้น เขายังเป็นแค่นายเทพกำลังนั่งอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบอยู่ในห้องภายในบ้านหลังนี้ บุหลันย่องเข้ามาหาพยายามยั่วยวนเขาเต็มที่ นายเทพไม่เล่นด้วยขอร้องเธอให้ออกไป บุหลันกลับโถมเข้าปลุกปล้ำ ทันใดนั้น ประตูห้องนอนเปิดผลัวะ ท่านเจ้าพระยาเข้ามาพร้อมกับแส้ม้าในมือ กระชากนายเทพออกจากเมียน้อยของท่าน
“ไอ้คนกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา ไอ้คนอกตัญญู มึงเป็นชู้กับเมียกู” ท่านด่าเสร็จ สั่งให้บ่าวจับนายเทพมัด ถอดเสื้อออกแล้วใช้แส้ม้าโบย บุหลันยืนมองใจหายใจคว่ำ ท่านโบยนายเทพจนสาแก่ใจแล้วเหวี่ยงแส้ม้าใส่
“กูมอบให้มึงเอาไว้เตือนว่า ครั้งหนึ่งมึงอยากเป็นชู้เมียกู รึมึงจะแก้ตัวว่าเมียกูอยากเป็นชู้กับมึงเอง”
นายเทพเห็นบุหลันที่กลัวจนตัวสั่นแล้ว ได้แต่ปิดปากเงียบไม่พูดอะไร เสียงของท่านเจ้าพระยาปลุกขุนภักดีให้ตื่นจากภวังค์ บอกท่านว่าเรื่องครั้งนั้นเขารับโทษทัณฑ์ไปแล้ว ท่านเข้ามาตบไหล่ ขอโทษที่เข้าใจเขาผิด บุหลันสารภาพก่อนตายว่า เขาไม่เคยอาจเอื้อม เธอต่างหากที่เป็นฝ่ายหลงรักขุนภักดี แล้วสั่งสอนว่า อย่าเอาอย่างความหูเบาของท่าน อย่าฟังความข้างเดียวต้องหนักแน่นเข้าไว้ บางสิ่งอาจไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น
ooooooo
คำสั่งสอนของท่านเจ้าพระยาไม่ได้ทำให้ขุนภักดีหนักแน่น กลับหูเบาเชื่อเรื่องที่สนบิดเบือนข้อเท็จจริงที่เนียนลอบออกมาพบกับเสือหนักว่าเธอคบชู้ ซ้ำยังถอดแหวนของขุนภักดีที่เนียนใส่ติดนิ้วให้ชู้เอาไปรักษาลูกของเธอ ขุนภักดีโกรธมากจะไปฆ่านังคนทรยศให้หายแค้น แต่สนห้ามไว้
“อย่าเพิ่งสิคะ พี่ขุนรอให้เขามาพบกันตามที่สนได้ยินก่อนค่ะ สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น พี่ขุนจะได้ไม่หาว่าสนมุสามดเท็จใส่ความเนียน ที่สนบอกเพราะกลัวนานไปใครมาเห็นจะฉาวโฉ่ไปเจ็ดคุ้งน้ำทั่วเมืองสุพรรณ”
ขุนภักดีกลัวจะกระอักเลือดตายก่อนจะถึงวันนั้น สนได้ทีเสนอให้เขาอยู่กับเธอที่เรือนเล็ก รอจนจับได้คาหนังคาเขาเสียก่อน ค่อยจัดการเนียนก็ยังไม่สาย แต่ถ้าเขาทำใจไม่ได้ก็ให้ดื่มเหล้าจะได้ลืมความเจ็บความอาย ขุนภักดีเห็นดีเห็นงามไปด้วย สั่งให้บ่าวไปบอกนายเอกหยิบเหล้ามาให้ แล้วดื่มจนเมามาย ไม่ยอมกลับเรือนใหญ่
ทองจันทร์อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ร้อยวันพันปีลูกชายไม่เคยแตะเหล้า วันนี้กลับดื่มจนครองสติไม่อยู่จึงสั่งให้คนไปตามนายเอกมาสอบถาม เขาก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนกลับจากบางกอกยังเห็นท่านอารมณ์ดี แต่พอคุยกับคุณสนพักเดียวก็ให้คนมาสั่งเขาว่าจะเอาเหล้าฝรั่งที่ท่านได้เป็นของขวัญ ทองจันทร์ต่อว่า ว่าเห็นขุนภักดีเมาแล้วทำไมไม่อุ้มกลับมาที่นี่
“กระผมจะอุ้มมานี่ท่านก็เตะถีบกระผมยกใหญ่ บอกไม่อยากจะเจอหน้ามัน”
ทองจันทร์สงสัย มันที่ลูกชายว่าคือใคร นายเอกส่ายหน้า แต่ในใจครุ่นคิดถึงเนียน...
ตั้งแต่รู้ว่าเสือหนักกับเนียนเป็นพี่น้องกัน สนหมดข้อสงสัยแล้วว่าทำไมใครๆถึงชอบทักว่า เทิดศักดิ์หน้าเหมือนเนียน ช้อยเตือนสนให้ระวังตัวไว้ ถ้าเสือหนักรู้ว่าเราจ้องเล่นงานเนียน เขาอาจแฉโพยว่าตัวเองเป็นพ่อของคุณหนู สนไม่คิดว่าเขาจะรู้เรื่องนี้ เพราะเท่าที่ได้ยินพวกนั้นคุยกันก็มีแต่เรื่องลูกของเนียนที่ป่วยหนัก
“ก็ถือว่าดีไป ว่าแต่คุณสนจะยึดตัวท่านขุนไว้เป็นประกันที่นี่นานเท่าใดเจ้าคะ”
สนจะเก็บขุนภักดีไว้แค่ถึงวันแรมสิบห้าค่ำนี้เท่านั้น เพราะไม่อยากให้เขากลับไปกระโตกกระตากให้เนียนรู้ตัว เกิดส่งข่าวไปบอกเสือหนักว่าไม่ต้องมา ขุนภักดีคงหาว่าเธอมดเท็จ...
นายเอกไม่สบายใจ กลัวว่าสาเหตุที่ทำให้ขุนภักดีเปลี่ยนไปต้องเกี่ยวพันถึงเนียน จึงพยายามจะหาทางเตือน แต่ไม่สบโอกาส จังหวะนั้น สนเข้ามาแจ้งทองจันทร์ว่าขุนภักดีจะกลับมาเรือนใหญ่หลังจากแรมสิบห้าค่ำไปแล้ว ทองจันทร์ไม่เข้าใจทำไมต้องเป็นเช่นนั้น สนอ้างว่าไม่ทราบ มีเพียงขุนภักดีคนเดียวเท่านั้นที่รู้...
ooooooo
พรุ่งนี้จะถึงวันแรมสิบห้าค่ำ สนให้ขุนภักดีดื่มเหล้าน้อยลง สติของเขาจึงกลับคืนมาความคิดที่จะไปฆ่าคนทรยศก็กลับมาด้วย จัดแจงจะไปเรือนใหญ่ สนรีบเข้ามาดึงแขนไว้ ฆ่าเนียนตอนนี้ไม่เห็นจะได้ประโยชน์อะไร ในเมื่อเขาไม่ได้กำจัดชู้ของเธอไปด้วย และที่สำคัญทองจันทร์กับเรียมต้องไม่ยอมให้เขาทำอย่างนั้นแน่ๆ
“สนก็ไม่ยอมเช่นกัน มันยังไม่มีหลักฐานปรากฏให้เห็นประจักษ์แก่ตานะเจ้าคะ เชื่อสนนะเจ้าคะ ทนอีกคืนเดียว...สนเรียกนายเอกให้มาร่วมเป็นพยานในการจับชู้นั่นให้ได้คาหนังคาเขาด้วยเจ้าค่ะ คุณนายเรียมกับคุณแม่จะได้เชื่อว่าไม่มีใครใส่ความเนียน พี่ขุนอย่าบอกนายเอกให้รู้ว่าพี่ขุนจะทำอะไรนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นมันจะเอาไปบอกเธอ สนกำลังสงสัยว่านายเอกมันแอบหลงรักเนียนเจ้าค่ะ”
ขุนภักดีจะไปเอาเรื่องนายเอก แต่สนห้ามไว้ ในเมื่อเขาไม่ได้เล่นชู้กับเนียนก็ไม่ควรจะเก็บมาใส่ใจ...
ทองจันทร์กับเรียมสังเกตเห็น พักหลังๆที่สนกับช้อยมาเรือนใหญ่มักจะมองเนียนด้วยสายตาเย้ยหยันเนียนเองก็เห็นเช่นกัน ได้แต่นิ่งไม่พูดอะไร...
ฝ่ายขุนภักดีทำตามที่สนแนะนำ บอกนายเอกแค่ว่าต้องการจะให้เขาไปเป็นเพื่อนจับโจรคืนพรุ่งนี้ และกำชับว่าเรื่องนี้เป็นความลับ ห้ามไปบอกใครทั้งสิ้นไม่เช่นนั้นโจรจะรู้ตัวแล้วหนีไปเสียก่อน
ooooooo
เช้าวันแรมสิบห้าค่ำ เสือหนักสั่งให้โพล้งกับแพรเตรียมตัวย้ายไปตั้งรกรากที่บางกอก ทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง แดงน้อยจะรู้เพียงว่าโพล้งกับแพรเท่านั้นที่เป็นญาติ ไม่เกี่ยวข้องกับเสือหนักซึ่งทางการต้องการตัว
“เมื่อคืนข้าฝันถึงลุงน้อมมายืนร้องไห้เหมือนจะบอกอะไร ข้าว่าพี่อย่าไปเลย” โพล้งติงใจคอไม่ดี
เสือหนักนัดเนียนไว้แล้ว จะได้ไปบอกเธอว่าแดงน้อยสบายดี และเขาจะไม่ไปให้น้องเห็นอีก เพื่อปกป้องไม่ให้ใครระแคะระคายว่าเธอมีลูกแล้วแถมมีพี่เป็นโจร...
ในที่สุดนายเอกหาทางเตือนเนียนได้สำเร็จ ให้ระวังสองนายบ่าวเรือนเล็กที่พักหลังๆมีท่าทางชอบกลคอยยิ้มเย้ยเนียนอยู่ตลอด ยิ่งคืนนี้ขุนภักดีจะไม่อยู่ไปจับโจรแถวศรีประจันกับเขา เธอยิ่งต้องระวังตัวให้มากขึ้น...
สนเตรียมแผนการสำหรับคืนนี้ไว้พร้อมทุกอย่าง เพื่อกันทองจันทร์ไม่ให้มายุ่มย่าม เธอใช้แทนให้ไปบอกแมวกับกบว่าคืนนี้ท่านพระครูเชิญทองจันทร์ให้ไปรักษาศีลภาวนาที่วัดกับพวกอุบาสกอุบาสิกา...
ค่ำวันเดียวกัน ระหว่างที่นายเอกพายเรือพาขุนภักดีออกจากท่าน้ำหลังบ้าน อดถามไม่ได้ว่าทำไมเราสองคนต้องปลอมตัวเป็นชาวบ้านแบบนี้ด้วย ขุนภักดีไม่ตอบ สั่งให้เขาพายเรือต่อไปจนพ้นคุ้งน้ำเบื้องหน้าแล้วจอดเรือแอบไว้ที่ท่าน้ำ เมื่อเรือของขุนภักดีพ้นคุ้งน้ำเป็น
จังหวะเดียวกับเสือหนักพายเรือสวนมา คนละฝั่งคลอง เขาเห็นเรือของขุนภักดี แต่ไม่ติดใจสงสัยอะไร ยังคงพายเรือต่อไปยังจุดหมายของตัว....
ขณะที่เสือหนักพายเรือมาใกล้ท่าน้ำบ้านภักดีภูบาล ท่านพระครูอดถามทองจันทร์ไม่ได้ว่ามาที่วัดทำไม เธอหันมองบ่าวทั้งสองสีหน้างงๆยังไม่ทันจะว่าอะไร ท่านพระครูชิงพูดขึ้นเสียก่อน
“มาก็ดีแล้ว มาทำจิตใจให้สงบในวันพระก็ย่อมดีทั้งนั้น” ท่านว่าแล้วเดินนำออกไป ทองจันทร์หันไปเล่นงานบ่าวช่างพูดทั้งสองคนของตนว่าไปเอาจากที่ไหนมาบอกตนว่าท่านพระครูสั่งให้มาที่นี่ พอรู้ว่าแทนเป็นคนไปบอก ทองจันทร์จะเข้าไปหยิกทั้งคู่ แต่ท่านพระครูหันมาเรียกให้ตามมาเสียก่อน กบกับแมวเลยรอดตัวไป...
ทางฝ่ายนายเอกอดซักถามไม่ได้ว่า ทำไมขุนภักดีพาเดินลัดเลาะริมตลิ่งย้อนกลับมาที่บ้าน ไหนว่าจะไปจับโจรที่ศรีประจัน เขาอ้างว่าจะกลับมาจับโจรที่กำลังจะขึ้นบ้านของตน นายเอกสอบถามอีกว่ารู้ได้อย่างไรว่าโจรจะมาปล้นบ้าน ขุนภักดีรำคาญที่เขาถามไม่เลิก ชักปืนขึ้นมาขู่ให้หุบปากถ้าไม่อยากตาย นายเอกปิดปากเงียบ ไม่ได้สงสัยว่าจะเกิดเรื่องร้ายกับเนียน...
ถึงเวลาตามนัด เนียนมาพบเสือหนักที่ท่าน้ำบ้านภักดีภูบาล สองพี่น้องโผกอดกันกลม ขุนภักดีซึ่งซุ่มดูอยู่กับนายเอกโกรธมากจะออกไปจัดการนังคนทรยศกับชู้รัก นายเอกคว้าตัวไว้ขอร้องอย่าเพิ่งวู่วาม ภาพเบื้องหน้า อาจจะไม่ใช่อย่างที่เห็น เขาน่าจะลองถามไถ่เนียนดูก่อน
“มันกอดกันจนตัวกลม ไม่ใช่ชู้แล้วหมาที่ไหนมากอดกัน” ขุนภักดีเข่นเขี้ยวด้วยความแค้น
“รึว่าพวกเขาอาจเป็นญาติกันขอรับ” นายเอกตั้งข้อสังเกต ขุนภักดีพาลหาว่าเขาเข้าข้างเนียนเพราะอยากเป็นชู้กับเธออีกคนหนึ่ง นายเอกถึงกับเข่าอ่อนยกมือไหว้ท่วมหัว ปฏิเสธลั่นว่าไม่เคยคิดเช่นนั้น ขุนภักดีชักปืนขึ้นมาจะเข้าไปเอาเรื่อง สนขวางทางไว้
“อย่าเจ้าค่ะพี่ขุน ฆ่าคนพี่ขุนจะติดคุก แล้วลูกสนกับลูกคุณนายเรียมจะกำพร้าพ่อ ถ้าพี่ขุนอยากลงโทษ ฆ่าไอ้ชู้คนเดียวไม่ผิดดอก เพราะมันเป็นโจร ส่วนเนียนพี่ขุนบอกว่าจะโบยด้วยแส้ม้าไงเจ้าคะ”
“สนไปเอาแส้ม้ามา พี่จะจัดการไอ้ชู้นั่นให้ตายคามือพี่ ส่วนอีผู้หญิงพี่จะโบยมันให้สาสม”
ooooooo
ที่ท่าน้ำไม่ห่างจากจุดที่ขุนภักดีอยู่นัก เสือหนักบอกเนียนว่าจะมาหาเป็นครั้งสุดท้าย เพราะไม่อยากทำให้เธอเดือดร้อน ยิ่งตอนนี้เธอกำลังท้องกำลังไส้ยิ่งต้องระวังตัวจากพวกที่จะปองร้ายให้ดี
“ถ้าพี่หนักหมายถึงคุณสน ตอนนี้เธอไม่ยุ่งกับเนียนดอก เธอกำลังมีความสุขมาก เพราะมีลูกชายให้พี่ขุน”
เสือหนักชะงัก นึกถึงคำพูดของเหิมที่เคยบอกตนว่า สนแค้นใจที่ขุนภักดีหลงเมียใหม่ไม่มาหาสองเดือนกว่า จึงต้องจ้างคนไปฉุด เนียนเห็นพี่ชายเงียบไป รีบเอาสร้อยทองยัดใส่กระเป๋าเสื้อให้ เผื่อเอาไว้ใช้จ่ายค่ารักษาแดงน้อย พลันมีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด กระสุนเฉียดหัวไหล่เสือหนักเลือดสาด
“ไอ้เสือหนัก ไอ้โจรห้าร้อย มึงเป็นชู้กับเมียกู มึงตายเสียเถิด” ขุนภักดีพร้อมกับปืนในมือปรี่เข้าหา
เนียนกลัวพี่ชายจะถูกฆ่า รีบผลักลงน้ำ ขุนภักดีจิกหัวเธอไว้ พลางเหน่ียวไกปืนยิงตามลงไปในน้ำเป็นชุด หวังจะฆ่าเสือหนักให้ตาย นายเอกตามมาสมทบยังงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขุนภักดีสั่งให้เขาเอาคนออกตามล่าตัวเสือหนักให้เจอ คงได้ตัวไม่ยากเพราะเพิ่งโดนตนยิง นายเอกเป็นห่วงเนียนแต่ไม่กล้าขัดคำสั่ง รีบจ้ำออกไป
ขุนภักดีเหวี่ยงเนียนลงกับพื้นแล้วตามมาตบตีซ้ำ สนวิ่งกลับมาพร้อมกับแส้ม้า เตือนเขาว่าอย่าลงไม้ลงมือกับเนียน จะช้ำในตายเสียก่อน พลอยจะทำให้ลูกเสือหนักในท้องแย่ไปด้วย
“นี่เจ้าค่ะแส้ม้า โบยระวังๆนะเจ้าคะ หน้าสวยๆจะเสียโฉม”
ขุนภักดีใช้แส้ฟาดเนียนไม่ยั้งจนล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น ปากก็ด่าว่าต่างๆนานา สนสวมบทแม่พระเข้าไปกอดขาเขาขอร้องอย่าทำร้ายเนียน ขอให้เขาเห็นแก่เด็กในท้องที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ขุนภักดีไม่สนใจคำอ้อนวอน ตั้งหน้าตั้งตาโบยเนียนต่อไป สนคิดจะใช้เหตุการณ์นี้กำจัดลูกในท้องของเรียมไปในตัว รีบวิ่งไปยังเรือนใหญ่...
ฝ่ายนายเอกรวบรวมบ่าวไพร่ออกตามล่าเสือหนักตามคำสั่งของเจ้านายแต่พอสบโอกาสเขากลับแอบช่วยเหลือให้เสือหนักหนีรอดไปได้ เพราะเชื่อว่าระหว่างเนียนกับเสือหนักต้องมีอะไรมากกว่าที่เห็น...
ในเวลาเดียวกัน เรียมได้ยินเสียงปืนวิ่งมาชะเง้อมองไปยังท่าน้ำ จะตามไปดูก็ไม่กล้าเพราะขุนภักดีสั่งห้ามลงเรือนไปไหนเด็ดขาด เกรงจะแท้งลูกอีก จังหวะนั้นสนวิ่งหน้าตื่นนำช้อยขึ้นมาบนเรือน แจ้งว่าเนียนมีชู้ ตอนนี้ถูกท่านขุนโบยอยู่ที่ท่าน้ำให้เธอรีบไปช่วยห้ามก่อนที่เนียน จะถูกตีจนตาย เรียมตกใจมากสั่งช้อยให้รีบไปตามคุณแม่ที่วัดให้กลับมาด่วนที่สุด สนกระซิบบอกช้อยว่าไม่ต้องรีบ ให้ถ่วงเวลาทองจันทร์ไว้
“พานังเรียมไปไวๆให้มันแท้งลูกเจ้าค่ะ” ช้อยกระซิบตอบก่อนจะวิ่งลงเรือนไป
สนเร่งให้เรียมรีบไปช่วยเนียน ทีแรกเธอไม่กล้าไป แต่ด้วยความเป็นห่วงเนียน จำต้องตามสนไป ครู่ต่อมาเรียมมาถึงท่าน้ำเห็นเนียนถูกขุนภักดีโบยไม่ยั้ง รีบเข้าไปขอร้องให้พอได้แล้ว ห่วงเด็กในท้องเนียนบ้าง
“มันเป็นลูกชู้ ลูกเสือลูกตะเข้ เกิดออกมาก็เลวเหมือนพ่อแม่มัน อย่ามาห้าม อย่ามาขอร้องพี่ ระวังตัวเรียมให้ดีเถิด ขัดคำสั่งพี่แบบนี้ ถ้าลูกพี่มีอันเป็นไป ต้องเป็นเพราะแม่เรียมไม่ดูแลลูกพี่ให้ดี พี่จะถือเป็นความผิดของแม่เรียมและเราคงต้องขาดกัน...ถอยไป สนเอาแม่เรียมออกไป”
เรียมถามเนียนทั้งน้ำตาว่าข้อกล่าวหานี้ไม่เป็นความจริงใช่ไหม เธอไม่ตอบเอาแต่ส่ายหน้าร้องไห้...
ก่อนที่เนียนจะบอบช้ำมากไปกว่านี้ นายเอกพาทองจันทร์กลับมาช่วยห้ามปรามขุนภักดีไว้ได้ทัน
“เห็นแก่คุณแม่ นังแพศยาจึงรอดตาย อีเนียน กูปลดมึงจากเมียไปเป็นขี้ข้า เลี้ยงหมู ทำงานเยี่ยงทาสที่หลังบ้าน ถ้ากูไม่ได้สั่งมึงอย่ามาสะเออะผ่านเรือนกูเด็ดขาดจำไว้” ขุนภักดีผลักหัวเนียนแล้วผละไป...
มีเพียงนายเอกกับเรียมเท่านั้นที่ไม่เชื่อว่าเนียนมีชู้และเด็กในท้องเธอเป็นลูกของเสือหนัก โดยเฉพาะนายเอกมั่นใจว่าเรื่องนี้ต้องมีบางอย่างแอบแฝงจนเนียนไม่กล้าพูดความจริง...
ด้านขุนภักดีเสียใจมากที่เนียนทรยศ รักมากก็แค้นมากอาละวาดเตะข้าวของในห้องกระจุยกระจาย
ooooooo
สนไม่ยอมรามือ ขนาดเนียนถูกไล่ลงไปอยู่เรือนบ่าวทำงานเยี่ยงทาส ยังอ้างว่าจะเข้าไปหาของ แต่เจอรากนารีพิฆาตซุกไว้ในห้องนอนของเนียน ขุนภักดีไม่พอใจมากหาว่าเนียนทำเสน่ห์ใส่จนตนหลงรักหัวปักหัวปําคิดจะเฉดหัวออกจากบ้าน สนแนะให้เก็บเอาไว้ที่นี่ดีกว่า เฉดหัวไปแล้วไปมีชู้ใหม่อีก เขาจะอับอายเปล่าๆ
“คนก็ล้มจนยืนไม่ขึ้นแล้ว อย่าเหยียบซ้ำเลยนะจ้ะแม่สน” เรียมเตือน
“สนขอโทษเจ้าค่ะจะไม่พูดอีกแล้วไม่ว่าจะเห็นอะไรไม่ดีตำตาอีก” สนยกมือไหว้แต่ในใจกลับเคียดแค้น...
แม้จะทำทุกอย่างแล้ว แต่สนก็ยังไม่ได้หัวใจของขุนภักดีมาครอบครอง เขายังคงอาลัยอาวรณ์เนียนไม่เปลี่ยนแปลง เธออยากให้ช้อยหาทางกำจัดหนามยอกอกให้สิ้นซาก เธอไม่อยากปล่อยลูกเสือลูกตะเข้เข้าป่า
“เมื่อก่อนเหมือนจะยาก ตอนนี้เหมือนจะง่ายแต่กลับยากกว่าเมื่อก่อนอีกเจ้าค่ะ นังเนียนมันถูกล้อมรอบด้วยมวลหมู่บ่าวรับใช้ที่รักใคร่มัน แม้กระทั่งไอ้แทน”
คุณนายเรือนเล็กสีหน้าครุ่นคิด จะทำอย่างไรกับหนามชิ้นใหญ่ชิ้นนี้ดี
ooooooo










