ตอนที่ 2
สนเข้าไปที่สวนหลังบ้านเพื่อพบกับเหิมตามนัด เห็นสายตากรุ้มกริ่มที่เขามองมาแล้วไม่พอใจมากสั่งห้ามใช้สายตาแบบนี้มองเธออีกเด็ดขาด
“แหม ทีเมื่อสามปีก่อนไม่เห็นจะว่า เห็นแต่ทำท่าอยากให้มอง ไอ้เหิมดีใจจนเนื้อเต้นที่แม่สนคนสวยคิดถึง จึงเรียกมาพบ” เหิมยิ้มอย่างมีเลศนัย สนสั่งให้หยุดพล่ามได้แล้ว ที่เรียกเขามาพบเพราะต้องการให้ฉุดบ่าวรับใช้ในบ้านหลังนี้ไปข่มขืนสักเจ็ด วัน เหิมมองสนอย่างรู้ทันว่าบ่าวที่ว่าต้องไม่ใช่บ่าวธรรมดา แต่เป็นหอกข้างแคร่ที่จะมาแบ่งกินน้ำใต้ศอกคุณนายเรียมอีกคน สนถึงได้ลงมือเหี้ยมเกรียมขนาดนี้
ยิ่งรู้ว่าเธออยากกำจัดบ่าวคนนี้มาก เท่าไหร่ เหิมยิ่งโก่งค่าจ้างมากขึ้นเท่านั้น เสนอราคาถึงห้าชั่ง สนไม่มีทางเลือกจำต้องตกลง นัดให้เขาลงมือวันมะรืนก่อนเพล เหิมขอเงินตอนนี้เลย แล้วเอื้อมมือจะมาแตะข้อมือสน
“อย่ามาแตะต้องแม้แต่ ปลายเล็บข้า พรุ่งนี้เช้าเอ็งมาแอบดูหน้ามันเอาไว้ นังเนียนมันจะลงมาเก็บดอกไม้ที่สวนหลังบ้านทุกวัน” สนยิ้มเหี้ยม รอให้เหิมกำจัดเสี้ยนหนามหัวใจแทบไม่ไหว...
ฝ่ายน้อมกลับถึงบ้านด้วย อาการเพียบหนัก เพราะตรากตรำจากการเดินทางไปหาเนียน แพรพาแดงน้อยมาหาน้อมเป็นครั้งสุดท้าย เขาฝากฝังแพรกับโพล้งช่วยดูแลแดงน้อยให้ดี ขาดคำน้อมสิ้นใจอย่างหมดห่วง...
ขุน ภักดีเห็นเนียนอยู่ที่โถงกลางเรือนเพียงลำพัง จะเอาน้ำหอมอย่างดีไปให้ ทองจันทร์เข้ามาเห็นเสียก่อนแกล้งทักว่าน้ำหอมขวดนั้นจะเอาให้เรียมใช่ไหม ถ้าเธอรู้ว่าผัวมีแก่ใจเอาของกำนัลมาฝากคงจะชื่นใจมาก แล้วไล่เขาให้ไปหาเรียมที่ห้องนอน ขุนภักดีหนีไม่ออกจำต้องรับสมอ้าง
“มี เมียเหมือนแม่พระแสนดีเป็นศรีแก่ตัว ถนอมน้ำใจกันไว้บ้างเถิดพ่อเทพ” ทองจันทร์พูดไล่หลังลูกชายก่อนจะหันไปเรียกเนียนให้เข้ามาใกล้ๆ อยากรู้ว่าเธอคิดจะหาทางลัดมาเป็นคุณนายบ้านนี้อย่างที่สนว่าหรือเปล่า แต่ไม่กล้าถามตรงๆได้แต่เลี่ยงถามว่าทำไมอยู่ๆน้อมถึงยกเนียนให้อยู่รับใช้ พวกตนที่นี่ง่ายดายนัก
“เนียนทราบเจ้าค่ะ พ่อคงรู้ดีว่าไม่อาจหาเงินมาใช้หนี้คุณนายเรียมได้เจ้าค่ะ”
ทองจันทร์พยายามจับพิรุธเนียนแต่ไม่พบอะไรเห็นเพียงแววตาซื่อๆน่าสงสาร จึงไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก...
ทาง ด้านเรียมรู้ทันว่าน้ำหอมที่ขุนภักดีนำมาให้ไม่ได้ตั้งใจเอามาฝากตัวเอง แต่จะเอามากำนัลเนียน และยังรู้ใจเขาด้วยว่าจะมาขออนุญาตเธอยอมให้เนียนเป็นเมียคนที่สามของเขา ขุนภักดีถึงกับอึ้ง
“เรียมอนุญาตเรื่องเนียน แต่คุณพี่จะขืนใจเด็กไม่ได้ ต้องให้เธอสมัครใจ รับปากไหม”
“รับจ้ะ รับแน่นอน” ขุนภักดีดีใจแทบจะเก็บอาการไม่อยู่ เรียมคืนน้ำหอมให้เขา
“พรุ่งนี้เช้าคุณพี่เอาไปให้เนียนเองนะคะ”
ooooooo
เหิม ถึงกับตะลึงในความงามเมื่อเห็นบ่าวที่สนจะให้ฉุดไปข่มขืนออกมาเก็บดอกไม้ที่ สวนหลังบ้าน ไม่ต้องเอาเงินค่าเหนื่อยก็คุ้มที่ได้ฉุด จังหวะนั้นสนทำทีเข้าไปขอโทษเนียนที่ใช้ให้ซักผ้า อ้างไม่รู้มาก่อนว่าเธอมีฐานะเป็นน้องสาวของคุณพี่เรียม ขอให้เนียนยกโทษให้ จากนี้ไปเราสองคนมาเป็นเพื่อนกันดีกว่า
“อย่าลดตัวมาเป็นเพื่อนกับเนียนเลยเจ้าค่ะ เอา เป็นว่าคุณสนเมตตาเนียน เนียนก็ยินดีรับใช้คุณสนเจ้าค่ะ”
“ขอบใจจ้ะเนียน ถ้าอย่างนั้นเพื่อการผูกมิตรของเราสองคน พรุ่งนี้เนียนไปเป็นเพื่อนทำบุญที่วัดได้ไหม”
เนียน รับคำโดยไม่เฉลียวใจว่านี่เป็นแผนลวงไปให้เหิมฉุด สนยิ้มดีใจ ลอบปรายตามองไปทางท้ายสวนซึ่งเหิมซุ่มดูอยู่ แล้วอาสาช่วยเนียนเก็บดอกไม้ ขุนภักดีกำลังจะเอาน้ำหอมมาให้เนียน ต้องชะงักฝีเท้า แปลกใจที่เห็นสนญาติดีกับเนียน เหิมตกใจที่เห็นท่านขุนมือปราบมา หันหลังวิ่งหนี อารามรีบร้อนเหยียบกิ่งไม้แห้งเสียงดัง ขุนภักดีตะโกนลั่นว่าใครบังอาจแอบเข้ามาในบ้านของเขา สนตกใจ ถามว่ามีเรื่องอะไร
“พี่ได้ยินเสียงใครมาเหยียบกิ่งไม้แห้งดังกร๊อบเมื่อครู่”
สน กลัวความแตก รับว่าเป็นคนเหยียบกิ่งไม้เอง แล้วขยับจะไป แต่เหลือบเห็นขวดนํ้าหอมในมือ ขุนภักดีเสียก่อน คิดเอาเองว่าเขาเอามาให้จะคว้าไปจากมือ ขุนภักดีเอาหลบ สายตาจับจ้องที่เนียนตลอดเวลา
“แม่สนเข้าใจผิด พี่ไม่ได้เอามาให้แม่สน พี่จะเอามาให้...” ขุนภักดีพูดยังไม่ทันจบว่าจะเอามาให้เนียน นายเอกพรวดพราดเข้ามาแจ้งข่าวร้ายเรื่องพ่อของเนียนเสียก่อน เนียนถึงกับเป็นลมล้มพับ ขุนภักดีปราดเข้าไปประคองไว้ทัน แล้วอุ้มขึ้นเรือนใหญ่ สนมองตามด้วยความเจ็บใจ
ooooooo
สายวันเดียวกัน เรียมนำชุดดำตัดเย็บอย่างดีมาให้เนียนสวม เพื่อกลับไปจัดงานศพพ่อ เธอพยายามทักท้วงว่าแต่งธรรมดาก็ได้ไม่ต้องหรูหราแบบนี้
“ไม่ได้ ต้องสมฐานะ เนียนเป็นน้องสาวฉันและกำลังจะเป็น...” เรียมหยุดพูดไว้แค่นั้น เพราะเห็นกบยืนมองด้วยความสนใจ “...คอเนียนโล่งไป ข้อมือก็ยังขาด ส่วนเสื้อก็ต้องมีเข็มขัดทับกันซิ่นหลุด”
เนียนก้มกราบเรียมอย่างซาบซึ้งใจ กบพลอยดีใจไปกับเธอด้วยที่บุญพาวาสนาส่ง...
ด้านสนแค้นใจแทบกระอักเมื่อแผนฉุดเนียนเป็นอันต้องพับฐานเพราะนังนั่นต้องกลับบ้านแพนเพื่อจัดงานศพพ่อ ช้อยยุให้เธอส่งเหิมตามไปฉุดเนียนถึงงานศพ
“แกอยากให้ความแตก ฉันโดนจับเข้าคุกรึ...
โอ๊ย ทนไม่ไหวแล้ว” สนตะโกนสุดเสียงด้วยความอัดอั้น ก่อนจะกระชากช้อยตัวปลิวลงเรือนไปด้วยกัน ครู่ต่อมา สนลากช้อยมาถึงท่านํ้าเห็นเนียนแต่งชุดดำสะสวย สวมเครื่องประดับทองยกชุดทั้งสร้อย เข็มขัด กำไลข้อมือ ชี้หน้าด่าสาดเสียเทเสียหาว่าไปลักขโมยของของคุณพี่เรียมมาแล้วจะเข้าไปกระชากเครื่องประดับคืน เรียมเดินมากับขุนภักดีพอดี
“ทำไมจะต้องเอาคืน ในเมื่อเนียนมีฐานะเป็นน้องสาวของฉันก็ต้องแต่งตัวให้สมฐานะ”
สนโวยวายไม่เลิก ขุนภักดีต้องเตือนให้สำรวมไว้บ้าง เนียนจะไปจัดงานศพให้พ่อของเธอพร้อมกับเขา เธอจึงต้องดูดีที่สุด ไม่ขายหน้าให้ใครเอามานินทาได้ สนไม่เข้าใจทำไมเขาต้องไปงานศพน้อมด้วย
“ไม่ต้องเข้าใจดอก ไม่มีเวลาเจรจาเหลวไหล เรียมจ๊ะ รีบให้ไอ้แทนไปกระจายข่าวบอกบรรดาข้าราชการงานเมืองที่คุ้นเคยกับพี่ว่า เชิญไปงานศพนายน้อมด้วย”
เรียมรับคำ เร่งให้สามีรีบขึ้นเรือ เนียนใจจะขาดเพราะอยากกราบศพพ่อจะแย่แล้ว เนียนกราบที่อกเรียมขอบพระคุณในความเมตตา สนริษยาอกแทบระเบิด ทนนิ่งเฉยต่อไปไม่ไหว ตามไปต่อว่าเรียมที่กำลังกลับเรือนใหญ่ว่า คิดอย่างไรถึงส่งเสริมเนียนให้ผัวตัวเอง เท่ากับเอาหอกมาวางข้างแคร่ โดยลืมไปว่าตัวเองก็เป็นหอกข้างแคร่ของเรียมเช่นกัน จึงถูกเธอยอกย้อนอย่างเจ็บแสบ สนทำอะไรไม่ได้ นอกจากเก็บความแค้นไว้รอชำระ
ooooooo
งานศพน้อมจัดได้อย่างดูดีมีเกียรติสมกับที่ท่านขุนภักดีภูบาลรับเป็นเจ้าภาพให้ ข้าราชการระดับสูงรวมทั้งพ่อค้าใหญ่ๆในจังหวัดต่างมาร่วมงานกันคับคั่ง คุณนายใจอีกามาร่วมงานด้วย ขุนภักดีไม่พอใจเธอเป็นทุนเดิมอยู่แล้วที่ขูดรีดครอบครัวของเนียน จึงไล่เธอกลับ ห้ามมายุ่งย่ามที่นี่อีก...
ระหว่างที่แขกพักกินอาหารที่ทางเจ้าภาพจัดมาให้ แพรรู้ใจรีบเข้ามานัดแนะเนียน คืนนี้รอให้ปลอดคนก่อนแล้วจะพาไปหาลูก เนียนขอบใจเธอมากที่เป็นธุระเรื่องแดงน้อยให้ แล้วกระซิบถามถึงพี่ชายตัวเอง
“ใครมันจะกล้า แหกคุกหนีออกมาหาลุงน้อมตอนป่วยหนัก มันก็เจอลุงแกไล่เปิด มันให้เงินแกก็ไม่เอา”
โพล้งแทรกขึ้นทันที “แต่ข้าเอา ขืนไม่เอาป่านนี้แดงน้อยมันตายไปแล้วจะเอาเงินที่ไหนรักษา”
เนียนอดเป็นห่วงพี่ชายไม่ได้ จังหวะนั้นแหวนเข้ามากระซิบกับเนียนว่าพี่หนักมาหา เธอสะดุ้งโหยงกวาดตามองรอบตัวเกรงจะมีใครได้ยิน สักพัก เนียนหลบออกจากงานศพมาพบพี่หนักหรือชื่อใหม่ที่ตำรวจตั้งให้ว่า “เสือหนัก” เตือนเขาให้ระวังตัว งานศพพ่อมีตำรวจมาร่วมงานเต็มไปหมด
“พี่รู้แล้ว พี่ดีใจที่ท่านขุนเมตตาเนียนมาก ฟังพี่นะเนียน ผู้ชายถ้าเมตตากันขนาดนี้ แปลความได้ว่าท่านรักและต้องการให้เนียนเป็นเมียแน่นอน”
“อย่าพูดสิพี่หนักจ๋า ท่านมีคุณนายแล้วถึงสองคน”
“ท่านก็มีคนที่สามได้เพราะท่านมีปัญญาจะเลี้ยงดู ตกลงรับรักท่านเสียเถิด ลูกแดงน้อยของเนียนจะได้สบายไปด้วย พี่จะโดนจับโดนฆ่าวันใดก็ไม่อาจคาดเดา อนาคตแดงน้อยฝากไว้กับเนียน”
เนียนคิดคล้อยตามแต่ยังไม่ทันจะว่าอะไร มีเสียงตำรวจร้องเอะอะว่ามีคนเห็นเสือหนักมาป้วนเปี้ยนแถวนี้ เสือหนักรีบผละจากเนียนก่อนจะวิ่งหายไปในความมืด ขุนภักดีพรวดพราดเข้ามาหาเนียนด้วยความเป็นห่วง
“ตามหาจะแย่ มาทำอะไรที่มืดๆเปลี่ยวๆอย่างนี้ ไอ้เสือหนักมันมาดักปล้นรู้ไหม”
เนียนคิดคำตอบไม่ทัน แพรเข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์ว่าเนียนหน้ามืด ทำท่าจะอาเจียน เธอก็เลยพาออกมาไกลไปหน่อย ขุนภักดีไม่ติดใจสงสัยอะไร รีบพาเนียนกลับเข้างาน แพรถึงกับถอนใจโล่งใจ...
ขณะที่เสือหนักหนีเอาตัวรอดมาได้หวุดหวิด เหิมลอบมาพบสนที่สวนรกท้ายบ้านขุนภักดี จะขอยกเลิกงานฉุดสาว เพราะกลัวขุนภักดีเอาเรื่อง สนไม่ยอมให้เขาเปลี่ยนใจ ขู่ถ้าไม่ทำตามที่ตกลงกันไว้ เธอจะไปฟ้องพ่อกำนันว่าเหิมผิดสัญญา แอบมาวุ่นวายกับเธออีก รับรองคราวนี้พ่อกำนันต้องเอาเขาตายแน่นอน เหิมจำต้องทำงานต่อให้เสร็จ แบมือขอค่าจ้าง ระหว่างที่สนกำลังควักเงินให้เหิม แทนกับกบผ่านมาพอดีโวยวายว่ามีคนบุกรุก แทนคว้าพร้าพุ่งเข้าใส่เกือบชนช้อยกับสน
“คุณสนมาพบคนที่มาจากศรีประจัน มาบอกว่าพ่อกำนันป่วย เอ็งรีบไปให้พ้นก่อนที่คุณสนจะฟ้องท่านขุนให้มาโบยเอ็งโทษฐานจะฟันคุณสน” ช้อยเอ็ดตะโร แทนถึงกับหน้าเจื่อน ขณะที่เหิมยิ่งเป็นกังวล...
ดึกคืนเดียวกัน ที่บ้านของแพร เนียนกอดลูกไว้ด้วยความรักและคิดถึง พร่ำบอกแกว่าอยากจะอยู่ใกล้ๆตลอดเวลา แต่ทำไม่ได้เพราะต้องปิดบังไม่ให้คนที่บ้านภักดีภูบาลรู้ว่ามีลูกมาก่อน
“แดงน้อยจ๋า ลูกคือชีวิตคือลมหายใจคือแสงสว่างของแม่ ขอบใจลูกมากที่ทำให้ชีวิตของแม่มีความหวัง ถ้าบุญแม่มีมากพอ สักวันเราแม่ลูกคงได้เปิดเผยให้ทุกคนรับรู้ว่าเราคือแม่ลูกกัน” เนียนกอดลูกไว้แนบอกน้ำตาไหลพรากไม่รู้อีกนานแค่ไหนจะได้เจอกันอีก แล้วมองหน้าลูกรักเพื่อเก็บความทรงจำนี้ไว้ในดวงใจตลอดไป...
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโชคชะตาหรือเคราะห์กรรมกันแน่ที่ทำให้เหิมเกิดกลัวหัวหดขึ้นมา จึงเสนองานฉุดผู้หญิงครั้งนี้ให้เสือหนักไปทำแทน คุยอวดว่างานนี้นอกจากจะได้ข่มขืนผู้หญิงเจ็ดวันเจ็ดคืนแล้ว ยังมีเงินแถมให้อีกสามชั่ง เสือหนักสนใจเพราะเห็นเป็นผู้หญิงจากบ้านขุนภักดี แต่ไม่คิดว่าเป็นเนียน
“ขอคิดดูก่อน ข้าไม่อยากก่อกรรมทำเข็ญกับลูกสาวใครเขา”...
ระหว่างนั่งเรือกลับจากบ้านแพน ขุนภักดีตัดสินใจสารภาพความในใจว่ารักเนียนมากเพียงใด หญิงสาวถึงกับอึ้ง อยากจะรับรักเขาเช่นกันแต่เกรงใจคุณนายเรียม ไม่อยากเป็นคนอกตัญญู
“ช่างเป็นเด็กดี เด็กซื่อสมกับที่แม่เรียมรักใคร่เมตตา แม่เรียมเต็มใจรับเนียนมาเป็นคนในครอบครัวเราจ้ะ ฉันจะไม่เร่งรัดเนียน ฉันอยากให้เนียนเต็มใจและมีความรู้สึกอย่างเดียวกันกับที่ฉันมีต่อเนียน กลับไปไตร่ตรองแล้วพรุ่งนี้ให้คำตอบฉัน” ขุนภักดีมองสบตาเนียนลึกซึ้ง เธอเขินอายจนต้องหลบสายตา...
ในขณะที่เนียนรับรู้ความในใจที่ขุนภักดีมีให้ โพล้งลอบเข้าไปพบเสือหนักยังที่หลบซ่อนตัว เพื่อแจ้งว่าแดงน้อยไม่สบายมาก เงินที่เขาให้ไว้เกรงจะไม่พอค่าใช้จ่ายเพราะต้องเอาตัวแกไปรักษาในเมือง เสือหนักนึกถึงงานที่เหิมเสนอให้ขึ้นมาทันที ตัดสินใจรับทำงานเพื่อเอาเงินไปรักษาหลาน
ooooooo
สนรอจนเนียนลงมาเก็บดอกไม้เพียงลำพัง รีบเข้าไปขอโทษที่วันก่อนเข้าใจผิดคิดว่าเนียนขโมยของของคุณพี่เรียม รับรองว่าคราวนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะพูดจาไม่ดีกับเธอ เนียนขอบคุณ แล้วขอตัวกลับขึ้นเรือนเพราะไม่ค่อยอยากอยู่ใกล้สองนายบ่าวมากนัก สนไม่ยอมให้ไปดึงมือเธอไว้จนเซเสียหลัก
“คุณสนจะให้เนียนทำอะไรเจ้าคะ”
“ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับฉัน ไปทำบุญเพลนี้เป็นเพื่อนฉันก่อนที่ฉันจะไปเยี่ยมพ่อที่ศรีประจัน”
เนียนรับคำ แล้วเดินจากไป ช้อยกับสนมองตามด้วยความพอใจ...
เรียมกับทองจันทร์แปลกใจมากเมื่อเนียนมาขออนุญาตไปทำบุญกับสน ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นสนไปทำบุญกับใครที่ไหน สนแต่งเรื่องว่าพ่อกำนันป่วย ก็เลยอยากทำบุญสะเดาะเคราะห์ให้ พอดีกับพ่อของเนียนตายก็เลยชวนเนียนไปทำบุญด้วยกัน ทันทีที่ทองจันทร์อนุญาต สนรีบคว้าข้อมือเนียนเดินลิ่วลงจากเรือน พอคล้อยหลัง ขุนภักดีออกมาจากห้องนอน ไม่เห็นเนียนอยู่แถวนั้นก็ถามหา ทองจันทร์หมั่นไส้ลูกชาย
“หยุดหายใจเข้าหายใจออกเป็นเนียนก่อนเถิดพ่อเทพ แม่เรียมนั่งหัวโด่ตรงนี้ เกรงใจกันบ้าง”
เรียมแก้ต่างให้ขุนภักดีว่าเราสองคนตกลงกันเรื่องเนียนเรียบร้อยแล้ว ทองจันทร์ถึงกับส่ายหน้าระอาใจ...
ฝ่ายเหิมพาเสือหนักกับโพล้งมายังจุดนัดหมายที่จะฉุดผู้หญิง ยัดเงินสามชั่งใส่มือแล้วขอตัวจะกลับ เสือหนักซักว่ามีผู้หญิงกี่คนชื่ออะไรบ้าง
“เดี๋ยวเอ็งก็รู้เองแหละวะเพราะจะมีคนปล่อยผู้หญิงคนนั้นทิ้งไว้ตามลำพังให้เอ็งฉุดตรงโน้น รับรองว่าเอ็ง
ไม่ผิดหวังแน่ๆ สวยเหมือนนางฟ้าว่ะ” เหิมพูดจบ รีบร้อนออกไป...
ไม่นานนัก สนกับช้อยพาเนียนมาถึงจุดนัดหมาย เสือหนักกับโพล้งแอบซุ่มดูอยู่ ถึงบางอ้อทันทีว่าผู้หญิงที่เหิมจ้างให้มาฉุดไปข่มขืนคือเนียนนั่นเอง เสือหนักเจ็บใจมากจะตามไปเอาเรื่องเหิม โพล้งรั้งไว้
“เย็นไว้พี่หนัก คิดกลับตาลปัตรสิพี่ โชคดีแค่ไหนที่มันโง่มาจ้างพี่ โดยที่มันไม่รู้ว่าเนียนเป็นน้องของพี่ ถ้ามันไปจ้างคนอื่น โอ๊ย...ไม่อยากจะเดาอนาคตเนียน”
“ป่นปี้แน่น้องข้า ดีล่ะ หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง”
เสือหนักกับโพล้ง รอจนสนกับช้อยออกอุบายทิ้งเนียนไว้เพียงลำพัง รีบตามสองนายบ่าวตัวดีจนทัน ทั้งคู่ใช้ผ้าขาวม้าคาดหน้าอำพรางใบหน้าที่แท้จริง โดดเข้าขวางไว้ ประกาศตัวว่าคือเสือหนักคนที่จะมาข่มขืนสองสาว สนอธิบายว่าเขาเข้าใจผิด คนที่จะถูกข่มขืนคือเนียนซึ่งอยู่ด้านโน้น ไม่เกี่ยวกับพวกตน
“ข้าไม่ข่มขืนอีคนไหนทั้งนั้นนอกจากเอ็งสองคน”
สองนายบ่าวตกใจตาเหลือก อ้าปากจะร้องขอความช่วยเหลือ เสือหนักกับโพล้งรีบตะปบปากไว้ แล้วลากเข้าพงหญ้าข้างทาง ทางฝ่ายเนียนรอสนกับช้อย
อยู่นานไม่เห็นกลับมาสักที ตัดสินใจออกตามหาทั้งๆที่ไม่คุ้นทาง ทำให้เดินวนไปเวียนมาอยู่แถวนั้น...
ในเวลาเดียวกัน ขุนภักดีเริ่มเป็นกังวล เนียนหายไปตั้งแต่ก่อนเพลจนบ่ายจัดยังไม่กลับ สั่งให้กบไปตามนายเอกกับแทนให้ออกตามหา
ooooooo
เสร็จจากข่มขืนสน เสือหนักจับมัดมือมัดปาก เธอน้ำตาร่วงพยายามขอร้องให้เขาปล่อยทั้งๆที่ยังมีผ้าปิดปากอยู่ เสือหนักไม่สนใจ คนใจคออำมหิตอย่างเธอต้องถูกย้อนเกล็ดให้สาแก่ใจ แล้วลากสนไปหาโพล้งที่จัดการช้อยอยู่ด้านหนึ่งของพงหญ้า สั่งให้เอาสองนายบ่าวไปใส่เรือ
“ไปเรือของมันจะได้ไม่มีใครผิดสังเกต”
จังหวะนั้น มีเสียงเนียนร้องเรียกสนกับช้อยดังขึ้น สนพยายามดิ้นจนผ้าผูกปากหลุด แต่ยังไม่ทันจะส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ เสือหนักปิดไว้ทันแล้วเอาเศษผ้ายัดไว้
“ข้าไม่ยอมให้เธอช่วยเอ็งดอก เอ็งเห็นหรือยังว่าผู้หญิงคนนั้นน้ำใจงามแค่ไหน เธอใจดีห่วงเอ็งแต่เอ็งใจร้ายใส่เธอ...เรืออยู่นั่น เร็วเอานังสองคนนี่ไปใส่เรือ” เสือหนักแบกสน ขณะที่โพล้งแบกช้อยตามไปที่เรือ...
ระหว่างที่เสือหนักกับโพล้งเบนหัวเรือออกจากท่าน้ำโดยทั้งคู่ยังมีผ้าคาดหน้า เนียนตามมาทันเห็นท้ายเรือไวๆ ส่วนคนพายเรือก็คลุมผ้าไว้ไม่เห็นหน้าจึงไม่รู้ว่าเป็นใคร เสือหนักเห็นเนียนดูท่าเหมือนหลงทาง จะหักเรือกลับไปช่วย เป็นจังหวะเดียวกับนายเอกและแทนมาถึงพอดี
“หากันเกือบตาย ท่านขุนห่วงเนียนจะแย่ รีบกลับกันเถิด” นายเอกว่าแล้วขยับจะไป เนียนเป็นห่วงช้อยกับคุณสนไม่รู้หายไปไหน เขากลับบอกว่าไม่ต้องไปสนใจ สองคนนั่นเอาตัวรอดได้ พอทั้งสามคนเดินออกจากท่าน้ำ เสือหนักจิกหัวสนกับช้อยให้ขึ้นมาดู
“เอ็งสองคนเห็นไหมว่าคนดีผีคุ้ม คนชั่วผีไม่ปรานี ผู้หญิงคนนั้นเธอต้องเป็นคนที่ท่านขุนอยากได้เป็นเมียแน่ๆ แล้วเอ็งก็ริษยาเธอ ข้าจะให้เอ็งซมซานกลับไปเหมือนนกปีกหักอีกเจ็ดวันข้างหน้า” เสือหนักพูดจบผลักหัวสองนายบ่าวกลับที่เดิม แทนที่ทั้งคู่จะสำนึก กลับเกลียดชังเนียนมากขึ้น...
ระหว่างทางกลับบ้านขุนภักดี นายเอกทำหน้าที่พ่อสื่อ กล่อมเนียนให้ยอมตกล่องปล่องชิ้นกับเจ้านายของตน ตอนนี้เธอเหลือตัวคนเดียวแล้ว รังแต่จะโดนรังแก ถ้ามีขุนภักดีคอยปกป้องก็หมดห่วงเรื่องพวกนี้ไปได้ เธอเองก็รู้ดีว่าท่านรักเธอมากเพียงใด เนียนคิดหนักตัดสินใจไม่ถูกจะทำอย่างไรดี...
ค่ำวันเดียวกันขุนภักดีมาทวงคำตอบจากเนียนว่าพร้อมจะรับรักตนหรือไม่ ถ้าเธอไม่พร้อมเขาจะไม่รบกวนเธออีก และเธอสามารถอยู่ที่นี่ต่อไปในฐานะน้องสาวของเรียมได้ หลังจากคิดทบทวนอยู่หลายตลบ ในที่สุดเนียนก็ตอบตกลง ขุนภักดีดีใจมากดึงเธอมากอดก่อนจะก้มลงจูบหน้าผาก
“นี่คือจูบมัดจำ เนียนออกทุกข์เมื่อไหร่ ฉันจะรับ ขวัญเนียน ประกาศให้ทุกคนในบ้านรู้ว่าเนียนคือคุณนายของบ้านนี้” ขุนภักดีว่าแล้วกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น...
หลังจากนำตัวสนกับช้อยไปขังไว้ที่กระท่อมของเสือหนัก โพล้งรีบตรงไปยังโรงหมอ เห็นแพรอุ้มแดงน้อยออกมาพอดี เขารีบเอาเงินยัดใส่มือ พอเธอเห็นเงินมากมายถึงสามชั่ง ถึงกับตะลึง ก่อนจะโวยวายลั่นว่าไปปล้นใครมา โพล้งห้ามถามมากความและห้ามพูดเรื่องนี้กับใครเด็ดขาดแล้วรีบหลบออกไป
ooooooo
เนียนไว้ทุกข์แค่เจ็ดวันก็ออกทุกข์ ขุนภักดีโล่งใจที่การรอคอยสิ้นสุด สั่งให้ช่างปรับปรุงห้องเนียนใหม่
ไว้เป็นห้องหอ ส่วนเรียมตามช่างตัดเสื้อมาตัดชุดให้เนียนใหม่ให้สมฐานะที่เธอจะมาเป็นคุณนายคนที่สามของบ้านหลังนี้ เนียนไม่อยากให้ยุ่งยากเธอใส่อะไรก็ได้ เสื้อผ้าที่คุณนายเรียมให้ไว้ยังมีอีกหลายตัว
“ไม่ได้ดอกเนียน ที่ฉันให้มันใช้แล้วไม่สมฐานะคุณนายเนียน”
ทองจันทร์ไม่วายเตือนเนียนอย่าถ่อมตัวเกินไป อย่ามองคนอื่นดีไปหมดอาจนำภัยมาสู่ตัวเอง แล้วนึกขึ้นได้ว่าสองนายบ่าวเรือนเล็กหายหน้าไปหลายวันทำให้บ้านเงียบผิดปกติ ขุนภักดีคิดว่าน่าจะเป็นเพราะกำนันแสงป่วยยังไม่หาย กบแทรกขึ้นทันทีว่าตอนคุณสนไปก็ไม่ได้หิ้วผ้าผ่อนติดตัวไปด้วยสักชิ้นเหมือนจะไปกลับวันเดียวกัน เรียมเริ่มเป็นห่วงสองคนนั่น จึงสั่งให้กบไปบอกนายเอกให้ส่งคนตามไปดูที่ศรีประจัน...
ครบกำหนดตามที่ลั่นวาจาไว้ เสือหนักกับโพล้งซึ่งยังคงใช้ผ้าโพกอำพรางใบหน้าที่แท้จริง เอาสนกับช้อยมาปล่อยไว้ที่ท่าน้ำแห่งเดิม เสือหนักเตือนสนว่าอย่าริอ่านทำชั่วแบบนี้อีกไม่อย่างนั้นจะกลับมาฉุดไปอีกครั้ง คราวนี้จะเก็บตัวไว้เจ็ดปีไม่ใช่แค่เจ็ดวัน แล้วหันไปสั่งโพล้ง
“แก้มัดมัน ให้มันซมซานกลับไปหาข้อแก้ตัวกับขุนภักดีว่ามันหายหัวกันไปไหนมา”
สนขอเห็นหน้าคนชั่วที่ทำให้ตัวเองป่นปี้สักครั้ง เสือหนักไม่ให้ดู ขอให้รู้แค่ว่าเธอเป็นเมียเจ็ดวันของเสือหนักก็พอ จากนั้นเขากับโพล้งกระโจนลงน้ำว่ายหายไป สนกับช้อยโผกอดกันร้องไห้โฮ โดยเฉพาะสนเสียทั้งตัว เจ็บทั้งใจไม่มีหน้าจะกลับไปหาขุนภักดีได้อีก อยากตายให้รู้แล้วรู้รอด
ช้อยปลอบสนให้พยายามรวบรวมสติตัวเองให้ได้ เธอกลับแว้งมาเล่นงานช้อยหาว่าเป็นต้นเหตุทำให้เธอตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ช้อยแก้ตัวว่าไม่ใช่ตน เป็นเนียนต่างหากที่ต้องรับผิดชอบ สนไม่ฟังไล่ทุบตีเธออุตลุด
“ช่วยด้วยๆ คุณสนเป็นบ้า ช่วยด้วย คุณสนจะฆ่าช้อย โอ๊ย คุณสนเจ้าขานี่ช้อยไม่ใช่นังเนียน”
นายเอกกับแทนออกตามหาสนกับช้อยได้ยินเสียงร้องเอะอะจำเสียงช้อยได้ รีบวิ่งไปยังต้นเสียง เห็นสนในสภาพมอมแมมกำลังตบตีช้อยที่มีสภาพไม่ต่างกัน รีบเข้า ไปแยก ก่อนจะพากลับบ้าน...
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ช้อยหวีผมให้สนที่ตอนนี้หน้าตาหม่นหมองไม่งามเหมือนเก่า เพราะยังทำใจไม่ได้เรื่องที่ถูกฉุดไปข่มขืน ไม่กล้าสบตาพี่ขุนอีกต่อไป ช้อยบีบนวดกอดขาให้กำลังใจเจ้านาย
“คุณสนเจ้าขา ของพรรค์นี้มันมีแค่รอยประทับในใจไม่ใช่บนหน้าผากนะเจ้าคะ สบตาให้ตายก็ไม่รู้เจ้าค่ะ
ถ้าคุณสนไม่สบตาสิเจ้าคะ จะเป็นพิรุธ” ช้อยไม่ละความ พยายาม ปลอบจนสนคลายกังวลในที่สุด แล้วยุให้ฮึดสู้ แย่งชิงความรักของขุนภักดีกลับคืนมาให้ได้...
ในเวลาต่อมา สนอุตส่าห์รวบรวมความกล้าขึ้นไปหาขุนภักดีที่เรือนใหญ่ หวังจะได้ความรักความห่วงใยกลับคืนมาบ้าง นอกจากขุนภักดีจะไม่สนใจว่าเธอหายไปไหนมา สนยังแทบอกแตกตายเมื่อรู้ว่าเจ็ดวันที่เธอไม่อยู่เนียนเตรียมตัวจะเป็นคุณนายคนใหม่ของที่นี่ หนำซ้ำขุนภักดียังวานให้สนมาช่วยดูแลเรื่องงานแต่งงานของเขากับเนียนที่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า สนจำใจรับปาก
“ขอบใจ ไม่มีอะไรก็กลับเรือนเถิดสน พี่กับเนียนจะคุยกันต่อ”
สนแค้นมากอยากจะเข้าไปบีบคอเนียนให้รู้แล้วรู้รอด ช้อยเห็นท่าไม่ดีรีบคว้ามือเจ้านายลงจากเรือนใหญ่ ความริษยาของสนกำเริบหนัก คิดหาทางจะเอาชนะเนียนให้ได้ สั่งช้อยให้ไปหาหมอทำเสน่ห์มาให้เธอเร็วที่สุด ช้อยพยายามสะกิดสนไม่ให้ส่งเสียงดัง แต่สายเกินไป ทองจันทร์มาทันได้ยินพอดี ถามว่าใครจะหาหมอทำเสน่ห์ ช้อยรีบรับว่าตัวเองเกิดติดใจพ่อค้าขายตะพาบน้ำที่ตลาด แต่เขามีเมียแล้วเลยต้องพึ่งไสยศาสตร์
“แย่งผัวเขา นรกกินหัวเอาแน่นังช้อย” ทองจันทร์ว่ากระทบไปถึงสน
สองนายบ่าวไม่อยากต่อปากต่อคำด้วยเกรงทองจันทร์ จะจับพิรุธได้ พากันเร่งฝีเท้ากลับเรือนเล็ก...
จากนั้น ช้อยหายออกจากบ้านไปพักใหญ่จึงกลับมารายงานสนว่านัดหมอทำเสน่ห์ให้เรียบร้อยแล้ว ตอนขากลับจากบ้านหมอ เธอเจอเหิมด้วย แต่ดูเหมือนเขาจะไม่รู้เรื่องราวที่เราสองคนโดนฉุด สนไม่สนใจว่าเหิมจะรู้เรื่องหรือไม่ แต่นี้ต่อไปเราไว้ใจเขาไม่ได้อีกแล้วเพราะเขารู้ความลับของเรา
“ตั้งสองเรื่องแน่ะเจ้าค่ะ เรื่องสามปีก่อนกับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น”
“ข้าไม่เว้นมันแน่ ข้าเอาปูนหมายหัวมันไว้แล้วโทษฐานที่ทำให้ชีวิตข้าตกต่ำล่มจม” สนยิ้มร้าย ก่อนจะชวนช้อยกลับไปที่เรือนใหญ่อีกครั้ง แอบดูความเป็นไปของที่นั่น เห็นเนียนกับเรียมปรองดองกันเอาอกเอาใจขุนภักดีแล้วแค้นใจ เชื่อว่านี่ต้องเป็นแผนการของเรียมที่หวังจะให้เนียนมีลูกกับขุนภักดี เพื่อทำให้สนหมดความหมาย
“คุณสนก็รีบมีได้เหมือนกันนี่เจ้าคะ” ช้อยยุ
“ช่างพูดออกมาได้นังช้อย เอ็งเคยเห็นพี่ขุนเฉียดกรายมาเรือนเราไหม ตั้งแต่นังเนียนเหยียบบ้านนี้ มีแต่ไอ้มหาโจรนั่นต่างหากที่มัน...” สนพูดได้แค่นั้น เหมือนมีก้อนอะไรมาจุกคอหอยพูดไม่ออก...
นับวันขุนภักดีทั้งรักทั้งหลงเนียน คลอเคลียใกล้ชิดตลอดทั้งที่ยังไม่ร่วมหอลงโรงกัน ไม่ว่าเนียนจะหยิบจับอะไรถูกใจเขาไปทุกอย่าง ยิ่งเห็นสนยิ่งแค้น อยากให้ถึงวันนัดกับหมอทำเสน่ห์เร็วๆ
ooooooo
ในที่สุดก็ถึงเวลาตามที่หมอทำเสน่ห์นัด ซึ่งตรงกับคืนก่อนวันงานแต่งงานของขุนภักดีกับเนียนพอดี สนไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้ จึงโกหกหมอทำเสน่ห์ว่าชื่อเนียนมาจากบ้านขุนภักดี เขามองเธอด้วยสายตากรุ้มกริ่มก่อนจะถามว่าเป็นอะไรกับท่านขุน ช้อยชิงตอบคำถามแทน
“เป็นคนที่ต้องการให้ท่านขุนมาหลงเสน่ห์มากที่สุด”
หมอยิ้มก่อนจะเชิญสนเข้าไปในห้องทำพิธีตามลำพัง ช้อยทำท่าจะไม่ยอม สนรีบกระซิบว่าไม่ต้องห่วงถ้ามีเสียงอะไรไม่ชอบมาพากลให้ช้อยรีบเข้ามาช่วย จากนั้นสนเดินตามหมอเข้าห้องทำพิธี เขานำรากไม้นารีพิฆาตมาผสมกับสมุนไพรชื่อแปลกๆที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน มาทำยาเสน่ห์
สนมองน้ำสีขุ่นข้นในหม้อยาของหมอแล้วรู้สึกคลื่นเหียน อยู่ๆหมอหยุดทำพิธี แล้วขอเงินค่าจ้างเพิ่มเติมอ้างว่าตอนตกลงกันทีแรกไม่รู้ว่าเธอมาจากบ้านขุนภักดี สนชักสีหน้าไม่พอใจ
“ก็ตามใจ สำเร็จมาค่อนทางแล้วไม่ทำต่อก็ไม่ว่ากระไร แต่อาคมที่ใส่ไปแล้วส่วนหนึ่งมันจะถูกลมพัดลมเพย้อนกลับมาหาคนสั่งทำยาเสน่ห์เสียเองถ้าทำไม่จบ...ไม่ได้ขู่ดอกนะ”
หญิงสาวกัดฟันกรอดๆจำต้องทำตามที่หมอต้องการ เขาย่ามใจหาทางจะหลอกเงินเธอเพิ่มอีก บดยาบางอย่างผสมลงในชามใบเล็ก อ้างว่ากินแล้วมองเข้าไปในหยกขาวก้อนนี้ จะเห็นวันข้างหน้าที่อยากจะให้เป็น สนตื่นเต้น แค่กินยาก็สามารถกำหนดอนาคตได้ ขยับจะรับชาม หมอยั้งไว้
“อีกสองชั่งสำหรับกำหนดวันดีๆที่แม่เนียนต้องการ แต่ถ้าไม่ต้องการก็ไม่ว่ากระไร”
สนอยากรู้มากจึงยอมเสียเงินเพิ่ม หมอยื่นชามใส่ยาให้กิน สักพักเธอรู้สึกเคลิ้มๆเหมือนถูกสะกดจิต เขาเอาหยกขาวมาวนตรงหน้าเธอ แล้วบอกให้จ้องเข้าไปข้างใน อยากให้ชีวิตเป็นอย่างไรก็จะได้สมใจ สนเห็นภาพเนียนกำลังถูกขุนภักดีโบยอย่างไม่ปรานีฐานคบชู้สู่ชายถึงในเรือนของเขา หัวเราะชอบใจที่หลังของเนียนเป็นแผลแตกเลือดซิบจากแส้ เธอยังไม่สาแก่ใจ ต้องการให้เนียนทรมานมากๆวิ่งไปหยิบน้ำเกลือมาสาดใส่ คนส่งเสียงร้องกลับไม่ใช่เนียนในภาพหลอนแต่เป็นหมอทำเสน่ห์ เพราะสนเอาน้ำอาคมในหม้อสาดเต็มหน้า
“นังเนียน เอ็งอย่าเพิ่งสลบ เอ็งจำไว้ว่าข้านังสนไม่มีวันพ่ายแพ้อีลูกชาวนาอย่างเอ็ง”
“นังสน นังเนียนอะไรกันนี่ ใครเป็นนังเนียนใครเป็นนังสน” หมองง
“นังเนียนกำลังโดนพี่ขุนโบยด้วยแส้ม้า แต่ข้านี่แหละคุณนายสน” สนชี้ตัวเอง หมอรู้ทันทีว่าสนปลอมเป็นเนียน พยายามเขย่าให้รู้สึกตัว เธอกลับคอพับเอนเข้ามาในอ้อมกอด เขาลืมตัวก้มจะจูบ แต่ช้อยพังประตูเข้ามาเสียก่อน โวยวายลั่นว่าหมอทำอะไรคุณสนเจ้านายของตน
“เจ้านายของแม่ช้อยต่างหากที่ทำเสียการหมด ปดข้าว่าชื่อเนียน รากไม้นารีพิฆาตนี่ ข้าใส่เวทมนตร์และอาคมจึงมีผลดีจำเพาะกับแม่เนียนเท่านั้น ไม่ใช่คุณนายสน ท่านขุนภักดีจะรักจะหลงแม่เนียนจนโงหัวไม่ขึ้นต้องทำลายเวทมนตร์เก่า แล้วทำให้คุณสนใหม่อีกครั้ง” หมอแอบยิ้มพอใจที่ได้โอกาสหลอกเงินสนอีกครั้ง...
ooooooo
ขณะที่แผนทำเสน่ห์ยาแฝดของสนคว่ำไม่เป็นท่า ขุนภักดีรอจนเสร็จงานแต่งงานวันพรุ่งนี้ไม่ไหวแวะมาหาเนียนที่ห้องนอน ดึงเธอมากอดไว้ เนียนเตือนว่ายังไม่ถึงวันพรุ่งนี้
“พี่อดใจไม่ไหว พี่รู้ว่าสาวบริสุทธิ์ผุดผาดไม่เคยต้องมือชายอย่างเนียนรู้สึกอย่างไร...พี่รู้ได้จากการแตะต้อง แอบหอมแอบกอดเนียน เนียนสั่นเป็นลูกนกเพราะไม่เคย มือชาย พี่ภูมิใจในตัวเนียนเหลือเกิน”
เนียนละอายใจมากไม่กล้าสบตาด้วย ได้แต่ก้มหน้า ขุนภักดีเชยคางเธอขึ้นมา รับปากจะไม่ล่วงเกินเธอมากกว่าขอกอดจูบ จะอดทนจนถึงวันพรุ่งนี้ ขอแค่ให้เธอเอ่ยปากฝากรักเขาสักคำเพื่อเขาจะได้กลับไปนอนหลับฝันดี เนียนไม่รู้ว่าขุนภักดีอยากให้พูดอะไร เขาขอแค่บอกว่ารักเขาเหลือเกินเท่านั้น
“เจ้าค่ะ เนียนรักพี่ขุนเหลือเกิน”
“ขอบใจที่ทำให้พี่หลับฝันดี จะฝันถึงแต่เนียนทั้งคืน” ขุนภักดีหอมแก้มเธอฟอดใหญ่ เนียนค่อยๆดันตัว ออกห่างบอกให้เขากลับห้องตัวเองได้แล้ว ดึกมากแล้ว ขุนภักดีกอดเนียนไว้อีกครั้ง
“พี่เสียดายที่ต้องคลายอ้อมกอดจากเนียน พี่อาลัยอาวรณ์จริงๆรู้ไหม ไม่มีสิ่งใดให้ผู้ชายเราภูมิใจเท่าที่ได้เป็นชายคนแรก รักแรกของผู้หญิงที่เขารักและปรารถนา” ขุนภักดีว่าแล้วเดินผิวปากอย่างอารมณ์ดีออกไป เนียนละอายใจเหลือเกินที่ปิดบังความจริงว่ามีลูกมีผัวมาก่อน ทนอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้ ตัดสินใจเก็บข้าวของที่เอาติดตัวมาจากบ้านแพนใส่ในตะกร้าหวายใบเก่า ค่อยๆย่องออกจากห้อง มองไปทางห้องขุนภักดี
“พี่ขุนเจ้าขา เนียนลาก่อน เนียนต่ำต้อยสกปรกมีราคีเกินกว่าจะมาเป็นภรรยาของพี่ขุน คุณท่าน คุณนายเรียมเจ้าขา เนียนขอโทษ” เนียนก้มกราบ แล้วหันหลังจะไป เจอนายเอกดักหน้าไว้ ถามว่าจะไปไหน เนียนอึกๆอักๆ ไม่กล้าบอกความจริง เขารู้ทันว่าเธอจะไปจากที่นี่เพราะไม่ต้องการเป็นเมียขุนภักดี
“เนียนไม่สบายใจจ้ะ เนียนรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง”
“ผู้หญิงทั้งเมืองสุพรรณล้วนพากันอยากเป็นเมียท่าน มีอะไรที่คุณเนียนปิดบังไว้หรือเปล่าขอรับ”
“บางเรื่องถึงตายก็เอ่ยปากพูดไม่ได้” เนียนสะอื้นน้ำตานองหน้า นายเอกขอร้องให้เนียนอยู่ที่นี่ต่อไป ถ้ารักขุนภักดีจริงก็ขอให้เห็นแก่ท่านซึ่งจะต้องอับอายที่ตกเป็นม่ายขันหมาก เนียนลังเลไม่รู้จะทำอย่างไรดี...
ขณะเนียนยืนหน้าเครียดอยู่ที่โถงกลางเรือนคนเดียว เรียมนอนไม่หลับออกจากห้องจะมารับลม เห็นเธอถือตะกร้าหวายมีเสื้อตัวเก่าของเนียนอยู่ในนั้น ถามว่าจะเอาไปไหน เนียนร้องไห้โฮจะขอกลับบ้าน เรียมตกใจซักว่าเป็นอะไร คับอกคับใจอะไรหรือเปล่า หรือว่าถูกสนรังแกมาอีก
“ไม่เกี่ยวกับคุณสนดอกเจ้าค่ะ ตอนนี้คุณสนดีกับเนียนมาก...เนียนละอายแก่ใจเจ้าค่ะ เนียนไม่คู่ควรกับพี่ขุน เนียนไม่ควรมาแบ่งปันความรักความสุขของคุณนายเรียมกับคุณสน เนียน...รู้สึกว่าตัวเองผิดมากเจ้าค่ะ”
“เนียนคิดมากไปใหญ่แล้ว ลืมแล้วรึนายน้อมฝากตัวเนียนไว้ตลอดชีวิต ถ้าเนียนกลับบ้านหมายความว่าเนียนกล้าผิดคำพูดที่ให้กับพ่อ คุณพี่คงเสียใจที่สุด คุณพี่รักเนียนมากรู้ตัวไหม”
เนียนสับสนไปหมด ได้แต่ร้องไห้ เรียมกล่อมเธอพักใหญ่กว่าจะยอมอยู่ที่นี่ต่อไปไม่หนีกลับบ้าน เนียนขอร้องเรียมอย่าบอกเรื่องนี้ให้ขุนภักดีทราบ
“ไม่บอกดอกเนียน ฉันก็เหมือนเนียน อะไรที่พูดไปแล้วทำให้คนอื่นไม่สบายใจ ฉันจะไม่พูดเด็ดขาด สัญญานะเนียน จะไม่แม้แต่คิดอย่างนี้อีก” เรียมดีใจที่เนียนรับปาก ดึงตัวมากอดไว้ด้วยความรักและเอ็นดู...
อีกมุมหนึ่งหน้าเรือนใหญ่ ช้อยประคองสนที่ยังดูเลื่อนลอยเข้ามา เธอเพ้อถึงเหตุการณ์ที่เห็นเนียนถูกโบย
ในก้อนหยกขาว ช้อยพยายามจะเรียกสติเจ้านายคืนมา เธอกลับอาละวาดถามหารากนารีพิฆาต ช้อยเกรงคนในบ้านจะตื่นตบหน้าสนฉาดใหญ่จนสติคืนมา เธอมองไปรอบตัวถึงได้รู้ว่าอยู่ที่บ้าน
“ไม่ได้...ข้ายังทำพิธีไม่เสร็จ ข้าต้องกลับไปเอารากไม้นารีพิฆาตมาพิฆาตพี่ขุน” สนหันหลังจะไป ช้อยดึงไว้ บอกว่ารากไม้นั่นใช้ไม่ได้แล้ว ต้องรอทำพิธีใหม่ แล้วประคองสนกลับเรือนเล็ก...
ooooooo
งานแต่งงานระหว่างขุนภักดีกับเนียน มีแขกเหรื่อมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ทีแรกสนจะไม่ยอมมางานไม่ต้องการเห็นเนียนมีความสุขบนความทุกข์ของตัวเอง ช้อยแนะให้อดทนและทำตัวให้น่ารักน่าสงสาร ท่านขุนจะได้เห็นใจ สนทำตามที่ช้อยแนะ ฝืนยิ้มหน้าระรื่นเข้าไปช่วยงาน ทองจันทร์เขม้นมอง
“แม่สนเริงร่าเหมือนปลาได้น้ำไม่มีผิด ไปกินยาดีผีบอกที่ไหนมา ผิดกับวันก่อนลิบลับ”
“เอ่อ...สนรักพี่ขุนนี่เจ้าคะ สนเห็นพี่ขุนมีความสุข สนก็สุขไปด้วย สนอยากให้ทุกคนสบายใจ บ้านเราจะได้สงบสุขเจ้าค่ะ” สนแสร้งฉีกยิ้ม ขุนภักดีได้ยินแล้วสบายใจที่สนละพยศได้...
เจ้าสาวปรากฏตัวในชุดสวยจนทุกคนในงานตะลึง เรียมซึ่งทำหน้าที่เป็นเถ้าแก่ฝ่ายหญิงรีบลุกขึ้นไปกั้นประตูเงินประตูทองรอให้เจ้าบ่าวยกขันหมากมาขอ ขณะที่เสียงโห่ร้องของขบวนขันหมากดังขึ้น หมอทำเสน่ห์มาด้อมๆ มองๆหลังบ้าน หวานบ่าวรับใช้ปราดเข้าไปขวางไว้ ซักเป็นการใหญ่ว่ามาหาใคร มีธุระอะไร ได้ความว่าเขาเป็นหมอทำเสน่ห์ มีธุระกับคุณนายสน
“คุณนายสนจะทำเสน่ห์!...นึกแล้วเชียว” หวานร้องเอะอะ หมอรู้ตัวว่าพูดมากไป รีบตัดบท
“ฝากไปบอกแม่ช้อยด้วยว่าหมอทำเสน่ห์มาหา มีเรื่องด่วนเกี่ยวกับคุณสนที่ไปพบกันวันก่อน” หมอพูดจบ ผละจากไป หวานวิ่งเข้าไปในงานเกือบชนสนที่เดินสวนลงมาจากเรือนใหญ่
“เอ...ไอ้คนนี้มีหน้าที่อยู่หลังบ้านนี่นา มาสะเออะอะไรหน้าบ้าน”
หวานอึกๆอักๆไม่กล้าบอกเพราะเห็นผู้คนนั่งกันเต็มลานหน้าบ้าน สนรำคาญสั่งให้พูดดังๆ
หวานพาซื่อตะโกนลั่น “หมอทำเสน่ห์ให้มาบอกแม่ช้อยไปพบด่วน เรื่องที่คุณสนไปพบหมอเมื่อคืน”
ช้อยกับสนตกใจ ขณะที่กบและแมวซึ่งนั่งอยู่แถวนั้นหัวเราะกันคิกคัก ก่อนจะอวยพรให้ช้อยโชคดีทำเสน่ห์สำเร็จ ช้อยเห็นท่าไม่ดีรีบดึงแขนสนออกมา โดยไม่ลืมเรียกหวานตามไปด้วย...
สนเห็นหวานรู้มากไปจึงคิดจะฆ่าปิดปาก ทำทีจะให้เขาแก้ตัวที่ปากพล่อยโดยให้เอาห่อของกับจดหมายไปส่งให้คนชื่อเหิมที่ท่าน้ำใกล้วัด แล้วให้รางวัลเป็นเงินสองชั่ง หวานตาลุกโพลง รับของแล้ววิ่งลิ่วออกไป ไม่นานนัก เขามาถึงท่าน้ำ เอาจดหมายกับห่อของส่งให้เหิมที่รออยู่ก่อนแล้ว เหิมเปิดจดหมายออกมาอ่านในใจ
“ไอ้เหิม เอ็งทำงานพลาดเรื่องนังเนียน เอ็งต้องแก้ตัว ไอ้หวานคนนี้มันปากสว่าง ฝากให้เอ็งช่วยทำให้มันหยุดปากสว่างเรื่องของข้าด้วย เอ็งรู้ใช่ไหมว่าต้องทำอย่างไร เงินค่าจ้างของเอ็งสองชั่งอยู่ที่มัน ชิงเอาเองเถิด...อ่านจดหมายจบ ทำลายทิ้งทันที...สน” เหิมเอาจดหมายขึ้นมาจูบก่อนจะชักมีดแทงหวานมิดด้าม กระชากถุงเงินไปจากเขาแล้วถีบตกน้ำ
ooooooo










