ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

แรงปรารถนา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

รุ่งเช้า ชาวบ้านเจ้าของคอกม้ามาเจอ พอรู้ว่าทั้งสองรถเสียและเดินมาถึงสองกิโลเมตรจึงได้มาพักที่คอกม้า ชาวบ้านผู้อารีพาไปที่บ้าน ให้เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วพาไปส่งที่รีสอร์ต

สุอาภาไม่อยากพักรวมกับคนงาน พิทยาจะเปิดห้องให้พักต่างหาก เธอขอไปพักที่บ้านพักตากอากาศของครอบครัวแทน เมื่อส่งทั้งสองแล้วชาวบ้านผู้อารียังเป็นห่วงเรื่องรถ พิทยาขอบคุณแต่เดี๋ยวตนให้คนงานไปดูได้

พอย่างเข้าบ้านพักตากอากาศเท่านั้น สุอาภารู้สึกเหมือนย้อนกลับสู่อดีต ยิ่งเมื่อเข้าไปในบ้านเห็นภาพวัยเด็กที่ตนถ่ายคู่กับพิทยา ในรูปนั้นเธอเพิ่ง 7 ขวบและพิทยา 10 ขวบ เห็นรูป...ภาพในอดีตก็ผุดพรายขึ้นในความทรงจำ...

เวลานั้น สุอาภาติดพิทยามาก ส่วนพิทยาก็ดูแลน้องอย่างรักและห่วงใยจริงใจ แม้จะถูกสุอาภาแกล้งอย่างไรก็ไม่โกรธ ยังคงดูแลอย่างเสมอต้นเสมอปลายตลอดมา

ดื่มด่ำกับอดีตได้ไม่นาน พิทยาก็มาบอกว่า

“คุณแต...ในตู้มีเสื้อผ้าทิ้งไว้นิดหน่อย คุณแตเอาไปเปลี่ยนก่อนนะครับ”

“ขอบคุณนะ”

จัดแจงดูแลเธอเรียบร้อยแล้ว พิทยาออกไปโทร.บอกบวรเรื่องสุอาภาตามตนมาที่ไซต์งานและรถเสีย ตอนนี้เธอพักอยู่ที่บ้านพักตากอากาศของครอบครัว บวรแนะว่า

“ไหนๆแกสองคนก็อยู่ที่นั่นแล้ว ถือโอกาสเปลี่ยนที่ฮันนีมูน...เอ๊ยเปลี่ยนที่ทำงานจากทะเลมาเป็นภูเขาแทนเลยสิ”

พูดแล้วก็ตัดบทหยอกว่าไม่อยากรบกวนเวลาจู๋จี๋ ขอให้โชคดีแล้ววางสายเลย

ooooooo

สุอาภาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จลงมา คนงานก็เอารถมาส่งพอดี เธอบอกพิทยาว่าเดี๋ยวตนจะออกไปหาซื้อเสื้อผ้าของใช้และอาหาร ถามเขาว่าอยากได้อะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า พิทยาไม่ตอบแต่ถามว่าตนไปเป็นเพื่อนไหม?

สุอาภาบอกให้เขาทำงานดีกว่า ถามอีกทีว่าตกลงไม่เอาอะไรแน่นะ

“ครับ...ขับรถดีๆนะครับ” พอสุอาภาเดินออกไปเขามองตามอย่างเป็นห่วงแล้วหันมาทำงานต่อ

แต่พอไปถึงห้างสรรพสินค้า เลือกซื้อเสื้อผ้าของตัวเองแล้วเดินมาถึงแผนกชุดชั้นในสุภาพบุรุษก็นึกเสียดายว่าน่าจะชวนเขามาด้วย แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ตัดสินใจทำหน้ามึนลุยเข้าไปซื้อ

พอซื้อได้แล้ว เวลาจะเอาให้เขาก็หลับหูหลับตายื่นให้ ไปแล้วรีบเดินหนี พิทยารับเอาไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด เดินออกมาบอกยิ้มๆว่า

“ใส่ได้พอดี ‘ทุกอย่าง’ เลยครับ คุณแตเลือกเก่งจัง” ทำเอาเธอยิ่งเขินหันไปรินน้ำดื่มอั้กๆๆ เขาดูออกหยอกว่า “แต่บางอย่างคราวหลังไม่ต้องซื้อมาเยอะก็ได้นะครับ คุณจะให้ผมเปลี่ยนเช้า กลางวัน เย็นหรือจะให้อยู่ที่นี่ทั้งเดือนเลยรึไง”

สุอาภาถึงกับสำลักน้ำ แต่พอจะแก้ตัวก็จามใส่หน้าเขาเต็มๆเธอรีบขอโทษ พิทยาเอามืออังหน้าผาก

“ตัวรุมๆ สงสัยจะไม่สบายแล้วจริงๆ เมื่อคืนก็ตากฝนแล้ววันนี้ก็ออกไปตากแอร์ทั้งวันอีก...เออ...เดี๋ยวผมทำอะไรให้ทานดีกว่า คุณแตจะได้กินยา”

“งั้นฉันไปรอข้างนอกนะ” สุอาภาหาทางเลี่ยงไปจากสายตาเขา พิทยาถอนใจโล่งอกแล้วลงมือทำอาหาร...

ooooooo

รออยู่ไม่นาน พิทยาก็ยกถาดข้าวต้มมาสองชาม แล้วชวนทานกัน ทานข้าวต้มเสร็จ เขาจัดยาให้ เธอบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก เขาติงอย่างเป็นห่วงว่า

“ยังไงก็ต้องกินครับ กันไว้ก่อน เดี๋ยวจะเป็นหนักกว่านี้”

ทั้งสองต่างเป็นห่วงกันและกัน คะยั้นคะยอให้อีกฝ่ายกินยา สุอาภาขู่ๆว่าถ้าไม่กินยาให้ร่างกายแข็งแรงเดี๋ยวคิดงานไม่ออก เขามองหน้าเธอพูดอย่างเป็นห่วงว่า “ถ้าคุณแตป่วย ผมก็คิดงานไม่ออกเหมือนกัน”

คะยั้นคะยอกันไปมา สุดท้ายสุอาภาเสนอ “กินด้วยกันสิ” พิทยาบอกว่าตนไม่เป็นอะไร เธอลอยหน้าอย่างจะเอาชนะบอกว่า “ก็กันไว้ก่อนไง”

ความเอาใจใส่ห่วงใยกันในยามยากลำบากและป่วยไข้ ทำให้หนุ่มสาวรู้สึกดีๆต่อกัน จากที่คอยจิกกัดกันกลายเป็นเขินในเวลาที่ใกล้ชิด ดูแลกัน

“คุณแต...ขอบคุณนะครับที่อุตส่าห์ขับรถเอายามาให้ผมด้วยตัวเอง ผมดีใจจริงๆนะครับที่คุณแตเป็นห่วงผม”

“ใครว่าฉันเป็นห่วงนาย” สุอาภาเชิดขึ้นมาทันที “ฉันกลัวนายป่วยจะเสียงาน แล้วบริษัทพ่อฉันจะเสียชื่อไปด้วยต่างหาก...” พอพิทยามองอย่างรู้ทันว่าปากกับใจเธอไม่ตรงกัน เธอก็แก้เกี้ยวว่า “นายไปทำงานต่อได้แล้ว เดี๋ยวก็เสร็จไม่ทันหรอก”

ooooooo

สุอาภายังมีไข้อ่อนๆพิทยาดูแลอย่างห่วงใยใกล้ชิด จนกระทั่งรุ่งเช้าทั้งพิทยาและสุอาภาตื่นขึ้นมาต่างตกใจที่รู้ตัว่านอนกอดกันอยู่ ต่างผละออกเขินๆเมื่อสุอาภาจะลุก พิทยาร้องบอก

“เดี๋ยวครับ...” ชายหนุ่มเอาหน้าผากเธอมาแนบแก้มวัดไข้ บอกเธอว่า “ไข้ลดแล้ว” แต่ความใกล้ชิดทำให้เกือบเผลอใจจูบเธอ สุอาภาตกใจผงะออกเลยตกโซฟา อารมณ์เคลิ้มกระจุยกระเจิงกลายเป็นตกใจ พิทยารีบประคองเธอขึ้นมาถามว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า

“ไม่ต้อง ฉันไม่เป็นไร” สุอาภาเขินจัดรีบบอกปัดแล้วขอตัวไปอาบน้ำเดินงุดๆไปแต่แอบยิ้ม ส่วนพิทยามองตามเธอไปแล้วยิ้มออกมาเต็มหน้า...

สุอาภาเข้าครัวทำอาหาร ตั้งโต๊ะแล้วบอกเขาว่า อาหารพร้อมแล้ว แต่พิทยากำลังทำงานติดพันบอกเธอให้กินก่อนตนยังไม่หิว ถูกเธอเคี่ยวเข็นทันที...

“ไม่หิวไม่ได้ นายต้องกินข้าว แล้วกินยาตามเวลา” พอเขาอ้างว่าตนดีขึ้นแล้ว ก็โดนดุ “ถึงจะดีขึ้นยังไงก็ต้องกินยาตามที่หมอสั่งให้ครบ”

เมื่อเรียกยากเย็นนัก เธอเลยเอายาไปใกล้ๆ เรียกให้หันมา พอเขาหันจะพูดเธอเอายาใส่ปากทันทีแล้วเอาน้ำให้ดื่มจนเขาแทบสำลัก เมื่อมาทานอาหารเลยถูกพิทยาเอาคืน อาศัยทีเผลอเอาขนมปังกับแฮมยัดใส่ปากเธออย่างเร็ว...

หนุ่มสาวไล่เอาอาหารใส่ปากให้กัน วิ่งไปรอบโต๊ะหัวเราะกันสนุกสนาน

ขณะนั้นเอง นพ บวร และต่าย มายืนตรงประตู เห็นทั้งสองกำลังหัวเราะกันคิกคัก บวรแกล้งกระแอมทัก...

สุอาภาดีใจมากที่เห็นทั้งป๋าและพี่ๆมา วิ่งเข้าไปกอดนพหอมซ้ายหอมขวาถามว่า “ป๋ามาได้ยังไงคะเนี่ย”

นพบอกว่ามาดูให้เห็นกับตาว่าลูกสาวอยู่สบายดีหรือเปล่า แกล้งแซวว่าถามแบบนี้ไม่อยากให้มาใช่ไหม ทำเป็นน้อยใจชวนกลับกัน สุอาภารีบอ้อนป๋ากับพี่ๆทั้งที่ยังเขินพิทยาไม่หาย เลยถูกบวรแซวจนได้วิ่งไล่ตีพี่ชายแก้เขินเป็นที่สนุกสนาน

เมื่อนพไปดูที่ไซต์งาน เขาปรารภกับพิทยาว่าถ้าเจรจาไม่ได้หรือปล่อยให้สร้างไป มีหวังบริษัทเราคงโดนฟ้องแน่

“ผมว่าคราวหน้าเขาคงไม่กล้าแล้วล่ะครับ”

“ขอบใจมากนะพิท ทั้งเรื่องงานแล้วก็ขอบใจที่ปกป้องดูแลยัยแตเป็นอย่างดี”

“คุณอาไม่ต้องเป็นห่วงครับ อะไรที่ผมรับปากแล้ว ผมจะทำให้ดีที่สุด”

นพยิ้มให้ มองพิทยาอย่างภูมิใจในตัวเขามาก...

ooooooo

เมื่อเรื่องที่ดินกลายเป็นปัญหาเพราะจันทร์จำนงไม่พอใจที่ภาสันต์เอาไปสร้างห้างสรรพสินค้า ภูวดลจึงถูกพ่อเคี่ยวเข็ญบังคับให้มาอ้อนคุณย่าแก้ปัญหาให้ได้

ภูวดลปั้นหน้าอมทุกข์กราบขอโทษจันทร์จำนง ถูกผู้เป็นย่าตำหนิว่าถ้ารวีพรรณไม่มาพูดตนก็ไม่รู้เรื่อง ภูวดลแทบจุกเมื่อรู้ว่ารวีพรรณเป็นคนมาปูดเรื่องนี้ แต่เฉพาะหน้าต้องอ้อนคุณย่าให้สำเร็จก่อน เขาตีหน้าเศร้าอ้อน...

“คุณย่าครับ...ผมมีเรื่องจะขอร้อง คุณย่าอนุญาตให้คุณพ่อทำห้างสรรพสินค้าจะได้ไหมครับ”

“พ่อเราบังคับให้เรามาพูดกับย่าใช่ไหม”

“ไม่ใช่ครับ ผมมาพูดกับคุณย่าเอง ตอนนี้โครงการได้ดำเนินการไปแล้ว ถ้าพ่อไม่ได้ที่ตรงนั้น พ่อจะต้องชดใช้ให้กับหุ้นส่วนหลายร้อยล้าน โทษฐานทำผิดสัญญา และถ้ามันเป็นอย่างนั้น พ่อฆ่าผมตายแน่”

จันทร์จำนงบอกว่าไม่มีพ่อคนไหนทำร้ายลูกได้ลงคอหรอก ภูวดลพูดอย่างหวาดหวั่นว่า “ยกเว้นพ่อผม ...คุณย่าก็รู้ว่าพ่อไม่เคยรักผม ในสายตาของพ่อ ผมคือลูกที่ไม่เอาไหน ไม่เคยทำอะไรสำเร็จ พ่อไม่เคยชื่นชมหรือส่งเสริมไม่ว่าผมจะทำอะไร ผมไม่ได้อยากปิดบังคุณย่าเรื่องนี้เลยนะครับ แต่ที่ผมต้องทำเพราะผมต้องการให้พ่อหันมามองผมบ้าง”

ภูวดลบีบน้ำตาอ้อนจนจันทร์จำนงใจอ่อนพาภูวดลไปหาภาสันต์ที่ออฟฟิศ เข้าไปบอกเขาว่า ตนยอมให้เอา ที่ดินตรงนั้นไปสร้างห้างสรรพสินค้า แต่มีข้อแม้ว่า

“ลูกต้องยกหุ้นที่ลูกได้ให้เป็นของพ่อดลครึ่งนึง” ภาสันต์พยายามเกี่ยงว่าภูวดลยังอ่อนประสบการณ์เรื่องธุรกิจและนี่ก็เป็นงานใหญ่ด้วย จันทร์จำนงย้ำว่า “ลูกทำไม่เป็นเราก็ต้องสอน ไม่อย่างนั้นเมื่อไหร่พ่อดลจะเก่งสักที... ทันทีที่พ่อดลแต่งงานกับหนูรวีแม่จะเซ็นโอนที่ดินให้เป็นชื่อของพ่อดลเพียงคนเดียว พ่อดลไม่มีสิทธิ์ยกที่ดินนี้ให้ใคร ถ้าเราไม่ทำตามที่แม่บอก ก็เตรียมหาเงินชดใช้ให้กับหุ้นส่วนด้วย”

ภาสันต์อึ้ง พูดไม่ออก แอบมองหน้าภูวดลอย่างไม่พอใจ พอจันทร์จำนงกลับไป ภาสันต์หันมาเล่นงานภูวดลยอมรับว่าตนประมาทเขาเกินไป ถามว่าไปพูดท่า ไหนคุณย่าถึงช่วยเขาขนาดนี้ ภูวดลบอกว่าก็แค่คุณย่าเห็นค่าในตัวเขา

“เห็นค่า...แกมีค่าตรงไหน?” ภาสันต์ยิ้มเหยียด

“แล้วผมจะทำให้พ่อเห็น พ่อจับตาดูผมให้ดีก็แล้วกัน” ภูวดลท้าทายแล้วเดินออกไป ภาสันต์จิกตาตามไม่พอใจ

ภูวดลไปขอบคุณประชดรวีพรรณที่ไปบอกคุณย่าเรื่องที่ดินจนทำให้ตนได้เป็นหนึ่งในหุ้นส่วนโปรเจกต์ ร้อยล้านของพ่อ แล้วก้มกระซิบเสียงลอดไรฟันกับเธอว่า

“ทีแรกผมก็ไม่ได้อยากแต่งงานกับคุณ ถ้าไม่ใช่เพราะโดนบังคับ แต่ว่าตอนนี้ผมเปลี่ยนใจแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราสองคนต้องแต่งงานกัน” รวีพรรณสวนไปทันควันว่าไม่แต่ง ภูวดลชะโงกเข้าไปจิกเสียงใส่ “ยิ่งคุณ ไม่อยากแต่ง ผมก็ยิ่งต้องแต่งกับคุณให้ได้!! เพราะอะไรรู้ไหม  เพราะผมต้องการเห็นความทุกข์ทรมานของคุณ ผมต้องการเห็นคุณเจ็บปวด อยู่อย่างไม่มีความสุข อย่าหาว่าผมใจร้าย ที่มันเป็นแบบนี้เพราะคุณเล่นงานผมก่อน!”

มาพูดข่มขู่อาฆาตแล้วภูวดลก็เดินออกไป รวีพรรณทั้งตกใจทั้งโมโหมากแต่ทำอะไรเขาไม่ได้ มืดแปดด้านไปหมด

ooooooo

แป๋วหรือปวีณาที่แอบพอใจพิทยาอยู่ เห็นเขาหายไปก็พยายามโทร.หา ติดต่อไม่ได้จึงโทร.เข้ามือถือของบวร บอกว่าพิทยาไปดูงานที่ไซต์งานตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้ก็ยังไม่เข้าออฟฟิศ...บวรตัดบทว่าไม่ต้องห่วง เพราะพิทยาถือโอกาสฮันนีมูนกับสุอาภาที่นั่นเลย

จากน้ำเสียงและความร้อนใจของแป๋ว บวรเริ่มรู้สึกว่าแป๋วแอบมีใจให้พิทยา...

ทั้งนพ บวร และต่าย ต่างสบายใจที่เห็นพิทยากับสุอาภาหวานแหววกันดี แต่พอคุยกัน สุอาภากลับบอกต่ายว่า พิทยาไม่ได้รักตนแต่เขารักรวีพรรณ แล้วถ้ารวีพรรณไม่แต่งงานกับภูวดล บางทีเขาสองคนอาจคืนดีกันได้

นพติงลูกสาวว่าเรื่องที่ผ่านไปแล้วก็อย่าเอามาเป็นทุกข์ แต่ลูกควรเข้มแข็งและเดินหน้าต่อไป พูดหยอกแกมให้กำลังใจว่า “ลูกสาวป๋าไม่ดีตรงไหน ทำไมพิทจะรักเราไม่ได้”

“ยังไงพิทก็ไม่มีวันจะรักคนที่ทำร้ายเขาได้หรอกค่ะป๋า ที่พิททำอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะสัญญาที่พิทให้ไว้กับป๋า ป๋าเลี้ยงพิทมา ป๋าน่าจะรู้ว่าพิทเป็นคนรักษาสัญญาแค่ไหน”

“การใช้ชีวิตคู่น่ะ เราต้องไว้ใจและเชื่อใจคู่ชีวิตของเรา อย่าเอาแต่คิดเองเออเอง หรือยึดเอาแต่ความคิดของเราฝ่ายเดียว มีอะไรก็คุยกันตรงๆสิลูก”

คำสอนของนพ แม้จะให้กำลังใจแต่สุอาภาก็ยังอดหวั่นไหวและสับสนกับความคิดความรู้สึกของตัวเองไม่ได้

นพไม่ได้หยุดแค่นั้น เขาไปคุยกับพิทยาถามว่า ที่ยอมแต่งงานกับสุอาภาไม่ใช่แค่แก้ปัญหาชั่วครั้งชั่วคราวใช่ไหม พิทยาตอบอย่างหนักแน่นว่าตนไม่เคยคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล่นๆ และตนจะไม่ทำให้เธอต้องเสียชื่อเสียใจเด็ดขาดไม่ต้องห่วง

“ขอบใจ...แล้วเธอเคยถามตัวเองบ้างไหมว่ารู้สึกยังไงกับยัยแต”

“คุณแตเธอเป็นทั้งเพื่อนแล้วก็น้องสาวคนเดียวที่ผมมี” นพถามว่าคิดแค่นั้นจริงหรือ? เห็นพิทยาเงียบเลยบอกว่า

“เธอไม่ต้องตอบฉันก็ได้ แต่ตอบตัวเองให้ได้ก็พอ...ที่สำคัญอย่ามัวเก็บงำความรู้สึกของตัวเองจนสายเกินไป มันไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไรที่เราจะยอมรับความรู้สึกของตัวเอง และแสดงความรู้สึกที่แท้จริงของเราให้คนคนนั้นได้รับรู้”

จากการสะกิดให้คิดของนพนี่เอง พิทยาตัดสินใจที่จะบอกความรู้สึกแท้จริงของตนกับสุอาภา แต่ยังไม่กล้าพูดตรงๆ ต่างคุยกันถึงอดีตทั้งในวัยเยาว์และก่อนหน้านี้ที่ทำตัวเป็นคู่กัดกันตลอด ต่างมองและเห็นข้อบกพร่องของตัวเองที่ผ่านมา

“ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็คงจะดี ฉันคงไม่ทำตัวงี่เง่าทำลายความรักของนายกับคุณรวีแบบนั้น” สุอาภาสารภาพ

ส่วนพิทยาก็ยอมรับว่า “ถ้าผมย้อนเวลากลับไปได้ ผมจะทำในสิ่งที่ผมไม่กล้าทำในตอนนั้น...คือ ทำตามหัวใจตัวเอง แต่เราย้อนเวลากลับไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญสำหรับผมตอนนี้ก็คือปัจจุบัน และผมก็จะทำมันให้ดีที่สุด”

พิทยากุมมือเธอไว้ยิ้มอย่างอบอุ่น สุอาภาเองก็ยิ้มให้เขาอย่างมีความสุข...

รุ่งขึ้น นพ บวร และต่ายเดินทางกลับกรุงเทพฯ ทุกคนฝากให้พิทยากับสุอาภาดูแลกันและกันให้ดี ทั้งสองออกมายืนส่ง สุอาภาโบกมือบอก “ขับรถดีๆนะคะ” ยืนมองรถเคลื่อนออกไปแล้วหันยิ้มให้กันอย่างสดชื่น...

ooooooo

รวีพรรณโทร.ติดต่อพิทยาไม่ได้ก็ยิ่งร้อนรนกระวนกระวายใจ จนเมื่อพิทยากับสุอาภาเสร็จงานกลับกรุงเทพฯ สุอาภาจึงให้พิทยาโทร.ไปหารวีพรรณเพราะเห็นโทร.มาหลายครั้งแล้ว เพื่อให้สบายใจ พิทยาจึงชวนเธอไปหารวีพรรณที่ร้านอาหารด้วยกัน

“กลับมาจากไปฮันนีมูนเมื่อไหร่คะ” รวีพรรณถามยิ้มแย้มแต่ประชดในที พิทยาบอกว่าไปทำงานไม่ได้ไปฮันนีมูน ถามว่าเห็นเธอโทร.หาหลายครั้งมีอะไรหรือเปล่า เธออ้อนน่าสงสารว่า “รวีแค่ต้องการใครสักคนที่คุยด้วยน่ะค่ะ”

สุอาภารู้เจตนาของรวีพรรณ เธอจึงขอตัวไปนั่งรอในรถ พิทยาบอกว่าให้อยู่ฟังด้วยกัน แล้วบอกรวีพรรณให้พูดได้เลย ทำให้สุอาภารู้สึกดี แต่รวีพรรณหน้าเจื่อนไปอย่างไม่พอใจ

รวีพรรณคร่ำครวญถึงความทุกข์ใจแสนสาหัสที่ถูกบังคับให้แต่งงานกับภูวดล จนพิทยาสงสารเช็ดน้ำตาให้ สุอาภารู้สึกตัวเองเป็นส่วนเกิน จึงทำทีว่าพราวพิไลโทร.มา ขอออกไปรับโทรศัพท์ จึงยิ่งเป็นโอกาสให้รวีพรรณดราม่าได้เต็มที่

กลับถึงบ้านคืนนี้ พิทยาขอลงไปนอนข้างล่างตามเดิม เพราะเราแต่งงานกันแต่เพียงในนามเท่านั้น ทำให้สุอาภาที่สะเทือนใจจากตอนกลางวันก็ยิ่งมั่นใจว่าพิทยายังรักรวีพรรณอยู่แน่ๆ

เพราะทาคาโน่ต้องกลับไปดูงานที่ญี่ปุ่นสองอาทิตย์ เขาจึงฝากงานให้ภาสันต์กับภูวดลที่ภาสันต์จำต้องเอาเข้ามาทำงานโปรเจกต์นี้ด้วย

จึงเป็นเรื่องที่บวรอดคิดไม่ได้ว่า ทาคาโน่ไม่อยู่ย่อมเป็นโอกาสของสองพ่อลูกที่จะแกล้งพิทยาและคนของนพ จึงเสนอให้ระดมทีมงานมาทำงาน เพราะปกติขั้นตอนนี้ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองเดือน แต่เรามีเวลาแค่เดือนเดียวต้องถูกจ้องเล่นงานแน่

พิทยาเอะใจ เมื่อเจอภูวดลแล้วเขาทักแบบกระแนะกระแหนว่า เจ็บหนักขนาดนั้นไม่น่าหายเร็วเลยนะ ทำให้เขานึกถึงคำพูดของคนร้ายที่ถามว่า แกไปขัดขาใครเขาล่ะ พิทยาถามโพล่งไปว่า “คุณให้คนมาจัดการผมใช่ไหม”

“ถ้าไม่มีหลักฐานก็อย่ามาปรักปรำ ไม่อย่างนั้นฉันจะฟ้องแกข้อหาหมิ่นประมาท...ตั้งใจทำงานให้ดี เพราะถ้าแกล้มเมื่อไหร่ ฉันจะเหยียบแกให้จมดิน!” พูดแล้วเดินกระแทกไหล่พิทยาออกไป

ooooooo

วันนี้ ขณะพิทยานั่งทำงานอย่างคร่ำเคร่ง ก็ได้รับโทรศัพท์เบอร์แปลกๆเขารับสาย แปลกใจและตกใจเมื่อเสียงรวีพรรณพูดเมาๆมา

อึดใจต่อมาพิทยาก็ไปถึงโรงแรมที่รวีพรรณอยู่ เธอชวนเขาดื่มด้วยกัน ชายหนุ่มบอกให้พอและกลับบ้านได้แล้ว แต่เธอไม่ยอมลุก

ที่แท้รวีพรรณแกล้งโทร.ไปเรียกพิทยามา แล้วยังโทร.ไปหาสุอาภาหลอกให้เธอออกมาหาอ้างว่า ขับรถกลับเองไม่ได้

พิทยามาถึงก่อน บอกเธอว่า ตนโทร.บอกสินีนาฏแล้วสักครู่คงมาถึง เพราะอยู่แถวนี้พอดี เขาพยายามจะพาเธอกลับ แต่เธออ้อนออเซาะถ่วงเวลา พร่ำพรรณนาความรักที่มีต่อเขา กระทั่งขอว่า

“พิท...พิทหย่ากับคุณแตแล้วมาแต่งงานกับรวีแทนได้ไหม” เธอซบหน้าเกลือกไปมาบนไหล่เขาอย่างยั่วยวน

เห็นพิทยาอึ้ง เธอยิ่งคร่ำครวญ “มันเป็นไปไม่ได้ใช่ไหม ถึงรวีรู้ว่าเรื่องของเราไม่มีหวัง แต่รวีก็สวดมนต์อ้อนวอนอยู่ทุกวัน เพื่อให้เราได้มีโอกาสกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง” เธอโผเข้ากอดเขาไว้แน่น

พิทยากอดเธอปลอบใจ เป็นจังหวะที่สุอาภามาเห็นพอดี เธอยืนตะลึงอึ้ง ได้ยินรวีพรรณพรรณนาว่า

“รวีรักพิทนะคะ ยังรักอยู่เสมอ รักไม่เคยลืม พิทเป็นผู้ชายคนเดียวที่อยู่ในหัวใจของรวี”

แล้วเธอก็จู่โจมจูบปากโดยพิทยาไม่ทันระวังตัว สุอาภาแทบช็อก เธอหันหลังเดินออกไปทั้งน้ำตา จึงไม่ทันเห็นพิทยาดันรวีพรรณออกห่างตัวอย่างตกใจ รวีพรรณมารยาทำเป็นหมดสติ เขาเลยต้องประคองเธอไว้

สินีนาฏมาเห็นสภาพเพื่อนก็โวยวาย “ตายแล้วยัยรวี ไม่นึกว่าจะดื่มหนักขนาดนี้”

“รีบพารวีขึ้นไปนั่งในรถก่อนเถอะครับ” พิทยาเร่งแล้วช่วยพารวีพรรณที่แกล้งหมดสติไปขึ้นรถสินีนาฏ เธอหันมาขอบใจพิทยาแล้วรีบขับรถออกไป

พิทยามองตาม ถอนใจออกมาหนักหน่วงอย่างรู้สึกผิดกับสุอาภามาก...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้
28 ก.พ. 2563
08:15 น.