ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

แรงปรารถนา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เมื่อพิทยาพรีเซนต์แบบร่างแรก ทาคาโน่ ภาสันต์ นพ และแป๋วร่วมฟัง ทาคาโน่พอใจเกือบ 100% แต่ ภาสันต์ไม่ชอบ ให้เหตุผลว่า

“ข้อแรก ผมไม่เห็นด้วยเรื่องที่จะสร้างสองตึก ข้อสอง เรื่องขุดสระน้ำด้านหน้าห้าง สิ่งที่พูดมามันสิ้นเปลือง”

“ที่ผมสร้างตึกสองตึก และขุดสระน้ำด้านหน้า ผมทำตามหลักฮวงจุ้ย...หน้าน้ำหลังภูเขา ‘น้ำ’ ถือว่ามีสภาพเคลื่อนไหวและมีความเป็นหยาง ‘ภูเขา’ สงบนิ่งและมีความเป็นหยิน เมื่อสองอย่างรวมกันจะก่อให้เกิดความสมบูรณ์ ซึ่งตึกที่สองเปรียบเหมือนเป็นภูเขา” พิทยาชี้แจง

“งมงาย” ภาสันต์ยิ้มเหยียด

“หลักฮวงจุ้ยไม่ใช่เรื่องงมงายแต่เป็นเรื่องของความเชื่อถือศรัทธา แต่ที่สำคัญมันเป็นสิ่งที่คุณทาคาโน่ต้องการ”

ภาสันต์มองขวับ ทาคาโน่เอ่ยขึ้นว่า “คุณพิทยารู้ใจผมมากกว่าหุ้นส่วนของผมเสียอีก” ทำเอาภาสันต์หน้าแตก ยิ่งเมื่อทาคาโน่ชมพิทยาว่า “คุณเป็นคนเก่งจริงๆ พ่อแม่ของคุณคงจะภูมิใจในตัวคุณน่าดู” ภาสันต์ก็แทบสะอึก

พิทยาบอกว่าตนไม่มีพ่อไม่มีแม่ นพเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูตนมา ทาคาโน่หันไปเอ่ยอย่างชื่นชมนพว่า

“ขนาดคุณพิทยาไม่ใช่ลูกแท้ๆคุณยังสั่งสอนเขาจนได้ดีขนาดนี้ ผมนับถือ ถ้าพ่อแท้ๆของคุณรู้ เขาคงจะเสียใจที่ไม่ได้เห็นความสำเร็จของลูกชาย”

“เอาเป็นว่าถ้าคุณทาคาโน่โอเค ผมก็ไม่มีปัญหา” ภาสันต์รีบตัดบทก่อนที่จะถูกกระทบกระเทียบให้เจ็บแสบกว่านี้

ทาคาโน่ให้เวลาหนึ่งอาทิตย์ถามพิทยาว่าเสร็จไหม เขาบอกว่า “ถ้าไม่เยอะ ผมคิดว่าเสร็จครับ”

ทั้งบวรและแป๋วสะใจมากที่การประชุมนี้ภาสันต์หน้าแตกยับ แต่พิทยาได้รับคำชมเชยทั้งในด้านความคิดสร้างสรรค์และศักยภาพในการทำงาน

ooooooo

ภูวดลเจ็บใจที่รวีพรรณไม่ไปลองชุดแต่งงานตามนัด ตกบ่ายเขาไปต่อว่าเธอที่ออฟฟิศ ถามว่าไม่กลัวที่ตนบอกหรือ รวีพรรณย้อนถามอย่างท้าทายว่าจะทำอะไรตน จะฆ่าหรือ ปรามาสว่าเขาไม่กล้าหรอก เพราะคนอย่างเขามันก็ดีแต่พูด

“ปากดีนัก!” ภูวดลกระชากเธอเข้าไปจะจูบ เห็น เธอตกใจเลยปล่อย เขาเพิ่งเห็นว่าเธอกำลังเก็บของถามว่าเก็บของทำไม อย่าบอกนะว่าจะลาออก รวีพรรณตอบประชดว่าตนจะลาออก เพื่อจะได้มีเวลาอยู่กับพิทยามากขึ้น

ภูวดลเดือดจัดขยับคุกคาม เธอคว้ากรรไกรมาชี้หน้าเขาขู่ “อย่าแม้แต่คิดจะทำอะไรฉันอีก ถ้าฉันหนีจนหลังชนฝาเมื่อไหร่ ฉันจะสู้จนขาดใจ ยังไงคุณก็ไม่มีวันได้ตัวฉันไปอีกครั้งแน่”

“แล้วคุณจะเสียใจที่ทำแบบนี้กับผม” ภูวดลชี้หน้าขู่แล้วเดินออกไป

รวีพรรณรีบล็อกประตูแล้วถอนใจโล่งอกที่รอดเงื้อมมือกักขฬะของภูวดลมาได้

ooooooo

เมื่อทำอะไรรวีพรรณไม่ได้ ภูวดลโทร.จ้างนักเลง ให้ทำร้ายพิทยาขณะออกจากออฟฟิศจนบาดเจ็บสาหัส บวรมาเจอ แม้จะเข้าช่วยแต่ก็สู้มันสองคนไม่ได้ โชคดีที่แป๋วตะโกนขึ้นว่า “ทางนี้ค่ะคุณตำรวจ” พวกเหล่าร้ายจึงพากันวิ่งหนีเตลิดไป

พิทยาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในสภาพหมดสติ นพรู้ข่าวรีบมาเยี่ยม ถามบวรกับแป๋วว่าทำไมพิทยาถึงถูกทำร้ายขนาดนี้ บวรไม่รู้แต่ได้ให้ รปภ.เช็กกล้องวงจรปิดอยู่ เผื่อจะเห็นหน้า อาจรู้ว่าพวกมันเป็นใคร

ส่วนอาการของพิทยานั้น หมอบอกว่าปลอดภัยมีแค่รอยฟกช้ำภายนอก แต่ให้รอดูอาการที่โรงพยาบาลอีกสักวันสองวันก่อน แป๋วเห็นสุอาภาจับมือพิทยาอย่างเป็นห่วง ก็ได้แต่เบือนหน้าไปทางอื่นอย่างบาดตาบาดใจ...

ปกติแล้ว แป๋วกับบวรเหมือนขมิ้นกับปูน จะจิกกัดกันทุกครั้งที่เจอกัน วันนี้ ก่อนที่จะมาเจอพิทยาถูกทำร้าย แป๋วกับบวรก็เพิ่งมีเรื่องกันเพราะต่างรีบออกจากห้องจ๊ะกันตรงประตู บวรดันแป๋วกระเด็นล้มส้นรองเท้าหักไปข้างหนึ่ง ของที่ถือมาก็หล่นเกลื่อน พอเกิดเหตุบวรรู้สึกผิดจะช่วยเก็บ ถูกแป๋วปัดมือไล่ตะเพิด เขาเลยเดินไปเจอพิทยาถูกทำร้ายพอดี

แต่คราวนี้ บวรรู้สึกดีที่เธอช่วยตะโกนเรื่องตำรวจมา ทำให้เหล่าร้ายวิ่งหนีไป พอมาเจอเธอรอรถเมล์อยู่ก็เลยจอดรถอาสาจะไปส่ง แป๋วปฏิเสธเชิดๆว่า “ไม่เป็นไร”

“ให้ฉันไปส่งเถอะน่า ถ้าไม่ได้เธอโกหกพวกมันว่าตำรวจมา ฉันคงโดนเล่นงานไปด้วยอีกคน...ถือเป็น... คำขอบคุณก็แล้วกัน” บวรยังวางฟอร์ม แป๋วเห็นว่าเขาจริงใจแต่ยังเก้อเขิน กอปรกับตัวเองก็ส้นรองเท้าหัก จึงขึ้นรถไปกับเขา...

ooooooo

เมื่อพิทยาต้องอยู่โรงพยาบาล สุอาภาจึงอยู่เฝ้าเขา เธอถามว่ารู้ไหมว่าถูกใครทำร้าย พิทยาไม่รู้เพราะไม่เห็นหน้า เธอฟังแล้วไม่สบายใจ เขาถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

“ฉันเป็นห่วงนาย ครั้งนี้นายโชคดีพี่ใหญ่มาช่วยได้ทัน แต่ถ้าเกิดครั้งหน้านายไม่ได้โชคดีอย่างนี้ล่ะ เกิดนายโดนหนักมากกว่านี้...ฉันจะทำยังไง” พูดแล้วน้ำตารื้น พิทยารับรู้ถึงความห่วงใยของเธอ กุมมือเธอบอกว่า

“ผมจะระวัง...ไม่ให้เป็นอะไรเด็ดขาด”

ที่ออฟฟิศของนพ บวรเรียก รปภ.มาสอบถามภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาตัวคนร้าย รปภ.บอกว่าไม่เห็นหน้าเพราะตรงนั้นเป็นมุมอับ บวรหงุดหงิดถามว่าแล้วตรงนั้นไม่มีกล้องตัวอื่นอีกหรือ รปภ.บอกว่าไม่มี

บวรเซ็งมากบอก รปภ.ให้ไปทำงานเสีย แล้วเขาก็เดินไปอีกทางหนึ่ง

รวีพรรณมาได้ยินบวรซักถาม รปภ.ตั้งแต่แรก พอรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพิทยา เธอนึกถึงคำขู่ของภูวดลที่ว่า “แล้วคุณจะเสียใจที่ทำแบบนี้กับผม” ขึ้นมาทันที เชื่อว่างานนี้ต้องเป็นฝีมือภูวดลแน่ๆ

เธอลิ่วไปหาภูวดลที่คอนโดฯ ถามว่า “ฝีมือคุณใช่ไหม ที่ส่งคนไปทำร้ายพิท”

ทีแรกภูวดลไม่รับ หาว่าพิทยาไปทำอะไรขวางหูขวางตาใครหรือเปล่าถึงโดนแบบนี้ แต่เมื่อรวีพรรณพูดอย่างปักใจเชื่อว่า “พิทไม่ใช่คนแบบนั้น อย่าเล่นสกปรกอีก” ภูวดลจึงรับแบบพาลๆว่า

“ถ้าไม่อยากเห็นมันเจ็บมากกว่านี้ ก็อย่ากลับไปยุ่งกับมันอีก นี่แค่บทเรียนบทที่หนึ่ง คุณก็เห็นแล้วว่าผมไม่ได้ดีแต่พูด และหวังว่าเย็นนี้เราคงจะได้ไปลองชุดแต่งงานด้วยกัน อย่าให้ผมต้องรอเก้อเป็นครั้งที่สอง!”

ooooooo

เมื่อพิทยาต้องนอนโรงพยาบาลเช่นนี้ ภาสันต์กับทาคาโน่ไปเยี่ยม ภาสันต์ถือโอกาสจะเปลี่ยนให้คน อื่นทำ อ้างว่าเกรงจะไม่ทันเวลา ทาคาโน่ถามความเห็นพิทยา เขายืนยันว่าทำไหว ขอให้ทาคาโน่เชื่อมั่นในตัวเขา

“ตกลง ผมเชื่อคุณ” ทาคาโน่ตอบทันที ทำให้ภาสันต์ผิดหวังมาก ไม่กล้าโต้แย้ง แต่พอออกมาด้วยกันภาสันต์พูดขู่ๆทาคาโน่ว่า

“ถ้าเขาทำไม่ได้ขึ้นมา ผมจะถือว่าคุณผิดข้อสัญญาของเราและคุณจะต้องชดใช้” พูดแล้วทิ้งทาคาโน่ไปเลย

ทาคาโน่มองตามภาสันต์ไปอย่างไม่พอใจ

ตกเย็นรวีพรรณจำต้องไปลองชุดแต่งงานกับภูวดล โดยมีรมณีกับศรีพิไลไปด้วย พอเห็นรวีพรรณแต่งชุดเจ้าสาว สองแม่ก็ชมกันไม่ขาดปากว่าสวยมาก สวยเหมือนเจ้าหญิงไม่มีผิด แล้วเคี่ยวเข็ญให้ถ่ายรูปคู่ถือเป็นพรีโฟโต้เวดดิ้ง

รวีพรรณอึดอัดใจมากที่ต้องถ่ายรูปคู่ ซ้ำยังถูกภูวดลยื่นหน้าเข้ามาจนจมูกเกือบชนแก้มอีก เธอฝืนใจถ่ายให้เสร็จๆไป แต่พอเธอเข้าไปเปลี่ยนชุดเดินออกมา แอบได้ยินศรีพิไลคุยกับภูวดลแถวห้องเปลี่ยนชุดว่า

“แม่ขอบใจลูกมากนะที่เสียสละเพื่อคุณพ่อ”

“ถ้ามันจะทำให้พ่อเห็นผมมีค่าในสายตาขึ้นมาบ้าง ผมก็ยอม แต่แม่ครับ หลังจากที่คุณย่าให้ที่ดินกับผมเป็นของขวัญแต่งงาน และผมโอนเป็นชื่อคุณพ่อเรียบร้อย ผมก็หย่ากับคุณรวีได้เลยใช่ไหมครับ”

“เรื่องนั้นเอาไว้ค่อยว่ากันเถอะนะลูกนะ” แล้วสองแม่ลูกก็พากันเดินออกไป

รวีพรรณเดินออกมา แววตาร้ายกาจเมื่อรู้เจตนาที่ภูวดลรบเร้าแต่งงานกับตน วางแผนแก้เผ็ดแก้แผนชั่วนี้

ooooooo

เธอเริ่มงานทันที ด้วยการจ้างนักสืบให้ติดตามและถ่ายรูปพฤติกรรมของภูวดล ทั้งเรื่องดื่มเหล้า แทงสนุ้กเกอร์ นัวเนียมั่วกับคิตตี้และหญิงสาวอีกหลายคน ปาร์ตี้อย่างสุดเหวี่ยง ทุกรูปฟ้องความเหลวแหลกฟอนเฟะของภูวดลได้อย่างดี

รุ่งขึ้น ภูวดลยังเมาค้างอยู่ ก็ได้รับเมสเสจภาพตัวเองในที่ต่างๆเหล่านั้น เขาทะลึ่งพรวดขึ้นเปิดดูทุกรูปตาลุก ครู่เดียวก็มีโทร.เข้ามือถือ เป็นเสียงรวีพรรณ ถามว่า “ได้รับครบทุกรูปรึเปล่า?”

ภูวดลแค้นใจมากถามว่าทำแบบนี้ทำไม รวีพรรณปรามว่าถ้าเขายังไม่เลิกทำร้ายพิทยาอีก ตนจะเอาภาพทั้งหมดให้คุณย่าดู ถ้าท่านเห็นภาพเหล่านี้รับรองท่านไม่ยกที่ดินให้เขาแน่ ถึงเวลานั้นเขาก็จะไร้ค่าในสายตาของพ่อเขา

“คุณร้ายกาจกว่าที่ผมคิดเอาไว้เยอะ”

“ประสบการณ์สอนให้ฉันรู้จักป้องกันตัวเอง จำไว้ว่านี่แค่บทเรียนบทที่หนึ่ง” รวีพรรณย้อนคำพูดของเขาเอง

ภูวดลขว้างโทรศัพท์ทิ้งอย่างโกรธจัด กังวลเรื่องภาพถ่ายเหล่านั้นขึ้นมาจนเครียด

ooooooo

พิทยาอยู่โรงพยาบาลไม่กี่วัน สุอาภาก็ขอหมอพาเขากลับบ้าน เมื่อกลับบ้านแล้วเธอทำหน้าที่พยาบาลเขาราวกับมืออาชีพ ดูแลเขาอย่างดีเยี่ยม ทำให้ความเข้าใจ เห็นใจกัน กลายเป็นญาติดีกันจนเป็นที่ปลื้มปีติของนพ บวร ต่าย แม้กระทั่งป้านี

ส่วนบวรกับแป๋วก็ลดความเป็นคู่กัดกัน กลายเป็นต่างมีความรู้สึกดีๆต่อกัน บวรประทับใจที่แป๋วช่วยตนจากถูกทำร้ายวันนั้น ส่วนแป๋วก็รู้สึกดีที่บวรรับเธอไปส่งที่บ้าน แล้ววันรุ่งขึ้นยังซื้อรองเท้าใหม่มาคืนคู่ที่ส้นหักด้วย...

ฝ่ายรวีพรรณ ด้านหนึ่งแก้เผ็ดภูวดล แต่อีกด้านก็หาทางที่จะเอาพิทยาคืนมาเป็นของตัวเอง

วันนี้เธอไปที่บ้านพิทยาแต่เช้า บอกว่าไปหาเขาที่โรงพยาบาล ทางโน้นบอกว่ากลับบ้านแล้วเลยตามมาดูด้วยความเป็นห่วง พอดีสุอาภาจะทำข้าวต้มแต่ของบางอย่างหมดจึงโทร.ตามพราวพิไลให้มาช่วยซื้อเพราะตัวเองก็ไม่รู้ว่าต้องซื้ออะไรบ้าง เธอฝากรวีพรรณให้ดูแลพิทยาแล้วออกไปซื้อของ

พอพราวพิไลรู้ว่าเพื่อนทิ้งสามีไว้กับรวีพรรณก็โวยว่า

“แกปล่อยให้นังแฟนเก่ามาดูแลคุณพิทได้ไง!! แกลืมไปรึเปล่าว่าแกเป็นเมียเขา...ฉันชักจะทนไม่ไหวกับความโง่ของแกแล้วนะ”

แม้ว่าสุอาภาจะฉุนที่เพื่อนว่าเอาแรงๆ แต่ก็รีบช่วยกันซื้อของแล้วกลับ และพอเข้าบ้าน ทั้งคู่ก็ชะงักอึ้ง เมื่อเห็นรวีพรรณช่วยทายาที่หลังให้พิทยาอย่างใกล้ชิด แต่รวีพรรณแอบยิ้มสะใจที่สุอาภามาเห็นภาพนี้ ทายาเสร็จก็แกล้งทำเฉไฉเข้าครัวไปช่วยทำอาหาร ถามว่าจะทำอะไรให้พิทยาทาน พอสุอาภาบอกว่าทำข้าวต้ม เธออาสาทันที

“ฉันทำให้ก็ได้นะคะ ฉันรู้ดีว่าพิทชอบรสชาติแบบไหน”

“ตอนนี้พิทเขาไม่ทานรสเดิมแล้วค่ะ ฉันกับพิท คิดข้าวต้มสูตรใหม่ขึ้นมา เป็นสูตรที่ฉันกับพิทจะทานกันได้แค่สองคนเท่านั้น” สุอาภาพูดเรียบๆ แต่รวีพรรณอึ้ง พราวพิไลทำเป็นตื่นเต้นช่วยกระหนํ่าซํ้าว่า

“มีข้าวต้มสูตรของตัวเองกันด้วย โรแมนติกจังเลย ถ้างั้นแบบนี้ต้องเรียกว่าข้าวต้มคู่รักสิ ประมาณว่าใครไม่เกี่ยวก็ต้องไม่ได้กิน จริงไหมคะคุณรวี”

ไม่เพียงเท่านั้น พราวพิไลยังยุพิทยากับสุอาภาให้ไปฮันนีมูนกันโดยเอางานไปทำด้วย พิทยาคล้อยตามเสนอว่าอยากไปภูเขา แต่สุอาภาอยากไปทะเล เลยงัดข้อ กัน พราวพิไลได้จังหวะเบรกทั้งสองว่าให้ตนกับรวีพรรณกลับไปก่อนค่อยทะเลาะกัน รวีพรรณเลยจำต้องกลับไปกับพราวพิไล

ooooooo

ภูวดลตกที่นั่งลำบาก ถ้ารวีพรรณเอารูปให้จันทร์จำนงดูจริงๆอย่างที่พูด เขาต้องเจอปัญหาหนักแน่ จึงเป็นฝ่ายกระทำเอารูปทั้งหมดไปให้พ่อกับแม่ดู ปั้นเรื่องเรียกร้องความเห็นใจว่า

“คุณรวีเห็นภาพพวกนี้ก็เข้าใจผิดคิดว่าผมไปเที่ยวผู้หญิง แต่จริงๆแล้วผู้หญิงคนนี้เข้ามาหาผมเอง ผมจะปฏิเสธก็ไม่ได้เพราะเพื่อนคะยั้นคะยอ ตอนนี้คุณรวีโกรธผมมาก”

“แล้วแกไปเที่ยวทำไม! ถ้าเกิดหนูรวีเปลี่ยนใจไม่แต่งงานกับแก แกจะทำยังไง! แล้วไหนจะมีคุณย่าอีก ถ้าเห็นรูปพวกนี้เข้า คุณย่าไม่ยกที่ดินให้แกแน่” ภาสันต์ ตกใจและโมโหมาก

ภูวดลคุกเข่าบีบนํ้าตาสารภาพผิด อ้อนวอนให้พ่อ ช่วย ศรีพิไลมาจับแขนภาสันต์ขอร้องให้เขาช่วยลูกด้วย ทำให้ภาสันต์เครียด ภูวดลเห็นเช่นนั้น แอบยิ้มกับศรีพิไลที่แผนแก้เกมของตนทำท่าจะสำเร็จ...

เช้าวันรุ่งขึ้น ภาสันต์และศรีพิไลก็พาภูวดลไปหา รมณีจะเอารูปให้ดู รมณีบอกว่าตนรู้เรื่องแล้ว ทั้งพ่อแม่ลูกจึงช่วยกันแก้ตัว ภูวดลดราม่าอ้อนขอโทษรวีพรรณสัญญาว่าจะทำทุกอย่างเพื่อชดใช้สิ่งที่ทำให้เธอเสียใจ

“พ่อดลเขายอมขนาดนี้แล้ว ก็ยกโทษให้เขาเถอะ” ภาสันต์เอ่ยขึ้น

“คนเรามันทำผิดพลาดกันได้ และแม่ก็มั่นใจว่าจากนี้ไปจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก” รมณีช่วยหว่านล้อม

ภูวดลโมเมลุกขึ้นไปกอดรวีพรรณ ประมาณว่าทุกอย่างเข้าใจกันแล้ว แต่แอบกระซิบข้างหูเธอราวกับเสียงปีศาจว่า

“ยังไงคุณก็หนีผมไม่รอดหรอก”

รวีพรรณแค้นใจที่ถูกภูวดลแก้เกมอย่างเจ็บแสบจนเธอพูดไม่ออก ได้แต่เก็บความแค้นไว้ในใจ

ooooooo

รวีพรรณปรับทุกข์กับสินีนาฏเรื่องภูวดล เพื่อนฟันธงว่าภูวดลไม่มีวันยกเลิกงานแต่งงานกับเธอแน่ ให้ทำใจเสียเถอะ

“ฉันไม่มีวันยอมแพ้ ไม่ว่าจะเป็นภูวดลหรือสุอาภา มันต้องมีทางที่จะทำให้ฉันไม่ต้องแต่งงานสิ”

รวีพรรณคิดหนัก ฉุกคิดได้ถึงเรื่องที่แอบได้ยินภูวดลกับศรีพิไลคุยกันตอนที่ไปลองชุด เธอตัดสินใจไปหาจันทร์จำนง ถามเรื่องจะยกที่ดินให้ภูวดล จันทร์จำนงเอะใจว่าตนไม่เคยพูดเรื่องนี้กับภูวดล โทร.ไปถามภาสันต์ เขายอมรับว่าเผลอหลุดปากไปทำให้ภูวดลรู้เรื่องนี้

“แม่ขอบอกเราไว้ตรงนี้ว่า แม่ยกที่ดินผืนนี้ให้เป็นทรัพย์สินของหลาน แต่ถ้าลูกดึงดันจะเอาไปสร้างห้างสรรพ– สินค้าตามที่เคยบอกแม่ไว้ละก็...แม่ก็คงต้องคิดอีกทีว่าแม่จะยกที่ดินตรงนี้ให้เป็นของขวัญพ่อดลเขาดีรึเปล่า”

ภาสันต์มึนเหมือนถูกฟ้าผ่าลงตรงหน้า! จำต้องกัดฟันรับคำจันทร์จำนง...

จากนั้นลิ่วไปที่ห้องทำงานภูวดล ถามว่า “แกไปบอกอะไรคุณย่าเรื่องที่ดิน!!” ภูวดลบอกว่าตนไม่รู้เรื่องจริงๆ “แกจะรู้หรือไม่รู้ฉันไม่สน แต่แกต้องแก้ปัญหาเรื่องนี้ ถ้าฉันไม่ได้ที่ดินตรงนั้น ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าพ่ออีก!!”

ภาสันต์ออกไปอย่างโกรธจัด ภูวดลยืนมึน ทั้งโมโห เสียใจ และงงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ooooooo

เมื่อตกลงกับสุอาภาได้แล้ว พิทยาไปเก็บของที่ออฟฟิศเตรียมเอาไปทำงานขณะไปฮันนีมูนกัน แต่ได้รับโทรศัพท์จากแป๋วว่าที่ไซต์งานมีปัญหา เขาจึงขับรถไปที่ไซต์งานที่เขาใหญ่ทันที

สุอาภารอพิทยาอยู่นาน เพราะเขาบอกว่าไปเก็บของแป๊บเดียว จนเอะใจโทร.ถามจึงรู้ว่าเขาขับรถไปเขาใหญ่คนเดียว เธออดทนรอจนค่ำ โทร.ไปอีกทีพิทยาบอกว่างานยังไม่เสร็จ ด้วยความเป็นห่วงที่เขายังไม่ได้กินยาเลยตั้งแต่เช้า เธอตัดสินใจขับรถไปเขาใหญ่คนเดียว

ระหว่างทางฝนตกหนัก พอพิทยารู้ว่าเธอขับรถตามมาเขาใหญ่ เขาเป็นห่วงมาก คอยอย่างกระวนกระวายจนค่ำก็ยังไม่เห็นเธอมาถึง เขาขับรถออกไปตามหา เจอรถเธอเสียอยู่กลางทางบนถนนเปลี่ยวท่ามกลางความมืดและฝนตกหนัก

พิทยาพาสุอาภาขึ้นรถเขาเพื่อกลับที่พัก แต่เพราะฝนตกหนักรถเขาติดหล่ม ทำอย่างไรก็ขึ้นจากหล่มไม่ได้

“อะไรกันเนี่ย มือถือฉันแบตหมด มือถือนายพัง รถฉันเสีย รถนายยังมาติดหล่มอีก ฝนก็ตก หนาวก็หนาว ขาเจ็บอีกต่างหาก มันจะมีอะไรอีกไหมเนี่ย...เราจะเอายังไงต่อดีพิท”

“ผมเห็นแสงไฟข้างหน้า อาจจะเป็นบ้านคนก็ได้ ผมว่าเราทิ้งรถไว้ที่นี่ แล้วลองเดินไปดูกันดีกว่าครับ อาจจะพอขอความช่วยเหลือจากเขาได้”

ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ทั้งสองพากันเดินฝ่าสายฝนมุ่งไปที่แสงไฟลิบๆข้างหน้า

แต่เดินไปอย่างทุลักทุเลได้ครู่เดียว สุอาภาก็ถอดใจ ถามว่ากลับไปนั่งรอในรถไม่ดีกว่าหรือ

“ไม่ดีหรอกครับ มันอันตราย อาจจะถูกปล้นหรือถูกรถพุ่งเข้ามาชนได้...คุณแตอดทนหน่อยนะครับ อีกนิด เดียวก็ถึงแล้ว” พิทยาเอามือโอบเอวเธอช่วยพยุงเดินไป

ฝนตกหนัก ทางลื่นมาก ทำให้พิทยาต้องกอดเอวเธอไว้แน่น จนเธอพูดเขินๆว่าไม่ต้องกอดแน่นขนาดนี้ก็ได้

“ได้ไง...เดี๋ยวคุณล้มไป แล้วเกิดเจ็บขาอีกข้างขึ้นมา ผมพาคุณขี่หลังไม่ไหวนะ” สุอาภาเขิน เขาตัดบท “รีบไปเถอะครับ เดี๋ยวโดนฟ้าผ่าล่ะแย่แน่”

การดูแลเอาใจใส่กันในยามยากเช่นนี้ ทำให้สุอาภายิ่งเห็นถึงน้ำใจเขา เธอยิ้มตื้นตันอบอุ่นใจทั้งที่กายหนาวสั่น...

ooooooo

พากันเดินไปถึงตรงที่เห็นแสงไฟ ปรากฏว่ามันเป็นคอกม้าไม่มีคนอยู่ สุอาภาบอกว่าตนเดินต่อไปไม่ไหวแล้ว

“ผมว่าคืนนี้เรานอนที่นี่กันไปก่อนแล้วพรุ่งนี้เช้าเราค่อยออกไปหาคนมาช่วย” สุอาภาทำหน้าสยองถามว่านอนที่คอกม้านี่นะ “อดทนอยู่ไปก่อนนะคุณแต แค่คืนเดียวเอง...” พิทยามองเธออย่างเห็นใจ

โชคดีที่ในคอกม้ามีตะเกียง ไม้ขีด และผ้าขาวม้าแขวนอยู่ ตะเกียงดวงเก่าริบหรี่เต็มที พิทยาลุกจะไปจุดตะเกียงดวงใหม่ สุอาภากลัวขอตามไปด้วย เขาจึงจูงมือเธอเดินไปด้วยกัน

จุดตะเกียงแล้ววางไว้ จากนั้นพิทยาหันไปหยิบฟางมาปูให้เธอนั่ง เธอนั่งหนาวสั่น เขานั่งลงข้างๆเอาผ้าขาวม้าคลุมไหล่ให้ เธอถามว่าแล้วเขาล่ะ พิทยาบอกว่าตนไม่เป็นไร เธอจึงคลี่ผ้าขาวม้าคลุมไหล่เขาด้วย บอกว่า เราแบ่งกัน...

ผ้าขาวม้าผืนเล็ก ทำให้ทั้งสองต้องนั่งเบียดกัน เมื่อค่อยคลายหนาว สุอาภาเพลียหลับไป พิทยาจับหัวเธอมาพิงไหล่ตัวเองทั้งที่ยังหลับตา เธอลืมตามองเขาอดยิ้มไม่ได้

สุอาภาซบไหล่เขาหลับไป พิทยาลืมตาดู เห็นเธอหลับสนิทก็หลับตา...และนอนหลับไปทั้งที่ใบหน้ายังยิ้มอยู่...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

รหัสริษยา EP.5 ศิวา ไม่อยากแต่งงานกับจันทร์แจรง เลยขอร้องให้ พาไล ช่วย

รหัสริษยา EP.5 ศิวา ไม่อยากแต่งงานกับจันทร์แจรง เลยขอร้องให้ พาไล ช่วย
29 พ.ย. 2563

08:50 น.

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2563 เวลา 13:12 น.