ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

แรงปรารถนา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

วันนี้ทาคาโน่ นักธุรกิจชาวญี่ปุ่นที่พอใจฝีมือการทำงานของพิทยา มาเจรจากับนพให้พิทยามาทำงานกับเขา นพถามความสมัครใจของพิทยาชายหนุ่ม ยินดีและขอบคุณที่ไว้ใจฝีมือตน

ทั้งนพ บวร และพิทยาต่างดีใจ เพราะถ้าได้งานนี้จริง จะเป็นงานชิ้นโบแดงของบริษัททีเดียว

เพื่อให้งานดำเนินไปด้วยดี นพให้แป๋วหรือปวีณามาช่วยงานด้วย บวรไม่ชอบใจเพราะไม่กินเส้นกับแป๋วอยู่ แต่แป๋วดี๊ด๊าดีใจที่ได้ทำงานกับพิทยาที่ตนแอบปลื้ม สัญญาว่าจะไม่ทำให้เขาผิดหวัง

ตกเย็น พิทยากลับบ้าน เล่าข่าวดีให้สุอาภาฟัง เธอดีใจบอกว่าวันนี้มีแต่ข่าวดีๆเพราะเมื่อเช้ารวีพรรณก็มาหาเคลียร์กันทุกเรื่องและตกลงที่จะเป็นเพื่อนกัน

“ดีแล้วครับ ผมดีใจจริงๆที่คุณกับรวีเข้าใจกันได้ รวีก็เป็นคนดีแบบนี้แหละครับ” พูดไม่ทันขาดคำก็มีสายเข้ามือถือ เป็นสายจากรวี พิทยากดรับพูดยิ้มแย้มยินดี “อายุยืนจริงๆ...ครับ...รวี...ว่างครับ...ได้สิ พรุ่งนี้เจอกันครับ”

ระหว่างนั้น สุอาภาเงี่ยหูฟังแต่ทำเป็นเดินเลี่ยงไปอย่างไม่สนใจ เมื่อพิทยามาเล่าให้ฟังและชวนไปทำบุญที่วัดด้วยกัน เธอปฏิเสธยิ้มๆว่าตนไม่ค่อยถูกกับวัด เพราะเข้าวัดทีไรร้อนทุกที บอกให้เขาไปกับรวีพรรณสองคนก็แล้วกัน

“คุณแตโอเคที่ผมไปกับรวีใช่ไหม” พิทยาถามอย่างเกรงใจ

“ทำไมฉันจะไม่โอเค ก็อย่างที่เคยบอกว่าเราแต่งงานกันแต่ในนาม ฉันไม่มีสิทธิ์จะบอกให้นายไปไหนหรือไม่ไปไหน คราวหลัง...ไม่ต้องบอกฉันก็ได้”

“ไม่ได้ครับ ถึงแม้ความจริงมันเป็นอย่างที่คุณพูด แต่ผมต้องให้เกียรติคุณในฐานะภรรยาและผมก็ต้องทำหน้าที่สามีให้ดีที่สุด ขอบคุณนะครับคุณแต”

พิทยาเดินยิ้มออกไปด้วยความรู้สึกดี ในขณะที่สุอาภาต้องฝืนยิ้มให้ดูดี...

ระหว่างทำบุญที่วัดด้วยกันนั้น รวีพรรณพยายามรื้อฟื้นความทรงจำเก่าๆที่เขาและเธอเคยมาทำบุญด้วยกันไปไหนมาไหนด้วยกันอย่างมีความสุข หมายสะกิดและตอกย้ำให้เขารู้ว่าเวลานั้น...เรารักกันมาก...

เมื่อสุอาภาเล่าเรื่องรวีพรรณชวนพิทยาไปทำบุญด้วยกันให้พราวพิไลฟัง เพื่อนโวยวายว่าปล่อยให้สองคนไปด้วยกันตามลำพังได้ไง ไม่กลัวถ่านไฟเก่าจะคุหรือ สุอาภาบอกว่า รวีพรรณไม่คิดอะไรและมาขอเป็นเพื่อนกับตนแล้วด้วย

“แกนี่มันอ่อนต่อโลกมากนะแต ไม่มีผู้หญิงคนไหนจะมาขอเป็นเพื่อนกับคนที่แย่งแฟนตัวเองไปหรอก แกห้ามไว้ใจผู้หญิงคนนี้เด็ดขาด” สุอาภาติงว่าคิดมาก เลยถูกตอกย้ำว่า “คิดน้อยแบบแก ระวังวันนึงจะถูกแย่งสามีไปก็แล้วกัน”

พราวพิไลฉุกคิดได้บอกเพื่อนให้โทร.ไปบอกพิทยาว่าจะตามไป สุอาภาไม่โทร.ก็โทร.เอง พอพิทยารับสายก็บอกว่า

“พราวนะคะคุณพิท แตเปลี่ยนใจอยากตามไปแจม ตอนนี้คุณพิทอยู่ไหนคะ”

ooooooo

รวีพรรณทำเป็นยิ้มแย้มยินดี บอกพิทยาว่านัดสุอาภากับพราวพิไลไปพบกันที่ร้านอาหารเลยดีกว่า

ทั้งหมดไปเจอกันที่ร้านอาหาร รวีพรรณจัดแจงสั่งอาหารหลายอย่าง สั่งแล้วทำเป็นตกใจตำหนิตัวเองว่าเคยชินเพราะมากับพิทยาทีไรตนก็เป็นคนสั่งและทุกอย่างที่สั่งล้วนเป็นของชอบของเขาทั้งนั้น ว่าแล้วส่งเมนูให้สุอาภากับพราวพิไลสั่งบ้าง พราวพิไลหมั่นไส้เลยแกล้งสั่ง ทำเป็นเรียกชื่ออาหารผิด ข้าวตังหน้าด้านบ้าง ยำสารพัดพิษบ้าง ปลาสองหน้าบ้าง  เหน็บแนมรวีพรรณ แล้วหัวเราะบ่นตัวเองขำๆว่าไม่รู้เป็นอะไรวันนี้พูดผิดอยู่เรื่อย

แต่รวีพรรณไม่ขำด้วย ทำหน้านิ่งอย่างรู้ทันว่าถูกพราวพิไลหลอกด่า

ระหว่างทานอาหาร รวีพรรณดูแลเอาใจพิทยาจนพราวพิไลกระซิบกับสุอาภาว่า ทำอย่างกับเป็นเมียทั้งที่เธอนั่งอยู่ตำตา ซ้ำยังพูดกระทบกระแทกเหน็บแนมจนรวีพรรณชักฉุนขอตัวไปเข้าห้องน้ำ สุอาภารีบตามไปขอโทษแทนเพื่อน

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเองก็ต้องขอโทษเหมือนกัน มันเคยชินน่ะค่ะ ปกติเวลาไปไหนพิทจะให้ฉันเป็นคนสั่งอาหารให้ทุกครั้ง เพราะฉันรู้ว่าเขาชอบอะไรไม่ชอบอะไร อย่างกาแฟก็ต้องกาแฟสองช้อน น้ำตาลหนึ่ง ครีมไม่ต้อง หรืออย่างเวลาทำงาน เขามักจะทานแซนด์วิชตอนเที่ยงต้องเป็นแซนด์วิชทูน่าด้วยนะคะ นั่นล่ะของโปรดเขาเลยล่ะ”

“คุณรวีรู้จักพิทดีจริงๆนะคะ”

“เราเป็นแฟนกันมา 7 ปี คิดฝันที่จะมีอนาคตร่วมกันนี่คะ...ตายจริง ฉันไม่ควรพูดออกไป คุณไม่พอใจฉันรึเปล่าคะ” พอสุอาภาบอกว่าตนเข้าใจ รวีพรรณก็ชมว่า

“ใจกว้างจัง แต่ถ้าเป็นฉัน แล้วมีคนมาทำแบบนี้ฉันเล่นงานตาย...อุ๊ย ฉันพูดเล่นน่ะค่ะ คนอย่างฉันจะทำร้ายใครเป็น”

สุอาภาไม่เฉลียวใจว่า รวีพรรณที่ทำตัวเป็นนางเอกที่แสนดีตลอดมานั้น กำลังเปลี่ยนเป็นนางอิจฉาที่ร้ายกาจ!

ooooooo

ประสบการณ์วันนี้ ทำให้สุอาภารู้ตัวว่า ตัวเองไม่เข้าใจและไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพิทยาเลยจริงๆ ดังนั้น เธอจึงลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง

มีปรากฏการณ์ใหม่เกิดขึ้นกับพิทยา เมื่อตื่นเช้าวันนี้เข้าห้องน้ำ ก็มีแปรงสีฟันบีบยาไว้ให้แล้ว มีผ้าเช็ดตัวเตรียมให้อาบน้ำ เสร็จแล้วมีชุดทำงานแขวนไว้รอ พิทยารู้สึกแปลกใจกับความเปลี่ยนแปลงนี้

เมื่อไปทำงาน ถึงเวลาเที่ยงรวีพรรณถือถุงอาหารมาฝากพิทยาและทานเป็นเพื่อน สุอาภาบรรจงทำแซนด์วิชทูน่ามาให้เขาตามที่จำจากรวีพรรณเล่า มาถึงเธอชะงักอึ้งเมื่อเห็นพิทยากับรวีพรรณนั่งทานอาหารด้วยกันอย่างสนิทสนม พอจะถอย พิทยาเห็นพอดีร้องทัก เธอจึงเอา แซนด์วิชที่ทำมาให้เขา

ทั้งสองทานแซนด์วิชกันอย่างเอร็ดอร่อย ดูแลกันอย่างดี จนรวีพรรณรู้สึกตัวเองเป็นส่วนเกิน ได้แต่เก็บความแค้นไว้ในอก กลับไปเล่าให้สินีนาฏฟัง บอกกับเพื่อนว่า

“อยากรู้นะว่านังนั่นจะแอ๊บไปได้นานแค่ไหน คอยดูแล้วกัน...ฉันจะทำให้ยัยสุอาภาคุณหนูขี้วีนคนเดิมกลับมาให้ได้”

ooooooo

ภาสันต์ตกลงทำธุรกิจร่วมกับทาคาโน่นักธุรกิจชาวญี่ปุ่น เขาไปปะเหลาะจันทร์จำนง ขอที่ดินที่ทางด่วนตัดใหม่มาสร้างห้างสรรพสินค้า คุยโวว่าถ้าสร้าง เสร็จเมื่อไรได้กำไรเน้นๆเต็มๆแน่

แล้วเขาก็ต้องผิดหวังเมื่อจันทร์จำนงบอกว่า

ที่ดินแปลงนี้จะเก็บไว้เป็นของขวัญวันแต่งงานภูวดลกับรวีพรรณ ภาสันต์วางแผนขั้นต่อไป คือต้องเร่งให้ภูวดลกับรวีพรรณแต่งงานกันเร็วที่สุด มิฉะนั้นธุรกิจของตนจะเสียหาย

แต่ภูวดลไม่สมัครใจ เมื่อถูกเคี่ยวเข็ญเขาบ่นว่า “นี่พ่อเห็นธุรกิจสำคัญกว่าชีวิตของผมงั้นเหรอครับ”

“ธุรกิจมันทำกำไรให้ฉัน แล้วแก...ทำอะไรให้ฉันบ้าง ดีแต่สร้างเรื่องสร้างปัญหาให้ฉันคอยตามเช็ดตามล้าง...มันถึงเวลาที่แกจะต้องทดแทนบุญคุณฉันบ้างแล้ว”

ภูวดลรับไม่ได้ ศรีพิไลหว่านล้อมให้เขาทำตามที่พ่อบอก ถูกภูวดลตวาดว่าแม่ดีแต่พูดคำนี้ แต่ไม่เคยช่วยตนสักครั้ง พูดแทบเป็นตะโกนระบายอารมณ์ว่า “นี่ไม่มีใครรักผม แคร์ความรู้สึกผมเลยใช่ไหม!!”

รวีพรรณก็ถูกรมณีเร่งรัดให้แต่งงานกับภูวดลภายในสองเดือนนี้ เธออ้างกับแม่ว่าเตรียมไม่ทัน ถูกณรงค์ตัดบทว่า

“ทำไมจะเตรียมไม่ทัน จ้างออร์กาไนเซอร์ก็จบแล้ว ช่วงนี้ลูกกับคุณภูวดลก็เตรียมงานกันไปก่อน ถ้ายังไงรอพ่อกับแม่กลับมาจากไปปฏิบัติธรรมแล้วเราค่อยเริ่มอย่างจริงจัง”

ถูกทั้งพ่อและแม่บีบเช่นนี้ เธอปรับทุกข์กับสินีนาฏ เพื่อนติงว่าถ้าแบบนี้แผนที่จะแย่งพิทยาจากสุอาภาของเธอก็ต้องล้มเลิก

“ไม่...ฉันไม่มีวันหยุดแค่นี้ ฉันต้องแย่งพิทกลับคืนมาให้ได้ก่อนจะถึงวันแต่งงานของฉัน!! และเมื่อนั้นฉันอาจจะไม่ต้องแต่งงานกับนายภูวดล” รวีพรรณจิกตาอย่างมุ่งมั่น

รุ่งขึ้น รวีพรรณไปหาพิทยาที่บ้าน เห็นเขากำลังหยอกล้อกับสุอาภาอย่างมีความสุขก็จะถอย แต่ทั้งสองหันมาเห็นเสียก่อนจึงเรียกเข้าบ้าน แล้วสุอาภาก็ขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าข้างบน

พอสุอาภาลุกไป รวีพรรณก็ลุกมานั่งข้างๆพิทยาทำหน้าเศร้าเล่าเรื่องพ่อกับแม่เร่งรัดให้แต่งงานกับภูวดล เธอขอโทษเขาที่เอาปัญหามาให้เขารับรู้ แต่ตนไม่รู้จะระบายกับใครนอกจากเขาคนเดียว

“ไม่เป็นไรเลยรวี คุณพูดกับผมได้ทุกเรื่อง ผมต่างหากที่ต้องขอโทษ ที่ผมช่วยอะไรคุณไม่ได้...”

“แค่พิทรับฟังรวี ก็ช่วยรวีมากแล้วล่ะค่ะ สิ่งเดียวที่ทำให้รวีอยากมีชีวิตอยู่ก็คือการได้รู้ว่ารวียังมีพิทอยู่ข้างๆ”

รวีพรรณร้องไห้อย่างน่าสงสาร จนพิทยาต้องโอบกอด เธอไว้ให้กำลังใจ สุอาภาอยู่ที่ระเบียงเห็นภาพนั้นเต็มตา เธอตระหนักในทันทีว่า “เขายังรักกันมาก” แล้วถอยกลับเข้าไปยืนเศร้าอยู่คนเดียว...

เมื่อรวีพรรณกลับไป และพิทยาเล่าความทุกข์ใจของเธอให้สุอาภาฟัง เธอบอกเขาว่าช่วงเวลานี้รวีพรรณต้องการกำลังใจมาก เขาควรจะไปหาเธอบ่อยๆ พิทยากุมมือเธอเอ่ยอย่างชื่นชมว่า

“ขอบคุณครับที่คุณเข้าใจ แต่คุณไม่ต้องกังวลใจไปนะ ผมจะบอกคุณทุกครั้งที่ผมไปหารวี”

สุอาภายิ้มให้เขา แต่เป็นรอยยิ้มที่ซ่อนความเศร้าอยู่ลึกๆ...

ooooooo

ภาสันต์บอกทาคาโน่ว่าที่ดินที่จะสร้างห้างนั้นเป็นที่ดินของแม่เขาเองไม่มีปัญหาแน่ เร่งรัดให้ทาคาโน่ทำสัญญาว่าจ้างบริษัทก่อสร้างได้เลย ทาคาโน่จึงนัดสองฝ่ายมาพบกัน

ทั้งภาสันต์และนพต่างคิดไม่ถึงว่าจะต้องมาร่วมงานกัน ภาสันต์พยายามโน้มน้าวให้ทาคาโน่ว่าจ้างบริษัทอื่น แต่ทาคาโน่เชื่อฝีมือของพิทยา ภาสันต์ซึ่งถือหุ้นน้อยกว่าจึงไม่มีปากเสียง

ส่วนนพถามพิทยาว่าสบายใจที่จะทำงานกับ ภาสันต์ไหม ถ้าไม่สบายใจตนจะบอกทาคาโน่ว่าไม่ทำ

“ไม่ดีหรอกครับ ทำแบบนี้บริษัทจะเสียเครดิต คุณอาไม่ต้องห่วง ผมเป็นคนแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้”

ขณะพิทยากำลังทุ่มเทกับงานใหญ่ชิ้นนี้นั่นเอง เขาได้รับโทรศัพท์จากรวีพรรณบอกว่าไม่สบาย พ่อกับ แม่ก็ไปปฏิบัติธรรม จึงรบกวนให้เขามารับไปส่งบ้านด้วย พิทยาวางงานไปดูแลเธอทันที

ไปส่งที่บ้านแล้ว พิทยายังหาอาหารให้ทาน พาขึ้นไปนอน ระหว่างนั้นเขาจะโทร.บอกสุอาภาเพราะกลับผิดเวลา รวีพรรณขอร้องเขาอย่าโทร. ปั้นน้ำเป็นตัวบอกเขาว่า วันก่อนตนไปหาเขาที่บ้านแต่ไม่เจอ พอออกมาสุอาภาก็โทร.เข้ามือถือบอกว่าวันหลังไม่ต้องมาหาพิทยาที่บ้านอีก

“ผมจะไปถามเขา” พิทยาท่าทางไม่สบายใจ

“อย่าค่ะ รวีไม่อยากให้พิทมีปัญหากับคุณแต รวีไม่อยากเห็นพิทโดนคุณแตอาละวาดใส่เหมือนที่ผ่านมา ทางที่ดีอย่าบอกคุณแตดีกว่า แล้วก็อย่าไปถามอะไรคุณแตเรื่องรวีอีก รวีอยากอยู่อย่างสงบ พิทเห็นใจรวีเถอะนะคะ”

แต่พอพิทยากลับ รวีพรรณก็รีบโทร.บอกสุอาภาว่า พิทยาเพิ่งออกจากบ้านตน แล้วทำเป็นพูดออกตัวว่า

“คุณแตอย่าเข้าใจผิดนะ มันไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฉันไม่สบายนิดหน่อย พิทก็เลยมาอยู่เป็นเพื่อน แต่ก็แปลกนะคะเรื่องแค่นี้ ทำไมพิทต้องไม่บอกคุณแตด้วยก็ไม่รู้”

วางสายแล้วรวีพรรณยิ้มร้าย ส่วนสุอาภาอึ้ง ไม่เข้าใจว่าทำไมพิทยาจึงไม่บอกตนทั้งที่เพิ่งพูดว่าจะบอกทุกครั้งที่ไปหารวีพรรณ

เมื่อพิทยากลับถึงบ้าน สุอาภาเลียบเคียงถามว่างานเยอะหรือถึงกลับดึก พิทยานิ่งไปแต่พอนึกถึงคำขอร้องของรวีพรรณที่ไม่ให้บอกสุอาภา เขาตัดสินใจปดว่า “ใช่”

คำตอบสั้นๆ นั้นทำเอาสุอาภาแทบจุก เสียใจมากที่เขาโกหกตน แต่ต้องทำเป็นปกติทั้งที่เจ็บปวดแทบหมดแรง...

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น พิทยาโทร.ถามอาการรวีพรรณตั้งแต่เดินไปขึ้นรถ ว่ายังปวดหัวอยู่หรือ งั้นจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลย สุอาภาได้ยินได้เห็นความห่วงใยของพิทยาที่มีต่อรวีพรรณก็ยิ่งเสียใจ

ภูวดลไปถึงก่อนแล้ว รู้จากคนใช้ว่ารวีพรรณไม่ สบายเมื่อคืนมีเพื่อนผู้ชายขับรถมาส่ง ภูวดลเดาได้ทันทีว่าต้องเป็นพิทยา เขาพรวดๆขึ้นไปที่ห้องนอนเธอทันที รวีพรรณตกใจถามว่าขึ้นมาได้ยังไง

“แล้วทำไมผัวจะเข้าห้องเมียไม่ได้! ได้ข่าวว่าไม่สบาย แต่หน้าตาดูสดชื่นมากเลยนี่ อ้อหรือว่าเมื่อคืน ได้ยาดีจากไอ้พิทยา” รวีพรรณฉุนขาดปรามว่าพูดอะไรให้เกียรติกันบ้าง “เกียรติของคุณมันหมดไปนับตั้งแต่วันที่คุณเป็นเมียผมแล้ว!!”

พิทยามาถึงพอดีเขาจะเข้าบ้านถูกคนใช้มายืนกันบอกว่ารวีพรรณอยู่ข้างบนกับภูวดล พิทยาทนไม่ได้วิ่งพรวดขึ้นไปเจอภูวดลกำลังคุกคามทำร้ายรวีพรรณ  พอเธอเห็นพิทยาก็วิ่งเข้าไปขอความช่วยเหลือ ถูกภูวดลตวาดว่า

“นี่ไม่ใช่เรื่องของแก! หลีกไป!!” พิทยาไม่หลีกประกาศจะไม่ยอมให้เขาทำอะไรรวีพรรณเด็ดขาด “หึๆ ยังคิดว่าผู้หญิงคนนี้แสนดีอยู่อีกเหรอ เขาเป็นเมียฉันแล้ว ได้ยินชัดไหม!”

“พิท...อย่าไปเชื่อเขานะคะ เขาใส่ร้ายรวี มันไม่ใช่ความจริง”

“คุณมันก็ดีแต่ทำให้ผู้หญิงเสียชื่อ” พิทยาด่า ภูวดลจะต่อยแต่ถูกพิทยาชกปากแตกก่อน พอเขาจะพุ่งเข้าชกก็ถูกรวีพรรณออกมาขวาง ขู่ว่าถ้าไม่หยุดจะเรียกตำรวจ

ภูวดลเห็นรวีพรรณเอาจริง เอามือเช็ดเลือดที่ปากเดินออกไปอย่างเจ็บใจ พิทยาหันมองรวีพรรณอย่างเป็นห่วง...

พิทยาแค้นใจที่ภูวดลทำร้ายเธอ แต่รวีพรรณขอร้องอย่าไปยุ่งกับภูวดล ไม่อยากเห็นเขาเดือดร้อนอีก พูดอย่างน่าสะเทือนใจว่า “รวีทนได้ค่ะ แต่ถ้ารวีเห็นพิทโดนเขา ทำร้าย รวีคงรู้สึกผิดไปชั่วชีวิต พิทไม่ต้องเป็นห่วง รวี รู้ว่าจะรับมือกับเขาได้ยังไง”

ooooooo

ความเสียใจน้อยใจที่พิทยาโกหกตนเรื่องรวีพรรณ สุอาภาจึงออกไปช็อปปิ้งกับบวรและต่าย พี่สาวพี่ชายดูออกว่าน้องสาวไม่สบายใจ เดากันว่าคงทะเลาะกับพิทยา แต่พอถามก็ถูกปฏิเสธว่าไม่มีอะไร

ระหว่างนั้น สุอาภาได้รับโทรศัพท์จากพราวพิไลบอกว่าขับรถชนคน เธอรีบไปช่วยเพื่อน อยู่เป็นเพื่อนจนถึงกลางคืน พราวพิไลขอร้องอย่าเพิ่งกลับเพราะตนยังหลอนอยู่ สุอาภาเองก็ยังไม่อยากกลับ จึงนั่งดื่มไวน์อยู่เป็นเพื่อนกัน

พิทยาคอยสุอาภาด้วยความเป็นห่วงอยู่จนดึก พอเธอกลับเขาได้กลิ่นเหล้าก็ฉุนขาดหาว่าไปเที่ยวมานี่เอง เมื่อเธอปฏิเสธก็ถูกเขาเสียงดังใส่ว่า

“เมื่อไหร่จะเลิกโกหกเสียที โกหกตัวเองยังไม่พอ ยังจะโกหกคนอื่นอีก” สุอาภาถามว่าตนโกหกเรื่องอะไรพิทยายิ่งโมโห “ผมนึกว่าคุณเข้าใจรวีแล้ว ที่ไหนได้คุณก็ยังเป็นคุณหนูสุอาภาจอมวีนคนเดิม ไม่เคยมีความจริงใจ เมื่อไหร่คุณจะเลิกหลอกผมเสียที!!”

“ฉันไปหลอกอะไรนาย”

“หลอกว่าคุณกลับตัวได้แล้วไง!! ผมหลงเชื่อว่าคุณเป็นคนดี เข้าใจทุกอย่าง แต่คุณก็ยังสร้างภาพเก่งเหมือนเดิม!!”

“นายไม่เคยไว้ใจแล้วก็เชื่อใจฉันเลยใช่ไหม” สุอาภาเสียงสะท้านด้วยความเสียใจ หันเดินอ้าวออกจากบ้านไปเลย

เธอกลับไปนอนที่บ้านโดยไม่มีใครรู้ จนเช้าป้านีเข้าไปดูดฝุ่นทำความสะอาดห้องจึงรู้ เมื่อนพ ต่ายและบวรรู้ ต่างมาดู ถามกันไปมาว่าสุอาภากลับมาตั้งแต่เมื่อไร แล้วทำไมพิทยาไม่มาด้วย

“หยุด!! แตกลับมาเมื่อคืน มันดึกแล้ว ก็เลยไม่อยากรบกวนใคร พิทไม่ได้มาด้วยเพราะแตไม่ได้ชวน แล้วแตกับพิทก็ไม่ได้ทะเลาะกัน” ทุกคนร้องพร้อมกันว่าไม่จริง “ไม่เชื่อก็ตามใจออกไปกันได้แล้ว แตจะนอนต่อ แล้วก็ห้ามเข้ามาดูดฝุ่นอีกนะคะ”

ทุกคนพากันยืนเหวอ มองหน้าถามกันด้วยสายตาว่า...เกิดอะไรขึ้น???

ooooooo

รวีพรรณใช้มารยาอ้อนพิทยาให้เป็นห่วงและมาดูแลตน เรียกพิทยามาที่ร้านอาหารคุยกันกะหนุงกะหนิง จนสินีนาฏหมั่นไส้ โทร.เรียกภูวดลมาจัดการ

ระหว่างนั้น บวรโทร.เข้ามือถือพิทยา เขาขอตัวเดินไปคุยข้างนอก บวรตำหนิพิทยาที่ไม่ดูแลสุอาภาปล่อยให้หนีกลับบ้าน พิทยาฟ้องว่าเธอไปเที่ยวเมากลับมาพอตนว่าก็หนีไป บวรบอกว่าน้องไม่ได้หนีเที่ยว แต่ที่กลับดึกเพราะพราวพิไลขับรถชนคน น้องไปอยู่เป็นเพื่อนจนดึกดื่น พิทยาจึงรู้ว่าตัวเองผิด จะไปรับสุอาภากลับ

เย็นนี้ ที่บ้านสุอาภา ป้านีจึงจัดที่ทานอาหารเพิ่มอีกหนึ่งชุดให้พิทยาที่จะมารับสุอาภากลับ

แต่พอพิทยาคุยโทรศัพท์กลับมา รวีพรรณบอกเขาว่าภูวดลมาให้เขารีบพาออกไปจากที่นี่ เขาจึงพาเธอไปที่บ้าน บอกให้ล็อกประตูไว้ให้ดีตนจะไปรับสุอาภาเดี๋ยวกลับมา รวีพรรณหาทางขัดขวาง ทำเป็นกลัวว่าถ้าภูวดลตามมาเจอตนจะทำอย่างไร พิทยาเห็นเธอกลัวมากจึงอยู่เป็นเพื่อน โทร.ไปบอกบวรว่าติดธุระด่วนเย็นนี้มาไม่ได้แล้ว

จนกลางคืนเขาเอาชุดของตัวเองให้เธอเปลี่ยน เธอเอาชุดนอนของสุอาภาใส่แทนอ้างว่าชุดของเขาใหญ่เกินไป

รวีพรรณเอารูปเก่าๆที่ถ่ายกับพิทยามาดู พยายามทำให้เขาหวั่นไหวกับความสัมพันธ์ในอดีต แต่พอตกดึกพิทยาก็ขอตัวไปนอน ทำให้รวีพรรณผิดหวังมากที่อ่อยเขาไม่สำเร็จ

ooooooo

คืนนี้ นพเข้าไปคุยกับสุอาภาในห้อง หว่านล้อมให้เธออดทนในการแก้ปัญหาครอบครัว อยากให้เธอใช้เหตุผลในการแก้ปัญหาแทนอารมณ์ เพราะตอนนี้เธอไม่ได้อยู่คนเดียวแล้ว

“ฟังดูง่ายนะคะ พอเอาเข้าจริง มันไม่ง่ายเลยสักนิดเดียว”

“แต่ถ้าลูกพยายาม...ป๋าเชื่อว่าลูกต้องทำได้และมันจะเป็นผลดีกับตัวลูกเองด้วย”

เช้าวันรุ่งขึ้น สุอาภาก็ทำให้ทุกคนแปลกใจ ดีใจเมื่อเธอจะกลับบ้านพิทยา ด้วยความหวังว่ากลับมาแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น แต่พอไปถึงหน้าบ้าน เห็นรวีพรรณในชุดนอนของตนเดินอยู่ เธอสะอึกอึ้งเมื่อนึกถึงเมื่อวานเย็นที่พิทยาไม่ไปทานข้าวที่บ้าน อ้างว่ามีธุระด่วน

รวีพรรณเห็นสุอาภากลับมาก็ยิ้มสะใจ แกล้งทำเป็นเพิ่งเห็นเดินมาถามว่า

“คุณแตกลับมายังไงคะเนี่ย เพราะฉันแท้ๆ เมื่อคืนพิทเลยไม่ได้ไปรับคุณ ฉันมีเรื่องนิดหน่อย พิทเขาห่วงก็เลยอยู่เป็นเพื่อนทั้งคืน คุณแตอย่าโกรธพิทนะคะ”

ขณะนั้นเอง พิทยาเดินออกมาบอกรวีพรรณว่าอาหารเช้าเสร็จแล้ว พอเห็นสุอาภาเขาดีใจรีบเดินออกมา

“อาหารเช้าของรวีเอาไว้ก่อนก็ได้ค่ะ พิทควรจะได้คุยกับคุณแตก่อน รวีขอตัวขึ้นไปข้างบนก่อนนะคะ” ว่าแล้วเดินขึ้นข้างบนเหมือนบ้านของตัวเอง

พิทยารีบเข้ามาจะชี้แจง แต่สุอาภาชิงพูดขึ้นก่อน

“นี่เหรองานด่วนที่สุดที่คุณติด...วันหลังไม่ต้องโกหก บอกตรงๆฉันก็เข้าใจ”

“ที่ผมไม่บอก เพราะผมไม่อยากให้คุณคิดมาก”

“ฉันไม่เคยคิดมากเรื่องคุณ!! คุณจะติดงานด่วนงานร้อนกับใครมันไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน”

พิทยาโมโหตำหนิว่าเธอไม่มีเหตุผลตามเคย เธอสวนไปว่า “ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้แหละ แล้วใครจะทำไม” พูดแล้วหันหลังเดินออกไปเลย

“เดี๋ยวก่อนคุณแต...คุณจะไปไหน!!” พิทยารีบตามไปแต่ไม่ทัน รวีพรรณยืนมองอยู่ข้างบนอย่างสะใจ

ooooooo

เพราะไม่รู้จะไปไหน สุอาภาจึงไปหาพราวพิไล เพื่อนรู้ว่าเธอต้องมีเรื่องไม่สบายใจแน่ๆบังคับให้เล่ามาให้หมด

เพราะมัวแต่แกล้งสุอาภา รวีพรรณลืมไปรับรมณีกับณรงค์ที่วัด จนภูวดลไปรับกลับถึงบ้านแล้วเธอจึงเพิ่งนึกได้ ถูกรมณีตำหนิ ถามดักคอว่าติดงานหรือไปอยู่กับพิทยาทั้งคืน รมณีเดินมาจ้องหน้ารวีพรรณถามว่า ไปยุ่งกับมันอีกทำไม!!

รวีพรรณทำเสียงแข็ง พูดโต้กับรมณีว่าเลิกกันก็ยังเป็นเพื่อนกันได้

“ไม่ได้!!แม่ไม่ยอม แม่เลือกคนที่ดีที่สุดให้ลูกแล้ว แต่ทำไมลูกถึงยังกลับไปยุ่งกับคนต่ำๆอย่างมันอีก”

“ก็เพราะว่าคนที่แม่เลือก ไม่ได้เป็นคนที่รวีเลือก”

ทั้งรมณีและณรงค์ต่างอึ้งอย่างคาดไม่ถึงว่าลูกสาวจะแข็งข้อถึงปานนี้ รมณีพูดอย่างทนไม่ได้ว่า

“ฉันต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อยุติเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ก่อนที่ศรีพิไลจะรู้แล้วยกเลิกงานแต่งงาน”

บ่ายวันนี้เอง รมณีก็บุกไปที่บ้านนพ บอกให้ห้ามคนของเขายุ่งกับลูกสาวตน รู้อยู่เต็มอกว่ารวีพรรณกำลังจะแต่งงานและตัวเองก็มีเมียแล้วยังจะมายุ่งกับลูกสาวตนอีก ทำอย่างนี้เพราะต้องการทำลายชื่อเสียงกันใช่ไหม

“ผมว่าคุณเข้าใจผิด พิทรู้ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ บางทีอาจจะเป็นคนของคุณมากกว่าที่ไม่รู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร”

รมณีเต้นเป็นเจ้าเข้า เถียงฉอดๆ “ลูกสาวฉันไม่มีวันทำเรื่องเสื่อมเสียแบบนั้นแน่ ถ้าเป็นยัยสุอาภาลูกสาวคุณก็ไม่แน่ เพราะรายนั้นถนัดทำแต่เรื่องชั่วเรื่องฉาวเรื่องต่ำอยู่แล้ว”

ได้เรื่องเลย! บวรกับต่ายทนไม่ได้จะรุมกันเข้าเล่นงาน นพเตือนว่า

“ทางที่ดีคุณรีบกลับไปดีกว่า เพราะผมไม่มีปัญญาห้ามพวกเขาเสียด้วย”

“อย่าลืมบอกคนของแก ถ้ายังมายุ่งกับลูกสาวฉันอีก อย่าหาว่าฉันไม่เตือน” รมณีชี้หน้าขู่แล้วรีบออกไป

พอรมณีไปแล้ว บวรถามนพว่า “มันเกิดอะไรขึ้นครับป๋า ทำไมยัยป้านั่นถึงมาหาเรื่องเราอีก”

“ป๋าก็ไม่แน่ใจ...แกสองคนลองไปดูยัยแตที่บ้านพิทยาหน่อยสิ”

บวรกับต่ายพยักหน้าแล้วรีบออกไปหาสุอาภาที่บ้าน ปรากฏว่าพิทยาไม่รู้ว่าสุอาภาไปไหน ต่ายถามว่าแสดงว่ายังไม่คืนดีกันใช่ไหม

“ผมพยายามจะพูดกับคุณแต แต่คุณแตไม่ฟัง”

“ถ้าไม่คุยแล้วจะเข้ากันได้ยังไง?ถ้างั้น...เอางี้...” บวรคิดแผนออก พิทยากับต่ายมองหน้าอย่างสงสัยว่าเขาจะทำอย่างไร

ooooooo

แผนของบวรสำเร็จ เมื่อเขานัดสุอาภาไปทานข้าวกัน พอสุอาภาไปตามนัดเจอแต่พิทยาจึงรู้ว่าถูกพี่ชายหลอกก็จะกลับ พิทยาคว้ามือไว้รีบพูด

“ผมขอโทษ...รวีโดนคุณภูวดลตามรังควาน พ่อกับแม่รวีไม่อยู่บ้านผมเป็นห่วง ก็เลยให้รวีมานอนค้างที่บ้าน แล้วผมก็ขอโทษคุณอีกเรื่อง ที่วันก่อนผมเข้าใจคุณผิด ผมยอมรับผิดทุกอย่าง”

ไม่เพียงเท่านั้น พิทยายังยอมรับว่า “ผมรู้สึกแย่มากที่ผมพูดไม่ดีแล้วก็ทำไม่ดีกับคุณ คุณจะยกโทษให้ผมได้ไหม”

สำหรับคนที่รักกัน เพียงเท่านี้ กำแพงทิฐิ น้อยใจ ก็พังทลายลง ทั้งสองทานอาหารกันอย่างมีความสุข

ผิดกับรวีพรรณกับภูวดล บรรยากาศกำลังเขม็งเกลียว เธอไปหาเขาที่คอนโดฯ ยืนคุยกันตรงประตู ถามเขาอย่างไม่พอใจว่า คิดว่าฟ้องพ่อกับแม่ตนแล้วจะห้ามตนเรื่องพิทยาได้หรือ

“ผมไม่รู้ว่าห้ามได้หรือไม่ได้ ผมรู้แต่ว่า...งานแต่งงานของเราถูกเลื่อนขึ้นมาให้เร็วมากขึ้นกว่าเดิม ต้องขอบคุณคุณอย่างมากที่ทำให้ทุกอย่างได้ดั่งใจผม”

ระหว่างนั้นคิตตี้คู่นอนของภูวดลเดินออกมาจากห้องนอนมาตาม เขาบอกให้ไปนอนรอที่เตียงก่อนอีกไม่เกินหนึ่งนาทีจะเข้าไป แล้วหันมาพูดกับรวีพรรณว่า

“พรุ่งนี้เรามีนัดลองชุดแต่งงาน ถ้าคุณไม่ไป คงรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น” พูดแล้วยิ้มร้ายปิดประตูใส่หน้าเธอปัง!

“นึกว่าแค่นี้จะทำให้ฉันกลัวงั้นเหรอ? ยังไงฉันก็ไม่มีวันแต่งงานกับคุณ!!!” รวีพรรณพูดใส่ประตูอย่างแค้นใจ

ooooooo

ความสัมพันธ์ระหว่างพิทยากับสุอาภาดีขึ้น ต่างดูแลกันอย่างเอาใจใส่ พิทยาชมว่าเธอน่ารักขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะ ทั้งสองช่วยกันทำอาหารไปเย้าแหย่แกล้งกันไปอย่างมีความสุข

แต่เพียงวันรุ่งขึ้น บรรยากาศก็เสียไป เมื่อรวีพรรณมาที่บ้านแต่เช้า เธอเอาชุดนอนของสุอาภามาคืน พูดให้บาดใจว่า อยากได้ชุดแบบเดียวกันนี้ฝากซื้อได้ไหม สุอาภาพาซื่อ บอกว่าไม่แน่ใจว่าจะยังมีอยู่หรือเปล่า

“ว้า...น่าเสียดายจัง ถ้าฉันขอ...คุณจะให้ได้ไหม” สุอาภาถามว่าตนใส่มาหลายครั้งแล้วจะเอาหรือ “ถ้าฉันต้องการ...ต่อให้เคยถูกใช้มาแล้ว ฉันก็ไม่ถือหรอกค่ะ” รวีพรรณพูดเป็นนัยจนสุอาภารู้สึกแปลกๆ

แล้วจู่ๆรวีพรรณก็เปลี่ยนเรื่อง บอกพิทยาก่อนเดินออกไปว่า

“รวีต้องไปทำงานแล้ว ไม่ใช่สิต้องบอกว่ารวีไปทำงานวันนี้เป็นวันสุดท้าย รวีลาออกมาดูแลร้านอาหารเต็มตัว ต่อไปนี้เราคงได้เจอกันบ่อยขึ้น”

กลับไปบอกสินีนาฏเรื่องลาออกจากงาน เพื่อนถามว่าแน่ใจแล้วหรือว่าจะลาออก รวีพรรณพยักหน้าพูดอย่างมั่นใจ

“วันแต่งงานของฉันใกล้เข้ามาทุกที นั่นเท่ากับว่าเวลาของฉันเหลือน้อยลง สิ่งที่ฉันต้องทำในตอนนี้ก็คือแย่งพิทคืนมาให้เร็วที่สุด”

“เธอยอมสละอนาคตตัวเองเพื่อผู้ชายคนเดียวเลยหรือ”

“ที่ผ่านมาฉันปล่อยให้ชีวิตขึ้นอยู่กับความต้องการของคนอื่นมามากพอแล้ว ต่อไปนี้ฉันจะทำทุกอย่างที่ฉันอยากทำ ชีวิตฉัน...มันไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว สิ”

ปรากฏว่า รวีพรรณไม่ได้ไปลองชุดตามที่ภูวดลนัด เขาโทร.ตามแต่เธอปิดเครื่อง ภูวดลพึมพำอย่างโกรธจัด

“กล้าทำแบบนี้กับผมเหรอรวีพรรณ!!!”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"น้ำหวาน" เครียดดราม่าหนัก บท พนักงานเคลมประกัน ทำพิษ

"น้ำหวาน" เครียดดราม่าหนัก บท พนักงานเคลมประกัน ทำพิษ
27 ม.ค. 2563
17:20 น.