ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

แรงปรารถนา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

จันทร์จำนงบอกป้านวลคนรับใช้เก่าแก่ว่า ตนเจอหลานคนโตแล้ว รำพึงถึงอดีตเมื่อ 20 ปีก่อนอย่างเจ็บปวดว่า

เวลานั้น พอตนรู้ข่าวว่าภาสันต์ทำผู้หญิงที่ชื่อพิมท้องและไม่ยอมรับ ตนไม่สบายใจและพยายามตามหาผู้หญิงคนนั้น จนกระทั่งไปพบพิมคลอดลูกที่โรงพยาบาล ทันทีที่เห็นหน้าทารก ก็อุทาน

“เหมือนมาก...หน้าเขาเหมือนภาสันต์ตอนเด็กๆมาก”

จันทร์จำนงขอโทษพิมที่ภาสันต์ไม่ยอมรับว่าทำเธอท้อง แต่พิมกลับพูดอย่างเข้มแข็งว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกภาสันต์แต่เป็นลูกของตนคนเดียว...จันทร์จำนงเล่าให้ป้านวลฟังว่า

“แม่ของพิทยาเป็นผู้หญิงใจเด็ดที่สุดตั้งแต่ฉันเคยพบมา หลังจากวันนั้น ฉันก็กลับไปหาพวกเขาอีก แต่เขาสองคนแม่ลูกหายตัวไป ฉันเฝ้าเพียรพยายามตามหา แต่ก็ไม่เจอ นี่เป็นเรื่องที่ฉันรู้สึกผิดมาตลอดชีวิต คิดแต่ว่าถ้าเจอพวกเขาอีกเมื่อไหร่ฉันจะชดใช้ให้พวกเขาทุกอย่าง แล้วสวรรค์ก็เห็นใจฉัน ในที่สุด...ฉันก็ได้เจอหลานของฉัน ไม่น่าเชื่อเลยนะนวล ว่าเด็กคนนั้นคือคุณพิทยา...”

แต่จันทร์จำนงยังจะไม่บอกภาสันต์  รู้ดีว่าเขาต้องไม่ยอมรับเพราะกลัวเสียชื่อเสียงหน้าตาในสังคม แต่จะหาโอกาสดีๆในการเปิดตัวหลานชายคนนี้

แล้วโอกาสก็มาถึง เมื่อมีงานมอบทุนการศึกษาของมูลนิธิ แม้พิทยาจะเหน็ดเหนื่อยจนแทบจับไข้เพราะโหมงานหนักเพื่อพิสูจน์ตัวเองกับรมณีและณรงค์ แต่เขาก็มางานนี้ตามคำเชิญของจันทร์จำนง โดยนพขับรถมาส่งเพราะดูอาการเขาไม่ดี มาถึงมูลนิธิ พิทยาลงจากรถทำมือถือตกในรถไม่รู้ตัว

พวกภูวดลต่างมองพิทยาอย่างไม่พอใจถามว่ามาได้ไง ใครเชิญมา จันทร์จำนงได้ยินบอกว่า “ย่าเชิญคุณพิทยามาเอง” แล้วเรียกพิทยาไปนั่งข้างๆตน

หลังจากกล่าวขอบคุณแขกที่มาในงานแล้ว จันทร์–จำนงพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นยินดีว่า

“แต่ปีนี้แตกต่างกว่าทุกปี ตรงที่มีคนคนหนึ่งที่ดิฉันตามหาและรอคอยเขามาทั้งชีวิตมาร่วมงานนี้ด้วย เขาคือ...หลานชายคนโตของดิฉัน...”

ทุกคนพากันมองหา จันทร์จำนงผายมือไปทางพิทยาประกาศ “หลานชายคนโตของดิฉันก็คือ...คุณพิทยา”

มีเสียงซุบซิบถามกันให้แซดว่าภาสันต์มีลูกคนโตด้วยหรือ มีกับใคร?? ภาสันต์ตกใจถามจันทร์จำนง หน้าเครียดว่า

“คุณแม่พูดอะไรออกมารู้ตัวรึเปล่า”

“จำผู้หญิงที่ชื่อพิมได้ไหม...พิทยาเป็นลูกของพิม”

ภาสันต์หน้าถอดสีปฏิเสธทันทีว่า “มันไม่ใช่ลูกผม!!” แล้วเดินมาประจันหน้าพิทยา “แกไม่ใช่ลูกชายฉัน!! แม่ของแกมันมั่วผู้ชายไม่เลือก พอท้องขึ้นมา ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อเด็กก็พยายามจะจับฉัน ดีที่ฉันฉลาดไหวตัวทัน

ถึงเอาตัวรอดไปได้ ฉันนึกว่าเรื่องมันจะจบ แต่แกกลับไม่จบ มาหลอกแม่ฉันให้แม่ฉันคิดว่าแกเป็นหลาน แกกับแม่ของแกก็ไม่ต่างจากเปรตขอส่วนบุญ!”

พิทยาโกรธสุดขีดสั่งให้หยุด ภาสันต์ไม่หยุดยังคงด่าแม่ของเขาต่อและพาลไปถึงนพว่า เพราะนพเลี้ยงดูไม่ดีใช่ไหมถึงได้หน้าด้านมาบอกว่าตนเป็นพ่อ ด่าเขาว่า “แกมันไม่ต่างจากแม่ของแก แม่ลูกกันเลือดมันก็เลยชั่วเหมือนกัน!!”

ภาสันต์ยิ่งด่าก็ยิ่งหยาบคาย จนพิทยาทนไม่ได้เงื้อหมัดจะชก ได้ยินเสียงจันทร์จำนงร้องห้าม กอปรกับจิตใต้สำนึกเตือนว่าภาสันต์คือพ่อ ทำให้เขายกหมัดค้างแล้วค่อยๆ ลดลง

ภาสันต์เห็นนพที่ย้อนกลับมาเพื่อเอามือถือของพิทยามาให้ยืนอยู่ เขาถลึงตาจ้องเขม็ง นพปรามว่าขืนทำอะไรพิทยาตนจะเรียกตำรวจจับ

ทั้งคู่ปะทะคารมกันอย่างรุนแรงตามเคย นพพูดเหมือนประกาศแก่ทุกคนในงานว่า “พิทยา...ไม่ใช่ลูกของแก!!” ภาสันต์ได้ทีรีบป่าวร้องแก่ทุกคน แล้วแว้งมาถามเย้ยว่า พิทยาเป็นลูกของนพกับพิมหรือเป็นแค่เด็กที่เขาเก็บมาเลี้ยง

“พิทจะเป็นลูกใครแกไม่ต้องยุ่ง เพราะแกกับเขาไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกัน อย่ายุ่งกับพิทอีกเป็นอันขาด แกก็รู้ว่าฉันทำได้ทุกอย่างเพื่อปกป้องคนที่ฉันรัก ไปพิท... กลับ ไว้เราไปคุยกันที่บ้าน”

เมื่อนพพาพิทยากลับไปแล้ว ภาสันต์บ่นจันทร์จำนงอย่างไม่พอใจว่า เสียสติไปแล้วหรือที่พูดเรื่องแบบนี้ออกไป เพราะตนบอกแล้วว่าไม่ได้ทำผู้หญิงคนนั้นท้อง

“หยุดนะภาสันต์ นี่แม่นะ!!” จันทร์จำนงเสียงดัง แล้วจึงโต้ว่า “แม่เคยไปเจอพิมมา ตอนนั้นพิมเพิ่งคลอดพิทยา ทันทีที่แม่เห็นหน้า แม่ก็รู้ทันทีว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของเรา หน้าตาเขาถอดแบบออกมาจากเราราวกับเป็นพิมพ์เดียวกัน แม่แสดงความรับผิดชอบ แต่เขาไม่รับ แล้วเขาก็พาลูกหายตัวไปนับตั้งแต่วันนั้น นี่เป็นสิ่งที่ค้างคาใจแม่ตลอด ที่แม่ต้องปล่อยให้หลานของแม่ไปตกระกำลำบาก”

“ยังไงผมก็ไม่มีทางยอมรับว่ามันเป็นลูก มัน-ไม่-ใช่-ลูก-ผม!”

ภาสันต์หุนหันเดินออกไป จันทร์จำนงถึงกับน้ำตาร่วงด้วยความเสียใจ...

ooooooo

นพพาพิทยาไปที่ริมน้ำบรรยากาศดี พิทยากอดตัวเองเริ่มมีไข้หนาวสั่น แต่พยายามอดทนบอกนพว่า

“คุณอาครับ...ผมต้องการความจริง คุณภาสันต์เป็นพ่อของผมใช่ไหม” นพมองขวับถามว่าอยากรู้ไปทำไม “ความจริงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ไม่ใช่เหรอครับ ถึงแม้เราจะวิ่งหนีมันไปไกลแค่ไหน แต่มันก็ตามเราทันทุกครั้ง ในเมื่อเป็นอย่างนั้น ผมก็จะได้เรียนรู้วิธีที่จะอยู่กับมันได้อย่างมีความสุขไปตลอดชีวิต”

นพบอกว่าตนรับปากแม่ของเขาไว้ว่า จะไม่บอกเรื่องนี้ให้เขารู้ พิทยาติงว่าไม่ว่าจะบอกหรือไม่บอก ตนก็มีความทุกข์เหมือนกัน นพฟังแล้วลำคอตีบตัน กล้ำกลืนบอกเขาว่า

“ภาสันต์เป็นพ่อของเธอ...แต่ที่ฉันต้องโกหกคนอื่น เพราะฉันทนเห็นเธอกับแม่ของเธอถูกมันเหยียบย่ำศักดิ์ศรีต่อไปอีกไม่ไหว การที่เธอไม่วิ่งหนีความจริง เป็นสิ่งที่น่านับถือ แต่บางครั้ง...ความจริงที่แสนเจ็บปวด เราก็ไม่ควรเก็บมันไว้ข้างตัว...อย่าเสียใจให้กับคนอย่างภาสันต์ เพราะเธอมีค่ามากกว่าเขาเยอะ”

“...ผมไม่ได้เสียใจที่เขาไม่ยอมรับผมเป็นลูกหรอกนะครับ แต่สิ่งที่ทำให้ผมเจ็บปวดที่สุดก็คือ การที่เขาแสดงความรังเกียจแม่ของผม...” พิทยาเสียงเครือจนแทบจะพูดได้ไม่จบ นพมองด้วยความสงสาร ดึงเขาเข้าไปกอดปลอบใจ

พิทยาพยายามจะไม่ร้องไห้ แต่น้ำตาก็ไหลพรากๆ อย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้...

สุอาภาชอกช้ำใจอย่างแสนสาหัส ที่ความหวังดีพยายามหาทางช่วยพิทยาของตน กลับกลายเป็นการทำร้ายเขาอย่างร้ายแรง นพปลอบใจว่าให้เวลาพิทยาสักพักเขาคงทำใจได้ แต่ก็ไม่อาจทำให้สุอาภารู้สึกดีขึ้นเลย...

ooooooo

รวีพรรณเป็นห่วงพิทยา เธอทำอุบายบอกแม่ว่าลืมเอกสารไว้ที่ออฟฟิศแล้วรีบไปเอา แต่ที่แท้เธอแอบไปหาพิทยาที่บ้าน แต่พอมาถึงหน้าบ้านเห็น

รถของสุอาภาจอดอยู่ในบ้าน เธอชะงักมองเข้าไป เห็นสุอาภากำลังเช็ดตัวให้พิทยาที่จับไข้อยู่ เธอนึกระแวงขึ้นมาอีก ค่อยๆถอยออกไปอย่างเจ็บปวด...สับสน...

อาการของพิทยาทรุดลงจนหมดสติ สุอาภาเรียกรถพยาบาลมารับไปโรงพยาบาล เฝ้าดูแลเขาอยู่จนรู้สึกตัว เขาขอบคุณที่ดูแลตน แต่ก็พูดให้เธอหัวใจแทบสลายว่า

“ต่อไปนี้...ถ้าไม่มีความจำเป็น เราอย่าเจอกันเลยจะดีกว่า ผมไม่ได้โกรธคุณนะ แต่ตั้งแต่รู้จักคุณ มันมีแต่คำว่า “ทุกข์” มากกว่า “สุข” มันไม่เคยมีอะไรดีสักอย่าง ที่ผมต้องพูด เพราะให้คุณรู้ตอนนี้ดีกว่าทิ้งไว้แล้วผมอาจจะรู้สึกแย่กับคุณมากไปกว่าเดิม...ผมยังอยากจะเก็บความทรงจำดีๆที่มีอยู่ไม่มากระหว่างเราเอาไว้ เพราะครั้งหนึ่ง...คุณเคยเป็นน้องสาวที่...ผม ระ...ที่แสนดีสำหรับผม”

สุอาภาแทบกลั้นนํ้าตาไว้ไม่ไหว เธอกลํ้ากลืนไว้ในอก ฝืนพูดว่า

“ฉันเข้าใจ ฉันเองก็รู้สึกไม่ต่างจากนาย ขอให้นายโชคดีก็แล้วกัน...” พูดแทบไม่จบก็รีบคว้ากระเป๋าเดินออกไป พิทยามองตามอย่างเสียใจ แต่กลัวใจตัวเองจึงต้องตัดไฟเสียแต่ต้นลม...

ขณะที่สุอาภากำลังตรมตรอมใจเรื่องพิทยาอยู่นั่นเอง วันนี้จู่ๆภูวดลก็โทร.มาหาบอกว่าอยากเจอ เธอตอบไปทันทีว่าไม่ว่าง พอถูกขู่ว่า ถ้าไม่ออกมาเจอ แล้วเกิดอะไรขึ้นกับพิทยาก็อย่าเสียใจก็แล้วกัน ทำให้เธอตกใจรีบออกไปเจอเขา

ต่ายสงสัยว่าน้องรีบร้อนไปไหน ถามก็บอกว่ามีนัด ก็พอดีป้านีเอามือถือของเธอลงมาบอกว่ารีบเสียจนลืมมือถือ ต่ายเอะใจขอเอาโทรศัพท์มาเช็กว่าใครโทร.มา เปิดดู พอรู้ว่าภูวดลก็ใจไม่ดี รีบโทร.ไปบอกบวรที่เฝ้าไข้พิทยาอยู่ เขาบอกน้องว่าใจเย็นๆ เดี๋ยวจะจัดการให้เอง

“เกิดอะไรขึ้นหรือครับ” พิทยาถาม

“ต่ายโทร.มาบอกว่าแตรับโทรศัพท์นายภูวดลแล้วรีบออกไป จนลืมมือถือเอาไว้”

ooooooo

ภูวดลพาสุอาภาไปที่คอนโดฯริมนํ้าของเขา เธอใจคอไม่ดีแต่ก็เชื่อว่าเอาตัวรอดได้ พอเข้าไปในห้องเธอเร่งรัดว่ามีอะไรก็รีบพูดมา

“ผมหมดประโยชน์แล้วก็เลยถีบหัวผมส่งเลยสินะ อย่านึกว่าผมไม่รู้ว่าคุณเป็นคนบอกคุณย่าผมเรื่องไอ้พิทยา”

ภูวดลมีท่าทีคุกคามจนเธอหน้าเสีย แต่ยังทำใจดีสู้เสือ พูดเหมือนไม่หวั่นไหวว่า

“ใช่...ฉันเป็นคนบอก เริ่มฉลาดแล้วนี่ แต่อย่ามาโทษฉันเลย เพราะคุณเล่าเรื่องพ่อของคุณกับพ่อของฉันให้ฉันฟัง มันก็เท่ากับทำให้ฉันปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆได้ จนรู้ว่าจริงๆแล้ว พิทมีพ่อคนเดียวกับคุณ มันก็เท่ากับว่าพิทมีศักดิ์เป็นพี่ชายคุณด้วย”

ภูวดลพูดอย่างเจ็บใจว่าเธอทำทุกอย่างเพื่อพิทยาจริงๆ เธอสวนไปว่าตนทำเพื่อเขาเพราะทนเห็นเขาถูกรังแกอยู่ฝ่ายเดียวไม่ได้ และเรื่องนี้พิทยาไม่เกี่ยว เขาไม่รู้เรื่องอะไรเลย ถูกภูวดลย่างสามขุมเข้าหาอย่างมาดร้าย พริบตานั้นเขาฉีดสเปรย์ใส่หน้าเธอ สุอาภาไม่รู้ว่าเป็นอะไร แต่ครู่เดียวเธอก็มึน สะลึมสะลือ จึงรู้ว่าถูกเขาฉีดยานอนหลับใส่หน้า

ภูวดลรอเวลาอย่างกระหยิ่ม พอเธอหมดสติเขาอุ้มไปที่เตียงอย่างสะใจ

ooooooo

พิทยากับบวรร้อนใจ รีบโทร.ไปถามพราวพิไลพอรู้ว่าภูวดลพาสุอาภาไปที่คอนโดฯของเขา ก็รีบพากันไป ระหว่างทางรถติดมาก พิทยาตัดสินใจลงนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไป

ภูวดลกำลังถ่ายคลิปสุอาภาในสภาพเกือบเปลือยอยู่ พิทยาไปเคาะประตูเรียก ภูวดลไม่ได้เฉลียวใจ พอเปิดประตูพิทยาก็พรวดเข้าไปต่อยหน้าภูวดลจนล้มแล้ววิ่งเข้าไปมองหาสุอาภา พบเธอนอนไม่ได้สติเกือบเปลือยอยู่บนเตียง เขาหันมาซัดภูวดลที่ตามเข้ามาไม่ยั้งจนหน้าแตกยับเยินหมดทางสู้

พิทยารีบเข้าไปอุ้มสุอาภา บวรมาถึงพอดีจึงช่วยกันเอาสุอาภาไปที่รถ

ส่วนภูวดลพาร่างบอบชํ้าหน้าแตกยับไปโรงพยาบาล ศรีพิไลรีบไปดูแล พอเห็นสภาพลูกก็โวยวายจะเอาเรื่อง แต่ภูวดลขอให้แม่เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับอ้างว่าไม่อยากให้พ่อไม่สบายใจ

แต่ที่แท้ภูวดลวางแผนปั้นนํ้าเป็นตัวว่าตนถูกพิทยาทำร้าย เพราะโกรธแค้นภาสันต์แต่ทำอะไรภาสันต์ไม่ได้ จึงเล่นงานภูวดลแทน รมณีได้ข่าวเล่าให้รวีพรรณฟังแล้วพากันไปเยี่ยมภูวดลที่โรงพยาบาล

ศรีพิไลกับรมณีทำทีออกไปนอกห้อง ปล่อยให้หนุ่มสาวอยู่ด้วยกันตามลำพัง

ระหว่างนั้นภูวดลหลอกรวีพรรณว่า พิทยาเข้าใจผิดตนกับสุอาภา ขู่ตนไม่ให้เข้าใกล้สุอาภาเพราะเธอเป็นผู้หญิงของเขา ทำให้รวีพรรณยิ่งมั่นใจว่าสุอาภาต้องการแย่งพิทยาไปจากตน

ไม่เพียงเท่านั้น ภูวดลยังส่งคลิปที่แอบถ่ายสุอาภาไว้ไปให้หนังสือพิมพ์ นพเห็นภาพในหนังสือพิมพ์ถึงกับช็อกจนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล

พิทยาไปหารวีพรรณที่ร้านของเธอเพื่อปรับความเข้าใจกัน ก็ได้รับโทรศัพท์จากบวรบอกเรื่องนพเข้าโรงพยาบาล เขารีบไปทันที ทำให้รวีพรรณยิ่งรู้สึกว่าพิทยาไม่ได้แคร์ความรู้สึกของตนเลย

เมื่อไปถึงโรงพยาบาล รู้จากบวรและต่ายถึงสาเหตุที่ทำให้นพช็อก บวรเปิดไอโฟนส่งให้พิทยาดูเป็นหน้า

ข่าวออนไลน์ของสุอาภา เล่าว่าทันทีที่นพเห็นภาพนี้ก็หายใจไม่ออก

“พวกเรารีบพาป๋าส่งโรงพยาบาล ถึงได้รู้ว่าป๋าเป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ แต่ป๋าไม่เคยบอกพวกเรา จนตอนนี้อาการป๋าหนักมาก หมอบอกว่าอาจจะต้องผ่าตัด” ต่ายเล่านํ้าตาคลอ

พิทยามองหาสุอาภา ต่ายบอกว่าเมื่อครู่นี้ยังอยู่แถวนี้ เขาเดินหาพบเธอไปนั่งเศร้าอยู่ที่สวนหย่อมของโรงพยาบาล พอเห็นพิทยา สุอาภาก็ร้องไห้โฮออกมา พิทยากอดปลอบเธออย่างเห็นใจ

อาการของนพไม่ดีขึ้น แต่เขาไม่ยอมผ่าตัด พิทยาขอร้องให้ผ่าตัดเพราะนี่เป็นทางเดียวที่จะช่วยรักษาเขาได้ ลูกๆทั้งสามก็อยากให้ผ่าเพราะทิ้งไว้อย่างนี้จะอันตรายมาก

“จะผ่าหรือไม่ผ่ามันก็อันตรายทั้งนั้น ตอนนี้ป๋า

ยังมีสติ ยังมองเห็น ยังได้ยิน ยังรับรู้ แต่ถ้าป๋าผ่าตัดแล้วเกิดอะไรขึ้นมาระหว่างนั้น เกิดป๋าไม่ฟื้นหรือเป็นแย่กว่านั้น ป๋าจะไม่ได้เห็นหรือได้ยินได้รับรู้ว่าลูกของป๋าเป็นยังไงบ้าง โดยเฉพาะแตของป๋า ป๋ายังไม่อยากตายตอนนี้ ถ้าป๋าเป็นอะไรไปใครจะดูแลปกป้องคุ้มครองลูกของป๋า...”

บวร ต่าย และสุอาภาลงไปทานอาหารข้างล่าง พิทยาเฝ้านพอยู่คนเดียว เขาหว่านล้อมให้นพผ่าตัดอีก

“พิท...เธอไม่มีวันเข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อ ตอนนี้ยัยแตเหมือนลูกแมวตัวน้อยที่กำลังบาดเจ็บสาหัส ถ้าไม่มีใครช่วยลูกแมวตัวนี้เอาไว้ อีกไม่ช้าไม่นาน มันก็คงไม่รอด ฉันไม่อยากเสี่ยงแม้แต่วินาทีเดียวที่จะละสายตาไปจากลูกแมวตัวนี้ เธอก็รู้ว่าฉันเป็นห่วงแตมากที่สุด” นพพูดอย่างอ่อนล้ามาก...

พลันนพก็เกิดปวดหัวใจรุนแรงขึ้นมากะทันหัน พิทยารีบกดเรียกพยาบาล นพยังพยายามพูดอีกว่า

“พิท...ฉันอยากให้เธอรับปากฉัน ถ้าเกิดฉันเป็นอะไรขึ้นมา ช่วยดูแลยัยแตให้ฉันที อย่า...ทิ้ง...เขา...ไม่ว่าจะมี...อะไรเกิดขึ้น...” พิทยาปลอบใจ แต่นพยังรบเร้า “รับปากฉัน...สัญญากับฉัน เธอจะดูแล...ยัยแตแทนฉันได้ไหม...”

พยาบาลเข้ามารีบเอาออกซิเจนมาครอบปาก นพปัดออก ทวงพิทยาว่า “เธอยัง...ไม่ได้รับปากฉัน...พิท...”

“ตกลงครับ ผมจะดูแลคุณแต ผมจะดูแลคุณแต

ให้คุณอา” พิทยารีบตอบ มองนพอย่างเป็นห่วง เหมือนมีรอยยิ้มที่ใบหน้านพ แต่แล้วเขาก็หมดสติไป หมอและพยาบาลรีบเข็นเขาเข้าห้องผ่าตัดอย่างเร่งด่วน

ooooooo

ขณะทุกคนกำลังตกใจกับอาการทรุดหนักของนพนั่นเอง บรรดาผู้สื่อข่าวพากันมาทำข่าว พอเห็น สุอาภา ก็กรูกันเข้ามาถามถึงคลิปที่ถูกเผยแพร่ สุอาภาตกใจและอายมากวิ่งหนีไป พิทยารีบตามแต่ก็ยังถูกนักข่าวตามซักไซ้ ถามว่าผู้ชายในภาพเป็นใคร พิทยาทนไม่ได้โพล่งออกไปว่า

“อยากรู้นักใช่ไหมว่าผู้ชายในภาพเป็นใคร ผู้ชายคนนั้นคือ...คือผมเอง!”

นักข่าวพากันฮือฮา ส่วนสุอาภาช็อก พิทยาโอบเธอไว้อย่างให้กำลังใจและปกป้อง พูดให้น่าเชื่อถือยิ่งขึ้นว่า

“ผมกับคุณแต...เรารักกัน...และผมจะแสดงความรับผิดชอบทุกอย่างด้วยการแต่งงานกับคุณแต”

สุอาภาและพิทยาถูกรุมถ่ายรูปวุ่นไปหมดจน รปภ.ต้องมาขอร้องและกันนักข่าวเหล่านั้นออกไป

เมื่อมานั่งกันที่หน้าห้องผ่าตัด สุอาภาต่อว่าพิทยาที่พูดกับนักข่าวไปอย่างนั้น แม้จะรู้ว่าเขาต้องการปกป้องตน แต่ก็รู้ว่าเขาไม่ได้รักตน พิทยาบอกว่าก่อนนพเข้าไปผ่าตัดตนรับปากกับนพไว้ว่าจะดูแลเธอ ทำให้สุอาภายิ่งเจ็บปวดที่พิทยาฝืนใจทำเพื่อตน บอกเขาว่าตนจะไม่มีวันแต่งงานกับเขา ยํ้ากับเขาว่า

“นี่เป็นเรื่องของฉัน ฉันจะรับผิดชอบชีวิตของฉันเอง ฉันจะไม่ขอความช่วยเหลือจากนาย กลับไปได้แล้ว”

“ผมไม่กลับ ผมจะรออยู่จนกว่าคุณอาจะผ่าตัดเสร็จ” พิทยาลุกเดินไปนั่งไกลออกไปเพื่อให้เธอสบายใจ

ooooooo

ในที่สุดการผ่าตัดที่ยาวนานก็ผ่านไปด้วยดี หมอบอกการผ่าตัดสำเร็จแล้ว แต่นพจะฟื้นเมื่อไรหมอตอบไม่ได้ เพราะกล้ามเนื้อหัวใจของเขายังไม่มีเลือดไปเลี้ยงบางส่วน คืนนี้คนไข้ต้องนอนในห้องไอซียูก่อน พรุ่งนี้จึงจะเข้าห้องพักปกติได้

สุอาภากับบวรเฝ้านพอยู่ที่โรงพยาบาล ต่ายขอให้พิทยาขับรถพาตนไปเก็บของที่บ้าน เมื่อไปถึงบ้าน ต่ายพูดเหมือนเตือนเขาให้เตรียมใจว่าพรุ่งนี้หนังสือพิมพ์คงลงข่าวที่เขาพูดไปแน่ๆ เกรงจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างเขากับรวีพรรณ

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงครับ ผมจะจัดการเอง ส่วนเรื่องผมกับคุณแต ผมยังยืนยันคำเดิม นักข่าวจะได้เลิกตามตื๊อและขุดคุ้ยเรื่องของคุณแตเสียที”

บวรเห็นสุอาภาออกไปยืนเหม่อที่ระเบียงห้องพักคนไข้ รู้ว่าน้องกำลังคิดอะไร บอกว่าพิทยาพูดไปอย่างนั้นด้วยความหวังดี เธอสวนไปเสียงสะท้านว่า “แตรู้ว่าพิทหวังดี แต่แตไม่อยากให้เขาทำดีกับแต...” บวรถามว่าทำไม??

“การแอบรักมันเจ็บนะคะพี่ใหญ่ ยิ่งไปรักคนที่เขารักคนอื่นมันยิ่งเจ็บ แล้วยิ่งเวลาเขาทำดีกับเรา แทนที่เราจะมีความสุข แต่มันกลับเจ็บมากขึ้นเป็นร้อยเท่า แต่นั่นก็ไม่เท่ากับการที่เราเห็นคนที่เรารักต้องเป็นทุกข์เพราะเรา สิ่งนั้นมันทำให้เราเจ็บจนเจียนตาย...แตแต่งงานกับพิทไม่ได้หรอกค่ะ”

“พี่ไม่เคยรู้เลยว่าแตรู้สึกยังไงกับพิท แสดงว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาที่แตพูดไม่ดีกับเขา แกล้งเขาสารพัดเป็นเพราะแตพยายามตัดใจจากเขาใช่ไหม” สุอาภาพยักหน้า บวรดึงน้องสาวเข้าไปกอดด้วยความสงสารจับใจ...

ooooooo

รุ่งขึ้น รวีพรรณถือหนังสือพิมพ์ที่มีภาพข่าวและการให้สัมภาษณ์ของพิทยาไปหาเขาที่บ้าน เอาหนังสือพิมพ์ให้ดู ตัดพ้อต่อว่าเขาอย่างรุนแรง พิทยาบอกว่าคนในภาพไม่ใช่ตนแต่เป็นภูวดล และที่ตนต้องให้สัมภาษณ์ไปแบบนั้นเพราะนพกำลังไม่สบาย ท่านเป็นผู้มีพระคุณกับตน อะไรที่ทำให้ท่านได้ตนก็พร้อมทำทุกอย่าง

“อย่าบอกนะว่าพิทจะแต่งงานกับสุอาภาเพราะต้องการทดแทนบุญคุณ” พิทยาพยักหน้ารับ “ถึงแม้ว่าสิ่งนั้นจะทำให้รวีเป็นทุกข์อย่างนั้นเหรอ!” เธอถามเสียงเครือสะท้าน...

“ผมขอโทษ...ที่ผมทำตามคำพูดที่บอกกับรวีไม่ได้ แต่ผมอยากให้รวีรู้ว่าถึงแม้เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ผมก็ยังรักรวีเสมอ” เธอสวนไปอย่างเจ็บปวดว่า ถึงจะรักแต่เขาก็เลือกบุญคุณมากกว่า เธอตบหน้าเขาแล้วหันเดินนํ้าตาอาบแก้มออกไป

กลับถึงร้านอาหาร สินีนาฏพูดอย่างหัวเสียว่า เป็นคนดีแล้วถูกรังแกก็เลิกเป็นเสียที เธอจะเอาแต่เงียบอยู่อย่างนี้ไม่ได้

“แล้วเธอจะให้ฉันทำยังไงล่ะ ให้ฉันไปแย่งพิทกลับคืนมางั้นเหรอ!” รวีพรรณถามอย่างกดดัน

“ถ้าฉันเป็นเธอ ฉันจะทำ! ฉันจะแย่งพิทคืนมาจากนังนั่น ทำให้นังนั่นรู้ว่าพิทเป็นของฉันมาก่อน!”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

รหัสริษยา EP.5 ศิวา ไม่อยากแต่งงานกับจันทร์แจรง เลยขอร้องให้ พาไล ช่วย

รหัสริษยา EP.5 ศิวา ไม่อยากแต่งงานกับจันทร์แจรง เลยขอร้องให้ พาไล ช่วย
29 พ.ย. 2563

08:50 น.

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2563 เวลา 14:18 น.