ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

แรงปรารถนา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ส่งรวีพรรณเดินทางแล้ว ภูวดลไปเยี่ยมจันทร์-จำนงผู้เป็นย่า ได้มะม่วงอร่อยจากสวนคุณย่ามาตะกร้าหนึ่ง จันทร์จำนงยังเตรียมอีกตะกร้าจะเอาไว้ให้พิทยา ภูวดลอาสาเอาไปให้เอง วางแผนจะไปปั่นหัวเขาอีก

วันเดียวกัน นพได้ฤกษ์หมั้นมาแล้วยื่นกระดาษให้พิทยาดู บอกว่าฤกษ์ดีที่เหมาะกับการสู่ขอคือวันพฤหัสฯหน้า ยังไม่ทันคุยอะไรกัน แป๋วก็มาบอกว่ามี

คนมาขอพบพิทยา

ภูวดลนั่นเอง เขาเอาตะกร้ามะม่วงให้ บอกว่าคุณย่าฝากมาให้ พิทยาฝากขอบคุณท่านด้วย ภูวดลทำท่าจะไปแล้วทำเป็นนึกได้เล่าว่า เมื่อเช้าตนไปส่ง

รวีพรรณไปต่างประเทศ พูดให้บาดใจว่า

“บอกไว้เผื่อคุณไม่รู้ ถ้าคุณรวีถึงที่นั่นเมื่อไหร่เธอจะโทร.มาบอกผม คุณไม่ต้องห่วง”

นพโกรธแทนพิทยา มองตามภูวดลไปอย่างไม่พอใจ บอกพิทยาว่า “อาว่าไม่ต้องดูฤกษ์หมั้นแล้ว” เขาฉีกกระดาษจดฤกษ์หมั้นทิ้งทันที

บ่ายๆ นพพาพิทยาไปที่บ้านรมณี ถูกถามดักคอทันทีว่าจะมาสู่ขอรวีพรรณหรือ แล้วตั้งป้อมประกาศไม่ยกลูกสาวให้เด็ดขาด ไม่เพียงเท่านั้น ยังพูดดูถูกนพและพิทยา ตราหน้าว่าสุอาภาลูกสาวนพเป็นตัวการที่ทำให้รวีพรรณต้องไปต่างประเทศ เพราะลูกสาวตนอ่อนต่อโลก คงเล่นบทเราสามคนผัวเมียไม่ไหว

ไม่เพียงเท่านั้นยังทำเป็นเตือนนพว่าเลี้ยงพิทยาไว้ระวังจะเข้าตำราชาวนากับงูเห่า!

พิทยาโกรธมาก ชวนนพกลับกันดีกว่า นพมอง

รมณีกับณรงค์อย่างตำหนิติเตียน เอ่ยก่อนกลับไปว่า

“บางที การเหยียบคนอื่นให้ตํ่าลงก็ไม่ได้ทำให้คนเหยียบสูงขึ้นเท่าไหร่จริงไหมครับ”

เมื่อกลับมาถึงบ้านพิทยา นพปลอบใจเขาว่าอย่าเพิ่งท้อ ตนจะจัดการเรื่องนี้ให้เอง

“ไม่ครับคุณอา ผมจะไม่นำความเสื่อมเสียมาให้คุณอาอีก ลำพังเขายํ่ายีผม ผมทนได้ แต่ผมไม่สามารถทนเห็นพวกเขายํ่ายีคุณอาได้ ผมขอบพระคุณคุณอามากนะครับที่กรุณาทำเพื่อผมมากขนาดนี้”

เมื่อนพกลับถึงบ้านเล่าเรื่องนี้ให้บวรกับต่ายฟังว่า รมณีไม่ยอมยกลูกสาวให้พิทยา โดยเอาสุอาภามาเป็นข้ออ้าง ทั้งสองโมโหมากแต่ก็เป็นห่วงพิทยาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“ตั้งแต่ป๋าเลี้ยงพิทมา มีวันนี้แหละที่พิทดูแย่มากที่สุด ป๋าเห็นสภาพพิทแล้วใจมันจะขาด สงสารมันจริงๆ”

สุอาภามาได้ยิน เธอเป็นห่วงพิทยาขึ้นจับใจ...รีบไปหาเขาที่บ้าน จับมือเขาขอโทษที่เป็นต้นเหตุให้เขาถูกรมณีปฏิเสธ ขอแก้ตัวด้วยการชี้แจงเรื่องทั้งหมดให้รวีพรรณฟังเมื่อเธอกลับมา พิทยาไม่ตอบ บีบมือเธอแทนคำขอบใจ

ooooooo

สุอาภาชวนพราวพิไลไปเที่ยวผับดับกลุ้ม เจอภูวดลเข้ามาวอแว เธอสะบัดไปพูดอย่างรังเกียจว่าตนรู้ดีว่าเขาเป็นคนอย่างไร ถูกภูวดลสวนมาทันควันว่าเธอก็ไม่ดีกว่าตนนักหรอก ถ้าตนเป็นชายชั่วเธอก็เป็นหญิงเลว เราเหมาะสมกันไม่ใช่หรือ

“ฉันยอมรับว่าฉันไม่ใช่คนดี 100% แต่ฉันก็ยังมีสำนึก ไม่เหมือนคนบางคนที่หน้าด้านหน้าทน ทำไม่รู้ไม่ชี้ แย่งของของคนอื่นให้มาเป็นของของตัวเอง”
“คุณเองก็ไม่ต่างจากผมหรอก แต่เผอิญผมเป็น

คนมีรสนิยมก็เลยได้เพชร ส่วนคุณตาตํ่าไปหน่อยก็เลยได้ก้อนดินอย่างไอ้พิทยามา!”

สุอาภาโกรธจัดคว้าแก้วนํ้าบนโต๊ะสาดหน้าเขา แล้วเดินอ้าวออกไป ภูวดลแค้นและอายนักเที่ยวมาก

พราวพิไลรีบขอโทษแทนเพื่อนแล้วรีบตามสุอาภาไป

พราวพิไลถามสุอาภาว่าทำไมต้องรุนแรงขนาดนั้น เป็นอะไรดูอารมณ์เสียมาก ขอว่าถ้ายังถือว่าตนเป็นเพื่อนก็ให้เล่าทุกอย่างให้ฟังเดี๋ยวนี้ ดักคอว่าเธอน่าจะดีใจ เพราะแผนที่ต้องการให้พิทยากับรวีพรรณแตกกันก็ทำสำเร็จแล้วไม่ใช่หรือ

ในที่สุดสุอาภาก็ยอมรับว่าตนทำแล้วเห็นพิทยาเสียใจ ตัวเองกลับเสียใจยิ่งกว่า ยอมรับอีกว่าตนอยากให้เขามาเป็นของตัวเอง อยากให้เขาอยู่ใกล้ๆ อยากสัมผัสจับต้องตัวเขา อยากเห็นเขาตลอดเวลา ถามว่า “นี่เรียกว่าความรักรึเปล่า?”

พราวพิไลกอดเพื่อนไว้ด้วยความสงสารจับใจ เมื่อรู้ว่าเพื่อนรักพิทยาจนหมดหัวใจไปแล้ว...

ooooooo

ภูวดลแค้นใจที่ถูกสุอาภาเอาน้ำสาดหน้า กินเหล้าเมากลับไป ก็ได้ข่าวดีจากศรีพิไลผู้เป็นแม่ว่า วันนี้นพพาพิทยาไปทาบทามสู่ขอรวีพรรณกับรมณี แต่ถูกตอกหน้าหงายเรื่องที่พิทยาแอบมีกิ๊กกับสุอาภา ต่อไปก็คงไม่กล้ามายุ่งกับรวีพรรณอีก

ภูวดลวางแผนเอาคืนสุอาภาทันที โทร.ไปหาเธอในวันรุ่งขึ้น ขอโทษเรื่องเมื่อคืนที่ตนเมาพูดอะไรไปไม่ได้คิด แล้วแสดงความยินดีกับเธอที่แผนทำให้พิทยากับรวีพรรณแตกกันในที่สุดเธอก็ทำได้สำเร็จ พูดแล้วเห็นเธอนิ่งเงียบ เขาดักคออย่างเจ้าเล่ห์ว่า

“แสดงว่าผมพูดถูก...ถึงทำให้คุณพูดไม่ออก” ขู่ว่า “นี่ถ้าคุณพิทยารู้ เขาจะโกรธคุณมากขนาดไหนนะ อาจจะถึงขั้นไม่มองหน้าคุณอีกเลยตลอดชีวิต”

สุอาภาตกใจขอร้องเขาอย่าทำ เมื่อภูวดลทำเป็นไม่ยอม เธอต่อรองว่าจะให้ตนทำอย่างไรเขาถึงจะไม่บอกพิทยา

ภูวดลนัดเธอไปที่ร้านอาหารกึ่งผับ บรรยากาศเป็นปาร์ตี้ซัมเมอร์ริมสระว่ายน้ำ แล้วหว่านล้อมให้เธอเปลี่ยนชุดให้เซ็กซี่สมกับงานซัมเมอร์ สุอาภาจำต้องยอมทุกอย่างเพราะกลัวภูวดลจะแฉแผนของตนให้พิทยารู้

ที่แท้ภูวดลวางแผนให้ชายคนหนึ่งคอยถ่ายรูปไว้ เขาแกล้งผลักเธอลงไปในสระว่ายน้ำแล้วว่ายเข้าหานัวเนียให้ชายคนนั้นถ่ายรูปโดยสุอาภาไม่รู้ตัว เธอย้ำกับเขาก่อนกลับว่า “หวังว่าคงจะทำตามที่ตกลงกันเอาไว้”

เพียงวันต่อมา สุอาภาก็ถูกภูวดลแบล็กเมล์ ส่งแมสเซส เป็นคลิปเสียงไปที่มือถือของพิทยา เปิดคลิปที่เจรจากับสุอาภาเมื่อคืน พร้อมทั้งรูปในสระว่ายน้ำมาให้พิทยา

ขณะพิทยากำลังอึ้งกับภาพและเสียงในมือถือนั้น ภูวดลก็โทร.มาถามเยาะเย้ยว่า

“เสียงและภาพชัดเจนดีไหม...นี่แกมันน่าสงสาร สูญเสียคนรัก แถมยังถูกคนที่ไว้ใจหลอกเสียจนเชื่อสนิท แบบนี้เขาเรียกว่าโง่รึเปล่านะ...ฮ่าๆๆๆ” ภูวดลหัวเราะสะใจที่งานนี้ทำลายทั้งสุอาภาและพิทยาไปในคราวเดียวกัน!

วันนี้สุอาภามาทำงานสาย เธออ้างว่าพราวพิไลชวนไปเที่ยวกลับดึกเลยตื่นสาย พิทยาจ้องหน้าเธอพูดอย่างโกรธจัด

“เลิกโกหกเสียที ผมรู้ความจริงหมดแล้ว!!” เขากดคลิปเสียงให้เธอฟัง สุอาภาหน้าถอดสีรีบกดปิดบอกเขาอย่าไปเชื่อผู้ชายคนนั้น ตนไม่ได้ทำ “ถ้าคุณไม่ได้ทำ แล้วคุณออกไปกับเขาทำไม แสดงว่ามันเป็นความจริง คุณไม่เคยหยุดคิดที่จะทำให้ผมกับรวีเลิกกัน คุณเจตนาทำลายเราสองคนมาตลอด คุณหลอกลวงผมด้วยคำพูด คุณทำดีกับผมเพราะคุณเสแสร้ง!”

แป๋วได้ยินเสียงดังออกมา บอกกรองทิพย์ว่านั่นเสียงพิทยากับสุอาภา

“ท่าทางไม่ค่อยดีแล้ว แป๋วรีบไปตามคุณนพกับคุณใหญ่มาเถอะ” กรองทิพย์บอก แป๋วรีบไปทันที

สุอาภาจำนนด้วยหลักฐานยอมรับว่าตนพูดจริง แต่ตนทำไปแล้วและรู้สึกผิด ขอโทษด้วย

“คำขอโทษของคุณไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น พอกันที ผมจะไม่ขอพบเจอหน้าคุณอีก!!” พูดแล้วผลักประตูออกไปเลย

“พิท...เดี๋ยวก่อนพิท...” สุอาภารีบตามไป วิ่งผ่านกรองทิพย์ที่ยังยืนงงอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น...

ooooooo

สุอาภาวิ่งตามพิทยาเข้าไปในลิฟต์แล้วกดค้างไว้อย่างนั้น เขาไล่เธอก็ไม่ยอมออก บอกว่าจะตบตีหรือกระทั่งฆ่าตนก็ยอม แต่อย่าพูดว่าเขาไม่ขอเจอหน้าตนอีก แล้วสารภาพผิดขอโทษสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนทำลงไป

เมื่อไล่อย่างไรเธอก็ไม่ยอมออกไป จนกว่าเขาจะยกโทษให้ พิทยาระบายออกมาอย่างคับแค้นใจว่า

“ชีวิตผมต้องมาวอดวายเพราะคุณ! แล้วคิดว่าคำพูดแค่ไม่กี่คำจะทำให้ผมอภัยให้คุณได้งั้นเหรอ...คุณสร้างรอยแผลลึกให้กับผมแล้ว ต่อให้มันหายเจ็บก็ยังมีแผลเป็นไว้เตือนผมให้รู้ว่ารอยแผลเป็นนี้มันมาได้ยังไง!!”

สุอาภาน้ำตารื้น พิทยาตอกย้ำว่า “จำไว้นะสุอาภา... คุณเป็นมารชีวิตผม ผมเกลียดคุณ เกลียดยิ่งกว่าคนทุกคนที่ผมเคยเกลียด! คุณทำให้ผมสูญเสียคนที่ผมรัก แล้วคุณยังทำให้ผมกลายเป็นคนอกตัญญูที่ไม่สามารถทดแทนบุญคุณของคนที่เลี้ยงผมมาได้อีก”

“นายหมายความว่ายังไง? นายคิดจะทำอะไร” สุอาภา ตกใจมากกลัวจะเสียเขาไป พิทยาไม่ตอบแต่ขอเธออย่ามายุ่งเกี่ยวกับตนอีก ไม่รู้ตนจะระงับโทสะได้แค่ไหน

เพราะลิฟต์ถูกกดค้างไว้นาน แป๋วกับกรองทิพย์ใจ ไม่ดีเรียก รปภ.มาเปิด พอทุกคนเห็นทั้งสองกำลังหน้าสิ่วหน้าขวานใส่กันก็ตกใจ นพที่มาดูด้วยถามว่า “มันเกิดอะไรขึ้น” ทั้งสองนิ่งเงียบไม่มีใครกล้าบอก

นพเรียกพิทยาไปคุยกันในห้อง พิทยาเปิดคลิปและภาพในมือถือให้ดูให้ฟัง นพรู้ว่าสุอาภาผิดเธอเจตนาทำให้พิทยากับรวีพรรณมีปัญหากัน พิทยาบอกว่าตนก็รู้และไม่ได้หลงกลเธอ แต่สุอาภาก็ไม่ยอมเลิก จนตนกับรวีพรรณมีปัญหากันจริงๆ นี่แหละที่ตนไม่สามารถอภัยให้เธอได้

นพขอโทษแทนสุอาภา บอกพิทยาว่าน้องสำนึกผิดแล้ว และถ้ารวีพรรณกลับมาตนจะพาลูกไปขอโทษเธอ จะชี้แจงทุกอย่างให้ฟัง เชื่อว่ารวีพรรณต้องเชื่อคำพูดของตน

“ทุกอย่างมันสายไปแล้วครับ ต่อให้รวีเชื่อ แต่คุณรมณีกับคุณณรงค์หมดความเชื่อถือในตัวผมไปแล้ว”

พิทยาพูดอย่างสิ้นหวัง นพตีความว่าเขาไม่ยอมให้อภัยสุอาภาด้วย

ooooooo

พิทยาตัดสินใจลาออกจากบริษัท เขาเก็บข้าว ของส่วนตัวด้วยหัวใจที่เจ็บปวดร้าวรานที่ต้องจากที่นี่ไป บวรพยายามมาหว่านล้อมว่า น้องสำนึกผิดแล้วจะไม่ให้อภัยหรือ เมื่อพิทยายืนกรานว่าทำใจไม่ได้ บวรจึงขอให้โชคดีและถ้ามีอะไรก็บอก ตนพร้อมช่วยเสมอ เพราะรักเขาเหมือนน้องชายคนนึ่ง

หลังจากนั้น พิทยาไปขอโทษจันทร์จำนงที่ไม่สามารถทำงานต่อให้สำเร็จเสร็จสิ้น จันทร์จำนงเอ็นดูเขาเหมือนลูกหลาน จึงขอจ้างเป็นส่วนตัวให้ทำงานต่อให้เสร็จ ส่วนกับทางบริษัทตนจะคุยเอง

สุอาภาเสียใจเก็บตัวอยู่แต่ในห้องจนไม่มีใครเข้าหน้าติด พราวพิไลจึงมาชวนไปช็อปปิ้งให้หายเครียดกัน แต่พอออกจากบ้าน เธอให้พราวพิไลขับรถไปที่มูลนิธิจันทร์จำนง เจอพิทยากำลังจะกลับพอดี ต่างมองหน้ากันอย่างหมางเมินจนจันทร์จำนงผิดสังเกต ถามหยอกสุอาภาว่า “อย่าบอกนะว่าจะมาลาฉันอีกคน”

“พิทเขามาลาคุณนายเหรอคะ” สุอาภาตกใจ จันทร์จำนงบอกว่าใช่ แต่ตนรั้งเขาไว้ได้สำเร็จ เธอใจชื้นฝากให้ช่วยดูแลเขาด้วย จันทร์จำนงบอกให้เธอมาดูแลเองดีกว่า สุอาภาเสียงอ่อยว่า “แม้แต่หน้าฉันยังไม่มอง เขาคงยอมหรอกค่ะ”

จันทร์จำนงถามว่าเกิดอะไรขึ้นหรือ สุอาภายอมรับว่าตนทำผิดกับเขา ถ้าเขาให้โอกาสตนก็พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อแก้ตัว จันทร์จำนงถามว่าแล้วทำไมต้องรอโอกาส พอสุอาภาชะงักมองหน้า จันทร์จำนงจึงชี้ให้เห็นว่า

“เธอมีโอกาสอยู่ตลอดเวลานะคุณสุอาภา มันอยู่ที่ว่าเธอจะใช้โอกาสอย่างไร ทำให้คุณพิทยาอภัยให้เธอ ถ้าเธออดทนได้ต่อให้ต้องใช้เวลานานเป็นเดือนเป็นปีมันก็คุ้ม ดีกว่าต้องมานั่งเสียใจและโทษตัวเองไปตลอดชีวิต”

ฟังผู้อาวุโสพูดแล้ว สุอาภามีความหวังขึ้นมา เมื่อรวีพรรณกลับจากต่างประเทศเธอจึงโทรศัพท์ไปขอคุยด้วย แต่รวีพรรณรู้จากคนใช้ว่าตลอดเวลาที่ตนไม่อยู่พิทยาไม่ได้มาหาเลย เธอจึงไม่คุยด้วย ตัดบทว่าไม่มีอะไรจะคุยแล้ววางสายเลย สุอาภาผิดหวัง แต่มุ่งมั่นว่า ยังไง ก็ต้องหาทางคุยกับรวีพรรณให้ได้

ooooooo

ผูกใจมุ่งมั่นดังนั้นแล้ว สุอาภาชวนพราวพิไลไปหารวีพรรณที่บ้าน ให้เงินคนใช้ไปพันบาทจึงรู้ว่ารวีพรรณไม่อยู่ เธอไปที่ร้านอาหาร จึงพากันไปที่นั่น สินีนาฏออกมากันไม่ให้เข้า พราวพิไลจึงล็อกสินีนาฏไว้แล้วให้สุอาภาลุยเข้าไปจนได้

ภายในร้านอาหาร รวีพรรณ กับพ่อแม่ ภูวดลกับพ่อแม่ นั่งทานอาหารกันอยู่ ทุกคนมองเธอทั้งตกใจและแสดงท่าทีรังเกียจ สุอาภาฉุนขาดเลยบอกรวีพรรณต่อหน้าทุกคนว่า

“ระหว่างที่คุณไปต่างประเทศ คุณพ่อของฉันเป็นเถ้าแก่ให้พิท...มาสู่ขอคุณกับแม่ของคุณ”

สุอาภาพูดไม่ทันจบดี รมณีก็ขัดขึ้นบอกรวีพรรณ “อย่าไปเชื่อมันโกหก”

สุอาภาตอบโต้และสารภาพผิดที่ตนมีเจตนาไม่ดีจะทำให้เธอกับพิทยาแตกกัน แต่ยืนยันว่าตนไม่ได้อยากแย่งพิทยาจากเธอจริงๆ แล้วสุอาภาก็เล่นบทใหม่ทำทีมีอะไรกับภูวดล ฉอเลาะเขาต่อหน้าทุกคนว่า

“คุณภูวดลไม่ได้บอกพวกเขาหรือคะว่าคืนก่อนคุณชวนฉันไปงานปาร์ตี้แล้วเราสนุกสุดเหวี่ยงกันมากแค่ไหน” ไม่พูดเปล่ายังโน้มตัวเข้าไปนัวเนียเขา ทำเอาภูวดลทำหน้าไม่ถูก สุอาภาย้ำกับรวีพรรณก่อนกรีดกรายออกไปว่า “คุณรวีคะ ฉันยืนยันได้ว่า คนเดียวที่อยู่ในหัวใจของพิทคือคุณ ฉันกลับก่อนล่ะค่ะ ลานะคะ”

ภาสันต์ห้ามภูวดลยุ่งกับสุอาภา ภูวดลถามว่าทำไมหรือ ศรีพิไลชิงเล่าว่า ภาสันต์กับนพเคยมีเรื่องบาดหมางกันเพราะรักผู้หญิงคนเดียวกัน นพหาว่าภาสันต์ทำผู้หญิงคนนั้นท้องจะให้รับผิดชอบ เลยทะเลาะกัน แล้วศรีพิไลก็ขอให้ภูวดลรับปากว่าจะไม่คบหากับสุอาภา ภูวดลรับคำแต่สีหน้าครุ่นคิด

ooooooo

รวีพรรณฟังสุอาภาแล้ว เธอตัดสินใจไปหาพิทยาปรับความเข้าใจกัน เมื่อเข้าใจกันแล้วเธอบอกรมณีกับณรงค์ว่าตนจะแต่งงานกับพิทยาเท่านั้น

รมณีทั้งโกรธทั้งเครียดที่รวีพรรณยืนกรานจะแต่งงานกับพิทยาคนเดียว แม้รมณีจะขู่ว่าถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องมาเรียกตนว่าแม่อีก เธอก็ยังไม่ยอม ภูวดลพึมพำอย่างเจ็บแค้นใจว่า “อย่านึกว่าผมจะปล่อยให้คุณไปมีความสุขกับไอ้พิทยาง่ายๆ”

วันนี้ นพไปตีกอล์ฟสุอาภาตามไปด้วย ที่สนามกอล์ฟนี่เอง ภาสันต์เข้ามาขู่นพว่าอย่าให้ลูกสาวที่เหลวแหลกของเขามายุ่งกับลูกชายตน นพโมโหลุกขึ้นกระชากคอเสื้อภาสันต์ด่าใส่หน้าว่า ไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนไปนานแค่ไหนสันดานเขาที่ไม่มีความรับผิดชอบก็ไม่เคยเปลี่ยน ตะคอกว่าห้ามมาดูถูกลูกสาวตนอีก

สุอาภาถามนพว่ารู้จักกันมาก่อนหรือ นพจึงเล่าให้ฟังว่า ตนกับภาสันต์เคยทะเลาะกันเรื่องพิมมาก่อน ภาสันต์ทำพิมแม่ของพิทยาท้องแล้วไม่รับผิดชอบโยนกลองให้ตน สุอาภาจึงรู้ว่าพ่อรักแม่ของพิทยามาก นพยอมรับว่านั่นเป็นรักแรกพบ แต่ไม่ว่าตนจะรักพิมมากแค่ไหนเธอก็ไม่รักตน

“การแอบรักนี่มัน...ทุกข์ทรมานเหลือเกินนะคะ” สุอาภานึกถึงตัวเองแล้วพานน้ำตาจะไหลรีบเบือนหน้าไปทางอื่น

“จำไว้นะลูก ความเจ็บปวดในชีวิตมนุษย์มันจะเพิ่มมากขึ้นตามอายุ เพราะเราโตขึ้นมีความปรารถนามากขึ้น ถ้าได้รับการตอบสนองมันก็ดีไป แต่ถ้าไม่ได้มันก็จะเป็นแผลอยู่ในอก แต่ก็ไม่ถึงกับตาย คนฉลาดต้องไม่เอาเรื่องความรักความต้องการมาทำลายชีวิต” นพถือโอกาสให้ความคิดเตือนสติลูกด้วยความเป็นห่วง

ooooooo

รมณีร่วมมือกับศรีพิไลวางแผนทำลายพิทยาให้ย่อยยับกับตา โดยให้ภูวดลร่วมมือด้วย นั่นคือประโคมข่าวประกาศหมั้นระหว่างภูวดลกับรวีพรรณ ข่าวนี้ไม่เพียงบดขยี้หัวใจของพิทยาเท่านั้น หากยังทำให้สุอาภาที่สำนึกผิดแล้วแค้นใจ หาทางแก้เผ็ดให้เจ็บแสบกว่าเพื่อช่วยพิทยา

เธอออกตัวแรงแสดงให้สังคมรู้ว่าตัวจริงของภูวดลคือตน ภูวดลไม่กล้าตอบโต้ต่อหน้าสื่อมวลชน ลากเธอไปในที่ลับตาคนเพื่อกระหนาบ มีนักข่าวคนหนึ่งผิดสังเกตแอบตามไปดู

ภูวดลถามสุอาภาว่าทำแบบนี้เพื่ออะไร เธอทำให้เขาเห็นว่ารักเขาจริงๆ กระทั่งยอมให้เขาจูบปากพิสูจน์รัก นักข่าวคนนั้นแอบถ่ายรูปไว้จะจะ

จันทร์จำนงเคลือบแคลงสงสัยกับข่าวการหมั้นของภูวดลกับรวีพรรณ เพราะเชื่อว่ารวีพรรณรักชอบอยู่กับพิทยา ภูวดลพยายามจะให้ย่าเชื่อ พูดดูถูกพิทยาว่าจองหองคิดว่ามีแบ็กอัพดี ที่แท้ก็เป็นแค่เด็กกำพร้าที่ไม่มีดีอะไรเลย

ฟังภูวดลแล้วจันทร์จำนงไม่พอใจที่เขาดูถูกเด็กกำพร้าดูถูกพิทยา ยืนยันว่าสายตาตนดูคนไม่ผิด พิทยาเป็นคนดี ทำให้ภูวดลไม่พอใจหาว่าตนเป็นหลานแท้ๆแต่ย่ากลับไปเข้าข้างคนอื่น จันทร์จำนงชี้แจงว่า

“ย่าไม่ได้เข้าข้างใคร ย่าพูดไปตามที่เห็น และย่าก็ไม่อยากเห็นเราทำผิด การแย่งผัวแย่งเมียคนอื่นมันบาปนะลูก”

ฝ่ายรวีพรรณด้านหนึ่งแข็งข้อยืนกรานจะแต่งงานกับพิทยา อีกด้านก็คุยกับรมณีและณรงค์ขอโอกาสให้พิทยาได้พิสูจน์ตัวเองว่าเขาสามารถสร้างตัวได้ เลี้ยงดูตนให้มีความสุขได้ รมณีจึงให้โอกาสพิทยาพิสูจน์ตัวเองก่อนถึงงานหมั้นในเดือนหน้า แต่ถ้าเขาทำไม่ได้เธอ

จะต้องหมั้นกับภูวดลตามกำหนด

แล้วภาพภูวดลจูบปากกับสุอาภาก็กลายเป็นข่าวกระฉ่อนในสังคม คนที่บ้านสุอาภาต่างเป็นห่วงเธอที่ไปคบกับภูวดล พิทยาเองก็เป็นห่วงและไม่พอใจที่เธอไปคบกับภูวดล ทำให้นพเสื่อมเสีย แต่เธอยืนกรานที่จะคบกับภูวดล เมื่อนพตักเตือนเธอทำหน้าเป็นกับนพว่า “ขำๆน่าป๋า จะซีเรียสทำไม”

นอกจากดำเนินแผนการเพื่อกันภูวดลออกจากรวีพรรณโดยเอาตัวเข้าเสี่ยงแล้ว สุอาภายังติดใจสงสัยเรื่อง “พิม” ผู้หญิงที่ทำให้พ่อตนกับภาสันต์แตกร้าวกัน เธอนัดพบภูวดลเพื่อสืบเรื่องนี้ ภูวดลเล่าตามที่ได้ยินมาว่า

“พ่อคุณกับพ่อผมเคยรักผู้หญิงคนเดียวกัน ผู้หญิงคนนั้นตั้งท้อง แล้วก็มาบอกว่าพ่อผมเป็นพ่อของเด็กในท้อง ทั้งๆที่ไม่ใช่ พอพ่อของคุณรู้เรื่องนี้เข้าก็โกรธพ่อผมมาก จนถึงขั้นเลิกคบกัน เขาก็เลยเกลียดกันนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา”

เล่าแล้วภูวดลตัดบทว่าอย่าไปสนใจเรื่องของผู้ใหญ่เลย คืนนี้ไปปาร์ตี้วันเกิดเพื่อนตนดีกว่า จากนั้นเราค่อยไปสนุกกันสองต่อสอง

สุอาภาเล่าเรื่องพิมให้พราวพิไลฟัง เธอเชื่อว่าภาสันต์ต้องเป็นพ่อของพิทยาแน่ๆ พราวพิไลบอกว่าถ้าเป็นอย่างนั้นจริง พิทยาก็ไม่ใช่เด็กกำพร้า แต่มีพ่อเป็นถึงระดับมหาเศรษฐี สุอาภาจิกตาพูดอย่างสะใจมุ่งมั่นว่า

“และคนติดแต่เปลือกอย่างยัยคุณนายรมณี ถ้าได้รู้เรื่องนี้ก็จะยอมรับพิทเป็นลูกเขยได้เอง เพราะไม่ว่าจะเป็นพิทหรือนายภูวดล ต่างก็เป็นลูกของคุณภาสันต์ ฉันจะทำให้คุณรมณียอมรับพิทเป็นลูกเขยให้ได้”

สุอาภายอมไปปาร์ตี้กับภูวดล เขาพยายามมอมเหล้า แต่เธอไหวทัน พอพิทยารู้จากพราวพิไลว่าสุอาภาไปปาร์ตี้กับภูวดล เขาตามไปเพื่อรับเธอกลับ เลยเกิดเรื่องชกต่อยกับภูวดล สุอาภาใจไม่ดีจึงกลับมากับพิทยา ระหว่างทางพิทยาพูดเรื่องที่เธอช่วยตนกับรวีพรรณ เธอทำปากแข็งไม่ยอมรับแต่กลัวเขาจับพิรุธได้ เลยลงจากรถขณะฝนตกหนักจะเรียกแท็กซี่กลับเอง

แต่ถนนเปลี่ยวและฝนตกไม่มีรถแท็กซี่ผ่านเลย สุดท้ายพิทยาแอบมาอุ้มเธอขึ้นรถไป

สุอาภามุ่งมั่นที่จะสืบเรื่องแม่ของพิทยาให้ได้ เธอ ไปหาจันทร์จำนงถามว่ารู้จักผู้หญิงที่ชื่อ “พิม พิพัฒนะ” ไหม

“ถามทำไม?” จันทร์จำนงมองอึ้ง

“ผู้หญิงที่ชื่อ พิมเป็นแม่ของพิท และฉันคิดว่าพ่อของพิทก็คือคุณภาสันต์ค่ะ”

ประโยคสั้นๆที่สุอาภาพูดออกมา ทำให้จันทร์จำนงถึงกับตะลึงอึ้ง เพราะมันคือเงื่อนงำที่ดำมืดมานาน!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้
28 ก.พ. 2563
08:15 น.