ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

แรงปรารถนา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ทันทีที่รวีพรรณบอกแม่กับพ่อว่าพิทยาขอนัดทานข้าว รมณีโพล่งไปอย่างไม่พอใจว่าไม่มีวันที่ตนจะไปเด็ดขาด แต่ณรงค์ติงว่า

“ผมไม่ได้เข้าข้าง ถ้าเรายังขืนกีดกันลูกกับผู้ชายคนนั้น นับวันลูกก็จะยิ่งมองพวกเราเลวร้ายมากขึ้น แต่ถ้าเราทำเปิดโอกาสมันสักหน่อย แล้วค่อยบอกลูกว่ายังไงก็ไม่มีทาง มันก็ถือว่าเราได้เคยให้โอกาสนั้นแล้ว” ทำให้รมณีนิ่งไป

เย็นนี้ รมณี ณรงค์ และรวีพรรณ จึงไปรอที่ร้านอาหาร รอจนเลยเวลานัดไปมากแล้วพิทยาก็ยังไม่มา  ติดต่อไปก็ไม่รับสาย รวีพรรณใจคอไม่ดี บอกพ่อกับแม่ว่า“พิทคงกำลังมาน่ะค่ะ รถอาจจะติด” แล้วส่งเมสเสจให้พิทยาอีก

พิทยากับสุอาภาและคู่กรณีอยู่ที่โรงพัก คู่กรณีเรียกค่ารักษาพยาบาลห้าพันบาทและตำรวจปรับอีกสามร้อยบาท พิทยาจ่ายให้ แต่พอลงจากโรงพัก สุอาภาบอกว่าเงินที่เขาจ่ายไปตนจะคืนให้ พิทยาตอบห้วนๆว่า “ไม่ต้อง”

มาถึงรถ พิทยาจึงเห็นมือถือตกอยู่ในรถ รีบหยิบขึ้นมาดูมีข้อความฝากไว้ เป็นเสียงรวีพรรณ “พิทอยู่ไหนแล้วคะ” เขาจึงนึกได้ว่านัดพ่อแม่เธอไปทานข้าวด้วยกัน พิทยาเย็นวาบไปทั้งตัวรีบโทร.กลับไปหารวีพรรณแต่เธอไม่รับสาย...

“นายโกรธฉันมากเหรอ” สุอาภาใจคอไม่ดี

“ใช่...ผมโกรธคุณ  โกรธมาก วันนี้ผมมีนัดกับพ่อแม่ของรวี นี่เลทไปเกือบชั่วโมงแล้ว”

สุอาภาเร่งให้เขารีบขึ้นรถ บอกให้ส่งกุญแจมารับรอง จะไม่ขับรถเขาไปชนอีก แต่พอถึงที่นัดหมายปรากฎว่าไม่มีใครอยู่แล้ว สุอาภาบอกว่าตนขออธิบายให้ทุกคนเข้าใจเอง พิทยามองอย่างไม่ไว้ใจ

“ฉันบอกนายแล้วไงว่าฉันเลิกล้มความคิดที่จะทำให้นายกับคุณรวีเลิกกันแล้ว ให้ฉันได้ช่วยอะไรนายบ้างเถอะ”

แต่พอไปถึงกดกริ่งหน้าบ้าน รมณีมองไปเห็นพิทยายืนอยู่ เธอสั่งรวีพรรณ “ไม่ต้องไปเปิดประตูให้มัน!!” และไล่รวีพรรณให้ขึ้นห้องไปเลย

พิทยารออยู่จนหมดหวังจึงบอกสุอาภาว่าเดี๋ยวตนจะไปส่งเธอที่บ้าน เมื่อถึงบ้านสุอาภาพูดอย่างรู้สึกผิดว่า

“ฉันไม่สบายใจเลยที่ทำให้นายมีปัญหากับคุณรวี ถ้ามีอะไรให้ฉันช่วย บอกนะ ฉันพร้อมช่วยนายทุกอย่าง” แต่พอขึ้นห้องนอน พิทยาขับรถกลับไป เธอก็ชักสีหน้าจิกตาร้าย “คิดว่าฉันจะหวังดีกับนายจริงๆเหรอ! นายก็ยังโง่เหมือนเดิม!”

ooooooo

รุ่งขึ้น สุอาภาไปหาพิทยาที่บ้านบอกว่าจะเอารถไปซ่อมให้แล้วสั่งช่างให้เอารถไปเลย บอกเขาว่าระหว่างเอารถไปซ่อมตนจะมารับส่งเขาเอง

พิทยาบอกว่าไม่ต้องตนนั่งแท็กซี่ได้ เธอบอกว่าสิ้นเปลือง มองหน้าเขาพูดแทงใจดำว่า

“ช่วงนี้นายต้องเก็บเงินไว้ เพราะท่าทางเงินจะเป็นปัจจัยเดียวเท่านั้นที่ทำให้แม่กับพ่อคุณรวียอมรับในตัวนาย” พูดแล้วเห็นพิทยาหน้าเสีย เธอเปลี่ยนเรื่องอ้อนว่า “ฉันยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย นายมีอะไรกินไหม”

พิทยาจึงทำข้าวต้มกับไข่ต้ม ผักกาดดองมาตั้งโต๊ะ โดยเขาควักไข่แดงเหลือแต่ไข่ขาวให้เธอ สุอาภาถามว่ายังจำได้หรือว่าตนกินแต่ไข่ขาว เขาย้อนถามว่า “ทำไมจะจำไม่ได้ เพราะทุกครั้งผมต้องเป็นคนกินไข่แดง อีกอย่างที่คุณขาดไม่ได้...” แล้วเขาก็เอาแม็กกี้มาเปิดฝาแต่ฝาแน่นเขาออกแรงดันเลยทำให้น้ำแม็กกี้กระฉอกใส่เสื้อเธอเต็มๆ

เขาเอาเสื้อเชิ้ตของตัวเองให้เธอเปลี่ยนเพื่อเอาเสื้อที่เปื้อนแม็กกี้ไปซัก สุอาภามองเขาด้วยความรู้สึกดี

ขณะนั้นเอง มีเสียงกดออดหน้าบ้านดังขึ้น สุอาภาชะเง้อมองเป็นรวีพรรณยืนอยู่หน้าบ้าน เธอยิ้มเจ้าเล่ห์เดินออกไปเปิดประตูให้ รวีพรรณแทบช็อกเมื่อเห็นสุอาภาอยู่ที่บ้านพิทยาแต่เช้า ซ้ำยังใส่เสื้อเชิ้ตตัวโคร่งของเขาด้วย!

พิทยาชะเง้อดูเห็นสุอาภายืนคุยอยู่กับรวีพรรณเขาแทบช็อก รีบออกไป สุอาภาเห็น เธอทำทีพูดว่า

“พิทมาพอดี...งั้นแตกลับเลยนะคะ...ไม่อยากอยู่เป็นก้างขวางคอ เสื้อฉันไว้ที่นายก่อนก็แล้วกัน ฉันจะกลับไปเปลี่ยนเสื้อที่บ้าน แล้วค่อยเข้าออฟฟิศ” แล้วหันมาฝากรวีพรรณ “ถ้าไงวันนี้ฝากคุณรวีไปส่งพิทด้วยนะคะ”

เมื่อสุอาภาไปแล้ว พิทยาถามรวีพรรณว่า สุอาภาเล่าให้เธอฟังหมดแล้วใช่ไหม

“ค่ะ...เขายังบอกอีกด้วยว่าเรื่องระหว่างเขากับคุณไม่มีทางเป็นไปได้ ถ้ามีอะไรอยากให้เขาช่วย เขาก็พร้อมที่จะช่วยเราทุกอย่าง”

เมื่อไปถึงออฟฟิศ สุอาภาซื้อกาแฟมาฝาก พิทยาพูดอย่างระแวงว่า ถ้าเธอทำดีกับตนเพื่อทำให้ตนกับรวีพรรณแตกกันละก็...อย่าหวังเลยและอย่าพยายามฝืนเป็นในสิ่งที่เธอไม่ได้เป็น

ฝ่ายรวีพรรณความเชื่อมั่นในพิทยาเริ่มหวั่นไหวเมื่อได้ยินเสียงคนซุบซิบกันว่าพิทยากับสุอาภาอาจเป็นกิ๊กกันจริงๆก็ได้เพราะฝ่ายนั้นทั้งสวย ร้อนแรงผิดกับตัวเธอที่สวยเย็นๆคงไม่ค่อยถึงใจ อีกทั้งสินีนาฏก็คอยกระแซะว่าสุอาภากำลังพยายามแย่งพิทยาจากเธอ เตือนว่า “ระวังเถอะ ความเชื่อใจคนของเธอ มันจะทำให้เธอเสียใจ”

อีกทั้งรมณีก็พยายามลุ้นให้ภูวดลทำคะแนน วันนี้ก็ให้ออกไปทานข้าวกับเขา ปรามว่าห้ามปฏิเสธ  เธอจึงจำต้องไปด้วย

เป็นวันที่พิทยาให้สุอาภาเอางานไปให้จันทร์จำนงที่มูลนิธิเด็ก และภูวดลก็พารวีพรรณไปทานข้าวบ้านสวนของคุณย่าพอดี รวีพรรณชอบบรรยากาศที่บ้านสวนมาก ภูวดลให้เธอรอข้างนอกก่อน ส่วนตัวเขาเข้าไปดูว่าคุณย่าอยู่หรือเปล่า

จันทร์จำนงรับงานจากสุอาภาแล้วสั่งให้รอ ระหว่างนั้นก็อบรมสั่งสอนกิริยามารยาท ทั้งเรื่องยืนค้ำหัวผู้ใหญ่ ให้คุกเข่ารองาน พอเธอลุกขึ้นเซก็ตำหนิว่าซุ่มซ่าม ครั้นเธอชี้แจงก็หาว่าเถียง สั่งให้อยู่เงียบๆสักสามนาทีดูซิว่าทำได้ไหม ระหว่างนั้นก็คุยและสั่งงาน เมื่อสุอาภาพยักหน้ารับทราบก็อบรมว่า ผู้ใหญ่ถามต้องตอบไม่ใช่พยักหน้า สุอาภาเขียนให้อ่านว่า

“ก็คุณนายสั่งให้ฉันเงียบสามนาที ลืมไปแล้วเหรอคะ”

จันทร์จำนงมองอย่างระอา สั่งให้คุกเข่ารอตรงนี้เดี๋ยวตนมา พอจันทร์จำนงออกไปเธอเมื่อยจะลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายแต่เซจะล้ม ภูวดลเข้ามาพอดีเขาประคองเธอไว้ มองอึ้งไม่ปล่อย จนเธอบอกให้ปล่อยได้แล้ว เขาจึงจำต้องปล่อย

สุอาภามองภูวดลอย่างระแวงแล้วรีบผละออกไปยืนห่างๆ

ooooooo

พิทยากังวลว่าสุอาภาจะไปก่อเรื่องให้จันทร์-จำนงไม่พอใจจึงตามมา เจอรวีพรรณกำลังยืนชมต้นไม้ใบหญ้าพอดีเลยกลายเป็นสองคู่สี่คนมาจ๊ะเอ๋กันที่บ้านจันทร์จำนง

จันทร์จำนงชวนหนุ่มสาวทั้งสี่ทานข้าวด้วยกัน ระหว่างนั้น สุอาภาก็วางแผนปั่นให้พิทยากับรวีพรรณเข้าใจผิดกันและภูวดลก็พยายามแทรกเข้าให้ทั้งสองผิดใจกัน เขาชวนรวีพรรณกลับ แต่เธอขอกลับกับพิทยา ภูวดลเลยโทร.เรียกบรรดาสาวๆคู่ขาไปพบกันที่ผับ

ระหว่างนั้น รมณีโทร.เช็ก พอรู้ว่ารวีพรรณกลับกับพิทยาก็โกรธมาก เมื่อพิทยาพารวีพรรณมาส่ง จึงถูก รมณีตำหนิอย่างรุนแรง หาว่าเธอหลงผู้ชายจนไม่ฟังแม่ ปรามว่า

“รู้ไหมว่ากำลังเลือกทางเดิน ไปนรกให้กับตัวเอง”

“จะไปนรกหรือสวรรค์ก็ช่างเถอะค่ะ รวีรู้แต่ว่ารวีเต็มใจเลือกเขาด้วยตัวเอง” รมณีเตือนสติว่าที่แม่พูดเพราะรักและเป็นห่วง “ถ้าแม่รักหนูอยากให้หนูมีความสุข แม่ก็ควรให้หนูได้เลือกคนที่หนูรักเอง หนูรักพิทค่ะแม่ได้ยินไหมคะ” พูดแล้ววิ่งร้องไห้ออกไปเลย รมณีช็อกกับท่าทีที่แข็งข้อของลูกสาว

ooooooo

ขณะที่รวีพรรณพยายามเรียกความเชื่อมั่นและมั่นใจกับพิทยากลับคืนมานั่นเอง ก็มีเหตุทำให้เธอต้องว้าวุ่นใจอีก...

นั่นคือ นพไม่พอใจกับงานของสถาปนิกที่เสนอแบบ “บ้านกันน้ำ” มาไม่ตรงกับความต้องการ เขาถอดสถาปนิกทั้งทีมออกแล้วมอบงานนี้ให้พิทยาทำแทน บอกว่า เหลือเวลาอีก 3 วันต้องทำให้เสร็จเพื่อส่งเข้าประกวดให้ทัน

แม้จะหนักใจกับงานใหญ่แต่เวลาน้อย แต่พิทยาก็รับทำด้วยเหตุผลว่า ต้องทำให้ได้เพราะมันเป็นหน้าตาของบริษัทเรา บวรเป็นห่วงแต่ก็เอาใจช่วย

สุอาภาทุ่มเทช่วยงานพิทยาเต็มที่ ก่อนอื่นเธอทำอาหารไปส่งเขาขณะทำงานกลางคืน จนป้านีกับบวรทึ่ง

ส่วนแป๋วที่แอบพอใจพิทยามานาน อาสามาช่วย พิทยาจึงให้รับงานที่เขาทำค้างอยู่ไปทำแทน แป๋วยังซื้ออาหารมาให้เขา แต่ถูกสุอาภากันท่าว่าตนทำมาให้แล้ว ที่ซื้อมาให้เอากลับไปกินเองเสีย ไล่แป๋วให้กลับบ้านได้แล้ว พิทยาบอกว่ากลับไปทั้งสองคนนั่นแหละ เพราะรู้ว่าถ้าสุอาภาอยู่ด้วยตนจะไม่มีสมาธิทำงาน

“ไม่กลับ อย่าลืมสิว่าฉันฝึกงานอยู่กับนาย นี่เป็นนาทีทองของนายเลยนะ อยากใช้ให้ทำอะไรใช้มาได้เลย แต่ขอทานข้าวก่อนเพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้อง” พิทยาได้แต่มองอย่างอ่อนใจ

ฝ่ายสินีนาฏก็ลุ้นให้รวีพรรณโทร.คุยกับพิทยา จนเธอถามว่าทำไมถึงอยากให้ตนโทร.นัก

“ฉันเป็นห่วงเธอ แล้วฉันก็หวั่นใจแทน คนทำงานด้วยกันเจอกันตลอดเวลา รักแท้แพ้ใกล้ชิด ไม่เคยได้ยินเหรอ” รวีพรรณยืนยันว่าตนกับพิทยาเข้าใจกันดี “งั้นก็ตามใจ ถ้าน้ำตาเช็ดหัวเข่าเมื่อไหร่อย่ามาฟูมฟายก็แล้วกัน”

นี่เองทำให้รวีพรรณตัดสินใจโทร.หาเขาที่ออฟฟิศนพ พิทยาก้มหน้าก้มตาทำงานแข่งกับเวลา สุอาภานั่งดูเขาอยู่ เห็นมือถือเขามีไฟกะพริบมีสายเข้าชะโงกดูเห็นชื่อ “รวี” เธอจิกตามองแล้วเอากระดาษมาปิดไว้ไม่ให้เห็นแสงกะพริบเรียก

สินีนาฏเอะใจว่าโทร.เข้ามือถือพิทยาก็ไม่รับสายโทร.ไปที่บ้านก็ไม่มีคนรับ แบบนี้ต้องอยู่กับสุอาภาแน่ๆ ท้าเพื่อนรักให้พิสูจน์กัน เจ้ากี้เจ้าการโทร.ไปที่บ้าน ป้านีบอกว่าสุอาภายังไม่กลับเพราะมีงานด่วน เลยยุรวีพรรณให้ไปหาพิทยาที่ออฟฟิศ

รวีพรรณไปที่ออฟฟิศมองเข้าไปข้างใน เห็นภาพบาดตาที่พิทยากำลังห่มผ้าและปัดปอยผมให้สุอาภาที่นอนหลับอยู่ที่โซฟา เธอถอยออกด้วยหัวใจที่สับสนเจ็บปวด

แต่พอถอยออกมาก็เจอภูวดลที่ตามมา เขาบอกว่าไปหาเธอที่ร้านรู้จากสินีนาฏเลยตามมาด้วยความเป็นห่วง ถามว่ามีอะไรเกิดขึ้นข้างในใช่ไหม รวีพรรณร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น ภูวดลจึงพาเธอไปนั่งให้ผ่อนคลายที่ริมน้ำบรรยากาศดี แล้วแกล้งทำเป็นโมโหพิทยาแทน ตำหนิอย่างรุนแรงว่า ทำแบบนี้ไม่ให้เกียรติเธอ โกหกเธอมาตลอด

จนรวีพรรณขอร้องว่าตนอยากอยู่คนเดียวแล้วเดินเลี่ยงไป ภูวดลมองตามอย่างไม่พอใจที่ยุไม่ขึ้น

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อพิทยาโทร.เข้ามือถือรวีพรรณ สินีนาฏบอกเพื่อนอย่างเจ็บใจว่าอย่ารับ เพราะครั้งนี้เขาทำเกินไปแล้ว รวีพรรณที่ยังเจ็บปวดเสียใจอยู่ ตัดสินใจกดปิดเครื่องไปเลย

ฝ่ายสุอาภา ยังคงทำในสิ่งที่ไม่ตรงกับใจ เธอเอาอกเอาใจดูแลพิทยาอย่างใกล้ชิด เมื่อเห็นเขาคร่ำเคร่งอยู่แต่กับกระดาษบนโต๊ะ จึงชวนไปดูของจริงจากชีวิตชาวบ้านที่เพิ่งประสบภัยน้ำท่วม ทำให้พิทยาได้ข้อมูลและแง่คิดในการแก้ปัญหาจากภูมิปัญญาชาวบ้านนำมาประสานกับภาคทฤษฎีได้อย่างลงตัว

สุอาภาเล่าแผนการของตนที่แกล้งทำดีกับพิทยาเพื่อยั่วให้รวีพรรณหึงและเลิกกับเขาให้พราวพิไลฟัง เพื่อนเตือนว่า

“แกนี่มันโรคจิต มีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น... แต ฉันไม่เคยห้ามเวลาแกจะทำอะไร แต่ฉันอยากเตือนอย่ารุนแรงกับเขาให้มากนัก ถ้ามันสะท้อนกลับมาหา ตัวแกเอง แกจะเจ็บ”

“คนอย่างฉันเจ็บจนชาชินแล้ว” สุอาภาลอยหน้าอย่างอวดดี

เมื่อถึงกำหนดส่งงาน นพเห็นงานแล้วชมว่า “ฉันคิดไม่ผิดจริงๆที่เลือกเธอให้มาทำงานนี้” แต่คนที่ดีใจจนออกนอกหน้าคือสุอาภาเมื่อพิทยารับเธอเข้าร่วมทีมทำงานใหญ่ที่เหลืออีกชิ้นหนึ่ง เธอถามอย่างกระตือรือร้นว่างานที่ว่าคืออะไร?

มันคือโมเดลบ้านกันน้ำ ที่สุอาภารับหน้าที่ทำต้นไม้โมเดล เธอทำอย่างเอาการเอางานและมีความสุขจนพิทยาเห็นแล้วอมยิ้ม เมื่อโมเดลบ้านทำเสร็จ ทั้งสองเอามือตีกันหัวเราะอย่างมีความสุข

หายเครียดจากงาน พิทยาโทร.เข้ามือถือรวีพรรณ แต่ไม่มีคนรับสายจึงฝากข้อความ ชวนเธอไปงานประกวดแบบบ้านกันน้ำ พรุ่งนี้จะเป็นวันตัดสิน หวังว่าเธอจะไปให้กำลังใจ รวีพรรณมาอ่านข้อความเอาเช้าวันรุ่งขึ้น เธอรีบออกจากร้านอาหารเพื่อไปงาน ภูวดลที่รมณีฝากให้ช่วยดูแลรวีพรรณ จึงขับรถตามไปด้วยความสงสัยว่าเธอรีบร้อนไปไหน

ooooooo

รวีพรรณไปถึงที่จัดงานด้วยความตื่นเต้นที่จะให้กำลังใจพิทยา ปรากฏว่าแบบโมเดลบ้านของพิทยาชนะการประกวด ทุกคนปรบมือดีใจมาก รวีพรรณ

ปรบมือตามไปด้วย พลางจะเดินไปหาเขา

สุอาภาเหลือบเห็นรวีพรรณ ความคิดร้ายกาจผุดขึ้นทันที เธอโผเข้ากอดพิทยาทำให้เขากอดตอบด้วยความดีใจ รวีพรรณชะงักกึกกับภาพนั้น สุดท้ายเธอถอยออกไปด้วยความเจ็บช้ำ พิทยาเหลือบเห็นหลังเธอไวๆ เขาจะตามไปแต่ถูกผู้คนกีดขวางและมีคนดึงไปถ่ายรูป พอเขามองไปอีกที รวีพรรณก็หายไปแล้ว...

ภูวดลที่สะกดรอยตามมายิ้มอย่างพอใจกับสิ่งที่เห็น กลับไปเล่าให้รมณีฟัง รมณีพอใจเพราะรวีพรรณจะได้ตัดใจจากพิทยาได้เสียทีแต่ถ้ายังดื้อรั้นก็จะใช้ไม้แข็งให้เลือกเอาระหว่างผู้ชายคนเดียวกับพ่อแม่บังเกิดเกล้า

ที่จัดงาน นพในฐานะเจ้าของบริษัท เขาถือถ้วย รางวัลแล้วส่งต่อให้พิทยาที่เป็นเจ้าของผลงาน พิทยาบอกว่าไม่ใช่ของตนคนเดียวแต่เป็นของสุอาภาด้วย ถ้าเธอไม่พาตนไปดูการแก้ปัญหาของชุมชนที่ถูกน้ำท่วมตนก็คงคิดงานชิ้นนี้ไม่ออก ทำเอาสุอาภายิ้มแก้มแทบปริ

รมณีและณรงค์พารวีพรรณไปทานอาหารเพื่อให้บรรยากาศในครอบครัวกลับมาเหมือนเดิม รวีพรรณที่เจ็บปวดเสียใจจากพิทยา เมื่อได้รับการดูแลจากพ่อและแม่อย่างอบอุ่นก็รู้สึกผิด กราบขอโทษแม่

“แม่ไม่โกรธลูกเลย เราเป็นครอบครัวเดียวกัน อย่าให้คนนอกมาทำให้เราต้องมาแตกคอกันเลยนะลูกนะ”

เพราะถูกคนรอบข้างคอยปั่นหัวยุยงและตัวเองได้รู้เห็นภาพบาดตาจากแผนแกล้งของสุอาภา ทำให้รวีพรรณ หวั่นไหว ดังนั้นเมื่อพิทยามาหาเธอที่ร้านอาหารและชวนไปคุยชี้แจงเรื่องเมื่อวานนี้ที่ตนกอดกับสุอาภา รวีพรรณ ไม่เชื่ออีกแล้วเสนอเขาว่า เราอาจจะต้องอยู่กับตัวเองกันสักพัก

พิทยาตกใจ ดึงเธอเข้าไปกอด ภูวดลตามมาเห็นสั่งให้เขาปล่อยรวีพรรณ พิทยาตวาดว่าเรื่องของตนกับแฟนคนอื่นไม่เกี่ยว เกิดโต้เถียงกันจนพิทยาชกภูวดลเลือดกบปาก รวีพรรณโกรธมากไล่เขาออกจากร้าน พิทยาจึงเดินคอตกกลับไป

พอพิทยาไปแล้ว รวีพรรณรีบเข้าไปดูภูวดล ถามด้วยความเป็นห่วงว่าเจ็บมากไหม...

เหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้ทั้งนพ บวร และต่ายลงความเห็นว่า เป็นเพราะสุอาภาทำให้ทั้งสองเข้าใจผิดกัน นพจึงจะไปสู่ขอรวีพรรณให้ ยอมรับที่ตนคิดผิดเรื่องที่จะยก สุอาภาให้เขา เพราะการแต่งงานต้องเริ่มจากคนสองคนที่รักกันไม่ใช่ถูกบังคับให้รักกัน พิทยาฟังแล้วโล่งอก กราบขอบคุณนพที่เมตตาตน

แต่พอสุอาภารู้ถึงกับหน้าถอดสี ทำทีเตือนป๋าตัวเองว่า พ่อแม่ผู้หญิงไม่พิศวาสพิทยาเพราะเป็นโรครังเกียจคนจน หมายจะให้นพเปลี่ยนใจ แต่นพกลับพูดอย่างมั่นใจว่า “ป๋าซะอย่าง ฝ่ายโน้นเรียกมาแพงแค่ไหน ก็สู้ขาดใจ”

ooooooo

สุอาภากระวนกระวายใจจนอยู่ไม่ติด ไปที่ร้านเสื้อเจ้าประจำก็อารมณ์เสียบ่นว่ามีแต่ของเดิมๆ ขณะเธอยืนอยู่หลังราวเสื้อได้ยินเสียงรมณีกับเพื่อนที่มารับเสื้อเห็นเธอแว้บๆเลยเม้าท์กัน

ทั้งสองนินทาเธอเรื่องถูกพ่อตามใจจนเสียคนกระทั่งอาจจะเสียตัวด้วย สุอาภาโกรธจี๊ดวางแผนป่วนทันที ทำเป็นสั่งเจ้าของร้านว่าต้องการชุดไปงานแต่งงานของพิทยากับรวีพรรณ ทำเอารมณีกับเพื่อนตกใจ แล้วเธอก็ทำเป็นเพิ่งเห็นทั้งสอง

รมณีชักสีหน้าหาว่าเธอพูดมั่วๆ สุอาภารีบขอโทษที่พูดไม่ทันระวังเพราะพ่อกำลังหาฤกษ์ไปสู่ขอรวีพรรณให้พิทยาจริงๆ

กลับถึงบ้าน รมณีพูดกับณรงค์อย่างโกรธสุดขีดว่ายังไงตนก็ไม่ยอมยกลูกสาวให้ ณรงค์เสนอว่าเราคงต้องให้รวีพรรณไปที่ไหนไกลๆสักพัก นึกได้ว่าเจ้านายรวีพรรณบอกว่าจะไปต่างประเทศแต่เลขาเกิดป่วยยังหาคนไปแทนไม่ได้ เขาจึงโทรศัพท์ไปเสนอให้รวีพรรณไปแทน ซึ่งเจ้านายรวีพรรณที่เป็นเพื่อนกันก็ยินดี

แผนการถูกวางเป็นขั้นตอน รมณีบอกภูวดลเพื่อให้พาเธอไปซื้อเครื่องกันหนาว ต่อมาเมื่อพิทยารู้จากบวรว่ารวีพรรณจะเดินทางไปต่างประเทศกับเจ้านาย เขารีบไปหาเธอที่ออฟฟิศ เจอสินีนาฏจึงถามว่ารวีพรรณไปไหน ตนอยากคุยปรับความเข้าใจกันขอให้ช่วยด้วย สินีนาฏจึงบอกเขาว่ารวีพรรณไปซื้อของกับภูวดล

สุอาภากลับมาที่ออฟฟิศรู้จากบวรว่าพิทยาไปหารวีพรรณเพื่อปรับความเข้าใจกัน เธอวางแผนทันที  โทร.ไปบอกพิทยาที่กำลังจะปรับความเข้าใจกับรวีพรรณว่า ตนปวดท้องกะทันหันอยู่โรงพยาบาลให้ช่วยรับกลับที พิทยาจึงต้องรีบไป

ในที่สุด พิทยาก็ไม่ได้ปรับความเข้าใจกับรวีพรรณ เขาพาสุอาภากลับถึงบ้านไม่มีใครอยู่ จึงอยู่เป็นเพื่อนจนกว่าจะมีใครกลับ ระหว่างนั้นเธอหลอกถามว่าเขาคืนดีกับ รวีพรรณหรือยัง

“ยัง...รวีกำลังจะหนีผมไปเมืองนอก” พิทยาเสียใจจนเก็บไม่อยู่ สุอาภาตกใจถามว่าเสียใจมากใช่ไหม ทำเอาน้ำตาลูกผู้ชายรื้น เขาพยายามกลั้นน้ำตาไว้บอกให้เธอพักผ่อนเสีย แล้วเดินออกไปน้ำตาหยดแหมะ สุอาภาเห็นเธอรู้สึกผิดมาก

เมื่อนพกลับมาตอนบ่าย พิทยาบอกว่าเรื่องที่จะไปสู่ขอรวีพรรณนั้นไม่ต้องแล้วเพราะเธอกำลังจะไปดูงานต่างประเทศ และที่สำคัญตนยังไม่ได้บอกเธอเพราะเธอไม่ยอมคุยด้วย

นพขึ้นไปดูสุอาภา ดูออกว่าลูกสาวคิดอะไรอยู่ เธอยอมรับว่าเมื่อก่อนสนิทกับพิทยาแต่พอเขาย้ายออกไปอยู่ข้างนอกได้รวีพรรณเป็นแฟนก็เปลี่ยนไป ชอบเก๊กใส่ตน นพติงว่าไม่อยากให้มองพิทยาแบบนั้น ชมว่าพิทยาเป็นคนดีและดีด้วยตัวเอง ไม่อยากให้เธอทำร้ายเขาเพราะชีวิตเขาถูกทำร้ายมามากพอแล้ว โดยเฉพาะคือจากพ่อบังเกิดเกล้าที่ไม่เคยยอมรับเขา

“ป๋าอยากให้แตไปขอโทษพิท ก่อนที่เรื่องมันจะแย่ลงไปมากกว่านี้ แล้วก็อย่าไปยุ่งกับเขาอีก แตทำเพื่อพ่อได้ไหม”

สุอาภานิ่งไปด้วยความสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง...

ooooooo

พิทยากลับถึงบ้านก็คิดหนักเรื่องรวีพรรณ เช้าวันรุ่งขึ้นเขาไปหาเธอที่บ้าน คนใช้บอกว่าเธอไปสนามบินแล้ว เขาใจหายวาบ ถามคนใช้ว่าเธอไปสายการบินอะไร เครื่องออกกี่โมง แล้วหาทางไปสนามบินให้เร็วที่สุด...

ที่สนามบิน ภูวดลมาส่งและช่วยเช็กอินให้รวีพรรณ เช็กอินเรียบร้อยแล้วจึงลารมณีพาเธอเดินเข้าข้างใน

พิทยามาสนามบินโดยแอร์พอร์ตลิ้งก์ นั่งภาวนามาตลอดทางว่าขอรวีพรรณอย่าเพิ่งไปเลย...จนเมื่อมาถึงสนามบิน เขารีบวิ่งไปที่ Departures Boards เห็นเที่ยวบินที่รวีพรรณเดินทางนั้นแจ้งว่า “Gate Closed”

วินาทีนั้น...ชายหนุ่มแทบจะทรุดลงไปกองอย่างหมดอาลัยตายอยากในชีวิต...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

รหัสริษยา EP.5 ศิวา ไม่อยากแต่งงานกับจันทร์แจรง เลยขอร้องให้ พาไล ช่วย

รหัสริษยา EP.5 ศิวา ไม่อยากแต่งงานกับจันทร์แจรง เลยขอร้องให้ พาไล ช่วย
29 พ.ย. 2563

08:50 น.

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2563 เวลา 17:15 น.