ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

แรงปรารถนา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

กลับมาถึงที่ทำงานแล้ว พิทยายังรู้สึกไม่ดีกับ เรื่องที่เกิดขึ้น แป๋วเข้ามาบอกว่าติดปัญหานิดหน่อย เขามองแว่บหนึ่งแล้วทำงานต่อ

จนเช้าวันรุ่งขึ้น เขาตั้งใจขอคุยกับสุอาภา เธอยังไม่หายเคืองตอบงอนๆ ว่ามีงานต้องรีบไปทำ แต่ที่แท้นัดพราวพิไลที่ร้านกาแฟ บอกเพื่อนว่าเห็นรพีพรรณกับพิทยาจูบกัน พราวพิไลยุให้ไปถามพิทยาให้รู้เรื่องเลย ดีกว่า อย่ามัวคิดเอาเอง

“ไม่...ฉันไม่คุย!!” เธอกระชากเสียง แต่พอกลางวันคิดๆแล้วก็ไปที่ออฟฟิศนพ ถามตัวเองว่าจะเข้าไปถามเขายังไงดี ขณะยืนลังเล หันกลับมาเจอพิทยาอย่างจัง เธอตกใจหน้าเสีย แต่เขากลับดีใจจับแขนพาเข้าไปนั่งคุยในห้องจนได้

พิทยาเคลียร์เรื่องเมื่อคืนว่า รวีพรรณจูบตนเมื่อคืนเพราะเมา ไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่านั้น สุอาภาไม่อยากเชื่อเพราะเขากลับมาเอาตอนเช้า แล้วจะให้ตนคิดอย่างไร

เพื่อพิสูจน์ตัวเอง เขาพาเธอไปหาแป๋วและทีมงาน ทุกคนยืนยันว่าเมื่อคืนพิทยาอยู่ที่ทำงานทั้งคืนจนเช้า

“เชื่อคุณพิทเถอะค่ะ คุณพิทไม่ใช่คนขี้โกหก”แป๋วช่วยพูด ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย สุอาภาจึงคลายเครียดลง

จนเมื่อเดินมาที่ลานจอดรถด้วยกัน เธอจึงบอกเขาว่า เมื่อคืนเห็นเขาจูบกับรวีพรรณแต่ไม่พูดเพราะอยากรู้ว่าเขาจะโกหกตนหรือเปล่า เธอมองหน้าเขาพูดด้วยแววตาเชื่อมั่นว่า

“แต่นายก็ไม่ทำ ขอบคุณมากนะพิท ที่ไม่ปิดบังฉัน”

“เราเป็นสามีภรรยากัน เราไม่ควรโกหกกันสัญญานะว่าต่อไปนี้เราจะพูดกันแต่ความจริง” เธอยิ้ม ยื่นนิ้วก้อยให้เกี่ยวเป็นสัญญา พิทยาถามว่า “ว่าแต่ทำไมคุณถึงไปที่นั่นได้”

“คุณรวีโทร.มาเพราะบอกว่าติดต่อนายไม่ได้ แต่หลังจากวางสายฉัน เขาคงให้คนโทร.หานายอีกล่ะมั้ง”

แต่พอพิทยาไปถามรวีพรรณ เธอตกใจที่เขารู้ แต่ปรับสีหน้าในพริบตารับว่าใช่ เพราะตอนแรกติดต่อเขาไม่ได้จึงโทร.หาสุอาภา แต่พนักงานที่นั่นก็ยังโทร.ไปหาเขาอีก ทำหน้าลำบากใจถามเขาว่า

“นี่คุณแตคงเข้าใจผิดพิทสินะคะ รวีจะไปอธิบายให้คุณแตเข้าใจเอง” เธอทำท่าจะลุกไป แต่แล้วก็ผิดหวังเมื่อพิทยาบอกว่าไม่ต้อง เพราะตนกับสุอาภาเข้าใจกันดี เธอถามอีกว่า “คุณแตไม่โกรธพิทเลยเหรอ”

“ไม่...เพราะผมเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้เขาฟัง ผมกับคุณแตเรียนรู้แล้วว่าการใช้ชีวิตคู่ให้มีความสุขก็คือการไม่โกหกและตอนนี้คุณแตก็โตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะ รู้จักใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์”

รวีพรรณผิดหวังมาก ยิ่งเมื่อพิทยาบอกว่าตั้งแต่กลับจากเขาใหญ่ความสัมพันธ์ของตนกับสุอาภาดีขึ้นมาก

“ดีแล้วค่ะ รวีจะได้สบายใจว่าพิทจะได้ไม่โดนคุณแต รังแกอีก” เธอทำเป็นยินดีแต่ก็ยังแอบเหน็บสุอาภาจนได้

ผิดหวังจากแผนแกล้งเมาแล้ว เธออ่อยต่อชวนเขาทานอาหารเที่ยงด้วยกัน แล้วก็ผิดหวังและเจ็บใจอย่างแรงเมื่อพิทยาบอกว่ามีธุระสำคัญต้องไปทำต่อ เอาไว้วันหลังจะชวนสุอาภามาทานด้วยกัน พอพิทยากลับไป เธอพึมพำอย่างเจ็บใจ

“มันกลายเป็นแบบนี้ได้ยังไง??!!”

ooooooo

วันนี้ พิทยาเอาเอกสารที่จะให้ภาสันต์ไปที่ ออฟฟิศของเขา ภาสันต์ไม่อยู่ภูวดลบอกให้ฝากไว้ที่ตนก็ได้ เพราะตนมีหุ้นเท่ากันกับพ่อ มีสิทธิ์ที่จะดูเอกสารนี้อยู่แล้ว พิทยาไม่ฝากเพราะเป็นเอกสารสำคัญบอกว่าไว้จะมาใหม่อีกทีแล้วกัน

“ทำแบบนี้ คิดจะเอาหน้ากับพ่อฉันรึไง เอามา! ฉันจะจัดการเอง” ว่าแล้วเขาก็แย่งเอกสารจากพิทยา ถูกพิทยาตำหนิว่าอย่าทำอะไรเป็นเด็ก ภูวดลถลึงตาหน้าถมึงทึง ใส่ “ฉันไม่ใช่เด็กนะเว้ย!!”

“คนเป็นผู้ใหญ่ต้องรู้จักควบคุมอารมณ์ ไม่ใช่พอไม่ได้ดั่งใจก็โวยวาย พูดคำหยาบ คุณคงต้องไปเรียนมารยาทเพิ่มอีกเยอะถึงจะทำงานเป็น”

ภูวดลเลือดขึ้นหน้าที่ถูกอบรมเป็นชุด แต่ไม่ทันทำอะไร จันทร์จำนงก็เดินเข้ามา พอรู้ว่าภูวดลกับพิทยาได้ทำงานด้วยกัน ก็คิดหาทางที่จะให้ทั้งสองญาติดีกัน จึงนัดสุอาภาไปทานอาหารและขอให้เธอช่วยทำให้สองคนหันหน้ามาคุยกัน

สุอาภาอึ้งไปนาน บอกจันทร์จำนงว่ามันเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะระหว่างพิทยากับภูวดลนั้นมีอะไรมากมาย ตนคิดว่าเขาสองคนคงไม่สามารถจะลงรอยกันได้ จันทร์จำนงถามว่าเขาเคยมีปัญหาอะไรกันหรือ

“เรื่องมันผ่านมาแล้ว อย่าไปพูดถึงมันเลยค่ะ ฉันต้องขอโทษคุณนายจริงๆ ที่ฉันช่วยคุณนายไม่ได้ ฉันขอตัวนะคะ”

จันทร์จำนงผิดหวังมาก จึงหาทางทำด้วยตัวเอง นัดพิทยามาทานข้าวที่บ้านสวน สุอาภาเป็นห่วงพิทยาจึงขอตามไปด้วย เมื่อไปถึงเจอภูวดลมาถึงก่อนแล้ว พอทั้งสองเข้าไป ภูวดลไม่พอใจถามจันทร์จำนงว่า “ชวนมันมาด้วยหรือ”

“ย่าขอล่ะนะ ย่าอยากทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาเราสองคนให้ย่าได้ไหม”

ภูวดลเงียบแต่จ้องพิทยาอย่างไม่พอใจ

ระหว่างทานข้าว จันทร์จำนงตักน้ำพริกปลาร้าให้พิทยาแล้วบอกให้ภูวดลส่งจานผักให้ ภูวดลแกล้งทำผักหกใส่ตัวพิทยา จันทร์จำนงเรียกนวลให้เอามาใหม่ แต่นวลไม่อยู่จึงชวนสุอาภาไปเอาด้วยกัน เจตนาให้พิทยากับภูวดลอยู่ด้วยกัน เผื่อบรรยากาศจะดีขึ้นบ้าง

แต่พออยู่ด้วยกัน บรรยากาศยิ่งตึงเครียด ภูวดลเปิดฉากเล่นงานพิทยาได้อย่างสะดวกสบาย ถามหาเรื่องว่า

“ที่แกกลับมาเข้าใกล้ย่าฉันอีก แกต้องการอะไร ทรัพย์สมบัติ เงินทอง หรือการได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหลานชายอีกคนของคุณนายจันทร์จำนง” พิทยาบอกว่าตนไม่ต้องการอะไรจากคุณนายทั้งสิ้น ภูวดลพาลอีกว่า “หรือว่าแกต้องการแก้แค้นที่ฉันจะได้แต่งงานกับคุณรวี”

“ผมไม่เคยคิดแค้นคุณ....และถ้าเป็นไปได้ผมก็ไม่อยากเกี่ยวข้องกับครอบครัวของคุณด้วยซ้ำ”

“งั้นก็ไปซะ ไปจากที่นี่แล้วก็ไม่ต้องมายุ่งกับย่าของฉันอีก!”

จันทร์จำนงเข้ามาได้ยินพอดี ปรามภูวดลว่าทำไมพูดกับพี่เขาอย่างนี้ ภูวดลหันไปเสียงแข็งว่า

“เมื่อไหร่คุณย่าจะเลิกบอกว่ามันเป็นพี่ผมเสียที ผมกับไอ้เด็กกำพร้านี่ไม่ได้เป็นอะไรกัน”

สุอาภาทนไม่ได้โต้เถียงกับภูวดลแทนพิทยา จนภูวดลสะอึกเข้ามาจะเอาเรื่อง พิทยาเข้าไปขวางปรามว่าอย่าทำอะไรเธออีกเป็นครั้งที่สอง แล้วเขาก็หันไปทางจันทร์จำนง

“ผมขอโทษนะครับคุณนาย ผมคงอยู่ทานข้าวกับคุณนายไม่ได้ ผมลาล่ะครับ” เขาไหว้ลาแล้วจูงมือสุอาภาออกไป ถามเธอว่า “ที่คุณขอมากับผมเพราะคุณรู้ว่านายภูวดลจะมาใช่ไหม”

“ใช่...คุณนายขอให้ฉันช่วยทำให้นายกับภูวดลคืนดีกัน ฉันรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่คุณนายก็ยังดื้อ”

“ขอบคุณมากนะครับคุณแต ขอบคุณจริงๆที่อยู่เคียงข้างผม”

ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความรู้สึกดีๆ...

ooooooo

ส่วนภูวดลยังโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยงจะตามออกไปเอาเรื่อง ถูกจันทร์จำนงสั่งให้หยุด ถามว่า ทำไมถึงยังไม่เชื่อว่าพิทยาเป็นพี่ชายของตัวเอง ทั้งที่ตนมั่นใจว่าพิทยาเป็นลูกของภาสันต์ แล้วหว่านล้อมหมายให้ภูวดลอ่อนข้อลงว่า

“พิทเป็นคนดี ย่าอยากให้พ่อดลเปิดใจกว้างยอมรับพิทสักครั้ง ถ้าลูกได้รู้จักตัวตนของเขา ลูกจะรู้ว่าย่าพูดไม่ผิด”

แทนที่ภูวดลจะอ่อนข้อลงกลับหาว่าพิทยาสร้างภาพหลอกคุณย่าและคุณย่าก็หลงเชื่อ เพราะอายุมากจนแยกแยะความจริงกับความหลอกลวงไม่ออก ทั้งยังพูดอย่างยโสโอหังว่า

“ถึงมันจะใช่หรือไม่ใช่ลูกของพ่อ ผมก็ไม่มีทางยอมรับมัน ผมไม่มีทางยอมมีสายเลือดเดียวกับมันครับคุณย่า คุณย่าได้ยินชัดไหมครับว่า ผมเกลียดมัน!!”

เมื่อภาสันต์รู้เรื่องนี้ ก็ด่าภูวดลว่าทำไมถึงโง่อย่างนี้ เพราะเห็นอยู่แล้วว่าคุณย่าพยายามจะดึงพิทยาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ถ้าเกิดคุณย่าไม่พอใจแล้วยกที่ดินตรงนั้นให้พิทยาไป ก็บรรลัยกันหมดเท่านั้น

ภูวดลหน้าจ๋อยถามศรีพิไลว่าตนจะทำยังไงดี...ผู้เป็นแม่ก็ได้แต่ปลอบให้ใจเย็นๆค่อยๆคิด...

หลังจากนั้น เขาไปกราบขอโทษย่า จันทร์จำนงให้ไปขอโทษพิทยาให้รู้ว่าจริงๆแล้วไม่ได้ติดใจอะไรกัน

ooooooo

รวีพรรณไม่ยอมหยุดที่จะทำให้พิทยากับสุอาภาแตกกัน เมื่อพลาดจากคราวที่แล้วก็เปลี่ยนแผนใหม่ ขอร้องสุอาภาให้ไปช่วยหาซื้อของตกแต่งร้าน ด้วยความมีน้ำใจ สุอาภาพาซื่อไปช่วยหาซื้อของให้

ที่แท้รวีพรรณวางแผนทำทีไปพบเพื่อนชวนไปผับต่อ รวีพรรณทำเป็นลำบากใจขอให้สุอาภาไปเป็นเพื่อน เธอจึงโทร.เข้ามือถือพิทยาเพื่อบอกว่าคืนนี้จะไปกับรวีพรรณอาจกลับดึกไม่ต้องเป็นห่วง แต่พิทยาไม่ได้ยินจึงไม่ได้รับสาย

รวีพรรณกับเพื่อนวางแผนทั้งมอมเหล้าและวางยาสุอาภาจนคึก ออกไปเต้นสุดเหวี่ยงกับบรรดาหนุ่มๆที่ถูกจ้างให้มารุมล้อม รวีพรรณโทร.ไปบอกพิทยา เขารีบมาที่ผับ เจอสุอาภากำลังคึกเต็มที่ เขาโกรธมากกรากไปลากเธอให้กลับบ้าน

“คุณแตเธอดื่มหนักมากค่ะ รวีพยายามห้ามคุณแตไม่ให้ออกไปเต้นกับผู้ชายพวกนั้น แต่คุณแตไม่ฟัง รวีขอโทษนะคะ” รวีพรรณทำเป็นตีหน้าเศร้า แล้วเข้าไปช่วยดึงสุอาภาออกไปส่งที่รถ

มาถึงรถแล้ว รวีพรรณยังเล่นละครต่อ ขอโทษพิทยาที่ตนชวนสุอาภามาเที่ยว ทำเป็นทึ่งว่า

“รวีไม่นึกว่าพอแอลกอฮอล์เข้าปากคุณแต จะทำให้เธอใจกล้าบ้าบิ่นได้ขนาดนั้น เหล้านี่มันทำให้คนขาดสติได้จริงๆ นี่ถ้าพิทมาไม่ทัน รวีไม่อยากจะคิดเลยว่า คุณแตกับผู้ชายพวกนั้นจะไปถึงไหนต่อไหน”

พิทยายิ่งฟังก็ยิ่งโมโหหึง ขอบใจรวีพรรณแล้วพาสุอาภากลับไป

ooooooo

คราวนี้ แผนของรวีพรรณได้ผล เพราะสุอาภาจำอะไรเมื่อคืนไม่ได้เลย เมื่อถูกพิทยาตำหนิ เธอโต้ว่าไม่จริง ก็ถูกหาว่าโกหก ตัดพ้อว่า ไหนสัญญาว่าจะไม่โกหกกันไง

เมื่อพูดกันไม่รู้เรื่อง สุอาภาโมโหจะออกจากบ้าน ก็พอดีบวรโทร.มาชวนไปออกรอบด้วยกัน สุอาภาสวนไปทันทีว่าตนไม่ไป พิทยาได้ทีขู่ว่า

“หยุดนะคุณแต อย่าให้คุณอารู้ว่าเราทะเลาะกัน ผมไม่อยากเห็นคุณอาทรุดลงไปอีก”

ได้ผล...เธอยอมไปออกรอบด้วย แต่ยังทำหน้าบึ้งตึงตะบึงตะบอนใส่ จนพิทยาต้องขู่อีกครั้งว่า

“อยากให้คุณอา พี่ใหญ่ พี่ต่ายรู้เหรอว่าเรากำลังมีปัญหากัน”

ที่สนามกอล์ฟนี่เอง สุอาภาเจอกับทัศน์ ชายหนุ่มเดินมาทักว่าดีใจจังที่เจอกัน นึกว่าเธอเปลี่ยนสนามไปแล้วเสียอีก

ทั้งสองคุยกันอย่างคุ้นเคย พิทยารีบเดินเข้ามาแสดงตัวให้รู้ว่าตนคือสามีของเธอ ทัศน์ขอโทษไม่รู้ว่าเธอแต่งงานแล้ว เพราะไม่เห็นสวมแหวนแต่งงานแล้วขอตัวไป

และที่สนามกอล์ฟนี่เอง ลูกนัทออแกไนเซอร์ตัวแม่มาเจอสุอาภา เธอดีใจมาก ชวนไปงาน “แชริตี้ฟอร์ไชลด์” ที่จัดทุกปี แต่ปีนี้จัดในคอนเซปต์เป็นธีมคู่รัก “พลังแห่งรักเพื่อเด็กไร้บ้าน” โดยจะรวบรวมคู่รักเซเลบทั่วฟ้าเมืองไทยมางานนี้โดยเฉพาะเลย สุอาภาทำท่าจะปฏิเสธ แต่พิทยาชิงตอบรับเสียก่อน

สุอาภาไม่พอใจที่มาตัดสินใจแทนตน พิทยา

บอกว่าเมื่อเธอออกสังคมตนก็ต้องไปด้วยประสาสามีที่ดี เขาขอโทษที่พูดจาดูถูกเธอ สัญญาว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีก แล้วเขาก็พาเธอไปซื้อแหวนเพชรวงน่ารักสวมให้ที่นิ้วนางเธอ พูดหยอกว่า

“มีแหวนติดนิ้วคนจะได้รู้ว่าคุณมีเจ้าของแล้ว จะได้ไม่มีใครหน้าไหนมายุ่งกับคุณอีก”

ซื้อ สวมแหวนให้แล้วกำชับว่า “ห้ามถอดเด็ดขาดนะ”

สุอาภาดูแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายอย่างสุขใจ ความโกรธหายเป็นปลิดทิ้งเหลือแต่ความรู้สึกดีๆกลับคืนมา...

ooooooo

เพื่อเอาใจรวีพรรณ ศรีพิไลเอาแหวนเพชรที่ ตกทอดกันมาแต่คุณทวดให้รวีพรรณสวมดู ภูวดลทักท้วงว่าแหวนสำคัญนี้ต้องให้ว่าที่เจ้าบ่าวสวมให้ถึงจะถูก ทั้งศรีพิไลและรมณีต่างดี๊ด๊าเห็นด้วย

หลังจากภูวดลสวมแหวนให้แล้วปรากฏว่าหลวมไป ศรีพิไลจะเอาไปแก้ไขให้ พอดีคุณแต๋มโทร.เข้ามือถือ ศรีพิไลรับสาย ภูวดลเอ่ยกับรมณีขอพารวีพรรณไปทานอาหารข้างนอก รมณีไม่ขัดข้องแต่รวีพรรณสวนไปทันทีว่าตนติดธุระ

ศรีพิไลพูดโทรศัพท์เสร็จพอดี รีบพูดแก้สถานการณ์ว่า

“ไม่เป็นไรจ้ะ ถ้าหนูรวีไม่ว่าง ครั้งนี้ป้ายอมให้ปฏิเสธได้ แต่หนูห้ามปฏิเสธเรื่องที่ป้าจะขอให้ช่วยนะ”

งานที่ศรีพิไลขอให้ช่วยคือ ให้เธอไปเดินแบบคู่กับภูวดลในงานแชริตี้ฟอร์ไชลด์นั่นเอง

รมณีดีใจที่รวีพรรณยอมไปเดินแบบการกุศล แต่หารู้ไม่ว่าเธอมีแผนบางอย่างอยู่ในใจ ส่วนภูวดลหงุดหงิดบ่นแม่ไปตลอดทางว่า “ทั้งงานมีแต่พวกชอบสาระแนเรื่องชาวบ้าน เฟค เสียเวลา” ซ้ำบอกว่าที่เธอรับไปงานนี้คงมีแผนอะไรมากกว่า

ส่วนศรีพิไลก็บ่นว่างานนี้อะไรๆก็ดี เสียแต่ว่าไปเชิญคุณหนูใจแตกกับสามีรากหญ้าไปด้วย ภูวดลฟังแล้วแววตามีเล่ห์เหลี่ยมรู้ทันขึ้นมา

ขณะซ้อมเดินแบบ รวีพรรณท่าทางเซ็งๆ ถูกภูวดลกัดกรามกระซิบว่าอยู่ต่อหน้าคนอื่นให้ทำตัวน่ารักหน่อย เมื่อเธอยังทำไม่ได้ดั่งใจก็กระชากเข้าไปทำเป็นโอบไหล่

รวีีพรรณขืนตัวรังเกียจ เขาก็ยิ่งแกล้งกระทั่งขู่จะจูบโชว์ แล้วก้มลงมา รวีพรรณตกใจรีบฉีกยิ้ม ภูวดลเลยหยุดแค่นั้น

ทันใดนั้น ทีมงานหันมองด้านหลังกันเป็นตาเดียว ภูวดลกับรวีพรรณมองตามว่าเกิดอะไรขึ้น จึงเห็นพิทยากับสุอาภาเดินควงกันมาอย่างสง่างาม ลูกนัทรีบไปต้อนรับ พิทยาแปลกใจที่เห็นรวีพรรณมางานนี้ด้วย ภูวดลรีบตอบแทนเจ้าตัวว่า

“รวีเขาอยากมาเซอร์ไพรส์ พอรู้ว่าแกกับคุณ

สุอาภามา เขาก็รีบตกลงมางานเลยนะ ผมเองก็ไม่อยากขัดใจ ในเมื่อคู่หมั้นอยากจะเปิดตัวคู่เราทั้งที” ไม่พูดเปล่ายังฉวยโอกาสลูบไล้ไหล่รวีพรรณด้วย พิทยาไม่พอใจเตือนว่ากรุณาสุภาพด้วย

“นายไม่รู้หรอกว่ารวีกับฉัน คิดลึกซึ้งแนบชิดกันแค่ไหน”

สุอาภาทนไม่ได้ตามเคย ออกโรงโต้ภูวดลจนถูกเขาพูดใส่หน้าว่า “ไม่ใช่เรื่องของเธอ”

ooooooo

ขณะงานเดินแบบกำลังจะเริ่มนั่นเอง รวีพรรณแกล้งเอาเข็มแทงมือตัวเอง สุอาภาเห็นเธอบาดเจ็บจึงพาไปทำแผลที่ห้องน้ำ รวีพรรณทำเป็นกลัวแผล ติดเชื้อ สุอาภาจึงไปหายาฆ่าเชื้อ รวีพรรณพาไปเอาที่ห้องเก็บของแล้วโทร.หลอกให้ภูวดลมาหาที่นั่น พอภูวดลมา เธอปิดประตูขังทั้งสองคนไว้ในห้องด้วยกัน

ทีมงานปั่นป่วนทันทีเมื่อรวีพรรณทำหน้าซื่อบอกว่าภูวดลมีธุระขอตัวกลับไปก่อนตนห้ามไม่ทัน แย่กว่านั้นคือสุอาภาก็หายไปด้วย เธอทำเป็นร้อนใจแต่ใส่ไฟว่า

“รวีขอให้คุณแตไปเอายามาใส่แผลให้ แต่ก็น่าแปลก ที่คุณแตหายไปพร้อมกับภูวดล”

ดีไซเนอร์ว้าวุ่นใจมากเพราะคนใส่ชุดฟินาเล

เดินคู่กับพิทยาหายไป ทีมงานช่วยกันตามหาจนทั่วก็ไม่เจอ ดีไซเนอร์หันมองหน้านัท พลันก็ฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้

รวีพรรณขอโทษพิทยาที่ตนเป็นต้นเหตุให้สุอาภาหายไป ดีไซเนอร์ยืนอยู่ข้างๆ พูดขึ้นอย่างเบาใจว่า

“ก็ดีกว่าโชว์หายไปอีกชุด โชคช่วยนะ ชุดของคุณรวีดีไซน์ไม่โดดกับชุดของคุณพิทยาเท่าไหร่ เฮ้อ...ถือว่าเรียกกระแสก็แล้วกัน!”

พิทยายืนกระวนกระวายด้วยความเป็นห่วงสุอาภา ส่วนรวีพรรณยืนมองไปเห็นเวทีอยู่ข้างหน้าอีกเพียงไม่กี่ก้าว ก็แอบยิ้มโล่งใจ

ooooooo

ภูวดลกับสุอาภาถูกขังอยู่ในห้องเก็บของ พยายามตะโกนขอความช่วยเหลือก็ไม่มีใครได้ยินเพราะเสียงข้างนอกอึกทึกมาก แล้วทั้งสองก็ดีใจเมื่อมีเสียงกริ๊กที่ประตู

พอประตูเปิดออก ทั้งสองผงะตกใจเมื่อกลายเป็นนักข่าวออกันเต็ม ถ่ายรูปกันจนแสบตา แล้ววิ่งกลับไป

“เขาถ่ายรูปไปทำไม” สุอาภาถามงงๆ ภูวดลก็นิ่วหน้าสงสัย

ส่วนที่แคตวอล์ก พิทยาเดินแบบคู่กับรวีพรรณท่ามกลางสายตาที่มองอย่างประหลาดใจของแขกในงาน สุอาภากับภูวดลออกมาเห็นพอดี ทั้งสองมองอึ้ง

รวีพรรณเห็นทั้งสองออกมาได้ ก็รู้ว่าแผนของตนสำเร็จแล้ว เธอเล่นบทต่อไป แกล้งทำเป็นสะดุดจะล้ม พิทยาต้องรีบโอบเอวเธอไว้ เธอฉวยโอกาสโน้มหน้าเข้าหากัน ทุกคนอ้าปากค้างกับภาพที่ปรากฏ นักข่าวกดชัตเตอร์กันมือเป็นระวิง

“บัดสีบัดเถลิง แล้วนี่พ่อดลของฉันไปไหน” ศรีพิไลหัวเสีย แต่พอหันมองรมณีปรากฏว่าเป็นลมไปแล้ว...

ที่หลังเวที ทันทีที่เข้ามาพิทยารีบเดินไปหาสุอาภาถามว่าหายไปไหนมา ตนเป็นห่วงมากรู้ไหม ภูวดลบอกว่าไม่รู้ไอ้บ้าที่ไหนขังตนกับสุอาภาไว้ในห้องเก็บของ ส่วนรวีพรรณก็ดราม่าตามเคย ตำหนิตัวเองที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ เลยทำให้สุอาภาอดเดินแบบกับพิทยาไปด้วย

นพโล่งใจที่สุอาภากลับมา เร่งว่าเสร็จงานแล้วก็เปลี่ยนเสื้อผ้าจะได้กลับบ้านกัน พวกตนจะไปรอข้างนอก

ภูวดลปราดเข้าไปถามรวีพรรณ “คุณคิดจะทำอะไรกันแน่!!”

“รอให้ถึงพรุ่งนี้ คุณก็จะรู้เอง” รวีพรรณตอบอย่างสะใจแล้วเดินเชิดไป

ooooooo

รุ่งขึ้น ภาพข่าวสุอาภากับภูวดลในห้องเก็บของก็ฉาวโฉ่พร้อมคำบรรยายที่แคะคุ้ยทั้งสองอย่างเจ็บแสบ ต่ายกับบวรเห็นแล้วต่างรู้ว่าจะให้นพรู้ไม่ได้ บวรเป็นห่วงความรู้สึกของน้องโทร.ไปบอกพิทยา เขาบอกว่าตนรู้แล้วแต่จะไม่บอกสุอาภา

แต่สุอาภามาได้ยินเสียก่อน คาดคั้นถามเขาว่าปกปิดอะไรตน ทั้งเคี่ยวเข็ญข่มขู่จนได้ดูข่าวตัวเองจากไอแพด เธอตกใจมากบอกพิทยาว่าตนไม่ได้ทำแบบในข่าว

“ผมเชื่อคุณ ผมรู้ว่าคุณไม่ได้ทำและจะไม่มีวันทำแบบนั้น ทุกอย่างที่เกิดขึ้นต้องเป็นฝีมือของนายภูวดล”

สุอาภาเข้าใจไม่ได้ว่าทำไมภูวดลจึงจ้องเล่นงานตน พิทยาบอกว่าอาจเป็นเพราะตนที่ทำให้เธอต้องเจอเรื่องแบบนี้

“ผมจะไม่ยอมให้คุณต้องมารับเคราะห์หรือถูกกระทำจากนายนั่นอีก” สุอาภาตกใจถามว่าเขาจะทำอะไร “ไปทำทุกอย่างให้มันจบ” ว่าแล้วลุกขึ้นจะออกไป

สุอาภารีบจับแขนเขาไว้ บอกว่าตนไม่เป็นไร ขอเขาว่า “ถ้านายต้องเดือดร้อนเพราะฉัน ฉันจะไม่ให้อภัยตัวเองเด็ดขาด สัญญากับฉันว่านายจะไม่เอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับคนชั่วแบบนายภูวดล มันไม่คุ้มกัน คนดีอย่างนายไม่สมควรจะเป็นอะไร”

“ผมสัญญา” พิทยากุมมือเธอไว้ สุอาภาดีใจมาก โผกอดเขาอย่างลืมตัว พอนึกได้ก็ผละออกบอกเขินๆ

“ฉัน...เออ...ฉัน...ไปห้องน้ำก่อนนะ”

พูดแล้วเดินอ้าวออกไปเลย พิทยามองตามยิ้มๆ ทั้งปลื้มใจในความห่วงใยของเธอและเอ็นดูอาการเขินที่น่ารัก...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

รหัสริษยา EP.5 ศิวา ไม่อยากแต่งงานกับจันทร์แจรง เลยขอร้องให้ พาไล ช่วย

รหัสริษยา EP.5 ศิวา ไม่อยากแต่งงานกับจันทร์แจรง เลยขอร้องให้ พาไล ช่วย
29 พ.ย. 2563

08:50 น.

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2563 เวลา 16:47 น.