ข่าว

วิดีโอ



แรงปรารถนา

อ่านเรื่องย่อ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

พิทยาถูกมัดทิ้งไว้ในโกดังร้าง เขาพยายามแก้เชือกที่มัดจนหลุด กระเสือกกระสนออกมาถึงหน้าโกดังก็หมดสติ โชคดีที่มีคนงานมาพบและช่วยพาส่งโรงพยาบาล

บวรได้ข่าวจากโรงพยาบาล ทุกคนในครอบครัวรีบไปเยี่ยมเขา ออกันอยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยความเป็นห่วง

“อาการหนักขนาดนี้เลยเหรอ...มันเกิดอะไรขึ้น” สุอาภาหน้าเสีย บวรเองก็ยังไม่รู้ ทุกคนจึงได้แต่เฝ้ารออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน

เวลาเดียวกัน ภูวดลที่ถูกรวีพรรณแทงที่ท้องก็ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ศรีพิไลโกรธมากขู่รวีพรรณว่าถ้าลูกตนเป็นไรไปจะเอาเรื่องถึงที่สุด รมณีตอบโต้อย่างทนไม่ได้ว่า

“หยุดนะศรีพิไล เรื่องนี้ลูกฉันทำถูกแล้ว ลูกชายเธอต่างหากที่ทำผิด...สมควรจะโดนมากกว่านี้ด้วยซ้ำ”

กลายเป็นพ่อแม่ของสองฝ่ายทะเลาะกันลั่นโรงพยาบาล จนพยาบาลต้องมาเตือนว่าอย่าเสียงดังในโรงพยาบาล สองฝ่ายจึงลดเสียงลงแต่ยังทะเลาะกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

“หลานฉันอยู่ที่ไหน พ่อดลเป็นยังไงบ้าง” เสียงจันทร์จำนงถามพลางเดินเข้ามาอย่างรีบร้อน

พอดีหมอออกมาบอกว่าภูวดลปลอดภัยแล้ว ทุกคนโล่งใจ จันทร์จำนงถามว่าบอกได้หรือยังว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกสายตาหันมองไปที่รวีพรรณทันที

ฟังรวีพรรณแล้ว ศรีพิไลรับไม่ได้หาว่ารวีพรรณโกหก ทั้งเรื่องที่ภูวดลทำกับรพีวรรณและทำกับพิทยา ขู่จะแจ้งตำรวจจับเธอ รวีพรรณท้าว่า

“คุณอยากทำอย่างนั้นก็เชิญ ถ้าอย่างนั้น” เธอเอามือถือขึ้นมาเปิดคลิปให้ดูขู่ว่า “ฉันก็เอานี่ให้ตำรวจดู”

ภาสันต์เห็นคลิปแล้วฉุนขาด ด่าลูกชาย “โธ่เว้ย!! ไอ้ลูกโง่”

ส่วนจันทร์จำนง เมื่อรู้ข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องร้ายแรง จึงไม่ซักถามอะไรอีก

นพเห็นพิทยาบาดเจ็บหนักยังนอนไม่ได้สติ เขาพูดกับลูกๆว่า

“ป๋าจะไม่มีวันปล่อยมันไปอีกแล้ว!”

สุอาภาอาสาคืนนี้จะอยู่เฝ้าพิทยาเอง เมื่อนพกับพี่ๆกลับไปแล้ว เธอเข้าไปนั่งข้างเตียง กุมมือพิทยาพึมพำ...

“ถ้านายฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่ ฉันจะพูดความจริงกับนาย ฉันจะไม่ฝืนความรู้สึกของตัวเองอีก เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้มันทำให้ฉันรู้ว่า ฉันรักนายมากขนาดไหน” เธอประคอง มือเขาขึ้นแนบแก้ม มองเขาด้วยความรักหมดหัวใจ...

ooooooo

ภาสันต์ช็อก เพราะเมื่อกลับถึงบ้าน จันทร์จำนงบอกว่าจะไม่ยกที่ดินให้ภูวดลแล้ว ทั้งยังพูดอย่างเด็ด เดี่ยวว่า

“ฉันรู้สึกว่าตัวเองพลาดไปจริงๆที่ให้อะไรหลานอย่างไม่รอบคอบ ทำให้เกิดเรื่องอุบาทว์เลวร้ายแบบนี้ขึ้น...พอกันที ไม่มีการแต่งงานเพื่อหวังที่ดินผืนนี้อีก”

ศรีพิไลถามว่าแล้วจะให้ทำอย่างไรเพราะโครงการเริ่มแล้ว ภาสันต์ก็โอดครวญว่าตนต้องล้มละลายแน่ๆ แค่เรื่องที่ภูวดลไปก่อไว้ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะทำยังไง อ้อนวอนแม่ให้เห็นใจด้วย ไม่อย่างนั้นตนตายแน่ๆ

“แกยังไม่ตายหรอก ยังไงแกก็ได้ชื่อว่าเป็นลูกฉัน โครงการที่เริ่มไปแล้วก็ให้ดำเนินการต่อ แต่ฉันจะแต่งตั้งผู้จัดการขึ้นมาดูแลโครงการแทนฉัน”

“ขอบคุณนะคะ ที่คุณแม่ยังให้โอกาสพ่อดล” ศรีพิไลรีบตีขลุม แต่แล้วก็ชะงักหน้าเสียทั้งผัวทั้งเมีย เมื่อ จันทร์จำนงถามว่า ใครบอกว่าจะยกหน้าที่นี้ให้ภูวดลในเมื่อตนเพิ่งยึดสมบัติคืนมาหยกๆ

“แล้ว...แล้วคุณแม่จะให้ใครมาเป็นผู้จัดการที่ดินนี้แทนล่ะครับ” ภาสันต์ถามหน้าเผือด

ภูวดลรับไม่ได้เมื่อภาสันต์ไปเล่าให้ฟังที่โรง– พยาบาลว่าคุณย่าจะยกที่ดินผืนนั้นให้พิทยา เล่าแล้วด่าลูกชายว่าเพราะความโง่ของเขาทำให้ตนต้องสูญเสียทุกอย่างไป

“พ่อก็ดีแต่โทษว่าเป็นความผิดของผม!!” ภูวดลฉุนขาดขึ้นเสียงทั้งที่ยังนอนหน้าซีดอยู่บนเตียง แล้วระบายอย่างอัดอั้น “ที่ผมต้องทำแบบนี้ก็เพราะพ่อคอยกดดัน คอยบีบบังคับให้ผมทำ พ่อไม่เคยเห็นผมเป็นลูก ไม่เคยทำอะไรเพื่อผม ทั้งๆที่ผมพยายามทำเพื่อพ่อทุกอย่าง...ผมอยากให้พ่อมีเวลาให้ผมเหมือนกับคนอื่นๆ แต่สิ่งที่พ่อทุ่มเทกลับเป็นเรื่องอื่น พ่อจะให้ความสำคัญกับผมไว้สุดท้ายเสมอ ผมอยากให้พ่อกอดผม อยากให้พ่อปลอบใจเวลาที่ผมสิ้นหวัง แต่ผมไม่เคยได้รับสิ่งเหล่านี้เลย”

ศรีพิไลฟังแล้วถึงกับร้องไห้ ส่วนภาสันต์อึ้ง...พูดอะไรไม่ออก

“ผมอยากรู้ว่าพ่อรักผมบ้างรึเปล่า...พ่อไม่เคยรักผมเลยใช่ไหม” อารมณ์รุนแรงทำให้ภูวดลเจ็บแผลขึ้นมา แต่เขาก็ยังย้ำถาม “ตอบผมมาสิครับพ่อ...ว่าพ่อรักผมบ้างไหม”

แล้วทุกคนก็ต้องตกใจ เมื่อตำรวจเปิดประตูเข้ามาแจ้งว่า

“มีคนแจ้งความดำเนินคดีกับคุณภูวดล เตชิต ข้อหาทำร้ายผู้อื่นโดยเจตนา”

ooooooo

ในห้องพักพิทยาที่โรงพยาบาล พอรู้สึกตัวขึ้นมา เขาดีใจจนบอกไม่ถูกเมื่อเห็นสุอาภาฟุบหลับอยู่ข้างเตียง เขาเรียกเธอเบาๆ เธอตื่นเห็นเขาฟื้นก็รีบออกไปตามหมอ และโทร.บอกพราวพิไลด้วยความตื่นเต้นดีใจว่าพิทยาฟื้นแล้ว

ขณะเธอออกไปนั่นเอง รวีพรรณเดินสวนเข้าไปในห้องพักของภูวดล ต่างไม่เห็นกัน เมื่อเธอกลับมาเห็นรวีพรรณนั่งกุมมือพิทยาอยู่ ถึงกับชะงักใจหาย หยุดอยู่แค่หน้าห้อง แอบฟังใจร้อนผ่าวๆ

รวีพรรณขอโทษพิทยาที่เพิ่งมาเยี่ยมเพราะเพิ่งรู้ พิทยาเห็นเธอมีรอยช้ำถามว่าถูกภูวดลทำร้ายใช่ไหม เธอเล่าอย่างสะใจว่าตนต่างหากที่ทำร้ายภูวดลจนต้องเข้าโรงพยาบาล บอกเขาว่าตนไม่เป็นไรและถ้าเกิดอะไรขึ้นก็ยอมรับได้ทุกอย่าง

“ถ้าเป็นแบบนี้ก็แสดงว่ารวีก็ไม่ต้องแต่งงานกับนายภูวดลแล้ว” เธอบอกว่าพ่อกับแม่เข้าใจตนและตนก็ไม่ต้องแต่งงานกับภูวดลแล้ว พิทยาพูดอย่างมีน้ำใจว่า “ถ้ารวีมีอะไรที่อยากให้ผมช่วย ก็บอกมาได้เลยนะครับ”

รวีพรรณกุมมือพิทยาขึ้นแนบแก้มอย่างตื้นตันใจในความปรารถนาดีของเขา สุอาภาทนดูไม่ได้หันหลังเดินออกไปจึงไม่ได้ยินการพูดคุยกันของทั้งสองอีก...

รวีพรรณเสนอพิทยาว่า เมื่อตนไม่ต้องแต่งงานกับภูวดลแล้วเราก็มาเริ่มต้นกันใหม่ได้

“ผมขอโทษนะรวี แต่คนที่ผมรักคือคุณแต ตั้งแต่เกิดเรื่อง...แล้วต้องแยกกัน มันทำให้ผมรู้ว่าคนที่ผมรักมาตลอดคือคุณแต แต่ผมรู้ตัวว่าผมไม่คู่ควรกับเขา ผมถึงพยายามตัดใจ แต่...ผมไม่เคยลืมคุณแตได้เลย”

รวีพรรณแทบหมดแรงไปตรงนั้น แต่พยายามรวบรวมสติติงว่า “แต่คุณแตไม่ได้รักพิท...”

“ไม่เป็นไร ขอแค่ผมได้รักเขาก็พอ ผมขอโทษนะรวี ขอโทษที่หลายปีมานี้ ผมปิดโอกาสทำให้คุณไม่ได้เจอกับใคร ในเมื่อคุณไม่ต้องแต่งงานกับนายภูวดลแล้ว... คุณก็ควรจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ เปิดโอกาสให้ตัวเองได้เจอกับคนที่เขารักคุณจริงๆ”

รวีพรรณมองพิทยาอย่างผิดหวัง เจ็บปวด...แต่คนที่เจ็บปวดยิ่งกว่าคือสุอาภา เธอลงไปเดินข้างนอกด้วยหัวใจที่แตกสลาย...

ooooooo

เพราะกลัวภูวดลถูกดำเนินคดี ภาสันต์บากหน้าไปหาพิทยาที่ห้องพักในโรงพยาบาล ขอร้องเขาอย่าเอาเรื่องภูวดลได้ไหม ต่อรองว่าถ้าเขาไม่เอาเรื่องภูวดลจะให้ตนรับเขาเป็นลูกก็ได้

“ไม่ต้อง ผมไม่ต้องการ ไม่เคยต้องการให้คุณมารับเป็นพ่อ!”

“งั้น...งั้นเธออยากจะให้ฉันทำยังไงเธอถึงจะยอมไม่เอาเรื่องพ่อดล เธอเห็นใจเขาสักครั้งได้ไหม ตอนนี้เธอเองก็ได้ทุกอย่างไปหมดแล้ว คุณแม่ฉันยกแม้กระทั่งที่ดินผืนนี้ให้เธอ พวกฉันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว”

“ผมไม่ต้องการทั้งคุณ ทั้งที่ดินของคุณนายจันทร์-จำนง” พิทยาบอก ภาสันต์ยืนยันว่าคุณย่าจะคุยกับเขาหลังจากเขาหายป่วย พิทยาตัดบท “เรื่องนั้นผมจะคุยกับท่านเอง ตกลงคุณหมดเรื่องพูดแล้วใช่ไหม”

ภาสันต์ตัดพ้อว่าตนอุตส่าห์มาขอร้องขนาดนี้ยังจะใจดำไม่ช่วยเลยหรือ พิทยาถอนใจ บอกว่าเขาไม่ต้องพูดอะไรอีก ทำให้ภาสันต์คิดว่าสิ้นหวังแล้ว แต่พิทยาพูดต่ออีกว่า

“แลกกับการที่คุณไม่เอาเรื่องรวี ผมก็จะไม่เอาเรื่องนายภูวดล รวมถึงไม่เอาที่ดินนั้นด้วย”

“ขอบใจ...ขอบใจเธอมาก แล้วฉันก็ต้องขอโทษที่เคยดูถูกแม่ของเธอไว้ พิมสอนเธอมาได้ดีมากจริงๆ”

แม้พิทยาจะไม่พูดอะไร แต่ก็รู้สึกโล่งใจมองภาสันต์ที่เดินออกไปด้วยแววตาที่อ่อนลง

เมื่อศรีพิไลรู้เรื่องนี้ เธอดีใจมากถามภาสันต์ว่าไปพูดอย่างไรพิทยาถึงยอมถอนฟ้องและไม่เอาที่ดินด้วย ภาสันต์ละอายใจที่จะพูดความจริง บอกเธอว่าไม่ต้องรู้ว่าตนใช้วิธีไหน เอาเป็นว่าตอนนี้ทุกอย่างจบลงแล้วก็พอ เขาหันมองภูวดลแวบหนึ่งก่อนเดินออกไป ส่วนภูวดลพูดอะไรไม่ออก มองตามพ่อไปด้วยความตื้นตันใจ...

จากการยอมแลกของพิทยานี้ ทำให้รวีพรรณไม่ถูกฟ้อง รมณีดีใจมากที่ตำรวจโทร.แจ้งว่าฝ่ายภูวดลถอนฟ้องรวีพรรณแล้ว เธอบอกณรงค์และหันไปทางรวีพรรณ พูดด้วยความรักและรู้สึกผิดว่า

“แม่ขอโทษนะลูก ขอโทษสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่แม่ทำลงไป แม่ขอโทษที่แม่คิดถึงแต่ตัวเองโดยลืมนึกถึงจิตใจของลูก แม่ไม่เคยรู้เลยว่า ลูกต้องเผชิญหน้ากับความเลวร้ายเพียงลำพัง”

“พ่อเองก็ต้องขอโทษลูกเหมือนกัน ขอโทษที่เราไม่เคยเชื่อลูก แต่กลับไปเชื่อคนอื่น เราสองคนเกือบทำให้ตัวเองต้องสูญเสียลูกไปแล้ว”

“พ่อคะ...แม่คะ...รวีเองก็ต้องขอโทษพ่อกับแม่เหมือนกัน ที่รวีปล่อยให้อารมณ์มาอยู่เหนือสติ จนเกือบทำให้ทุกอย่างมันเลวร้ายจนยากที่จะแก้ไข ต่อจากวันนี้ รวีจะเป็นคนใหม่ จะเลิกเห็นแก่ตัว และจะทำเพื่อคนอื่นมากขึ้น ชีวิตของรวีไม่ต้องการใครอีกแล้ว รวีอยากจะอยู่ดูแลพ่อกับแม่ให้ดีที่สุด รวีรักพ่อกับแม่นะคะ”

สามพ่อแม่ลูกกอดกันด้วยความรักและเข้าใจกันอย่างซาบซึ้ง...

ooooooo

ครอบครัวนพยังเผชิญปัญหาไม่จบ สุอาภาหายจากโรงพยาบาลแต่ไม่กลับบ้าน เมื่อตามหาและถามพิทยา ก็ต้องตกใจเมื่อพิทยาบอกว่าเธอไม่ได้มาแต่โทร.มานัดวันหย่า

แต่พอกลับบ้านเจอสุอาภานั่งอ่านนิตยสารอยู่อย่างใจเย็น บวรโมโหเข้าไปกระชากนิตยสารออกถามว่า โทร.นัดหย่ากับพิทยาทำไม เธอทำหน้าซื่อตาใสบอกว่า ก็แค่ทำเรื่องต่อให้จบเท่านั้น เพราะจะช้าหรือเร็วมันก็ต้องเกิดขึ้น ตอนนี้รอให้พิทยาออกจากโรงพยาบาลก็จะหย่ากันทันที พูดแล้วลุกเดินไป บวรจะตามไปพูดให้รู้เรื่อง นพจับแขนไว้ติงว่า

“ปล่อยน้องไป...เรื่องนี้เป็นเรื่องของพิทกับแต ไม่มีใครช่วยได้ สองคนต้องจัดการแก้ปัญหานี้ด้วยตัวเอง”

วันต่อมา สุอาภานัดพบพราวพิไลเล่าการตัดสินใจหย่ากับพิทยาให้เพื่อนฟัง ถูกพราวพิไลบ่นว่า

“ฉันไม่เข้าใจแกจริงๆ ตอนแรกแกเหมือนจะเปลี่ยนใจไม่หย่า แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงจะหย่ากับคุณพิทอีก ทั้งๆที่แกก็ไม่ได้อยากหย่า แล้วแกหย่าทำไม?!  โอ๊ย...เข้าใจที่ฉันพูดไหมเนี่ย??”

“ตอนที่พิทอยู่โรงพยาบาล ฉันได้เห็นว่าเขารักผู้หญิงคนนั้นมากแค่ไหน และที่พิทเจ็บหนักก็เพื่อช่วยเขา เพราะฉะนั้นคนที่พิทต้องการคือคุณรวีไม่ใช่ฉัน! แล้วแกจะให้ฉันทนอยู่กับเขาต่อไปได้ยังไง...ต่อให้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน ฉันก็ไม่มีวันเป็นคนที่ใช่สำหรับพิท”

สุอาภาพูดอย่างเจ็บปวด ส่วนพราวพิไลฟังแล้วก็ได้แต่ถอนใจยาว...

การขอหย่าของสุอาภาครั้งนี้ ทำให้พิทยาสิ้นหวังจมอยู่กับความทุกข์ จนบวรมาหาที่บ้านพูดอย่างหงุดหงิดว่า ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงยอมหย่ากับสุอาภา พิทยาพูดอย่างท้อใจว่า บางทีการหย่าอาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเราสองคน

บวรถามอีกครั้งว่า เขารู้สึกอย่างไรกับน้องสาวตนกันแน่

“ความรู้สึกของผมไม่สำคัญเท่ากับความสุข และความเหมาะสมของคุณแต คุณแตควรได้เจอคนที่ดีและเพียบพร้อม” บวรแย้งว่าเขาตอบไม่ตรงคำถาม พิทยาตัดบทว่า “ไม่ว่าคำตอบของผมจะเป็นยังไง มันก็สายไปแล้วครับคุณใหญ่”

ooooooo

ภูวดลสำนึกผิด เขาไปกราบขอโทษคุณย่ากับการกระทำของตัวเองที่ผ่านมา จันทร์จำนงดีใจที่หลานรักคิดได้และกล้ายอมรับความผิด เขาโผเข้ากอดคุณย่าพูดทั้งนํ้าตา...

“ผมขอบคุณคุณย่ามากนะครับ ที่ให้โอกาสผมอีกครั้ง ผมรักคุณย่านะครับ คุณย่าเป็นยิ่งกว่าพ่อยิ่งกว่าแม่ของผม คุณย่าเป็นคนเดียวที่รักผมจริง”

“ใครว่าย่าเป็นคนเดียวที่รักเรา...พ่อ แม่ เขาก็รักเราเหมือนกัน จำไว้นะพ่อดลว่า ไม่มีใครที่รักและพร้อมให้อภัยเราเท่ากับคนในครอบครัวอีกแล้ว” จันทร์จำนงกอดหลานชายสุดที่รัก และรักที่สุดเมื่อเขาสำนึกผิดชอบชั่วดีในยามนี้...

ขณะนั้นเอง พิทยาเอาแบบห้องสมุดมาให้จันทร์จำนง เขาชะงักเมื่อเห็นภูวดลที่นี่ แม้ภูวดลจะบอกเขาว่าตนขอโทษ ทั้งคำพูดและการกระทำที่ตนผิดจริง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะอภัยให้เขาทุกเรื่อง ไม่ว่าอย่างไรตนก็ยังเป็นหลานเบอร์หนึ่งของคุณย่า เขาก็เป็นได้แค่หลานเบอร์สองเท่านั้น

“ผมรู้ดีว่าผมอยู่ในฐานะอะไร และขอให้คุณวางใจได้ว่าผมไม่เคยคิดเรียกร้องในการเป็นหลานคุณนายจันทร์จำนง คุณเป็นคนเดียวที่มีเลือดเนื้อเชื้อไขของท่าน ลาก่อนนะครับ” พิทยาเอ่ยด้วยนํ้าเสียงและแววตาที่อ่อนลง

“เดี๋ยว...อีกอย่าง...ขอบคุณที่ไม่เอาเรื่องฉัน”

“คนที่คุณต้องขอบคุณไม่ใช่ผม...”

นี่เอง ทำให้ภูวดลได้รู้ความจริงว่า ที่แท้ภาสันต์ยอมลดศักดิ์ศรีทิฐิของตัวเองไปขอร้องพิทยาไม่ให้เอาเรื่องเขา เมื่อกลับถึงบ้าน เขากราบขอโทษที่เคยพูดว่าพ่อไม่เคยทำอะไรเพื่อตนเลย ภาสันต์ที่ล้มป่วยเพราะสะเทือนใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น โอบประคองภูวดลขึ้นมา เอ่ยกับเขาอย่างที่ไม่เคยปฏิบัติและพูดกับลูกมาก่อนเลยในชีวิตว่า...

“ที่ผ่านมา ฉันอาจจะดุด่าแกมาตลอด แต่นั่นก็เพราะแกเป็นลูกชายคนเดียวของฉัน ฉันคาดหวังในตัวแกไว้มาก อยากให้แกได้ดี แต่บางทีฉันคงจะกดดันแกมากเกินไป ทุกอย่างมันถึงกลายเป็นแบบนี้” ภูวดลขอโทษที่ตนไม่เคยทำอะไรสำเร็จให้พ่อกับแม่ภูมิใจเลย “ช่างมันเถอะ อะไรที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป เรามาเริ่มต้นใหม่กันดีกว่า จำไว้นะภูวดล พ่อรักแกเสมอ”

“ครับพ่อ...ผมก็รักพ่อครับ” ภูวดลกอดพ่อไว้ดีใจอย่างที่สุด ที่ได้ยินคำที่โหยหามาทั้งชีวิตจากปากพ่อ...

ภูวดลตัดสินใจขอไปใช้ชีวิตด้วยตัวเอง แม้ภาสันต์และศรีพิไลจะอาลัยแต่ก็มั่นใจในความตั้งใจจริงของลูกว่าจะทำได้สำเร็จ ทั้งสองมองลูกด้วยความภูมิใจในเส้นทางชีวิตที่ลูกเลือกเดิน...

เมื่อชีวิตผ่านพ้นเมฆหมอกที่ทำให้หลงทางแล้ว รวีพรรณตัดสินใจจะไปทำร้านอาหารที่อังกฤษและพักผ่อนไปในตัวด้วย เธอไปลาพิทยาและรู้ว่าเขากำลังจะหย่ากับสุอาภา เธอตกใจถามว่า ได้บอกความรู้สึกของตัวเองกับสุอาภาหรือยัง

“บอกไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะคุณแตไม่ได้รักผม” พิทยาพูดอย่างสิ้นหวัง

“พิทรู้ได้ยังไง...อย่ามาคาดเดาเอาเองแบบนี้...เชื่อรวีเถอะนะ พิทยังมีโอกาสอย่าปล่อยให้โอกาสหลุดมือไป ไม่อย่างนั้นพิทอาจจะเสียใจไปจนชั่วชีวิต” รวีพรรณพูดจากหัวใจที่หลุดพ้นจากตัวเองแล้ว...

ก่อนออกเดินทาง รวีพรรณไปหาสุอาภาที่บ้าน ก่อนอื่น เธอขอโทษสุอาภาในทุกเรื่องที่ตนทำกับเธอ เพราะจิตถูกครอบงำด้วยทิฐิ ริษยา จึงพยายามสร้างความแตกแยกระหว่างเธอกับพิทยา ยกบทเรียนของตัวเองเป็นอุทาหรณ์แก่เธอว่า

“คุณไม่เชื่อคำพูดของฉันก็ไม่เป็นไร แต่ฉันอยากให้คุณเชื่อหัวใจของตัวเองเชื่อในความรักที่คุณกับพิทมีให้กัน...เลิกคิดเองเออเองเสียที มันไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเลย...ดูอย่างฉันสิคะ ฉันคิดเข้าข้างตัวเองตลอดมาว่าพิทรักฉัน ไม่ยอมเปิดใจรับรู้ความจริงว่าเขารักคุณ จนทำให้ฉันขาดสติทำอะไรผิดพลาดไปมาก แล้วสิ่งที่ฉันทำมันก็ทำร้ายทั้งคนที่ฉันรักและตัวฉันเอง ฉันไม่อยากให้คุณต้องเป็นแบบนั้นนะคะ”

“แล้วคุณมาบอกฉันทำไม”

“เพราะฉันทำผิดกับคุณสองคนเอาไว้มาก ถ้าคุณจะไม่ได้ลงเอยกันเพราะฉัน ฉันคงจะรู้สึกผิดไปจนชั่วชีวิต เชื่อฉันสักครั้งเถอะนะคะคุณแต เปลี่ยนใจตอนนี้ก็ยังทัน ให้โอกาสพิทได้พูดความในใจที่มีต่อคุณเถอะนะคะ”

เมื่อถึงวันเดินทาง รวีพรรณพบกับภูวดลที่สนามบินโดยบังเอิญ ทั้งสองต่างขอโทษอีกฝ่ายกับอดีตที่ผ่านมา และต่างขอให้อีกฝ่ายโชคดี ก่อนหันหลังเดินแยกไปคนละทาง

สองชีวิตอาจไม่บรรจบกันอีก แต่เป้าหมายชีวิตที่จะก้าวไปบนหนทางแห่งความดี อยู่บนเส้นทางเดียวกัน...

ooooooo

เมื่อถึงวันนัดหย่า สุอาภากับพิทยาไปพบกันที่ที่ว่าการอำเภอ พิทยาเป็นฝ่ายขอพูดบางอย่างกับเธออย่างเปิดใจ เขาพูดอย่างเห็นและเข้าใจสัจธรรมในชีวิตแล้วว่า

“หลังผ่านเหตุการณ์ที่ผมเกือบตาย ผมก็คิดได้ว่าชีวิตคนเราไม่แน่นอน จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ ผมก็เลยอยากจะพูดทุกอย่างกับคุณ ไม่อยากให้สิ่งที่อยู่ในใจต้องตายไปพร้อมกับผมแล้วจะไม่มีวันได้พูดมันออกมาอีก”

พิทยาเดินไปยืนข้างหลังเธอ ใกล้จนเธอรู้สึกได้ แต่ยังทำคอแข็งไม่หันมอง

“ผมขอโทษที่ทำร้ายจิตใจของคุณครั้งแล้วครั้งเล่า ผมเสียใจทุกครั้งที่ผมทำแบบนั้น” เธอถามเสียงปร่าว่า

แล้วมาบอกทำไม “เพราะว่าผมรักคุณ...ผม-รัก-คุณ รักจนไม่อยากที่จะรัก”

“เพราะอะไร”เสียงเธออ่อนประหม่า...

“เพราะผมรู้สึกตัวเองต่ำต้อย ไม่คู่ควรกับคุณหนูผู้สูงศักดิ์ แถมยังเป็นลูกสาวของผู้มีพระคุณของผม ผมหลงรักคุณมาตั้งแต่เด็ก หลงรักความน่ารักสดใส หลงรักความร้ายกาจ แต่ผมก็ไม่อยากคว้าดาวอย่างคุณให้ลงมาคลุกคลีกับธุลีดินอย่างผม ผมถึงต้องล็อกกุญแจปิดตายหัวใจของตัวเองที่มีแต่คุณอยู่ในนั้น โดยที่ไม่รู้เลยว่า มันทำร้ายหัวใจของคนที่ผมรักให้เจ็บปวดไปด้วย...”

สุอาภาน้ำตารื้นด้วยความตื้นตัน พิทยากุมมือเธอไว้แน่น ถามเบาๆแต่จากใจจริงและจริงจังว่า

“ผมบอกความในใจของผมให้คุณรู้หมดแล้ว แล้วคุณล่ะ คุณจะบอกผมได้หรือยังว่าคุณรู้สึกกับผมยังไง”

“ฉันเกลียดนาย...” สุอาภาเอ่ยเสียงสะท้านจนพิทยาหน้าเสีย แล้วเธอก็บรรยายความเกลียดนั้นว่า “ฉันเกลียดเวลาที่นายรู้ใจฉัน ฉันเกลียดเวลาที่นายพูดไม่ดีกับฉัน เกลียดเวลาที่นายมองฉันแบบนี้...แล้วฉันก็เกลียด...เกลียดที่ตัวเองรักนาย”

เมื่อต่างเปิดใจทำลายกำแพงที่กีดกั้นความรู้สึกแท้จริงต่อกัน ความรักที่มีต่อกันก็พรั่งพรูพราวพร่าง จนโลกทั้งโลกสดใสขึ้นในบัดดล...ความรัก...ความรู้สึกที่อ่อนหวาน นิยามที่ไร้ตัวตน...แต่มีพลังมหาศาลจับต้องได้เมื่อสำแดงรัก สามารถทำลายอุปสรรคที่แข็งแกร่งดั่งภูผาให้พังทลายลงได้ในพริบตา...และ...เมื่อความคิดหลุดพ้นจากกิเลส ตัณหา ริษยา อาฆาต ทุกคนจึงมีความสงบสุขในชีวิตอย่างยั่งยืน...

ooooooo

–อวสาน–


ละครแรงปรารถนา ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านแรงปรารถนา ติดตามแรงปรารถนา ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 28 ม.ค. 2556 08:32 2013-01-30T02:06:18+00:00 ไทยรัฐ