นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    กระจาดหลายใบ รวมทั้งภาชนะจักสานมากมายวางอยู่ ล้วนมีเมล็ดพันธุ์ที่ถูกเก็บรวบรวมมาใส่แยกชนิดกันไว้ แสน พิลาสินีและพุฒมองเมล็ดพันธุ์ที่พวกชาวบ้านช่วยกันหามาอย่างชื่นใจ ไม่คิดว่าจะได้มากมายขนาดนี้...อันยาหลบมายืนครุ่นคิดที่ธกฤตโทร.ย้ำ

    “ได้เวลาแล้วนะอันยา ลงมือตามแผนของคุณ เหนือเทพได้แล้ว”

    จากนั้นอันยาก็มาจดบันทึกตามคำของแสนว่า “เมล็ดพันธุ์ทุกอย่าง ทุกชนิดจะแบ่งไว้เป็นสามส่วนนะ อันยา ส่วนแรกจะเก็บไว้ที่นี่ เอาไว้เพาะทำพันธุ์ต่อ แล้วก็วิจัยเพิ่มเติม ซึ่งส่วนนี้แพมจะเป็นคนมารับช่วงไป...ส่วน ที่สองเก็บไว้ที่บริษัทเรา เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีเมล็ดพันธุ์สำรองอยู่...ส่วนที่สามจะแจกจ่ายให้ชุมชนอื่นๆที่สนใจ จะได้ขยายผลและสร้างค่านิยมให้คนหันกลับมากินผักพื้นบ้านกันมากขึ้น”

    อันยารับคำ มองเมล็ดพันธุ์เหล่านั้นด้วยหัวใจห่อเหี่ยว...เย็นวันนั้น อันยาเอาแฟ้มข้อมูลนี้มาให้คิมหันต์ทำบัญชีปลอมขึ้นใหม่ ทำตามลิสต์นี้แต่เปลี่ยนจำนวนแล้วลักลอบเอาเมล็ดพันธุ์มาให้แก่โกมล เขามองเมล็ดพันธุ์เหล่านี้แล้วกล่าวเหยียดหยาม นี่หรือขุมทรัพย์ที่แสนคุยนักคุยหนา อันยาโต้ มันไม่ต้องกรีดเลือดตัวเองซื้อ เหมือนของแพงๆที่มีคนเอามาขาย...คิมหันต์เกรงจะไปกันใหญ่รีบปรามอันยา โกมลแกล้งใช้เท้าเขี่ยเมล็ดพันธุ์เหล่านั้น อันยายิ่งเจ็บแค้น

    โกมลยังเยาะอย่างสาสมใจ “หึ พืชผักไม่มีพิษ แต่น่าเสียดายที่คนมันมีพิษ...ไม่ต้องห่วง เรื่องเรียบร้อยตามที่คุณเหนือเทพต้องการแน่ ทีนี้แหละ ไอ้แสน ชื่อของมันจะโดนคนที่หมู่บ้านนี้ ลบออกไปด้วยหัวแม่ตีน”

    แสนทำงานง่วนจนเย็นย่ำ พิสาสินีมาชวนกลับแต่เขาขอตัวอยู่ทานข้าวกับพุฒ พุฒรีบรับมุกว่าไม่ต้องห่วงจะจัดรถไปส่งแสนถึงที่พัก ท่าทางพิลาสินีผิดหวัง ต่อว่ากรายๆว่า พักหลังนี่เราเป็นแค่เพื่อนร่วมงานกันจริงๆแสน รู้ความหมายของเธอจึงไม่อยากให้บัวช้ำ น้ำขุ่น

    “เพราะอย่างงี้ไง ผมถึงได้ขอให้เพื่อนสนิท มาเป็นเพื่อนร่วมงาน ถึงไม่ได้เจอกันเวลาอื่นก็ยังได้ทำงานด้วยกัน”

    พิลาสินีฟังแล้วรู้ทันทีว่าเขากันเธอออกจากสถานะที่เธอแอบหวัง เดินกลับอย่างเคืองๆ...พุฒถามแสนทำไมไม่บอกไปตามตรงว่าที่อยู่เย็นเพราะจะเข้าไปขุดผักป่าหาสมุนไพรมาเพิ่มในโครงการ แสนตอบว่าตนไม่อยากให้เธอรู้สึกว่าไม่ได้มีส่วนร่วม จะชวนไปด้วยก็รู้ว่าเธอคงไม่ไหว มาลีชมว่าแสนไม่อยากทำอะไรเกินหน้าเพื่อนร่วมงานนี่เอง พุฒกลับเตือน

    “ใส่ใจเพื่อนร่วมงานมันก็ดีครับ แต่อย่าลืมใส่ใจเพื่อนร่วมใจบ้างนะครับ”

    ไม่ทันไร อันยาโทร.เข้ามา แสนมองหน้าจอยิ้มๆ พุฒแซว สงสัยเพื่อนร่วมใจโทร.มา...แสนเลี่ยงไปคุยถามอันยาว่า ลดาให้ตามเขาไปทานข้าวด้วยหรือ อันยาปฏิเสธ ตนโทร.มาเอง ใจจริงอันยาไม่สบายใจที่ต้องทำร้ายเขา แสนย้อนถาม ปกติเธอจะไม่โทร.หาเขานอกเวลางานเลย

    “ฉัน...เอ่อ ฉันได้ยินว่าคุณไม่ได้กลับมากับรถตู้ มีปัญหาอะไรรึเปล่าคะ”

    “คุยกันแค่สองคน อย่าเพิ่งบอกใครนะ ลุงพุฒกับสมาชิกโครงการจะพาผมลุยป่าไปหาสมุนไพรเพิ่ม ทุกคนกระตือรือร้นกับงานนี้มาก ผมคิดถูกจริงๆที่ทำโครงการ เมื่อก่อนเคยคิดหนักเลยว่า จะทำยังไงให้ชาวบ้านเป็น ทาสนายทุนน้อยลง ผมว่าเรามาถูกทาง คุณไม่ต้องห่วงนะ ไปกันหลายคน ถ้าพวกนั้นมาเล่นงานอีก อาจจะจับได้ คาหนังคาเขา”
    อันยากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เตือนเขาว่า ถ้าพรุ่งนี้เกิดอะไรขึ้น ขอให้เขาเข้มแข็งเอาไว้...แสนฟังไม่ถนัดถามเธอว่าอย่างไรนะ อันยาพูดไม่ออกตัดบทวางสายไป แสนยังอมยิ้ม พุฒแกล้งแซว สงสัยอิ่มจนเปิบข้าวไม่ลงแล้ว

    ooooooo

    วันต่อมา เพียงดาวหน้าเครียดมาตามอันยา อันยาใจหายคิดว่าเป็นเรื่องของแสน แต่ปรากฏว่าทั้งแสน พิลาสินี เอกชัยและเมขลา ล้อมวงกันดูคลิปที่มีคนส่งมา เป็นคลิปการพบปะกันของอันยา ธกฤตและเหนือเทพ พร้อมคำบรรยายที่เพียงดาวเป็นคนอ่านให้ฟัง

    “ผู้หญิงคนนี้ อันยา รักษ์เรืองรอง เป็นพนักงานของบริษัทไรท์เพอร์เซิ่ล บริษัทจัดหางานมีชื่อ แต่จงใจเข้ามารับตำแหน่งเลขานุการของด็อกเตอร์แสนซ้ำซ้อน เพื่อวัตถุประสงค์อื่น คนเพียงพอดีจะยังไว้ใจทาสของนายทุนหน้าเลือดอีกหรือ”

    อันยาแทบทรุดทั้งยืน เอกชัยกล่าวว่า มีคนใช้ชื่อนิรนาม ส่งคลิปนี้มายังอีเมล์กลางของบริษัท แล้วยังเอาไปแปะในเว็บไซต์ด้วย คนทั้งออฟฟิศคงได้เห็นกันหมดแล้ว เพียงดาวยืนยันว่าฝ่ายไอทีตรวจสอบแล้วไม่ใช่ภาพตัดต่อ เมขลานึกได้ว่าชื่อบริษัทนี้ที่เคยส่งซองเอกสารมาให้อันยา แล้วอันยาบอกว่า บริษัทนี้มาทาบทามเธอไปทำงานตำแหน่งอื่น

    “แต่ไม่ใช่ครั้งนี้แน่ ไม่มีทางที่ผู้บริหารระดับสูงของวิชั่นจะมาสัมภาษณ์ตำแหน่งเลขาด้วยตัวเอง เธอเกี่ยวข้องกับคนพวกนี้ยังไงกันแน่” พิลาสินีเค้นถาม

    อันยาช็อกคิดหาคำแก้ตัว ทั้งเพียงดาวและพิลาสินีข่มขู่จะจับอันยาส่งตำรวจ แสนแย้งว่าตนเห็นคลิปนี้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว มีคนส่งไปให้ แต่ตนไม่เชื่อว่าอันยาจะเป็นคนของบริษัทนั้น ตนเชื่อว่าอันยาต้องอธิบายได้ แต่พิลาสินีจะโทร.เช็กกับไรท์เพอร์เซิ่ล แสนว่าทางนั้นไม่มีวันยอมรับ

    “อันยาเป็นเลขาผม ผมจะคุยกับเธอเอง” แสนชนกับพิลาสินีเพื่อปกป้องอันยา

    แสนเข้ามาคุยกับอันยาในห้องทำงานตามลำพัง อันยาหวาดหวั่นแอบส่งข้อความหาคิมหันต์แล้วเอาเสื้อบังมือถือไว้ แสนให้เธออธิบายถึงคลิปนั้น เขาจับไหล่ปลอบไม่ต้องกลัว ขอแค่พูดความจริง อันยาประหลาดใจที่แสนไม่สงสัยตนเหมือนคนอื่นๆ

    “ใครที่เขาใส่ร้ายคุณแบบนี้ แย่มาก...ผมรู้นะอันยา ว่าคุณไม่ใช่คนแบบนั้น ไม่ใช่อย่างที่อีเมล์สกปรกนั่นใส่ความแน่”

    อันยารู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบแน่น ที่แสนเชื่อใจคนโกหกอย่างเธอ แสนถามย้ำว่าเธอเจอกับเหนือเทพเรื่องอะไร อันยาอึดอัดใจเหลือเกิน ต้องปั้นเรื่องขึ้นอีก

    “คุณแสน...ฉันมีเรื่องที่ยังไม่ได้บอกคุณ ความจริงที่คุณยังไม่รู้...ฉันเป็นพนักงานของที่นั่นจริง เมื่อก่อนนี้นะคะ ฉันไม่กล้าใส่เรื่องนี้ในประวัติสมัครงาน กลัวว่าจะโดนตั้งแง่ แล้วจะไม่ได้งานที่นี่...ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่ไม่ได้บอกเรื่องนี้มาก่อน ส่วนเรื่องคุณเหนือเทพเจ้านายเก่าของฉันพอเขารู้ว่าฉันทำงานกับคุณ ก็นัดคุณเหนือเทพให้มาเจอฉัน เพื่อให้ฉันยื่นข้อเสนอให้คุณ คือวันที่โดนถ่ายคลิปนั่นแหละ ฉันไปเพราะเกรงใจนายเก่า แต่ฉันก็ปฏิเสธข้อเสนอของพวกเขาไปแล้วนะคะ”

    อันยามองท่าทีแสนว่าจะเชื่อไหม เขาดูหนักใจไม่สบตาเธอ ยืนมองออกไปนอกอาคาร ท่าทางไม่สบายใจของแสนยิ่งทำให้อันยากลัดกลุ้ม “ไม่รอดแน่แล้ว...เขาไม่เชื่อเราแล้ว...”

    แสนหันกลับมา อันยาก้มหน้ารอฟังใจระทึก แต่แสนกลับเข้ามาบอกขอโทษ เธอตะลึง

    “...ที่ผมเคยพูดไม่ดี ดูถูกอาชีพเฮดฮันเตอร์ คำพูดผมคงทำให้คุณรู้สึกแย่มาตลอดใช่ไหม”

    อันยาอึ้ง “ช่างมันเถอะค่ะ...ฉันไม่ได้สนใจเรื่องนั้นแล้ว ตกลงว่าคุณ...เชื่อฉัน”

    “ทำไมผมถึงจะไม่เชื่อคุณ คนเรามีอดีตกัน

    ทุกคน แต่นั่นไม่ได้ลบล้างความจริงในตอนนี้ว่าคุณเป็นเลขาที่ดีที่สุดของผม ช่วยผมช่วยชาวบ้าน ช่วยบริษัทเราทำเรื่องดีๆตั้งมากมาย ผมมากกว่าที่ต้องขอโทษคุณ ที่เคยพูดไม่ดีเรื่องอาชีพเก่าของคุณ ผมขอโทษนะครับ”

    อันยารู้สึกจุกพูดอะไรไม่ออก สับสนไปหมดแสนพูดตลกให้เธอยกโทษ “เอางี้ เพื่อไถ่โทษ ผมจะขอให้คุณย่าทำแต่ของโปรดคุณเลยดีไหมไฟเขียวให้อาทิตย์นึงเลยเอ้า...”

    ไม่ทันที่แสนพูดจบ อันยากุมมือเขาไว้อย่างซาบซึ้ง แสนนึกว่าเธอยังกลัว จึงปลอบใจ ใครจะว่าอย่างไรตนเชื่อในตัวเธอ เชื่อในความบริสุทธิ์ใจของเธอ ยิ่งทำให้อันยาแทบขาดใจ

    ขณะเดียวกัน พิลาสินีให้เพียงดาวโทร.เช็กไปทางไรท์เพอร์เซิ่ล ทำทีจะใช้บริการแต่ต้องเป็นอันยา รักษ์เรืองรองเท่านั้น เพียงดาวรอฟังทางนั้นตอบอย่างระทึก...

    แสนเข้ามาบอกพิลาสินีกับทุกคนว่า อันยาเคยทำงานที่ไรท์เพอร์เซิ่ลแต่ลาออกแล้ว และโดนคนที่นั่นกลั่นแกล้ง เพียงดาวกระซิบพิลาสินีว่าตรงกับที่พีอาร์ไรท์เพอร์เซิ่ลบอก แต่พิลาสินียังไม่อยากเชื่อว่าอันยาจะทิ้งตำแหน่งซุปเปอร์ไวเซอร์มาเป็นเลขาแสน

    “ผมว่า...คนที่หันหลังให้กับทุนนิยมเพราะเบื่อพิษสงของมันกำลังเพิ่มขึ้นนะ ถ้าพวกเราทุกคนภูมิใจในการทำงานที่นี่ ก็น่าจะเชื่อได้ว่าต้องมีคนที่ตัดสินใจแบบเดียวกับอันยา”

    ทุกคนอึ้ง เมขลากับเอกชัยโล่งอกมาปลอบใจ

    อันยา เธอยิ้มเจื่อนๆ ด้วยความแสลงใจ

    ooooooo

    ด้านไรท์เพอร์เซิ่ล พีอาร์ยังตื่นเต้นไม่หาย ถ้าคิมหันต์ไม่มาบอกเรื่องอันยาให้เก็บเป็นความลับ ตนคงบอกทางนั้นไปแล้วว่า อันยายังไม่รับเคสใหม่

    เย็นวันนั้น อันยามาหาโกมลเพื่อโกหกว่า เหนือเทพยกเลิกแผนการเพราะวิธีนี้เสี่ยงเกินไป โกมลกราดเกรี้ยวใส่ เห็นตนเป็นอะไรคิดเอาเหนือเทพมาอ้างแล้วจะกลับ ไปกลับมาได้

    “เกิดปอดขึ้นมารึไง ห๊ะ! จะบอกให้ที่ฉันร่วมมือไม่ใช่เพราะหงอ กลัวอิทธิพลของใครแต่อยากเห็นวันที่ไอ้ด็อกเตอร์มันหมดท่า เสื่อมเสียโดนคนเกลียดขี้หน้า มันสะใจซะกว่า แค่ให้มันเลือดตกยางออก เพราะงั้นใครก็มาหยุดเรื่องนี้ไม่ได้”

    อันยารู้ถึงความอันตรายของโกมล รีบคว้ากระเป๋ากลับออกไป หวั่นใจเรื่องที่จะเกิดขึ้นกับแสน ยิ่งทำให้ห่อเหี่ยวไร้เรี่ยวแรง เสียใจอยากหมุนเวลากลับไป

    ทางเมรี เมื่อรู้ว่าทำอะไรอันยาไม่ได้ก็ยิ่งแค้นใจ คิมหันต์รู้ว่าทุกอย่างเป็นฝีมือเมรีกับอาโป และพยายามจะใช้เงินซื้อพีอาร์มาเป็นพรรคพวก จึงเช็กกล้องวงจรปิดได้ภาพเมรีถ่ายคลิปหัวร่อต่อกระซิกกับอาโปในวันนั้น เอามาส่งให้ธกฤตพร้อมคลิปเจ้าปัญหา ธกฤตโวยสองคน

    “คุณหลอกผม! ไหนคุณบอกว่าจะช่วยอันยา เนี่ยน่ะเหรอช่วย”

    อาโปตาเหลือกพยายามแก้ตัว แต่ยิ่งพูดเหมือนยิ่งมัดตัวเอง เมรีเจ็บใจที่พลาดเรื่องกล้องวงจรปิด ธกฤตโกรธมาก เพราะเคสอันยาเป็นความอยู่รอดของบริษัท แต่เมรีเอาความแค้นส่วนตัวมาทำให้บริษัทพัง คิมหันต์ทับถม

    “ดีนะที่เจ๊ผมฉลาด เอาตัวรอดได้ บริษัทเราเลยไม่เดือดร้อนเพราะฝีมือพวกคุณ”

    ธกฤตตัดสินใจไล่เมรีกับอาโปออก อาโปร้องไห้โฮ อ้อนวอนขอทำงานชดใช้ แต่เมรีเจ็บใจลุกพรวดเดินออก อาโปเลิ่กลั่กวิ่งตาม คิมหันต์มองอย่างสงสารแต่ก็โล่งใจ

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ อันยาห่อเหี่ยวใจจนไม่มีหน้าไปสู้แสน จึงไม่ไปทำงาน ลดาคิดว่าหลานไม่สบาย จัดแจงทำโจ๊กของชอบไว้ให้ จัดแต่งผูกโบว์ที่ชามเหมือนตอนที่ล่ออันยาให้ทานตอนเด็ก อันยาโทร.ไปฝากเมขลาลางานให้ เมขลาบอกว่าท่าทางแสนเป็นห่วงเธอมาก

    ศูนย์วิจัยสวนอินทรีย์ พิลาสินีแปลกใจว่าเมล็ดพันธุ์หายไปจำนวนมาก ให้เมขลาเช็กจากบัญชี ไม่ทันไร พุฒพาชาวบ้านสองคนเข้ามาหา ทั้งสองจะมาขอซื้อเมล็ดพันธุ์ พุฒแปลกใจจึงพามาพบพิลาสินี สองคนยืนยันว่าเพื่อนๆพวกเขาซื้อเมล็ดพันธุ์จากที่นี่ แล้วส่งถุงที่มีตราบริษัทเพียงพอดีให้ดู เมขลารับส่งให้พิลาสินี

    “ตราของบริษัทเราจริงๆ แต่...โครงการเราไม่ขายเมล็ดพันธุ์นี่คะ จะแจกจ่ายให้กับชุมชนที่มาร่วมโครงการเท่านั้น”

    พิลาสินีเสียงเข้มถามชาวบ้านว่าซื้อมาจากใคร ทั้งสองส่งใบรับรองซึ่งมีลายเซ็นของแสนทั้งพิลาสินี เมขลาและพุฒต่างตกตะลึง...ลูกน้องโกมลแอบมองเหตุการณ์แล้วเอามารายงาน โกมลสะใจมากที่แสนจะกลายเป็นคนเลว พลัน ปรานีมาบอกว่าปุ๊กลุกไม่สบาย อาเจียนยกใหญ่โกมลไม่สนใจลูกสาวคนนี้อีกแล้ว ปรานีถอนใจกังวลว่าลูกจะท้อง

    วันต่อมา ชาวบ้านร้านตลาด เม้าท์เรื่องแสนกันขรม ว่าทำเป็นด็อกเตอร์แสนดี ช่วยเหลือชาวบ้าน แต่ที่แท้ก็โกงขายเมล็ดพันธุ์เอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง พุฒได้ยิน คอยแก้ต่างให้เพราะไม่เชื่อว่าแสนจะเป็นคนแบบนั้น...เรื่องถึงหูบุรินทร์ เขาเรียกแสนกับอันยาเข้าพบ

    “ตกลงความจริงมันเป็นยังไงกันแน่ ทำไมเมล็ดพันธุ์ในความดูแลของคุณถูกขายไปได้”

    “ผมไม่ทราบจริงๆครับ ผมให้อันยาคัดเมล็ดพันธุ์ทุกอย่างส่งให้แพมเขาแล้ว”

    อันยาจำต้องโกหกว่าได้เช็กจำนวนก่อนส่งให้เรียบร้อย แสนสงสัยมีคนแอบอ้างชื่อตนขโมยไป บุรินทร์ส่งเอกสารให้ดูว่าเป็นลายเซ็นของแสน อันยายืนอึ้งเพราะแอบให้เขาเซ็นเอง คนในบริษัทซุบซิบนินทา มีทั้งเชื่อและไม่เชื่อว่าแสนทำ พิลาสินีหน้าเครียดเคาะประตูก่อนจะเข้ามาในห้องบุรินทร์อย่างถือวิสาสะ

    “ฉันเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากฝ่ายพิสูจน์ลายมือ เขายืนยันมาว่า มันคือลายเซ็นของคุณจริงๆ แสน...พูดตรงๆมาเลยดีกว่า คุณยังแค้นฉัน ที่ฉันเผลอเอาข้อมูลของคุณมาทำใช่ไหม”

    “อะไรนะ!” แสนตกใจ

    พิลาสินีพรั่งพรูความผิดหวัง หาว่าแสนทำเป็นพูดว่าเราทำงานร่วมกันได้ แต่ความจริงไม่อยากให้ตนได้วิจัยเมล็ดพันธุ์ จึงชิงขายมันไป บุรินทร์ปรามให้ใจเย็น ค่อยพูดค่อยจา

    “ไม่มีทางหรอกค่ะ แสนน่ะเขาเปลี่ยนไปแล้ว มิน่าพักหลังคุณถึงแปลกๆไป หลบหน้าฉันหายเข้ากรุงเทพฯตลอด ขนาดเลิกงานที่ศูนย์แล้ว ยังไม่ยอมกลับออฟฟิศ เพราะแอบทำเรื่องลับหลังอยู่นี่เอง”

    อันยาสะดุ้ง แสนอธิบายว่าตนเข้าป่าไปกับชาวบ้านหาเมล็ดพันธุ์ พิลาสินีกราดเกรี้ยวใส่

    “ไปหาเมล็ดพันธุ์กับยักยอก มันไม่เหมือนกันนะคะ”

    “แพม! ไม่มีครั้งไหนที่คุณไม่เชื่อความคิดตัวเองเลยใช่ไหม” แสนถามอย่างน้อยใจ

    “ก็มันถูกตลอด ถ้าคุณยังโกรธฉัน พูดมาตรงๆเลยดีกว่า ไม่ต้องมาทำดีต่อหน้าแล้วตลบหลังกันแบบนี้ ตอนนี้ฉันรู้แล้ว ทำไมคุณถึงเชื่อใจแม่เลขานี่นัก ก็เพราะว่าแม่นี่ช่วยคุณทำงานนี้ ช่วยคุณหักหลังฉัน”

    “อันยาไม่เกี่ยว...” แสนปกป้องอันยาอีกตามเคย

    พิลาสินียิ่งแค้นใจ หันมาบอกบุรินทร์ว่าตนทำงานกับคนแบบนี้ไม่ได้ ตนขอลาออก ทุกคนตกใจ แสนเจ็บแปลบในใจ ขอเป็นฝ่ายลาออกเอง เพราะตนควรรับผิดชอบเรื่องนี้ ทุกคนช็อก บุรินทร์ทรุดนั่งอย่างหมดแรง อันยาน่าจะดีใจเมื่อได้ยินคำนี้ แต่ทำไมกลับเจ็บปวดใจมากกว่า

    พอธกฤตรู้ข่าวจากคิมหันต์ว่าแสนลาออกจากเพียงพอดี ก็รับรองว่าจะทำตามที่รับปากไว้ทุกอย่าง ฝากบอกอันยาด้วย กลับมาต้องฉลอง แต่คิมหันต์กลับไม่ยินดีด้วยเลย

    เมรีพยายามติดต่อขอเข้าพบธกฤต แต่เขาไม่รับสายไม่ยอมให้เข้าพบ เมรีตัดสินใจเสนอตัวเข้าแลก...ในขณะที่แสนเก็บของใช้ส่วนตัวออกจากบริษัท พนักงานยืนมองอย่างอาลัย อันยาอดสงสารแสนไม่ได้ เข้ามาช่วยถือของและลาออกตามเขาไปด้วย

    ooooooo

    สัปดาห์หนึ่งผ่านไป เพียงดาวได้ยินข่าวมาว่า วิชั่นออฟฟิวเจอร์  เตรียมต้อนรับซีอีโอใหม่  คือด็อกเตอร์แสน เผื่อนนาดี  เมขลากับเอกชัยไม่อยากเชื่อ เพียงดาวยังตอกยํ้า

    “คุณบุรินทร์ใจดีเกินไป ไม่ฟ้อง ไม่แจ้งความ กลัวด็อกเตอร์แสนมีความผิดติดตัว แต่ดูสิออกไปไม่ทันไรก็ตีปีกไปอยู่ฝั่งตรงข้ามแล้ว อะไรนะ ทำให้คนเราเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้”

    พิลาสินีเดินเข้ามาตอบว่า เงินมันซื้อคนได้ ทุกคนชะงักที่ได้ยินนํ้าเสียงสุดแค้นของเธอ...ด้านอันยาได้รับค่าตอบแทนเพิ่มอีก 30% จากธกฤต แต่เธอไม่รู้สึกดีใจเลย ธกฤตขอบใจที่อันยานำผลประโยชน์มหาศาลมาให้บริษัท อันยาแย้งว่าเป็นเพราะเหนือเทพยอมทำตามข้อเสนอของตน ไม่อย่างนั้นคงเกลี้ยกล่อมแสนไม่สำเร็จ...

    ก่อนหน้านี้ อันยายื่นข้อเสนอกับเหนือเทพว่า การที่จะให้แสนเข้ามาทำงานที่นี่ ต้องให้เขาได้สานต่อโครงการเพื่อสังคม ถ้าไม่ลงทุนให้กับความต้องการของเขาก่อน ก็จะไม่มีทางได้ตัวเขามาแน่...และเมื่ออันยามาบอกกับแสน เขาไม่อยากเชื่อ

    “มันเป็นไปไม่ได้หรอกอันยา วิชั่นมุ่งเน้นแต่ผลกำไร ร่ำรวยอยู่บนความทุกข์ยากของเกษตรกร ผมไม่เคยเห็นภาพตัวเองร่วมงานกับบริษัทแบบนั้น”

    “ฉันเข้าใจค่ะ และต้องขอโทษด้วยที่ต้องนำข้อเสนอของวิชั่นมาบอกคุณ เพราะฉันคิดว่าบางทีความเปลี่ยนแปลงอาจจะเกิดขึ้นได้”

    แสนทำหน้างงๆ อันยาชี้ข้อเปรียบเทียบให้ดู จากดอกไม้บนต้น แห้งเหี่ยวร่วงหล่นเป็นขยะ แต่ใบไม้ที่แห้งเหี่ยวในขยะกลับนำมาทำเป็นดอกไม้ประดับได้อีก เขารักธรรมชาติ ไม่ลองใช้วิธีธรรมชาติเปลี่ยนแปลงโลกนี้บ้างหรือ

    “คุณนี่ร้ายจริงๆ แต่มันไม่ง่ายอย่างงั้นหรอกอันยา ผมคนเดียวจะเปลี่ยนแนวคิดขยะของวิชั่นออฟฟิวเจอร์ให้กลายเป็นดอกไม้ประดับโลกเนี่ยนะ”

    “ตำแหน่งซีอีโอต้องทำอะไรได้บ้างแน่ๆค่ะ อย่างน้อยก็ต้องดีกว่าซีอีโอที่คิดแบบเดียวกับพวกวิชั่น ที่มีแต่จะโลภกันเข้าไปใหญ่...ถ้าเป็นคุณ ฉันเชื่อว่าต้องสร้างความเปลี่ยนแปลงดีๆให้เกิดขึ้นได้แน่ ฉันเชื่อในตัวคุณนะคะคุณแสน” อันยาบีบมือแสนอย่างเชื่อมั่นในวันนั้น...

    ระหว่างที่อันยายืนคิดเรื่องที่ผ่านมา แสนเดินเข้ามาหา ทั้งสองยิ้มให้กันและพูดพร้อมกันว่ามีของฝากให้...ทั้งสองหัวเราะ แล้วแสนก็ให้อันยาพูดก่อน เธอยื่นกล่องของขวัญเล็กๆให้เขา  แสนแกะออกมาเป็นปากกาด้ามหรู เขารู้ว่าคงแพงมาก อันยารีบบอกว่า

    “มันไม่ใช่ปากกาธรรมดานะคะ ฉันลงของไว้แล้ว ปากกานี่จะช่วยให้ท่านซีอีโอเซ็นอนุมัติแต่โปรเจกต์ที่ดีๆ ถ้าโปรเจกต์ไหนไม่ดี จะเซ็นไม่ติด”

    แสนรู้สึกหายกังวลและแกล้งถามว่าเวทมนตร์ของเธอเวิร์กจริงหรือ อันยารับรองและขอบคุณที่เชื่อตน แสนให้อันยาแบมือบ้าง เขาวางเมล็ดข้าวลงบนมือเธอก่อนจะบอกว่า

    “เป็นข้าวที่ผมปลูกตั้งแต่เรียนปริญญาตรี รวงแรกในชีวิตเลยนะ เม็ดที่หนึ่งผมให้แม่...เม็ดที่ 2-98 ใส่ซองไว้บ้านที่แม่ริม เป็นที่ระลึก...เม็ดที่ 99 ผมให้คนที่ผมเกลียด...ไม่ลง...”

    “ถ้าไม่มีคำสุดท้าย เอาปากกาคืนจริงๆ” อันยาใจหายวาบ

    แสนหัวเราะอย่างมีความสุข รู้สึกเชื่อใจและมั่นใจในตัวอันยาอย่างมาก...หลังจากวันนั้น  อันยานั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เหมือนคนอินเลิฟ จนคิมหันต์อดแซวไม่ได้ แต่เขาก็อดเตือนไม่ได้เช่นกัน...อย่าให้แสนรู้ว่าเธอปลอมตัวเข้าไปดิสเครดิตเขาก็แล้วกัน จะพลาดทั้งเรื่องงานและความรัก ทำเอาอันยาหุบยิ้มอย่างหวั่นใจ

    ooooooo

    วันที่จะมีการเซ็นสัญญาในบริษัทวิชั่นออฟฟิวเจอร์มาถึง เหนือเทพให้สัมภาษณ์นักข่าวด้วยสีหน้าเบิกบาน ที่ได้ด็อกเตอร์แสนมาร่วมงาน คุณหญิงเหมือนกับอิงค์กี้ได้ข่าว ต่างเตรียมช่อดอกไม้มาแสดงความยินดี ผิดกับอันยาที่นั่งเหม่ออยู่ในห้องทำงานใหม่ของเธอ

    คิมหันต์แปลกใจทำไมไม่ไปแสดงความยินดีกับแสน ทั้งที่เป็นคนสำคัญ อันยาตอบว่า ตนไม่อาจปั้นหน้าเล่นละครต่อไปได้อีก แต่ในใจกังวลถึงแสนอย่างมาก...แม้จะได้ตำแหน่งหัวหน้าแผนกมาแล้ว แต่อันยากลับคิดถึงความสนุกสนานกับเพื่อนร่วมงานที่เพียงพอดี ไม่เป็นอันทำงาน จึงลุกไปเข้าห้องน้ำ ต้องแปลกใจที่มันล็อก จึงมองซ้ายมองขวาแล้วเข้าห้องน้ำชายแทน

    ระหว่างล้างมือส่องกระจกอยู่ ก็ได้ยินเสียงคนเดินมา อันยารีบหลบเข้าห้องน้ำห้องในสุด แล้วต้องตกใจอย่างมากเมื่อได้ยินเสียงเมรีกับธกฤตหัวร่อต่อกระซิกกัน

    “แมรี่ เกิดมีคนมาเห็นเข้า เขาจะสงสัยนะว่าคุณออกไปแล้ว ทำไมยังมาที่นี่อีก”

    “นี่ก็ไม่มีใครนี่คะ ไม่มีใครรู้หรอกว่าฉันออกปลอมไม่ได้ออกจริง รอให้คุณเขี่ยยัยอันยาตกจากหัวหน้าแผนกเมื่อไหร่ ฉันก็จะกลับมารับช่วงต่อ”

    “แต่ก็ต้องให้เวลาผมบ้าง อันยาเพิ่งทำผลงานชิ้นโบแดง สักเดือนสองเดือนไม่นานหรอก ผมจะหาทางบีบเขาออก...เพื่อคุณ”

    “ถ้าแค่นั้นฉันรอได้ค่ะ คิดแล้วสะใจพิลึก แม่นั่นคงได้ใจว่าฉันออกไปแล้ว ไม่รู้ว่าตัวเองโดนหลอก...ตัวเองไปหลอกด็อกเตอร์แสนได้ นึกว่าฉลาดตายล่ะ จริงๆแล้วก็โง่พอๆกัน”

    อันยาสั่นสะเทิ้มด้วยความโกรธ แล้วยิ่งช็อกเมื่อได้ยินธกฤตบอกว่า “ด็อกเตอร์แสนทำเป็นเล่นตัว ต้องมีโครงการวิจัยเพื่อสังคม ไม่งั้นไม่ยอมทำงานที่วิชั่น เดี๋ยวคอยดู ทำงานไปสักพักก็กลายเป็นเครื่องจักร คอยป้อนกำไรให้บริษัทอยู่ดี”

    “วิชั่นหลอกด็อกเตอร์แสนงั้นเหรอคะ!”

    “เขาเป็นบริษัทเอกชนนะคุณไม่ใช่ประชาสงเคราะห์ ที่ว่าจะทำโครงการเพื่อสังคมก็แค่ฉาบหน้าเค้กหลอกเท่านั้นแหละ สุดท้ายก็หาวิธีบีบให้ด็อกเตอร์ทำตามความต้องการของบริษัทตัวเองอยู่ดี ก็อย่างที่รู้ๆ พัฒนาพืชที่ตอบสนองกับปุ๋ยและยาเคมีในต้นทุนต่ำที่สุดแต่ได้กำไรสูงสุด ถ้าไม่ทำก็ต้องชดใช้เงินเป็นจำนวนมหาศาล สุดท้ายด็อกเตอร์ก็กลายเป็นทาสของบริษัท ขยับตัวไปไหนไม่ได้” เสียงธกฤตเยาะหยัน

    “ต๊าย! แบบนี้ยัยอันยาก็ทำบาปมหันต์เลยน่ะสิ หลอกให้ด็อกเตอร์แสนไปตกนรกชัดๆ”

    “คุณนี่ไม่เลวเลยนะ ยืมมือคนอื่นทำบาป แล้วตัวเองก็รอรับผลประโยชน์อย่างเดียว”

    “ช่วยไม่ได้ ก็ฉันฉลาด ฉันรู้...ว่าควรอยู่ข้างใคร” เมรีลูบไล้เนื้อตัวธกฤต

    อันยาแทบใจจะขาด เมื่อรู้ว่าตัวเองถูกหลอก และที่สำคัญทำให้แสนกำลังจะตกนรก...พอสองคนออกไป อันยาก็รีบออกมา เมรีลืมกระเป๋าไว้กลับเข้ามาจึงเจอกับอันยาอย่างจัง เมรีตกใจละล่ำละลักถามอันยาอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่

    “ก็นานพอจะได้ยินทุกคำที่เธอกับไอ้เจ้านายลามกพูดกันนั่นแหละ”

    ธกฤตเข้ามาตาม ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นอันยา เธอต่อว่าเขารุนแรง “ตกใจมากไหมคะบอส ฉันเพิ่งรู้ว่าค่าตอบแทนของความทุ่มเทที่เอาตัวเองไปเสี่ยง เพื่อคนใจสุนัขอย่างบอส มันก็เสียค่าโง่ดีๆนี่เอง”

    อันยาไม่รอช้ารีบวิ่งสวนออกไป เมรีแปลกใจ แทนที่จะอยู่เคลียร์ตามนิสัย ธกฤตร้อนใจเกรงอันยาไปขวางการเซ็นสัญญาของแสนกับวิชั่นออฟฟิวเจอร์

    ooooooo

    ภายในงานบริษัทวิชั่นออฟฟิวเจอร์ คุณหญิงเหมือนกับอิ้งค์กี้ทะเลาะแย่งกันแสดงความยินดีกับแสน จนเขาต้องหนีเข้าห้องแต่งตัว หยิบปากกาที่อันยาให้มาดูคิดถึงเธอ

    อันยากระหืดกระหอบเข้ามายื่นการ์ดเชิญลงทะเบียนหน้างานอย่างร้อนรน แต่พอจะเข้างานก็มี รปภ.มาขวางเอาตัวเธอออกไป อ้างว่าเป็นคำสั่งเหนือเทพไม่ให้เธอเข้างาน...ธกฤตกับเมรีนึกได้ว่าอันยาอาจจะใช้โทรศัพท์ได้ให้สตาฟฟ์ทำทีเข้าไปหาแสนในห้องเพื่อจะขอเก็บมือถือไว้ระหว่างการเซ็นสัญญา แต่พอเปิดประตูเข้าไปไม่พบเขาในห้องเสียแล้ว

    แสนออกมาพบอันยาที่มุมปลอดคน แสนถามมีอะไร ใกล้จะถึงเวลางานแล้ว อันยาดีใจ

    “คุณแสน คุณต้องเชื่อฉันนะ คุณเซ็นสัญญานั่นไม่ได้เด็ดขาด”...แสนงงมันอะไรกัน

    พอเหนือเทพและธกฤตรู้ว่าแสนหายตัวไปก็ร้อนใจ ธกฤตเสนอให้เลื่อนการเซ็นสัญญาไปไว้ท้ายงาน ตนจะไปหาตัวแสนให้...อันยาเล่าเรื่องที่วิชั่นออฟฟิวเจอร์จะหักหลังแสนให้ฟัง

    “อย่างที่ฉันบอก ถึงสัญญาจะเขียนไว้อย่างเรียบร้อย แต่หลังจากทำงานไปสักพัก พวกเขาก็จะบีบคุณให้ร่วมมือทำโปรเจกต์สูบเลือดสูบเนื้อเกษตรกรอยู่ดี”

    แสนแปลกใจเธอรู้ได้อย่างไร อันยาเล่าว่าได้ยินพวกนั้นพูดกันลับหลังแล้วชวนเขาไปจากที่นี่ แต่ธกฤตกับเมรีมาขวางเสียก่อน ธกฤตพยายามบอกแสนอย่าไปเชื่ออะไรอันยาอีก แต่อันยาโต้ว่าสายไปแล้ว เพราะแสน รู้ความจริงทั้งหมด เมรีไม่ยอมแพ้ โพล่งขึ้นว่า

    “แล้วด็อกเตอร์รู้รึเปล่า ว่าเธอหลอกเขาสำเร็จด้วย” เห็นแสนมองหน้าอันยา เมรีรีบใส่ “นี่คงยังไม่รู้ใช่ไหมคะ ว่าคนที่คุณเชื่อใจนักหนา ที่แท้มันเป็นคนที่หลอกคุณมากที่สุด”

    “ผมเคยบอกคุณแล้วว่ากรุณาให้เกียรติและสุภาพกับอันยาด้วย” แสนยังปกป้องอันยา

    เมรีหัวเราะเยาะ “ฉันอยากรู้จริงๆถ้าคุณรู้ว่านังนี่มันหลอกคุณยังไงบ้าง ยังจะปกป้องมันอยู่อีกไหม” แสนจะจูงอันยาไป เมรีทนไม่ไหว ตะเบ็งเสียง “มันปลอมตัวไปเป็นเลขาของคุณที่เพียงพอดี เพื่อดิสเครดิต ทำให้คุณตกงาน แล้วมาทำงานกับวิชั่นออฟฟิวเจอร์”

    แสนชะงักหันมองอันยา เธอแทบทรุด ก้มหน้าหลบ ตาเขา คุณหญิงเหมือนกับอิงค์กี้ตามมาได้ยิน แสนหาว่าเมรีปั้นเรื่องใส่ร้ายอันยา เมรีหันมาเยาะอันยาซึ่งสภาพจิตใจย่ำแย่เต็มทน

    “ฉันยอมรับความสามารถของเธอจริงๆ หลอกคนระดับด็อกเตอร์แสนได้สนิท ทำยังไงเหรอ...คุณด็อกเตอร์ ถามจริงๆซื่อหรืออะไรมันบังตา”

    แสนอึ้ง เมรีตอกย้ำ คิดว่าเรื่องที่อันยาชวนมาทำงานที่วิชั่นออฟฟิวเจอร์เป็นเรื่องบังเอิญหรือ คงจะหลงเธอเอามาก ธกฤตช่วยย้ำว่าอันยาต้องการเปอร์เซ็นต์ค่าจ้างเพิ่ม ถึงไม่ให้แสนเซ็นสัญญา ทั้งที่เขาจะได้รับผลประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย...แสนไม่เชื่อ หันมาถามอันยาเพราะตนเชื่อเธอ สองคนนี้โกหกใช่ไหม อันยาทนไม่ไหวอีกแล้ว เอ่ยปากขอโทษแสนน้ำตานองหน้า

    อิงค์กี้กับคุณหญิงเหมือนปราดเข้าต่อว่าอันยา แสนมึนเหมือนโดนของหนักทุบหัว

    อันยาพยายามอธิบาย “คุณแสน...ฉันอาจจะเคยหลงผิดทำเรื่องชั่วๆอย่างที่อดีตเจ้านายเลวๆนี่บอก แต่พอฉันรู้จักกับคุณมากขึ้น ฉันก็ไม่อยาก...ทำตามแผนการพวกนั้นอีก ฉัน...ฉัน อยากจะเลิกตั้งหลายครั้ง แต่...ฉันกลัวคุณจะเป็นอันตรายเรื่องกำนันโกมล ฉันก็เลยคิดว่าให้คุณออกจากงานยังดีกว่าต้องเสี่ยงอยู่ที่นั่น”

    “พอเถอะ! จะพูดยังไงมันก็แค่เหตุผลที่ช่วยให้คุณหักหลังคนที่เขาไว้ใจคุณ ได้สะดวกหน่อยก็เท่านั้น” แสนกล่าวอย่างผิดหวังสุดๆ

    “แต่ครั้งนี้คุณต้องเชื่อฉันนะคะ ฉันอาจจะเคย โกหกคุณ แต่ครั้งนี้ฉันหวังดีกับคุณจริงๆฉันไม่ได้หลอกคุณ อย่าเซ็นสัญญากับวิชั่น”

    เมรีแทรกขึ้นว่า จะเชื่อคนที่หลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกหรือ ในเมื่อตอนนี้ก็ไม่มีงานที่ไหนเซ็นสัญญากับวิชั่นออฟฟิวเจอร์ เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ธกฤตจะเข้าหาแสน เขาถอยห่างบอกทุกคนอย่าเข้ามา เขาไม่ไว้ใจใครอีกแล้ว

    “ผมมีสิทธิ์ฟ้องพวกคุณได้ จากสิ่งที่พวกคุณทำ ถ้าไม่อยากโดนหนักขึ้นก็ถอยออกไป” คุณหญิงเหมือนกับอิงค์กี้จะเข้าหา แสนยกมือ “ผมยังไม่ต้องการคุยกับใครทั้งนั้น” สองสาวชะงัก

    อันยาใจจะขาดเสียให้ได้ วิ่งตามแสนออกมาแสนกระชากเนกไทออกอย่างคนสิ้นหวังอับอายอย่างมาก อันยาขอร้องให้ฟังตนอธิบาย แต่แสนกลับเสียงเขียวใส่ อย่ามาตบหัวแล้วลูบหลัง แล้วหันมาจ้องหน้าถาม

    “ผมถามคุณจริงๆ ผมเคยไปทำอะไรให้คุณคุณแค่อยากได้ผลประโยชน์ถึงกับต้องหลอกลวงคนอื่น ทำลายเกียรติ ศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจของคนๆนึง ทำให้เพื่อนไม่มองหน้าเขาแล้วยังทำลายโอกาสของเกษตรกรที่เขาดูแลอยู่ ทุกๆคนที่หวังจะมีชีวิตที่ดีขึ้น แล้วมันต้องรอไปอีกนานเท่าไร อันยา...คุณ...คุณทำได้ยังไง...สิ่งที่คุณเสนอให้ มันอาจจะแพงแสนแพง แต่สำหรับผม รอยยิ้มของชาวบ้าน พืชพันธุ์เกษตรไร้สารพิษ และคนข้างกายที่จริงใจนั่นต่างหาก คือสิ่งที่มีค่า ไม่ใช่ของฉาบฉวยพวกนี้...มันไม่มีค่าเลยสักนิด สิ่งเดียวที่ผมต้องการจากคุณ...คือไปให้ไกลคนไร้หัวใจอย่างคุณ เราอย่าพบอย่าเจออีก” แสนหยิบปากกาออกมาวางลงแล้วเดินจากไป

    อันยาไม่นึกเลยว่า ความโกรธของแสน จะเผาผลาญตัวเธอได้ถึงขนาดนี้...เมื่อเหนือเทพรู้ว่าไม่ได้ตัวแสนแล้ว ก็กราดเกรี้ยวใส่ธกฤตจะเอาเรื่องให้ล่มจม

    ooooooo

    คิมหันต์มารับอันยากลับ เขาเห็นสภาพบอบช้ำทางจิตใจของเธอ ฟังเรื่องราวทั้งหมด ไม่อยากเชื่อว่า ตนจะมีบอสที่ใจสกปรกถึงเพียงนี้ เขาสงสารอันยาอย่างมากที่ถูกแสนตัดรอน ทั้งที่พยายามช่วยเขา อันยาเข้าใจแสนดี ใครเล่าจะไม่โกรธ แต่ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้

    แสนกลับมานั่งคิดประมวลเหตุการณ์ที่ผ่านมา คำพูดของอันยา การกระทำที่เธอพยายามทำแต่ผิดพลาด ยิ่งเสียใจปวดร้าวอย่างมาก โทษตัวเองช่างโง่เขลาที่สุด

    ด้านบุรินทร์ ได้ยินข่าวยกเลิกการเซ็นสัญญาของแสน ก็คุยกับพิลาสินีว่าคิดอย่างไรเพราะตัวเขาคิดว่า ตัดสินแสนเร็วไป แต่พิลาสินียังโกรธ หาว่าคงผลประโยชน์ไม่ลงตัว

    “ถ้าแสนไม่ผิดจะลาออกทำไม แล้วยังยอมชดใช้ค่าเสียหายด้วย ก็เท่ากับยอมรับผิด”

    “ผมเป็นห่วงคุณนะแพม แสนเขาก็ชดใช้ให้กับทางบริษัทแล้ว คนเราถ้าไม่รู้จักคำว่าอภัยมันจะอยู่อย่างไม่มีความสุขนะ”

    “ถ้าเป็นคนอื่น แพมคงไม่สนใจ แต่นี่เป็นแสนผู้ชายคนเดียวที่แพมเชื่อว่า เขาเข้าใจแพมยอมรับแพมอย่างที่แพมเป็น ไม่เหมือนผู้ชายทั่วไปที่มีปมกลัวผู้หญิงที่เก่งกว่า แพมคิดว่าเขาไม่มีวันจะมองแพมเป็นคู่แข่ง”

    “แต่คุณเอง...ลึกๆก็มองเขาเป็นคู่แข่งไม่ใช่หรือไง”

    แพมชะงักไม่คิดว่าบุรินทร์จะรู้ “ผู้หญิงมองผู้ชายเป็นคู่แข่งไม่น่าเกลียดนี่คะ แต่ไม่ว่ายังไงผู้ชายก็ไม่ควรคิดแข่งกับผู้หญิง ให้แพมมองเรื่องแสนโกงแพมเป็นเรื่องธรรมดา ใครก็พลาดกันได้...แพมคิดแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ” พิลาสินีส่ายหน้า บุรินทร์อ่อนใจกับความดื้อของเธอ...

    ถึงจะหัวใจแตกสลาย แต่อันยาก็ยังเอาคืนเมรีและธกฤตได้เจ็บแสบ ขณะที่ธกฤตจะให้เมรีไปขอโทษอันยาเพื่อให้ตามแสนกลับมาเซ็นสัญญากับวิชั่นออฟฟิว–เจอร์ เมรีไม่ยอม จึงมีปากเสียงกันลั่น ธกฤตโทษเมรีทำให้บริษัทถูกฟ้อง ไม่ทันไร อันยาเดินเข้ามา ธกฤตดีใจยื่นข้อเสนอดีๆให้ยกใหญ่ เมรีโวยว่าทำแบบนี้กับตนซึ่งเป็นเมียไม่ได้ ขาดคำ คิมหันต์ก็พาภรรยาตัวจริงของธกฤตเข้ามา เมรีหน้าถอดสี ธกฤตก็กลัวหงอไม่กล้าปกป้องเมรีซึ่งถูกตบจนสภาพยับเยิน

    อันยากับคิมหันต์ยิ้มกริ่มเดินออกจากห้อง ไม่ลืมที่จะยื่นจดหมายลาออกให้เลขาของธกฤต...จากนั้นอันยาก็มาหาแสนที่หอพัก กลับพบว่าเขาคืนห้องย้ายออกไปแล้ว อันยาหน้าเสีย

    ooooooo

    ไร่แสนรัก...เป็นไร่สตรอว์เบอร์รี่อยู่ที่แม่อาย ของสินและฟองคำ พ่อแม่ของแสน มีสิงห์ญาติผู้พี่เป็นผู้ช่วยดูแลไร่นี้ หนานปิงพ่อของฟองคำมักจะถกเถียงกับลูกเขยเป็นประจำ แต่ก็เป็นอะไรที่สนุกสนาน สร้างความครื้นเครงให้แก่คนงานในไร่และครอบครัวของแสน

    แสนแนะวิธีเปิดเพลงให้สตรอว์เบอร์รี่ฟังระหว่างการทำงานในไร่ ซึ่งหนานปิงก็เห็นด้วย แต่สินมักจะค้านว่า สตรอว์เบอร์รี่ไม่ใช่แมวจะได้ฟังเพลง หนานปิงโมโห

    “แกไม่รู้อะไร สตรอว์เบอร์รี่น่ะฟัง แมวน่ะมันไม่ฟัง”

    “พ่อไม่ใช่สตรอว์เบอร์รี่ซะหน่อย รู้ได้ไงว่ามันฟังเพลง”

    “แกก็ไม่ใช่สตรอว์เบอร์รี่ รู้ได้ไงว่ามันไม่ฟังเพลง”

    ชักจะไปกันใหญ่ สิงห์กับฟองคำต้องห้ามทัพ หนานปิงบ่นคิดถึงแสน สินแกล้งเย้า ป่านนี้แสนคงกำลังเปิดเพลงให้นาข้าวฟัง เกิดการเถียงกันอีก ไม่ทันไร แสนปรากฏตัวขึ้น ทุกคนดีใจระคนแปลกใจกับท่าทีเซื่องซึมของเขา...ฟองคำตามเข้ามาคุยกับแสนในห้อง แสนรับรู้ถึงความห่วงใยของแม่ จึงยอมบอกว่าตนออกจากงานแล้ว ฟองคำมาบอกสินกับหนานปิง ต่างตกใจ

    “เฮ้ย! ไหนว่าจะทำงานเพื่อเกษตรกร ทำไมมันถึงออก หลานชายข้ามันไม่ใช่คนเหลาะแหละ เอ๊ะ! หรือมันจะอกหัก”

    สินไม่เชื่อ และก็ไม่เชื่อว่าลูกจะกลับมาอยู่บ้าน ฟองคำย้อนถามไม่ดีใจหรือที่ลูกกลับมาอยู่ด้วย สินว่าดีใจ แต่ลูกเป็นคนรักงานมากจู่ๆออกมาต้องมีอะไรแน่ๆสิงห์ออกความเห็น

    “ฉันว่าที่น้าฟองพูดก็ถูกนะ ถ้าแสนมันอยากบอกคงบอกเราเอง ไปซักไซ้มากมันจะไม่ดี”

    หนานปิงโบ้ยว่าหลานเตือนสิน สินเหล่มอง สิงห์ยิ้มเก้อๆที่อุ๊ยหาเรื่องให้เสียแล้ว...วันต่อมา แสนตื่นขึ้นมาไปช่วยทุกคนทำไร่ แต่เขาก็อดคิดถึงเรื่องต่างๆไม่ได้ ทำให้เหม่อลอย...

    แม้เวลาผ่านไปเป็นเดือน อันยายังรู้สึกผิดจนไม่อาจกลับเป็นคนร่าเริงเหมือนเดิมได้ เธอตัดสินใจมาสารภาพกับพิลาสินี แต่พิลาสินีไม่เชื่อและหาว่าแสนส่งผู้หญิงโง่ๆมาแก้ตัวแทน

    “ในสายตาคุณ ฉันอาจจะดูไม่ฉลาดพอที่จะทำเรื่องหลอกใครๆได้ทั้งบริษัท แต่ถ้าฉลาดตัดสินเกินไป คุณก็อาจจะพลาดความจริงตรงหน้าได้นะคะ” พิลาสินีโกรธจะโวยแต่อันยาร่ายต่อ “คุณแสนเป็นคนยังไง คุณเองก็น่าจะรู้ ทำไมคะ กลัวว่าถ้าเชื่อในความดีของเพื่อนแล้วจะกลายเป็นคนโง่ ความฉลาดสำคัญยิ่งกว่าเพื่อนแท้อีกเหรอคะ”

    “อย่ามาพูดเหมือนรู้ดี ถ้าแสนบริสุทธิ์จริง ทำไมเขาไม่มาพูดกับฉันด้วยตัวเอง ให้เขาเอาหลักฐานมายืนยันกับฉันสิ...ไม่มีใช่ไหมล่ะ ฉันจะไม่เชื่ออะไรอีก กับเรื่องที่ผ่านมาก็เจ็บพอแล้ว”

    พิลาสินีไล่อันยากลับไป อันยาไม่อยากเชื่อว่าการช่วยคนๆหนึ่งให้หลุดพ้นความผิด มันช่างยากขนาดนี้ อันยามาหาเมขลากับเอกชัย เล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง ทั้งสองเห็นใจและเตือนให้ตามแสนกลับมาให้ได้ ไม่ควรเสียคนดีๆไปจากชีวิต...อันยากลับมาสารภาพกับลดา

    “หนูเป็นคนเลวใช่ไหมคะคุณย่า...ทีแรกหนูไม่กล้าเล่าให้คุณย่าฟัง กลัวคุณย่าจะโกรธแล้วก็...อาการโรคหัวใจจะกำเริบ”

    “หนูอัน...ย่ารู้แล้ว พ่อคิมบอกย่า แต่อย่าโทษพ่อคิมเขาเลยนะ ย่าถามเขาเอง ย่ายอมรับว่าทีแรก ย่า...ไม่รู้จะพูดยังไงกับหนูดี ย่าก็เลยรอให้หนูพูดกับย่าเอง พอวันนี้ ย่าได้ฟังหนู ย่าบอกได้ทันทีว่าหนูอันยาไม่ใช่คนเลว”

    อันยากอดลดาร้องไห้ ลดาปลอบว่าตนมีส่วนผิดที่เอาแต่รักที่จะอยู่บ้านสวน ไม่ได้ใส่ใจหลาน จนหลานเลือกเดินทางผิด แต่ถึงอย่างไรตนก็อยู่ข้างหลาน อันยาว่าตัวเองโง่เองไม่รู้จักคิด

    “เราอย่ามาโทษกันเลย ย่าอยากให้หนูรู้ว่า ย่าอยู่ข้างหนู คนเรามีทั้งด้านที่มืดและสว่างอยู่ในตัวเองกันทุกคน ถ้าชีวิตให้หนูมองเห็นสิ่งที่มืดมนในตัวเองได้ มันก็คือช่วงที่ดีที่สุดนะรู้ไหม”

    “ดีเหรอคะ...” อันยาแปลกใจ

    “ใช่ คนแก่อย่างย่า รู้เรื่องแบบนี้ดี เมื่อหนูรู้ว่าอะไรไม่ดี และไม่เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในนั้นอีก มันคือความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หนูจะไม่ตกเป็นทาสความเปลี่ยนแปลงผิดๆอีก”

    อันยารับคำ ลดาแนะให้ไปขอโทษแสนคนที่ตัวเองรัก อันยาหน้าเศร้าเขาคงเกลียดตนมาก แต่ลดาก็ชี้ให้เห็นว่า ทุกวันนี้ อันยาก็ไม่สามารถลืมความเจ็บปวดกับรอยแผลที่ทำร้ายคนอื่นได้ จะปล่อยตัวเองให้ทรมานอยู่ทำไม ไปเก็บหัวใจที่ตกหายกลับคืนมา จะได้ไม่ต้องอยู่กับความสงสัย และไม่ให้อภัยตัวเอง ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ขอให้จำไว้ว่ามีย่าเป็นกำลังใจเสมอ

    คำพูดของย่าเป็นกำลังให้อันยาฮึดสู้ เธอแพ็กกระเป๋าเดินทาง บอกคิมหันต์ว่าจะไปตามหัวใจตัวเองกลับมา คิมหันต์ยินดีด้วยและรับปากจะดูแลลดาให้เพื่อเป็นการล้างความผิดของตัวเองเช่นกัน อันยาปลอบว่า ที่คิมหันต์ทำไปเพราะช่วยตน

    “มันเป็นเพราะผมไม่หนักแน่นเองต่างหาก ถ้าผมไม่โลภ ไม่กลัวตัวเองเสียผลประโยชน์คงไม่ร่วมมือกับเจ๊หรอก ผมอาจจะเตือนเจ๊ไม่ให้ทำเรื่องแบบนี้ด้วยซ้ำ”

    อันยาขอบใจที่คิมหันต์ไม่โทษตน สองคนกอดกันด้วยความรักฉันพี่น้อง ลดามองอันยาด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและเป็นกำลังใจให้

    ขณะเดียวกัน คุณหญิงเหมือนกับอิงค์กี้ ลงทุนจ้างนักสืบ สืบหาแสนแต่เผอิญใช้นักสืบคนเดียวกัน จึงสบายไปสำหรับนักสืบที่ได้เงินสองทาง...

    พอถึงเชียงใหม่ อันยาเช่ารถเพื่อขับขึ้นแม่ริม ทั้งที่ตัวเองไม่รู้จักทางแต่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะขอโทษแสน จึงขับไปตามแผนที่...อันยามาจนถึงต้องตกใจเมื่อรู้ว่า ครอบครัวแสนย้ายไปทำไร่ที่แม่อายนานแล้วแต่ยังไม่ได้ขายไร่เดิม

    ส่วนแสน เผอิญจะกลับมาช่วยเพื่อนทำงานวิจัยที่แม่ริม จึงติดรถสิงห์เข้าไปในเมือง...แสนกับฟองคำกำลังช่วยกันบรรจุสตรอว์เบอร์รี่ลงกล่องที่ทำจาก

    มันสำปะหลังและซังข้าวโพดเพื่อการย่อยสลายง่ายกว่าที่จะใช้กล่องพลาสติกใส ตามคำแนะนำของแสน สินนึกได้อยากให้สิงห์เอากระถางต้นไม้หน้าบ้านเก่ากลับมาด้วย แต่สิงห์ลืมมือถือทิ้งไว้ที่บ้าน ฟองคำแนะให้ โทร.หาแสน สินบอกว่าลูกเลิกใช้มือถือ ตั้งแต่ออกจากงานในเมืองมาแล้ว ฟองคำเสียดายแทนลูก

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 21:08 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์