นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เมื่อเหตุการณ์ทำให้อันยาไม่อาจล้มเลิกโปรเจกต์ได้ เธอรู้สึกอ่อนเพลียกลับมาคอนโด ต้องชะงักเมื่อเจอทวยเทพถือช่อดอกไม้รอง้ออยู่ เพราะเขาเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เรื่องราววุ่นวาย

    “อัน ผมผิดไปแล้ว แต่...มันก็เพราะคุณนะ มีผู้หญิงรอเดทกับผมเต็มไปหมด แต่คุณกลับทำกับผมแบบนี้ ถ้าคุณคิดถึงใจผมบ้าง ผมไม่มีทางสนใจใครอยู่แล้ว” ทวยเทพยังหลงตัวเอง

    “ฉันใจร้ายใช่ไหม...งั้นฉันจะปรับปรุงตัว จะไม่ทำให้คุณเสียใจอีก ฉันจะให้คุณมีอิสระ อยากเดทกับใคร

    ก็เดทไปเลยนะ ยัยเมรีหรือใครก็ได้...ไปดีนะคะ” อันยาผละเดินไปทวยเทพอึ้ง ตะโกนไล่หลัง “อัน นี่คุณบอกเลิกผมเหรอ อัน เฮ้ย! หึงแล้วอย่าทำแบบนี้สิ อัน...หึ่ย ทำไมง้อยากง้อเย็นนักวะ ทีตัวเองผิดไม่เห็นมาง้อเราบ้าง”

    อันยาเข้าห้อง ถอนใจอย่างเหนื่อยอ่อน ความแตกก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องปั้นหน้าอีกต่อไป จู่ๆคำสนทนาของแสนกับพิลาสินีก็ผุดเข้ามาในหัว ที่พิลาสินีทึกทักว่าที่นั่งซ้อนท้ายจักรยานแสนเป็นของเธอ แต่แสนพูดขำๆว่าเป็นของเธอเมื่อไหร่...จึงทำให้ความคิดของอันยาฮึดสู้อีกครั้ง ตนยังมีสิทธิ์เอาชนะแสนได้...

    วันรุ่งขึ้น เอกชัยยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ สองสาวคุณหญิงเหมือนกับอิงค์กี้เดินมาจะเข้าไปหาแสน เอกชัยขวางต้องแลกบัตรและดูตารางนัดหมายก่อน สองสาวจึงติดสินบนวางเงินให้ ต่างเกทับกัน จนกระทั่งเมขลา อันยา และเพียงดาวเดินมาเห็น อันยาจะเข้าไปช่วยเอกชัย แต่เพียงดาวรั้งไว้เพราะเห็นพิลาสินีเดินมาเอ็ด

    “ที่นี่ไม่ใช่บ่อนที่จะมาเกเงินทับกันแบบนี้...คนนึงเป็นนางเอกของประชาชน อีกคนเป็นผู้ดีเก่า ไม่ทราบว่าไม่เคยเรียนรู้กฎเกณฑ์สังคมเลยเหรอคะ ว่าให้สินบนพนักงานมันผิด”

    สองสาวผงะเมื่อเห็นพิลาสินี อันยาแปลกใจ เมขลาบอกว่า ไม่มีใครไม่รู้จักด็อกเตอร์แพม

    “อย่างที่ฉันบอก ถ้าด็อกเตอร์แพมอยู่ พวกสิ้นหวังกระเด็นไปคนละทิศละทาง” เพียงดาวแขวะอันยาและให้รอดูเฉยๆไม่ต้องเข้าไปยุ่ง เพราะแค่นี้พิลาสินีเอาอยู่

    อันยานิ่วหน้า แต่ก็เห็นพิลาสินีรับมือกับสองสาวได้ง่ายๆ โดยแกล้งหยิบกล่องที่บอกว่าบรรจุเชื้อแบคทีเรีย มีผลต่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมออกมาขู่ ทำให้สองสาววิ่งหนีกันไม่เป็นท่า

    เพียงดาวปรบมือชื่นชม “ด็อกเตอร์แพมทุบสกอร์ตามเคย บางคนที่เข้าใจว่าตัวเองแน่ คงรู้แล้วว่าไม่ได้พิเศษตรงไหน”

    อันยาสะอึกที่โดนแขวะ มองเพียงดาวเดินไปประจ๋อประแจ๋พิลาสินีอย่างไม่อยากเชื่อ

    จากนั้น พิลาสินีก็มาทวงรางวัลกับแสน ที่เป็นกันชนสองสาวนั่นให้ เธอขอให้เขาเลี้ยงกาแฟ แสนเหลียวมองอันยาที่นั่งทำงานอยู่ แล้วบอกพิลาสินีว่า จะให้อันยาชงกาแฟมาให้ พิลาสินีไม่ยอม จะให้พาไปร้านโปรดของตน ว่าแล้วก็เดินไปห้องทำงาน อันยาแอบเบ้ปาก เห็นแสนมองตามหลังพิลาสินียิ้มๆ ก็ใจแป้ว ทำปากมุบมิบอย่างไม่พอใจ

    คุณหญิงเหมือนกับอิงค์กี้ ใช้สเปรย์น้ำแร่ฉีดตามตัวกำจัดเชื้อโรคกันอยู่ด้านหน้าบริษัท พลันสองสาวเห็นประกาศเรื่องงานสัมมนาต่างจังหวัดที่แปะอยู่ ก็ยิ้มกริ่ม...

    เย็นวันนั้น อันยามาเดินซื้อชุดว่ายน้ำกับคิมหันต์ หวังจะเอาไปพิชิตใจแสน คิมหันต์ท้วงยังคิดจะใช้แผนมารยาหญิงอีกหรือ ไหนบอกว่าพิลาสินีมาแรงแซงโค้ง และที่สำคัญ คนทั้งออฟฟิศก็เชียร์เธอ แล้วจะเอาอะไรไปสู้ อันยาสะเทือนใจ

    “คนอื่นพูด ฉันไม่ว่าอะไรหรอกนะ แต่...แม้แต่แกก็พูดงั้นหรือ ฉันสู้ด็อกเตอร์แพมไม่ได้ตรงไหน”

    “ทุกตรง...เอาง่ายๆ เจ๊บ้าวัตถุ แต่เขาเป็นพวกทำงานเพื่อส่วนรวม เจ๊ปลอมตัวมา แต่เขาเป็นด็อกเตอร์ตัวจริง เจ๊หาวิธีให้ด็อกเตอร์มารักเจ๊เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง แต่ว่าเขาสองคนอาจจะรักกันจริงๆ”

    “นี่! แกต้องว่าฉันขนาดนี้เลยเหรอ” อันยารู้สึกเจ็บและจุกมาก

    “เจ๊เลิกแผนการนี้ไปเถอะ ก่อนที่จะถลำลึกไปกว่านี้”

    “ฉันแยกแยะได้น่า ว่านี่เป็นเรื่องงาน แล้วแกเองไม่ใช่เหรอที่ยุฉันให้ทำแผนนี้ตั้งแต่แรก”

    คิมหันต์ว่าเขาเห็นเธอเปลี่ยนไป อันยาไม่ยอมรับ กลับยืนยันว่าจะไม่ทำให้บอสกับเหนือเทพผิดหวัง คิมหันต์ถอนใจ...แต่แล้ว อันยาก็ต้องมาหงุดหงิดใจจะทำอย่างไรให้แสนชอบตน

    ooooooo

    เมื่อมาถึงโรงแรม อันยาเดินมาริมหาด วาดฝันบรรยากาศสุดโรแมนติกที่จะทำให้แสนบอกรักตน...ไม่ทันไร เสียงเอกชัยขัดความฝันของเธอ อันยาหันมามอง เห็นเอกชัยลากกระเป๋าของเพียงดาวมา ปากก็บ่นว่าขนอะไรมาเยอะแยะ เพียงดาวโต้ ยังน้อยกว่าบางคน

    อันยารู้ว่าโดนกระทบ เอกชัยเยินยอ “คุณอันยา...

    ผมนึกว่านางแบบที่ไหน น่าเสียดายนะครับ บรรยากาศแบบนี้น่าจะได้มากับแฟนมากกว่ามากับพวกเรา”

    “ที่ไม่มีคนดีๆคบ ก็คงเพราะทำตัวเอง” เพียงดาวยังแขวะ

    เอกชัยเถียงแทนว่าสวยอย่างอันยาเลือกได้อยู่แล้ว อันยาขอบคุณ แต่ความจริงตนเห็นงานสำคัญกว่าเรื่องผู้ชาย เพียงดาวเบ้หน้าไม่เชื่อ พลัน เมขลาชี้บอกทุกคนว่า แสนมารถพิลาสินี เพียงดาวได้ทีบอกว่าสองคนคงมีเรื่องคุยกันตามลำพัง แบบนี้เรื่องงานก็ได้เรื่องผู้ชายก็ไม่เสีย อันยาตาร้อนผ่าว ปากว่าไม่แคร์ผู้ชาย แต่ใจมันคุกรุ่น

    ตกบ่าย ทุกคนมารวมกันที่ลานกิจกรรม เอกชัยรับหน้าที่จัดเกมเพื่อความปรองดอง เพียงดาวเห็นราย– ละเอียดถึงกับอุทานว่าสัปดน เอกชัยโต้ ด้านได้อายอดแบบนี้แหละถึงจะปรองดองกันของจริง เอกชัยกำลังจะทำสลากชื่อสาวๆ อันยาเห็นเป็นโอกาส อาสาทำให้เธอเขียนชื่อสาวทุกคนในกระดาษ ม้วนและผูกริบบิ้น โดยที่ชื่อตนผูกริบบิ้นลายสวยสดใสกว่าใคร ส่วนของพิลาสินีผูกด้วยด้ายธรรมดา เพราะคิดว่าขี้เหร่แบบนี้คงไม่มีใครจับขึ้นมา

    พอเริ่มงาน บุรินทร์กล่าวเปิดงานที่จัดมีการสัมมนาก็เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีของคนในบริษัท ส่วนการสัมมนาจริงๆอยู่ในวันสุดท้าย วันนี้ให้ทุกคนสนุกกันเต็มที่...เอกชัยรับช่วงต่ออธิบายเกมที่ให้ทุกคนร่วมเล่น โดยแบ่งเป็นสองทีม คือทีมเอของแสน และทีมบีของตน ให้จับชื่อสาวมาเป็นคู่เล่นเกม แสนมองสลากในกล่องแล้วเลือกหยิบอันที่ผูกด้าย อันยาเห็นรีบแย้ง

    “ไม่ได้นะคะ!” ทุกคนตกใจหันมอง “คือฉัน...ฉันอาจจะทำสลากผิด เขียนชื่อไม่ครบ”

    แสนบอกไม่เป็นไร เขาแกะด้ายอ่านชื่อ...พิลาสินี เธอดีใจรีบมายืนคู่เขา อันยาหน้าเจื่อน เอกชัยประกาศถึงคราวตนจะจับชื่อสาวขึ้นมาบ้าง ไม่ทันจะจับ เสียงอิงค์กี้กับคุณหญิงเหมือนเข้ามาขัดจังหวะขอเล่นเกมนี้ด้วย สองสาวปรี่เข้าเกาะแขน แสนดันพิลาสินีออก เพียงดาวไม่พอใจ

    “ขอโทษค่ะ นี่เป็นกิจกรรมภายในบริษัท เราคนนอกกรุณาดูเฉยๆมืออย่าต้องของจะเสีย”

    สองสาวโวยพวกตนเป็นคนสนิทของแสน เอกชัยเห็นจะไปกันใหญ่จึงกระซิบเพียงดาว “เจ๊ลองคิดดูนะ ระหว่างกีดกันพวกนี้ กับให้เขาได้เห็นด็อกเตอร์ทั้งสองสวีทกัน อะไรจะมันกว่า”

    เพียงดาวทึ่งความคิดของเอกชัย แต่มีสองสาวจะทำอย่างไรเอกชัยประกาศให้สองสาวเล่นเกมด้วย แต่ต้องปรับเปลี่ยนกติกา ว่าแล้วก็ดึงอันยามาอยู่ทีมแสนอีกคน และให้สองสาวมาอยู่ทีมตน คุณหญิงเหมือนกับอิงค์กี้โวยวายไม่ยอม เพียงดาวเสียงเฉียบ ถ้าไม่เห็นด้วยก็กลับไป สองสาวหน้าเจื่อน ตกลงกันว่าจะไม่ยอมให้พิลาสินีกับอันยาควงแสนเข้าเส้นชัย

    เอกชัยส่งต่อไมค์ให้บุรินทร์ทำหน้าที่แทน บุรินทร์กระเซ้า “แกนี่แผนสูงจริงๆ...”

    ว่าแล้วบุรินทร์ก็รับหน้าที่อธิบายเกมตามสคริปต์ คือให้เอาหน้าชนกันหนีบผลไม้เดินข้ามเครื่องกีดขวางเข้าเส้นชัย สาวๆฮือฮาเพราะมันแนบชิดกันเกินไป รอบแรกผู้ชนะจะได้ 5 คะแนน รอบที่สองจะได้ 10 คะแนน ฉะนั้นถ้าผู้ทำคะแนนรอบสองได้อาจเป็นผู้ชนะไปเลย

    แสนเริ่มเล่นกับพิลาสินี ผลไม้เป็นแอปเปิ้ล สองคนใช้แก้มหนีบผลไม้ ช่วยกันประคองเดินข้ามเครื่องกีดขวาง หลายครั้งที่แสนต้องขยับหน้าเข้าใกล้พิลาสินีเพื่อไม่ให้ผลไม้หล่นทำให้คุณหญิงเหมือนซึ่งจับคู่กับเอกชัยคอยชำเลืองมองอย่างเคืองๆ ทำให้แพ้คู่ของแสนในรอบแรก... รอบสอง แสนจับคู่กับอันยา คราวนี้ผลไม้ลูกเล็กลง ทั้งสองใช้หน้าผากหนีบ ทำให้หน้าชิดใกล้แทบจะจูบกัน อันยาใจสั่นจนก้าวขาไม่ค่อยออกเมื่อสบตาแสนใกล้ๆ เธออ้างว่ากลัวหล่น

    “ไม่หล่นหรอก เอางี้ คุณยืนเฉยๆแต่ห้ามเอาหน้าออกจากผลไม้เลยนะ” อันยางงว่าแสนจะทำอะไร จู่ๆแสนก็โอบเอวเธออุ้มข้ามเครื่องกีดขวาง

    ทุกคนที่ดูส่งเสียงวิ๊วฮิ๊ว...กันยกใหญ่ พิลาสินีมองด้วยความรู้สึกชอบกล อันยาเองก็ตกใจเกือบทำผลไม้หล่น แสนกระชับหน้าเข้าประชิด จึงเป็นเหตุให้ริมฝีปากเขาจุ๊บปากอันยาเข้า

    “แม่เจ้า!!” เพียงดาวอุทาน

    อิงค์กี้ที่จับคู่กับเอกชัยเห็นช็อตนั้น ผละจากเอกชัย ปราดเข้าดึงอันยามาตบหน้าเพี๊ยะ...ทุกคนตะลึง อันยาโกรธชกสวนกลับทันที อิงค์กี้ร้องลั่น

    “อ๊าย! หน้า หน้าฉัน รู้ไหมว่าถ้าจมูกฉันหัก แกต้องชดใช้เท่าไหร่”

    “แล้วทีทำหน้าคนอื่นเป็นรอยล่ะ ยัยนางเอกอันธพาล” อันยาโต้

    แสนจะเข้าไปช่วยอันยาแต่คุณหญิงเหมือนมาดึงเขาไว้ หาว่าเขาโดนอันยาทำมิดีมิร้ายปล่อยอิงค์กี้เคลียร์ให้ อิงค์กี้ยังอาละวาดใส่อันยา คว้าอุปกรณ์แถวนั้นจะฟาดใส่อันยา แต่แสนสะบัดตัวหลุดจากคุณหญิงเหมือนเข้าขวางจึงโดนอิงค์กี้ฟาดกลางหลังอย่างจัง...บุรินทร์โกรธมาก เอ่ยปากไล่สองสาวกลับ พิลาสินีรีบเข้าประคองแสน และบอกสองสาว ถ้าไม่กลับไปจะเรียก รปภ. สองสาวกลัวรีบพากันออกไป อันยายืนอึ้งมองแสนอย่างห่วงใยแต่เข้าไม่ถึง...

    อันยาหลบมายืนครุ่นคิดอยู่ริมทะเล นึกถึงจูบโดยบังเอิญของแสนแล้วสะเทิ้นอาย แต่ใบหน้าพิลาสินีเข้ามาแทรกในความคิด เธอสลัดความคิดและปลอบใจตัวเอง

    “แค่นี้อย่าเพิ่งยอมแพ้สิ อันโกะ”

    “พูดซะดัง เดี๋ยวคนอื่นก็ได้ยินหรอก” เสียงคิมหันต์ดังมา ทำให้อันยาสะดุ้ง

    “คิมบอมบ์! ฉันตกใจหมด แล้วแกมาที่นี่ทำไมเนี่ย”

    คิมหันต์ยิ้มกริ่มก่อนจะตอบว่า ที่มาเพราะอยากให้แน่ใจ ว่าแผนการจะราบรื่น ตนห่วงงานผิดด้วยหรือ อันยาไม่เชื่อหาว่าเขาไม่ไว้ใจมากกว่า จึงยืนยันว่ามันจะต้องสำเร็จตนมีวิธี

    ooooooo

    ในขณะที่ เมรีกับอาโปเดินทางมาถึง เห็นแต่ร่องรอยของกิจกรรม พนักงานพักทานกลางวัน ทั้งสองเดินมองหาตัวอันยา แต่เห็นแสนกับพิลาสินีที่ดูจะสนิทสนมกันมาก พร้อมกับเสียงเพียงดาวที่กำลังเม้าท์กับพนักงานแถวนั้นว่า สองคนนี้เหมาะสมกันมาก

    เมรีกับอาโปจึงรี่เข้าไปร่วมวง ทำทีชื่นชมในความเก่งของแสนอย่างมาก แล้วถามถึงสาวที่เคียงคู่เขาเป็นใคร พนักงานกำลังจะสาธยาย เพียงดาวปราม ต้องเป็นตนที่จะเล่าได้ถูกต้องที่สุด

    “ในฐานะที่พวกคุณชื่นชมด็อกเตอร์แสน ฉันจะเล่าแบบจัดเต็มเลยนะคะ ผู้หญิงคนนั้นน่ะคือ ด็อกเตอร์แพม ชื่อเต็มๆว่าพิลาสินี สนิทกับด็อกเตอร์แสนมาก...” เพียงดาวลากเสียง

    ส่วนอันยาคิดแผนจะเข้าใกล้แสน ด้วยการเอายา

    มาให้เขาที่ห้อง แสนเปิดประตูรับ อันยายื่นหลอดยาให้เขาเอาไปนวดรอยช้ำที่โดนอิงค์กี้ฟาด พลัน เสียงพิลาสินีดังมาจากในห้อง

    “ใครมาเหรอคะแสน”

    แสนหันไปบอกว่าอันยาเอายามาให้ พิลาสินีเดินถือยาออกมาชูให้ดูว่าตนเอามาให้แล้วอันยาหน้าเหวอ ขอตัวกลับแต่แสนชวนให้เข้าไปเอาขนมในห้องไปแบ่งพนักงานคนอื่น อันยาจำต้องเดินเข้าไป พิลาสินีแกล้งยั่วเรียกแสนมาให้ตนนวดยา แสนปฏิเสธว่าทาเองได้

    “ไม่ต้องอายคุณอันเขาน่า ตั้งแต่สมัยเรียน

    แล้วล่ะ ที่แสนเขาชอบทำอะไรเกินตัว ไปช่วยอาจารย์แบกของหนักๆบ้าง ช่วยเพื่อนบ้าง พอเดี้ยงขึ้นมา เดือดร้อนฉันนี่แหละต้องนวดยาให้ประจำ...มาเร็ว” พิลาสินีดึงแสนมานั่งข้างๆแสดงความสนิทสนม

    อันยามองภาพทั้งสองอย่างเจ็บจี๊ดๆในใจ รีบขอตัวกลับออกไป ความเก่งที่ตั้งใจจะทำเมื่อครู่ หายไปหมดอย่างไม่รู้ตัว...เดินกลับมาหาคิมหันต์ที่ริมหาด เธอยืนนิ่งพูดอะไรไม่ออก ทันใด เมรีกับอาโปก็โผล่มาเยาะเย้ยถากถาง ว่าด็อกเตอร์พิลาสินีช่างเหมาะสมกับด็อกเตอร์แสนเสียจริงๆ ไม่รู้ว่าคนที่อ้างตัวเป็นแฟนแสนจะเอาอะไรมาอ้างอีก อันยาฮึดโต้

    “แฟนกัน ไม่จำเป็นต้องไปยืนโชว์ตัวคู่กันเสมอหรอกนะ คนที่ไม่มีแฟน ได้แต่แอบควงแขนผู้ชายของคนอื่น ไม่เข้าใจหรอก”

    “ยัยอันยา! ลำบากแล้วยังไม่รู้ตัว รู้ไหมว่าใครอนุญาตให้ฉันมาที่นี่”

    “ใครบางคนทำงานย่ำอยู่กับที่ บอสก็เลยให้

    คุณเมรีกับอาโปมาตรวจดูการทำงาน” อาโปเสริม อันยากับคิมหันต์ตะลึงไม่อยากเชื่อ เมรีท้าให้ โทร.ไปถามธกฤต

    ด้านแสน เดินออกมาจากห้องพร้อมพิลาสินี พอดีบุรินทร์ โทร.เรียกเธอไปพบ แสนจึงเดินเล่ียงมาตามหาอันยา มาเจอกำลังเถียงกับเมรีและอาโปก็แปลกใจ พออันยาเห็นแสนก็รีบมาเกาะแขนเหมือนคิดถึงเหลือเกิน ไม่ได้เจอกันตั้งหลายนาที แสนงง

    “อันยา...คุณเป็นอะไร...”

    “แหม...ไม่ต้องอายหรอกค่ะ คนกันเองทั้งนั้น ผู้หญิงคนนี้เป็นเพื่อน...เก่าฉันน่ะค่ะ”

    แสนมองเมรีอย่างจำได้ อาโปจะแฉความจริงว่าอันยามาหลอก เมรีรีบกระซิบถ้าบอสรู้พวกเราเด้งแน่ อันยาฉวยโอกาสกระซิบแสนว่า เมรีเป็นแฟนใหม่ของแฟนเก่าตน ตนจึงพยายามหลบหน้าไม่อยากเป็นต้นเหตุให้ทั้งสองผิดใจกัน...แล้วอันยาก็โพล่งขึ้นต่อหน้าเมรี

    “เรื่องอดีตน่ะ ให้มันจบไปเถอะนะ ตอนนี้ฉันกับด็อกเตอร์รักกันแล้ว ฉันไม่มีทางทำให้ใครผิดหวังหรอก”

    ทั้งเมรีและอาโปเหวอ เมรีรีบถามแสนว่าจริงหรือที่เป็นแฟนกับอันยา แสนตอบอึกอักๆ

    “ผมไม่แน่ใจ...”

    “โป๊ะเช๊ะ! นั่นไงล่ะ” อาโปร้องลั่นด้วยความดีใจ แล้ว ต้องเจื่อนลงเมื่อแสนพูดต่อ

    “เพราะผมไม่ถนัดกับการใช้ คำว่าแฟน ผมบอกได้แค่ ผมไม่อยากเห็นอันยาเขาเสียใจ หรือว่าไม่สบายใจ เขาเป็นคนที่ผมอยากเห็นว่าเขายิ้มได้...เวลาที่เขายิ้ม โลกมันสดใสขึ้นนะ พวกคุณไม่รู้สึกเหรอ...ถ้ามีใครทำให้อันยาเขาไม่สบายใจ ผมก็อยากให้คนๆนั้น ลองทบทวนดูใหม่ ทำให้คนอื่นไม่มีความสุข ก็เท่ากับทำลายความสุขของตัวเราเองด้วยนะครับ”

    ทุกคนยืนฟังอึ้งๆ แสนแตะมืออันยาอย่างให้กำลังใจพาเดินไป...อันยาเหมือนตัวลอย พอได้สติก็ขอบคุณแสนที่ช่วย เขาย้อนถามว่าแค่ขอบคุณหรือ อันยาเหวอ

    “คุณชอบทวงบุญคุณคนตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”

    “ไม่ใช่กับทุกคน แค่บางคน ผมก็อยากทวงรางวัลบ้าง”

    อันยาเขินบิดตัวไปมา คิมหันต์เอ่ยขอบคุณแสนที่ช่วยลูกพี่ตน อันยาถลึงตาใส่ คิมหันต์รีบกลบเกลื่อนว่า เป็นห่วงพี่ที่มีศัตรูเก่าเยอะ แล้วขอตัวกลับไปทำงาน แต่ไม่วายกระซิบเตือน

    “เจ๊เชื่อผมเถอะ รีบหาทางปิดจ็อบด็อกเตอร์ เพราะเราไม่รู้ว่ายัยเมรีจะมาไม้ไหนอีก”
    อันยาชักหนักใจมากขึ้น...แสนสะกิดอันยา ชวนไป ดื่มกาแฟ อันยาทำหน้าประหลาดใจ ย้อนถามว่าพิลาสินี ไม่ว่างหรือ ถึงมาฆ่าเวลากับเลขาอย่างตน

    “ผมชวนคุณกินกาแฟ เกี่ยวกับแพมตรงไหน อุตส่าห์จะปลอบใจ เห็นว่าคุณเพิ่งเจอโจทก์เก่ามา...เวลาเจอเรื่องแย่ๆ กลิ่นหอมของกาแฟช่วยแก้เครียดได้นะ จะได้ไม่หน้าย่นแบบนี้ไง”

    อันยาเผลอจับหน้าผาก แสนขำก่อนจูงมือเธอเดินไป อันยารู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด ส่วนพิลาสินี บุรินทร์เรียกพบเพราะรายงานที่เธอส่งมาเพื่อพรีเซนต์ยังใช้ไม่ได้ ข้อมูลภาคสนามยังไม่ถูกต้อง พิลาสินีอ้างว่าตนเพิ่งกลับมายังไม่มีเวลาลงพื้นที่เก็บข้อมูล

    “ถ้าอย่างนั้น คุณก็ต้องจำกัดขอบเขตโปรเจกต์ลงมา คงจะแก้ไม่ทันพรีเซนต์วันพรุ่งนี้แล้ว ถ้าไงครั้งนี้ก็ให้แสนเขาพรีเซนต์ไปก่อน ส่วนคุณกลับไปแก้แล้วพรีเซนต์ใหม่ที่บริษัทก็แล้วกัน”

    “ไม่เป็นไรค่ะ เรื่องแค่นี้แพมจัดการได้ แค่แก้งานให้เสร็จทันวันพรุ่งนี้ก็พอใช่ไหมคะ” พิลาสินีกลัวเสียหน้า ยอมไม่ได้ ขอให้เป็นไปตามกำหนดการเดิม บุรินทร์มองอย่างไม่สบายใจ

    จากนั้น พิลาสินีให้เมขลาช่วยค้นข้อมูลจากฐานข้อมูลส่วนกลางตามรายการใส่ทัมไดร์ฟ มาให้เธอเร็วที่สุด...เมขลาถือโน้ตบุ๊กเดินหน้าเครียดมาชนกับคิมหันต์อย่างจัง โน้ตบุ๊กหล่นเธอหน้าเสีย คิมหันต์ตกใจแสดงความรับผิดชอบ หาโน้ตบุ๊กมาให้ยืมใช้

    “ผมไปยืมของเจ๊อันโกะมาให้คุณใช้ก่อน เห็นว่ารีบ ส่วนคอมที่เสีย ซ่อมเสร็จแล้วก็ส่งบิลมาที่ผมแล้วกันนะ”

    เมขลาหงุดหงิดแต่ไม่อยากวีน คิมหันต์ข้องใจ ทำไมบอสเธอต้องการข้อมูลด่วน ทั้งที่จะต้องพรีเซนต์พรุ่งนี้แล้ว แสดงว่าบอสเธอทำงานไม่เสร็จ...เมขลาหน้าเจื่อน เปิดเครื่องอันยาเข้าเว็บข้อมูลการวิจัยในพื้นที่แล้วต้องงงที่มีมากมายไปหมด คิมหันต์จึงช่วย

    “หาแบบนั้นนายคุณรอเหงือกแห้งแน่ๆ ทำแบบนี้สิครับ...แค่นี้ก็ตัดช้อยส์อันที่ไม่ใช่ออกไปได้ตั้งเยอะ” คิมหันต์กรอกคำเฉพาะเข้าไป

    “จริงด้วยค่ะ ขอโทษนะคะ ทีแรกฉันเครียดไปหน่อย เจ้านายฉันด็อกเตอร์แพมต้องแก้งานด่วน ต้องหาข้อมูลพื้นที่วิจัยอย่างละเอียดมาให้ได้น่ะค่ะ”

    “ที่เจ้านายคุณต้องการคือ ข้อมูลพื้นที่วิจัยอย่าง ละเอียด...โครงการชุมชนเกษตรอินทรีย์ และข้อมูลการลงพื้นที่โดยละเอียด-หมู่บ้านนกกระเต็น” คิมหันต์เกิดความคิด ก๊อบปี้ไฟล์ให้อย่างมีแผนการบางอย่าง

    ooooooo

    พอพิลาสินีได้ไฟล์ข้อมูลจากเมขลา ก็แปลกใจที่มีข้อมูลการลงพื้นที่อย่างละเอียดอยู่ด้วย เมขลาบอกว่าตนได้ค้นจากฐานข้อมูลของบริษัท พิลาสินีอ่านรายละเอียดอย่างชั่งใจ...ระหว่างที่แก้งานอยู่ เพียงดาวมารบเร้าพิลาสินีให้ลงประกวดมิสเพียงพอดี เมขลาอาสาพิมพ์งานที่เหลือให้

    พิลาสินีเห็นว่าใช้เวลาร่วมงานเพียงสองสามชั่วโมง ยังเหลือเวลาศึกษางานก่อนพรีเซนต์ จึงยอมตกลง...ด้านอันยา เลือกเสื้อผ้าสุดเริ่ดและแต่งหน้าอย่างที่คิดว่าสวยสุด คิมหันต์เห็นแล้วอดบ่นไม่ได้ว่าเสียเวลาเปล่า หาแผนอื่นที่มันจะได้ผลกว่านี้ดีกว่า แต่อันยาโต้

    “ก็ถ้าทุกคนเขาเห็นว่าฉันสวยเริ่ด แล้วแกคิดว่าด็อกเตอร์จะว่ายังไง”

    “ก็...คงมีปลื้มๆบ้าง ยังไงเขาก็...ผู้ชายอ่ะนะ”

    “เห็นมั้ย แล้วที่ฉันทำมันเสียเวลาตรงไหน วันนี้เขายังบอกยัยเมรีกะอาโป ว่าเวลาที่ฉันยิ้มโลกมันสดใสขึ้น เพราะงั้น ฉันต้องรีบฮุกเข้ากลางใจของเขา จะปล่อยไว้นานไม่ได้ ฉันรู้สึกนะว่า จะได้ความจริงในใจด็อกเตอร์แสน เร็วๆนี้แหละ”

    คิมหันต์มองอันยาที่ท่าทางมั่นใจ อย่างไม่ค่อยมั่นใจด้วย...

    พลบค่ำ บรรยากาศของงานเป็นแบบชิลๆ เอกชัยทำหน้าที่พิธีกรบนเวที ประกาศเชิญผู้เข้าประกวดมิสเพียงพอดี ขึ้นโชว์โฉมบนเวที จนกระทั่งมาถึงหมายเลข 8 คือ อันยา รักษ์เรืองรอง เมื่่ออันยาปรากฏตัวขึ้น ทุกคนฮือฮาในความสวยเริ่ดของเธอ แม้แต่แสนยังตะลึง ขนาดบุรินทร์เรียกยังไม่ได้ยิน เพียงดาวหน้าหงิกไม่พอใจ บุรินทร์จึงถาม

    “นี่ถ้าขนาดคุณอันยา คุณว่าไม่สวย แล้วต้องขนาดไหนถึงจะสวยล่ะ”

    เพียงดาวยิ้มๆไม่ตอบ จนกระทั่ง เอกชัยซึ่งตื่นเต้นอันยาจนออกหน้าออกตา “ผมว่าไม่ต้องโหวตเราก็คงได้ผู้ชนะกันแล้วนะครับ” เสียงผู้เข้าประกวดฮือฮา “ครับๆโหวตก็ได้ แต่ความจริงมันก็ต้องเป็นความจริงวันยันค่ำ...อะไรนะครับคุณเม ยังมีผู้เข้าแข่งขันอีกคน เอ...รู้ไหมครับว่าใครเอ่ยยังไม่ได้ขึ้นมาบนเวที”

    พนักงานทุกคนส่งเสียงขึ้นมาว่า ด็อกเตอร์แพมๆ อันยารู้สึกเหมือนแฟนคลับเรียกศิลปินของตัว ชักใจเสีย เอกชัยประกาศเชิญพิลาสินีหมายเลข 9 ออกมา...พิลาสินีเดินออกมาในลุคที่สวยสง่า มีกลิ่นอายของการมาพักผ่อนทะเล พนักงานปรบมือเกรียวกราว เพียงดาวถามบุรินทร์

    “ทีนี้ทราบคำตอบแล้วใช่ไหมคะบอส”

    “แต่ผมว่า อันยาเขาก็สวยไม่น้อยกว่าแพมนะ ว่าไหมแสน”

    แสนชะงักเอาแต่ยิ้มๆไม่พูดอะไร เพียงดาวบอกให้รอดูผลโหวตอย่างมั่นใจ...ทุกคนต้องเขียนชื่อคนที่ตนเลือกใส่กล่องที่เมขลาเดินไปรับ พอมาถึงบุรินทร์เขาลังเลจะเลือกใคร เอกชัยยุ

    “เลือกคุณอันยาสิครับบอส สวยแนวใหม่ ฉีกสไตล์ไม่ซ้ำใคร นานๆบริษัทเราจะมีแบบนี้สักคน ต้องสนับสนุนคลื่นลูกใหม่นะครับบอส”

    “เหลวไหล! เลือกด็อกเตอร์แพมเท่านั้นค่ะบอส สวยเลอค่าอมตะคลาสสิก รสนิยมกินขาด เลือกเลยค่ะบอส” เพียงดาวแย้ง

    “พวกคุณทำอย่างงี้ กดดันผมนะเนี่ย ถามแสนดีกว่า” บุริทร์หันมา ปรากฏว่าแสนไม่อยู่แล้ว จึงคิดว่าไปห้องน้ำ เมขลาเร่งให้บุรินทร์รีบเลือกเพราะพิลาสินีต้องไปทำงานต่อ

    บุรินทร์ตัดสินใจเขียนชื่อหยอดลงกล่อง เพียงดาวอยากรู้ว่าเลือกใคร แต่เขาบอกว่าประกาศออกมาก็รู้เอง เพราะมั่นใจว่าคนที่ตนเลือกต้องชนะ...ผ่านไปสักครู่ผลนับคะแนนออกมาว่า อันยากับพิลาสินีมีคะแนนเสมอกัน เอกชัยบ่นจะตัดสินอย่างไรดี พอดีนึกได้ว่า ผลคะแนนไม่ครบจำนวนคน หายไปหนึ่ง แสนเดินกลับมา บุรินทร์จึงถามแสนว่าลงคะแนนหรือยัง เขาส่ายหน้า

    “นี่ เขาป่วนกันหมดแล้ว แพมกับอันยาคะแนนเท่ากัน ตัดสินไม่ได้อยู่นะ” บุรินทร์บอกเอกชัยว่าแสนยังไม่ได้ลงคะแนน

    “โอเคครับ งั้นผมขอผลโหวตสดๆจากด็อกเตอร์ก็แล้วกัน เรามาดูกันครับ คะแนนเดียวจากด็อกเตอร์แสนจะตัดสินว่าสาวงามท่านใดจะได้ครองตำแหน่งมิสเพียงพอดีของเรา”

    เสียงพนักงานเชียร์ทั้งอันยาและพิลาสินี แสนลำบากใจสุดๆสบตาอันยาอย่างขอโทษก่อนจะเอ่ยยากลำบากว่า “ผมเลือก...ด็อกเตอร์แพม...”

    อันยาหน้าเสีย เอกชัยกับบุรินทร์ผิดหวังเล็กน้อย พิลาสินีกล่าวขอบคุณทุกคนด้วยความดีใจ แสนยิ้มเจื่อนๆ เป็นห่วงความรู้สึกอันยาอย่างมาก

    ooooooo

    คืนเดียวกัน เมรีกับอาโปนั่งรอลูกค้าอยู่ในคลับหรูกลางกรุง แต่เผอิญลูกค้าโทร.มาเลื่อนนัด เมรีหงุดหงิด ส่วนอาโปลั้นลากับการมองเด็กเสิร์ฟหนุ่มๆ เมรีคว้ากระเป๋าจะกลับ ทวยเทพเข้ามาขวางขอนั่งคุยด้วย เมรียิ่งโกรธจะเดินหนี ทวยเทพคว้ามือไว้ ขอโทษกับนัดเดทครั้งก่อน

    “อย่าพูดถึงครั้งที่แล้วเลย ให้ฉันพูดตรงๆไหมคุณน่ะมันแหย กลัวแฟนจนขึ้นสมอง หน้าอย่างคุณไม่มีทางควงผู้หญิงคนอื่นได้ รอแฟนเอาสายจูงมาคล้องคอพาไปเดินก็พอ”

    เมื่อโดนเมรีหยาม ทวยเทพทนไม่ได้ คว้าตัวเมรีมาจูบกลางผับ อาโปตกตะลึง พอผละออกเมรีตบหน้าเขาแล้ววิ่งหนีออกไป ทวยเทพวิ่งตามไปทันด้านนอก

    “ผมขอโทษ...ก็คุณท้าผมแบบนั้นทำไมเรื่องอันยาผมไม่ได้แหย ไม่ได้กลัวเขามากขนาดจะเอาไปเปรียบกับ ไอ้พวกสี่ขานั่น ผมก็แค่เกรงใจอันเขาเฉยๆ”

    “หยุด! ถ้าตอนนี้คุณพูดถึงยัยอันยาอีกคำ ก็ลืมไปได้เลย เรื่องที่...จะได้เดทกับฉันอีก”

    “ก็ผมแค่อธิบาย...อะ...อะไรนะ!” ทวยเทพมองเมรีที่เดินไป แล้วค่อยๆยิ้มออก

    แต่เมรีแค่หวังจะใช้ทวยเทพเป็นเครื่องมือแฉเรื่องของอันยาเท่านั้น...

    ด้านอันยา เดินคอตกผิดหวังเสียใจอยู่ในสวนของโรงแรม จนกระทั่งกระเป๋าหล่น พอรู้ตัวก็หันมาจะเก็บแต่แสนช่วยเก็บส่งให้ อันยาดึงมาแบบงอนๆ แล้วจะเดินหนี แสนรีบถามว่าโกรธหรือ อันยาชะงัก หันมาโต้จะโกรธทำไม เขาก็แค่มองว่าตนไม่สวย แสนอึ้งงานเข้าแน่แล้ว

    “แต่ก็แปลกนะ...เมื่อกลางวันคุณเพิ่งบอกว่าฉันยิ้มแล้วโลกมันสดใสขึ้น เพิ่งรู้ว่าคำชมของคนเรามันขึ้นๆลงๆ เดี๋ยวชมเดี๋ยวไม่ชม” อันยาน้อยใจ

    “คุณไม่ได้ชนะหรอก แล้วคุณก็ไม่ได้อยากสวยที่สุดด้วย” แสนเอ่ยขึ้น

    “ฉันไม่อยากชนะ! ไม่อยากสวยที่สุด! แต่งมาซะขนาดนี้เนี่ยนะไม่อยาก”

    “ใช่...คุณก็แค่มาร่วมกิจกรรมสนุกๆ เพื่อทำให้ทุกคนเขามีความสุขกัน ถ้าไม่มีคุณซะคนงานเราคงไม่สนุกขนาดนี้”

    “อ๋อเหรอ...เพิ่งรู้นะเนี่ย ว่าฉันเป็นคนดีขนาดนี้” อันยาประชดแล้วเดินไป

    แสนมองตามอันยาเศร้าๆ พึมพำ “ถ้าให้คุณชนะ แล้วแพมเขาแพ้ ทั้งงานก็กร่อยนะสิ”...

    รุ่งเช้า อันยานั่งทานอาหารอย่างเห็นได้ชัดว่าอารมณ์ยังไม่ดี แสนเห็นเข้ามานั่งด้วยแล้วเปรย “เขาว่าเริ่มต้นวัน ให้อารมณ์ดีเข้าไว้ ทั้งวันจะได้มีแต่เรื่องดีๆ เวลาอารมณ์ไม่ดี ผมจะดูรูปตลกๆ แก้เครียด คนเนี้ยะตลกมากเลยนะรับรองว่าดูแล้วต้องยิ้ม”

    อันยาเบ้หน้าไม่สนใจ แต่พอแสนยื่นมือถือให้ดูภาพ และเลื่อนไปอีกหลายภาพ เป็นภาพตัวเธอในอิริยาบถตั้งแต่แอบหลับ ตอนกิน และท่าอื่นๆ แบบโก๊ะๆ

    “นี่! นี่คุณแอบถ่ายรูปฉันไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ถ่ายไว้ตั้งหลายรูปแน่ะ...ถ่ายทำไม”

    “นั่นสิ ทำไมนะ...เมื่อคืนแค่เลือกตามใจเสียงส่วนใหญ่ แต่ส่วนตัว ผมว่า...คนนี้ดูแล้วอารมณ์ดีแบบนี้แหละ...สวย” แสนเขินเก็บมือถือเดินอมยิ้มไป

    อันยาฟังแล้วอึ้ง ทำอะไรไม่ถูกอยู่อึดใจ ก่อนจะเผลอยิ้มสบถออกมาว่า “บ้า...”

    แสนแอบมองเห็นอันยายิ้มได้แล้วก็สบายใจ อันยาเงยหน้ามาเห็นเขาแอบมองก็เขินจะหุบยิ้มแต่ไม่สำเร็จ พลันคิมหันต์โทร.เข้ามาขัดจังหวะ เธอรีบลุกไปหาที่คุย คิมหันต์โทร.มาเตือน

    “เจ๊ ผมก็ไม่แน่ใจนะ...ถ้าหากว่าระหว่างพรีเซนต์มีอะไร คือ...ถ้าหากว่ามีปัญหาอะไร เจ๊ก็อย่าลืมหาทางยื่นขอเสนอของวิชั่นออฟฟิวเจอร์ให้ด็อกเตอร์แสนล่ะ”

    “คิมบอมบ์ นี่แกทำอะไร มีเรื่องอะไร ทำไมการพรีเซนต์ถึงมีปัญหา”

    “ผม...มันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ เอาเป็นว่า เจ๊ลองดูสถานการณ์ก็แล้วกันนะ แค่นี้ก่อนนะเจ๊” คิมหันต์ตัดสายไปดื้อๆ

    อันยาแปลกใจว่าลูกน้องทำอะไร โทร.หาก็ปิดเครื่องไปแล้ว เธอชักใจไม่ดี...คิมหันต์เองก็ไม่สบายใจ เกรงบาปแต่คิดเสียว่า ถ้าพิลาสินีไม่ใช้ก็แล้วไป แต่ถ้าใช้แสนก็จะได้งานใหม่ที่ดีกว่า

    ooooooo

    ใกล้เวลาพรีเซนต์เข้ามาทุกที บุรินทร์ถามพิลาสินีพร้อมแล้วแน่หรือ เธอตอบอย่างมั่นใจว่าให้คอยฟัง มีเซอร์ไพรส์ไม่ผิดหวังแน่ พนักงานทุกคนมานั่งรอฟังรวมทั้งอันยากับแสน

    พอพิลาสินีขึ้นกล่าวทักทายและแนะนำชื่อเรื่องโปรเจกต์ของเธอ ซึ่งเปลี่ยนจากเดิมเป็น...โครงการชุมชน สีเขียว แผนปรับปรุงวิถีเคมีสู่การเกษตรอย่างยั่งยืนหมู่บ้านนกกระเต็น...ทั้งบุรินทร์ แสนและอันยาต่างอึ้ง ที่ชื่อโปรเจกต์ของพิลาสินีเปลี่ยนไป แถมคล้ายโปรเจกต์ของแสนบุรินทร์ให้ฟังไปก่อนอาจจะคนละเรื่อง แต่พอพิลาสินีพรีเซนต์ ปรากฏว่าเป็นข้อมูลที่แสนหามาทั้งหมด ทั้งสามต่างแปลกใจ เพียงดาวมองมาอย่างสงสัยที่สามคนกระซิบกระซาบอะไรกัน

    บุรินทร์จะลุกขึ้นระงับการพรีเซนต์ของพิลาสินี แต่แสนปรามไว้ อันยาหน้าเจื่อนนึกถึงคำเตือนของคิมหันต์ แล้วรู้สึกโกรธ...สามคนออกมาคุยกันนอกห้องสัมมนา

    “ผมไม่นึกเลยจริงๆว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ นายเก็บข้อมูลภาคสนามนั่นมาตั้งนาน ทำไมล่ะแสน ทำไมไม่ให้ผมระงับการพรีเซนต์ของแพม” บุรินทร์เสียงเครียด

    “ถ้าทำแบบนั้น แพมก็จะเสียหน้าและมีปัญหาความน่าเชื่อถือในสายตาพนักงานนะครับ”

    “แล้วตัวคุณเองล่ะคะ คุณแสนคุณไม่ห่วงชื่อเสียงแล้วก็เครดิตงานของตัวเองเลยเหรอ ถ้าคุณไม่ได้พรีเซนต์” อันยาแย้ง

    บุรินทร์เห็นด้วย เขาจะหยุดการพรีเซนต์ของพิลาสินีแล้วให้มาคุยกันว่าเอาข้อมูลของแสนไปได้อย่างไรแต่แสนท้วงและเสนอทางออกอีกทางหนึ่งให้ ทำให้บุรินทร์ยอมจำนน

    เมื่อบุรินทร์ แสนและอันยากลับเข้ามาในห้องสัมมนา พิลาสินีจบการพรีเซนต์พอดี เธอแปลกใจที่บอสไม่ได้อยู่ฟังการพรีเซนต์ของเธอ บุรินทร์หน้าเครียดตอบว่าเรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเดี๋ยวค่อยคุยกัน แล้วนั่งฟังแสนขึ้นพรีเซนต์

    แสนกล่าวกับทุกคน “ขอเรียนให้ทราบก่อนนะครับ ว่าผมจะไม่ใช้โปรแกรมพรีเซนเทชั่น...ผมขอเล่าโครงการที่เตรียมมาให้ฟังอย่างง่ายๆ ก็แล้วกันนะครับ”

    พิลาสินีแปลกใจ จะถามแต่บุรินทร์ทำหน้าเครียดจึงชะงักไว้...แสนเรียกอันยาขึ้นมาช่วย แล้วเขาก็ชี้ไปที่สร้อยรูปแตงโมของเธอซื้อมาราคาเท่าไหร่ อันยาจำไม่ได้แสนทายว่าหมื่นสอง

    “บ้า! หมื่นสองมันราคากระเป๋าย่ะ” พนักงานหัวเราะกันครืน

    “โอเค คุณซื้อมาไม่ถึงหมื่นสอง เพราะคุณว่ามันแพงเกินไปใช่ไหม...แต่ทุกคนทราบไหมครับว่าเกษตรกรซื้อเมล็ดพันธุ์แตงโมกิโลกรัมละหมื่นสองพันบาท”

    “หมื่นสอง! ค่าเมล็ดแตงโมเนี่ยนะ ฉันเห็นพวกชาวบ้าน เดือนๆ นึงใช้เงินไม่เกินสองสามพัน” อันยาแทบไม่อยากเชื่อ

    แสนสาธยายว่า พวกชาวนาจ่ายในราคาสูงยังไม่รวมค่าปุ๋ยและค่ายาปราบศัตรูพืช อันยาแย้ง ทำไมพวกเขาไม่ปลูกผักแบบเกษตรอินทรีย์ ดีกับคนปลูกและคนกิน

    “ข้อเท็จจริงที่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ก็คือ เมล็ดพันธุ์ที่ซื้อมาจากบริษัทพาณิชย์เกษตร ขาดปุ๋ยและยาไม่ได้ พวกนั้นจงใจพัฒนาพันธุ์พืชที่ตอบสนองต่อปุ๋ยและยาของตัวเอง ถ้าขาดมันพืชก็จะไม่โต ยิ่งกว่านั้นพวกเขายังใช้เทคโนโลยีที่ทำให้เมล็ดใช้ได้ปีต่อปี เกษตรกรนำไปเพาะใช้เองไม่ได้ เพื่อที่ทางบริษัทจะได้ผูกขาดผลประโยชน์ไว้...

    หมายความว่า ทุกวันนี้ถ้าเกษตรกรลงทุนปลูกแตงโมไปหนึ่งแสนบาท ประมาณหกหมื่นบาทเป็นต้นทุนที่ต้องจ่ายให้กับบริษัท เท่ากับเกษตรกรของเราไม่ได้กำลังทำงานเพื่อตัวเอง แต่กำลังเหนื่อยยากเพื่อความร่ำรวยของบริษัท”

    ทุกคนฟังกันอย่างทึ่ง ไม่เคยรู้ข้อมูลที่แท้จริงนี้มาก่อน พิลาสินีทนไม่ไหว ลุกขึ้นค้านว่าทำไมแสนไม่พูดถึงโปรเจกต์ของตัวเอง แสนกล่าวขอโทษ แค่อยากชี้ให้เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ เพราะสมัยก่อนชาวนาของเราก็เพาะพันธุ์เมล็ดได้เอง ไม่ต้องพึ่งสารเคมี แต่ทุกวันนี้ พืชพันธุ์พื้นบ้านได้สูญหายไปกว่าหลายร้อยชนิด โครงการของตนคือ การอนุรักษ์เมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน รวบรวมเมล็ดพันธุ์กลับคืนสู่มือของเกษตรกร สร้างเครือข่ายการบริโภคพืชผักพื้นบ้าน เพื่อลดวงจรการผูกขาดของบริษัท เป็นการแก้ที่รากปัญหาให้ชาวนาได้กลับมาเป็นนายของตัวเอง

    บุรินทร์ลุกขึ้นปรบมือ ทุกคนปรบมือตามอย่างชื่นชม อันยามองแสนด้วยความยินดี แม้ใจหนึ่งจะรู้ว่าคนที่ตกที่นั่งลำบากคือตนเอง...บุรินทร์เข้าไปชื่นชมแสน พิลาสินีกระเซ้ามีโปรเจกต์ดีๆ แล้วซุ่มเงียบ แต่บุรินทร์กลับมองเธอด้วยสายตาเคลือบแคลง

    “แพม เดี๋ยวผมขอคุยด้วย”

    แสนใช้แววตาขอร้อง “เอ่อ ให้ผมถามแพมเองเถอะครับบอส...นะครับ”

    ในขณะเดียวกัน อันยาออกมาพบคิมหันต์ที่ริมหาด เขายอมสารภาพว่า เป็นคนเอาข้อมูลของแสนใส่ในทรัมฟ์ไดร์ฟเมขลา โดยที่เธอคิดว่าเป็นข้อมูลกลางของบริษัท อันยาตกใจ

    “คิมบอมบ์! ทำไมถึงไม่บอกฉันก่อน ข้ามไลน์กันอย่างนี้ได้ยังไง...แล้วอีกหน่อยฉันจะไว้ใจใครได้ฉันต้องคอยระวังแก เหมือนที่คอยระวังยัยเมรีกับยัยอาโปรึเปล่า”

    “เจ๊ ที่ผมทำมันผิดผมยอมรับ แต่ผมไม่มีวันเหมือนสองคนนั่นแน่ๆ เจ๊พูดอย่างนี้ได้ยังไง”

    “ก็นายอยากทำให้ฉันไม่ไว้ใจเอง”

    “ดี งั้นจะบอกให้ ผมก็ไม่ไว้ใจเจ๊เหมือนกัน ที่ผมต้องลงมือเอง มันเป็นเพราะอะไร เจ๊เคยถามตัวเองบ้างมั้ย...

    ก็เพราะเจ๊นั่นแหละ เจ๊เปลี่ยนไป รู้ตัวบ้างรึเปล่า ปากก็บอกว่าจะปิดจ็อบให้ได้ แต่การกระทำน่ะ ตรงกันข้าม วันๆคอยแต่ห่วงว่าด็อกเตอร์แสนเขาจะรู้สึกอะไรกับตัวเอง เจ๊รู้ตัวไหมว่าเจ๊กำลังหลงเขา จนลืมงานของเราแล้ว” คิมหันต์ระเบิดความอัดอั้นออกมา มองอันยาอย่างผิดหวังก่อนจะเดินจากไป อันยาหน้าชาเหมือนโดนตบ ร้องเรียกคิมหันต์ให้กลับมา

    ooooooo

    เพียงดาวกำลังกล่าวชื่นชมพิลาสินีกับแสน ระหว่างเก็บเอกสารอยู่กับเมขลา พิลาสินีเดินหน้าเครียดเข้ามาเอาเรื่องเมขลาหาว่าไปขโมยข้อมูลของแสนมาให้ตน เมขลาปฏิเสธพัลวันแต่พิลาสินีโกรธไม่ฟังคำอธิบาย ไล่เมขลาออก แสนเข้ามาขอร้องอย่าให้ถึงขั้นนั้น

    บุรินทร์ออกมาตัดสิน เมขลาไม่ได้ตั้งใจ จะไล่คนออกชุ่ยๆไม่ได้ พิลาสินียังโกรธประกาศคืนโปรเจกต์ให้แสน แต่เขาไม่รับ เพราะจะทำให้เธอเสียเครดิต

    “จะให้ฉันทำไม่รู้ไม่ชี้ แล้วเอาผลงานคุณมาเป็นผลงานตัวเองอย่างนั้นหรือคะ”

    “คุณรู้ไหม จริงๆแล้วผมไม่โกรธเลย เพราะผมรู้ว่า ด็อกเตอร์พิลาสินีไม่มีทางเอาเปรียบผม เรื่องที่เกิดขึ้นมันต้องมีสาเหตุอื่น ด็อกเตอร์พิลาสินีเก่งจะตาย ไม่เห็นต้องก๊อบปี้งานใครเลยนี่ โชคดีนะ ที่เขาไม่รู้ว่าเป็นข้อมูลของผม ไม่งั้นคงไม่มีคนเอาข้อมูลนี้ไปพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม”

    พิลาสินีเย็นลง แสนชมว่าแม้แต่ชื่อโครงการ เธอยังตั้งได้ดีกว่าตน และชวนให้เธอเอาโครงการสีเขียวมาช่วยขยายผล ช่วยกันทำเพื่อบริษัทและชาวนา พิลาสินียังอิดออด

    “ผมจะดีใจและวางใจ ถ้าคนที่จะมารับผิดชอบโปรเจกต์นี้เป็นคุณ ช่วยรับทำเพื่อเพื่อนตาดำๆได้ไหมครับ ด็อกเตอร์แพม”

    พิลาสินีจำนนต่อคำขอของแสน จึงเอ่ยปากขอโทษ แสนกอดปลอบใจอย่างเพื่อน อันยาผ่านมาเห็นภาพบาดตา รู้สึกเจ็บร้าวใจ จนต้องขับรถออกมาหนีความว้าวุ่นในใจ วิทยุปล่อยเพลงที่ตอกย้ำจิตใจเธอเข้าไปอีก...ถึงเธอจะทำผิดแค่ไหน เราก็อภัยให้เธอได้ไม่ใช่เพราะใจเรากว้าง แต่เพราะใจเรามีแต่เธอ เราทำใจแข็งกับคนที่เรารัก ไม่ได้จริงๆ...อันยาน้ำตาซึมฟุบหน้ากับพวงมาลัย จนกระทั่งรถหลังบีบแตรไล่ จึงรู้สึกตัวขับรถต่อไปอย่างรู้สึกว่าหัวใจมันอ่อนล้าสุดๆ

    ห้างสรรพสินค้ากลางกรุง มุมเกมเซ็นเตอร์ คิมหันต์กำลังเล่นเครื่องเกมอย่างเคร่งเครียดเหมือนระบายอารมณ์ก็ไม่ปาน พอจะหยอดเหรียญเริ่มเกมใหม่ก็มีคนมาหยอดให้ เขาแปลกใจเงยหน้ามองเป็นอันยา นั่งลงเล่นเกมด้วย เขาถามเธอมาได้อย่างไร อันยาไม่ตอบกลับบอกให้เขาระวังจะแพ้...สุดท้าย คิมหันต์ก็เล่นเกมแพ้อันยาจนได้ เธอวางเหรียญที่แลกมาให้เขาทั้งหมด

    “ง้อลูกน้องได้แย่มาก...ผมไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ จะได้ดีใจที่ผู้ปกครองแลกเหรียญมาให้”

    “ฉันก็ไม่ใช่เด็กๆแล้ว ต้องมาง้อลูกน้องในที่แบบนี้ ก็น่าจะเห็นใจกันบ้าง” อันยาโวยกลับเพราะเห็นคิมหันต์จะเดินหนี

    “ผมน่ะเหรอไม่เห็นใจเจ๊ คิดดูสิว่าที่ผ่านมา ผมช่วยเจ๊ทำอะไรบ้าง ทั้งเรื่องซีดี ทั้งขนปูน”

    อันยาตัดบทว่าเขาพูดถูกทุกอย่าง และยอมรับว่าตนว่อกแว่กไปจริงๆ เพราะความดีและความไว้ใจที่แสนมีต่อตน จึงเคลิ้มไปบ้าง...อันยายอมรับหน้าสลด คิมหันต์เตือนว่าผิดกฎวิชาชีพ ครูห้ามจีบนักเรียน เฮดฮันเตอร์ห้ามจีบแคนดิเดทของตัวเอง อันยาโต้ มีหลายคนที่ลงเอยกันได้

    “แต่ไม่ใช่เฮดฮันเตอร์ที่ไปปลอมตัว โกหกหลอกแคนดิเดท อย่างเจ๊นะ”

    “ไม่ต้องย้ำ เฮ้อ...รู้น่าว่าไม่ควร แต่มันไม่ได้ตั้งใจนี่ ฉันไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่เขาเข้ามาวุ่นวายในใจฉัน  ไล่เท่าไหร่...ก็ไม่ยอมไป...”

    “บอกมาซะแต่แรกก็สิ้นเรื่อง ผมไม่ใช่ไม่มีหัวใจนะเจ๊ เข้าใจว่าเรื่องแบบนี้มันลำบาก ถ้าเจ๊เจอใครสักคนที่ทำให้รู้สึกแบบนั้นได้ ผมก็ไม่ต่อต้านหรอก แล้วถ้าหากว่าด็อกเตอร์กับเจ๊ใจตรงกัน ก็ไม่เห็นจะต้องปิดกั้นตัวเอง”

    อันยาไม่ยอมรับ คิมหันต์แปลกใจ ก็ถ้าแสนยอมรับในตัวตนของเธอได้ อันยากล่าวเศร้าๆว่า แสนรักพิลาสินี อันยาประมวลจากงานสัมมนาที่ผ่านมา...คิมหันต์ช่วยปลอบใจอันยาด้วยการเขียนคำขวัญเตือนใจ แปะไว้ทั่วห้องพักของเธอ เพื่อเตือนไม่ให้เธอหวั่นไหวอีก

    ในขณะเดียวกัน ทวยเทพกับเมรีออกเดทด้วยกัน เมรีพยายามซักถามและให้เขามาร่วมมือแฉอันยา แม้ทวยเทพจะโกรธเคืองอันยา เพราะยังรักอยู่จึงลังเล

    แต่พอเมรีบอกว่าอันยาเอาตัวเข้าแลกกับแสนเพื่องานนี้ ทวยเทพไม่เชื่อเพราะรู้ว่าอันยาไว้ตัวมากและตนก็ยอมไม่ได้ด้วย เมรีชักจะชอบความมั่นคงของทวยเทพ จึงยั่วยวนชวนเขาเข้ามาในห้องพักของเธอ แต่ก่อนที่ทวยเทพ

    จะเคลิบเคลิ้มไปด้วย ก็นึกถึงหน้าอันยาขึ้นมา จึงผละกลับไป ทำให้เมรียิ่งแค้นอันยามากขึ้น

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เคน ธีรเดช" มาแน่ เซอร์ไพรส์ "ดวงตาที่ 3" ตอนจบ “เจมส์-มิว" ดีใจได้ร่วมงาน

    "เคน ธีรเดช" มาแน่ เซอร์ไพรส์ "ดวงตาที่ 3" ตอนจบ “เจมส์-มิว" ดีใจได้ร่วมงาน
    16 ต.ค. 2564

    01:25 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 เวลา 21:00 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์