ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ชาวบ้านเบนมาเห็นด้วยกับพุฒที่ว่าการทำนา แบบต้องซื้อปุ๋ย ซื้อยาฆ่าแมลง ทำให้ไม่มีกำไรแถมยังเป็นหนี้ แต่โกมลโต้ว่า เพราะไม่รู้วิธีบริหารเองมากกว่า ที่แน่ๆมัวรอวิธีแกล้งดินของแสน รับรองขาดทุน มีใครรู้บ้างว่าวิธีนี้ขั้นตอนเยอะแค่ไหนชาวบ้านเริ่มเอนเอียงอีก

โกมล สาธยาย “ต้องใส่ปูนขาว กักน้ำ ระบายน้ำแล้วพักดินอีก เสียเวลาตั้งมากตั้งมาย สู้ใส่ปุ๋ยเคมีไม่ได้ ใส่ปุ๊บปลูกได้ปั๊บ ของมันดีกว่าเห็นๆ พวกเอ็งจะรออะไร”

“อัดปุ๋ยลงไปได้ผลเร็ว แต่ว่าดินเสื่อมโทรม...วิธีแกล้งดิน ในหลวงท่านทำให้ที่เสื่อมโทรม กลายเป็นที่ทำกินของชาวนาชาวไร่มาเยอะแล้ว” เสียงแสนขัดขึ้น

ทุกคนหันมา มองแสนที่เพิ่งมาถึง แล้วตั้งใจฟังแสน แต่โกมลยังโต้ว่าดินที่นี่ไม่ได้เสื่อมขนาดนั้น แค่ใส่ปุ๋ยก็ใช้ได้แล้ว มัวรอแกล้งดิน ผลาญเวลาไปเปล่าๆ แสนแย้ง

“ไม่เสียเวลาเปล่าหรอกครับ วิธีของเราใช้ธรรม– ชาติดูแลธรรมชาติระยะยาวแล้วจะประหยัดมาก ไม่ต้องเสียเงินซื้อปุ๋ย ซื้อยาฆ่าแมลง ทุกคนคงรู้ดีว่าค่าใช้จ่ายสองอย่างนี้สูงแค่ไหน”

โกมลไม่ชอบใจหาว่าวิธี เก่าใช้กันมาตั้งแต่รุ่นพ่อ ทำไมจะทำต่อไม่ได้ แสนพยายามอธิบายว่าใช้ได้ แต่จะไม่ถึงรุ่นหลาน เพราะดินกับน้ำจะเสื่อมเสียหมด ตอนนี้บ่อน้ำที่ขุดก็ดื่มกินไม่ได้แล้ว ถ้ายังใช้วิธีเดิมปุ๋ยเคมีแค่ไหนก็ช่วยไม่ได้อีกแล้ว

อันยายิ่งร้อนใจว่า คิมหันต์ทำสำเร็จตามแผนหรือไม่...ในขณะที่คิมหันต์ต้องไปดักรถขนปูนขาวที่มา ส่งให้แสน แล้วแกล้งหลอกให้คนขับกับคนที่มาด้วย ลงมาช่วยเข็นรถให้ตน จากนั้นก็ให้คนที่ตนจ้างมา ช่วยกันเปลี่ยนถุงปูนขาวในรถ

พอรถขนปูนขาวมา ถึงที่นาของพุฒ ก็ขอโทษขอโพยที่มาช้า โกมลหงุดหงิดเรียกลูกน้องกลับ เผอิญเห็นถุงปูนขาวในกระบะรถแตก มีปูนขาวไหลออกมาเป็นสีออกเหลืองๆ ก็ยิ้มเยาะตะโกนเสียงดังให้ทุกคนได้ยินว่า “เฮ้ย! ปูนเสีย”

แสนและทุกคน ตกใจรีบเข้ามาดู โกมลให้ลูกน้องเช็กทุกถุง ปรากฏว่าเสียแทบทุกถุง พุฒกับชาวบ้านหน้าเสีย มองแสนเชิงตั้งคำถาม แสนรีบถามคนส่งของว่าเช็กของก่อนจะออกมาหรือเปล่า คนขับรถตอบว่า เจ๊เป็นคนเช็กเองกับมือ โกมลแกล้งเปรย สงสัยเห็นพวกชาวบ้านโง่ ชาวบ้านเคืองพากันจะกลับ อันยาเห็นสีหน้าแสนแล้วสงสาร แต่ข่มใจเตือนตัวเอง

“แค่ครั้งนี้ อันยา...มันก็จะจบแล้ว...”

แสน กล่าวขอโทษพุฒและบอกว่าจะรีบเช็กกลับไปที่ร้านและให้จัดของมาใหม่ พอแสนโทร.กลับไปที่ร้าน เฮียกับเจ๊ตกใจมากเพราะเช็กของเองกับมือ รับปากจะส่งของให้ใหม่แต่ขอเวลาสองวัน...โกมลได้ยินแสนบอกพุฒ ก็รีบเสนอทันที

“พุฒ...ถ้าแกไม่รอปูน ฉันจะลดราคาปุ๋ยให้แก 30 เปอร์เซ็นต์เลย”

แสนรับรองจะหาของที่อื่นมาให้ โกมลเยาะแค่ปูนขาวยังต้องรอ ต่อไปต้องรออะไรอีก ดอกเบี้ยบานพอดี แสนเครียด พุฒตัดสินใจ

“ก็ได้ครับ...”

“มันต้องอย่างนี้สิ คิดอะไรให้มันเด็ดขาด รับไปเอาปุ๋ย เอายาที่ร้านข้ามาได้เลย” โกมลย้ำ

“นา อินทรีย์ปีที่แล้ว ถ้าไม่ได้พันธุ์ข้าวของด็อกเตอร์ ผมคงแย่ ผมจะรอครับ แต่ผมอาจจะรอได้ไม่นานนะครับ เพราะถ้าเลยไปกว่านี้ จะทำนาไม่ทัน” พุฒกล่าวกับแสน

โกมลเหวอ โกรธเดินบ่นกลับไปว่าโง่ที่เชื่อแสน ...แสนสัญญากับพุฒว่าภายในสองวันทุกอย่างต้องเรียบร้อย อันยาฟังแล้วเครียดขึ้นไปอีก...หลังจากนั้น อันยาแอบมาพบคิมหันต์ที่หลังกอไม้ใหญ่ลับตาคน บ่นว่าแสนต่อรองกับพุฒจะดำเนินการใหม่ ตนจะทำอย่างไรดีโกมลผ่านมาได้ยิน โผล่พรวดเข้าเยาะเย้ย

“ที่แท้ก็เป็นแผนของเธอนี่เอง ไอ้ด็อกเตอร์มันคงช็อกถ้ารู้ว่าเลขาคนสนิททำพิษแบบนี้”

“ไม่ได้นะ พวกคุณห้ามบอกด็อกเตอร์นะ!” อันยาตกตะลึง

คิมหันต์ พลอยเครียดไปด้วย พวกโกมลสะใจที่แสนโดนหลอก อันยาคิดหาทางออก ย้อนถามว่า สะใจแล้วได้อะไร ถ้าอยากขายปุ๋ยขายยาฆ่าแมลงเหมือนเดิมก็ต้องร่วมมือกัน คิมหันต์ชะงักสะกิดอันยา เธอกระซิบกลับไม่มีทางเลือกแล้ว โกมลไม่ไว้ใจ

“แล้วทำไมพวกฉันต้องเชื่อเธอ เธอหักหลังได้แม้แต่เจ้านายตัวเอง”

“ด็อกเตอร์แสน ไม่ใช่เจ้านายจริงๆของฉัน ฉันถูกจ้างมาให้ทำลายหน้าที่การงานของเขา”

“ฮ่าๆสนุกจริงๆ นึกแล้วว่าคนอย่างไอ้ด็อกเตอร์ ต้องขวางหูขวางตาเขาไปทั่ว อยากเห็นวันที่มันย่อยยับซะจริงๆ”

“คุณจะได้เห็นเร็วขึ้น ถ้าหากร่วมมือกับฉัน ว่ายังไงล่ะ”

โกมล มองอันยาอย่างชั่งใจก่อนจะตัดสินใจ... คิมหันต์ไม่คิดเลยว่า อันยาจะเอาตัวรอดไปได้ลื่นไหลยิ่งกว่าปลาไหลเสียอีก พลิกวิกฤติเป็นโอกาส ดึงศัตรูมาอยู่ข้างเดียวกันได้

“เคยได้ยินไหม ศัตรูของศัตรู คือมิตร...เอามิตรไว้ใกล้ตัว แต่ต้องเอาศัตรูไวใกล้ตัวกว่า” อันยาบอกคิมหันต์เมื่ออยู่กันตามลำพัง

คิมหันต์สุดทึ่ง แต่ยังสงสัยว่าโกมลจะช่วยอะไรได้ อันยาว่าความลับของตนเริ่มมีคนรู้มากขึ้น ทำอะไรต้องรอบคอบ ฉะนั้น มีแนวร่วมยังดีกว่าไม่มี ส่วนที่เหลือตนจัดการเอง

ooooooo

นับวัน อันยาก็ต้องเหนื่อยใจมากขึ้น แม้แต่กับทวยเทพ ที่ต้องทำดีด้วยเพราะเขากำความลับไว้ เธอจำต้องมาเที่ยวดูหนังกับเขา ทั้งที่อ่อนเพลียจนหลับคาโรงหนัง ทวยเทพหันมาเจอยิ้มกริ่ม ยื่นหน้าจะจูบแก้มเธอ แต่เผอิญเสียงระเบิดในหนังทำให้อันยาสะดุ้งตื่นมาเสียก่อน

ทวยเทพคอหดโกหกว่าเห็นยุงจะกัดแก้มเธอ อันยาไม่ค่อยไว้ใจ บ่นอยากกลับบ้านนอน ทวยเทพท้วง “อันนี่... คุณไม่สนุก ไม่มีความสุขที่เราอยู่ด้วยกันเลยเหรอ”

อันยานึกได้รีบแก้ตัว ตนแค่เพลียจากการเดินทางและการทำงาน ทวยเทพจึงบอกว่านี่แหละตนถึงอยากให้เลิกทำงานบ้าๆนั่น อันยาต้องข่มใจ หาวิธีพูดให้เขาพอใจว่า ถึงอย่างไรตนก็ให้เวลาอยู่กับเขา ทวยเทพหลงดีใจว่า คงถึงเวลาที่อันยายอมโอนอ่อนให้ใจ ให้กายตนแล้วแน่ๆ...

วันต่อมา แสนเครียดที่หาปูนขาวร้านอื่นๆไม่ได้เลย หารู้ไม่ว่า อันยาให้โกมลล็อบบี้ร้านใกล้เคียงไม่ให้ขายปูนขาวแก่เขา...อันยาทำทีช่วยโทร.หาของแล้วรายงานแสนว่า

“โรงงานที่ไกลออกไป ก็ไม่มีของค่ะ เขาบอกว่า ต้องส่งให้ที่อื่น”

“ไม่น่าเชื่อ ปกติปูนขาวไม่ใช่ของหายากขนาดนั้น...รู้สึกในลิสต์ของบริษัท จะมีรายชื่อร้านค้าวัสดุอยู่อีกนะ ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมจะลองติดต่อดูเอง”

อันยาตระหนกรีบเสนอจะเป็นคนจัดการให้ เขากลับบอกให้ช่วยๆกัน แล้วแบ่งรายชื่อร้านให้เธอ อันยาร้อนรนจะทำอย่างไรดี พลันโชคช่วย...เสียงอิงค์กี้แปร๋นขึ้นมา

“ด็อกเตอร์คะ อยู่รึเปล่าเอ่ย”

อันยาทำตามหน้าที่เข้าขวาง อ้างเข้าพบได้เฉพาะแขกที่นัดหมาย อิงค์กี้ตวาด สนิทระดับตน ไม่ต้องนัดก็ได้ อันยาโต้ว่าแสนไม่เคยบอกว่าเธออยู่ในกรณียกเว้น อิงค์กี้โวย

“เอ๊ะ! พูดไม่รู้เรื่องรึไง”

“ฉันพูดรู้เรื่อง แต่คุณฟังรู้เรื่องรึเปล่า ด็อกเตอร์งานยุ่ง คุณต้องนัดก่อนถึงจะพบได้”

อันยาแอบยิ้มที่มีตัวช่วยแล้ว แกล้งกดมือถือตัวเองเข้าเครื่องที่โต๊ะทำงาน พอเสียงโทรศัพท์ดังก็หัน ไปสบตาแสนขอไปรับสาย อ้างเกรงเป็นร้านปูนโทร.มา อิงค์กี้ได้โอกาสบุกเข้าประชิดแสน แล้วบ่นว่าเลขาของเขาไม่มีมารยาท...อันยาโล่งใจที่แสนคงทำงานไม่ได้ไปพักใหญ่

อิงค์กี้ทำอาหารมาให้แสนกิน เขาปฏิเสธอย่างนุ่มนวล เธอไม่ท้อ จู่โจมเข้านวดไหล่ให้แทน อ้างจะได้คลายเครียด ไม่ทันไร คุณหญิงเหมือนโผล่มาอีกคน พอสองสาวเจอกันก็ปะทะฝีปากกันตามเคย แสนสุดระอาขอร้องให้ทั้งสองหยุด ตนต้องการทำงาน ว่าแล้วแสนก็เดินออกจากห้อง กำชับไม่ให้ใครตาม...แสนตรงมาหาอันยาเพื่อถามติดต่อร้านไหนได้บ้าง อันยาโกหกไปว่า มีบางร้านแต่ขอเวลาสองอาทิตย์ แสนยิ่งกลัดกลุ้มเป็นไปได้ไง อันยาร้อนตัว

“หรือว่าคุณไม่เชื่อฉัน!”

“ผมจะไม่เชื่อคุณได้ยังไง ถึงเราจะเพิ่งร่วมงานกัน แต่คุณทำหน้าที่เลขาให้ผมดีที่สุดเท่าที่ผมเคยมีเลขามา ผมเชื่อคุณอยู่แล้ว แต่เรามีเวลาแค่สองวัน จะทำยังไงดี”

อันยาแสร้งทำเป็นปลอบใจ เราจะต้องหาได้...แสนเดินกลับไปกลับมาด้วยความเครียด อันยาบอกเขาว่าสองสาวนั่นอาจจะกลับไปแล้ว เพราะตนไปบอกพวกเธอว่า เขาออกไปธุระข้างนอก แสนขอบคุณที่ช่วย อันยาตอบติดตลกว่า

“ยินดีให้บริการค่ะ รับขนมจีบ ซาลาเปาเพิ่มไหมคะ”

จากที่เครียด แสนยิ้มออกมา อันยารีบบอกว่า ยิ้มแบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย แสนสบตาเธอเพลิน พลันรอยยิ้มต้องเจื่อนลง เมื่อเขาเห็นทวยเทพเดินเข้ามา อันยามองตามสายตาเขา เห็นทวยเทพถือถุงจากห้างดังมาด้วยก็หน้าตึง เผอิญ เอกชัย เพียงดาวและเมขลาเดินมา เสียงอันยาถามทวยเทพมาทำอะไรที่นี่ ทวยเทพตอบเสียงดังจงใจให้ทุกคนได้ยิน

“ผมก็มาหาผู้หญิงที่ผมรัก ผมมีข่าวดีมาบอกด้วยนะอันนี่”

“ข่าวดีอะไรของคุณ”

“ผมจองรีสอร์ตสุดหรูบนเกาะเสม็ดไว้แล้ว ไปเสม็ดกันนะจ๊ะ อันของผม”

อันยาถลึงตาใส่ ไว้เลิกงานค่อยคุยกัน ให้กลับไปก่อน เขาหวั่นสายตาดุของเธออยู่เหมือนกัน แต่อยากวางก้ามข่มแสน จึงต้องยื้อต่อ บอกอันยาว่าตนมีของมาฝากด้วย เขาหยิบชุดบิกินี่สีแดงออกจากถุง โชว์ให้เธอดูว่า เขาซื้อมาเข้าชุดกับกางเกงว่ายน้ำของเขา  อันยาทั้งโกรธทั้งอายสั่งให้เก็บเดี๋ยวนี้

“แหม...แค่นี้ก็ต้องอาย คนเรารักกันใส่ชุดว่ายน้ำสีเดียวกันน่ารักจะตาย ดูสิสีแมตช์กันมาก”

แสนสุดทนกับกิริยาของทวยเทพ จึงเตือนว่าควรจะคุยเรื่องส่วนตัวที่อื่น ไม่ใช่สถานที่ทำงานแบบนี้ ทวยเทพ โต้ว่าตนคุยกับอันยา แสนจึงย้ำ ถ้าเห็นแก่คนรักก็ควรจะเคารพและให้เกียรติเธอมากกว่านี้   ไม่เห็นหรือว่า ทำให้เธออึดอัด ทวยเทพโมโห

“แส่อีกแล้ว!”

เพียงดาวเห็นเรื่องไปกันใหญ่จึงทำทีเรียก รปภ.ทวยเทพชะงัก อ้างไม่อยากมีเรื่องกับคนกระจอก และเรียกอันยาให้กลับไปกับตน แต่อันยาปฏิเสธมีงานต้องทำ เขาเสียหน้ามาก อันยาเข้ากระซิบ ถ้างานตนไม่เสร็จตนก็ไปเที่ยวกับเขาไม่ได้ ทวยเทพหลงเชื่อจึงบอกว่าคืนนี้คุยกัน

อันยาถอนใจมองทวยเทพเดินปึ่งๆกลับออกไป เพียงดาว เอกชัยและเมขลาซุบซิบกันใหญ่ว่า อันยาไม่น่ามีแฟนแบบนี้...อันยากลับมาทำงานต่อสรุปกับแสนว่า ตนจะถามคนรู้จักให้ว่ามีร้านไหนขายปูนขาวบ้าง ไม่ต้องห่วง แสนนิ่งๆก่อนจะเตือน

“เดี๋ยวก่อนครับ คือผมไม่อยากก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของคุณ แต่นายทวยเทพนั่นเขาเคยข่มเหงคุณมาแล้ว ทั้งที่เขาอันตราย ทำไมคุณถึงยัง...”

“ฉันรู้ค่ะ แต่...ความจริง เขาก็...ไม่ได้ทำตัวแย่แบบนั้นทุกวันนะคะ”

“คุณไว้ใจคนเกินไป คนบางคน พูดดีทำดีกับเรา เพราะมีจุดประสงค์อื่น...ผมคงจะพูดมากไป ผมแค่...ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นกับคุณอีก” แสนสบตาเธออย่างห่วงใย

“ด็อกเตอร์คะ ฉันกับเขาเป็นแค่เพื่อนกันนะคะ แต่ทวยเทพเขาเป็นคนที่โดนปฏิเสธแรงๆไม่ได้ ฉันเลยว่าจะค่อยๆหาทางห่างเขา” อันยาทนไม่ได้พยายามอธิบาย

แสนตัดบทมันเป็นเรื่องส่วนตัวของเธอ อันยาอึ้ง รู้สึกเหมือนเด็กทำผิด ร้อนรนในใจ

ooooooo

เสียงบุรินทร์หัวเราะร่า เมื่อฟังแสนบ่นเรื่องอิงค์กี้กับคุณหญิงเหมือน ถึงกับเอ่ย ฮอตทั้งเจ้านาย ทั้งลูกน้อง เรื่องหัวใจนี่อลหม่านจริงๆ เขารู้สึกว่าแสนเป็นห่วงอันยามาก แสนข้องใจ

“ผมไม่เข้าใจ ทั้งๆที่รู้ว่าคนคนนั้นไว้ใจไม่ได้ ทำไมเขายังเอาตัวเองไปเสี่ยงอีก”

“เรื่องของหัวใจมันก็แบบนี้แหละ ใช้เหตุผลมาอธิบายไม่ได้ ไม่เคยเห็นเหรอ พวกที่ปากบอกว่าไม่ แต่ตัวไม่เคยห่างออกมาได้ เดี๋ยวรักเดี๋ยวเลิกจนนับครั้งไม่ถ้วน”

แสนไม่อาจยอมรับได้ บุรินทร์แนะให้ลองมีความรัก จะเข้าใจเอง แสนว่าตนคงรักคนที่ทำร้ายตัวเองแบบนั้นไม่ได้ บุรินทร์นึกได้ถามถึงเรื่องปูนขาว แสนถอนใจสงสัยโดนแบล็กลิสต์ บุรินทร์คิดว่าถ้ามีการขัดผลประโยชน์คนบางคน มันก็เป็นธรรมดา แต่เราก็ต้องทำงานให้ถึงที่สุด แสนกลัดกลุ้มรับปากพุฒไว้แล้ว จะแก้ไขให้ภายในสองวัน แต่นี่ยังหาปูนขาวไม่ได้เลย

คืนนั้น อันยาต้องมาอ้อนทวยเทพขอร้องให้เลื่อนการเที่ยวออกไป รอให้ตนเสร็จภารกิจก่อน แล้วตนจะมีเซอร์ไพรส์ให้ด้วย ทวยเทพตื่นเต้นยอมแต่โดยดี...อันยาแอบมาเข่นเขี้ยว เสร็จภารกิจเมื่อไหร่ เจอเซอร์ไพรส์ปิดฉากแน่...จากนั้นความคิดเป็นห่วงแสนก็แว่บเข้ามา เธอพยายามสลัดมันออกจากหัว

รุ่งขึ้น แสนขับรถพาอันยาออกมาหาร้านค้าที่จะซื้อปูนขาวซึ่งอยู่นอกเมือง เธอตาเหลือกถามทำไมไม่ใช้โทรศัพท์สั่ง เขาตอบว่าไปดูเองเลยดีกว่า จะได้แน่ใจว่ามีของหรือไม่ แถมบอกว่าพอถึงร้านให้ทำทีเป็นลูกค้าทั่วไป อย่าบอกชื่อบริษัทจนกว่าซื้อของได้แล้วจะได้ไม่มีปัญหา

ในขณะที่โกมลมาเกลี้ยกล่อมพุฒให้เลิกรอแสน แล้วหันมาซื้อปุ๋ยที่ร้าน ตนยินดีลดราคาให้ แต่พุฒยืนยันว่าจะรอเพราะรับปากแสนไว้แล้ว มาลีกับแตงกวาดีใจที่พุฒไม่เชื่อโกมล...ด้านอันยาคิดหาทางขวางไม่ให้แสนไปสั่งปูนขาวได้ จึงอาสาดูแผนที่บอกทางกะให้หลง แต่แสนกลับจำทางในแผนที่ได้ ไม่สนใจที่อันยาบอกให้เลี้ยวไปทางไหน อันยาจนใจจะทำอย่างไรดีจึงร้องโอดโอยขึ้นว่าปวดท้องมาก แสนจะหาห้องน้ำให้ เธอร้องว่าไม่ได้ปวดแบบนั้นแต่ปวดเหมือนไส้บิด แสนจึงรีบพาเธอมาที่อนามัย หมอจะจับฉีดยา อันยาหน้าเหวอ ลุกพรวดบอกว่าดีขึ้นแล้ว ตนเป็นแค่โรคกระเพาะ ไม่ต้องฉีดยา แสนมองหน้าหมอ หมอบอกว่าเป็นไปได้

แสนประคองอันยามานั่งรอรับยา แล้วบอกให้เธอรอที่นี่ ตนจะไปร้านขายปูนก่อนที่มันจะปิดเสีย อันยาอ้อนให้เขาอยู่เป็นเพื่อน รับยาแล้วไปด้วยกัน พยาบาลเข้ามาบอกว่าหมอให้เธอพักเฉยๆสักครู่อย่าเพิ่งไปไหน แสนจึงเดินไป...แต่พอมาถึงที่ร้านกลับมีป้ายปิดไว้ว่า ปิดสามวัน แสนถึงกับเครียดหนักขึ้นไปอีก

หน้าอนามัย อันยาออกมานั่งรอแสนอย่างกระวน กระวายใจ กลัวเขาซื้อปูนขาวได้ เธอนั่งพิงกำแพงทำให้ ฝุ่นสีขาวติดเสื้อและแขนเธอ เมื่อแสนกลับมาถึง เธอรีบเข้าไปถามเป็นอย่างไรบ้าง สีหน้าแสนเครียดตอบว่าไปไม่ทัน พออันยารู้ก็โล่งอก แต่แกล้งทำตกใจ

“ขอโทษนะคะ เป็นเพราะฉันคนเดียว ทำไมต้องมาปวดท้องเอาวันนี้ แย่ๆๆมากอันยา”

“อย่าโทษตัวเอง เพราะผมไม่รอบคอบเอง ไม่เผื่อเวลาให้มากกว่านี้” แสนแตะไหล่ปรามแล้วหันมาถามอาการอันยา และออกมานั่งข้างนอกทำไม

“เอ่อ...ฉัน...พอดีฉันเป็นห่วงเรื่องคุณน่ะค่ะ”

แสนกลับโทษตัวเองที่ให้คนป่วยต้องมาห่วง อันยายิ่งรู้สึกผิดในใจ...พอแสนขับรถมาส่งที่คอนโด อันยา อดถามไม่ได้ว่าพรุ่งนี้เขาจะทำอย่างไร แสนถอนใจ

“ผมยังไม่เคยผิดคำพูดกับชาวบ้านมาก่อนเลย ครั้งนี้มันสำคัญซะด้วย แต่คุณไม่ต้องกังวลหรอก คิดมากเดี๋ยวโรคกระเพาะจะไม่หาย...อันยา ผมขอสั่งคุณ คุณต้องดูแลตัวเองให้หายป่วย ในเร็วๆนี้ เพราะผมไม่อยากเสียเลขาดีๆ อย่างคุณไปนะครับ” แสนทำเสียงขึงขังอยากให้สบายใจ

“รับทราบค่ะเจ้านาย วันนี้คุณเหนื่อยมากแล้ว รีบกลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ”

แสนสังเกตเห็นเสื้อและแขนอันยาเลอะฝุ่นขาวเต็มไปหมด จึงบอกเธอ อันยาตกใจเล็กน้อย สงสัยมาจากที่อนามัย เพราะพยาบาลบอกว่าแถวนั้นมีเหมืองหินที่ปิดแล้ว แต่ฝุ่นมันยังปลิวออกมาอยู่ แสนฟังอย่างครุ่นคิด เขาบอกให้เธอขึ้นห้องพักผ่อน...แสนกลับขึ้นรถ กดมือถือหาบุรินทร์

“ขอโทษนะครับบอส ที่ผมโทร.มากวนตอนนี้ พอดีมีเรื่องสำคัญ ขอถามอะไรหน่อยนะครับ” แสนคุยมือถือสีหน้าจริงจัง

ooooooo

คืนนั้น ทวยเทพนั่งอยู่ในผับคนเดียว มองมือถือ ตัวเอง บ่นอย่างหงุดหงิด โทร.หาทีไรก็เหนื่อย ไม่ว่าง เสม็ดก็ยังไม่ไป เขาเสียใจที่อันยาปฏิเสธทุกเรื่อง พลัน มีเสียงสาวขอนั่งด้วยคน เขาหันมามองเป็นเมรีก็แปลกใจหลงคิดว่าเธอตามมาเพราะสนใจตัวเขา เมรีหัวเราะ

“คุณนี่ไม่เหมือนใครจริงๆ ฉันชอบคุณก็ตรงนี้แหละ ไม่ต้องคิดลึกค่ะ คำว่าชอบมันมีหลายแบบ หลายระดับ คุณมั่นใจดีแล้วก็กล้ายอมรับด้วย น่ารักจัง”

“ก็...ทำไมผมต้องถ่อมตัวไม่เข้าเรื่องด้วย พูดอ้อมค้อมกันไปมา เมื่อไหร่จะคุยกันรู้เรื่อง”

“ผู้ชายสมัยนี้ หาแมนๆใจๆแบบคุณไม่ค่อยได้แล้ว ฉันคิดไม่ผิดจริงๆที่มานี่”

“อย่าเข้าใจผิดนะ ผมแค่คุยกับคุณแบบคนรู้จักเฉยๆ” ทวยเทพภูมิใจคิดว่าเมรีสนใจตัว

“ก็ได้ค่ะ แค่นั้นก็ได้ ต่อให้อันยาเขารู้ ก็คงไม่ว่าอะไร” เมรีพยายามยั่ว

“คุณไปหาเพื่อนคุยคนอื่นเถอะ อย่ายุ่งกับคนที่เขามีแฟนแล้วเลย ขอโทษนะ เห็นคุณบอกว่า ชอบที่ผมพูดตรงๆ” ทวยเทพลุกไปดื้อๆ ทำเอาเมรีแทบร้องกรี๊ด

เมรีมาบ่นกับอาโป ถ้าไม่ใช่เพราะต้องหาทางตีสนิทเพื่อล้วงความลับ ตนไม่สนใจผู้ชายโง่ๆอย่างทวย–เทพแน่...

รุ่งเช้า อันยาโทรศัพท์หาธกฤต เพื่อถามให้แน่ใจว่า ถ้าแผนที่ตนทำครั้งนี้สำเร็จ แสนจะออกจากเพียงพอ–ดีไปอยู่วิชชั่นออฟฟิวเจอร์ ในตำแหน่งใหญ่จริงๆ แน่หรือ

“ก็ต้องอย่างนั้นสิอันยา ถ้าแค่ตำแหน่งจิ๊บจ๊อยจะต้องให้คุณลงทุนปลอมตัวขนาดนี้เหรอ เอ...ทำไมคราวนี้ถึงถามล่ะ ทุกทีไม่เห็นคุณจะสนใจเลยนี่”

อันยาอึกอักไม่รู้จะตอบอย่างไร ธกฤตย้อนถาม คงไม่สบายใจใช่ไหม เพราะเคสนี้ไม่ตรงเหมือนเคสอื่น แต่จงมั่นใจว่า คนที่ได้ประโยชน์ที่สุดคือตัวด็อกเตอร์แสนเอง ชีวิตเขาจะดีขึ้นไม่รู้กี่เท่า เธอกำลังช่วยเขาอยู่ อันยามีกำลังใจขึ้น

จากนั้น อันยามาทำงาน เธอบอกเมขลาว่าตนมาสาย ไปหน่อย เกรงแสนจะตำหนิ เมขลากลับบอกว่า ทุกคนรออยู่ในห้องประชุม อันยาแปลกใจมีเรื่องอะไรด่วนหรือแผนตนจะสำเร็จ...อันยาสะเทือนใจแต่ปลอบตัวเองว่า คนเก่งอย่างแสนต้องมีงานใหม่ที่ดีกว่า เธอเตรียมเล่นละคร

พอเข้ามาในห้องประชุม กลับเห็นสีหน้าทุกคนแจ่มใส ส่วนแสนหน้าตาเหมือนคนอดนอน เอกชัยเอ่ยขึ้น งานนี้ขาดคนสำคัญอย่างเธอไม่ได้ อันยายิ่งแปลกใจประชุมเรื่องอะไร

“ประชงประชุมอะไรกัน ไม่ซีเรียสอย่างนั้นหรอกครับ” เอกชัยตอบแทน

“อ้าว แล้วเรื่องที่ต้องส่งปูนไปแก้ดินเปรี้ยววันนี้ล่ะคะ ไม่สนใจกันแล้วเหรอ”

ทุกคนจิบกาแฟ กินขนมหน้าระรื่น อันยาของขึ้น “ชาวบ้านเขาเดือดร้อน รอแก้ดินเปรี้ยวอยู่นะคะ เรายังมาสนุกสนานกันแบบนี้ได้ยังไง”

ทุกคนมองหน้ากันยิ้มๆ อันยายิ่งปรี๊ด บุรินทร์ลุกขึ้นปรบมือ คนอื่นปรบตาม อันยาเหวอ  บุรินทร์เอ่ยกับแสน “เขาเป็นอย่างที่นายบอกจริงๆ  สู้สุดตัวเพื่อชาวบ้าน ผมดีใจนะที่บริษัทเรามีคนอย่างคุณเพิ่มขึ้นมาอีกคนนึง”

อันยากลับรู้สึกผิดหวัง มาชมกันทำไมในเมื่อเราทำงานพลาด ชาวบ้านกำลังเดือดร้อน  ชื่อเสียงบริษัทจะเสียหาย มันต้องมีคนรับผิดชอบ อันยาหันไปมองแสน เอกชัยปรบมือขึ้นอีก

อันยาปรี๊ด “พอแล้ว คุณปรบมือทำไมเนี่ย นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะคะ”

“อันยา...ใจเย็นๆ  ขอโทษด้วยนะที่ผมยังไม่ได้บอกคุณ พอดีเห็นว่าเมื่อวานคุณไม่สบาย  ผมก็เลยไม่อยากรบกวน เรื่องปูนขาวน่ะ มันคืออย่างนี้...หลังจากที่ไปส่งคุณแล้ว ผมมาคิดถึงเรื่องที่คุณพูดเรื่องฝุ่นจากเหมืองนั่น ก็นึกอะไรบางอย่างได้ เลยโทร.หาบอส”

แสนเล่าว่า เขาโทร.ถามบุรินทร์ถึงเหมืองร้างนั่นเพราะจำได้ว่าเป็นของเพื่อนเขา แล้วจึงขอเข้าไปเก็บหินบดที่เหมืองมาทำการทดสอบค่าความเป็นกรดด่าง และคุณสมบัติ ต่างๆดู ผลออกมา หินบดที่เหมืองนั่น มีสภาพเป็นด่างใช้แทนปูนขาวได้ดี บุรินทร์เสริม

“พวกเราก็มัวแต่ตกใจเรื่องที่เจอแบล็กลิสต์ซื้อของไม่ได้ จนลืมไปว่าวัสดุแก้ดินเปรี้ยวไม่ได้มีแค่ปูนขาว ปูนมาร์ล ยังมีพวกยิปซัมและหินบดต่างๆก็ใช้ได้”

เพียงดาวโล่งอกจะหาของไปเซ่นเจ้าที่ แต่แสนกลับเห็นว่า ต้องขอบคุณอันยา เพราะมีส่วนช่วยมาก อันยาไหล่ลู่ผิดหวังอย่างมาก มองแสนอย่างไม่ค่อยเข้าใจ แสนขยายความ

“ถ้าคุณไม่ไปที่อนามัย ผมคงลืมเรื่องเหมืองนั่น วัตถุดิบที่ได้มาเนี่ย ดีกว่าปูนขาวที่เราจะไปหาซื้อซะอีก”

“แบบนี้ต้องเรียกว่าเลขานำโชคใช่ไหมครับด็อกเตอร์” เอกชัยล้อ ทุกคนหัวเราะกันครืน

ooooooo

ตกกลางวัน แสนมาอธิบายให้พุฒกับชาวบ้านนกกระเต็นฟังที่ที่นาของพุฒ มีโกมลกับลูกน้องคอยขัดคอ แสนบอกทุกคนว่า ตนได้หินบดจากเหมืองร้างมาฟรีๆ เสียแต่ค่าขนส่ง ซึ่งทางบริษัทจะออกให้ ฉะนั้น ผู้ใดอยากเข้าร่วมโครงการให้มาลงชื่อไว้ได้เลย

เมื่อเห็นว่าไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ชาวบ้านก็เอนเอียงมาทางแสน อันยาต้องฝืนยิ้มทำหน้าที่รับรายชื่อ ครอบครัวพุฒหน้าบานด้วยความดีใจที่ไม่ต้องเป็นหนี้สิน โกมลยืนมองด้วยความไม่พอใจ เริ่มสงสัยว่าอันยาคิดไม่ซื่อ

ช่วงเย็น อันยาหลบมาคุยโทรศัพท์กับคิมหันต์

“ฉันไม่รู้ว่าด็อกเตอร์ทำบุญมาด้วยอะไรเนี่ย ยังไปได้วัสดุที่ดีกว่ามาอีก นอกจากไม่เสียเครดิตยังได้หน้า โอ๊ย...ฉันอยากจะบ้า”

“ทั้งเฮงทั้งเก่ง นี่เขาเป็นญาติกับไอน์สไตน์หรือเปล่า”

อันยาปรี๊ด “ถ้าเขาโง่ จะเป็นด็อกเตอร์ได้ยังไงล่ะแก เฮ้อ...นี่ฉันจะทำยังไงดี จะบอกบอสยังไงดี บอสต้องไม่แฮปปี้แน่ๆ ถ้ารู้ว่างานนี้เราพลาด แล้วจะให้โอกาสเราอีกรึเปล่า”

ตกเย็น บุรินทร์ฉลองความสำเร็จที่ร้านคาราโอเกะ ให้ทุกคนกินให้เต็มคราบ เอกชัยถือไมค์ประกาศ

“อะแฮ่ม แต่ก่อนจะอิ่มอร่อยกัน คงจะไม่เอ่ยถึงคนสำคัญไม่ได้ ด็อกเตอร์แสนกับคุณอันเลขานำโชค...ทั้งสองคนช่วยกันลุยโปรเจกต์แก้ดินเปรี้ยวได้อย่างสวยงาม แล้วทำให้มีชาวบ้านมาร่วมโครงการเพิ่มอีกเพียบ เอ้า พวกเราปรบมือ...ณ บัดนาวได้เวลาสนุกสนานกันแล้ว”

เอกชัยเข้ามานั่งรวมกลุ่มกับเพียงดาวและเมขลา เขาเอ่ยขึ้นว่า ดูแสนกับอันยาเหมาะสมกันมาก เพียงดาวแย้งไม่จริง เอกชัยจึงถามว่าไม่เหมาะกันตรงไหน

“ทุกตรง...ด็อกเตอร์ทั้งหล่อ ทั้งเก่ง ทั้งดี เพอร์เฟกต์ ส่วนแม่นั่นไม่เห็นจะดีสักอย่าง รสนิยมการแต่งตัวก็ประหลาด รสนิยมการคบผู้ชายยิ่งแย่เนอะ” เพียงดาวหันมาทางเมขลา

เมขลายิ้มแหยๆไม่เข้าข้างใคร เอกชัยโต้แทนว่า ผู้ชายพื้นๆอย่างแสน เหมาะกับผู้หญิงสีลูกกวาดอย่างอันยา ที่สุด...เอกชัยลุกขึ้นร้องเพลง อันยากระดกค็อกเทลหมดไปหลายแก้วจนแสนเป็นห่วง เอกชัยร้องเพลงจบ เชิญอันยาขึ้นมาร้อง อันยาชักมึนโบกมือปฏิเสธ บุรินทร์ยุ

“ร้องสิอันยา ผมอยากฟังเหมือนกัน”

เมื่อโดนกดดัน อันยาจำต้องลุกขึ้น รับไมค์จากเอกชัย เธอเลือกร้องเพลง แสงสุดท้ายของบอดี้สแลม เนื้อหาถึงความพยายามต่อสู้กับชีวิต แม้จะยากเย็นแค่ไหน หมดเรี่ยวหมดแรงอย่างไร หัวใจก็ไม่ยอมหยุด ยังก้าวเดินสู้ต่อไปจนสุดปลายแสง แม้มืดค่ำก็มีแสงนำทางให้ถึงจุดหมาย...อันยาทุ่มร้องสุดตัว ทุกคนปรบมือให้ เธอวางไมค์แล้วกลับมายกค็อกเทลดื่มต่อ จนแสนต้องปราม แต่เธอไม่สนใจคำเตือนของเขา...ระหว่างนั้นทวยเทพโทร.หาอันยา แต่เธอไม่ได้ยิน ทำให้เขายิ่งหงุดหงิด

ทุกคนทยอยออกจากร้าน อันยายังอาเจียนอยู่ในห้องน้ำ มีแสนและเมขลาดูแล เพียงดาวบ่นว่าผู้หญิงสมัยนี้ไม่รู้จักดูแลตัวเอง ดื่มจนขาดสติ ต้องเป็นภาระแก่แสน เอกชัยเย้า

“ด็อกเตอร์คงไม่ได้มองคุณอันเป็นภาระหรอกเจ๊ ดูท่าทางเต็มใจดูแลออก บอกแล้วว่าคู่นี้เหมาะกัน”

บุรินทร์เห็นด้วย แต่เพียงดาวยังแย้งว่าไม่เหมาะ แสนประคองอันยาออกมากับเมขลาบอกทุกคนให้แยกย้ายกันกลับได้ ตนจะไปส่งอันยาที่บ้านเอง

ระหว่างอยู่ในรถ อันยาเมาร้องเพลงอ้อแอ้ไปตลอดทาง แสนหันมองเธอยิ้มๆจนกระทั่งเธอหลับคอพับคออ่อนลง เขาจึงจอดรถ ปรับเบาะให้เธอนอนสบายๆเอาเสื้อแจ็กเกตมาห่มให้

“ทำไมมันยากแบบนี้...จะทำยังไงดี...”  อันยาเผลอพึมพำ “พัง...พังหมดแล้ว ทำไงดี...ด็อกเตอร์แสนทำไมคุณถึง...ถึง ...โชคดีแบบนี้...”

แสนเงี่ยหูฟัง โชคดีอะไร อันยาพึมพำต่อ “โชคดีเกินไป...โชคดีเกินไปแล้ว”

แสนข้องใจหมายความว่าอย่างไร เขาขยับออกมองเธออย่างครุ่นคิด...ในขณะที่ทวยเทพมารออันยาที่ล็อบบี้คอนโดอย่างหงุดหงิด ที่ดึกขนาดนี้ยังไม่กลับมา แถมติดต่อไม่ได้อีกต่างหาก พลันเขาเห็นคนแต่งตัวเหมือนอันยาเดินผ่าน จึงรีบเดินตามออกไป จังหวะนั้น แสนประคองอันยาเข้ามาตรงไปที่ลิฟต์ ทั้งสองสวนกันอย่างฉิวเฉียด

แสนพาอันยามาส่งถึงบนห้อง เขาให้เธอนอนที่โซฟา แล้วไปหาผ้าขนหนูชุบน้ำมาให้เธอเช็ดหน้าเช็ดตา อันยาสะลึมสะลืองงๆว่าตนกลับมาได้อย่างไร

“คุณเมามาก ผมก็เลยขับรถมาส่ง...ผ้าน่ะ ผมให้เช็ดหน้านะครับ ไม่ใช่เอามาถือไว้”

อันยาพยักหน้าดูยังมึนๆ แสนถามอยากอาเจียนไหม อันยาส่ายหน้า พยายามจะคลี่ผ้าเพื่อเช็ดหน้า แต่ผ้าหลุดมือหล่นพื้น เธอก้มเก็บพร้อมกับแสน ใบหน้าทั้งสองประชิดกัน ความเมาทำให้อันยาไม่สะเทิ้นอาย กลับจ้องมองเขาจนเขา ต้องเป็นฝ่ายหลบตา แล้วถอยห่างออกมา อันยาสังเกตเห็นว่ามือเขาสั่น แสนขอตัวกลับ อันยาเดินมาส่งเขาหน้าประตู รู้สึกว่าเขามีอะไรคาใจ

“มีอะไรรึเปล่าคะ”

“ถ้าคุณมีอะไรไม่สบายใจก็ระบายออกมาบ้างก็ได้นะ เก็บเอาไว้คนเดียวจะอึดอัดเปล่าๆ”

“ทำไมด็อกเตอร์ถึงคิดว่าฉันไม่สบายใจล่ะคะ”

“ก็ผมสังเกตคุณ...เอ่อ...ความจริงก็ดูไม่ยาก เอาเป็น ว่าผมรู้ก็แล้วกัน...ดึกมากแล้วผมกลับนะ” แสนตัดใจเดินไป

อันยาแปลกใจกับคำที่เขาบอกว่าสังเกตตน เธอเข้าห้องมาหยิบมือถือดู เห็นมิสคอลของทวยเทพถึง 87 มิสคอลก็ตกใจ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า ตั้งใจจะกดหา พอดีเห็นข้อความของธกฤตส่งมา จึงกดอ่านก่อน ข้อความว่า

“เรื่อง ดร.แสนเป็นไงบ้าง ใกล้ปิดจ็อบรึยัง ผมรอฟังข่าวดีอยู่” อันยาถึงกับเครียด ทันใดทวยเทพโทร.เข้ามาอีกครั้ง เธอจำต้องรับสาย ไม่ทันพูดอะไร เขาก็ใส่ไม่ยั้ง

“ทำไมไม่รับโทรศัพท์ ผมโทร.ไปเป็นร้อยรอบ คิดจะโทร.กลับบ้างไหม แล้วนี่กลับรึยังผมรอที่คอนโดตั้งนาน นี่ผมชักจะไม่ไว้ใจคุณแล้วนะ”

อันยาปรี๊ดแตก “ฉันกลับมาแล้ว เพิ่งกลับ พอใจรึยัง ก่อนจะโวยวาย ถามกันดีๆได้มั้ย นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว ฉันเหนื่อย ได้ยินมั้ยว่าเหนื่อย!”

ทวยเทพได้ยินอย่างนั้นยิ่งโมโห โวยกลับว่าตนเป็นห่วง ไปไหนกับใคร ทำงานอะไรทำไมต้องกลับดึก อันยาโต้กลับอย่างโกรธๆว่า...งานน่ะไม่ดึก แต่ไปคาราโอเกะ ร้องเพลงสนุก ทวยเทพสวนทันควันว่าเธอยอมรับแล้วใช่ไหมว่าไปลั้ลลากับแสน อันยาตวาดกลับ

“ใช่ อย่างน้อยเขาก็ไม่มาจ้องจับผิดฉัน ตกลงที่โทร.หาฉัน 87 มิสคอล เพื่อจะถามแค่นี้ใช่ไหม ถ้างั้นแค่นี้นะ ฉันเพลีย ไม่อยากคุย...”

“นี่! อย่าวางสายนะอัน ห้ามวาง! นี่คิดจะทำยังไงกับผมก็ได้งั้นเหรอ คุณเห็นผมเป็นอะไร ผมทนมาพอแล้วนะ อัน...อัน...โธ่เว้ย...แล้วคุณจะต้องเสียใจที่ทำแบบนี้กับผม” ทวยเทพไม่สบอารมณ์อย่างมาก

ooooooo

เช้าวันต่อมา ก่อนถึงที่ทำงาน อาโปแวะซื้อกาแฟตามคำสั่งเมรี พลันเห็นธกฤตกำลังนั่งคุยอยู่กับอันยา อาโปตาโพลงขยับเข้าแอบฟัง แต่ไม่ได้ยิน เห็นแต่สีหน้าอันยาที่ดูจ๋อย

อาโปรีบแล่นมาบอกเมรี เธอครุ่นคิด ระหว่างนั้น มือถือดังขึ้น เมรีไม่สนใจจะรับ อาโปจึงรับแทน พอรู้ว่าเป็นทวยเทพ เมรีก็รีบคว้ามาคุย ถามเขาได้เบอร์ตนมาได้อย่างไร

“เบอร์ของเฮดฮันเตอร์ชื่อดัง คงไม่ยากเท่าไหร่ ทีคุณยังหาที่อยู่ผมได้ไม่ยากเลยนี่”

เมรีย้อนถามว่าเขาคงไม่ได้ต้องการให้ตนหาพนักงานให้ ทวยเทพตอบกลับว่า ตนมาคิดดูแล้ว พูดจาไม่ค่อยดีกับเธอ จึงอยากนัดไถ่โทษสักครั้ง เมรีชูนิ้วโป้งให้อาโป ทำนองปลาฮุบเหยื่อ

ด้านอันยาคุยกับคิมหันต์ในร้านกาแฟกลางกรุงว่า ธกฤตให้โอกาสทำงานต่อไป เพราะถ้าจะเปลี่ยนคนใหม่ก็จะเสียเวลา แต่ห้ามทำให้เขาผิดหวัง คิมหันต์ยินดีด้วย อันยาหน้าเครียดเพราะยังคิดวิธีไม่ออก พอดีลูกค้าในร้านเม้าท์กันเสียงดังเรื่องละครที่พวกเธอดูเมื่อคืน ว่าผู้ชายต่อให้ดีขนาดไหน สุดท้ายก็แพ้เสน่ห์ผู้หญิง...ทีแรกอันยาก็รำคาญ แต่คิมหันต์ให้ตั้งใจฟัง มันน่าสนใจ

“ละครนํ้าเน่านั่นอ่ะนะ”

“ไม่ใช่ ผมหมายถึงผู้ชาย ไม่ว่าจะเก่งแค่ไหน สุดท้ายก็แพ้เสน่ห์ผู้หญิง...แต่วิธีนั้นอาจจะไม่เหมาะกับเจ๊ว่ะ” คิมหันต์มองอันยาแล้วสรุปเอง

อันยาโวยอย่ามาดูถูกเสน่ห์ตน ขนาดทวยเทพยังหลงหัวปักหัวปํา คิมหันต์แย้งไม่ใช่แสน อันยาชะงัก นึกถึงท่าทีเขาเมื่อคืน เหมือนรู้สึกอะไรกับตน คิมหันต์ไม่อยากเชื่อ อันยายํ้า

“เขาใช้คำว่าสังเกต ได้ยินไหม ด็อกเตอร์คิดอะไรกับฉันแน่ๆ ถ้าไม่คิดอะไร จะมาคอยดูฉันทำไม”

“คนทำงานด้วยกัน เขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจสังเกต แต่มันเห็นเองก็ได้นะ”

“ยังไงก็ไม่เชื่อใช่ไหม งั้นคอยดู ฉันจะทำให้นางเอกจากละครที่โต๊ะข้างๆคุยกัน หนาวไปเลย ฉันจะใช้เสน่ห์ของฉัน ทำให้ด็อกเตอร์ออกจากงาน”

“เฮ้ย! นี่ นี่เอาจริงเหรอเจ๊  แล้ว แล้วเจ๊จะทำยังไง”

แววตาอันยามุ่งมั่นกับแผนการในครั้งนี้...พอวันมาทำงาน อันยาก็จัดตารางนัดหมายแสน

“ด็อกเตอร์คะ เรื่องนัดคุณสมพงษ์วันมะรืนนี้ เขาขอเปลี่ยนสถานที่จากที่บริษัทของเขา เป็นร้านอาหารในกรุงเทพฯแทนค่ะ”

“เหรอครับ ปกตินักวิจัยคนนี้ไม่ชอบนัดคุยงานนอกบริษัทนี่นา”

อันยาแก้ตัวว่า เขาคงอยากเปลี่ยนบรรยากาศ แสนตอบตกลง อันยายิ้มกริ่มที่เข้าทางตน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แจ๊ค ซู-จีน่า" ตื่นเต้นเข้าพิธีวิวาห์ “IN TIME WITH YOU ถึงห้ามใจก็จะรัก”

"แจ๊ค ซู-จีน่า" ตื่นเต้นเข้าพิธีวิวาห์ “IN TIME WITH YOU ถึงห้ามใจก็จะรัก”
19 พ.ค. 2564

02:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 19 พฤษภาคม 2564 เวลา 03:28 น.