ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ปุ๊กลุ๊กเป็นลูกสาวกำนันโกมล คลั่งไคล้แสนมานานพอเห็นเขาใกล้ชิดอันยาก็ปรี่จะเข้าตบ อันยาตกใจหลบหลังแสนกระตุกให้เขาบอกไปว่าตนไม่ใช่แฟน แสนกลับบอกว่า ถึงตนจะมีแฟนแล้ว แต่ตนก็ยังเป็นพี่ชายเป็นเพื่อนปุ๊กลุ๊กได้ ปุ๊กลุ๊กร้องกรี๊ด...

“ไม่จริง! ยอมรับแล้วเหรอว่าพาแฟนมาหยามหน้าปุ๊กลุ๊ก สันดานผู้ชายมันเป็นอย่างนี้ ได้แล้วก็ทิ้งขว้าง เห็นเราเป็นของเล่น”

“ถ้าปุ๊กลุ๊กเห็นว่าผมเป็นคนแบบนั้น งั้นคงเลิกเสียเวลากับผมได้สักที ไปกันเถอะคุณอัน”

ปุ๊กลุ๊กไม่ยอมด่าว่าอันยา นังหน้าวอก อันยาของขึ้น ด่ากลับ “หน็อย ยัยตัวดำ ยัยหน้าคล้ำ ยัยผิวหมอง” ว่าแล้วก็ดึงผ้าห่อข้าวเหนียวสะบัดพรึ่บ

ปุ๊กลุ๊กคว้ากระด้งจะฟาด แปลกใจถามอันยาทำอะไร อันยายื่นผ้าให้ “เอาไว้ซับน้ำตาที่เช็ดหัวเข่าไง...ถ้าริจะรักคนหลายใจอย่างด็อกเตอร์ ก็ต้องไม่แคร์ที่จะช้ำ ฉันเองมีผ้าเช็ดหน้าเป็นโหลๆ ไว้คอยซับน้ำตาให้กับกิ๊กแต่ละคนที่เวียนมาไม่ซ้ำหน้ากันของเขา”

ปุ๊กลุ๊กชะงักไม่เชื่อ อันยายืนยันว่าจริงแท้แน่นอน ปุ๊กลุ๊กลังเลงั้นเรื่องคุณหญิงเหมือนกับดาราสาวอิงค์กี้ก็เป็นความจริง อันยารับว่าใช่ แสนหน้าเหวอไปไม่ถูกเลย อันยาใส่ไฟว่า สองสาวเซเล็บนั่นตามตื๊อแสนไม่เลิกและยังมีสาวในสต๊อกอีกหลายคน ให้ตัดใจเสีย ปุ๊กลุ๊กฟูมฟายใจสลายร้องไห้วิ่งกระเซอะกระเซิงกลับไป แสนอึ้งหวั่นเกรงเธอจะเป็นอะไร

“คุณแสน! เมื่อครู่ฉันเกือบโดนทำร้ายร่างกาย คุณจะว่ายังไงฮะ” อันยาหน้าตาเอาเรื่อง

อันยาโวยที่เจอสาวๆ ของเขาถึงสามคนเข้าไปแล้ว ยังมีซุกอีกกี่คน แสนติงไม่มีใครกล้าถามแบบนี้ อันยาว่าตนไม่จำเป็นต้องเกรงใจและไม่แน่ใจว่าช่วยเจ้านายที่ทำเรื่องผิดหรือเปล่า แสนเอามือปิดปากเธอให้หยุดฟัง อันยาถึงกับใจเต้นรัว

“ฟังผมบ้าง หัวใจผมไม่ได้เต้นแรงกับทุกคน ผมต้องผูกมิตรกับปุ๊กลุ๊กเพราะเขาเป็นลูกสาวกำนันโกมล ผมหวังจะโน้มน้าวกำนันให้หันมาสนใจแนวทางเกษตรอินทรีย์ดูบ้างเท่านั้น”

พอดีมาลีมาบอกว่ารถมารับที่ด้านหน้าแล้ว แสนจึงชวนอันยากลับ สนุกพอแล้ว อันยาสะดุดหู มันสนุกตรงไหน แอบกวนนะด็อกเตอร์นี่

อันยานัดพบคิมหันต์ทั้งที่อยู่ในชุดชาวนา คิมหันต์ตะลึงคิดว่าลูกพี่ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองเพราะแสน อันยาปรี๊ดแตก มันเป็นความจำเป็น คิมหันต์ฟังอันยาบ่นระบาย มาสะดุดคำพูดของแสนที่ว่า หัวใจเขาไม่ได้เต้นแรงกับทุกคน อันยาไม่สนใจและยืนยันว่าไม่ใช่ตนแน่

เหนื่อยกลับมาถึงคอนโด อันยาต้องมาเจอทวยเทพหงุดหงิดรออยู่ พอเขาเห็นสภาพเธอก็ยิ่งเข้าใจว่าเธอเปลี่ยน แปลงตัวเองเพราะคนอื่น และต่อว่าที่ไม่รับโทรศัพท์เขา อันยาอธิบายว่ามือถือตกโคลน และตอนนี้อยากขึ้นห้องอาบน้ำพักผ่อนมาก ทำให้ทวยเทพคลางแคลงใจ

วันต่อมา ทวยเทพนัดคิมหันต์มาซักถาม ต้องแก้ต่างและโกหกช่วยลูกพี่ไปเรื่อย ด้านอันยาไม่วายเจอสองเซเลบก่อกวนแต่เช้า ต่างเอากระเป๋าแบรนด์เนมมาเป็นของกำนัลแก่เธอ สองสาวใจตรงกันที่เลือกกระเป๋ายี่ห้อ แบบและสีเดียวกันมาให้ ทั้งคุณหญิงเหมือนและอิงค์กี้ถกเถียงด่าทอกันไปมา เพื่อจะให้อันยาเลือกว่าจะรับของใคร แสนมาถึงพอดีแอบฟัง

“ไม่ต้องข่มกันมากหรอกค่ะ ฉันเลือกแล้ว...ฉันขอ ไม่รับของจากคุณทั้งคู่”

สองเซเลบโวยว่าเงินเดือนที่ได้ยังไม่พอซื้อหูกระเป๋า รู้จักคิดให้ดีๆก่อน อันยาจ้องกลับ

“ของๆ พวกคุณจะราคาแค่ไหนก็ตาม หน้าที่การงานของฉันมันก็แพงและมีค่ากว่านั้นมากค่ะ...ถ้าคิดว่าจะเอาของพวกนี้มาล่อ ให้ฉันยอมจัดคิวด็อกเตอร์แสนให้หรือว่าให้คอยเป็นหูเป็นตาปัดแมลงหวี่แมลงวัน ซึ่งมันไม่ใช่หน้าที่ของเลขาอย่างฉันที่ต้องมาทำ ฉันก็คงรับของพวกคุณไว้ไม่ได้หรอกค่ะ ฉันไม่มีวันแลกแฟชั่นวูบวาบพวกนี้กับชื่อเสียง และเครดิตในการทำงานที่มั่นคงของตัวเองหรอก เชิญคุณสองคนเอาสินบนไปล่อคนที่เขาคิดอะไรตื้นๆ จะดีกว่า อ้อ ได้เวลางานแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ”

แสนซึ่งแอบฟังอยู่ อมยิ้มชื่นชมในตัวอันยามาก อันยาเดินห่างออกมายิ้มเยาะคิดจะเอาของเสิ่นเจิ้นมาหลอก ไม่มีวันเสียล่ะ พลันโทรศัพท์ที่โต๊ะทำงานดังขึ้น เธอรับสายแล้วแปลกใจ เพราะแสนเชิญให้เธอไปพบที่ห้องกรรมการบริษัท

เพียงดาวพาอันยาเข้ามาในห้องบุรินทร์ แสนแนะนำ

นี่คืออันยาที่บอสอยากพบ เพียงดาวแขวะ ไม่ค่อยมีคน แต่งตัวไม่สุภาพเข้าพบบอส อันยาหน้าเสีย บุรินทร์รีบแก้ตัวให้

“ไม่สุภาพอะไรกัน ก็แค่แปลกใหม่หน่อยเท่านั้นเอง บริษัทเราไม่ตัดสินใครที่การแต่งตัวหรอกนะ” เพียงดาว เหวอไป “ผมได้ยินข่าวซุปเปอร์เลขาคนใหม่ของแสนที่รับมือคุณหญิงกับคุณอิงค์กี้ได้ เลยอยากเจอตัวจริงมาก”

“ท่านชมเกินไปแล้วค่ะ ฉันก็แค่ทำหน้าที่ของเลขา เคลียร์ทางสะดวก เอ่อ...อำนวยความสะดวกให้เจ้านาย น่ะค่ะ” อันยาประชดเล็กๆ

บุรินทร์ชอบใจไหวพริบของอันยา แสนถามบอสเรียกพวกเขามาด้วยเรื่องอะไร บุรินทร์เริ่มเรื่อง...ตั้งแต่แสนได้รับรางวัล มีรายการสดติดต่อให้ไปออกรายการหลายรายการมาก อันยาเดาออกว่าแสนปฏิเสธหมด บุรินทร์เซอร์ไพรส์ที่อันยารู้จริง

“ไม่ต้องตื่นเต้นมากก็ได้นะครับ บอส”

“ก็มันใช่เลย แสน ฉันรู้ว่านายอยากจะทำงานมากกว่าออกสื่อนะ แต่ว่า...”

แสนต่อคำพูดให้เองว่า “...แต่ว่ามันช่วยประชา– สัมพันธ์ให้บริษัทเราด้วย”

บุรินทร์หัวเราะที่แสนจำแม่น แต่แสนก็ยังไม่อยากเชื่อว่า รายการผู้หญิงอยากบอกที่ติดต่อมา อยากรู้เรื่องการทำงานจริงหรือเปล่า อันยารีบบอกว่า ตนดูรายการนี้ เขาเน้นเอาหนุ่มฮอตจากหลายวงการมาสัมภาษณ์ เจาะถามเรื่องส่วนตัวมากไปนิด แต่ไม่ถึงขั้นเสียหายอะไร ตนยังเคยเอาดาราที่เขาสัมภาษณ์คนหนึ่งมาเป็นแรง บันดาลใจให้ตั้งใจเรียนจนสอบได้ที่หนึ่งเลย

“ถึงแม้ว่าผู้ชมจะเลือกชมรายการเพราะอยากจิ้นแขกรับเชิญ โอ๊ะ! โทษทีค่ะ ปลื้มแขกรับเชิญ แต่ฉันก็เชื่อว่าหลายๆคนจะได้รับสาระดีๆกลับไป...เชื่อฉันเถอะค่ะ ต้องมีบางคนประทับใจแล้วก็อยากทำอะไรดีๆมากขึ้น เพราะได้เห็นสิ่งที่ด็อกเตอร์และบริษัทนี้ทำแน่ๆค่ะ”

บุรินทร์ยกนิ้วชมเชยอันยา แสนอึ้งเมื่อได้ยินแบบนี้ ทำให้คิดหนัก...กลับออกมาจากห้องบอส แสนเอาซีดีมายื่นให้อันยา

“คุณชนะ นี่ซีดีภาพการทำงานของผมและทีมงาน โปรเจกต์ข้าวอินทรีย์ที่หมู่บ้านนกกระเต็นเมื่อปีที่แล้ว ตามที่บอสสั่งว่าให้ส่งซีดีนี้ให้รายการเปิดระหว่างการให้สัมภาษณ์สด”

อันยาแอบดีใจ “ชนะอะไรกัน ฉันก็พูดเพราะหวังดีต่อคุณ ต่อบริษัทเท่านั้นแหละค่ะ”

แววตาอันยามองซีดีในมืออย่างมีเลศนัย...หลังจากนั้น เธอโทร.หาคิมหันต์ สั่งงานที่ทำให้เขาตกตะลึง “โหดไปรึเปล่าเจ๊! นี่มันทำลายเครดิตกันขั้นรุนแรงเลยนะ”

“แต่โอกาสมันมาแล้วนี่ ถ้าเราไม่คว้าเอาไว้ตอนนี้ แล้วต้องรอถึงเมื่อไหร่...แกทำได้น่ะฉันรู้ หนุ่มๆสมัยนี้มีสะสมเอาไว้อยู่แล้ว จริงป่ะล่ะ”

“แหม ก็มีบ้าง มันธรรมดาของผู้ชาย”

“งั้นก็รีบจัดการซะ ทางรายการผู้หญิงยิงอะไร พอรู้ว่าได้คิวด็อกเตอร์ก็รีบแทรกคิวถ่ายมาให้เลย ตอนบ่ายสองวันนี้”

คิมหันต์ตกใจเพราะนี่เกือบสิบเอ็ดโมงเข้าไปแล้ว อันยาให้เขารีบทำส่งมาไม่ต้องคิดมาก อันยาให้คิดเสียว่าแสนทำกรรมกับผู้หญิงไว้มาก กรรมเลยส่งตนมาตามสนองเขา คิมหันต์อึ้ง

ooooooo

เวลาผ่านไป อันยาร้อนรนเพราะคิมหันต์ยังเงียบอยู่ เมขลามาบอกอันยาว่าทีมงานรายการผู้หญิงอยากบอกมาแล้ว อันยาจึงขอร้องให้เมขลาไปรอรับของจากคิมหันต์หน้าบริษัท

คิมหันต์ขี่มอเตอร์ไซค์มาดเท่มาอย่างเร็วจอดข้างเมขลา ทำเอาเธอตกใจและไม่คิดจะขอโทษ กลับสอดส่ายสายตาหาอันยา เมขลาจึงเข้าไปถาม

“คุณใช่คนที่เอาของมาส่งให้อันโกะ เอ๊ย คุณอันยารึเปล่าคะ คุณอันยาต้องไปรับแขกให้ด็อกเตอร์แสน เลยฝากให้ฉันรับของจากคุณไปให้เขาน่ะค่ะ...ซองนั่นรึเปล่าคะ” เมขลาจะหยิบ

“ไม่ต้อง! ผมเอาไปให้เจ๊ เอ๊ย...คุณอันยาเอง”

เมขลาสะดุ้ง พูดอีกครั้งจะรับของไปให้ คิมหันต์เผลอตวาด จะเอาไปให้เอง เมขลาหน้าเสีย พาเขาไปพบอันยาข้างใน เมื่อทั้งสองพบกัน เมขลาก็ขอตัว คิมหันต์โวยอันยาทันที

“ทำไมเจ๊ให้คนอื่นมารับของแทน มันเสี่ยงแค่ไหนรู้ไหม ไม่ใช่เจ๊พังคนเดียวนะผมก็พัง”

“ก็แกอยากมาเลตทำไมล่ะ ไม่ต้องเครียดน่ะ ระดับฉันดูคนเป็น คุณเมเขาไม่มีอะไรหรอก ไม่มีทางเปิดดูของข้างในแน่ๆ”

อันยาทวงของ คิมหันต์ถามย้ำอีกครั้งว่าจะทำแน่หรือ อันยาว่าตนต้องการปิดจ๊อบไวๆ คิมหันต์จับมือเธอขอให้คิดดูอีกที อันยาไล่ให้เขากลับไปได้ และหยิบเงินค่า น้ำมันรถให้ เมขลาเข้ามาตาม เห็นภาพก็เข้าใจว่าอันยามีแฟนเด็กมาไถเงิน คิมหันต์ตั้งใจจะออกมาขอโทษเมขลาที่เสียงดังใส่ แต่ไม่พบเธอแล้วจึงกลับไป

อันยาเอาซีดีที่คิมหันต์ทำมาใหม่ ให้แก่สตาฟฟ์ที่ควบคุมเทคนิค บอกเขาว่าเปิดได้เลยตนเช็กแผ่นแล้ว พอเธอเดินมาเห็นทีมงานเซตโปรเจกเตอร์ใหญ่ยักษ์ก็ตะลึงเล็กน้อย เมขลากล่าว

“โปรเจกต์ปีที่แล้วเราทุกคนทำงานกันหนักมาก โดยเฉพาะด็อกเตอร์ ถ้าแพร่ภาพออกไปแล้วมีคนเห็นความตั้งใจของเรา ก็จะเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่นี่นะจ๊ะ”

อันยาฟังแล้วเสียววูบ เมขลายังชมเชยที่อันยาเชียร์แสนจนยอมออกรายการ อันยาชักรู้สึกผิด จึงมาถามแสนว่ามีอะไรให้ช่วยไหม แสนกลับบอกว่า

“ผมเห็นสคริปต์ของรายการทั้งหมดแล้ว ตอนแรกที่ผมไม่เห็นด้วยกับคุณ ผมขอโทษนะ จริงๆมันก็โอเค ผมสามารถสื่อสารแนวคิดการเกษตรแบบยั่งยืนของเรากับผู้ชมได้มากเลยล่ะ”

อันยาอึกอัก บอกว่าเป็นหน้าที่ของเลขาอยู่แล้ว แสนยังชมเรื่องเมื่อเช้าที่เธอพูดกับคุณหญิงเหมือนและ     อิงค์กี้ เขาแอบได้ยินและดีใจที่เธอมีความซื่อสัตย์ และเคารพตัวเอง ไม่บูชาเงิน หลงในวัตถุเหมือนคนสมัยนี้ อันยากลับรู้สึกเหมือนโดนด่า

“ชมเกินไปแล้วล่ะค่ะ” อันยาฝืนยิ้ม

“คุณสมควรได้รับคำชม เลขาคนก่อนที่เขาต้องรับมือกับเรื่องนี้ ผมก็ไม่โทษเขาหรอกนะ เขาก็แค่ไม่มีจุดยืนที่มั่นคงเหมือนกับคุณ”

อันยาคิดในใจ “ใช่ จุดยืนฉันที่ต้องดิสเครดิตคุณให้ได้ มันมั่นคงมาก”

“ตอนแรกผมจะไม่พูด แต่มาคิดๆดู คนดีควรได้รางวัลไม่ใช่เหรอครับ ใครทำดีเราก็ต้องชื่นชม ผมคิดไม่ผิดจริงๆที่ผมไว้ใจคุณ อันยา”

อันยามองแววตาแสนชื่นชมของแสนแล้วแทบจะล้มทั้งยืน...เมื่อได้เวลาถ่ายทอดสด อันยายืนอยู่ด้วยท่าทีหวาดๆ เมขลาเดินเข้ามาหา เห็นสีหน้าอันยาซีดมือก็เย็นเฉียบจึงถามว่าตื่นเต้นหรือ แสนมองถามด้วยความเป็นห่วงว่าไม่สบายหรือเปล่า ความอาทรของแสนยิ่งทำให้เธอยิ่งแย่ อันยาบอกทุกคนว่าตนไม่เป็นอะไร แล้วเหลียวมองบนโต๊ะที่วางซีดี สตาฟฟ์ เชิญแสนขึ้นเวที อันยาอึกอักๆก่อนจะอวยพรให้เขาโชคดี เพียงดาวแขวะ เป็นเอามากดูตื่นเต้นกว่าคนออกทีวีอีก

พิธีกร พี่หนูตุ่มกล่าวสวัสดีท่านผู้ชม แล้วแนะนำให้รู้จักแขกรับเชิญของรายการ คือ ดร.แสน เผื่อนนาดี เสียงปรบมือในห้องส่งดังขึ้น...อันยามองไปยังโต๊ะที่วางซีดีจิตใจเริ่มหวั่นไหว

ทางออฟฟิศไรท์เพอร์เซิล...อาโปรายงานเมรีว่า ใบลาของอันยาไม่ได้เขียนว่าลาไปไหนแต่มีลายเซ็นอนุมัติจากธกฤตเรียบร้อย เมรีแปลกใจ พลันเสียงพนักงานในบริษัทฮือฮา พวกหล่อนกำลังดูรายการสัมภาษณ์แสน ทางอินเตอร์เน็ต เมรีมาเอ็ดทำไมไม่ทำงาน พวกหล่อนย้อนว่า นี่เป็นเวลาพัก เมรีกับอาโปจึงยืนดูด้วยอย่างเสียไม่ได้

พี่หนูตุ่มสัมภาษณ์แสนถึงเรื่องส่วนตัว ทำให้สาวๆกิ๊วก๊าวกันใหญ่ เขาตอบเรียบๆว่า...ตอนนี้ตนทุ่มเทให้เรื่องงานมากที่สุด เรื่องหัวใจเอาไว้ก่อน พี่หนูตุ่มยังกระเซ้า พูดแบบนี้แสดงว่ามีใครบางคนในใจแล้ว แสนปรายตาไปทางอันยาก่อนจะตอบ

“เอาไว้ให้เวลาช่วยตอบคำถามนี้ดีกว่านะครับ เพราะเวลาย่อมจะเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ดีที่สุด ว่าใครจะมารักผู้ชายบ้างานอย่างผม”

“แหม จะถล่มตัวไปไหนคะ ไม่คาดคั้นก็ได้ค่ะ ขออีกคำถามนึง คนเก่งๆอย่างด็อกเตอร์มองความรักยังไงเหรอคะ”

“ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้นะครับ ถ้าเป็นเรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าวก็ว่าไปอย่าง แต่ผมเปรียบเทียบแบบนี้ก็แล้วกัน เวลาที่เราสนใจเมล็ดพันธุ์สักชนิดนึง แล้วเอาไปปลูกในแปลงทดลอง พอมันงอกขึ้นมาอย่างที่เราต้องการ เราก็จะเชื่อมั่นในคุณภาพของมัน แต่ความรักผมว่ามันเหมือนการเกษตรในพื้นที่จริง เราต้องรักและต้องเชื่อในเมล็ดพันธุ์นั้นซะก่อนแล้วมันถึงจะงอกงาม”

อันยาฟังคำของแสนแล้วรู้สึกบีบคั้นในใจ พี่หนูตุ่มเริ่มสัมภาษณ์เรื่องงาน เจ้าหน้าที่จะเปิดภาพการทำงานของแสนจากซีดีที่อันยาเอามาให้ ใจอันยาเต้นระส่ำ

สุดท้ายเธอก็วิ่งมาข้างเวทีร้องบอกให้หยุด...หยุดก่อน...ทุกคนตกใจ พี่หนูตุ่มไหวพริบดี ตัดเข้าโฆษณาทันที เสียงอันยาขอให้ฟังเธอก่อน แสนจึงบอกพี่หนูตุ่มว่าเธอเป็นเลขา คงมีเรื่องสำคัญบางอย่าง

พี่หนูตุ่มทำท่าปวดหัว “เร็วๆนะคะ เดี๋ยวจะต้องตัดเข้ารายการแล้ว”

แสนเข้ามาถามอันยาว่ามีอะไร เธอบอกว่าซีดีเปิดไม่ได้เด็ดขาด แสนไม่ค่อยเข้าใจแต่หันไปขอทางรายการให้เชื่ออันยา โปรดิวเซอร์ถามแล้วจะเสนอการทำงานอย่างไร อันยาเสนอให้เข้าไปถ่ายห้องทำงานของแสน ดูการทำงานที่แท้จริงของเขา ทุกคนโล่งอก รายการสดผ่านด้วยดี

ooooooo

ด้านเมรีหน้าเหวอเหมือนโดนผีหลอก เพราะเธอเห็นอันยาโผล่มาข้างจอทีวี และเสียงที่ดังขึ้น ก็จำได้ว่าเป็นเสียงของอันยา ทั้งเมรีและอาโปเริ่มสงสัยว่าอันยาแอบไปรับจ็อบที่อื่น

เสร็จจากงาน อันยาปั้นหน้าอธิบายให้แสนและทีมรายการฟังว่า ตนสังเกตเห็นว่าซีดีไม่ใช่แผ่นที่ตนเอามาให้ แสดงว่าอาจมีคนเอามาเปลี่ยน สตาฟฟ์เปิดดูแล้วตะลึง เพราะเป็นซีดีหนังเอ็กซ์ยกกำลังสองเลยทีเดียว พี่หนูตุ่มและโปรดิวเซอร์จึงขอบคุณอันยาที่ช่วยให้รายการ ไม่ถูกแบน กลายเป็นความดีความชอบของเธอไป

แต่พออยู่กันลำพัง แสนยังสงสัยว่าใครที่ไม่ประสงค์ดีมาเปลี่ยนซีดี อันยาสะดุ้ง แสนคิดว่าคนคนนั้นต้องอยู่ใกล้ๆ อันยาหน้าซีด แสนเข้าใจว่าเธอกลัว เพราะเป็นเลขาจะเดือดร้อนไปด้วย อันยาถือโอกาสยุให้เขาย้ายบริษัท แสนย้อนถาม

“ถ้าผมย้ายงาน แล้วคุณจะไปเป็นเลขาให้ผมที่บริษัทใหม่รึเปล่า”

อันยาอึกอัก แทนที่เข้าสู่เป้าหมายกลับโดนย้อนถาม จึงตอบว่าที่ใหม่อาจมีคนที่ปั้นมาแทนที่ตนได้ แสนชะงัก

“คุณ พูดเหมือนไม่ใช่เลขาธรรมดาๆ”

“อะไรกัน ฉันออกจะธรรมดา ไม่เห็นจะไม่เหมือนเลขาตรงไหน...นี่คุณระแวงฉันเหรอ”

“ใจเย็นคุณ ผมแค่สงสัยว่า คำพูดคุณดูล้ำๆเกินที่เลขาเขาพูดกัน แต่ไม่ได้สงสัยอะไรหรอก หน้าตาอย่างคุณเนี่ยนะ จะมาทำพิษอะไรใส่ผม”

อันยาคิดในใจก็หน้าตาอย่างตนนี่แหละ ที่เกือบทำคุณล่มจมดินไปแล้ว...แสนแทรกขึ้นว่า “คุณอาจจะแสบแต่อย่างคุณไม่ใช่คนร้ายแน่ๆ ผมแน่ใจว่าผมมองคนไม่ผิด”

อันยาเห็นแสนพูดอย่างเชื่อมั่น แล้วยิ่งอึดอัดใจ...

นัดคิมหันต์มาเจอที่ร้านกาแฟ อันยายอมรับว่าสิ่งที่เขาเตือนว่าซีดีนั่นมันจะทำลายแสนจนวิชั่นออฟฟิวเจอร์อาจไม่ต้องการตัวก็จริงตนจึงไม่ทำ แต่พอคิมหันต์บอกอีกเรื่องคือทวยเทพมาซักถาม และเมรีกับอาโปก็เห็นอันยาในรายการสดนั่น พวกนั้นสงสัยว่าเธอรับจ็อบบริษัทอื่น อันยาโวย

“คนอย่างอันโกะเนี่ยนะ จะเสี่ยงออกจากบริษัทหรูๆ เพื่อไปรับจ็อบเป็นพนักงานบริษัทบ้านนอก กินฟางแทนข้าวกันรึไง”

“พวกนั้นยังไม่รู้ก็ดีแล้ว แต่ฟันเฟิร์มได้เลยว่า สองคนนั่นไม่หยุดแค่นี้แน่ เตรียมรับมือให้ดีเถอะเจ๊”

อันยากลับมานั่งเปิดดูคลิปรายการครุ่นคิดที่ออฟฟิศเพียงพอดี แสนมาเห็นแกล้งแซวจะวิวให้ตนก็ไม่ว่าอะไร อันยาชะงักรีบบอกว่าตนไม่ใช่แก๊งแฟนคลับเขาจะได้ตามไลค์ตามทวิต

“นั่นแหละ...อยู่กับคุณ ผมถึงได้สบายใจ”

อันยาหน้าเจื่อน คิดในใจ อย่าเชื่อใจตนนักเลย แสนยิ้มขำๆ กระเซ้า “คุณนี่ตลกจัง แหย่อะไรก็ตกใจ เที่ยงกว่าแล้ว ออกไปกินข้าวกลางวันด้วยกันไหม ผมไปรอข้างนอกนะ คุณจะได้เก็บข้าวของสะดวกๆ”

“ด็อกเตอร์คะ...คือ...”

แสนหันกลับมามอง อันยาตัดสินใจหยั่งเชิงว่ามีพวกเฮดฮันเตอร์ติดต่อเข้ามา แสนอึ้ง

“ค่ะ ดูเหมือนเขาอยากติดต่อคุณให้ไปทำงานกับบริษัทเกษตรยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ให้ข้อเสนอที่ค่อนข้างดีเลยล่ะ คุณสนใจจะลองฟังไหมล่ะคะ”

“ดีแล้วล่ะอันยา ที่คุณไม่ต่อสายเข้ามาให้ผม” แสนตัดบท

“ไม่สนเลยเหรอคะ”

แสนพยักหน้า บอกว่าพวกนั้นติดต่อมาหลายครั้งแล้ว คุยไปก็เท่านั้น อันยาถามไหนเมื่อวานเขาบอกว่าทำงานที่นี่บางทีก็มีอุปสรรค แสนตอบยิ้มๆ

“แต่มันก็เป็นอุปสรรคที่ผมได้รับมากกว่า ไปทำงานสบายขึ้น แต่ต้องทิ้งให้เกษตรกรลำบาก ผมทำไม่ได้หรอกและถึงพูดแบบนี้ออกไป พวกเฮดฮันเตอร์ก็ไม่เข้าใจประชดว่าผมกินอุดมการณ์บ้าง มองอะไรคับแคบอยู่แต่ในโลกของความฝันบ้าง พวกนั้นก็คิดแต่เรื่องผลประโยชน์”

อันยาสะอึกเหมือนโดนเหยียบหน้า “แต่ผลประโยชน์มันก็จำเป็นไม่ใช่เหรอ ไม่งั้นคนเราจะอยู่รอดได้ยังไง แล้วไม่ใช่เพราะผลประโยชน์เพราะเงินหรอกเหรอที่ทำให้โครงการเพื่อการเกษตรต่างๆ มันเกิดขึ้นได้”

“ใช่ เงินจำเป็น และมีประโยชน์มาก ถ้าเราใช้

มันเพื่อการพัฒนา ใช้ทำสิ่งดีๆ แต่ถ้าเอาไปถมซื้อความสุขความพอใจส่วนตัว สะสมแก่งแย่งแข่งดีกัน เงินก็เป็นเครื่องมือทำลายล้างที่ทรงพลังที่สุด สังคมมันถึงได้ทราม และตกต่ำอยู่ถึงทุกวันนี้...พอพูดเรื่องนี้ทีไร อันยา...คุณใจแข็งกับคุณหญิงเหมือนและอิงค์กี้ได้ หวังว่าคงไม่ใจอ่อนกับคนพวกนี้นะ”

อันยาเจ็บแปลบเข้าถึงขั้วหัวใจ เชิดหน้าสู้สายตาเขา “ฉันอาจจะใจอ่อนกับคนที่เขาทำมาหากินสุจริต พวกเฮดฮันเตอร์ไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วพวกเขาก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คุณพูดทั้งหมด”

“ถ้าคุณมีเพื่อนหรือคนรู้จักเป็นพวกนั้น ผมก็ขอโทษด้วยนะ แต่คุณอย่าใส่ใจเลย เพราะคุณไม่ได้เป็นแบบคนพวกนั้น”
อันยายิ่งเครียด ถ้าเขารู้ความจริงว่าตนเป็นใคร

จะทำอย่างไรดี

ooooooo

วันเดียวกัน ธกฤตได้รับเชิญจากเหนือเทพให้ไปพบที่ร้านอาหาร เพื่อถามถึงงานจะสำเร็จเมื่อไหร่ ธกฤตถึงกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก...กลับมาโทร.เรียกอันยามาเจอที่ร้านกาแฟในคืนนั้น

อันยาบอกว่ากำลังพยายามอยู่ กลับโดนเขาต่อว่ามันช้าเกินไป เธอโต้ “แต่บอสคะ มันไม่เหมือนงานเฮดฮันท์แบบที่เราเคยทำกันมา อีกนิดเดียวอันก็จะเหมือนพวกปาปารัซซี่ หรือว่าสปายที่คอยจับผิดและทำลายฝั่งตรงข้ามอยู่แล้ว”

ธกฤตตอกกลับว่าถ้าไม่ถนัดจะส่งเมรีไปแทน อันยาชะงัก “ไม่ได้นะคะ ไหนบอสบอกว่าจะให้เวลาอันสองเดือนไงคะ”

“อันยา วิชั่นออฟฟิวเจอร์ เป็นลูกค้ารายใหญ่ของเรา และไม่เคยมีครั้งไหนที่ผู้บริหารใหญ่ระดับคุณเหนือเทพ มาบรีฟงานเราด้วยตัวเอง เวลาหนึ่งอาทิตย์ที่เสียไป มันไม่เท่าไหร่หรอก แต่คุณก็ควรจะบอกผมได้ว่าเวลาที่เหลือ คุณมีแผนอะไร ที่จะทำให้ด็อกเตอร์แสนออกจากเพียงพอดี”

อันยาอึกอัก โพล่งออกไปว่า ขอเวลา 3 วันภายใน 3 วัน ตนรับรองจะมีความคืบหน้าให้...เมื่อคิมหันต์

รู้เรื่อง โวยอันยาเสนอแบบนั้นทำไม อันยาอ้างบอสจะเอาเมรีมาทำแทน คิมหันต์บอกว่า เมรีกับอาโปกำลังขอรถบริษัทไปปากช่อง คงจะตามหาเธอแน่ๆ แต่อ้างว่าไปทำงาน...

เช้าวันต่อมา เมรีกับอาโปมาถึงบริษัทเพียงพอดี เมรีเห็นระยะทางที่เดินทางมา และลักษณะบริษัทแล้วไม่เชื่อว่าอันยาจะอยากมาทำงานที่นี่

อันยาต้องขอร้องเมขลาให้ช่วยโกหกเมรีว่าบริษัทนี้ไม่มีพนักงานชื่ออันยา อ้างแฟนเมรีมาตามตื๊อตน โดยตนไม่สนใจสักนิดแต่เมรีไม่เชื่อมาคอยราวีทำร้างร่างกาย แถมถ่ายคลิปประจานอีกต่างหาก ถ้าเมขลาไม่ช่วยครั้งนี้ ตนต้องโดนทำร้ายและคงต้องย้ายที่ทำงานหนีอีกครั้ง...

เมขลาลังเลเพราะไม่เคยโกหก แต่เพราะสงสารอันยาที่เห็นแฟนมารีดไถเงินเมื่อวันอัดรายการ

“แล้วนี่แฟนเธอไม่ช่วยอะไรบ้างเลยเหรอ ทำไม เธอถึงต้องเจอแต่คนที่เอาเปรียบและร้ายกับเธออย่างนี้    นะอันโกะ”

อันยางงๆกับคำว่าแฟนแต่มัวกังวลเรื่องเมรีจึงไม่สนใจ...ผ่านไปไม่นาน เมรีกับอาโปก็เดินเข้ามาถามเมขลาซึ่งเป็นประชาสัมพันธ์ เมขลาปฏิเสธไม่มีพนักงานชื่ออันยา อาโปโพล่งขึ้น

“หรือว่าที่นี่ไม่ได้เรียกว่าอันยา แต่เรียกว่า...อันโก๊ะ...” สองสาวหัวเราะอย่างไม่เกรงใจ

“ที่นี่เราทุกคนมีการศึกษา ไม่เรียกใครอย่างไม่ให้เกียรติแบบนั้นหรอกค่ะ” เมขลาไม่พอใจและย้ำว่าไม่มีพนักงานชื่ออันยาแน่ๆ

“ถ้ามีการศึกษาก็แปลว่าไม่โง่ แสดงให้ฉันดูหน่อยว่าเธอมีสมอง” เมรีหยิบธนบัตรหนึ่งพันบาทมาวางให้อันยาซึ่งแอบดูอยู่ด้านหลังชักหวั่นใจว่าเมขลาจะเห็นแก่เงินไหม เมขลาหยิบธนบัตรขึ้นมาดูแล้ววางลง พร้อมกับบอกว่าเงินไม่สะอาด ที่นี่ไม่รับ เมรีกับอาโปเหมือนโดนหักหน้าจะเข้าไปถามด็อกเตอร์แสนเอง เมขลาขวางอ้างต้องนัดหมายก่อน อันยาร้อนรนจะทำอย่างไรดีถ้าเมรีบุกเข้ามา พลันเสียงแสนดังขึ้น “อันยา... นั่นคุณเหรอ”

อันยาสะดุ้งหันมามอง แสนถือกระเป๋าเอกสาร เพิ่งมาถึง อันยารีบดันเขาเข้าไปหลบในห้องเก็บของด้วยกัน เขาจะถาม เธอรีบเอามือปิดปากเขาไว้ แสนอึ้งมองหญิงสาวที่อยู่ชิดใกล้ ส่วนเมรีกับอาโปได้ยินเสียงแสนเรียกอันยาก็ชะงักรี่ออกมาดู สองสาวเดินหา สงสัยว่าต้องเข้าไปอยู่ในห้องเก็บของ จึงทุบประตูเรียก

“ด็อกเตอร์แสน คุณอยู่ในนั้นใช่ไหม ฉันมีธุระมาขอพบคุณค่ะ”

แสนดึงมืออันยาออกกระซิบถาม “ผมว่าแบบนี้มันแปลกๆนะ สองคนนั้นเป็นใคร ทำไมคุณต้องหลบเขาด้วย...ผมว่าการหนีมันไม่ใช่วิธีที่ดี แล้วเขาเรียกผมคงมีธุระอะไรกับผม”

แสนจะออกไป อันยารั้งเขาไว้แต่ไม่ทัน...เมรีกับอาโปกำลังจะงัดประตู เมขลามาห้ามพลันแสนผลักประตูมาโขกหัวอาโปเต็มๆ เมรีดีใจเมื่อแสนออกมา รีบมองเข้า ไปว่ามีใครอยู่ด้วย อันยาหลบตัวลีบเจียนจะขาดใจ แสนผลักประตูปิด เมรีรีบถามว่าเขาคุยกับใคร เขาว่าเธอคงหูฝาด เมรีไม่กล้าเซ้าซี้ แสนถามมีธุระอะไรกับตน

“ฉันมาตามหาคน คิดว่าด็อกเตอร์อาจจะรู้จัก เขาชื่อ...”

พลัน เสียงคุณหญิงเหมือนดังขึ้น “แสนคะ...ลืมนัดของเรารึยังคะ ที่ท่านอาของหญิงขอให้คุณไปบรรยายให้ที่คลาส วันนี้หญิงเอารายละเอียดหัวข้อบรรยายมาให้...”

ทุกคนหันมอง อันยาได้ยินโล่งอก....เมรีทักทายคุณหญิงเหมือน แสนถามทั้งสองรู้จักกันหรือ คุณหญิงรีบบอกว่าเป็นเพื่อน...ห่างๆของตน เมรีหน้าเจื่อน คุณหญิงชักหึงดึงเมรีออกมาข้างนอก ถามว่ามีธุระอะไรกับแสน สองสาวช่วยกันปฏิเสธว่าไม่ได้มาหาแสน แต่มาตามคน

“ไม่ต้องพูดแล้ว ถ้าเป็นธุระจริงๆก็แล้วไป ฉันเห็นมาเยอะพวกที่ชอบสรรหาวิธีมาตีสนิทผู้ชายของเพื่อน เพื่อจะแย่งแฟนเพื่อนไป ฉันหวังว่าเธอคงไม่ใช่คนแบบนั้นนะ”

“ไม่มีทางเลยค่ะคุณหญิง คุณหญิงช่วยแมรี่ทุกอย่าง เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของแมรี่ แมรี่ไม่มีทางแม้แต่จะคิดแย่งกับคุณหญิงสักนิดเดียว”...คุณหญิงเหมือนพยักหน้า เมรีถอนใจเฮือก

ooooooo

เมื่อแสนกับอันยาเข้ามาในห้องทำงาน แสนก็ตักเตือน ที่ตนไม่ให้เมรีค้นห้องเพราะกลัวว่าอันยาจะเสียหายที่อยู่ในห้องแบบนั้นสองต่อสองกับตน อันยาสวมรอยออกตัว

“ขอบคุณนะคะ ฉันไม่ทันคิด พอดีฉันรู้มาว่าผู้หญิงพวกนั้นเป็นเพื่อนของคุณหญิง ฉันไม่อยากให้พวกเขามาวุ่นวายกับคุณ ก็เลย...ต้องพาคุณไปแอบน่ะค่ะ”

“คงไม่ต้องถึงขนาดหลบๆซ่อนๆแบบนั้นหรอก ทีหลังผมจะปฏิเสธพวกเขาเอง...เอ่อ อันยา ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง คราวหลังคุณ...ไม่ควรจะทำแบบนั้นกับผู้ชายนะ”

“ทำแบบนั้นหมายถึง...” อันยางงๆ

“ก็ที่...คุณจูงมือผู้ชายเข้าไปในห้องเก็บของ แล้วเอามือปิดปากน่ะ ผมขอสั่งไม่ให้คุณทำแบบนั้นอีกมันไม่...เหมาะสม” แสนพูดอย่างยากลำบาก

“แต่นั่นมันสถานการณ์ฉุกเฉินนะคะ ฉันไม่มีทางเลือก หรือว่า...นี่คุณคิดอะไรกับฉัน บอกไว้ก่อน ฉัน...ฉันไม่ได้คิดอะไรเลยนะ ฉันแค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า คุณแสน... ตกลงเมื่อกี้นี้คุณ...คุณคิดอะไรกับฉันรึเปล่า!”

“เอาเป็นว่า ผมเตือนคุณด้วยความหวังดีก็แล้วกัน” พูดจบแสนเดินไป

อันยาหวั่นใจว่าแสนต้องคิดไม่ซื่อกับตนแน่ๆ...พอดี บุรินทร์เรียกแสนกับอันยาเข้าพบ เพื่อบอกว่าแสนต้องถ่ายซ่อมวีดิโอโครงการพันธุ์ข้าวอินทรีย์ที่หายไป เพราะเลขาคนเก่าไม่ได้ก๊อบปี้ไฟล์ไว้ ทางพีอาร์ต้องการภาพสถานที่จัดทำโครงการ ที่นา โรงหมักปุ๋ย สหกรณ์ไว้ทำประชาสัมพันธ์โครงการต่อๆไป แสนคิดว่าดีเหมือนกัน จะได้ใกล้ชิดคุยกับชาวนาเพื่อรู้ว่าเขาต้องการอะไร

ชาวบ้านคือกุญแจสำคัญของงานนี้ อันยาได้ฟังหูผึ่งมีแผนร้ายผุดขึ้นในหัว

คืนนั้น อันยามาพบคิมหันต์เพื่อค้นหาข้อมูลโครงการของแสนว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง เอามาเป็นจุดอ่อนให้ชาวบ้านล้มเลิกไม่ทำโครงการนี้ แสนก็จะถูกตำหนิจนต้องออกจากบริษัทเพียงพอดี แล้วไปซบอกวิชั่นออฟฟิวเจอร์ตามคาด

ooooooo

รุ่งเช้า อันยาแต่งตัวทะมัดทะแมงพร้อมลุยแต่สำหรับรองเท้ายังเป็นจิมมีชูว์อยู่เหมือนเดิม แสนเห็นแล้วอมยิ้ม อันยาหน้าตึงบอกว่า ถึงที่นั่นแล้วตนจะเปลี่ยน ขอเป็นตัวของตัวเองบ้าง

เมื่อรถมาถึงหมู่บ้านนกกระเต็น ทีมงานยกกล้องและข้าวของลงจากรถ แสนตรงไปคุยกับชาวบ้าน มีพุฒและแตงกวาคอยต้อนรับ อันยาเห็นแสนสนิทสนมกับชาวบ้าน ลุยเข้าไปดูน้ำหมักชีวภาพซึ่งมีกลิ่นเหม็น เข้าไปโรงปุ๋ยที่อันยาต้องทำหน้าเหย เธอรู้สึกว่าทำไมเขาต้องเป็นคนดีแบบนี้ด้วย...อันยาออกมานั่งที่ศาลา มองหาปุ๊กลุก เพราะจะอาศัยเธอเป็นตัวดำเนินแผน

ไม่ทันไร อันยาก็เห็นปุ๊กลุกลับๆล่อๆอยู่มุมหนึ่ง จึงเรียกให้ออกมา ปุ๊กลุกรีบออกตัวว่าไม่ได้มาแอบดูแสน แค่ผ่านมาเฉยๆ อันยาแกล้งเปรย ไม่คิดถึงด็อกเตอร์เลยหรือ

“นี่! ไม่ต้องมาตอกย้ำกันเลยนะ ไม่มีวันไหน เวลาไหน ลมหายใจเข้าออกครั้งไหนที่ไม่คิดถึง แต่เมื่อเราไม่มีสิทธิ์ก็ต้องบอกลา” ปุ๊กลุกทำท่าจะจากไปอย่างอาลัยอาวรณ์

“เฮ้อ...เสียทีที่พี่แสนเขาบ่นคิดถึงเธอ”

ปุ๊กลุกหูผึ่งหันขวับมาโวยไม่เชื่อ แถมตอกกลับว่า คนที่ดูเป็นคนเลวไม่น่าจะหวังดี อันยาสะอึกข่มความโกรธ พยายามพูดให้ปุ๊กลุกเชื่อว่าแสนคิดถึงเธอจริงๆ จึงอยากให้เธอช่วยงานเขาเพื่อเขาจะได้ซาบซึ้ง ปุ๊กลุกสนใจทันที เข้าทางอันยา เธอให้ปุ๊กลุกเล่นเกมถามตอบกับชาวบ้าน

ปุ๊กลุกยิ้มร่ามาชวนชาวบ้านเจ็ดแปดคนนั่งล้อมวง เล่นเกมถามตอบว่าข้อดีอยู่ไหนกันนะ...แล้วเธอก็เริ่มถามว่า ข้อไหนคือข้อดีของโครงการในครั้งนี้ ก.ใช้เวลาทดลองไม่กี่เดือน ข.ใช้เวลาทดลองเป็นปีๆ...ชาวบ้านตอบข้อ ก.ปุ๊กลุกเฉลยว่าผิด เพราะโครงการนี้ใช้เวลาเป็นปี

ข้อสอง ข้อใดคือข้อดีของโครงการนี้ ก.100 เปอร์เซ็นต์ที่ผลการทดลองจะสำเร็จ ข.ไม่เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ที่จะสำเร็จ...ชาวบ้านตอบข้อ ก.เธอเฉลยว่าข้อ ข.ชาวบ้านเริ่มระส่ำ ยิ่งข้อสามถ้าผลการทดลองผิดพลาด ใครต้องรับผิดชอบ ชาวบ้านตอบพร้อมกันว่า ทั้งชาวบ้านและแสน...ปุ๊กลุกยกนิ้วถูกเผง ชาวบ้านชักไม่พอใจ เฮโลมาถามแสนถึงคำถามทั้งสามข้อ

อันยาลุ้นฟังคำตอบ ในใจคิดว่าคราวนี้แผนต้องสำเร็จแน่ แสนตอบชาวบ้านว่า ทั้งสามข้อเป็นความจริง ชาวบ้านฮือฮาแบบนี้โครงการก็ไม่ดีจริง พุฒปรามให้ทุกคนใจเย็นๆ

“ไม่เป็นไรครับ เป็นสิทธิ์ของทุกคนที่จะตัดสินใจ แต่ผมขออธิบายอะไรหน่อยได้ไหมครับ โครงการนี้ใช้เวลานาน ก็เพราะว่าเราไม่ได้ใช้วิธีตัดต่อพันธุกรรมหรือจีเอ็มโอ ซึ่งจะไปตัดตอนธรรมชาติ อาจจะมีผลเสียต่อผู้บริโภคและระบบนิเวศในระยะยาว แต่ผมใช้เทคโนโลยีไบโอเทคที่เป็นธรรมชาติมากกว่า เลยต้องใช้เวลานานกว่า แต่พันธุ์ข้าวที่เราได้จะมีคุณภาพ และปลอดภัยกับปากท้องของคนไทยจริงๆ...ส่วนเรื่องอาจจะไม่ได้รับผลสำเร็จเพราะเป็นที่แรก ผมไม่เคยคิดจริงๆว่าพี่ป้าน้าอาเป็นหนูทดลอง ผมเลือกที่นี่ก่อนเพราะเห็นว่ามีความพร้อมมากกว่าที่อื่น ผมมองว่าเรากำลังช่วยกันพัฒนาพันธุ์ข้าว เพื่อขยายผลให้เกษตรกรในพื้นที่อื่นๆ เรากำลังช่วยกันเพื่อจะช่วยคนอื่นด้วย แต่ผมก็ผิด ที่ไม่ได้ชี้แจงจุดนี้ให้ชัดตั้งแต่แรก ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่อาจจะต้องมารับผิดชอบกับผม”

พุฒรีบบอกว่าไม่ต้องขอโทษ เพราะตนและชาวบ้านรู้แต่แรกแล้ว ใครยอมรับไม่ได้ก็ไม่ต้องเข้าร่วม ทุกคนพร้อมใจจะทำต่อ พุฒจึงถามใครเอาข้อเสียมาแจกแจง ทุกคนหันไปมองปุ๊กลุก เธอเริ่มร้อนตัวส่ายหน้าปฏิเสธว่าไม่ได้ทำร้ายแสน อันยาต่างหากบอกให้ตนทำ อันยาหน้าซีดไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร แสนกลับแก้ต่างให้แทนว่าอันยาทำถูกแล้ว

“คุณเป็นห่วงชาวบ้านใช่ไหม ไม่งั้นทำไมคุณถึงอยากจะบอกข้อเสียให้พวกเขารู้ล่ะ...อย่าโทษคุณอันยาเลยครับ เขาพยายามเอาข้อเสียของโครงการมาบอก นับว่าเป็นเรื่องที่ดี ทุกคนจะได้ไม่เข้าใจผิดว่าโครงการจะมีแต่ข้อดี แล้วเราจะได้ช่วยกันแก้ไขได้ เวลาที่มันมีปัญหา” แสนหันมาจับไหล่อันยา “ผมรู้ว่าคุณหวังดี แต่ทีหลังควรจะค่อยๆอธิบายให้พวกเขาฟัง ทุกคนจะได้ไม่แตกตื่นเข้าใจไหมครับ”

อันยาสบตารับคำอึ้งๆ ไม่คิดว่าเขาจะเชื่อใจตนขนาดนี้ ปุ๊กลุกเหวอเจ็บใจ...อันยารู้สึกผิดแต่ที่ต้องทำเพื่อความอยู่รอดของตัวเองในหน้าที่การงาน เธอครุ่นคิดหน้าเครียด แสนเห็นเข้าใจว่าเธอตากแดดจนไม่สบาย กุลีกุจอพามาพัก มาลีหายาสมุนไพรซึ่งขมปี๋มาให้ แตงกวาช่วยเอาสตรอว์เบอร์รี่มาให้กินแกล้มลดความขม อันยาเห็นสายตาอาทรของแสน จำต้องกินยาจนหมด

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แจ๊ค ซู-จีน่า" ตื่นเต้นเข้าพิธีวิวาห์ “IN TIME WITH YOU ถึงห้ามใจก็จะรัก”

"แจ๊ค ซู-จีน่า" ตื่นเต้นเข้าพิธีวิวาห์ “IN TIME WITH YOU ถึงห้ามใจก็จะรัก”
19 พ.ค. 2564

02:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 19 พฤษภาคม 2564 เวลา 02:31 น.