กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

พายุเทวดา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หยาดฟ้า คำรณ และฤทธิ์เดินทักทายชาวบ้านพร้อมกับช่วยกันประชาสัมพันธ์ถึงแผนพัฒนาเกาะมุก ให้เป็นเกาะที่ทันสมัย มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเที่ยวที่นี่ ต่อไปเงินทองจะสะพัด

ชาวบ้านพากันยิ้มดีใจ แต่สิงห์ที่เดินผ่านมาได้ยินพอดี ร้องถามอย่างไม่พอใจว่า

“แล้วจะมีร้านเหล้า มีซ่องโสเภณี มีแหล่งเสื่อมโทรมเกิดขึ้นด้วยหรือเปล่าล่ะ”

“พ่อแม่พี่น้องคะ นี่คือตัวอย่างของคนที่ขัดขวางความเจริญของพวกเรา ถ้าขืนมีคนแบบนี้อยู่ในเกาะมุกพวกเราทุกคนก็จะอยู่ในความเสื่อม”

สิงห์เจ็บใจถ้อยคำปลุกระดมของหยาดฟ้า สวนกลับไปอย่างมีอารมณ์ว่า

“ไอ้ พวกเจริญ ไอ้พวกมีอารยธรรม ได้เป็นกำนันก็เพราะลอบยิงคู่แข่ง นี่หรือวะคนเจริญแล้ว พวกเราอย่า ไปฟังพวกมัน มันไม่ใช่คนเกาะมุก แต่หวังจะหาผลประโยชน์จากที่นี่”

คำรณฉุนขาดจะฟาดหน้าสิงห์ แต่สิงห์ไวกว่าคว้ามือเขาไว้ทัน ก่อนจะปล่อยหมัดตะบันหน้าคำรณจนล้มคว่ำ สมุนทั้งสามกรูกันเข้ามาทำท่าจะรุมสิงห์ แต่ต้องชะงักเมื่อฤทธิ์เปล่งเสียง

“พอได้แล้ว...อย่าให้เกิดเรื่องในวันแรกที่ฉันมาพบพ่อแม่พี่น้องเกาะมุกเลย”

“ไอ้ พี่ฤทธิ์ ขอบใจที่พี่ยังรู้จักคิดบ้าง ผมบอกไว้ก่อนเลยนะ มีอำนาจก็ไม่ได้หมายความจะแสดงว่าตัวเองเหนือคนอื่น อำนาจมาแล้วก็ไป ไม่ยั่งยืนหรอกพี่”

สิงห์เดินไปอย่างไม่แคร์ หยาดฟ้าเชิดหน้า บอกกับฤทธิ์เบาๆว่า วันไหนที่เขาเอามันมากราบเท้าตนได้ วันนั้นตนจะมีความสุขมาก

หลัง จากนั้น กลุ่มของหยาดฟ้ามุ่งหน้าไปที่ร้านของเป้า แต่สิงห์มาถึงก่อนและเล่าเรื่องราวให้ฟังแล้ว เมื่อหยาดฟ้าวางอำนาจขอซื้อร้านของเป้า จึงโดนเป้าตอกหน้าอย่างไม่กลัวเกรง คำรณทำท่าจะเอาเรื่องแต่ฤทธิ์ห้ามไว้ก่อนจะพากันไปที่บ้านหลังหนึ่ง

“ฉัน ซื้อต่อจากชาวบ้านคนหนึ่งที่เกาะนี้ไว้ให้เธอทำสำนักงานกำนัน แล้วก็อยู่อาศัยด้วย เป็นกำนันอยู่วัดก็คงไม่เหมาะ อยู่ที่บ้านเสี่ยคงคายิ่งไม่เหมาะใหญ่”

“คุณหยาดฟ้าช่างดีต่อผมจริงๆ”

“ก็ฉันบอกแล้วว่าฉันรู้สึกดีต่อเธอ ตั้งแต่เราพบกันเลยนะ เธอล่ะรู้สึกยังไงกับฉันบ้าง”

หยาดฟ้าจงใจสบตาฤทธิ์อย่างเปิดเผย เพราะอยู่กันสองต่อสองในบ้าน ฤทธิ์ห้ามใจไม่ไหวรวบตัวเธอมา กอดอย่างหลงใหล

“ตั้งแต่ผมโตมาจนป่านนี้ ผมไม่เคยรู้สึกกับผู้หญิงคนไหนเท่าคุณ...ผมรักคุณ”

ฤทธิ์ กำลังจะจูบหยาดฟ้า แต่ต้องผละออกห่างเพราะได้ยินเสียงคำรณดังมาก่อนตัว คำรณพูดดักคอความรู้สึกนึกคิดของฤทธิ์ที่มีต่อหยาดฟ้า ฤทธิ์เลยไม่กล้าทำต่อหน้า แต่ลับหลังไม่แน่!

ooooooo

ปลาดุกเป็นเดือด เป็นแค้นแทนดารินเมื่อรู้ว่า เทวาไม่ยอมไปเกาะมุกตามคำชวน...สองคนทุ่มเถียง กันไปมาจนเกือบวางมวย ถ้านิลไม่เข้ามาห้ามปราม เสียก่อน

“ไอ้ดุก หยุด...ข้าฟังมานานแล้วไอ้ดุก ไอ้เทวา ก็ถ้าเอ็งไม่ชอบชื่อเทวา ลูกเกาะมุก จะเปลี่ยนเป็นลูกสวรรค์ชั้นดาวดึงส์อะไรได้นี่หว่า ไม่เห็นต้องมีปัญหา แล้วข้าถามหน่อยเถอะวะเทวา ตกลงไอ้เกาะมุกของเอ็งนี่มันน่ารังเกียจนักเหรอวะ”

“เปล่า ตรงข้ามเลยอา...เกาะมุกสวยมาก แต่ตอนนี้ไม่แน่ใจ”

“ข้า ก็แค่ถามดู แปลกใจเท่านั้น มีแต่คนที่เขาจากบ้านมาเขาคิดถึงบ้าน ส่วนเอ็งอยากจะหนีไปไกลๆ ถุย! ถ้าไม่มีปัญญาหนีก็อย่าหนีสิวะ คนที่หนีก็คือคนที่ขี้ขลาดโว้ย”

เทวาอึ้งไป ปลาดุกยืนยิ้มสะใจ...

ค่ำวันเดียวกันที่ลานวัดเกาะมุกใต้ หลวงปู่หาญ บุญกู้ มนต์ สิงห์ ก้อง เดช ต่างยืนมองท้องฟ้ามืดสนิทไร้แสงดาว ซึ่งหลวงปู่บอกทุกคนว่า

“คืนอมาวสี...คืนที่พวกเจ้าทุกคนได้มาอยู่ที่นี่คืนนี้ให้พวกเจ้ารวมพลังกันส่งถึงพี่น้องที่พลัดพรากจากกันไป”

เดชกับสิงห์ดีใจ บอกว่าพวกตนจะรวมพลังให้เทวากลับมาที่นี่ แต่หลวงปู่ไม่แน่ใจว่าจะสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าเทวาจะเปิดจิตรับหรือเปล่า

“งั้นก็เริ่มเลยเถอะครับ...ที่ไหนดีหลวงปู่”

“ลานเจดีย์ดีกว่า”

ครู่เดียว บุญกู้ก็จัดเตรียมสถานที่เสร็จเรียบร้อย และร่วมนั่งสมาธิกับหลวงปู่และสี่หนุ่มด้วย ไม่นานนักลมเริ่มพัดแรง แต่ดวงดาวบนฟ้ามืดสนิทเหมือนเคย...

การรวมพลังเทวดาของสี่หนุ่มโดยมีหลวงปู่หาญคอยควบคุมทำให้เทวาและฤทธิ์ซึ่งอยู่กันคนละหนแห่งรับรู้และมีอาการประหลาดเกิดขึ้นคล้ายๆกัน

เช่นเดียวกับดารินที่มีอาการหายใจไม่ออกเหมือนจะเป็นลม แล้วเวลาที่เป็นแบบนี้ทุกครั้งเธออยากไปเกาะมุกเหลือเกิน แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร

เทวาปฏิเสธการเรียกร้องของพวกมนต์ที่อยากให้เขากลับเกาะมุก แต่หลวงปู่มั่นใจว่าเทวาต้องกลับมาแต่คงไม่ใช่วันนี้พรุ่งนี้...

เหตุการณ์ธรรมปั่นป่วนเมื่อคืนบวกกับโดนพวกฤทธิ์ก่อกวนเมื่อวานทำให้เปียหวาดกลัวมากถึงขนาดชวนพ่อย้ายไปอยู่ที่อื่นเพื่อความปลอดภัย แต่เป้าไม่เห็นด้วย ยืนกรานไม่ว่าจะยังไงเขาก็ไม่มีวันทิ้งแผ่นดินเกิด

เป้าหาทางออกให้ลูกสาวด้วยการเร่งรัดเรื่องแต่งงานอยู่กินกับสิงห์ที่เคยเกริ่นกับฝ่ายชายไว้แล้ว เป้าเชื่อว่าสิงห์ต้องดูแลปกป้องลูกของตนได้ จึงไปเจรจากับบุญกู้ด้วยตัวเอง

“จะให้ไอ้สิงห์แต่งงานกับนังเปีย?”

“จ้ะ พี่บุญกู้ เจ้าสิงห์มันพอรู้มาบ้างแล้ว ฉันเคยบอกว่านังเปียมันก็มีใจให้เจ้าสิงห์ ฉันก็เลยอยากแต่งให้มันถูกต้องตามประเพณี”

“ไอ้สิงห์มันเด็กวัด ไม่มีสินสอดเงินทองไปแต่งหรอกนะ”

“ไม่เอา ไม่ๆๆ ฉันไม่เอาอะไรทั้งนั้น รบกวนแต่ให้พี่บุญกู้ส่งผู้ใหญ่ไปหาฉัน นำขบวนเจ้าบ่าวไปบ้านฉันก็พอ คนที่ตลาดเขาจะไม่นินทานังเปียได้ว่าเปิดประตูรับผู้ชายไปอยู่ในบ้าน”

บุญกู้พยักหน้าเข้าใจ แล้วอีกวันถัดมาขบวนพวกสิงห์ก็แห่แหนมุ่งหน้าไปร้านของเป้า โดยมีครูประสิทธิ์เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายชาย ทุกคนร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน สนที่พักฟื้นจนหายดีแล้วก็มาร่วมขบวนพร้อมด้วยลูกสาวอีกสองคน

ระหว่างทางไม่นึกว่าจะเจอพวกหยาดฟ้าที่พากำนันฤทธิ์มาทำความคุ้นเคยกับชาวบ้าน สองฝ่ายมีปากเสียงและกือบวางมวยกันถ้าสนไม่เอ่ยปากปรามพวกของตนห้ามมีเรื่องเพราะวันนี้เป็นวันมงคลของสิงห์
ถึงร้านเป้า ประสิทธิ์กล่าวกับทุกคนด้วยสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุขว่า

“วันนี้ถือเป็นวันดีของชาวเกาะมุก เป็นวันที่จะประกาศว่าหนุ่มสาวสองคนคือเจ้าสิงห์ เด็กวัดผู้เป็นที่รักของเราทุกคนจะได้แต่งงานกับเปีย เด็กสาวที่เราก็เอ็นดูมาตั้งแต่เกิด ทั้งสองตกลงปลงใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน ในฐานะที่ผมเป็นผู้ใหญ่ในพิธีวันนี้ ผมขออวยพรให้คู่บ่าวสาวมีแต่ความสุข ครองรักกันยั่งยืนไปจนวันตาย”

“ฉันเองก็ดีใจที่ได้แต่งงานกับผู้หญิงที่ฉันรัก เสียใจอยู่อย่างเดียวเท่านั้นคือพี่สองคนที่รักมากไม่มีโอกาสได้

มาร่วมงาน คือพี่ฤทธิ์กับเทวา”

ขาดคำของสิงห์ รถเฮียเม้งแล่นมาจอดที่หน้าร้าน ฤทธิ์ หยาดฟ้า คำรณ และลูกน้องอีกสามคนก้าวลงมา สิงห์ดีใจนึกว่าฤทธิ์ตั้งใจมาร่วมงานแต่งงานของตน แต่ฤทธิ์กลับทำให้สิงห์ผิดหวังอย่างแรง

“ข้าไม่ได้มาร่วมงาน แต่ข้าจะมาบอกว่าแต่งแล้วก็รีบขายร้านนี้ให้คุณหยาดซะ แล้วจะไปอยู่ที่ไหนก็ไป”

“พี่ฤทธิ์ อย่ามาวางอำนาจที่นี่นะ อย่าคิดว่าตำแหน่งกำนันของพี่มันจะมีอำนาจค้ำหัวทุกคนบนเกาะได้”

เดชคำรามอย่างแค้นใจ ขณะที่สนมองกราดทุกคนแล้วด่าขึ้นมาลอยๆ

“งานมงคล อย่าไปสนใจพวกเศษสวะเลย สิงห์ทำพิธีต่อเถอะ”

“แกว่าใครเศษสวะ” หยาดฟ้าสีหน้าเอาเรื่อง

“พ่อฉันพูดลอยๆ ใครอยากรับก็รับไปสิ” แสงดาวตอบโต้อย่างไม่กลัว

ส่วนเป้าหายเข้าไปในบ้านครู่หนึ่งก่อนลากปืนยาวออกมายืนจังก้า

“ไอ้ฤทธิ์ มึงกับกูมาดวลปืนกันดีกว่า ถ้าคิดจะข่มขู่บีบให้กูขายร้านนี้ให้ กูไม่ยอมหรอก กูยอมตายคาร้านนี่แหละวะ”

“พ่ออย่า...” เปียร้องห้าม...ก่อนหันไปพูดกับฤทธิ์ดีๆ “ฉันไม่ขายให้พี่หรอก  เพราะร้านนี้คือชีวิตของฉันกับพ่อ พี่ฤทธิ์ไปซื้อที่อื่นเถอะนะจ๊ะ”

“แต่ฉันอยากได้ที่นี่เท่านั้น” หยาดฟ้าพูดโพล่ง คำรณแสยะยิ้ม ย้ำว่าเป็นความประสงค์ของหยาดฟ้า ใครก็ขัดไม่ได้

“หน้ามันไม่เหมือนแม่ข้า ข้าไม่สนใจหรอกโว้ย ว่าไงไอ้ฤทธิ์ ดวลปืนกันมั้ย อย่างดีก็แค่ตาย”

เป้าท้าทาย  สิงห์กลัวเรื่องบานปลายแล้วจะกลายเป็นเสียฤกษ์ จึงก้าวมาเผชิญหน้าฤทธิ์ขอร้องให้เขากลับไปถ้ายังคิดว่าเราเป็นพี่น้องกัน

“กูเห็นแก่มึงนะไอ้สิงห์ แต่คนอื่น...กูไม่ลืม”

ฤทธิ์กราดสายตาอาฆาตแล้วเดินนำพวกของตนกลับไปขึ้นรถ เปียใจเสียกลั้นน้ำตาไม่อยู่ แสงจันทร์ต้องเข้ามาปลอบโยน

“ให้วันนี้ผ่านไปก่อนนะเปีย แล้วเราค่อยหาทางแก้ไขกัน อย่าร้อง มันจะเป็นลางไม่ดี”

“ยังมีอะไรดีๆหลงเหลืออีกเหรอพี่แสงจันทร์” เปียเสียงสั่นเครือ ทุกคนมองเธออย่างเห็นใจ

ooooooo

คงคาแสดงความโมโหเมื่อรู้ว่าฤทธิ์ไปแสดงอำนาจกับชาวบ้านทั้งที่เพิ่งได้เป็นกำนัน

“ทำแบบนี้มันเท่ากับฆ่าตัวเอง เพิ่งจะมีตำแหน่งก็ไปแสดงอำนาจให้คนเขาเกลียดชังแล้ว ทำให้พวกมันรักเรา ยอมรับเราก่อนสิ ต่อไปไอ้พวกชาวบ้านนี่แหละมันจะเป็นเกราะป้องกันเรา ต่อสู้เป็นปากเสียงแทนพวกเรา”

“แต่นี่เราไม่ได้มีปัญหากับพวกชาวบ้านนะคะเสี่ย แต่มีปัญหากับไอ้พวกเทวดา”

“ผมอยากฆ่ามันทุกตัวเลย” คำรณขานรับคำพูดหยาดฟ้าพลางมองหน้าฤทธิ์เหมือนหยั่งเชิง

“นายฤทธิ์ ลูกชายฉันพูดอย่างนี้  นายรู้สึกยังไงบ้าง”

“เสี่ยอย่ากังวลเลยครับ ผมเลือกข้างแล้วยังไงผมก็อยู่ข้างเสี่ย ผมรับรองว่าจะไม่ให้ชาวบ้านมีปัญหากับผมหรอก ส่วนเรื่องน้องๆของผม ก็แล้วแต่คุณคำรณ”

คำรณแสยะยิ้มพอใจ แต่ถึงยังไงคงคาก็ยังกลัวว่าอิทธิฤทธิ์ของพลังเทวดาและหลวงปู่หาญจะเป็นอุปสรรคแก่ตน จึงอยากให้คำรณและสมุนเรียนวิชาจากอาจารย์คล้าม โดยให้ฤทธิ์พาพวกเขาไปที่ถ้ำหัวสิงห์โดยไม่ต้องอาศัยโชติเหมือนสองครั้งที่ผ่านมา

อาจารย์คล้ามเต็มใจสอนวิชาให้พวกคำรณ เนื่องจากหลวงปู่หาญเป็นศัตรูเก่าของตน โดยเริ่มจากสอนวิชามนตราปักษี และสั่งห้ามไม่ให้ใช้วิชานี้โดยไม่จำเป็น

หลวงปู่หาญรับรู้ถึงการกระทำของอาจารย์คล้ามจึงต้องการให้บุญกู้ไปตามเทวากลับมาเพราะเขาได้

รับการประจุพลังธาตุทั้งสี่แล้ว หากมีแต่เทวาเพียงคนเดียวก็สามารถเอาชนะศัตรูได้ทั้งหมด เมื่อบุญกู้ไปเอ่ยปากกับมนต์ ปรากฏว่ามนต์ขอเวลารอให้ปิดเทอมเสียก่อนถึงจะไปตามหาเทวาได้ เดชกับก้องอาสาไปแทนแต่แสงจันทร์ท้วงว่ากรุงเทพฯกว้างมาก ผู้คนมากมายจะหากันเจอได้ยังไง

“ฉันเห็นว่ายังไม่ควรไปตามหามันหรอก”

“ทำไมล่ะมนต์” บุญกู้สงสัย

“ถ้าหลวงปู่บอกว่ามีศัตรูเก่าส่งคุณไสยมาแบบนี้ พวกเรายิ่งไม่ควรไปไหน ควรจะอยู่ดูแลแล้วก็ช่วยเหลือ หลวงปู่มากกว่า หลวงปู่ไม่ได้มีค่าและมีความหมายเฉพาะพวกเรานะ แต่ท่านเป็นคนสำคัญของทุกคนที่เกาะมุก”

บุญกู้และทุกคนยอมรับในเหตุผลของมนต์อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง...

ขณะเดียวกัน เทวาก็ยังไม่ใจอ่อนแม้จะถูกดารินตื๊อหนักเรื่องชวนไปเกาะมุก  หนุ่มสาวเถียงกันไปมาบ่อยครั้งจนกลายเป็นยิ่งเถียงยิ่งใกล้ชิด และเกิดความรู้สึกดีๆ

ต่อกันแทนที่จะกลายเป็นศัตรู ซึ่งเรื่องนี้ปลาดุกทราบดี และเคยแซวเทวามาแล้วหลายครั้ง

ทันทีที่กลับจากเรียนวิชากับอาจารย์คล้าม พันรู้เห็นว่าหวานใจชอบรังแกและด่าทอแม่ของตน จึงใช้วิชา

มนตราปักษีทำร้ายหวานใจ  หยาดฟ้าโกรธมากตบหน้าพัน เช่นเดียวกับคงคาที่ไม่ชอบให้มาทำร้ายพวกเดียวกัน

คงคากับหยาดฟ้าสั่งให้ฤทธิ์และทุกคนใช้วิชาที่ร่ำเรียนมาปราบคนที่เกาะมุกไม่ให้หัวแข็งต่อพวกตน

และบังคับเอาร้านของเป้ามาเป็นของหยาดฟ้าให้ได้ แต่มนตราปักษีก็พ่ายวิชาเทวดาทำให้ฤทธิ์ออกอุบายลวงให้พัน ธงและศรไปก่อเรื่องที่วัด เพื่อลวงให้น้องๆของตน

ไปรวมตัวกันที่วัด จากนั้นฤทธิ์ก็มาข่มขู่เป้าถึงบ้าน นำกระดาษแผ่นหนึ่งยื่นให้เป้า ขณะที่อีกมือถือปืนขู่เปียไว้

“ไอ้ฤทธิ์  นี่มึงคิดจะให้กูเซ็นยกที่ดินผืนนี้ให้มึงเหรอ ไม่มีทางหรอกโว้ย นี่มันวิธีการของโจรชัดๆ กูยอมตาย”

ฤทธิ์โกรธ กระชากเปียมากอดแล้วเอาปืนเล็งไปที่เป้า แต่เป้าไม่สะทกสะท้าน กลับหัวเราะใส่หน้าฤทธิ์แล้วด่าอย่างแค้นใจ

“ไอ้ฤทธิ์ ไอ้ชาติชั่ว ข้าวสุกหลวงปู่ไม่ช่วยทำให้มึงมีสำนึกที่ดีบ้างเลยรึไง”

“ไม่ต้องพูด...เซ็นเดี๋ยวนี้ หรืออยากเห็นนังเปียมันตายต่อหน้าพ่อมัน”

“พ่อจ๋าให้เขาไปเถอะ ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว เราไปอยู่ที่อื่นกันก็ได้”

“นังเปีย...พ่อไม่ยอมหรอก กระดูกแม่เอ็งก็ฝังไว้ที่เกาะมุกนี่ เอ็งจะหนีโคตรเหง้าไปอยู่ที่ไหน”

เปียร้องไห้น้ำตานองหน้า วิงวอนเสียงสั่น “พี่ฤทธิ์จ๋า...เห็นใจฉันเถอะจ้ะ เราสองคนพ่อลูกไม่มีที่พึ่งที่ไหนอีกแล้ว พี่ฤทธิ์ต้องการอะไรฉันยอมหมด ยกเว้นชีวิตพ่อฉันกับที่ดินผืนนี้”

“ก็ได้...คืนนี้ก่อนเช้ามืดเธอต้องไปหาฉันที่บ้าน ถ้าไม่ไป สองอย่างที่เธอกลัวมันต้องเกิดขึ้นแน่”

ฤทธิ์ผลักเปียไปหาเป้า ชี้ปืนใส่หน้าสองพ่อลูกก่อนจะถอยหลังออกมาอย่างระแวดระวัง  แล้วหนีหายไปในความมืด

“พ่อจ๋า...ที่ดินผืนนี้มันก็เป็นของนอกกาย ให้มันไปเถอะนะพ่อ”

“ไม่! พ่อไม่ยอม” เป้าปฏิเสธเสียงแข็ง เปียทำอะไรไม่ได้ นอกจากร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว...

ขณะเดียวกันที่วัดเกาะมุกใต้ พัน ธง และศรที่มาซุ่มก่อกวนด้วยการยิงปืนถล่มวัด บัดนี้ทั้งสามคนกำลังล่าถอยออกไปเมื่อเห็นมนต์ สิงห์ เดช และก้องมารวมตัว

สี่หนุ่มและบุญกู้พูดคุยกันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนจะไหวตัวว่าพวกคนร้ายอาจจะลวงพวกเรามาที่นี่เพื่อหวังผลร้านของเป้าซึ่งเป็นพ่อตาของสิงห์ เดชจึงให้สิงห์รีบกลับไปที่ร้าน มนต์ก็ควรจะกลับไปบ้านสน ส่วนทางนี้ตนกับก้องจะอยู่ดูแลหลวงปู่กับน้าบุญกู้ ถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นก็ส่งกระแสจิตมา

สิงห์กับมนต์พยักหน้า ต่างขึ้นมอเตอร์ไซค์แยกย้ายกันไป สิงห์เข้าบ้านบอกเปียว่าไม่มีอะไรแล้ว แต่เป้ายังไม่วางใจ แอบกำชับลูกสาวลับหลังสิงห์ว่า

“พ่อหวังว่าเอ็งจะไม่ทำอะไรให้พ่อเสียใจนะ”

“แต่ถ้ามันฆ่าพ่อล่ะ”

“เกิดหนเดียวตายหนเดียว ทำไมต้องกลัว” เป้าพูดอย่างไม่ยี่หระ แต่เปียใจเสีย คิดหนักจะทำอย่างไรดี

ด้านมนต์ที่กลับไปบ้านพ่อตา...สน แสงจันทร์ และแสงดาวดีใจที่เขาปลอดภัยกลับมา มนต์เล่าว่าคนร้ายยิงปืนขู่ แต่ยังไม่รู้ว่าพวกไหน แล้วต้องการอะไร

“จะพวกไหนล่ะ ก็พวกไอ้ฤทธิ์น่ะแหละ นี่มันวิธีการของโจรแท้ๆ สันดานโจรมันถึงทำแบบโจรได้” สนกล่าวอย่างมั่นใจ

“พี่มนต์ไม่เป็นอะไรนะ” แสงจันทร์ห่วงสามี

“ไม่...แต่พี่ว่าเดี๋ยวจะออกไปข้างนอก”

“ไปทำไม พี่ไม่กลัวเหรอ”

“เทวาไม่อยู่ พี่ฤทธิ์ก็หลงผิดไปเป็นพวกของมันแล้ว เหลือพี่คนเดียวที่มีพลังเวหาพอจะช่วยคนอื่นได้ พี่ว่าจะออกไปลาดตระเวนดู ไม่ต้องเป็นห่วงพี่นะ อยู่กับพ่อ อย่าออกไปไหน”

มนต์ผละไป ทุกคนมองตามด้วยความเป็นห่วง สนหนักใจถึงกับเปรยขึ้นว่า นับวันเกาะมุกอยู่ยากขึ้นทุกที

ขณะมนต์ออกลาดตระเวนเห็นเปียขี่มอเตอร์ไซค์สวนทางไป เขาร้องเรียกแต่เธอไม่หันมามอง ขับรถต่อไปเหมือนไม่ได้ยิน...

เปียทำเพื่อพ่อและผืนดินที่พ่อหวงแหน เธอตัดสินใจไปหาฤทธิ์และยอมพลีกายให้เขาแต่เขาต้องสัญญามาก่อนว่า

“ถ้าฉันยอมพี่แล้ว พี่ต้องเลิกวุ่นวายกับพ่อฉันแล้วก็ที่ดินของฉัน”

“เดี๋ยวค่อยให้คำตอบได้ไหม” ฤทธิ์เจ้าเล่ห์ ดึงเปียเข้ามากอดจูบโชว์สมุนทั้งสามคนของคำรณ พอเธอดิ้นรน ฤทธิ์ต่อยท้องแล้วอุ้มเข้าห้อง ไล่คนอื่นออกไป หมูจะหามอย่าเอาคานเข้า
มาสอด

ขณะที่ฤทธิ์ย่ำยีเปีย...สิงห์รู้สึกตัวตื่นมาไม่พบเมียรัก แปลกใจว่าเธอไปไหน ช่วยกันกับเป้าหาทั่วบ้านก็ไม่เจอ เป้าใจไม่ดี แน่ใจว่าเปียไปไหนแต่ยังไม่ทันพูดอะไรกับลูกเขย ก็ได้ยินเสียงมนต์มาร้องเรียก

สิงห์ผลุนผลันออกมาหามนต์ ก่อนจะรีบร้อนไปด้วยกันเพราะคิดว่าเปียน่าจะไปที่บ้านฤทธิ์ ส่วนเป้าเอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญเสียใจที่ปกป้องลูกสาวไม่ได้ สุดท้ายตัดสินใจผูกคอตายอยู่ในบ้านโดยไม่มีใครรู้เห็น

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา
10 ธ.ค. 2562
08:10 น.