ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

พายุเทวดา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เย็นนั้น ดารินมารับเทวากับปลาดุกที่อพาร์ตเมนต์ ไปตระเวนประกวดร้องเพลงและชกมวย ปลาดุกเริ่มรู้สึกว่าดารินสนใจเทวา แต่ไม่รู้ว่าลึกๆแล้วเธอต้องการไปเกาะมุกมากกว่า เมื่อรู้ว่าเทวาเป็นคนเกาะมุกก็ยิ่งอยากตีสนิท

ขณะที่เทวาประกวดร้องเพลง ในคืนนี้ เกิดสิ่งแปลกประหลาดขึ้นมา จู่ๆเขาเสียงแหบร้องไม่ออก ส่วนดารินก็ปวดหัวจนยืนแทบไม่อยู่ เทวาต้องลงจากเวทีมาประคองเธอกลับไปที่รถ...

สาเหตุมาจากการนั่งสมาธิของพวกฤทธิ์ที่วัด ทุกคนรวมพลังเพื่อเรียกเทวากลับมาแต่ไม่สำเร็จ พลังส่ง

ไปแต่ไม่มีใครรับ ฤทธิ์เดาว่าบางทีเทวาอาจจะตายแล้วก็ได้ ก้องไม่พอใจจะโดดเข้าใส่ มนต์กับเดชรีบกันไว้

“ไม่เอาน่าก้อง”

“หมดธุระแล้วใช่ไหม ผมจะได้กลับ”

สิงห์มองฤทธิ์อย่างผิดหวัง ถามเสียงขุ่นว่า “ข้าวที่วัดนี้มันมียางน้อยกว่าข้าวไอ้เสี่ยคงคาหรือไง”

ฤทธิ์ไม่พูดอะไร ลุกเดินจากไปด้วยความเจ็บใจ

ooooooo

ดารินเป็นลมไปพักใหญ่กว่าจะรู้สึกตัว โดยที่เทวากับปลาดุกยังดูแลอยู่ใกล้ๆ

“ฉันดีขึ้นแล้วล่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง”

“เป็นอะไร จู่ๆก็เป็นลม หิวข้าวทำไมไม่บอก”

“เปล่า ตอนที่นายร้องเพลงน่ะ ฉันรู้สึกเหมือนมีคลื่นอะไรบางอย่างมันลอยมาในอากาศ แล้วฉันก็ปวดหัวจนทนไม่ได้ หน้ามืดไปเฉยๆ”

“แบบนี้ที่บ้านฉันเขาเรียกว่าเป็นลม” ปลาดุกพูดเรื่อยเจื้อย แต่เทวามองหน้าดารินจริงจังเหมือนจะค้นหาอะไรบางอย่าง

จนกระทั่งกลับมาที่อพาร์ตเมนต์แล้วเทวายังเก็บเรื่องนี้มาขบคิด ส่วนปลาดุกนอนบนเตียงหลับปุ๋ยไปแล้ว

เทวานอนลืมตาโพลงบนพื้นข้างเตียง บอกตัวเองว่าเป็นไปได้ยังไงที่ดารินจะรับพลังเทวดาได้ คงเป็นเรื่องบังเอิญมากกว่า...

เช้าวันถัดมา เทวาเข้าไปที่วัดใกล้ๆที่พัก กราบพระในโบสถ์แล้วตั้งจิตอธิษฐานถึงหลวงปู่หาญ

“ผมไม่มีโอกาสได้กราบหลวงปู่ ขอหลวงปู่โปรดทราบและสื่อพลังมาถึงผมด้วยเถิดครับ”

เทวานั่งหลับตาทำสมาธิ พลันได้ยินเสียงหลวงปู่หาญดังแว่วมา

“ขอความกตัญญูที่เจ้ามีจงเป็นเกราะคุ้มครองให้เจ้าปลอดภัยตลอดไป”

พลันบังเกิดแสงสว่างพุ่งมาอาบร่างเทวา ก่อนที่ปลาดุกจะพรวดพราดเข้ามาเรียกเทวาหลังจากตามหาเขาไปทั่ว

“ตามหาทำไม ไม่ได้เป็นแฟนกันซะหน่อย” เทวาแกล้งแหย่

“เออ ไม่ได้อยากเป็นด้วยหรอก กินอะไรหรือยัง”

เทวาไม่ทันตอบ เสียงรถหวอดังมา ปลาดุกฟันธงทันทีว่าเสียงแบบนี้ไฟไหม้แน่ๆ

เมื่อทั้งคู่พากันไปยังที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัดนัก เห็นชาวบ้านพากันวิ่งขนของด้วยความตระหนกตกใจ มีเปลสนามแบกร่างของคนบาดเจ็บวิ่งปะปนมาด้วยดารินอยู่ในกลุ่มอาสาสมัครเปิดรถพยาบาลนำคนเจ็บขึ้นรถ

“นี่ นายเห็นอย่างฉันหรือเปล่า” ปลาดุกตาโต

“ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงอย่างดารินจะเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือคน ผู้หญิงคนนี้แปลกดี”

ปลาดุกมองเทวาที่เผลอยิ้ม ยื่นมือมาปัดตรงหน้าเขาให้รู้สึกตัว

“เพ้อแล้ว...นายนี่ก็แปลกนะ ทำไมถึงชอบผู้หญิงแบบนั้น ผู้หญิงมีตั้งมากมายไม่ชอบ”

“ก็ไอ้ที่มีอยู่ตรงนี้น่ะแปลกสุดแล้วละ”

“เออ ฉันสงสัยมากเลย เมื่อคืนนายร้องเพลงเสียงเพี้ยนหนัก เป็นไรไปวะ หรือว่าเขินดาริน”

“ไม่รู้เหมือนกัน ถ้าเป็นแบบนี้บ่อยๆคงต้องเลิกร้องเพลง” ตอบเสร็จเทวาเดินหนี ไม่อยากถูกสาวทอมซักไซ้อะไรอีก

ooooooo

เป้าคิดหนักเรื่องเสี่ยคงคาจะมากว้านซื้อที่ดินบนเกาะมุก โดยเฉพาะทำเลดีๆ ตรงร้านค้าของเขาคือเป้าหมายสำคัญที่หยาดฟ้าอยากได้มาก
วันนี้ เป้าตัดสินใจเรียกสิงห์ซึ่งมาช่วยงานที่ร้านเป็นประจำมาซักถามว่าชอบเปียลูกสาวของตนแค่ไหน

“เท่าชีวิตของฉันแหละน้า น้าถามอย่างนี้ น้าไม่รังเกียจเด็กวัดจนๆ อย่างฉันเหรอ”

“ก่อนข้าจะมีเมีย หาเงินมาซื้อร้านนี้ได้ ข้าก็เป็นลูกศิษย์หลวงปู่มาก่อน เอ็งน่ะมันรุ่นหลัง แต่ก่อนนะข้าเดินตามท่านบิณฑบาตทุกเช้าแหละ”

“จริงหรือน้า”

“เออสิวะ ถ้าเอ็งรักนังเปีย รับปากน้าได้ไหมว่าจะดูแลมัน อย่าให้ใครรังแกมันได้”

“ถ้าเปียเป็นเมียฉัน ฉันก็ต้องดูแลไปจนวันตายแหละ น้าพูดเหมือนน้าจะยกเปียให้ฉันงั้นแหละ”

“ก็เออสิวะ ไม่ต้องแต่ง ไม่ต้องมีพิธีมันหรอก ตั้งแต่พรุ่งนี้เอ็งมาอยู่ที่ร้านน้าได้เลยนะ”

สิงห์ยิ้มร่า โผเข้ากอดว่าที่พ่อตาด้วยความดีใจสุดขีด...ต่อมาเมื่อเดชและก้องทราบเรื่องก็พลอยดีใจกับสิงห์ด้วย แต่สิงห์ยังห่วงทั้งคู่จะอยู่ยังไงถ้าตนออกจากวัดไปอีกคนเหมือนเช่นเทวา

“ไม่ต้องห่วงข้าสองคนหรอก ข้าอยู่ได้ สักวันข้าก็จะหาเมียเหมือนเอ็งแหละวะไอ้สิงห์”

“ข้าว่าน้าเป้าแกต้องมีแผนอะไรสักอย่าง”

“แผนอะไรวะเดช”

“แกคงกลัวกลุ่มไอ้เสี่ยคงคามารังแกอีก แกก็เลยอยากหาคนคุ้มครองลูกสาวแก”

“ให้มันมาเลย ไอ้สิงห์ยอมตาย”

มันมาแน่! และมาในคืนนี้ด้วย!

เสี่ยคงคาส่งฤทธิ์และสมุนมาเผาตลาดบนเกาะมุกวอดวายเกือบหมด แต่จู่ๆมีฝนตกลงมาทำให้ไฟมอดไม่ลามไปถึงร้านของเป้า ซึ่งพวกมนต์และชาวบ้านเชื่อว่าเป็นบารมีของหลวงปู่หาญที่ช่วยเหลือพวกเรา

สนเป็นเดือดเป็นแค้น มั่นใจว่าเป็นฝีมือพวกเสี่ยคงคา คิดไม่ถึงว่ามันจะเล่นงานเราหนักขนาดนี้

“ผมว่านี่มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น ชาวบ้านคงยอมมันในที่สุด ไม่มีใครว่างพอที่จะต่อสู้เพื่อความถูกต้องหรอก ตราบใดที่ท้องยังหิว”

“มันต้องมีวิธีสิครู อย่างน้อยก็ต่อไปนี้เราต้องจัดเวรยามไว้คอยป้องกันเหตุร้าย”

“พี่เห็นด้วยนะแสงดาว ไม่มีอะไรดีเท่ากับป้องกันตัวเอง”

“อนามัยผมพร้อมรับคนเจ็บตลอด 24 ชั่วโมง ผมเชื่อว่าพวกมันต้องกลับมาเล่นงานเราอีกแน่”

“ถ้างั้นผมจะเรียกประชุมชาวเกาะมุกให้จัดเวรยาม มีระบบป้องกันภัยของพวกเรากันเอง ตอนนี้

ชาวบ้านอพยพไปอยู่ที่วัดกันแล้ว หลวงปู่ให้น้าบุญกู้ช่วยเหลือตามมีตามเกิด”

ที่ลานวัด กลุ่มชาวบ้านกอดเข่าเจ่าจุก บางรายยังร้องไห้เสียดายทรัพย์สินที่ถูกไฟไหม้ ของส่วนใหญ่ที่ขนมาได้เป็นของใช้ในครัวเรือนที่ไม่มีราคาค่างวดอะไร

“อย่านั่งเสียใจกันเลย เสียแล้วเสียไป หาใหม่ดีกว่า ช่วยกันหุงหาอาหารกินกันเถอะ โรงครัวของวัดยังมีอาหารแห้ง ข้าวสารพอเลี้ยงพวกเราอีกหลายวัน” บุญกู้ปลอบใจทุกคน สนกับลูกสาวสองคน ประสิทธิ์และมนต์เดินเข้ามาสมทบ

สนเริ่มปลุกระดมชาวบ้าน “เราอยู่ที่เกาะมุกมานับแต่ปู่ย่าตายายเป็นร้อยปีไม่เคยพบกับความวิบัติฉิบหายอย่างนี้มาก่อน นี่เป็นเพราะคนบนชายฝั่งมาขอซื้อที่จากพวกเรา พอพวกเราไม่ขายมันก็ส่งคนมาเผา นี่คือสิ่งที่พวกมันให้กับเรา พวกเราจะต้องจำแล้วก็ท่องไว้ว่าเราจะไม่มีวันขายที่ดินแค่เพียงเท่าฝ่ามือให้แก่พวกมัน ไม่อย่างนั้นมันก็จะย่ำยีพวกเราได้ทั้งชีวิต ลูกหลานวันหน้าของพวกเราจะลำบาก”

“รับปากได้ไหมพวกเรา” ครูประสิทธิ์โพล่งขึ้น

ชาวบ้านขานรับกันอื้ออึง ทุกคนยิ้มพอใจ แล้วทั้งหมดลงนั่งเมื่อเห็นหลวงปู่หาญเดินตรงมา

“ทุกอย่างเป็นอนิจจัง ไม่มีอะไรเที่ยง ความทุกข์เข้ามาในชีวิตเราได้ มันก็ต้องออกไปได้ ขอเพียงจิตใจของพวกโยมอย่าเศร้าหมอง ถ้าจิตใจเศร้าหมองเมื่อไหร่ โยมจะไม่มีวันชนะความทุกข์ได้ ช่วยกันหุงหาอาหารเลี้ยงสังขารอันเป็นเรือนของใจก่อนเถิด กายสบายใจสบายแล้วปัญญาจะเกิด”

“ธรรมะของหลวงปู่ประเสริฐจริงๆครับ...พวกเราสาธุ น้อมรับคำสอนของหลวงปู่พร้อมๆกัน”

ทุกคนพนมมือขึ้นเหนือหัว เปล่งเสียงพร้อมเพรียงกันตามที่ครูประสิทธิ์บอก

ooooooo

ด้านเสี่ยคงคากำลังหัวเสีย หลังทราบจากเฮียเม้ง โทร.มาส่งข่าวว่าไฟไหม้ตลาดหมด ยกเว้นร้านของเป้าคนเดียวที่รอดราวปาฏิหาริย์ เพราะจู่ๆฝนเทลงมา

กานดากลับจากตลาดทราบข่าวนี้เหมือนกัน เธอมาคาดคั้นสามีเพราะเชื่อว่ามีส่วนรู้เห็น

“เพ้อเจ้อน่าแม่ ใครเขาจะไปทำยังงั้น แม่กลับไปนอนเถอะ” คำรณรีบตัดบท กานดามองลูกชายน้ำตาคลอ ตัดพ้อด้วยความน้อยใจ

“คำรณ...รู้ไหมว่าความทุกข์ที่สุดในหัวใจของคนเป็นแม่ก็คือเลี้ยงลูกให้ดีแล้วไม่ได้ดี แกก็เป็นคนหนึ่งที่ทำให้แม่เป็นอย่างนั้น”

“พร้อม...พาคุณผู้หญิงออกไป” คงคาสั่งเสียงเข้ม

“คุณผู้หญิงขา ไปพักที่ตึกเล็กเถอะค่ะ” พร้อมประคองกานดาออกไป

หยาดฟ้ารอจนทั้งคู่คล้อยหลัง ก่อนจะถามขึ้นมาด้วยท่าทีร้อนใจ “เสี่ย...แสดงว่าไอ้พวกเกาะมุกสงสัยเรา นี่มันจะซัดทอดมาถึงเราหรือเปล่า”

“ถ้าเธอริจะทำชั่วก็จงเชื่อมั่นในความชั่วของเธอ หยาดฟ้า”

ในเวลาต่อมาเมื่อฤทธิ์ทราบเรื่องจากพวกคงคาก็ฟันธงทันทีว่า “ถ้าเป็นอย่างที่เสี่ยเล่า แสดงว่าน้องๆของผมใช้พลังเทวดาช่วยให้เกาะมุกรอดพ้นจากการถูกไฟไหม้”

“หมายความว่าพลังเทวดาของแต่ละคนมีไม่เหมือนกัน”

“ใช่ ถ้าหากประสานพลังกันจะบันดาลให้เป็นไปตามที่ต้องการ ศัตรูไม่สามารถเอาชนะได้”

“ดี...ที่นายบอกฉันตามตรง หวังว่านายจะเป็นพวกของฉันตลอดไป แล้วฉันนี่แหละจะเอาน้องของพวกแกมาเป็นพวกให้ได้ พลังเทวดาจะได้ประสานกันไม่ได้ เมื่อนั้นพลังเทวดาก็ไม่มีความหมาย” พูดแล้วคงคาแสยะยิ้ม อย่างมั่นใจในตัวเอง...

วันเดียวกัน ดารินทราบข่าวไฟไหม้ที่เกาะมุกจากเนตรทราย เธอรีบร้อนออกจากสถานีตำรวจไปหาเทวาและปลาดุก ทำทีเลียบเคียงถามเทวาว่าไม่คิดจะกลับเกาะมุกเหรอ ตอนนี้ที่นั่นเกิดเรื่องใหญ่ ไฟไหม้ตลาดวอดวาย

“เธอรู้ได้ยังไง” เทวาย้อนถาม

“ก็มีเพื่อนจะไปหากินที่นั่นเจอเหตุการณ์นี้ซะก่อนเลยเผ่นกลับ นายไปเกาะมุกกับฉันเถอะ บางทีเราจะได้ร่วมมือกันหากิน”

“ไม่ได้ ผมบอกคุณแล้วไงว่าคนที่เกาะมุกไม่ต้อนรับคนมีอาชีพแบบคุณ”

ดารินยิ้มไม่สะทกสะท้านกับคำพูดของเทวา กลับพูดจาอ่อนหวานชวนให้ปลาดุกหมั่นไส้ “เธอยังไม่รังเกียจฉันเลย คนเกาะมุกก็ต้องไม่รังเกียจฉันด้วยเหมือนกัน”

“สรุปง่ายนี่”

“เขาว่าคนเกาะมุกใจดี ฉันเชื่อนะ”

“เชื่อง่ายอีก”

“ตกลงจะไปมั้ย” ดารินเริ่มเสียงขุ่น เทวานิ่งไปอึดใจ นึกถึงแสงจันทร์แล้วตอบปฏิเสธเสียงดังฟังชัด

จนดารินชะงัก ตัดพ้อขึ้นมาอย่างไม่พอใจ “ต่อไปอิทธิพลของคนที่อื่นคงเข้าไปในเกาะมุกหมด ความสวยงามแบบเกาะมุกคงไม่เหลือแล้วล่ะ ฉันผิดหวังในตัวเธอจริงๆนะเทวา”

“ผมก็ผิดหวังคุณเหมือนกัน”

“ผิดหวังฉันเรื่องอะไร”

“ทำไมคิดแต่เรื่องจะไปทำมาหากินที่เกาะมุก ไม่คิดอย่างอื่นบ้างเลยเหรอ”

“ห่วงฉันหรือห่วงเกาะมุกกันแน่”

“หมายความว่าไง”

“ก็สงสัยว่าเป็นห่วงฉัน กลัวฉันโดนคนเกาะมุก

ขับไล่หรือว่าห่วงเกาะมุก กลัวว่าเกาะมุกจะมีมลทินเพราะฉัน”

“คิดเอาเองแล้วกัน”

“จะทะเลาะกันอีกนานมั้ย” ปลาดุกแทรกขึ้นมา... ดารินน้อยใจเทวา หยิบแบงก์ห้าร้อยวางไว้บนโต๊ะเป็นค่าอาหารแล้วเดินหน้าตึงออกไป เทวาไม่เข้าใจบ่นกับปลาดุกว่า

แค่ตนไม่กลับบ้านก็ต้องโกรธด้วยเหรอ

ooooooo

ชาวบ้านต้องอพยพมาอยู่ที่วัดเกาะมุกใต้ รับอาหารจากโรงทานที่หลวงปู่หาญจัดให้ แต่แล้วหยาดฟ้าก็คิดแผนการให้ชาวบ้านไปพักพิงที่โรงแรมริมหาดของคงคา พร้อมกับพูดจาโน้มน้าวขอซื้อที่ดินจากชาวบ้านเป็นผลสำเร็จจนได้รับคำชมจากคงคาว่าทั้งเก่งและฉลาด

นอกจากหยาดฟ้าจะกล่อมชาวบ้านได้แล้ว คงคายังมองหาลู่ทางเพื่อตั้งตนเป็นใหญ่ในเกาะมุก โดยอาศัยโชติให้นำพาไปพบอาจารย์คล้ามที่รู้จักพลังเทวดาเป็นอย่างดี

อาจารย์คล้ามอยู่ในถ้ำที่เกาะหัวสิงห์เพียงลำพัง มีวิชาอาคมแก่กล้าไม่ต่างจากหลวงปู่หาญ เพราะทั้งคู่เคยเป็นศิษย์สำนักเดียวกัน

แรกเห็นอาจารย์คล้ามในถ้ำ พวกคงคาพาตกตะลึงมองร่างของแกนอนอยู่บนแท่นหินสภาพเหมือนคนตายมากกว่าคนเป็น

“พวกมึงต้องการอะไรจากกู ถึงได้ดั้นด้นมาถึงที่นี่”

“เจ้านายผมกำลังเดือดร้อน ต้องการความช่วยเหลือจากอาจารย์ครับ” โชติรายงาน

คล้ามมองหน้าคงคาเขม็ง ขณะเดียวกันฤทธิ์ก็หลับตากำหนดจิตก่อนจะบังเกิดประกายสายฟ้าดังเปรี้ยงอยู่นอกถ้ำ แล้วพุ่งเข้ามาหาคล้ามแต่ไม่ถูก เขายกมือต้านพลังแล้วปัดมาที่ฤทธิ์จนร้องลั่นว่ากลัวแล้ว

กองทัพงูเลื้อยยั้วเยี้ยอยู่หน้าถ้ำ คล้ามหัวเราะสะใจ ตวัดฝ่ามือเข้าหาตัว พลันร่างของฤทธิ์ก็กลิ้งไปมาครู่หนึ่งก่อนจะสงบนิ่ง แล้วรีบก้มกราบคล้ามอย่างยอมรับ

“ผมผิดไปแล้วครับอาจารย์ ต่อไปผมจะไม่ล่วงเกินอาจารย์อีกแล้วครับ ยกโทษให้ผมด้วยครับ”

“เอ็งเป็นศิษย์ไอ้หาญ?”

“ครับ ผมโตมากับหลวงปู่หาญ...อาจารย์รู้จักด้วยหรือครับ”

“มันกับข้าเป็นเพื่อนกันมา เป็นศิษย์อาจารย์เดียวกัน อายุมันก็พอๆกับข้า ห้าร้อยกว่าปี”

“ห้าร้อยกว่าปี...แล้วทำไม” คงคาอุทานหน้าตื่น

“พลังสมาธิและการภาวนาอย่างเคร่งครัดทำให้คำอธิษฐานที่จะเป็นอมตะเป็นจริง แต่ข้าละสังขารไปแล้ว”

“หมายความว่า...”

“ใช่...ข้าตายแล้ว แต่ที่นั่งคุยกับพวกเอ็งได้ ก็ด้วยจิตอันแข็งแกร่งที่ประคองสังขารให้คงอยู่ เดินเหินไปไหนมาไหนได้”

“แล้วทำไมอาจารย์ถึงไม่คงสังขารมนุษย์เหมือนหลวงปู่”

“มันไม่คล่องตัว ข้าอยู่ในถ้ำบนเกาะหัวสิงห์ กว่าสังขารของข้าจะเดินทางไปที่ใดก็ต้องใช้เวลา เว้นแต่ถอดจิตไป แต่นี่ข้าอยากไปไหนก็ได้ ปรากฏเป็นร่างแบบใดก็ขึ้นอยู่กับความปรารถนาของจิต”

“อัศจรรย์จริงๆครับ...ผมขอฝากตัวเป็นศิษย์ของอาจารย์”

คล้ามหัวเราะก้อง พลันร่างที่พูดคุยอยู่หายไปในทันที กลายเป็นศพบนแท่นหินนอนหงายมองเพดาน... ทุกคนเงียบงัน มองหน้ากันเลิ่กลั่ก

“พวกเอ็งต้องสัญญาว่าจะไม่ทิ้งข้า ทุกเดือนจะต้องส่งคนมาหยอดน้ำผึ้งให้แก่กายสังขารของข้า รับปากข้าได้หรือไม่”

“ได้ครับ” คงคารับปาก

“โชติ...เอาน้ำผึ้งหยอดปากข้า”

โชติมองซ้ายขวาเห็นหินย้อยก้อนหนึ่งมีน้ำผึ้งไหลมาตลอดเวลา จึงหยิบถ้วยที่ทำจากกะลามะพร้าวรองน้ำผึ้งทีละหยด คงคา ฤทธิ์ และลูกน้องอีกสองคนมองอย่างหวาดๆ

“ไอ้หาญ...เพื่อนผู้กลายเป็นศัตรู...ต่อไปนี้มันจะได้รู้ว่าความแค้นของคน ต่อให้ตายแล้วเกิดอีกสิบชาติร้อยชาติก็ยังไม่หาย”

คล้ามหัวเราะเสียงต่ำ โชติได้น้ำผึ้งพอประมาณก็ส่งให้ฤทธิ์

“เร็ว นายฤทธิ์...หรือเอ็งสองคนก็ได้”

ธงกับศรส่ายหน้าพร้อมกัน ฤทธิ์คว้ากะลาน้ำผึ้งตรงไปที่ศพของคล้าม ดวงตาคล้ามหลับ แต่ปากขยับออก ควันสีขาวพวยพุ่งออกจากปาก ฤทธิ์ค่อยๆเทน้ำผึ้งลงไปในปาก ถ้ำที่อับแสงมีประกายระยิบระยับ ควันขาวลอยอวลอย่างน่าอัศจรรย์ พร้อมๆกับร่างของคล้ามกางแขนออกแล้วลอยขึ้นสู่ที่สูง หัวเราะกังวานไปทั้งถ้ำ

“ต้องการให้ข้าช่วยอะไรบอกมา”

“กำจัดพลังเทวดาของไอ้พวกที่เกาะมุก ผมต้องการที่ดินบนเกาะมุกมาทำธุรกิจครับอาจารย์”

“แล้วข้าจะได้อะไรแลกเปลี่ยน”

“เงิน อำนาจ ผู้หญิง และความจงรักภักดีของผมกับพวก...ผมจะส่งคนมาทำหน้าที่กรอกน้ำผึ้งให้อาจารย์ทุกเดือนครับ”

“คืนนี้ข้าจะจัดการกับไอ้หาญเอง พวกเอ็งคอยดูฝีมือข้า”

คงคายิ้มพอใจ แต่ทันทีที่กลับออกมาจากถ้ำถึงชายฝั่งก็รีบบอกฤทธิ์ให้กลับไปที่เกาะมุกไปอยู่กับหลวงปู่หาญ

“คนที่นั่นไม่ค่อยต้อนรับผม เสี่ยจะให้ผมไปทำไม”

“ก็ถ้านายไม่ไป เราจะรู้เหรอว่าอาจารย์คล้ามโกหกเราหรือเปล่า แล้วนายค่อยกลับมารายงานฉัน”

ฤทธิ์ปฏิเสธไม่ออก พยักหน้าอย่างจำยอม...เมื่อฤทธิ์แยกไปแล้ว คงคากับสมุนแวะไปที่สำนักงานซึ่งหยาดฟ้าและคำรณรออยู่

คำรณหัวเราะชอบใจหลังฟังเรื่องอาจารย์คล้ามและความเฉลียวฉลาดของพ่อที่รอบคอบดีเหลือเกิน

“มันต้องรอบคอบ...ยิ่งมันมีวิชาเหนือเรา มันก็ต้องมีเล่ห์เหลี่ยมมากกว่าเรา ดูอย่างหยาดสิ ใช้ปัญญาหลอกเอาที่ดินพวกมันมาได้เกือบทั่งเกาะแล้วภายในวันเดียว”

“วิเศษจริงๆ แต่ไม่ใช่ว่าป่านนี้พอมันกลับไปเกาะมุกก็โดนพวกไอ้สนปั่นหัวจนเปลี่ยนใจล่ะ”

“เปลี่ยนไม่ได้หรอกค่ะ หยาดให้เซ็นเอกสารสัญญาจะซื้อจะขายกันทุกคนแล้ว อีกอย่างก็แกล้งมีเมตตาต่อพวกมัน ให้มันพักโรงแรมริมหาด ที่นอนนุ่มๆ แอร์เย็นๆ มีอาหารดีๆกิน ไม่เปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็นพวกเราก็ให้รู้ไปสิ”

“แบบนี้เรียกว่าใช้ทั้งเล่ห์กลทางธุรกิจแล้วแถมวิชาไสยศาสตร์อีกนะ เออ คำรณ ถ้าหากว่าอาจารย์คล้ามเอาชนะหลวงปู่หาญได้ พ่อจะให้เอ็งเรียนวิชาจากอาจารย์คล้าม ต่อไปจะ
ได้ไม่มีใครรังแกลูกพ่อได้”

“ครับพ่อ” คำรณยิ้มย่อง รอคอยวันนั้น!

ooooooo

ฤทธิ์ทำตามแผนของคงคากลับมาทำทีอยากขอขมาหลวงปู่หาญ แต่พวกน้องๆไม่ไว้ใจและพากันขับไล่เมื่อพบว่าคืนนั้นมีสิ่งเร้นลับบางอย่างเข้ามาทำร้ายหลวงปู่หาญ แต่บุญกู้รับเคราะห์แทนจนบาดเจ็บ

หลังจากฤทธิ์กลับไปด้วยอารมณ์อาฆาตมาดร้ายในเช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนที่วัดพากันสงสารบุญกู้ รุมถามเขาว่าเจ็บมากไหม

“ไม่เจ็บหรอก แต่มันอยู่ในนี้...น้าเจ็บใจ พวกเทวดาอย่างเอ็งก็ไม่รักไม่สามัคคีกัน ชาวบ้านก็ยอมให้พวกมันหลอก เกาะเล็กๆ ยังรักษาไว้ไม่ได้ ต่อไปจะรักษาประเทศชาติที่ปู่ย่าตายายยอมตายเพื่อให้ลูกหลานได้อยู่อาศัยหรือ...น้าเจ็บใจ น้าเจ็บใจ”

บุญกู้ลุกขึ้นทุบอกตัวเองอย่างคับแค้นใจ เดชกับก้องต้องยื้อมือไว้ ต่างร้องไห้สะเทือนใจ

“อย่า น้าบุญกู้...เจ็บตัวเปล่า น้าเชื่อฉันเถอะ ธรรมะต้องชนะอธรรม หลวงปู่ก็เคยสอนไว้ไงน้า”

หลวงปู่เดินเลี่ยงไปด้วยท่าทีสงบ มนต์ ก้อง เดช และสิงห์ตามเข้ามาในโบสถ์ นั่งฟังหลวงปู่อย่างสงบนิ่ง

“หลวงปู่อยากจะบอกอะไรกับพวกเจ้าไว้ บางทีชีวิตของปู่อาจจะไม่ได้ยืนยาวแล้วก็ได้”

“ทำไมหลวงปู่พูดอย่างนั้นล่ะครับ”

“ศัตรูของปู่เผยโฉมออกมาแล้ว ปู่นึกว่ามันหายไปจากโลกนี้แล้ว เมื่อคืนมันส่งผีร้อยแปดตนมาเล่นงาน แต่บุญกู้รับเคราะห์แทนเรา อีกอย่างที่พวกเราไม่เป็นอะไรก็เพราะมีคนส่งพลังพุทธคุณมาช่วยเราไว้”

“ใครครับ หลวงปู่”

“เทวา”

“แสดงว่าหลวงปู่ติดต่อกับเทวาได้หรือครับ”

“ไม่...เว้นแต่ว่ามันจะส่งจิตมาถึง หลวงปู่ถึงจะรับได้”

“แล้วจะมีวิธีไหนที่จะดึงมันกลับมาได้หรือเปล่า พวกเราต้องเผชิญกับไอ้พวกเสี่ยคงคา แถมยังเจอดีกับเรื่องคุณไสยอีก”

“คืนอมาวสีที่จะมาถึงนี่แหละ ปู่จะให้พวกเจ้าช่วยกันทำพิธีเพื่อส่งจิตถึงเทวา...และบางทีน้องเล็กของพวกเจ้าที่ปู่ให้คนอื่นไปเลี้ยงตั้งแต่แบเบาะอาจจะกลับมาด้วย...เธอเป็นเด็กผู้หญิง ปู่ไม่อยากให้อยู่ในวัด พี่น้องจึงต้องพลัดพราก ไม่ครบเจ็ดคน”

“พวกเราร่วมมือกันอยู่แล้ว แต่ผมสงสัยว่าศัตรูของปู่เป็นใครกัน”

“เจ้าคล้าม...เคยร่ำเรียนวิชาในสำนักเดียวกับปู่เมื่อห้าร้อยปีที่แล้ว มันอยากได้วิชาพายุเทวดา แต่อาจารย์ของปู่ไม่ยอมสอนให้ เพราะเจ้าคล้ามฝักใฝ่ไสยศาสตร์ อาจารย์ของปู่เกรงว่าจะเอาไปทำร้ายคนอื่น เป็นเหตุให้เจ้าคล้ามเข้าใจว่าปู่แอบเอาวิชาไว้คนเดียว พวกเจ้าจะต้องหมั่นปฏิบัติ อย่าผิดศีล พลังเทวดาจะได้คุ้มครองพวกเจ้าทุกคน”

สี่หนุ่มรับทราบ ก้มกราบหลวงปู่อย่างเลื่อมใสศรัทธา

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"จีจ้า" โชว์ลีลามวยกรงดุเดือด เล่นจริง เจ็บตัวแต่เป็นเรื่องจิ๊บๆ

"จีจ้า" โชว์ลีลามวยกรงดุเดือด เล่นจริง เจ็บตัวแต่เป็นเรื่องจิ๊บๆ
22 พ.ย. 2562
08:15 น.