ข่าว

วิดีโอ



นางฟ้ากับมาเฟีย

อ่านเรื่องย่อ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

ตอนที่ 20

หลังออกจากหน่วย ป.ป.ส. รามกลับมาที่ฟาร์มกล้วยไม้ของเจ๊ง้อ  เจอเทวัญยืนคุยกับหมวยอยู่ก่อนแล้ว รามเข้าไปเลียบๆเคียงๆ ขอคุยกับหมวยสักครู่ หมวยรู้ทัน ดักคอว่า

“จะถามเรื่องพี่เมใช่มั้ยคะ น่าอิจฉาพี่เมที่มีผู้ชายถึงสองคนคอยเป็นห่วง แต่หมวยชักงงแล้วว่าใครเป็นแฟนพี่เมกันแน่” หมวยมองรามสลับไปมากับเทวัญ รามจะอ้าปากบอกแต่เทวัญชิงพูดขึ้นก่อน

“คุณเมมากับผมก็ต้องเป็นแฟนผมสิครับ  ส่วนคนอื่นเป็นอดีต” เทวัญเหล่ราม

“ผมมีใบทะเบียนสมรส  ส่วนคนอื่นไม่มีอะไรสักอย่าง ดีแต่คอยขี้ตู่เมียชาวบ้าน” รามโต้ไม่ยอมแพ้ เทวัญโกรธทำท่าจะวางมวยกัน  หมวยรีบกั้นระหว่างกลาง  เตือนว่าเวลานี้ ไม่ใช่เวลาจะมาทะเลาะกันควรร่วมมือกันตามหาเมขลาจะดีกว่า  เทวัญชอบฉายเดี่ยวมากกว่า  ถ้าหมวยรู้ข่าวเมขลา  ช่วยติดต่อเขาด้วยแล้วขอตัวกลับ

“น้องหมวยต้องแจ้งเฮียก่อนนะจ๊ะ เพราะเฮียเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีกำลังตำรวจครบมือกว่า” รามแกล้งตะโกนไล่หลังเทวัญ ทั้งสองหนุ่มมัวแต่ยียวนใส่กัน จึงไม่ล่วงรู้ว่าด้านหลังฟาร์ม เฮียจางกับเหล่าสมุนพร้อมอาวุธครบมือกำลังกระจายกำลังกันโอบล้อม...

ทางฝ่ายรามยังไม่ยอมรามือตามมาเย้ยเทวัญถึงถนนหน้าฟาร์ม ทั้งสองโต้เถียงกันอีกครั้ง แต่ก่อนที่เรื่องราวจะบานปลาย มีเสียงปืนดังสนั่นมาจากในฟาร์ม รามกับเทวัญพร้อมใจกันวิ่งกลับเข้าไปข้างใน...

ในฟาร์มกล้วยไม้ เจ๊ง้อกับหมวยมุดใต้โต๊ะหลบกระสุนที่สมุนของเฮียจางกราดยิงเข้ามา พวกคนงานพากันวิ่งหนีตายกันอลหม่าน เจ๊ง้อรอจังหวะที่พวกสมุนหันปากกระบอกปืนไปทางอื่น รีบฉุดมือหมวยวิ่งหนี แต่ถูกเฮียจางขวางทางไว้ ตะคอกถามว่าเมขลาอยู่ไหน เจ๊ง้อกลัวจัด ยกมือไหว้ปลกๆ

“มันไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ไว้ชีวิตฉันกับลูกสาวเถอะ เราไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย”

เฮียจางสั่งให้สมุนฆ่าปิดปากสองแม่ลูก หมวยรีบเอาตัวบังแม่ไว้ ขอร้องอย่าทำอะไรแม่ สมุนของเฮียจางไม่สนใจ จะลั่นไก แต่ถูกมีดสั้นพุ่งปักอกตายคาที่ เฮียจางกับเหล่าสมุนหันขวับ เห็นอาเหลียงยืนอยู่กับเมขลา เฮียจางกับสมุนหันมาสาดกระสุนใส่ทั้งคู่แทน อาเหลียงผลักเมขลาเข้าที่กำบังด้านหนึ่ง ส่วนตัวเองโดดหลบไปอีกด้านหนึ่ง ตะโกนบอกเมขลาช่วยพาหมวยออกไปจากที่นี่ แล้วโผล่ขึ้นมาซัดมีดสั้นใส่พวกสมุนตายเป็นใบไม้ร่วง

เมขลาอาศัยจังหวะนั้นวิ่งไปหาหมวยจะพาหนี แต่เฮียจางมาขวางไว้พร้อมกับเล็งปืนใส่ อาเหลียงกระโจนรวบตัวเฮียจางไว้ไม่ให้ยิงปืน แล้วตะโกนสั่งเมขลาซํ้าอีกครั้งให้พาหมวยหนี เมขลากับเจ๊ง้อรีบลากหมวยวิ่งหนีไปทางหลังฟาร์ม สมุนของเฮียจางคนหนึ่งหันมายิงอาเหลียงเข้าเต็มหลังถึงกับผงะ ปล่อยมือ

เฮียจางได้ทียิงซํ้าเข้าท้องอาเหลียงหลายนัดนอนจมกองเลือด หมวยได้ยินเสียงปืนจะหันไปมอง แต่เมขลาจับบ่าไว้ สั่งไม่ให้หัน ให้วิ่งไปข้างหน้าอย่างเดียว

จากนั้น เฮียจางกับสมุนออกไล่ล่าเมขลา เจ๊ง้อกับหมวย เมขลาเห็นท่าไม่ดีพาสองแม่ลูกวิ่งหนีเข้าไปในโรงเพาะกล้วยไม้ บอกให้หลบอยู่ตรงนี้ก่อน เธอจะล่อพวกมันไปที่อื่น แต่ยังไม่ทันจะขยับไปไหน เฮียจางลอบมาทางด้านหลังเอาปืนจ่อหัวเมขลาไว้

“เธอใช่มั้ยที่เป็นเมียผู้กองราม”

“ฉันชื่อเมขลา สามีฉันเป็นตำรวจมือปราบยาเสพติดที่ไม่เคยกลัวเกรงพวกแก ถ้าแกกล้าทำร้ายฉันก็อย่าหวังจะได้ ออกจากประเทศนี้” เมขลาค่อยหันกลับมาจ้องหน้าเฮียจางอย่างไม่เกรงกลัว เลยโดนตบหน้าควํ่า...

อีกมุมหนึ่งในฟาร์มกล้วยไม้ รามวิ่งเข้ามาเห็นอาเหลียง นอนควํ่าหน้าจมกองเลือด รีบเข้าไปพลิกตัวขึ้นมา อาเหลียง หายใจรวยรินใกล้ตายเต็มที แต่ยังรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายชี้มือไปทางโรงเพาะกล้วยไม้
“คุณเมพาหมวยไปทางนั้น...ช่วย...ช่วยหมวยด้วย” อาเหลียงพูดได้แค่นั้นก็สิ้นใจตาย

รามรีบวิ่งไปยังทิศทางที่อาเหลียงบอก เทวัญก้มเก็บปืน ที่ตกอยู่แถวนั้น ก่อนจะวิ่งตาม ไม่นานนักสองหนุ่มก็มาถึงหน้า โรงเพาะกล้วยไม้ ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากหมวยดังออกมา รามกับเทวัญวิ่งเข้าไปดูเห็นหมวยกับเจ๊ง้อโดนจับ มัดไว้ หมวยละล่ำละลักบอกรามว่าพวกคนร้ายจับตัวเมขลาไป พวกนั้นบอกด้วยว่าถ้าอยากได้เมขลาคืน ต้องเอาชีวิตของ เขาไปแลก รามรีบโทร.หาท่านก้องภพ รายงานเรื่องที่เกิดขึ้น กับเมขลา และขอให้ท่านช่วยส่งกำลังตำรวจไปสกัดจับรถของเฮียจางให้ แต่ไร้วี่แวว รถหายเข้ากลีบเมฆไปแล้ว...

ดึกคืนเดียวกัน หลังจากคิดทบทวนอย่างหนัก เทวัญนึกออกแล้วว่าจะติดต่อเฮียจางได้อย่างไร รีบตรงไปที่ร้านขาย ตำรับตำราภาษาจีนย่านเยาวราช วางถุงใส่เกาลัดคั่วตรงหน้าอาแปะเจ้าของร้าน

“ฝากให้แป๊ะยิ้มด้วย บอกว่าจากสิงโตทอง”

อาแปะไม่พูดอะไร ก้มหน้าทำงานที่ทำค้างไว้ต่อทำเป็นไม่สนใจ เทวัญค้อมหัวให้ ก่อนจะผละจากไป

ooooooo

ที่เซฟเฮ้าส์ของเฮียจางใน ตจว. เฮียจางได้รับโน้ตที่เทวัญยัดใส่มาในลูกเกาลัด มีใจความสรุปได้ว่า เทวัญจะเอาตัวรามมาแลกกับตัวประกัน สมุนมือขวาของเฮียจางไม่ค่อยไว้ใจนัก เกรงเทวัญจะเล่นลูกไม้

“รู้มั้ยว่าผู้ชายเราโง่ที่สุดตอนไหน...ตอนที่รักผู้หญิงแบบไม่ลืมหูลืมตานี่ไง มันมาพร้อมกันสองคนก็ยิ่งดี ถึงเวลาก็ฆ่ามันซะให้หมด” เฮียจางยิ้มเหี้ยมบีบเม็ดเกาลัดจนแหลกคามือ...

พอได้รับการติดต่อจากเฮียจาง เทวัญรีบโทร.นัดให้รามมารับ อ้างว่ารู้ที่ที่เฮียจางจับเมขลาไปกักขังไว้ แต่รามต้องให้เขาไปด้วย เขาถึงจะบอกสถานที่แห่งนั้นให้ รามหลงเชื่อขับรถมารับเทวัญที่ห้องเช่า ทันทีที่ขึ้นรถ เทวัญเอาปืนที่เก็บได้จากสมุนของเฮียจางจี้เอวรามไว้ สั่งให้ขับรถไปยังทิศทางที่เขาบอก เขาจะเอารามไปแลกเมขลา

“ถ้าคุณเทวัญต้องการช่วยเม เราร่วมมือกันก็ได้ ไม่เห็นต้องทำแบบนี้”
“ฉันทำเพื่อตัวเองถ้านายยังอยู่ฉันไม่มีทางสมหวัง พ่อฉันพูดถูกถ้าอยากอยู่ให้ได้ในโลกใบนี้เราต้องเหี้ยม”

“ด้วยวิธีร่วมมือกับไอ้วายร้ายพวกนั้นเหรอ” รามพยายามเกลี้ยกล่อม แต่เทวัญไม่เล่นด้วย สั่งให้รามรีบๆ ขับรถไปตามเส้นทางที่เขาบอก รามจำต้องทำตาม ไม่นานนัก เทวัญกับรามมาถึงเซฟเฮ้าส์ตามนัด เทวัญจี้บังคับให้รามเดินไปหาเจ้าพ่อมาเฟียกับสมุนที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว

“หลานชายมาได้ตรงเวลาพอดี ยินดีอย่างยิ่งที่ได้มี โอกาสเปิดบ้านต้อนรับผู้กอง” เฮียยิ้มแสยะ

“ทางผมก็ล้างคุกเตรียมต้อนรับเฮียไว้เรียบร้อยแล้วเหมือนกัน” รามยิ้มกวน เฮียจางหุบยิ้มทันที จ้องหน้ารามไม่พอใจ เทวัญรีบทวงคำสัญญาจากเฮียจาง ในเมื่อเขาพารามมาให้แล้ว ทำไมถึงไม่เห็นแฟนของเขา

“คนที่คุณพูดถึงคือเมียผม” รามมองเทวัญอย่างแค้นเคือง เฮียจางชอบใจที่เห็นสองหนุ่มกัดกันเรื่องผู้หญิง หันไปพยักพเยิดให้สมุนเอาตัวเมขลาออกมา เทวัญหันไปทางเฮียจาง

“ปล่อยคุณเมมา ผมจะยกมันให้ตามสัญญา”

“อย่านะ คุณบ้าไปแล้วเหรอคุณเทวัญ คุณก็รู้นี่ว่ามันจะฆ่าราม” เมขลาโวย

“ผมจะพาคุณไปอยู่ฮ่องกง เฮียรับปากจะให้ผมไปตั้งตัวทำมาหากินอยู่ที่นั่น ไปกับผมเถอะ ผู้ชายคนนี้เขาไม่ได้จริงใจกับคุณ”

“นี่ไงธาตุแท้ของคนที่คุณวิ่งโร่ตามเขาไป เห็นหรือยัง” รามแดกดัน

เมขลาส่ายหน้าไม่อยากจะเชื่อ เฮียจางสั่งให้สมุนปล่อยเมขลา ขณะที่เทวัญผลักรามให้สมุนเป็นการแลกเปลี่ยน แต่เฮียจางไม่คิดจะปล่อยเมขลาลอยนวลชักปืนจะยิง รามผลักรถเข็นใกล้มือใส่เฮียจางเต็มแรงจนล้มคะมำ แล้วหันไปต่อสู้กับสมุนที่รายล้อม เทวัญได้ทีฉุดมือเมขลาวิ่งหนี แต่เธอไม่ยอมไป สะบัดมือเขาออกคว้าปืนจากมือเทวัญหลับหูหลับตายิงใส่พวกสมุนที่รุมรามแตกกระเจิง เฮียจางตั้งหลักได้ สาดกระสุนใส่เมขลา

รามไวปานลมกรดคว้าข้อมือเธอวิ่งหนีได้ทัน เฮียจางเจ็บใจที่ยิงไม่โดน สั่งให้สมุนตามไปจับตัวทั้งคู่มาให้ได้ รามพาเมขลาวิ่งหนีป่าราบมาถึงริมลำธาร เมขลาเป็นห่วงเทวัญจะกลับไปช่วย รามกระชากแขนไว้

“คุณเคยช่วยใครได้บ้าง คิดว่าตัวเองเก่งนักเหรอ เที่ยวยิงมั่วซั่วอย่างนั้นเกิดโดนผมจะทำยังไง มันปืนจริงนะไม่ใช่ปืนเด็กเล่น”

“คนเนรคุณ ปากคุณเคยขอบใจใครเป็นบ้างมั้ย เคยเห็นใครทำดีเพื่อคุณมั้ย ดีแต่ว่า” เมขลาสะบัดมือเขาออก แล้วเดินหนี รามรีบหยิบปากกาสื่อสารขึ้นมากดปุ่มจะติดต่อกับท่านก้องภพแต่สัญญาณเงียบสนิท

ooooooo

ภายในรถตู้สอดแนม ท่านก้องภพเองก็พยายามติดต่อรามเช่นกันแต่ไม่มีสัญญาณตอบรับ ยุทธคาดว่าปากกาสื่อสารน่าจะมีปัญหา ทางเราคงต้องรอพลุสัญญาณเพียงอย่างเดียว ท่านก้องภพหน้าเครียดทันที

ส่วนที่ด้านนอกรถตู้สอดแนม ซึ่งมีภาคภูมิยืนคุมเชิงอยู่ เห็นธิดาวิ่งหน้าตื่นเข้ามาถามหาเทวัญ โดยมีตำรวจนายหนึ่งวิ่งตามมาอีกทอด ภาคภูมิมองหน้าตำรวจนายนั้นเป็นเชิงตำหนิ ตำรวจรีบแก้ตัว

“คุณธิดาบังคับให้ผมพามาหาผู้กองครับ ไม่งั้นเธอจะไปหานักข่าวให้ช่วยประกาศตามหาคุณเทวัญ”

ธิดาเห็นภาคภูมิไม่ยอมตอบว่าเทวัญอยู่ไหน เลยจะไปถามหัวหน้าของภาคภูมิเอง ผู้กองหนุ่มดึงแขนเธอไว้ ถ้าธิดาอยากเห็นพี่ชายยังมีชีวิตอยู่ ต้องอยู่เฉยๆอย่าวุ่นวาย...

ขณะเดียวกัน รามเดินตามเมขลาจนทันยัดมือถือใส่มือ แล้วสั่งให้เธอเดินเลียบลำธารไปเรื่อยๆจะเจอทางออก แถวนั้นน่าจะมีสัญญาณมือถือ โทร.หาท่านก้องภพให้มารับเธอกลับ ส่วนเขาจะไปช่วยหวานใจของเธอให้เอง และถ้าเกิดเขาเป็นอะไรไป ฝากดูแลแม่ของเขาให้ด้วยแล้วกัน

“ไม่นะ ฉันจะอยู่ได้ไงถ้าไม่มี...” เมขลาอึกๆอักๆ รามคาดคั้น

“ไม่มีใคร...ไม่มีคุณเทวัญหรือไม่มีผม”

เมขลารวบรวมความกล้าจะบอกความในใจให้รามรู้ แต่เสียงปืนดังขึ้นเสียก่อน รามหันขวับไปเห็น

เฮียจางกับสมุนไล่ตามมา รีบคว้าแขนเมขลาวิ่งข้ามลำธารไปอีกฝั่งหนึ่ง เฮียจางสั่งให้สมุนฆ่าทั้งคู่ทิ้ง แต่พวกนั้นยังไม่ทันจะเหนี่ยวไก เทวัญลอบยิงสมุนของเฮียจางทีละคนๆจนเหลือเพียงสมุนคนสนิทกับเฮียจางสองคน สมุนคนสนิทจะยิงเทวัญแต่เขาไวกว่ายิงเฉี่ยวแขนสมุนจนปืนหลุดมือ เฮียจางกับเทวัญต่างจ้องปืนใส่กัน

“ในเมื่อเป้าหมายของเราคือคนคนเดียวกัน เรามาร่วมมือกันไม่ดีกว่าหรือ ถ้าผู้กองมันรอดไปได้ ลื้อกับอั๊วก็ติดคุกหัวโต ผู้หญิงที่ลื้อรักมันจะรอคนขี้คุกอย่างลื้อหรือ”

เทวัญลังเลเพราะถ้ายิงสู้กันอาจจะตายด้วยกันทั้งคู่ จึงจำเป็นต้องร่วมมือกับเฮียจางไปก่อน...

ฝ่ายรามกับเมขลาวิ่งหนีมาถึงน้ำตก ต่างทิ้งตัวลงนั่งอย่างเหนื่อยหอบ รามให้เวลาพัก 5 นาที เพราะจะต้องไปให้พ้นจากที่นี่ก่อนค่ำ เมขลาเสียดายตอนที่เข้าไปช่วยรามไม่น่าทำปืนตก จะได้เอามายิงสู้กับพวกคนร้าย รามถามประชดว่าไม่กลัวหรือ เมขลาคุยโว ผู้หญิงอย่างเธอไม่เคยกลัวอะไร แต่พอเหลือบไปเห็นทากคลานอยู่ใกล้ๆเมขลาร้องกรี๊ดๆลั่น ผวากอดรามตัวสั่น รามตกใจถามว่าเฮียจางตามมาทันแล้วหรือ

“ไม่ใช่ ตะ...ตัวอะไรไม่รู้...มันจะกัดฉันล่ะ”

รามเห็นทากเกาะอยู่ที่ก้อนหิน ก็ขำกลิ้ง “นี่หรือไม่เคยกลัวอะไร ทากตัวนิดเดียวร้องลั่นป่าจะเป็นจะตาย”

“ก็ตัวมันกระดึ๊บๆน่าเกลียดน่าขยะแขยง ใครจะอยากอยู่ใกล้”

“งั้นก็แสดงว่าผมน่ารักล่ะสิ คุณถึงกระโจนเข้ากอดผม แถมยังรัดแน่นซะจนผมหายใจจะไม่ออก”

เมขลาเพิ่งรู้สึกตัวรีบดันเขาออก รามไม่ยอมดึงเธอมากอดไว้แน่น ก่อนจะบรรจงจูบด้วยความรัก เทวัญยืนมองอย่างเจ็บแปลบหัวใจ เฮียจางกับสมุนคนสนิทตามมาสมทบ

“ฉากรักช่างบาดใจ ถ้าลื้อคิดจะปล่อยมันไปก็โง่แล้ว” เฮียจางส่งเสียงลั่น

เมขลากับรามสะดุ้งเฮือก หันมองตามเสียงเห็นเทวัญเล็งปืนขู่รามไม่ให้หนี แล้วเข้าไปดึงเมขลาออกมา หญิงสาวขอร้องเทวัญอย่าทำแบบนี้ อุตส่าห์

หนีออกมาจากโลกมืดได้แล้วจะกลับไปหามันทำไมอีก

เทวัญอ้างไม่มีทางเลือก แล้วพาเมขลามาที่ริมลำธาร มองลงไปในน้ำก่อนจะหันมองสบตารามเหมือนจะส่งสัญญาณให้รู้ว่าให้โดดลงน้ำพร้อมกัน รามเข้าใจความหมายของเทวัญ ค่อยๆขยับตัวไปทางลำธารแต่ต้องชะงักเมื่อเฮียจางสั่งให้สมุนเอาระเบิดแบบตั้งเวลาด้วยรีโมตไปมัดติดตัวรามไว้

“รอให้หัวหน้ามันยกพวกมาถึงเมื่อไหร่ จะได้ตายพร้อมกันทีเดียว” เฮียจางยิ้มเหี้ยม

เทวัญขอเป็นคนจัดการรามเองเพราะเขาทำให้พ่อของเทวัญต้องตาย สมุนกระซิบเตือนเฮียจางระวังเทวัญจะเล่นตุกติก เฮียจางไม่กลัวเพราะรีโมตบังคับระเบิดอยู่ในมือของเขา เมขลาเข้ามาขวางไม่ยอมให้เทวัญไป เขาผลักเธอกระเด็นจนจุกลุกไม่ไหว แล้วเข้าไปรับระเบิดมาถือไว้ ก่อนจะส่งสัญญาณให้รามรู้ว่ากำลังจะทำอะไร

รามส่งสายตาตอบเป็นทำนองไม่ให้ทำ เทวัญไม่สนใจทำทีก้าวเข้าหาราม แต่พอเฮียจางเผลอ เขาพุ่งรวบเฮียจางกลิ้งไปใกล้ลำธารด้วยกัน ระเบิดหลุดมือหล่นอยู่ข้างตัวมาเฟียใหญ่ สมุนจะยิงเทวัญแต่รามเตะปืนในมือกระเด็น สองคนต่อสู้กันอุตลุด เจ้าพ่อมาเฟียฮ่องกงเห็นระเบิดอยู่ห่างแค่คืบจะคลานหนี เทวัญไวกว่ารีบคว้าข้อเท้าไว้แล้วแย่งรีโมตจากมือเขามากดทันที นาฬิกาตั้งเวลาบนระเบิดเริ่มเดินถอยหลังเหลือแค่ไม่กี่วินาที เฮียจางตาเหลือกกระเสือกกระสนหนี แต่เทวัญกอดไว้แน่น บอกเสียงเครียด

“จะไปไหนเล่า เรามาตายพร้อมกันเถอะ”

“อย่า” รามร้องห้ามเสียงหลง เมขลาตกใจหันมองไปทางเทวัญ แค่อึดใจเดียวเกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว จนเธอต้องหมอบราบไปกับพื้น

ooooooo

ไม่ห่างจากจุดเกิดเหตุนัก เสียงระเบิดทำให้ท่านก้องภพสั่งให้กองกำลังตำรวจนับสิบนายที่ซุ่มรออยู่เคลื่อนตัวเข้าไปทันที ธิดาจะตามไปด้วยแต่ภาคภูมิกันไว้

“คุณรอฟังข่าวอยู่ที่นี่...ดาบยุทธดูแลคุณธิดาให้ด้วย”

“ครับผู้กอง” ยุทธว่าแล้ว เข้ามาจับตัวธิดาไว้

“ปล่อยฉัน พี่ชายฉันอยู่ที่นั่น ฉันจะไปด้วย” ธิดาพูดพลางดิ้นรนจะตามไปให้ได้ ภาคภูมิเอ็ดตะโรลั่น

“คุณโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว หัดฟังเหตุผลคนอื่นบ้าง เขากำลังจะฆ่ากันตาย คุณจะช่วยอะไรได้”

ธิดาหยุดกึกไม่กล้าหือ ได้แต่มองตามภาคภูมิวิ่งไปสมทบกับกลุ่มตำรวจ เดินหายเข้าไปในป่าเบื้องหน้า...

พอควันระเบิดจางลง เมขลาตั้งสติได้ตะเกียกตะกายลุกขึ้นจะไปที่ริมลำธาร สมุนของเฮียจางเห็นสภาพ

นายใหญ่ตายคาที่ แค้นมากคว้าปืนที่ตกพื้นจะยิงเมขลา ท่านก้องภพมาทันพอดี จัดการส่งสมุนของเฮียจางลงไปเฝ้ายมบาล กำลังตำรวจและภาคภูมิได้ยินเสียงปืนกรูกันเข้ามาสมทบ ก่อนจะแยกย้ายกันเข้าเคลียร์พื้นที่

ooooooo

หลังจากเหตุการณ์ร้ายๆผ่านพ้นไปแล้ว เมขลามาร่วมทำบุญตักบาตรปล่อยนกปล่อยปลากับหมวย เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้อาเหลียง เมขลาเห็นหมวยตาแดงๆ จับมือเธอไว้เพื่อปลอบใจ หมวยกลับบ่อน้ำตาแตก ร้องไห้คร่ำครวญ

“หมวยผิดมากที่เป็นสาเหตุให้เฮียเหลียงต้องกลายเป็นผู้ร้าย แล้วเขายังต้องมาตายเพื่อหมวย”

“แต่พี่ว่าเหลียงเขาคงภูมิใจที่ได้ทำอะไรเพื่อคนที่เขารัก”

“แต่หมวยไม่ได้ทำอะไรให้เขาเลย”

“หมวยจัดงานศพให้เขานั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดที่หมวยได้ตอบแทนเขาแล้ว เลิกเสียใจและหยุดโทษตัวเองนะจ๊ะ”

“ค่ะ...หมวยจะเข้มแข็งให้ได้ครึ่งหนึ่งของพี่เมค่ะ”

เมขลายิ้มวางแหวนหมั้นเพชรของอาเหลียงลงบนมือหมวย “คุณบุญเลี้ยงฝากพี่ไว้ สั่งพี่ว่าถ้าเขาเป็นอะไรไปก็ให้มอบแหวนแต่งงานวงนี้ให้หมวยด้วย”

หมวยปล่อยโฮ โผกอดเมขลาแน่น เมขลาพลอยเศร้าใจไปด้วย...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่คอนโดฯที่พักของภาคภูมิ ธิดาลากกระเป๋าเดินทางออกมาจากห้องรับรองแขก ภาคภูมิมองตาละห้อย แต่ยังเก๊กท่าไม่กล้าขอให้เธออยู่ต่อ

“ขอบคุณนะคะที่ให้ที่อยู่ที่กินกับฉัน...นี่เป็นค่าเช่าแล้วก็ค่าน้ำ ค่าไฟ” ธิดาวางเงินลงบนโต๊ะ

ภาคภูมิหยิบคืนให้หญิงสาว “ถือว่าช่วยกันในฐานะ... เอ่อ...เพื่อนมนุษย์ ผมไม่ส่งนะ พอดีมีงานค้าง” ผู้กองหนุ่มพูดจบรีบเข้าห้องตัวเองปิดประตูตามหลัง ขืนอยู่นานกว่านี้เกรงจะเผยความอ่อนแอให้ธิดาเห็น แต่ทันทีที่มีเสียงประตูห้องพักปิด ภาคภูมิใจหายรีบเปิดประตูห้องนอนออกมาดู แต่ธิดาไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว

ครู่ต่อมา ธิดาลากกระเป๋าเดินทางออกจากลิฟต์ตรงไปยังที่จอดรถ เทวัญเข้ามาช่วยหิ้วกระเป๋าให้

“เรายังพอมีเวลาก่อนขึ้นเครื่อง น้องอยากไปไหนก่อนมั้ยจ๊ะ”

ธิดาลังเล ก่อนจะเข้ามาจับมือพี่ชายข้างที่หิ้วกระเป๋าเดินทางของเธอไว้ เปลี่ยนใจขออยู่เมืองไทยต่อไป เทวัญมองขึ้นไปบนคอนโดฯ ยิ้มๆกระเซ้าว่า

ที่เธอไม่กลับไปฝรั่งเศสด้วยกันเพราะมีคนดูแลดีกว่าเขาใช่ไหม

“ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย พี่เทพต้องสำคัญกว่าใครๆอยู่แล้ว” ธิดาแก้ตัวไปเรื่อย

เทวัญรู้ทันขยี้หัวธิดาเล่นอย่างเอ็นดู “เด็กโง่... ถ้ามีคนดีๆดูแลน้องแทนพี่ พี่ก็เบาใจ”

“เบาใจเพราะพี่เทพจะได้บินไปพร้อมกับเมสองต่อสองโดยไม่มีน้องไปเป็นก้างขวางคอล่ะสิ รู้ทันหรอกน่า” ธิดากระเซ้า ขณะที่เทวัญได้แต่ยิ้ม...

ทางด้านภาคภูมิเดินไปเดินมาอยู่ในห้องพักคิดไม่ตก ใจหนึ่งอยากจะไปตามเธอกลับ แต่อีกใจหนึ่งก็กลัวถ้าเกิดธิดาไม่เล่นด้วยขึ้นมาคงหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ แต่ด้วยความรักคับอกจึงตัดสินใจจะไปตาม แต่ธิดาเปิดประตูห้องพักเข้ามาเสียก่อน

“โอ๊ย...หิ้วไปหิ้วมาหนักจะแย่อยู่แล้ว นี่ผู้กองยืนเฉยทำไมช่วยออกแรงยกหน่อยสิ”

“คุณกลับมาทำไมอีก” ภาคภูมิมองงงๆ

“พี่ชายฉันคงจะไปสวีตกับเมที่ฝรั่งเศส ขืนฉันตามไปก็คงหง่าวอยู่คนเดียว หรือว่าผู้กองไม่อยากให้ฉันอยู่ด้วย ฉันจะได้ไปพ้นๆ” ธิดามองภาคภูมิอย่างรอคำตอบ ผู้กองหนุ่มดีใจโผกอดเธอไว้แน่นแทนคำตอบ

ooooooo

ที่บ้านเด็กกำพร้า ละมุนดีใจที่เห็นเมขลากลับมาอย่างปลอดภัย จากนี้ไปคงหมดเคราะห์หมดโศกเสียที

“เมเป็นหนี้ชีวิตของคนสองคนค่ะน้าละมุน คนหนึ่งยอมแลกชีวิตตัวเองเพื่อปกป้องเม”

พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดคำนึงของเมขลา วันนั้นที่ริมลำธาร เมขลาหันไปมองเทวัญที่กำลังกอดเฮียจางไว้แน่นเพื่อให้ระเบิดตายไปด้วยกัน รามปล่อยให้เทวัญตายไม่ได้ ตัดสินใจพุ่งเข้าหา พาเขากระโจนลงลำธารก่อนระเบิดจะทำงานแค่เสี้ยววินาทีเดียว ทั้งคู่รอดพ้นเงื้อมมือมัจจุราชมาได้อย่างหวุดหวิด

เมขลาตื่นจากภวังค์ยังสยองกับเหตุการณ์คราวนั้น ไม่หาย บอกละมุนเพิ่มเติมอีกว่า “ส่วนอีกคน...ก็ยอมเสี่ยงตายเพื่อช่วยชีวิตคนอื่น”

“แล้วหนูจะตัดสินใจยังไง หนูต้องเด็ดขาดแล้วนะ ปล่อยคาราคาซังไว้อย่างนี้ไม่เป็นผลดีกับใครเลย”

เมขลาเลือกจะปล่อยไปตามที่หัวใจต้องการ จังหวะนั้น เสียงมือถือของเมขลาดังขึ้น เทวัญโทร.มา

“ได้ค่ะ ฉันกำลังจะไปให้ปากคำที่ ป.ป.ส.อยู่พอดีค่ะ แล้วเจอกันค่ะคุณเทวัญ” เมขลาเห็นสีหน้าละมุนไม่ค่อยดี รีบบอก “น้าละมุนไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เมไม่ไปจากคนดีของน้าหรอกค่ะ เสร็จจากให้การแล้ว เมจะยอมเป็นฝ่ายงอนง้ออีตาหน้ายักษ์เอง พอใจมั้ยคะ”

เมขลายิ้มเขิน ละมุนพยักหน้ารับ แล้วดึงเธอมากอด...

ในเวลาต่อมา ที่ตึกบัญชาการของหน่วย ป.ป.ส. หลังจากให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเสร็จ เทวัญแวะไปที่ห้องทำงานของท่านก้องภพเพื่อกล่าวคำอำลา บ่ายนี้เขาจะเดินทางไปฝรั่งเศสแล้ว ทันใดนั้น ภาคภูมิเปิดประตูห้องผลัวะเข้ามาไม่ดูตาม้าตาเรือ พูดทั้งรัวทั้งเร็ว

“ผู้กองรามรู้หรือเปล่าคุณเมจะไปฝรั่งเศสกับนายเทวัญ ผู้กองช้าไม่ได้แล้วนะ ต้องรีบทำอะไรสักอย่าง”

ท่านก้องภพกระแอมเพื่อเตือนสติ ภาคภูมิเอะใจ

หันมองอีกด้านหนึ่ง เห็นเทวัญนั่งอยู่ถึงกับหน้าเจื่อน

“ทำไมกะทันหันนัก ผมตั้งใจจัดเลี้ยงขอบคุณที่

คุณเทวัญให้ความร่วมมือกับเราอย่างเต็มที่ ถ้าไม่ได้คุณเราคงทลายแก๊งเฮียจางได้ยาก” ท่านก้องภพรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนากลบเกลื่อน

“คงเพราะผมได้คู่หูที่ดีครับ” เทวัญว่าแล้วหันมองหน้ารามอย่างรู้กัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ที่เทวัญติดต่อเฮียจางผ่านทางร้านขายตำราจีนที่เยาวราช รวมถึงเหตุการณ์ที่เทวัญจี้จับตัวรามไปแลกกับเมขลาล้วนเป็นแผนการที่ท่านก้องภพ ราม เทวัญ และภาคภูมิวางร่วมกัน...

ระหว่างเดินมาตามทางเดินในตึกบัญชาการของหน่วย ป.ป.ส.รามกับเทวัญยังคงคุยกันต่อเนื่อง รามอดต่อว่าเทวัญไม่ได้ที่ไม่ยอมทำตามแผนการที่ตกลงกันไว้

“นายยังรู้จักเฮียจางน้อยกว่าฉัน มันไม่มีทางปล่อยคุณเมกับฉันอย่างที่มันรับปากหรอก ถ้าฉันไม่ลงมือก่อนพวกเราก็ต้องตายหมดอยู่ดี” เทวัญอธิบาย

“ด้วยการยอมให้ตัวเองแหลกไปกับมันเนี่ยนะ คิดบ้าๆ”

“ครั้งนี้ฉันเป็นหนี้ชีวิตนาย” เทวัญว่าแล้วยื่นมือไปให้รามจับ รามยินดีจับมือด้วยอย่างเต็มใจ

“เห็นหรือยังไม่ว่ายังไง ผมก็แน่กว่าคุณเสมอ แต่ถึงจะแน่กว่าในเรื่องลุยกับผู้ร้าย แต่สำหรับเรื่องความรักผมแพ้คุณราบคาบ” รามหน้าหมองลงทันที

“หมายความว่าถ้าตอนนี้คุณเมเกิดยืนยันว่ารักฉัน นายก็จะยอมแพ้”

“เธออาจจะทนนิสัยเถื่อนๆพูดหวานๆไม่เป็น เอาใจไม่เก่งอย่างผมไม่ได้ ถ้าอยู่กับผมแล้วไม่มีความสุข ผมก็จะปล่อยเธอไป” รามพูดถึงประโยคนี้แล้วยิ่งเศร้า เมขลาซึ่งให้ปากคำเสร็จพอดี เดินมาเห็นสองหนุ่มคุยกัน หลบมุมแอบฟัง เทวัญถามรามว่าแน่ใจหรือที่พูดแบบนั้น รามหัวเราะขื่นๆ

“คนอย่างผมคงไม่เหมาะจะรักใคร ความรักของผมคืองาน ไม่แน่นะ ถ้าผมตัดสินใจแต่งกับงานซะ ชีวิตผมอาจจะไม่ต้องวุ่นวายอย่างนี้”

เมขลาน้อยใจรามสุดๆ อุตส่าห์ตั้งใจจะมาง้อขอ

คืนดีด้วย กลับได้ยินคำพูดแบบนี้ น้ำตาไหลพราก

“ก็ดี...งั้นก็อยู่กับงานไปจนตายเถอะ” เมขลาปาดน้ำตาทิ้งด้วยความคับแค้นใจ จากนั้น เธอไปดักรอเทวัญตรงที่

จอดรถ สักพักเทวัญออกมา เมขลาอาสาจะไปส่งเขาที่สนามบิน เทวัญไม่อยากให้ไปส่ง เกรงจะตัดใจไม่ได้

“คุณเทวัญอย่าว่าฉันขี้แยเลยนะคะ ตอนนี้ฉันรู้สึกเศร้ามาก เหมือน...เทวดาประจำตัวฉันกำลังจะหายไป”

“แต่เทวดาที่ว่ากลับไม่มีฤทธิ์เดชเอาชนะใจนางฟ้าได้ เพราะนางฟ้ายกหัวใจไปให้มาเฟียรามสูรซะแล้ว น้องหมวยบอกผมว่า คุณเป็นรักแรกของราม ผู้ชายที่เคย แต่จับปืนอย่างเขาเลยทำตัวไม่ถูก”

“แต่เขาไม่เคยบอกว่ารักฉันเลย”

“คำนั้นมันไม่สำคัญหรอกนะครับ”

“ลูกกำพร้าอย่างฉันไม่เคยมีแม่คอยบอกรัก ฉันได้แต่ฝันว่าสักวัน ฉันจะได้ยินมันจากปากคนที่ฉันรัก ฉันผิดตรงไหนที่อยากได้ยินคำนี้” เมขลาร้องไห้โฮ เทวัญเข้าไปกอดปลอบใจ

“ผมมั่นใจว่าวันหนึ่งคุณต้องได้ยินคำนั้น...ลาก่อนนะครับ”

“ลาก่อนค่ะ” เมขลากอดตอบเทวัญแบบเพื่อนเป็นครั้งสุดท้าย รามออกมาเห็นพอดี เจ็บจี๊ดเข้าไปถึงหัวใจทนดูไม่ได้ ต้องเดินหนี

ooooooo

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป...

เย็นขับรถกระบะขายผลไม้โดยมีโรสคอยป่าวประกาศเชิญชวนผู้คนมาซื้อแตงโม ทรงวาดกับป้าแจ่มออกมายืนโบกมือเรียกอยู่หน้าบ้าน จะอุดหนุน แต่เย็นกับโรสแถมแตงโมให้ทรงวาดมากกว่าจำนวนที่ซื้อจนเธอต้องออกปากเอาของซื้อของขายมาแถมให้แบบนี้แล้วจะเหลือกำไรได้อย่างไร

“ให้ผมได้ตอบแทนบ้างเถอะครับ ถ้าคุณทรงวาดไม่ออกรถกระบะให้ เราก็คงไม่มีปัญญา”

“ฉันช่วยเพราะไม่อยากให้เธอสองคนกลับไปเดินทางเก่าอีก แล้วอีกอย่าง หนูโรสก็เป็นเพื่อนกับหนูเมด้วยช่วยได้ก็ช่วยกันไปน่ะ”

“พูดแล้วน้อยใจ เมมันใจดำไม่ยอมติดต่อมาหาหนูเลย” โรสบ่นอุบ

“เฮ่อ...คนหนึ่งก็เงียบหายอีกคนหนึ่งก็ร่ำร้องอยากไปเป็นตำรวจลับอีก ดีนะที่ท่านไม่อนุญาตไม่งั้นแม่คงช้ำใจตาย” ทรงวาดว่าแล้ว ถอนใจ เหนื่อยใจ...

ขณะที่ทรงวาดกำลังนินทาลูกเลี้ยงให้โรสกับเย็นฟัง รามซึ่งอยู่ที่ทำงาน นั่งซึมกดคอมพิวเตอร์ดูรูปตอนแต่งงานกับเมขลาด้วยความคิดถึง ท่านก้องภพมาเห็นเข้าถึงกับส่ายหน้า

“ถ้าอยากกลับไปเป็นตำรวจลับฉันจะไม่ขวางนาย แต่ช่วยกลับไปสำรวจใจตัวเองให้ดีก่อนถ้าไปเพราะต้องการประชดความรักก็เลิกคิดได้ งานของชาติไม่ใช่ศาลาพักใจของใคร” ท่านก้องภพเหน็บเสร็จ เดินออกจากห้อง สักพักเดียว ธิดาและภาคภูมิเข้ามาทัก

“เฮ้...รามอยู่นี่พอดี ฉันมีรูปร้านกาแฟของพี่เทพที่ฝรั่งเศสมาให้ดู หุ้นส่วนพี่เทพสวยน่าดูเลยด้วย” ธิดายั่ว

“อย่าแกล้งผมเลย ทั้งคุณทั้งพี่ชายกำลังอินเลิฟ เห็นใจคนไม่มีความรักอย่างผมมั่ง”

“ฉันน่ะใช่ แต่พี่เทพตั้งแต่ถูกเมียนายหักอกก็ยังไม่ยอมมองใครเลย”

“อะไร...เมอุตส่าห์ตามพี่คุณไปถึงฝรั่งเศส เธอก็ต้องรับรักพี่คุณแล้ว” รามพูดเรื่องนี้แล้วยิ่งเศร้า
“ผมว่าผู้กองเข้าใจอะไรผิดแล้ว มิน่าถึงอยากกลับไปเป็นตำรวจลับนัก” ภาคภูมิกระเซ้าแล้วยื่นไอแพดให้รามดู เป็นภาพของเทวัญถ่ายที่หน้าร้านกาแฟกับผู้หญิงต่างชาติคนหนึ่ง รามมองหน้าธิดา

“นี่ไม่ใช่เมนี่ คุณเทเรซ่า”

“ตอนแรกฉันก็เข้าใจว่าพี่เทพอยู่กับเม แต่ก็ไม่ใช่”

“พลาดแล้วครับผู้กอง” ภาคภูมิยิ้ม

“แล้วเมอยู่ที่ไหนล่ะ” รามมองหน้าธิดาสลับกับภาคภูมิอย่างงงๆ

ooooooo

หอคอยโซล ประเทศเกาหลีใต้ หลังจากเมขลาขึ้นไปคล้องกุญแจคู่รักแล้วโยนลูกกุญแจทิ้งตามธรรมเนียมเรียบร้อยแล้ว เดินซึมก้มหน้าก้มตาไม่มองใครลงมาข้างล่าง รุจกำลังเดินคลอเคลียมากับหนุ่มเกาหลี ต่างคนต่างเดินสวนกันไม่ทันมอง เมขลาชนไหล่หนุ่มเกาหลีอย่างจัง รีบขอโทษเป็นภาษาอังกฤษโดยไม่เงยหน้ามองแล้วเดินต่อ รุจเอะใจหันมอง

“ชะนีนางนี้หน้าตาคุ้นๆเหมือนเคยป้อนกล้วยป้อนน้ำกันมาก่อน...นัง...” รุจรีบเอามือปิดปากตัวเองดีใจสุดๆที่เจอเมขลา “...จะให้มันรู้ตัวก่อนไม่ได้”

เมขลาหันกลับมามอง รุจรีบกอดหนุ่มเกาหลีหลบหน้าหลบตาไม่ให้เห็น พอเมขลาหันกลับไป รุจรีบหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาราม...

ที่บ้านทรงวาด ทันทีที่วางสายจากรุจ รามรีบโทร.จองตั๋วเครื่องบินไปเกาหลีใต้ จากนั้น โกยเสื้อผ้าข้าวของจำเป็นยัดใส่เป้สัมภาระ แล้ววิ่งหน้าตั้งไปที่รถ ทรงวาดวิ่งตามมาดึงแขนไว้

“แม่ยังไม่ให้ลูกไปนะ กลับเข้าบ้านเดี๋ยวนี้”

“ผมจะไปตามลูกสะใภ้คนโปรดกลับมาให้แม่ แม่จะห้ามผมทำไม ผมไม่เข้าใจอารมณ์ผู้หญิงเลยจริงๆเอาใจไม่ถูกแล้วเนี่ย” รามโวยวายเป็นชุด

“ลูกจะไปทั้งสภาพอย่างนี้หรือจ๊ะ แน่ใจนะ แม่จะได้ไม่ห้าม”

รามก้มมองตัวเอง เห็นอยู่ในชุดเสื้อยืดคอกลมเก่าๆกับกางเกงขาสั้นสำหรับใส่นอน แถมรองเท้าเป็นแบบที่ใช้ใส่เดินในห้องนอน ถึงกับยิ้มแหย

“คือ...ผมไม่ได้รีบร้อนนะครับแม่ แค่ลืมตัวไปนิดเดียว” รามยิ้มแก้เขิน

“จ้ะแม่เชื่อ...อาการยังไม่หนักเท่าไรหรอกลูก” ทรงวาดมองรามแล้วอดขำไม่ได้

ooooooo

วันรุ่งขึ้น เมขลาไปเที่ยวเกาะนามิซึ่งเป็นสถานที่ ท่องเที่ยวยอดฮิตอีกแห่งหนึ่งของเกาหลีใต้ ขณะเธอกำลังขี่จักรยานผ่านดงสนสองข้างทาง มีเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น เมขลาหยุดกึก มองไปเบื้องหน้าเห็นรุจซึ่งสวมหมวกไหมพรมเห็นแต่ลูกตาอำพรางใบหน้าแท้จริง กำลังชกท้องรามที่ยืนหันหลังให้เมขลาจนตัวงอ ก่อนจะล้มหน้าคว่ำลงกับพื้น หลบเลี่ยงไม่ให้เธอเห็นหน้า

ด้วยความที่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านเป็นนิสัย เมขลาโดดลงจากรถจักรยานปรี่เข้าไปหา สั่งเป็นภาษาอังกฤษให้หยุดเดี๋ยวนี้ รุจทำตามแผนสำเร็จ จัดแจงหันหลังวิ่งหนี เมขลาวิ่งตามผ่านร่างรามที่นอนคว่ำหน้าไป

“แกจะวิ่งตามฉันทำไมนังเม ไปดูแฟนแกนอนพะงาบๆอยู่โน่น...ไป” รุจพึมพำกับตัวเอง

เมขลาตะโกนไล่หลังเป็นภาษาอังกฤษเป็นทำนองว่าทำร้ายคนอื่นแล้วอย่าหวังจะหนีรอด เธอจะต้องจับเขาไปส่งตำรวจให้ได้ รามผงกหัวขึ้นมองเมขลาที่วิ่งไล่กวดรุจ

อย่างเอาเป็นเอาตายถึงกับส่ายหน้า

“หมดกัน ผิดแผนหมด ดันไปไล่จับคนร้ายซะงั้น จุ้นเรื่องชาวบ้านไม่เลิกจริงๆยัยตังเม”

เมขลาวิ่งไล่ตามจนได้ระยะ จึงกระโจนขี่หลังรุจล็อกคอไว้ พยายามดึงหมวกไหมพรมออก รุจตกใจแต๋วแตกร้องวี้ดว้าย ก่อนจะไอแค่กๆหายใจไม่ออก รามเห็นท่าไม่ดี แกล้งร้องโอดโอยลั่นเพื่อดึงความสนใจ เมขลายังไม่ทันเห็นหน้ารุจ หันไปมองรามเสียก่อน เห็นเขานอนดิ้นพราดๆ กลิ้งไปมา ก็ชะงัก

รุจได้ทีผลักเธอกระเด็นแล้ววิ่งหนี เมขลาเงอะงะ

ไม่รู้จะทำอย่างไรดี สุดท้ายตัดสินใจวิ่งไปหาราม ผู้กองหนุ่มรู้งานรีบหันหลังให้ แล้วควักผ้าเช็ดหน้ามีน้ำสีแดงติดอยู่เป็นวงใหญ่คล้ายเลือดมาปิดหน้าไว้ครึ่งหนึ่ง เมขลารีบพลิกรามขึ้นมาถามเป็นภาษาอังกฤษว่าเจ็บมากไหม รามดัดเสียง

“สงสัยจะจมูกหักครับ”

“คุณเป็นคนไทยหรือคะ มาค่ะ ฉันจะช่วยห้ามเลือดให้ก่อน” เมขลาว่าแล้วดึงผ้าเช็ดหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้ารามเต็มๆ ถึงกับชะงัก รามยิ้มทะเล้น ไม่วายพูดกวนประสาท

“ในที่สุดผมก็ตามเมียรักจนเจอ เมียกลับมาที่นี่เพราะคิดถึงความหลังครั้งก่อนที่เราเจอกันใช่มั้ย โถ...ถ้าอยากมาก็น่าจะบอกกันดีๆก็ได้”

“ไอ้คนลวงโลก ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ” เมขลาปาผ้าเช็ดหน้าใส่ แล้วตามด้วยหมัดตรงเข้าเต็มหน้าจนหน้าหงาย จากนั้น เธอกลับไปที่รถจักรยานแล้วปั่นหนี รามวิ่งไล่

“เม คุณคิดจะหนีผมไปถึงไหน ต้องการอะไรทำไมไม่มาคุยกันดีๆ ผมก็สารภาพเรื่องที่หลอกคุณไปหมดแล้ว คุณยังไม่พอใจอะไรอีก”

“ฉันไม่ได้หนี แต่ฉันพาคุณกลับมาหาคุณแม่ได้แล้ว หน้าที่ของฉันมันก็จบ เรื่องที่เราจดทะเบียนกัน มันก็แค่เรื่องหลอกๆที่ฉันไม่อยากเอามาเป็นเครื่องผูกมัดคุณ ฉันจะหย่าให้” เมขลาพูดพลางออกแรงปั่นจักรยานเร็วขึ้น

“แต่ผมไม่หย่า” รามวิ่งไปหอบไป เมขลาจอดรถจักรยาน หันหน้ามาหาราม

“เพราะอะไรถึงไม่หย่า คุณคิดจะแกล้งฉันหรือ”

“คือ...แต่งแล้วหย่าไม่ดีนะคุณ คุณก็จะได้ชื่อว่าเป็นแม่หม้าย ส่วนผมก็เป็นพ่อหม้าย ฟังดูไม่ดีเลย”

“แต่ฉันไม่แคร์ ดีกว่าทนอยู่กับคนที่ไม่รัก”

“อ๋อ...เข้าใจแล้ว คุณอยากหย่าเพราะไม่ได้รักผมนี่เอง”

“ฉันหมายถึงคุณไม่ได้รักฉัน” เมขลาชักอารมณ์ขึ้นที่รามโยนความผิดให้

“แล้วคุณรักผมหรือไง” รามกวนไม่เลิก เมขลาสวนทันที

“ไม่รัก...ฉันทำตามหน้าที่ก็เหมือนกับที่คุณเป็นตำรวจ หน้าที่ของคุณมันสำคัญยิ่งใหญ่กว่าทุกอย่าง แม้กระทั่งตามฉันมาที่นี่ ก็คงทำหน้าที่ลูกที่ดีเพื่อคุณแม่เหมือนกัน...คุณกลับไปเถอะ คุณพยายามอย่างที่สุดแล้วคุณแม่คงไม่ตำหนิคุณหรอก ฝากกราบขอโทษคุณแม่ด้วย” เมขลาพูดจบปั่นจักรยานต่อไป

ooooooo

รามยืนนิ่ง มองหญิงคนรักค่อยๆห่างไกลออกไปทุกที เมขลาเองกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ร้องไห้สะอึกสะอื้น พึมพำกับตัวเอง

“คนผีทะเล คนใจดำ ฉันไม่มีคุณฉันก็อยู่ได้เพราะฉันคือนางฟ้า นางฟ้าไม่จำเป็นต้องมีคู่หรอก”

รามเสียใจ ตะโกนไล่หลังกลบเกลื่อน “อยากไปก็ไปเลย ไม่มีคุณผมก็อยู่กับงานได้...ดีเสียอีก ไม่ต้องมีเมียคอยกวนใจ มีความสุขเป็นบ้าเลยโว้ย”

เมขลาเหลียวหลังกลับมาชูมือชูไม้ข้างหนึ่งทำเป็นดีใจทั้งที่น้ำตานองหน้า ตะโกนโต้กลับไปบ้าง

“ฉันเป็นโสดแล้ว โอ๊ย...มีความสุขจริงๆเลยค่า”

รามทนไม่ไหว วิ่งเต็มฝีเท้าจนเลยหน้ารถจักรยานของเมขลา แล้วหันกลับมายืนขวางไว้ พูดเร็วปรื๋อเพราะความเขิน

“พูดตรงๆก็ได้ ความจริงแล้วผมอยากให้คุณคอยกวนใจผม ผมอยากได้ยินเสียงด่าของคุณทุกวัน ความรู้สึกแบบนี้มันใช่รักหรือเปล่า ถ้าใช่...ผมก็คงรักคุณตั้งนานแล้ว หรือไม่ผมก็คงเป็นโรคจิต”

เมขลาฟังเพลินไปหน่อย จักรยานส่ายไปมาก่อนจะล้มทับร่างเธอไว้ นอนร้องครวญคราง รามรีบเข้าไปยกจักรยานออกให้ ประคองเธอไว้

“คุณรามช่วยพูดใหม่อีกครั้งได้มั้ย ฉันไม่ทันฟัง”

“ผมขี้เกียจพูดแล้ว ทำจริงเลยดีกว่า” รามดึงเมขลาเข้ามาจูบ หญิงสาวถึงกับตาโตด้วยความตกใจ ก่อนจะหลับตาพริ้มมีความสุข เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าขาเจ็บ ร้องโอ๊ยลั่น

“ขอโทษๆผมลืมไปว่าคุณกำลังเจ็บ”

“เพราะคุณนั่นแหละ ถ้าฉันขาเป๋ไปจะทำยังไง”

“ผมก็จะอุ้มไว้อย่างนี้ไง...มือหนึ่งถือปืนไล่จับโจร อีกมือหนึ่งอุ้มเมียพาดบ่า เข้าท่าดีนะ”

“ไม่มีใครเขาบ้าทำอย่างที่คุณพูดหรอก”

ทันใดนั้น รุจวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา “ช่วยด้วยผู้กอง ช่วยจับมันที มันล้วงกระเป๋าผม”

ผู้ร้ายวิ่งผ่านหน้า วิญญาณผู้พิทักษ์สันติราษฏร์เข้าสิงรามเต็มๆ ตะโกนสั่งให้ผู้ร้ายหยุด นี่คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วจับเมขลาพาดบ่า วิ่งไล่กวดผู้ร้าย เมขลาร้องลั่น

“ว้าย...ปล่อยฉันลงก่อน อีตารามสูร”

รามไม่ฟัง ยังคงแบกเมขลาไว้บนบ่า วิ่งไล่จับผู้ร้าย โดยมีรุจวิ่งตามไปห่างๆ

ooooooo

–อวสาน–


ละครนางฟ้ากับมาเฟีย ตอนที่ 20(ตอนจบ) อ่านนางฟ้ากับมาเฟีย ติดตามนางฟ้ากับมาเฟีย ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 6 ม.ค. 2555 09:33 2012-01-10T03:19:25+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ