ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

อุบัติเหตุ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หลังจากนนทลีกับโยธินเคยเจอกันด้วยความบังเอิญมาแล้วครั้งหนึ่ง นึกไม่ถึงว่าเช้าวันนี้สองคนจะพบกันอีก...

โยธินตั้งใจมาหาวิศนีที่บริษัทแต่พบนนทลีเดินอยู่กลางซอยจึงจอดรถรับเธอเข้ามาด้วย นนทลีชื่นชอบรถหรูใหม่เอี่ยมแอร์เย็นฉ่ำถึงกับนั่งเชิดคอตั้งอวดเพื่อนพ้องหลายคนที่เดินผ่าน บางคนเห็นแล้วแอบซุบซิบคาดเดาต่างๆนานา กระทั่งต่อมารู้ว่าหนุ่มรูปหล่อท่าทางร่ำรวยมาหาวิศนี เสียงวิพากษ์วิจารณ์จึงค่อยๆจางหายไป

วิศนีรู้จากลูกเกดกับชมพู่ว่าโยธินมาหา เธอหลบเข้าห้องทำงาน แถมอ้อนอารุมให้ช่วยโกหกว่าเธอไม่อยู่ แต่อารุมไม่เล่นด้วย เพราะอำนวยเพิ่งโทร.มาแจ้งเมื่อครู่นี้เองว่าจะมีคนมารับเธอไปซ้อมละคร ซึ่งเป็นงานของบริษัทที่เธอต้องมีส่วนร่วม

“แต่ฉันไม่อยากเล่นนี่”

“คุณเองก็สนิทกับคุณโยธินไม่ใช่เหรอ แล้วจะหลบหน้าเขาทำไม”

“ไม่สนิทเลย พ่อกับแม่เลี้ยงฉันต่างหากที่พยายามจะทำให้ฉันกับเขาสนิทกัน”

“แต่วันนั้นที่โรงแรม...”

“ฉันก็เจอเขาพร้อมกับคุณนั่นแหละ แต่ฉันอยากให้คุณเลิกตื๊อกลับไปทำงาน ก็เลยทำเหมือนนัดกันไว้... คุณอารุม ช่วยฉันหน่อยนะ ฉันไม่อยากไปเต้นแร้งเต้นกาเล่นละครอะไรนั่น ฉันอยากทำงาน ฉันสัญญานะว่าต่อไปนี้ฉันจะขยันทำทุกอย่างที่คุณสั่ง ไม่บ่ายเบี่ยง ไม่อิดออด ไม่มัวเล่นสนุก ฉันทำโอทีให้ฟรีๆเลยเอ้า”

เขามองท่าทางเธอขำๆ พลันเสียงโทรศัพท์บนโต๊ะดังขึ้น...อำนวยโทร.มา อารุมบอกว่าพร้อมแล้ว วิศนีกำลังจะออกไป แค่นั้นหญิงสาวก็หมดหนทางปฏิเสธ เดินหน้าง้ำไปอย่างสุดเซ็ง

กุสุมาเม้าท์แตกเมื่อรู้จากนนทลีว่าโยธินมารับวิศนี บอกว่าคู่นี้ที่เพื่อนของตนเห็นเข้าโรงแรมด้วยกันกลางวันแสกๆ ซึ่งฝ่ายชายเป็นลูกคุณหญิงอวลอบเจ้าของโรงแรมหกดาวกลางเมือง...นนทลีหูผึ่งตาพอง พอกลางวันเจออารุมตอนกินข้าวด้วยกัน เธอจงใจเกริ่นเรื่องนี้เพื่อให้อารุมรู้ว่าวิศนีมีแฟนแล้ว จะได้ไม่กล้าคิดอะไรกับหล่อน

“อารุมจำได้ไหมที่กุสุมาเคยเล่าให้ฟังว่าคุณวิศนีกิ๊กกับหนุ่มไฮโซอยู่คนนึง ผู้ชายคนที่มารับนี่แหละค่ะ สงสารชาตินะ ไม่รู้ว่าคุณวิศนีไปหยอดไว้แค่ไหน ถ้าเทียบกันยังไงเพื่อนเราก็แพ้”

อารุมรู้อยู่แล้วจึงไม่ได้ตกใจหรือเออออไปกับแฟนสาว เขาบอกเธอว่าคิดมากไป มันอาจจะไม่มีอะไรเลยก็ได้

“ไม่มีได้ยังไง อารุมก็เห็นว่าวันก่อนเขาเทียวไปเทียวมาบ้านเดชชาติ แต่วันนี้ออกไปกับอีกคน”

“เขาอาจจะเป็นเพื่อนๆกันหมด ผมว่านนอย่าฟังขี้ปากคนในออฟฟิศนักเลย” อารุมเตือนแล้วก้มหน้ากินข้าวต่อ นนทลีมองค้อน ขัดใจที่เขาไม่คล้อยตาม

“ท่าทางอารุมจะรู้จักเขาดีขึ้นมากเลยนะคะ”

อารุมชักสีหน้าไม่พอใจที่โดนเหน็บ ตอบกลับเสียงเรียบว่า ตนแค่ไม่อยากให้เธอยุ่งเรื่องคนอื่น มันเสียมารยาท...นนทลีถึงกับหน้าคว่ำด้วยความโมโห

ooooooo

โยธินพาวิศนีไปที่โรงแรมของตนเพื่อซ้อมละครการกุศลที่จะมีขึ้นเร็ววันนี้ อวลอบมาควบคุมดูแลด้วยตัวเอง พูดจาเอาอกเอาใจวิศนีจนหลายคนพากันหมั่นไส้ โดยเฉพาะบรรดานางแบบที่เคยเป็นกิ๊กเก่าของโยธิน ทุกคนเขม่นวิศนี และได้แพ็ตตี้ช่างวัดตัวผสมโรงไปด้วย

แพ็ตตี้ฉวยโอกาสกลั่นแกล้งวิศนีขณะวัดตัวเพื่อตัดชุดใส่เล่นละคร วิศนีรับรู้ได้ถึงความไม่ชอบมาพากลแต่ก็อดทนเอาไว้ แต่แล้วความอดทนก็สิ้นสุดลง เมื่อเธอบังเอิญได้ยินแพ็ตตี้กับบรรดานางแบบกิ๊กเก่าของโยธินเม้าท์ถึงสาเหตุที่ไม่ชอบเธอ ซึ่งข้อกล่าวหานั้นไม่เป็นความจริงเลยสักนิด

วิศนีปรากฏตัวด้วยสีหน้าท่าทีขึงขัง บอกทุกคนว่าเธอไม่ได้คิดจะมาแย่งของของใคร แล้วก็ไม่ได้ต้องการเป็นลูกสะใภ้คุณหญิงอวลอบ ที่มาเล่นละครก็เพราะเป็นหน้าที่

“ถ้าไม่อยากให้ฉันยุ่งกับผู้ชายของพวกคุณจริงๆ ก็ช่วยไปบอกคุณหญิงแม่ของเขาด้วยว่าให้เปลี่ยนเอาคนอื่นมาเล่นแทนฉัน เพราะฉันก็ไม่อยากเล่นเหมือนกัน กล้าไหมล่ะ มีปัญญาไหม ถ้าไม่มีก็ทำหน้าที่ของตัวเองไป งานมันจะได้จบ แล้วก็ไม่ต้องมาเกี่ยวข้องกันอีก เข้าใจหรือเปล่า”

แพ็ตตี้สะดุ้ง ขานรับเสียงแผ่วว่าเข้าใจแล้ว วิศนีกวาดตามองพวกนางแบบที่ไม่กล้าสู้หน้า สำทับเสียงเข้ม

“ได้ยินชัดแล้วนะว่าฉันไม่เอาผู้ชายของพวกคุณ อย่าหาเรื่องฉันอีก ไม่งั้นพวกคุณจะเสียใจ”

วิศนีเหวี่ยงเสร็จก็สะบัดหน้าออกจากห้องไป พวกแพ็ตตี้เจอของจริงถึงกับกลัวหงอ คงไม่กล้าตอแยอีกเป็นแน่...

กลับมาถึงบริษัทในบ่ายนั้น วิศนีบอกพ่อว่าตนขอถอนตัวไม่เล่นละครเพราะไม่ชอบโยธิน อำนวยไม่เห็นด้วยเพราะไปตัดชุดมาแล้ว ส่วนเรื่องชอบหรือไม่ชอบโยธินไม่น่าเอามาเป็นประเด็น แค่ให้เล่นละครด้วยกันเฉยๆ  ไม่ได้จะให้ไปแต่งงานกับเขาวันนี้พรุ่งนี้เสียเมื่อไหร่

“แต่หนูรู้ว่าพ่อกับคุณกรแก้วมีเจตนาอย่างนั้น คุณหญิงแม่เขาก็เหมือนกัน หนูบอกเลยนะคะว่ามันไม่สำเร็จหรอก เพราะหนูไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้ พวกนางแบบที่มาเดินในงานก็กิ๊กเขาทั้งแก็ง”

“เป็นคนเจ้าชู้ก็ไม่เห็นเสียหายอะไรเลยนี่ ธรรมชาติของผู้ชาย” พูดไปแล้วเห็นลูกสาวหน้างอ คนเป็นพ่อเลยตัดบทขอความเห็นใจ “เอาเถอะ เรื่องนั้นพ่อไม่บังคับใจแกหรอก ขอแค่เรื่องละครการกุศลนี่ก่อนก็แล้วกัน อย่าให้พ่อต้องเสียหน้าได้ไหมลูก”

วิศนีนิ่งไปนิดก่อนยินยอม แต่ยังมีข้อแม้อีกนิดหน่อยว่าต้องให้น้องๆทั้งห้าคนของเดชชาติเล่นละครด้วย และนีรนุชน้องสาวของนนทลีก็ต้องได้เดินแฟชั่นในงานนี้

ooooooo

วันต่อมา นนทลีจงใจเอาหนังสือพิมพ์เข้ามาอ่านข่าวซุบซิบในสังคมไฮโซให้อารุมฟังถึงห้องทำงาน

“เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว กับความรักของวิศนี สุริยาทิตย์ และ โยธิน ไกรคณิศร ทายาทโรงแรมดัง ทั้งคู่เลยจูงมือกันขึ้นเวทีละครรักหวานในงานกาล่าดินเนอร์ สุดสัปดาห์นี้ งานนี้ต้องปรบมือให้กรแก้ว สุริยาทิตย์ ที่ผลักดันลูกเลี้ยงสาวได้สำเร็จ”

อารุมกอดอกมองแฟนสาวอย่างไม่สบอารมณ์ เตรียมจะบ่นที่เธอยุ่งเรื่องคนอื่นอีกแล้ว นนทลีรู้ทันรีบออกตัวเสียก่อน

“นนไม่ได้อยากยุ่งเรื่องชาวบ้านนะคะ ที่เอาข่าวนี้มาให้ดูก็เพราะห่วงเดชชาติ อารุมเป็นเพื่อนเขา ยังไงก็เตือนกันไว้บ้างว่าอย่าหวังสูง อย่างคุณวิศนีเขาไม่มองคนระดับเราหรอก”

นนทลีทิ้งท้ายหนักๆเพราะตั้งใจจะปรามอารุมไว้ด้วยเหมือนกัน อารุมนิ่งอึ้ง มองข่าวในหนังสือพิมพ์แล้วเหลือบดูโต๊ะทำงานวิศนีที่ว่างเปล่าอย่างใจหายนิดๆ

ผลพวงจากข่าวนี้ทำให้กรองทองกับแกมกาญจน์แจ้นมาพบกรแก้วถึงบ้านด้วยความอยากรู้ข้อเท็จจริง

“ยังไม่จริงค่ะ แต่กรพยายามจะทำให้มันเป็นจริง”

“แสดงว่าเธอเอาแน่ใช่ไหม เรื่องที่จะให้หนูวิศนีแต่งงานออกไปเพื่อจะได้ไม่ต้องกระทบกระทั่งกับเธออีก”

“กรไม่รู้จะใช้วิธีไหนแล้วจริงๆค่ะคุณพี่ กรเหนื่อยที่ต้องรับมือกับเธอ ถ้าวิศนีแต่งงานไป เธออาจจะโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น คุณพี่ไม่เห็นด้วยเหรอคะ”

“เรื่องในครอบครัวของเธอ พี่คงตัดสินแทนไม่ได้ แต่พี่อยากจะเตือนว่าการทำแบบนี้มันมีผลที่ตามมาแน่ เธอเตรียมรับมือให้ดีก็แล้วกัน” กรองทองสรุป มองหน้าน้องสาวจริงจัง กรแก้วนึกๆแล้วกลุ้มเหมือนกัน

บ่ายวันเดียวกัน แววมีอาการโมโหฉุนเฉียวขึ้นมาทันทีที่เห็นข่าวลูกสาวกับชายหนุ่มที่กรแก้วจัดหาให้ หาว่ากรแก้วทำข้ามหน้าข้ามตาตนซึ่งเป็นแม่แท้ๆ คงคิด ว่าถ้าลูกของตนแต่งงานไป ตัวเองจะได้ฮุบสมบัติทั้งหมดของอำนวย

ชีพเองก็หวังพึ่งแวว ถ้ากรแก้วฮุบไปหมดแล้วจะเหลืออะไร ชีพยุแววให้ขัดขวางอย่าให้วิศนีลงเอยกับโยธิน แล้วให้มาได้กับคนของเราแทน แววมองไม่เห็นว่าจะมีใคร แต่ทันใดวิเศษโทร.เข้ามาพอดี สอบถามเรื่อง ข่าววิศนีมีแฟน แววปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที ยืนยันหนักแน่นว่าไม่มี ลูกสาวตนยังโสดแน่นอน

ooooooo

หลังจากยื่นข้อแม้กับพ่อและได้คำตอบเป็นที่น่าพอใจ วันนี้วิศนีจึงพาน้องๆของเดชชาติมาซ้อมละคร ส่วนนีรนุชก็มาซ้อมเดินแบบ ซึ่งทุกคนจะได้เงินค่าจ้างตามความเหมาะสม

การซ้อมละครไม่มีปัญหาเพราะน้องๆอยู่ในสายตาวิศนีตลอดเวลา แต่สำหรับนีรนุชที่ต้องแยกไปซ้อมเดินแบบอีกห้องหนึ่งเกิดเหตุขัดข้องขึ้นแล้ว เพราะนีรนุชไม่คุ้นเคย กับงานอย่างนี้มาก่อน ทรงตัวไม่ค่อยได้บนรองเท้าส้นสูง เป็นตัวถ่วงนางแบบคนอื่นให้เสียเวลา อวลอบกับกรแก้วเห็นว่าไม่ไหวแน่จึงเปลี่ยนหน้าที่ให้นีรนุชไปเสิร์ฟน้ำ

เมื่อวิศนีมาเห็นกับตา เธอไม่พอใจอย่างมากจะไปเอาเรื่องตัวการ แต่ก็ต้องยุติด้วยเหตุผลของนีรนุชที่ห้ามไว้เพราะไม่อยากให้ใครมาด่าว่าจนแล้วเรื่องมาก เลือกงาน...

ขณะที่วิศนีไปซ้อมละคร อารุมกับนนทลีมีโอกาสไปเดินช็อปปิ้งด้วยกันที่ห้างสรรพสินค้า นนทลีอยากได้กระเป๋าแบรนด์เนมราคาสี่หมื่น แต่การ์ดของเธอเต็มวงเงินแล้วจึงขอยืมการ์ดของอารุมมารูดก่อน อารุมเหลือบมองพนักงานขายที่ยืนรออยู่ แล้วแอบพูดกับแฟนสาวเบาๆ

“มันแพงเกินไปนะนน ไหนว่าเราจะช่วยกันเก็บเงินไว้ซื้อบ้านไงล่ะ”

“ก็เรายังไม่ได้แต่งกันเร็วๆนี้ซักหน่อย จะรีบเก็บเงินไปทำไมล่ะคะ”

“แล้วกระเป๋าเนี่ย นนต้องรีบใช้มากเลยเหรอ”

นนทลีชะงัก เริ่มหงุดหงิด บอกว่าตนมีผ้าพันคอร้านนี้แล้ว เลยอยากได้กระเป๋าหิ้วจะได้เข้าชุดกัน เขาควรจะเข้าใจผู้หญิงหน่อย

“นี่นนซื้อของแพงๆบ่อยไปหรือเปล่า” อารุมยังไม่เลิกตำหนิ เพราะสิ่งของพวกนี้ฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น นนทลีไม่อยากอธิบายว่าได้มาฟรีๆจากโยธิน ยิ่งเห็นพนักงานยืนรอก็ยิ่งกดดัน เอ่ยเสียงกระด้างใส่อารุม

“นนไม่ได้ขอให้อารุมซื้อให้นะ นนขอยืม”

อารุมทำอะไรไม่ได้ จำใจหยิบบัตรเครดิตส่งให้พนักงาน แต่พอเดินออกมาที่รถเห็นนนทลีเริงร่ากับข้าวของเต็มสองมือก็อดเตือนอีกไม่ได้

“ผมว่านนใช้เงินเกินตัวไปแล้วนะ เรามาเริ่มวางแผนการเงินจริงๆจังๆ ดีไหม”

“เกินตัวตรงไหน นนยังมีเงินเหลือเก็บเลี้ยงน้อง เลี้ยงตัวเองได้ ไม่ได้เป็นหนี้ใครนะคะ”

“แต่อนาคตของเรายังต้องใช้เงินอีกเยอะ ถ้านนยังฟุ่มเฟือย ผมว่า...”

“นนเป็นผู้หญิงนะคะอารุม การแต่งตัวเป็นเรื่องธรรมดา ยิ่งทำงานออฟฟิศ นนต้องเจอผู้คน จะให้นนปล่อยตัวให้โทรมๆ ในขณะที่คนอื่นเขาดูดีกันทุกคนได้ยังไง ขนาดคุณวิศนีเขายังแบรนด์เนมทั้งตัวเลย”

“แล้วนนจะไปเปรียบเทียบกับเขาทำไม”

นนทลีหน้าตึง เพราะความหงุดหงิดทำให้ตีความไปอีกอย่าง เลยยิ่งพาล “ทำไมคะ นนไม่มีสิทธิ์จะเทียบกับเขาเลยใช่ไหม”

“ไปกันใหญ่แล้วนน ไหนนนบอกว่าจะมีเหตุผลมากขึ้นไง”

“แล้วไอ้ความเข้าอกเข้าใจของอารุมมันหายไปไหนหมดล่ะ ทำไมหลังๆเราถึงต้องทะเลาะกันด้วยเรื่องของนนอยู่เรื่อย”

อารุมนิ่งอึ้ง ตอบคำถามนนทลีไม่ได้เหมือนกัน... เมื่อพาแฟนสาวไปส่งถึงบ้าน มีเรื่องให้อารุมต้องเครียดอีก นนทลีโวยวายไม่พอใจที่รู้ว่านีรนุชไม่ได้เดินแบบแต่ต้องเสิร์ฟน้ำในงานการกุศล ทำท่าจะโทร.ไปหาวิศนีให้รับผิดชอบ พออารุมปรามให้ใจเย็น นนทลีซึ่งกรุ่นเรื่องก่อนหน้านี้อยู่แล้ว ยิ่งพาลพะโล

“อ๋อ ลืมไปว่าแตะไม่ได้ งั้นก็จัดการให้นนด้วย เพราะนนไม่ยอมให้น้องไปทำงานต่ำๆแบบนั้นเด็ดขาด”

อารุมเครียดกว่าเดิม กลับออกมาด้วยความไม่สบายใจ เขาเดินเลยไปหาเดชชาติที่บ้าน บอกว่ามีเรื่องจะปรึกษา เดชชาติจึงพาเพื่อนไปหาที่เงียบๆคุยกัน... ปัญหาทุกข์ใจของอารุมทำให้เดชชาติอึ้งไปเหมือนกัน แต่ก็พยายามให้กำลังใจว่าคนเป็นแฟนกันต้องมีกระทบ กระทั่งกันบ้าง

“เมื่อก่อนฉันกับนนคบกันราบรื่นกว่านี้ แต่ยิ่งอยู่ไปก็เหมือนยิ่งห่าง มีเรื่องไม่เข้าใจกันอยู่เรื่อย”

“คู่รักก็เป็นอย่างนี้แหละ ตอนคบกันใหม่ๆ เราก็ไม่ค่อยเห็นข้อเสียของอีกฝ่าย หรือเห็นแต่ก็แกล้งทำเป็นมองไม่เห็นเพราะความรักมันบังตา แต่พออยู่ๆไปโปรโมชั่นหมด ไอ้ที่ทำเป็นมองไม่เห็นมันก็ขวางหูขวางตาเราขึ้นมา”

อารุมทำท่าจะแย้ง...เดชชาติรีบยกมือห้ามแล้วอธิบายต่ออย่างมีเหตุผล

“หยุด! ฟังก่อน ฉันไม่ได้บอกว่าแกผิด มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ทุกคน นนทลีก็คงเป็นเหมือนกัน เมื่อก่อนเขาอาจจะรับนิสัยบางอย่างของแกได้ แต่พอคบกันไปนานๆ เขาก็อาจจะเริ่มรู้สึกว่าทำไมแกเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วก็ตั้งคำถามเหมือนแกตอนนี้”

อารุมจิตตก นั่งคิดเงียบขรึม เดชชาติถามว่ายังอยากแต่งงานกับนนทลีอยู่ใช่ไหม เขาตอบรับหนักแน่น

“งั้นแกกับนนก็ต้องผ่านไปให้ได้ อย่าให้เรื่องเล็กๆ แบบนี้ทำให้แกสองคนต้องไขว้เขว อนาคตยังมีเรื่องใหญ่รออยู่อีกเยอะนะเว้ย”

“ก็จริงของแก ถ้าฉันผ่านเรื่องเล็กๆแบบนี้ไม่ได้ ก็มองไม่เห็นอนาคตอยู่ดี”

“ตอนที่พ่อฉันยังอยู่ เวลาพ่อทำอะไรผิดแม่ฉันไม่เคยโกรธพ่อนานเลย เพราะแม่บอกว่านึกถึงเรื่องเก่าๆ ที่ผ่านมาด้วยกันแล้วโกรธไม่ลง ถ้าแกกำลังหมดแรงประคับประคองความรักครั้งนี้ ก็ลองนึกถึงเรื่องดีๆที่แกกับนนเคยมีร่วมกันสิ ฉันเชื่อว่ามันมีค่าพอที่จะทำให้แกฮึดสู้นะ”

อารุมสบตาเดชชาติเหมือนได้สติมากขึ้น กล่าวขอบใจเพื่อนสำหรับกำลังใจและคำแนะนำดีๆ แต่ในเวลาเดียวกัน นนทลียังไม่สบอารมณ์เรื่องนีรนุชถูกลดหน้าที่ไปเสิร์ฟน้ำ และไม่พอใจที่อารุมทำเหมือนปกป้องวิศนี ขนาดน้องสาวยืนยันว่าตนทำได้ งานแค่คืนเดียว ตนเต็มใจ นนทลียังไม่วายพาลถึงอารุม หาว่าเขาให้นีรนุชขึ้นมากล่อม

นีรนุชเริ่มสังเกตถึงความผิดปกติของพี่สาว หยั่งเชิงว่ามีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า ทำไมถึงเครียดจัง เท่านั้นเองนนทลีเสียงสั่นเครือ บอกว่าอารุมกำลังเปลี่ยนไป...

หลังฟังพี่สาวรำพึงรำพันจบลง นีรนุชพยายามปลอบใจ ไม่อยากให้คิดค้นหาสาเหตุ แต่ควรคิดว่าจะทำยังไงให้ทุกอย่างดีขึ้นดีกว่า นนทลีตัดพ้ออย่างน้อยใจ ต่อให้พี่ทำดีเท่าไหร่ถ้าเขาไม่เหมือนเดิมมันก็ไม่มีประโยชน์

“นุชเชื่อในความรักของพี่สองคนนะคะ พี่คบกันมาตั้งนานแล้ว ถ้าไม่เหมาะสมกันจริงๆ ก็คงไม่อยู่มาถึงขนาดนี้”

นนทลีพยักหน้า ยอมรับว่าอารุมคือคนที่ตนอยากฝากอนาคตไว้ นีรนุชจึงหยิบยกคำพูดที่พี่สาวเคยบอกไว้ด้วยว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่จะสู้ไปกับเขา...นนทลีเหมือนได้สติ เงียบไปอย่างไตร่ตรอง

ooooooo

เช้านี้ อารุมมาพบลูกค้าที่โรงแรมแล้วเผอิญเจอวิศนีมาซ้อมละคร สองคนทักทายกันก่อนจะไปนั่งคุยกันที่คอฟฟี่ช็อป โดยที่โยธินไม่เห็น เดินถามหาวิศนีจากคนโน้นคนนี้ไปทั่วอย่างหงุดหงิด กระทั่งมาเห็นกับตาตัวเองว่าเธออยู่กับอารุม แถมยังมีท่าทีสนิท สนมกันมาก โยธินรู้สึกไม่พอใจ แยกเธอออกมาโดยอ้างว่าถึงเวลาซ้อมละครแล้ว

อารุมได้รับบัตรเชิญงานการกุศลจากวิศนีซึ่งระบุที่นั่งไว้สองคน เธอหวังว่าเขาจะพานนทลีมาด้วย แต่กลายเป็นอารุมกลับเข้ามาบริษัทไม่เจอนนทลี จึงฝากเรื่องไว้กับกุสุมา นี่เองทำให้กุสุมาคิดแผนอันแยบยลเพื่อให้ตัวเองได้ไปงานนี้กับอารุม

กุสุมาไม่ได้พูดกับนนทลีอย่างที่อารุมบอกไว้ว่าวิศนีเชิญเธอไปงานคืนนี้ หากแต่ใช้ถ้อยคำยุแหย่ให้นนทลีไม่พอใจอารุมและโกรธเคืองวิศนี

“เมื่อกี้อารุมมาหา เขาจะมาชวนเธอไปดูละครการกุศลของคุณวิศนี บัตรหายากมากเลยนะ ต้องเป็นแขกที่ได้รับเชิญถึงจะได้ไป อารุมบอกว่าเขาอยากดูมากก็เลยไปดิ้นรนเอามาจนได้”

“เขาไม่คิดจะถามฉันซักคำเลยเหรอว่าฉันอยากดูหรือเปล่า”

“เขาบอกว่าแล้วแต่นน แต่ยังไงเขาก็จะไป” กุสุมาโกหกหน้าตาย

นนทลีอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน เพราะคิดว่าอารุมไม่แคร์เธอเลย ดังนั้นเธอจึงเอาบัตรไปคืนเขาและปฏิเสธเสียงแข็งด้วยความไม่พอใจ

“นนไม่ไป...ถ้าอารุมอยากดูก็ไปคนเดียว นนไม่รู้จะไปดูอะไร ในเมื่อน้องสาวนนก็เป็นแค่เด็กเสิร์ฟน้ำในงานนั่น”

“นน แต่คุณวิศนีเชิญ...”

“ต่อให้เขาจ้างนนก็ไม่ไป นนไม่อยากดู ไม่อยากเห็น”

นนทลีสวนอย่างฉุนเฉียว อารุมงงแต่พยายามใจเย็น ถามเธอว่าทำไมต้องอารมณ์เสียด้วย

“ขอโทษนะคะที่นนแสดงอารมณ์ว่าไม่อยาก แทนที่ จะเป็นอยากจนตัวสั่นเหมือนคุณ ดูให้สนุกก็แล้วกัน” นนทลีทิ้งท้ายแล้วเดินปึงปังออกไป ไม่ทันเห็นกุสุมายืนหลบมุมแอบฟังด้วยรอยยิ้มสาสมใจ

ครู่เดียว กุสุมาตีหน้าสลดเข้ามาหาอารุมที่ยังนั่งเครียดไม่เข้าใจแฟนสาว...เขามองกุสุมาอย่างจับผิด ก่อนถามว่าไปพูดอะไรกับนนทลี

“สุก็บอกนนเขาอย่างที่อารุมสั่ง แต่ไม่รู้ทำไมอยู่ๆ ก็ยัวะขึ้นมา สงสัยจะไปฟังพวกยุพเยาว์กับวิเวียนเป่าหูอะไรมาอีก”

“ผมไม่รู้ว่าเขาโกรธเรื่องอะไร จริงๆผมก็ไม่ได้อยากไป แต่เขาเชิญมาแล้ว ผมต้องไปคุยกับเขา”

อารุมทำท่าจะออกไป กุสุมารีบห้ามเสียงหลง

“เดี๋ยวค่ะ...เอ่อ...สุว่าพูดตอนนี้นนคงไม่ยอมฟังหรอก ใจเย็นๆก่อนนะคะ”

อารุมคล้อยตาม ยอมนั่งลงและถอนใจแรงๆ บอกว่าตนคงต้องโทร.ไปยกเลิก

“แต่งานแบบนี้เขาจองโต๊ะไว้ตามรายชื่อแขก ถ้าไม่ไปโต๊ะก็จะว่างตรงที่เรานั่ง จะเสียมารยาทหรือเปล่า”

อารุมชะงัก นั่งกลุ้มต่อไปไม่รู้จะหาทางออกยังไง กุสุมาลอบยิ้ม มีหนทางเอาไว้ให้เขาแล้ว...พอตกเย็น นนทลีชวนเธอไปช็อปปิ้ง กุสุมาปฏิเสธโดยอ้างว่าตนต้องพาป้าไปหาหมอ แท้จริงแล้วเธอต้องรีบกลับบ้านเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อไปงานคืนนี้กับอารุมต่างหาก

เมื่ออารุมขับรถมารอรับกุสุมาที่บ้าน เขาเจอป้าของเธอ ป้าพูดเรื่องสู่ขอหลานสาวจนเขางุนงง ถามว่าใครจะแต่งกับใคร ป้าไม่ทันขยายความก็พอดีกุสุมาเข้ามา กุสุมาหน้าเสียรีบพาอารุมออกจากบ้าน แล้วบอกเขาว่าไม่มีอะไร ป้าของตนหลงๆลืมๆ อย่าถือสา

ครั้นไปถึงงาน เจออำนวยกับกรแก้วในกลุ่มแขกผู้ใหญ่ กุสุมาอยากเด่นรีบชวนอารุมเข้าไปทักพวกท่าน ทำราวกับว่าเธอกับเขาเป็นแฟนกัน อำนวยแปลกใจที่นนทลีไม่มา แต่ก็ไม่ได้ซักถามอะไรอารุม ส่วนที่ห้องแต่งตัว โยธินทำเซอร์ไพรส์วิศนีก่อนขึ้นแสดงละครด้วยการนำสร้อยราคาแพงลิบมามอบให้เธอ โดยบอกว่าแม่ของเขาเลือกเองกับมือ วิศนีอิดออดไม่อยากรับ แต่ที่สุดก็ปฏิเสธอวลอบไม่ได้

นีรนุชอยู่ในงานฐานะเด็กเสิร์ฟน้ำ แต่จู่ๆเหมือนส้มหล่นใส่เมื่อนางแบบคนหนึ่งมีเหตุจำเป็นมาไม่ได้ คนดูแลจึงคะยั้นคะยอให้นีรนุชขึ้นเดินแทน เดชชาติที่พาแม่มารอดูน้องๆเล่นละครกับวิศนีเห็นนีรนุชเดินแบบถึงกับตะลึงพรึงเพริด เธอสวยมาก แถมยังเดินได้ดีเยี่ยม

เสร็จการเดินแบบ ลำดับต่อไปเป็นละคร ช่วงเวลานี้เอง แววกับชีพโผล่เข้ามาในงานทั้งที่ไม่มีบัตรเชิญ การ์ดสองคนไม่ยอมให้เข้า แววจึงโวยวายเป็นการใหญ่ ก่อนจะส่งซิกให้วิเศษที่ยืนอีกมุมรีบผลุบเข้าไปข้างในได้สำเร็จ

แววต้องการให้วิเศษมาดูวิศนีเล่นละคร แต่พอวิเศษเข้ามาเห็นวิศนีเล่นบทเข้าพระเข้านางกับโยธินก็ไม่พอใจ โดดขึ้นเวทีไม่ยอมให้โยธินแต๊ะอั๋งวิศนี ผู้ชมเห็นดังนั้นก็ฮือฮาด้วยความตกใจ ส่วนโยธินโมโหหึงชกต่อยวิเศษล้มกลิ้งไป

พริบตานั้นเอง เหตุการณ์บานปลายใหญ่โต เพราะแววกับชีพที่แอบเข้ามาจนได้ไม่ยอมให้วิเศษถูกกระทำฝ่ายเดียว

“นี่มันอะไรกันครับ ไอ้พวกบ้านี่มันเป็นใคร” โยธินโวยวายใส่พวกแวว

“แกสิบ้า อยากเป็นนักเลงใช่ไหม นักเลงมันต้องเจอกับฉันนี่” ชีพตั้งการ์ดท้าเหยงๆ วิศนีมองคนนั้นทีคนนี้ทีอย่างงุนงง

“แม่คะ แม่กำลังจะทำอะไร”

“รู้เช่นเห็นชาติมันแล้วใช่ไหมลูก ว่าไอ้ผู้ดีเนี่ยมันถ่อยแค่ไหน มันทำร้ายคุณวิเศษ” แววเข้าประคองวิเศษด้วยความเป็นห่วง...อำนวยทนไม่ไหวตวาดลั่น

“นี่เธอเมาหรือไงแวว งานฉันพังพินาศหมดแล้ว”

“ดี! สมน้ำหน้า! อยากหน้าใหญ่ใจโตดีนัก ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีกับแกเลยนังกรแก้ว ที่แกสาระแนจะหาผัวให้ลูกสาวฉัน เรื่องนี้มันต้องหน้าที่อีแวว”

กรแก้วหน้าชา ทั้งโกรธทั้งอาย แกมกาญจน์ทนไม่ได้ ออกโรงจะเอาเรื่องแทนน้องสาว แต่แววไม่กลัว ปรี่เข้าใส่เหมือนหมาบ้า อำนวยรีบดึงกรแก้วหลบฝ่ามือ อวลอบสุดทนตะโกนไล่พวกแววออกจากโรงแรมของตนเดี๋ยวนี้

“ทำไมวะ โรงแรมแกมันวิเศษวิโสตรงไหน ถุย!” ชีพแกล้งถุยน้ำลายลงพื้น อวลอบขยับหนีด้วยความตกใจและรังเกียจ

“ก็ไม่อยากเหยียบให้เสียเท้าหรอกอีคุณหญิง แค่จะมาบอกว่าลูกชายแก ไอ้เศรษฐีกุ๊ยๆแบบนี้ ไม่คู่ควรกับลูกสาวฉันโว้ย มันต้องอย่างคุณวิเศษนี่...ไปยายหนู ไปกับแม่”

แววคว้าแขนลูกสาว อำนวยรีบเข้ามาจับแขนอีกข้าง ต่างคนต่างดึงแย่งกันราวกับวิศนีเป็นสิ่งของ กรแก้วเห็นสายตาทุกคนมองมาก็อับอาย พยายามเข้าไปปรามอำนวย แต่เขาไม่ฟัง ยังยื้ดยุดไปมากับแววอย่างไม่มีใครยอมใคร ที่สุดวิศนีทนไม่ไหว สะบัดอย่างแรงแล้ว
กรี๊ดลั่น

“พอ!! พอได้แล้ว หนูไม่ไปกับใครทั้งนั้นแหละ”

อำนวยกับแววชะงักตกใจ ปล่อยมือกันทั้งคู่ วิศนีมองพ่อแม่ทั้งน้ำตา โกรธและอายสุดบรรยาย

“หนูเป็นคนนะ ไม่ใช่ตุ๊กตาที่จะให้พ่อแม่มายื้อแย่งกัน หนูมีชีวิตจิตใจ มีความรู้สึก เลิกเอาความต้องการของตัวเองมายัดเยียดให้หนูได้แล้ว”

วิศนีวิ่งพรวดออกไปท่ามกลางอาการผงะและเสียงเรียกอย่างตกอกตกใจของใครหลายคน อารุมตัดสินใจวิ่งตามเธอไปโดยไม่สนใจกุสุมาที่ร้องเรียกเสียงหลง เดชชาติเป็นห่วงวิศนี ผละจากนีรนุชรีบร้อนไปอีกคน

วิศนีร้องไห้น้ำตานองหน้า ความรู้สึกประเดประดัง ทั้งโกรธ อับอาย เสียใจ น้อยใจพ่อแม่สารพัด อารุมวิ่งตามมาติดๆ เร่งฝีเท้าไปจนทัน คว้าแขนเธอไว้ หญิงสาวหันกลับมาเจออารุมก็เหมือนได้พบที่พึ่งทางใจ โผเข้ากอดเขาทันทีอย่างลืมตัว แล้วร้องไห้โฮ อารุมอึ้งงัน ตั้งตัวไม่ทัน

“ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่ พาฉันไปให้พ้นที” เธอร้องไห้สะอื้นตัวโยน อารุมค่อยๆได้สติ ลูบไหล่เธอเบาๆอย่างปลอบโยนเข้าใจ นีรนุชวิ่งตามหลังเดชชาติมาเห็นภาพนั้นพอดี ทั้งคู่หยุดยืนอึ้ง โดยเฉพาะเดชชาติถึงกับหน้าเสีย ไม่คิดมาก่อนว่าสองคนนี้จะใกล้ชิดสนิทสนมกัน
ขนาดนั้น

อารุมทำตามที่วิศนีขอร้อง เขาพาเธอขึ้นรถขับออกไป โยธินวิ่งตามมาร้องเรียก เห็นชัดว่าวิศนีนั่งรถไป แต่ยังไม่รู้ว่าไปกับใคร เขารีบร้อนมาที่รถตัวเองหมายขับตาม

จังหวะที่อารุมเคลื่อนรถออกจากโรงแรม นนทลีนั่งแท็กซี่มาถึงพอดี หญิงสาวเห็นเต็มตาว่าวิศนีนั่งรถไปกับแฟนของตน อารมณ์ที่เย็นลงก่อนหน้านี้ปั่นป่วนขึ้นมาอีก ตะโกนเรียกอารุม แต่เขาไม่เห็นและไม่ได้ยิน เธอกรีดร้องแทบคลั่ง รถของโยธินแล่นฉิวตรงมาพอดี แล้วเบรกเอี๊ยดเกือบชน นนทลีตกใจขาแข้งอ่อนทรุดลงกับพื้นทันที โยธินรีบเปิดประตูลงมา

“คุณนนทลี เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

โยธินเข้ามาช่วยประคองเธอลุกขึ้น นนทลีมองโยธินเต็มตา เอาความเสียใจโยนใส่ทันที

“คุณ...คุณทำอะไรอยู่ ทำไมคุณปล่อยให้เขาไปกับแฟนฉัน”

“อะไรของคุณ ผมงงไปหมดแล้ว”

“ก็นังวิศนีของคุณไง มันไปแล้ว...มันไปกับอารุมแล้ว” เธอปล่อยโฮ เอามือปิดหน้าร้องไห้ดังลั่น

โยธินอึ้ง เพิ่งรู้ว่านนทลีเป็นแฟนของอารุม ยิ่งกว่านั้นคือเพิ่งรู้ว่าอารุมกับวิศนีไปด้วยกัน...เดชชาติเดินซึมออกมากับนีรนุช เห็นโยธินพานนทลีเข้ามาพอดี นนทลีแปลกใจถามพี่สาวว่ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง นนทลีมองน้องอย่างอัดอั้นตันใจ โผเข้ากอดร้องไห้ โยธินหน้าเครียดบอกว่าตนพบเธอหน้าโรงแรม

“เขาไปแล้ว...เขาไปด้วยกันนุช เขาไปด้วยกัน” นนทลีคร่ำครวญ...นีรนุชกับเดชชาติมองหน้ากันกลุ้มๆ เข้าใจว่านนทลีพูดถึงอะไร

โยธินขอตัวเดินผลุนผลันออกไป สวนกับกุสุมาที่วิ่งออกมาจากด้านในอีกคน เธอตรงมาถามเดชชาติว่าเห็นอารุมหรือเปล่า นนทลีได้ยินเสียงกุสุมาก็เงยหน้ามองทันที แทบจะหยุดร้องไห้

“เธอมาทำอะไรที่นี่”

กุสุมาผงะตกใจ นนทลีมองเพื่อนรักเต็มตา ยิ่งเห็นกุสุมาใส่ชุดเดียวกับตนก็ยิ่งสติแตก เครียดและหวาดระแวงจนตัวสั่นไปหมด

“ทำไมเธอถึงแต่งตัวแบบนี้ เธอมากับอารุมเหรอ ไหนเธอบอกว่าป้าไม่สบายไง”

กุสุมาหน้าซีดแก้ตัวไม่ทัน อึกอักไปหมด พอตั้งสติได้ก็รีบเดินตามมานั่งข้างๆนนทลี จับมือประจบ อธิบายว่าพอตนพาป้าไปโรงพยาบาลเสร็จ อารุมโทร.มาชวน บอกว่าบัตรเหลืออีกหนึ่งใบ ถ้าไม่มีคนไปจะน่าเกลียด ตนก็เลยต้องมา

“แล้วการที่เธอแต่งตัวเลียนแบบฉัน จะให้เข้าใจว่ายังไง”

“ก็บอกแล้วว่าฉันชอบเสื้อผ้าชุดนี้ ฉันไม่ได้มีเจตนาอะไรเลยนะ เอาฉันไปสาบานที่ไหนก็ได้”

นนทลีระแวงนิดๆในใจ แต่ตอนนี้ทุกข์เรื่องวิศนีมากกว่า ไม่มีกะจิตกะใจจะจับผิดกุสุมา บอกนีรนุชให้พาพี่กลับบ้าน ส่วนเดชชาติกลับเข้าไปพาแม่และน้องๆที่ยังอยู่ข้างในออกมา

กุสุมายังร้อนตัวกลัวนนทลีไม่เชื่อ อยากคุยให้รู้เรื่อง แต่นีรนุชให้ยุติไว้ก่อน กุสุมาบีบน้ำตาทันที บอกว่าตนไม่สบายใจ ขอโทษนนทลีที่ทำให้รู้สึกไม่ดี ตนไม่ได้ตั้งใจจริงๆ

“ฉันเชื่อเธอ เชื่อว่าเธอกับอารุมไม่มีอะไรกัน เพราะถ้ามันจะมี เธอคงทำสำเร็จไปตั้งนานแล้ว”

กุสุมารู้สึกเหมือนถูกนนทลีดูหมิ่น แต่ก็ฝืนยิ้มแล้วเข้ากอดนนทลีอีกครั้ง แต่พอแยกกลับมาถึงบ้าน กุสุมาเก็บอารมณ์ไม่อยู่ คำรามอาฆาตแค้นนนทลี

“นังบ้า...แกดูถูกฉัน แกคิดว่าฉันไม่มีปัญญาใช่ไหม คอยดูเถอะ อีกไม่นาน ฉันจะทำให้แกช้ำใจจนตาย!”

ooooooo

บริเวณใต้สะพานริมน้ำ อารุมนั่งมองวิศนีที่ยังสะอึกสะอื้นไม่หยุด พลันเสียงมือถือของเขาดังขึ้น วิศนีรีบขอร้องไม่ให้รับ อารุมทำตามแต่ไม่วายเตือนว่า พวกเขาคงเป็นห่วงเธอ

“พ่อกับแม่ฉันห่วงตัวเองต่างหาก พวกเขาคงกลัวว่าถ้าฉันเป็นอะไรไป เขาจะกลายเป็นต้นเหตุ”

“คุณมองพ่อกับแม่ในแง่ร้ายจังเลย”

“ฉันเคยบอกคุณแล้วนี่ว่าฉันต้องผ่านอะไรมาบ้าง”

“แต่ผมว่าสิ่งที่คุณคิดว่าเจอมามันเกิดจากมุมมองที่ต้องการทำร้ายตัวเอง คุณมองทุกอย่างในแง่ลบเกินไป ถึงผมจะไม่เคยมีพ่อแม่ใกล้ชิดเหมือนคนอื่น แต่ผมก็เชื่อในความผูกพันของครอบครัว ผมเชื่อว่าทั้งพ่อและแม่คุณไม่มีใครคิดร้าย แม้แต่แม่เลี้ยงคุณเอง ทุกคนพยายามจะให้สิ่งดีๆกับคุณทั้งนั้น พวกเขาแค่ทำไม่ถูกที่คิดกันไปเองว่าบางสิ่งบางอย่างมันดีกับคุณ โดยที่ไม่ทันนึกว่าคุณต้องการหรือเปล่า”

“พ่อกับแม่ไม่เคยให้ในสิ่งที่ฉันต้องการเลย”

“แล้วคุณต้องการอะไร”

“ความรักที่แท้จริงไง พ่อฉันคิดว่าเงินและความสะดวกสบายคือสิ่งที่ฉันควรได้รับ ส่วนแม่ก็คิดแต่จะใช้ฉันเป็นเครื่องมือเล่นงานแม่เลี้ยง ใช้ฉันเป็นตุ๊กตาไว้อุ้มอวดใครต่อใคร บางทีการเกิดมาแบบตัวคนเดียว แต่ได้เจอความรักที่สมบูรณ์แบบจากใครซักคน ก็อาจจะดีกว่าชีวิตแบบนี้”

“ผมไม่อยากให้คุณคิดอย่างนั้น คุณไม่มีทางเลิกเป็นลูกของพ่อกับแม่ได้ ท่านสองคนก็เลิกเป็นพ่อกับแม่คุณไม่ได้เหมือนกัน สิ่งที่จะทำให้คุณมีความสุขคือยอมรับกับเงื่อนไขของความรักของท่าน มันอาจจะไม่สมบูรณ์ แต่มันก็เป็นแบบของท่าน...หลวงตาสอนผมว่า คนเราน่ะไม่มีวันมีความสุขได้หรอก ถ้าใจไม่ยอมรับความจริงอย่างที่มันเป็น”

วิศนีนิ่งไป พยายามคิดทบทวน ค่อยๆหันมองอารุมเต็มตา ก่อนจะพูดด้วยความซาบซึ้ง

“ฉันอยากเจอคุณเร็วกว่านี้จัง ชีวิตฉันคงมีความสุขกว่านี้มาก”

อารุมสบตาวิศนีนิ่ง เข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในนั้น แต่ไม่สามารถตอบรับความรู้สึกนั้นได้

อีกครู่ต่อมา อารุมอาสาไปส่งวิศนีที่บ้านเพราะดึกมากแล้ว ไม่อยากให้เธอขับรถคนเดียว วิศนียิ้มขอบคุณ...ไม่ทันขึ้นรถ เธอเห็นเต่าตัวเล็กเดินต้วมเตี้ยมจะข้ามถนน

“มันพยายามจะเดินไปที่แม่น้ำใช่ไหมคะนั่น น่าสงสารจัง แถวนี้รถเยอะซะด้วย ฉันขอไปส่งมันก่อน แล้วคุณค่อยไปส่งฉันนะ”

อารุมเดินตามเธอถือเจ้าเต่าน้อยไปถึงริมน้ำ วิศนีก้มจะปล่อยมันลงน้ำ แต่ตลิ่งอยู่สูงเลยต้องก้มลงต่ำมากๆ

จนหน้าเกือบคะมำ อารุมเข้าโอบเอวประคองเธอโดยอัตโนมัติ เพื่อไม่ให้เธอตกน้ำ วิศนีเงยหน้าขึ้นมาเห็นหน้าเขาอยู่ใกล้แค่คืบ ต่างฝ่ายต่างสบตากัน สัมผัสใกล้ชิดทำให้อารมณ์หวั่นไหวลึกๆที่ซ่อนอยู่ถูกปลุกขึ้น

ทั้งสองคนมองกันเหมือนตกอยู่ในภวังค์ แนบชิดกันมากขึ้นจวนเจียนจะจูบ แต่วิศนีรู้ตัวก่อนจึงเบือนหน้าหนี

“กลับกันเถอะค่ะ”

อารุมได้สติปล่อยมือออกจากตัวเธอ วิศนีรีบลุกเดินนำขึ้นฝั่งไปอย่างรวดเร็ว จิตใจเต็มไปด้วยความว้าวุ่น สับสน และหวั่นไหว...

ooooooo

การหายตัวไปของวิศนีทำให้โยธินไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง เพราะรู้เห็นว่าเธอไปกับอารุม อวลอบเองก็เช่นกัน อุตส่าห์ควักเนื้อซื้อสร้อยเพชรราคาแพงให้วิศนี กลัวจะชวดได้เธอเป็นลูกสะใภ้ แล้วไอ้หนุ่มนั่นจะปู้ยี่ปู้ยำเธอหรือเปล่าก็ไม่รู้

ฟังแม่บ่นแล้วโยธินยิ่งหงุดหงิด พาลไปถึงกรแก้วที่บอกว่าอารุมมีแฟนแล้ว รักกับแฟนดี แล้วทำไมอยู่ๆมันถึงทิ้งแฟนไปกับวิศนี อวลอบคาดว่ามันคงหวังเป็นหนูตกถังข้าวสาร ยุลูกชายอย่ายอมแพ้เด็ดขาด โยธินพูดหนักแน่นว่าไม่ต้องห่วง ตนชอบเอาชนะอยู่แล้ว

ส่วนในห้องจัดงาน อำนวยกับแววยังเผชิญหน้ากัน โดยมีกรแก้วกับชีพยืนขนาบข้างคนของตน อำนวยกับแววพ่นน้ำลายใส่กัน ต่างโทษกันไปมาว่าเป็นต้นเหตุให้วิศนีหนีเตลิด กระทั่งอำนวยเถียงสู้ไม่ได้ตะโกนเรียกเจ้าหน้าที่มาพาแววกับชีพออกไป กรแก้วหน้าบางรีบชวนอำนวยกลับบ้าน โดยมีเสียงด่าของชีพดังไล่หลัง...

ด้านนีรนุชกับเดชชาติพาญาติของตัวเองกลับถึงบ้านกันแล้ว...เดชชาติซึ่งมีใจให้วิศนี คิดมากเรื่องเธอกับอารุม เขาคุยกับนีรนุชผ่านอุปกรณ์สื่อสารสมัยเด็กตรงหน้าต่างบ้านที่ยืนมองเห็นกัน นีรนุชจับน้ำเสียงเขาได้ว่ากำลังเศร้า นึกว่าเศร้าแทนนนทลี แต่กลายเป็นว่าเขาเศร้าเอง ไม่นึกว่าจะได้เห็นภาพนั้นเต็มสองตา นีรนุชฟังแล้วซึมไปเหมือนกัน ห่วงความรู้สึกของพี่สาว

“เธอจะไม่พูดซักหน่อยเหรอว่า...พี่ชาติ พี่ชาติอาจจะเข้าใจผิดไปก็ได้นะจ๊ะ จริงๆอาจจะไม่มีอะไรก็ได้”

“ไม่พูดหรอก...นุชบอกพี่ตั้งวันแรกๆที่เจอผู้หญิงคนนี้แล้วว่าให้คอยดูให้ดี ที่จริงเมื่อเช้านุชก็เห็นกับตาว่าพี่อารุมมาหาเขาถึงโรงแรม”

“เฮ้ย เม้าท์หรือเปล่า”

“เรื่องจริง พี่ชาติอย่าไปหวังอะไรในตัวเขาเลย ดอกฟ้าสูงส่งขนาดนั้น ยังไงก็ไม่มีทางจะโน้มลงมาหาคนอย่างเราได้หรอก”

“แต่ก็พอจะโน้มลงมาหาคนอย่างอารุมได้ใช่ไหม”

นีรนุชอึ้งไป มองสบตาเดชชาติอย่างเห็นใจ แต่อีกใจลึกๆก็ยังเชื่อในความผูกพันที่มีต่ออารุม บอกเดช-ชาติว่าเธอยังไม่อยากตัดสินเขา เพราะยังเชื่อว่าเธอมองคนไม่ผิด...

เวลาเดียวกันนั้น รถอารุมแล่นมาจอดที่ลานของโรงแรม วิศนีให้เขามาส่งเธอที่นี่เพื่อขับรถกลับเอง เธอขอโทษที่ทำให้เขาเสียเวลาหลายชั่วโมง เขาบอกไม่เป็นไร ดีใจที่เธอเข้มแข็งขึ้น

“ฉันไม่ใช่คนแข็งแกร่งนักหรอก ก็คงต้องล้มๆลุกๆอย่างนี้ไปตลอดชีวิตนั่นแหละค่ะ”

“ก็ยังดีกว่าคนที่ล้มแล้วไม่คิดจะลุกอีกเลย”

วิศนีสบตาอารุมด้วยความรู้สึกอบอุ่นใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “ตราบใดที่ฉันยังมีกำลังใจอยู่ ฉันจะพยายามลุกให้ได้เสมอค่ะ”

“ผมจะเอาใจช่วยนะ” อารุมระบายยิ้มบางๆให้เธอ สายตาทั้งสองประสานกัน บ่งบอกความรู้สึกผูกพันลึกซึ้งที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ

กลับถึงบ้านกลางดึกคืนนั้น วิศนีไม่พูดคุยกับใคร เก็บตัวเงียบในห้อง อำนวยมาเคาะเรียกก็ไม่ขานรับ กรแก้วเห็นท่าทีอำนวยหงุดหงิดกลัวจะมีเรื่องกันอีก จึงมาดึงเขากลับห้อง บอกว่าวิศนีคงเหนื่อย ให้เธอพักผ่อนก่อนดีกว่า...

วิศนีนั่งกอดเข่าซึมเศร้า นึกถึงคำพูดเตือนสติของอารุมที่ผ่านมา เธอโหยหากำลังใจ ซึ่งมองไม่เห็นใครนอกจากอารุม...ในขณะเดียวกัน ชายหนุ่มกำลังคิดถึงเธอ เขานอนลืมตาโพลง ปั่นป่วนกับอารมณ์ใกล้ชิดที่มีกับวิศนี ยิ่งพยายามข่มตาหลับ ภาพเหล่านั้นกลับวนเวียนหลอกหลอนไม่ยอมแพ้ เขาลุกขึ้นนั่ง ลูบหน้าตัวเองอย่างเครียดๆ สายตามองเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง รู้เต็มอกว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นตอนนี้มันผิด แต่ห้ามใจตัวเองไม่ได้เลย...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”
10 พ.ค. 2564

00:15 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2564 เวลา 07:23 น.