ข่าว

วิดีโอ



เหนือเมฆ2 มือปราบจอมขมังเวทย์

อ่านเรื่องย่อ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

น้ำใสไปหาเอกวีร์ บก.ข่าวที่ห้องทำงาน เอกวีร์ถามถึงสกู๊ปสัมภาษณ์สด ผบ.นภาที่เธอบอกว่าได้มาแล้ว น้ำใสบอกว่าได้มาแล้ว แต่ตนมีข้อตกลงกันมา จะออก อากาศในเวลาที่เหมาะสม

“เมื่อไหร่” เอกวีร์ถาม น้ำใสบอกว่า ผบ.นภาจะแจ้งเข้ามาอีกครั้ง เขาพึมพำ “แสดงว่าเนื้อหาสกู๊ปนี้คงสำคัญน่าดู”

“สำคัญค่ะ สำคัญมากด้วย”

“ทุกอย่างเป็นดาบสองคมเสมอนะน้ำใส ยิ่งสกู๊ปนั้นสำคัญมากแค่ไหน คุณจะยิ่งเป็นอันตรายถ้าไม่รีบนำเสนอ”

น้ำใสยืนยันว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อตกลง เอกวีร์บอกว่าตนเข้าใจ เพียงแต่เตือนด้วยความเป็นห่วง ไม่อยากเสียนักข่าวมือดีเพราะอำนาจมืดไปอีกคนเท่านั้น เตือนตบท้ายว่า “ระวังตัวหน่อยนะ”

“ขอบคุณค่ะ บก.” น้ำใสอดคิดตามคำเตือนของเอกวีร์ไม่ได้...

ขณะน้ำใสลงลิฟต์จากชั้นบนจะกลับบ้านนั่นเอง ยามทักว่ากลับดึกเชียว เธอบอกว่าเคลียร์ตัดต่อเทปเพิ่งเสร็จ แล้วเดินผ่านไป ไม่รู้ตัวว่าข้างหลังเธอนั้น มีคนร้าย 2 คนกำลังเดินประกบมา ทันใดนั้น เสียงมือถือดังขึ้น เป็นเบอร์แปลกๆ เธอสงสัยแต่ก็รับสาย

“เธอคงรู้ว่ากำลังพูดอยู่กับใคร” ปลายสายเสียงเข้ม พอเธอบอกว่า รองจักร ปลายสายสวนมาทันที “จำได้! งั้นเธอคงยังจำได้ว่าทำอะไรไว้กับฉันบ้าง!”

น้ำใสชี้แจงว่าตนไม่ได้ทำอะไร จู่ๆรองจักรก็หมดสติไปเองก่อนที่ตนจะสัมภาษณ์สด ถูกตวาดว่า “ฉันไม่โง่!” เธอถามว่าโทร.มาต้องการอะไรหรือ

จักรขู่ว่าเธอคิดผิดที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับตน แต่จะเปลี่ยนใจก็ยังไม่สาย ให้เธอเอาสกู๊ปพิเศษสัมภาษณ์ ผบ.นภา ก่อนที่นภาจะหนีไปจากนิติเทคฯมาให้ตน ย้ำกับเธอว่า

“ถ้าเธอเปลี่ยนใจเลือกให้ถูกข้าง ฉันจะให้อภัยทุกๆ เรื่อง และเธอยังจะได้ผลประโยชน์มากกว่าที่คิด”

“ขอบคุณ แต่ฉันไม่ต้องการ! ฉันไม่คิดเปลี่ยนใจ เลือกอยู่ข้างคนชั่ว! ศรัทธาในความดีของฉันยังเหลืออยู่ ฉันไม่เคยลืมคุณค่าของการเป็นมนุษย์!”

“เก่งให้เหมือนปากนะ! แล้วเธอจะรู้ว่าศรัทธาผิดๆ นำมาซึ่ง ความตาย!” พูดจบจักรตัดสายเลย

น้ำใสเดินไปที่ลานจอดรถอย่างระแวดระวัง พลันก็ตกใจเมื่อมีมือมาแตะไหล่ ที่แท้เป็นยามเอาเอกสารจาก บก.โต๊ะข่าวการเมืองที่เธอลืมไว้ตามมาให้ เธอขอบคุณแล้ว แยกกัน

ยามเดินไปไม่ทันไรก็ถูกคนร้ายสองคนพุ่งเข้าชาร์จแทงจนทรุดไปกับพื้น จากนั้นมันรีบเดินตามน้ำใสไป คนหนึ่งตรงเข้าตบหน้าเธอจนล้มคว่ำ ถูกน้ำใสเอากระเป๋าเหวี่ยงใส่เต็มแรง

น้ำใสใช้ศิลปะป้องกันตัวที่เรียนรู้จากแสงกล้ามาพอตัวต่อสู้กับมันจนหนีไปขึ้นรถขับออกไปได้ นึกว่าหลุดจากมันแล้ว แต่พริบตาเดียวเธอก็ตกใจมือไม้อ่อนเมื่อคนร้ายอีกคนโผล่ขึ้นจากเบาะหลัง เอาปืนจ่อ สั่ง

“อย่าตุกติก! ระยะแค่นี้ฉันยิงไม่พลาดแน่ พาฉันไปเอาเทปสัมภาษณ์ ผบ.นภา!”

น้ำใสถูกคนร้ายเอาปืนจ่อให้ลงจากรถเดินเข้าไปที่โถงคอนโดฯ มันทำเนียนจนไม่มีใครผิดสังเกต...

ooooooo

คมศรจอดรถที่หน้าคอนโดฯ มองเข้าไปเห็นน้ำใสเดินที่โถงเหมือนมีคนเดินประกบอยู่ ด้วยสายตาที่เฉียบคมและผ่านการฝึกปรือมาอย่างดี เขาเห็นว่า น้ำใสกำลังถูกชายคนนั้นเอาปืนจี้อยู่

ขณะน้ำใสกำลังคิดหาทางออกให้ตัวเองนั้น มือถือเธอดังขึ้น คนร้ายสั่งเบาๆ “รับโทรศัพท์...อย่ามีพิรุธ!”

“ผมคมศร...คุณคงจำผมได้” คมศรพูดทันทีเมื่อเธอรับสาย เธอถามว่ามีอะไรหรือถึงโทร.มาดึกๆดื่นๆ “ผมอยู่ในโถงคอนโดฯนี่แหละ รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ...”

“เอ้อ...เหรอคะ...”

“คุณกำลังตกอยู่ในอันตรายใช่ไหม ถ้าใช่...เบี่ยงตัวไปทางซ้าย ค่อยๆทำนะอย่าให้มันสงสัย”

อึดใจต่อมา น้ำใสแกล้งทำเป็นเดินสะดุดเสียหลักเซไปทางซ้าย ถูกคนร้ายดุว่าเดินดีๆหน่อย เธอชำเลืองมองเห็นมัน มันไม่สงสัยอะไร

เมื่อแน่ชัดเช่นนี้ คมศรโทร.แจ้ง 191 ให้ส่งสายตรวจมาด่วน แต่จู่ๆคนร้ายก็หันขวับมาทางที่เขาหลบอยู่ พอเห็นเขามันยิงทันที คมศรหลบและยิงสู้ น้ำใสถูกคนร้ายจับเอาเป็นตัวประกันพยายามหนีออกจากตรงนั้น

มันลากน้ำใสผ่านกำแพงที่มีถังดับเพลิงแขวนอยู่ น้ำใสสะบัดตัวออกมาคว้าถังดับเพลิงฉีดใส่มัน พอดีคมศรวิ่งตามมาทัน เขายิงเจาะกะโหลกมันตายคาที่

ตำรวจมาถึง คนหนึ่งวิ่งไปดูศพคนร้าย อีกคนวิ่งมาทางคมศรที่ประคองน้ำใสอยู่

แม้จะอยู่ในภาวะหน้าสิ่วหน้าขวานกลัวจนตัวสั่น แต่น้ำใสก็ยังอดรู้สึกถึงสัมผัสในอ้อมแขนของคมศรไม่ได้...

ดาหลาไปรายงานจักรถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่บ้านเขา จักรไม่พอใจมาก ด่าว่าแค่นักข่าวคนเดียวยังทำงานพลาด สั่งให้ส่งคนไปจัดการอีกครั้ง ยังไงตนก็ต้องได้วีดิโอสัมภาษณ์นภามาให้ได้

“มันแกร่งกว่าที่เราคิดเยอะ...แต่เราทำอะไรตอนนี้คงไม่เหมาะ เพราะตอนนี้นังนักข่าวมันอยู่กับเลขาคมศร”

“ไอ้คมศร!”

“เราคงต้องหยุดตามนังนักข่าวไปก่อน รอจนถึงเวลาที่เหมาะสม” ดาหลาเสนอ แม้จักรไม่พอใจแต่จำต้องยอม

ooooooo

ระหว่างตำรวจสอบปากคำคมศรนั้น น้ำใสก็ได้รับการปฐมพยาบาลจากบุรุษพยาบาล เมื่อคมศรเดินมาบุรุษพยาบาลบอกเขาว่า

“มีแค่รอยฟกช้ำ แฟนท่านเลขาไม่เป็นอะไรมาก ไม่ต้องเป็นห่วงครับ”

คมศรขอบคุณ เมื่อพยาบาลเดินออกไป น้ำใสทำ หน้าตื่นถามว่าทำไมไม่บอกเขาว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน คมศรตอบยิ้มๆว่า “ผมชินกับการโดนเข้าใจผิดแล้ว”

ขณะที่น้ำใสยังหงุดหงิดนั่นเอง ตำรวจมาบอก คมศรว่า

“พรุ่งนี้เช้า คงต้องรบกวนท่านเลขาพาแฟนไปให้รายละเอียดที่ท้องที่อีกครั้ง วันนี้พักผ่อนได้แล้วล่ะครับ”

อีกแล้ว! น้ำใสฮึดฮัดที่ถูกมองว่าเป็นแฟนคมศร เธอจะชี้แจงแต่พอเห็นรอยยิ้มของตำรวจที่มองอยู่ก็พูด ไม่ออก

คมศรอาสาไปส่งเธอที่ห้อง เห็นเธอเดินไม่ถนัดนักเขาจูงมือเธออย่างไม่เคอะเขิน จนน้ำใสทำอะไรไม่ถูก ต้องยอมให้เขาจูงไปโดยดี ซ้ำเมื่อเข้าลิฟต์เขายังบอกว่า

“ปล่อยให้เข้าใจผิดแบบนั้นแหละดีแล้ว ตำแหน่งงานที่ผมทำอยู่อาจทำให้คุณได้รับความสะดวกมากขึ้น รองจักรคงจองเวรคุณไม่เลิกแน่”

“ฉันล่ะเบื่อกับระบบอุปถัมภ์จริงๆประชาชนจะมีทางเลือกบ้างได้ไหม คนที่มีเส้นสายมักจะได้รับความสะดวกมากกว่าธรรมดา” น้ำใสเปลี่ยนมาหงุดหงิดเรื่องนี้แทน เขาบอกว่าตนก็เบื่อแต่คงต้องรอให้คนรุ่นใหม่มาพัฒนาบ้านเมืองให้หลุดพ้นจากระบบทุนนิยมแบบเก่าๆ เธอถามว่าอีกนานไหม “คงไม่นานหรอก ถ้าจะเริ่มตั้งแต่วันนี้ เลิกนับถือคนจากฐานะและตำแหน่ง แต่ให้ความสำคัญกับความดี”

ลิฟต์มาถึงชั้น 17 ที่น้ำใสอยู่ พอมาถึงหน้าห้องเธอค้นหากุญแจไม่เจอนึกได้ว่าลืมไว้ที่ห้องทำงาน คงต้องกลับไปเอา คมศรบอกว่าเดี๋ยวให้ส่วนกลางเอากุญแจสำรองมาไขให้ก็ได้ น้ำใสมองทึ่งบอกว่าตนไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าทำแบบนี้ได้

ทั้งสองต่างเพิ่งรู้ว่าอยู่คอนโดฯเดียวกัน ซ้ำยังมาอยู่ตั้งแต่เปิดเหมือนกันด้วย น้ำใสถามว่าแล้วทำไมเราไม่เคยเจอกันเลย

“คงยังไม่ถึงเวลามั้ง” คมศรตอบยิ้มๆเธอถามว่าเขาอยู่ชั้นไหน เขายังคงยิ้มแต่ไม่ตอบ

ระหว่างรอส่วนกลางเอากุญแจสำรองมาไขห้องนั้น คมศรพาเธอไปนั่งพักที่ห้องเขาก่อน น้ำใสแปลกใจจนเกือบขำเมื่อรู้ว่าที่แท้แล้วห้องของคมศรอยู่ติดกับห้องของเธอนั่นเอง!

พอ​เข้าไป​ใน​ห้อง น้ำ​ใส​มอง​ไป​รอบๆเห็น​ภาพคมศร​กับ​แพร​ไพลิน​ใน​อิริยาบถ สถาน​ที่ และ​เวลา​ต่างๆมากมาย ทำให้​เธอ​รู้​ว่า​ทั้ง​สอง​สนิท​กัน​มาก เธอ​ชี้​ไป​ที่​รูป​หนึ่ง​ชม​ว่า​น่า​รัก​ดี คม​ศร​บอก​ว่า​เป็น​รูป​ที่ถ่าย​สมัย​เรียน​อยู่​อเมริกา ตน​กับ​เธอ​สนิท​กัน​มาก ทำให้​น้ำ​ใส​นึกถึง​เรื่อง​ของ​ตัว​เอง​กับ​แสง​กล้า เธอ​เล่า​ว่า

“คง​เหมือน​ฉัน​กับ​แสง​กล้า โต​มา​ด้วยกันในมูลนิธิ เด็กฯ เป็น​เพื่อน​เล่น​กัน​มา​ตั้งแต่​เล็ก หึๆแล้ว​ก็​คง​เป็นเพราะ​เป็น​เพื่อน​กัน​มา​นี่แหละ  ​เขา​ถึง​ไม่​เคย​คิด​ว่า​ฉัน​เป็น​อย่าง​อื่น นอกจาก...”

“เพื่อน” คม​ศร​ช่วย​เติม​ให้​เหมือน​ตัว​เอง​มีประสบการณ์​นี้​เหมือน​กัน

“การ​ที่​เรา​จะ​รัก​ใคร​สัก​คน​เนี่ย มัน​หาเหตุ​ผลให้ เข้าใจ​ยาก​จริงๆนะ​คะ”

“คง​ยาก​พอๆกับ​ที่​จะ​ทำใจ​ให้​เลิก​รัก​ใคร​สัก​คน”

“แสดง​ว่า​เรา​สอง​คน​เข้าใจ​ซึ่ง​กันและกัน​นะ​คะ แอบ​รัก​เพื่อน​สนิท หึๆๆ” น้ำ​ใส​หัวเราะ​ใน​ลำ​คอ คมศร​ชม​ว่า​เธอ​เก่ง​ที่​ยัง​ยิ้ม​ได้​ทั้งที่​พูด​เรื่อง​น่า​สะเทือนใจ “ทำไม​ต้อง​เศร้า​ด้วย​ล่ะ​ค่ะ แค่​เรา​สบายใจ​ที่​เห็น​เขา​มี​ความสุข มัน​ก็​น่า​จะ​เพียงพอ​แล้ว คุณ​เอง​ก็​เก่ง  ​ไม่​เห็นจะ​เศร้าเลย​สัก​นิด​ที่​เห็น​อดีต​แฟน​หัน​ไป​รัก​คน​อื่น”

“ผม​คง​เป็น​พวก​เก็บ​ความรู้สึก...ชีวิต​อยู่​ใน​ปัจจุบัน​ดี​กว่า แค่​มี​ความ​สุข​ที่​วัน​นี้​ยัง​มี​เธอ​อยู่​เคียง​ข้าง ผมก็สบายใจ​มาก​แล้ว” คม​ศร​พูด​ยิ้มๆอย่าง​สบายใจ​จริงๆ

พอดี​แม่บ้าน​มา​เปิด​ประตู​ห้อง​ให้​แล้ว คม​ศรจึงเดิน​นำ​ออก​จาก​ห้อง บอก​เธอ​ว่า​จะ​ได้​กลับ​ไป​พักผ่อน  ​เมื่อ​ถึง​หน้า​ห้องน้ำ​ใส​เอ่ย​ขอบคุณ​สำหรับ​ทุก​อย่าง​  พูด​จาก​ใจว่า

“ถ้า​ไม่ได้​คุณ...วัน​นี้​ฉัน​จะ​เป็น​ยัง​ไง​บ้าง​ก็​ไม่รู้... ยินดี​ที่​มี​คุณ​เป็น​เพื่อน​ตาย​อีก​คน​หนึ่ง​ค่ะ” เธอ​ส่ง​มือ​ให้​เขา​จับ​แบบ​แมนๆ คม​ศร​จับ​มือ​เธอ​ต่าง​มอง​หน้า​กัน ก่อนที่​คม​ศร​จะ​เอ่ย​อย่าง​พอใจ​ว่า

“เพื่อน...ผม​ชอบ​คำ​คำ​นี้​จัง ชัก​จะ​คุ้นเคย​กับ​มัน​ยัง​ไง​ไม่​รู้ ระวัง​ตัว​ให้​ดี​ด้วย  ​ฝ่าย​ตรง​ข้าม​รู้​แล้ว​ว่า​คุณ​เลือก​อยู่​ข้าง​ ผบ.​นภา”

“ขอบคุณ​ที่​เป็น​ห่วง​ค่ะ ท่าน​เลขาฯ​ก็​ระวัง​ตัว​บ้าง​นะ​คะ”

แต่​พอ​เข้า​ห้องน้ำ​ใส​ยิ้ม​กับ​ตัว​เอง​พึมพำ “ท่านเลขา​คม​ศร...มี​เสน่ห์​เหมือน​กัน​นะ​เนี่ย​ยย...”

ooooooo

เมื่อ​แสง​กล้า​รู้​ว่า “วัชระ” อยู่​กับ​ตน​เขา​คิด​หนัก​จน​นอน​ไม่​หลับ ถาม​อินทนน​ท์​ที่นอน​ใกล้​กัน​ที่​วัด​ร้าง​ว่า​เรา​จะ​ทำ​อย่างไร​ต่อ​ไป อินทนน​ท์​บอก​ว่า​เราต้องหาทาง​ชิง​ของ​สำคัญ​ทั้ง​สี่​กลับ​มา แสง​กล้า​ถาม​ว่า​ด้วยวิธีไหน?

“พวก​มัน​คง​รู้​แล้ว​ว่า ได้​ศาสตราวุธ​ไป​ไม่​ครบ บางที​เรา​อาจจะ​ไม่​ต้อง​ทำ​อะไร​เลย แต่​รอ​เวลา​ให้​พวกมัน​เป็น​ฝ่าย​มา​หา​เรา​เอง” อินทนน​ท์​พูด​อย่าง​เชื่อ​มั่น​ใน​ประสบการณ์​และ​การ​วิเคราะห์​ของ​ตน

สมิง จ่า​หวาน และ​ดาบ​แหบ ต่าง​หลับ​ลึก​อยู่​อีก​มุม​หนึ่ง ส่วน​นภา​นั่ง​หลับ​อยู่​หน้า​เชิงตะกอน​ที่​ไฟ​มอด​ใกล้​จะ​ดับ​หมด​แล้ว...เธอ​ฝัน​ถึง​เหตุการณ์​ที่​ผ่าน​มา นับแต่​เธอ​ถูก​จับ​โยน​จาก​ยอด​ตึก​ตกลง​มา​กระแทก​หลังคา​รถ​ที่​จอด​อยู่...เหตุการณ์​เวลา​นั้น​ปรากฏ​ใน​ความ​ฝัน​เหมือน​กำลัง​เกิด​ขึ้น​จริงๆ!

หลัง​ตก​จาก​ยอด​ตึก​อาการ​สาหัส​ปาง​ตาย แต่​เธอ​ยัง​รับ​รู้​การ​เคลื่อนไหว​รอบ​ข้าง ได้ยิน​เสียง​อินทนน​ท์​คุย​กับ​ดวงตะวัน​ว่า “ยืนยัน​สถาน​ที่​แน่นอน​แล้ว​ใช่​ไหม” ดวงตะวัน​ยืนยัน​ว่า​ผู้หญิง​คน​นั้น​เพิ่ง​ส่ง​สถาน​ที่มา​ให้ ทั้ง ย้ำ​ว่า​ต้อง​รีบ​ไป​ภายใน​คืน​นี้​ก่อน​ที่​ทุก​อย่าง​จะ​สาย​เกินไป

จาก​นั้น เธอ​ถูก​นำ​ตัว​ไป​นอน​ใน​บ่อ​ว่าน โดยมี จอมนาง​น้อง​สาว​ตาบอด​ของ​จอม​แสง​แม่​ของ​แสง​กล้า​มา​รักษา...

“เชื่อ​มั่น​เถอะ​ว่า​คุณ​กำลัง​ทำ​สิ่ง​ที่​ถูกต้อง” จอมนาง​เอ่ย​อย่าง​รู้​ว่า​อินทนน​ท์​กำลัง​จ้อง​ตน​อยู่​ข้าง​หลัง อินทนนท์​ถาม​ว่า​ตาบอด​หรือ​  เธอ​เป็น​ใคร เธอ​ตอบ​ว่า​ใช่​แต่​ไม่​เป็น​อุปสรรค บอก​ว่า​ตน​เป็น “ผู้​นำ​สาร...”

จอม​นาง​หยิบ​ผ้าถุง​เอา​ยา​สมุนไพร​เม็ด​กลม​ใส​ราวกับ​ลูกแก้ว​ออก​มา​เล่า​ว่า

“ก่อน​อาจารย์​ไตรรัตน์​จะ​ตาย ท่าน​เรียก​ฉัน​เข้าไปสั่ง​ให้​นำ​สิ่ง​นี้​มา​ให้​ผู้หญิง​คน​นี้ อาจารย์​มอง​เห็น​อนาคต

บาง​อย่าง...อีก 20 ปี ผู้หญิง​คน​นึง​จะ​ตาย​ไม่ได้ เธอต้อง​รอดชีวิต​ด้วย​มน​ตรา​แห่ง​ไสยเวท​ขาว เพื่อ​ความ​ถูกต้อง​และ​ดี​งาม​ที่​จะ​คง​อยู่​ตลอด​ไป”

จอม​นาง​หย่อน​ลูกสมุน​ไพร​ลง​ใน​บ่อ​น้ำ​ว่าน​ที่​นภา​นอน​แช่​อยู่ บังเกิด​แสง​สี​สวย​งาม​และ​ร่าง​ของ​นภา​ที่​แน​่นิ่ง​ก็​ค่อย​ๆมี​เลือดฝาด มี​น้ำ​มี​นวล​คล้าย​กำลัง​กลับ​มา​มี​ชีวิต!

“ผู้หญิง​คน​นี้​ต้อง​รอดชีวิต เพื่อ​ทำ​ทุก​อย่าง​ให้ ถูกต้อง​ตาม​ที่​ควร​จะ​เป็น” พูด​เสร็จ​จอม​นาง​ลุก​ขึ้น​จะ​เดิน​ออก​ไป อินทนน​ท์​ถาม​ว่า​ไหน “ภารกิจ​ของ​ฉัน​เสร็จสิ้น​ตาม​ที่​ได้​รับ​มอบหมาย หมด​หน้าที่​ของ​ฉัน​แล้ว”

จอม​นาง​ลุก​เดิน​หาย​ไป​ใน​ความ​มืด พร้อมๆกับ​นภา​รู้สึก​ตัว​เธอ​ถาม​งงๆว่า “ฉัน​มา​อยู่​ที่​นี่​ได้​ยัง​ไง​คะ”

“มี​ผู้หญิง​คน​นึง​ติดต่อ​ไป​ที่​เรา เธอ​ต้องการ​ช่วย​ชีวิต​คุณ เรา​รู้​แต่​เธอ​เป็น​ความ​หวัง​เดียว​ที่​จะ​ทำให้​คุณ​รอดชีวิต...เรา​ยัง​มี​ภารกิจ​มากมาย​ที่​ต้อง​ทำ​ร่วม​กัน ผู้หญิง​คน​นี้​บอก​ว่า คุณ​ต้อง​มี​ชีวิต​อยู่​ต่อ​ไป​เพื่อ​สร้าง​ความ​ถูกต้อง​และ​ยุติธรรม​ให้​กับ​โลก​ใบ​นี้” อินทนน​ท์​เล่า มอง​หน้าเธอ​ด้วย​ความ​เชื่อ​มั่น

นภา​สะดุ้ง​ตื่น​จาก​ความ​ฝัน เธอ​ลุก​เดิน​ไปที่เชิง ตะกอน​เศร้าๆ มอง​เชิงตะกอน​ที่​เผา​ร่าง​เมฆาอย่าง สะเทือนใจ...

“ลาภ ยศ ชื่อเสียง ตำแหน่ง คน​เรา​จะ​แสวง​หา​ไป​ทำไม​ให้​มากมาย...สุดท้าย​ก็​เอา​อะไร​ติดตัว​ไป​ไม่ได้​สัก​อย่าง”

นภา​หัน​ขวับ​ไป​ตาม​เสียง เห็น​เมฆา​ยืน​อยู่​ใน มุมมืด​หนึ่ง​ที่​ไกล​ออก​ไป เธอ​ระแวง​ว่า​จะ​เป็น​วิญญู​แปลง​กาย​มา ไว​เท่า​ความ​คิด เธอ​ชัก​ปืน​ยิง​ไป​ทันที พอ​เหลียว​มอง​อีก​ที​ร่าง​ของ​เมฆา​ก็​หาย​ไป​แล้ว!

แต่​พอ​หัน​มา​เธอ​ผงะ​เมื่อ​เมฆา​มา​ยืน​อยู่​ข้างๆเธอ​อย่าง​มี​เนื้อ​หนัง​มังสา มี​เลือดเนื้อ มี​ตัว​ตน เมฆา​เอามือ​แตะ​ปืน​เธอ​กด​ลง ใบหน้า​และ​แวว​ตา​ที่​เขา​มอง​เธอ​นั้น เปี่ยม​ด้วย​ความ​เมตตา...บอก​เธอ​ว่า​อย่า​กังวล​ใจ​เลย ตน​เป็น​สามี​ที่รัก​ภรรยา​คน​นี้​มาก​และ​จะ​ไม่​มี​วัน​ทำร้าย​เธอ ทำให้​นภา​เชื่อ​ว่า​นั่น​คือ​ตัว​ตน​เมฆา​จริงๆ ถาม​ว่า “คุณ ปลอดภัย...ยัง​ไม่​ตาย​ใช่​ไหม?”

“ผม​ยัง​ตาย​ไม่ได้ ตราบ​ใด​ที่​คุณ​ยัง​เป็น​แบบ​นี้...จำ​ไม่ได้​เหรอ...เรา​เคย​พูด​กัน​เสมอ ‘ความ​ดี​ไม่​มี​วัน​ตาย’ ตราบ​ใด​ที่​เรา​ยัง​มี​ศรัทธา...ความ​ดี​จะ​คง​อยู่​บน​โลก​ใบ​นี้​ตลอด​ไป”

“เมฆา...​คุณ​คือ​ความ​หวัง เป็น​แสงสว่าง​ในชีวิต​ฉัน ถ้า​คุณ​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่​  ฉัน​พร้อม​จะ​สู้​กับ​ความ​ชั่ว​ร้าย​ทุก​อย่าง เรา​จะ​ไม่​มี​วัน​พ่าย​แพ้​ต่อ​ความ​ไม่​ถูกต้อง ฉัน​จะ​พิสูจน์​ให้​พวก​มัน​เห็น พวก​มัน​ไม่​มี​ทาง​ทำลาย​ศรัทธา​ใน​การ​สร้าง​ความ​ดี”

ooooooo

แสงอาทิตย์​เริ่ม​สาด​สู่​ท้องฟ้า...นภา​ยัง​คุย​กับ​เมฆา​อยู่​อย่าง​ดีใจ​ที่​เขา​ไม่​เป็น​อะไร ถาม​ว่า​เขาหาย​ไป​ไหนมาทำไม​ถึง​ตาม​มา​ที่​นี่​ถูก เมฆา​บอก​ว่า​ตน​อยู่​กับ​เธอ​ตลอด​เวลาไม่​เคย​หนี​จาก​เธอ​ไป​ไหน​เลย

“ฉัน​นึก​ว่า​จะ​สูญเสีย​คุณ​ไป​แล้ว ถ้า​คุณ​ตาย...ความ​เชื่อ​มั่น​ใน​การ​ทำ​ความ​ดี​ของ​ฉัน​คง​หมด​สิ้น​ไป”

“ผม​เข้าใจ...เหมือนกับ​ที่​คน​สมัย​นี้​ชอบ​พูด​กัน​ใช่​ไหม ‘ทำ​ดี​ไม่ได้​ดี’ แต่​คุณ​เคย​คิด​บ้าง​ไหม...ความ​ดี​ของ​แต่ละ​คนไม่​เหมือน​กัน อะไร​ที่​เรียก​ว่า ‘ดี’ และ​อะไร​ที่เรียก​ว่า ‘ทำ​ความ​ดี’ เมื่อ​อยู่​ใน​ชีวิต​ประจำ​วัน เรา​มัก​แยกไม่​ออก​ใน​เรื่อง​ของ​ทาง​โลก​และ​ทาง​ธรรม”

นภา​ชะงัก มอง​หน้า​เมฆา​อย่าง​รู้สึก​ได้​ถึง​ความ​จริงจัง​ของ​เขา เมฆา​ยัง​คง​พูด​ต่อ​อย่าง​ย้ำ​คิด​ย้ำ​คำ​ว่า

“สำหรับ​ผม ‘ความ​ดี’ กับ​การ ‘เกิด แก่ เจ็บ ตาย’ มัน​เป็น​คน​ละ​เรื่อง เมื่อ​หมด​บุญ สิ้น​อายุขัย...คน​ดี​ก็​ตายได้ แล้ว​การ​ที่​คน​ดี​ตาย​เนี่ย...มัน​จะ​หมาย​ถึง​ทำ​ดีแล้ว​ไม่ได้​ดีงั้น​เหรอ?”

“แต่​ความ​ดี​ก็​ไม่​ควร​จะ​พ่าย​แพ้​ต่อ​ความ​ชั่ว คนดี​ไม่​ควร​จะ​ถูก​คน​ชั่ว​ทำลาย”

“ต่าง​กัน​ตรง​ไหน? ใน​เมื่อ​สุดท้าย​ไม่​ว่า ‘ชั่ว’ หรือ ‘ดี’ ก็​ไม่​มี​ใคร​หนี​ความ​ตาย​พ้น ทรัพย์สิน ฐานะ หรือ​หน้ากาก​ทาง​สังคม​ที่​มนุษย์​สม​มติ​สร้าง​ขึ้น ตัดสินความ​เป็น​คน​ไม่ได้​หรอก​นะ...‘คุณ​ค่า’ ของ​ความ​เป็น​คน ไม่ได้​สิ้นสุด​ลง​ที่​ความ​ตาย คุณ​งาม​ความ​ดี​ที่​แต่ละ​คน​สร้าง​ไว้​ให้​กับ​สังคม​ต่างหากที่​จะ​ยัง​คง​อยู่​ใน​ความ​ทรง​จำ​ของคน​ตลอด​ไป”

เมฆา​เดิน​เข้าหา​นภา เอา​มือ​แตะ​ที่​ไหล่​ทั้ง​สองข้าง​ของ​เธอ เอ่ย​ช้าๆหนักแน่น​ว่า

“สังคม​คง​อยู่​ไม่ได้ ถ้า​คน​ไม่​สร้าง ‘คุณ​ค่า’ ของ​ตัว​เอง​ด้วย​การ​สร้าง​ความ​ดี...คุณ​ต้อง​กลัว​ให้​น้อย​กว่า​ที่​กล้า...ศรัทธา​ให้​มาก​กว่า​ที่​เห็น ความ​ดี​ไม่​เคย​พ่าย​แพ้ต่อ​ความ​ชั่ว​ร้าย!! นี่​คือ​สัจธรรม​ที่​ไม่​ต้อง​พิสูจน์!”

“คุณ​ตาย​แล้ว​ใช่​ไหม...” เสียง​นภา​แผ่ว​อยู่​ในลำ​คอ​ที่​ตีบ​ตัน

“ถึง​ตัว​จะ​ไม่ได้​อยู่​กับ​คุณ แต่​ผม​จะ​คง​อยู่​ใน​จิตใจ​ของ​คุณ​ตลอด​ไป...” เมฆา​ถอด​สร้อย​คอ​ร้อย​แหวน​เงิน​ที่​ใส่​อยู่​ใน​เสื้อเอา​ออก​มา​สวม​ให้​เธอ นภา​จับ​สร้อย​เอ่ย​อย่าง​ตื้นตันใจ​ว่า

“แหวน​เงิน​วง​แรก​ที่​ฉัน​ซื้อ​ให้​คุณ...”

“นภา...คุณ​ต้อง​เชื่อ​มั่น​ใน​คุณธรรม เชื่อ​มั่น​ในการ​ทำ​ความ​ดี ศรัทธา​ของ​คุณ​เท่านั้น​ที่​จะ​ทำให้​สังคม​ของ​เรา​ดี​ขึ้น” ร่าง​เมฆา​ถอย​ห่าง​ออก​ไป​ทุกที นภา​ถามเสียง​แผ่ว​สะท้าน​ว่า​คุณ​จะ​ไป​ไหน “ผม​ไม่​เคย​ตาย​ไป​จาก​จิตใจ​คุณ​เลย...นภา คุณ​ต้อง​ศรัทธา...ความ​ดี​ต้อง​ชนะ​ความชั่ว” เสียง​เมฆา​ย้ำ​ใน​ประโยค​สุดท้าย​พร้อม​กับ​ร่าง​ที่​ค่อยๆจาง​หาย​ไป

“เมฆา...เมฆา...” นภา​ร้อง​เรียก​เหมือน​จะ​พยายาม​ไขว่คว้า​เขา​ไว้ เธอ​ได้​แต่​มอง​อย่าง​อาลัยอาวรณ์​เมื่อ​เมฆา​ลับ​สายตา​ไป...

นภา​สะดุ้ง​ตื่น​อีก​ครั้ง ลุก​ขึ้น​เหมือน​ตัว​เอง​เพิ่งหลับ​และ​ฝัน​ไป เธอ​มอง​ไป​รอบๆงงๆกับ​เรื่อง​ที่​เกิด​ขึ้น เชื่อว่า​ตัว​เอง​ฝัน​ไป แต่​พอ​คลำ​ที่​คอ พบ​สร้อย​ร้อย​แหวน​ห้อยอยู่ จำ​ได้​ว่า​เมฆา​เพิ่ม​สวม​ให้​เมื่อ​ครู่​นี้​เอง! เธอ​ได้​แต่​งุนงง​แปลก​ใจ​กับ​เรื่อง​ที่​เกิด​ขึ้น

เมื่อ​เธอ​เดิน​ไป​หา​อินทนน​ท์​กับ​พวก​ที่​กำลัง​เตรียม​จะ​เดินทาง​ออก​จาก​วัด​ร้าง​กลับ เธอ​บอก​อินทนน​ท์​อย่าง​หนักแน่น

“ฉัน​พร้อม​แล้ว​ค่ะ​ผู้​การ...เรา​ต้อง​เอา​ของ​สำคัญ​กลับคืน​มา”

“ผบ.​นภา​กลับ​มา​แล้ว” อินทนน​ท์​เอ่ย​อย่าง​ปลื้มปีติ ทุก​คน​ต่าง​หัน​มอง นภา​ประกาศ​แก่​ทุกคน​อย่า​งอ​หัง​การว่า

“ร่างกาย​ของ​ด็อกเตอร์​เมฆา​อาจจะ​สูญสิ้น​ไป

หมด​แล้ว​จาก​โลก​ใบ​นี้ แต่​จิต​วิญญาณ​แห่ง​ความ​ดี​ของ​เขา ยังคง​วนเวียน​อยู่​รอบ​ตัว​เรา​ตลอด​เวลา ด็อกเตอร์​เมฆา​คือศรัทธา คือ​สัญลักษณ์​ตัวแทน​ของ​ความ​ดี​ที่​ไม่​มี​วัน​ตาย พวก​เรา​ต้อง​ต่อสู้​เพื่อ​ความ​ถูกต้อง​ตลอด​ไป!”

ช่าง​เป็น​คำ​ประกาศ​ที่​เหมือน​แสงอาทิตย์​ที่​อุทัย​อยู่​ขอบฟ้า​ใน​ยาม​นี้​จริงๆ!!

ooooooo

วิญญู​คิด​อุบาย​ที่​จะ​ชิง “วัชระ” จาก​แสง​กล้าโดย​ใช้​แพร​ไพลิน​เป็น​ตัว​ล่อ จาก​นั้น​วิญญู​และ​จักร​ร่วมมือกัน​ดำเนิน​การ ​จักร​ลวง​เพชร​แท้​มา​ที่​บ้าน แต่​ให้​ไป​พบกับ​วิญญู​ที่​โถง​ขมังเวท​ วิญญู​บอก​ว่า​มี​เรื่อง​ขอ​ความ​ช่วยเหลือ​จาก​เธอ

เพชร​แท้​บอก​ว่า​ด้วย​ความ​ยินดี ถูก​ขมังเวท​ย์​สวน​ทันควัน​ว่า “ไม่​ว่า​จะ​ยินดี​หรือ​ไม่​ก็ตาม เธอ​ต้อง​ทำ!!”แล้ว​ขมังเวท​ย์​ก็​ตะครุบ​เพชร​แท้​ที่​ตกใจ​จะ​วิ่ง​หนี​ไว้ ฝัง​ลูกสะกด​ไว้​ที่​ท้ายทอย ท่ามกลาง​เสียง​ร้อง​อย่าง​เจ็บปวด​ของเธอ

วัน​ต่อ​มา เพชร​แท้​ซื้อ​อาหาร​ที่​แพร​ไพลิน​ชอบ​เพื่อ​ไป​ฉลอง​วัน​เกิด​ตัว​เอง​กับ​ลูก​ที่​ทาวน์​โฮม แพร​ไพลิน​ยังไม่​สนิท​ใจ​ที่​จะ​รื่นรมย์​กับ​แม่​ขนาด​นั้น ก็​พอดี​แสง​กล้า​คุยกับ​เธอ​ผ่าน​เฟซ​ไทม์ เล่า​เรื่อง​การ​สูญเสีย​เมฆา​ใน​คืน​ที่​เขาถูกถล่ม แพร​ไพลิน​เสียใจ​มาก แต่​เมื่อ​รู้​ว่า ผบ.​นภา​ยัง​กำลังใจดี เธอ​บอก​ว่า​มี​อะไร​จะ​ให้​ช่วย​บอก​มา​ได้​เลย​ตน​จะ​จัดการให้

“ขอบคุณ​มาก...ผม​ส่ง​อีเมล์​ไป​แล้ว​ครับ” แสงกล้า​บอก เขา​ทัก​ว่า​ดู​เธอ​ไม่ค่อย​สบายใจ แพร​ไพลิน​จึง​เล่าเรื่อง​ที่​เพชร​แท้​มา​ทาน​ข้าว​ฉลอง​วัน​เกิด​กับ​เธอ แต่​เธอ​เอง​ยัง​ไม่​สนิท​ใจ​ที่​จะ​ทำ​เช่น​นั้น

แสง​กล้า​ขอ​ให้​เธอ​ถือ​วัน​นี้​เป็น​วัน​ดี​ที่​จะ​สาน​ความ​สัมพันธ์​กับ​แม่ เปรียบเทียบ​กับ​ตัว​เอง​ที่​ตลอด​ชีวิต​ยัง​ไม่​เคย​เห็น​หน้า​แม่​เลย ทั้งที่​โหย​หา​อยาก​อยู่​กับ​แม่​  อยากกอด​แม่​เหมือน​คน​อื่น เขา​พูด​จน​แพร​ไพลิน​สบายใจ​ขึ้น ก็พอดี​เพชร​แท้​มา​ถึง

“เห็น​ไหม...แสดง​ว่า​ท่าน​ก็​คิดถึง​คุณ​เหมือน​กัน ปรับ​ความ​เข้าใจ​กัน​นะ​ครับ ผม​เอาใจช่วย ขอ​ให้​วัน​นี้เป็น​วัน​เริ่ม​ต้น​ของ​ความ​เข้าใจ​ระหว่าง​กัน โชค​ดี​นะ​ครับ”

“ขอบคุณ​ค่ะ” แพร​ไพลิน​เดิน​ไป​รับ​เพชร​แท้​ที่กำลัง​เดิน​เข้า​มา

เพชร​แท้​ซื้อ​ของ​ชอบ​ของ​แพร​ไพลิน​มา​มากมาย แม่​ลูก​ต่าง​ตำหนิ​ตัว​เอง​ว่า ที่​ผ่าน​มา​ต่าง​ก็​มี​ข้อ​บกพร่องต่อกัน

แต่​พอ​เพชร​แท้​ตัด​เค้ก​วัน​เกิด กลับกลาย​เป็น​เธอ​กรีด​ข้อ​มือ​ตัว​เอง​จน​เลือด​สาด​กระเซ็น แพร​ไพลิน​ตกใจ พยายาม​ห้าม​แต่​ยิ่ง​ห้าม​เหมือน​ยิ่ง​ยุ จน​แพร​ไพลิน​เห็นลูก​สะกด​ที่​ท้ายทอย​ของ​เพชร​แท้ เธอ​ตกใจ​มาก เพชร​แท้เงย​หน้า​ขวับ​จ้อง​เธอ​ด้วย​แวว​ตา​แข็งกร้าว พูด​ออก​มา​เป็นเสียง​วิญญู​อย่าง​ดุร้าย​ว่า

“แม่​แก​จะ​คลุ้มคลั่ง​มาก​กว่า​นี้ ถ้า​แก​ไม่​ทำ​ตามคำสั่ง​ฉัน!” แพร​ไพลิน​ถาม​ว่า​ทำ​กับ​แม่​ตน​แบบ​นี้​ต้องการ​อะไร “ฉัน​ต้องการ​วัชระ​จาก​ไอ้​แสง​กล้า เธอ​ต้อง​เอา​มา​มอบให้​ฉัน​ภายใน 7 วัน ไม่​อย่าง​นั้น...!”

สิ้น​เสียง​วิญญู จู่ๆเพชร​แท้​ที่​หมด​สติ​ก็​ลุก​พรวดเบิก​ตา​โพลง เอา​มือ​กุม​หัว​ร้อง​อย่าง​เจ็บปวด​แล้ว​หมด​สติ​ไป​อีก​ครั้ง

แพร​ไพลิน​มอง​ดู​แม่​ด้วย​ความ​เป็น​ห่วงอย่าง​ที่สุด...

ooooooo

แพร​ไพลิน​พา​เพชร​แท้​ที่​ไม่ได้​สติ​ส่ง​โรงพยาบาล เห็น​สภาพ​ของ​แม่​แล้วเธอ​เศร้า​เสียใจ​อย่าง​ที่สุด สั่งกุ๊บ-​กิ๊บ​ให้​จัด​พยาบาล​เฝ้า​ตลอด 24 ชั่วโมง กำชับ​ให้พยาบาล​ฉีดยา​ระงับ​ประสาท​ตาม​เวลา ย้ำ​อย่า​พลาด​เด็ดขาด

เมื่อ​เธอ​ทบทวน​ถึง​ความ​สัมพันธ์​กับ​แม่​ตลอดเวลา​ที่​ผ่าน​มา ที่​ทั้ง​เธอ​และ​แม่​ต่าง​ก็​เสียใจ​ที่​ปฏิบั​ติ​ต่อ​กัน​ไม่ดี แต่​พอ​เริ่ม​เข้าใจ​และ​สัมพันธ์​กัน​ดี​ขึ้น แม่​ก็​ต้อง​ตก​อยู่​ใน​สภาพ​นี้​เสีย​แล้ว...

แพร​ไพลิน​กุม​มือ​เพชร​แท้​ไว้ มอง​หน้า​แม่​เอ่ย​อย่าง​เจ็บปวด...

“แม่​คะ...ถึง​เรื่องราว​ระหว่าง​เรา​จะ​เต็ม​ไป​ด้วยความ​ไม่​เข้าใจ แต่​หนู​รัก​แม่​มาก​ที่สุด...หนู​ปล่อย​ให้​แม่​เป็น​อันตราย​ไม่ได้...”

ooooooo

หลังจาก​ขมังเวท​ย์​ฝัง​ลูก​สะกด​ที่​ท้ายทอย​เพชรแท้​แล้วก็​กระหยิ่ม​ยิ้มย่อง คืน​นี้​ทั้ง​วิญญู​และ

รวิเริง​สวาทกัน​อย่าง​ดูดดื่ม ร​วิก​อด​เขา​บน​เตียง พูด​อย่าง​ปีติ​ว่า

“ฉัน​ดีใจ...ที่​ท่าน​อารมณ์​ดี​ขึ้น​เรื่อยๆ” วิญญู​บอก​ว่า​ทุก​อย่าง​กำลัง​เป็น​ไป​ตาม​ความต้องการ​ของ​เรา​ไม่​มี​อะไร​ที่​จะ​ต้อง​อารมณ์​เสีย “ภารกิจ​ของ​เรา​ใกล้​สำเร็จ​แล้ว​ใช่​ไหม​คะ” รวิ​ฉะอ้อน​ถาม

“ใช่...เหลือ​เพียง​แค่​วัชระ​เพื่อ​มา​ประกอบ​ตรี​ศูล พลัง​อมตะ​และ​อำนาจ​ที่​ยิ่ง​ใหญ่​จะ​เป็น​ของ​เรา​ตลอด​ไป” รวิ​ถาม​ว่า​เรา​จะ​จัด​พิธี​หลอม​ศาสตรา​วุธ​ที่ไหน “ศาสตรา​วุธ​ทั้ง​สี่​ชี้​เป้า​ให้​เรา​แล้ว การ​หลอม​รวม​ต้อง​เกิด​ขึ้น ณ ถ้ำ​ใต้​ภูผา​มหา​คีรี สถาน​ที่​ที่​ศาสตรา​วุธ​ทั้ง​สี่​ถูก​สร้าง​ขึ้น แรม 15 ค่ำ คืน​เดือน​ดับ วัน​ที่​ดวง​จันทร์ โลก และ​ดวงอาทิตย์ ทำ​มุม​อยู่​ใน​องศา​เดียวกัน”

รวิ​ถาม​ว่า​แล้ว​รอง​จักร​เล่า เขา​ทำตัว​เหมือน​เป็น​เจ้าของ​ศาสตรา​วุธ​ทั้งหมด  แต่​ตน​ไม่​เชื่อ​ว่า​วิญญู​จะ​ทำ

ทุก​อย่าง​เพื่อ​คน​อื่น วิญญู​เหยียด​ยิ้ม พูด​อย่าง​ดูแคลนว่า

“จักร​มัน​มี​ค่า​เพียง​เศษ​ไม้​ที่​ใช้​ค้ำ...ทำให้​ฉัน​ได้​ทุก​สิ่ง​ที่​ต้องการ เรา​จะ​รื้อ​ไม้​ค้ำ​เมื่อ​ไหร่​ก็ได้ ทันที​ที่เรา​หลอม​รวม​ศาสตรา​วุธ​ทั้ง​สี่​สำเร็จ เศษ​ไม้​ที่​ไร้​ค่า​จะ​ถูกโยน​ทิ้ง เธอ​จะ​ได้​สร้าง​ผล​งาน​จับ​นักการเมือง​เลว​เข้า​คุก หลังจากนั้น...

เรา​จะ​ยิ่ง​ใหญ่​ไป​พร้อม​กัน​รวิ...”

วิญญู​หัน​ไป​หยิบ​ขวด​ค​ริ​สตัล​ใส บรรจุ​ไวน์​สีเข้ม​ผิด​ปกติริน​ใส่​แก้ว​สอง​ใบ ส่ง​ให้​รวิ​ใบ​หนึ่ง ชู​แก้ว​ขึ้น​ชวน

“ดื่ม​ให้​กับ​ความ​สำเร็จ​ของ​เรา​สอง​คน”

ทั้ง​สอง​ดื่ม​ไวน์​จน​หมด โยน​แก้ว​ทิ้ง​อย่าง​ไม่​แยแส โถม​เข้า​บรรเลง​พิศวาส​กัน​อย่าง​กระหาย ร้อน​แรง...

ฝ่าย​จักร​คุย​กับ​ดา​หลา​ที่​ห้อง​ทำ​งาน สะใจ​เมื่อ​รู้ว่า​แพร​ไพลิน​ส่ง​เพชร​แท้​เข้า​โรงพยาบาล มั่นใจ​ว่า​เธอไม่​ยอม​ให้​แม่​ตาย​อย่าง​ทรมาน​แน่ อีก​ไม่​นานเรา​จะ​ได้​ของมา​ครบ​ทั้ง​สี่​ชิ้น จิก​ตา​พูด​อย่าง​หมาย​มาด​เมื่อ​ถึง​เวลา​นั้น​ว่า

“ไอ้​วิญญู​มัน​เป็น​หอกข้างแคร่ พร้อม​ที่​จะ​แว้งกัด​ได้​ตลอด​เวลา ยัง​ไง​เรา​ก็​เอา​มัน​ไว้​ไม่ได้” ดา​หลา​ติงว่า​วิญญู​มี​ไสยศาสตร์​ดำ จักร​สวน​ทันที​ว่า “ยัง​ไง​มัน​ก็​ยังมี​ความ​เป็น​คน​อยู่” พูด​แล้ว​หยิบ​หลอด​แก้ว​บรรจุ​ยา​สี​ดำเข้ม​ขึ้น​มอง “ให้​มัน​รู้​ไป​สิ​ว่า ส่วน​ที่​เป็น​คน​ของ​มัน​จะ​ทน​ยา​พิษ​ชนิด​ร้ายแรง​ที่สุด​ได้ ฉัน​ป้อน​ยา​พิษ​ให้​มัน​กิน​ที​ละ​น้อยๆโดยที่​มัน​ไม่​รู้ตัว
แต่​ถ้า​ถูก​กระตุ้น​เมื่อ​ไหร่...ยา​พิษ​ที่​สะสม​ภายใน​ร่าง​ของ​มัน​จะ​ออกฤทธิ์ ยัง​ไง​มัน​ก็​ไม่​มี​ทาง​รอด”

ooooooo

ที่​เซฟเฮาส์ นภา อินทนน​ท์ สมิง​และ​แสง​กล้า​ประชุม​กัน​อยู่​ที่​นั่น สมิง​เชื่อ​ว่า​จักร​กับ​วิญญู​จะ​ต้องหาทาง​ชิง​วัชระ​ของ​แสง​กล้า​ไป​แน่ๆ เพราะ​ฤกษ์​การ​หลอมรวม​ศาสตรา​วุธ​ทั้ง​สี่​ใกล้​เข้า​มา​แล้ว

“เมื่อ​ไหร่...” อินทนน​ท์​ถาม

“สิ้น​เดือน​นี้...ใน​วัน​ที่​ดวง​จันทร์ โลก และ​ดวงอาทิตย์​ทำ​มุม​อยู่​ใน​องศา​เดียวกัน”

นภา​พูด​ขึ้น​ว่า​เรา​จะ​ไม่​รอ​ให้​มัน​เข้า​มา​หา แต่​จะ​เปิด​เกม​รุก​เต็ม​รูป​แบบ โดย​เปิดโปง​จักร​กับ​วิญญู​ให้คนรู้

ความ​เลว​ร้าย​ของ​พวก​มัน แสง​กล้า​ถาม​ว่า​ด้วย​วิธีไหน เพราะ​นับ​แต่​เมฆา​ป่วย จักร​ก็​วาง​คน​ของ​เขา​ไว้​ใน​ทุกหน่วย​งาน ถ้า​เล่น​งาน​ตรงๆคง​ลำบาก

อินทนน​ท์​นิ่ง​ไป​นิดหนึ่ง จำ​ได้​ว่าก่อน​รวิ​ขึ้น

มา​เป็น ผบ.​สำนักงาน​สืบฯ มี​คู่แข่ง​อีก​คน​หนึ่ง​ชื่อ “ธารา” แต่​จู่ๆธารา​ก็​ถอน​ตัวอย่าง​ไม่​มี​เหตุผล นภา​เอง​ก็​จำ​ได้ สั่ง​จ่า​หวาน​กับ​ดาบ​แหบ​ทันที​ว่า

“ส่งข่าว​เข้าไป​ที่​พวก​ของ​เรา​ใน​สำนักงาน​สืบฯ

ฉัน​ต้องการ​ข้อมูล​ส่วนตัว​ของ​รวิ​กับ​ธารา​อย่าง​ละเอียด​ที่สุด”

“ถ้า​เล่น​งาน ผบ.​รวิ​ได้ โอกาส​ที่​ไอ้​พญา​มาร​จะ​เสร็จ​พวก​เรา​ก็​มี​มาก​ขึ้น อุบ๊ะ...ชัก​คัน​ไม้​คัน​มือ...อยากอัด​ไอ้​วิญญู​ซะ​แล้ว​สิ” สมิง​ถู​มือ​อย่าง​มัน​เขี้ยว แสง​กล้านิ่งคิด ก่อน​บอก​สมิง​ว่า​ตน​อยาก​เผชิญหน้า​กับ​วิญญู​อีก​สัก​ครั้ง สมิง​ถาม​ว่า​เพื่อ​อะไร

“ผม​อยาก​เห็น​แวว​ตา​ของ​คน​เลว คน​ที่​ฆ่า​ได้​ทั้ง​อาจารย์ ทั้ง​ศิษย์​รุ่น​พี่​ที่​ร่ำเรียน​ด้วย​กัน​มา จิตใจ​มัน​ทำด้วย​อะไร” แล้ว​ถาม​สมิง​ว่า “พ่อ​โชติ​ฌาน​ของ​ผม​ตายยังไง ผม​ต้องการ​รู้​ว่า​พ่อ​ตาย​ยัง​ไง”

สมิง​อึกอัก​ก่อน​บอก​ว่า​ตน​ก็​ไม่​รู้ ตน​รีบ​ไป​บอกแม่​ของ​เขา​ให้​หนี​  พอก​ลับ​มา​ทั้ง​อาจารย์​และ​พ่อ​เขา​ก็​ตายไปแล้ว

“ไอ้​วิญญู...ฉัน​ไม่​มี​วัน​ให้อภัย​แก แก​ต้อง​ชดใช้​กรรม​ใน​สิ่ง​ที่​ทำ​ไว้​กับ​ทุก​คน” แสง​กล้า​จิก​ตา​แค้น สมิงมอง​อย่าง​ไม่สบาย​ใจ​นัก

หลังจาก​นั้น​ไม่​นาน แสง​กล้า​รายงาน​ขณะ​ร่วม​ปรึกษา​กับ​อินทนน​ท์ นภา และ​สมิง​ว่า คน​ของ​เรา​ที่​สำนัก งาน​สืบฯ​แจ้ง​มา​ว่า ธารา​ที่​เคย​เป็น​คู่แข่ง​ของ​รวิ​หาย​สาบสูญ​ไปหลังจาก​ถอน​ตัว​ไม่​รับ​ตำแหน่ง ผบ.​สำนักงาน​สืบฯ​ไม่​นาน

“ถูก​ฆ่า​ปิดปาก​แน่นอน” อิน​ทน​น์​ฟัน​ธง เสนอว่า “ถ้า​เล่น​งาน​รวิ​ไม่ได้ โอกาส​ที่​จะ​สาว​ถึง​ตัว​รอง​จักรคงยากขึ้น”

“อย่า​หา​ว่า​สอน​เลย​นะ​ผู้​การ...ผบ...บาง​ครั้ง​การสู้​กับ​อิทธิพล​มืด​เนี่ย​สุภาพ​นัก​มัก​ไม่ได้​เรื่อง ของ​แบบ​นี้​มัน​ต้องตา​ต่อตา​ฟัน​ต่อ​ฟัน มัน​เถื่อน​มา​เรา​ก็​เถื่อน​ไป มัน​ถึง​จะ​สาสม” นภา​เปรย​ขึ้น​ว่า จ่า​พูด​เหมือน​มี​วิธี​จัดการ​กับ​พวก​มัน “ทำ​ดี​ได้​ดี ทำ​ชั่ว​ได้​ชั่ว​ครับ ผบ.​ความ​ชั่วไม่มี​วัน​กลบ​มิด​หรอก”

วัน​ต่อ​มา​ก็​มี​ชาว​บ้าน​พบ​ถัง​ปูน​ขนาด​ใหญ่​ลอย​มา เมื่อ​สกัด​ออก​พบ​ศพ​หญิง​สาว​อยู่​ข้าง​ใน ศพ​เน่า​เปื่อย แต่​มี​บัตร​ประจำ​ตัว​ประชาชน​ระบุ​ว่าคือ​ธารา!

ooooooo

รุ่ง​ขึ้น แสง​กล้า​ปลอม​ตัว​เป็น​ตำรวจ​ไป​เฝ้า​หน้าห้อง​ของ​ผู้​การ​ยุทธการ เมื่อ​ยุทธการ​เข้า​ห้อง​จู่ๆไฟก็ดับ พอ​ไฟ​ติด​อีก​ครั้ง ยุทธการ​ผงะ​เล็กน้อย​เมื่อ​เห็น​นภา​นั่ง​รอ​อยู่​ใน​ห้อง​แล้ว เขา​ถาม​ว่า​บุก​เข้า​มา​ถึงที่​นี่​ทำไม

นภา​เอา​ความ​ผิด​ที่​ผู้​การ​ยุทธการ​เคย​อนุมัติ​ให้​จับ​เธอ​กับ​อินทนน​ท์​ใน​ข้อหา​ที่​ไม่ได้​ทำ ยุทธการ​อ้าง​ว่า​หลักฐาน​ของ ผบ.​รวิ​บ่ง​ชี้​อย่าง​นั้น แต่​ตน​ไม่​เคย​เชื่อ​ว่า เธอ​กับ​อินทนน​ท์​จะ​ทรยศ​ต่อ​ประเทศ เพียง​แต่​ตน​ไม่​มี​ทาง​เลือก

“แต่​ตอน​นี้​ท่าน​มี​ทาง​เลือก​แล้ว​ละ” นภา​จ้อง​หน้า ยุทธการ​ถาม​ว่า​จะ​ให้​ตน​ร่วมมือ​กับ​คน​ที่​มี​หมายจับ​อย่าง​เธอ​น่ะ​หรือ เธอ​เสนอ​อย่าง​ท้าทาย​ว่า “ขึ้น​อยู่​กับ​ท่าน​จะ​ใช้​สมอง​หรือ​ใช้​หัวใจ​ใน​การ​ตัดสินปัญหา ฉัน​พร้อม​บอก​ที่​ซ่อน​ตัว ท่าน​ไป​จับ​พวก​เรา​ได้​ทุกเมื่อ”

“คุณ​ต้องการ​อะไร”

“ท่าน​คง​ได้​รับ​รายงาน​แล้ว เมื่อ​เช้า​นี้​สำนักงาน​สืบสวน​พิเศษ​กับ​นิติ​เท​คฯ พบ​ศพ​ฆาตกรรม​อำพราง มี​หลักฐาน​บัตร​ประจำ​ตัว​ระบุ​ด้วย​ว่า นั่น​คือ​ศพ​ของ​ผู้กอง​ธารา​ที่​หายตัว​ไป​เมื่อ​สอง​ปี​ก่อน หลังจาก​ธารา​หายสาบสูญไป รวิ​ก็ได้​รับ​ตำแหน่ง​ผู้​บัญชาการ​สำนักงาน​สืบสวนพิเศษ​ทันที ด้วย​การ​สนับสนุน​โดย​ตรง​จาก​นักการเมือง​สาย​รอง​จักร”

แม้​จะ​รู้​กัน​ว่า​จักร​กับ​รวิ​ทำ​งาน​ไม่​โป​รง​ใส แต่​ยุทธการ​อ้าง​ว่า​เรา​ไม่​มี​หลักฐาน​พอ​ที่​จะ​เล่น​งาน​ได้

“ขอ​เวลา​ฉัน 7 วัน คน​ชั่ว​ต้อง​รับ​กรรม​ที่​ตัว​เอง​ก่อ​ไว้ แต่​ท่าน​ต้อง​ร่วมมือ​กับ​ฉัน​เพื่อ​บ้านเมือง​ของ​เรา ด้วย​การ​ตั้ง​หน่วย​เฉพาะกิจ ให้​รับคำ​สั่ง​โดย​ตรง​จาก​ท่าน​และ​คม​ศร สืบสวน​และ​ไล่​ล่า​การ​ทำ​ผิด​กฎหมาย​ของ​รอง​จักร​กับ ผบ.​รวิ”

ยุทธการ​ถาม​ถึง​หลักฐาน​ที่​จะ​เล่น​งาน​ทั้ง​สอง นภา​บอก​ว่า​พวก​ตน​มี​หน้าที่​หา​มา​ให้​เอง

ooooooo

รวิ​ร้อน​ใจ​เมื่อ​ศพ​ของ​ธารา​โผล่​มา​ฟ้องร้อง​ต่อ​สังคม เธอ​เรียก​วิน​มา​ตำหนิ​ที่​ห้อง​ทำ​งาน​ว่า  ​วิน​ทำพลาด​เก็บ​กวาด​หลักฐาน​ไม่​เรียบร้อย ทำให้​ชาว​บ้าน​พบศพ​ธารา

วิน​ยืนยัน​ว่า​ศพ​นั่น​ไม่​ใช่​ธารา เพราะ​ตน​เผาทำลาย​ศพ​กับ​มือ​ตัว​เอง ต้อง​มี​คน​จงใจ​สร้าง​ศพ​ใหม่​ขึ้น​มา​เพื่อ​โยง​มา​ถึง​พวก​เรา รวิ​สั่ง​ให้​สืบ​หา​ให้​ได้​ว่า​เป็น​ใคร ตน​ไม่​ยอม​จน​มุม​ด้วย​เรื่อง​โง่ๆแค่​นี้ พลัน​เธอ​ก็​ชะงัก  ​รู้สึก​สังหรณ์​ใจ​บาง​อย่าง เงยหน้า​มอง​จึง​พบ​กล้อง​วงจรปิด​ติด​อยู่​บน​เพดาน​ห้อง

หลักฐาน​จาก​กล้อง​วงจรปิด​นี้ เป็น​หลักฐานให้คมศร​บุก​เข้า​มา​จับกุม​ทั้ง​สอง คม​ศร​แสดง​หมาย​พร้อม​กับชี้แจงว่า

“ผม​ได้​รับคำ​สั่ง​จาก​ท่าน​ยุทธการ ให้​นำหน่วย เฉพาะกิจ​พิเศษ​ติดตั้ง​อุปกรณ์​อิเล็กทรอนิกส์เพื่อ​สืบสวน​หาตัว​คนร้าย​ฆ่า​ผู้​กอง​ธารา”

รวิ​กับ​วิน​จำนน​ด้วย​หลักฐาน ต้อง​ยอม​ให้​คม​ศร​คุม​ตัว​ออก​จาก​ห้อง​ไป

น้ำ​ใส​รายงาน​ข่าว​วรวิ​กับ​วิน​ถูก​จับ​ใน​ข้อหา​ร้ายแรง ถูก​สั่ง​พัก​งาน ถูก​ตั้ง​กรรมการ​สอบสวน และ​ถูก​คุม​ขัง​อยู่​ที่​สำนักงาน​สืบสวน​พิเศษ น้ำ​ใส​ยัง​รายงาน​ความ​สัมพันธ์​ที่​เกี่ยวโยง​กัน​ว่า

“ประเด็น​ที่​ทีม​การเมือง​สกาย​นิวส์​เน็ต​เวิร์ค​ตั้ง​ข้อ​สังเกต​คือ ผบ.​รวิ ผู้​บัญชาการ​สำนักงาน​สืบสวน​พิเศษ​คน​ปัจจุบัน​ได้​รับ​การ​แต่งตั้ง​จาก​สาย​การเมือง​ภายใน​พรรค​ไท​ธิ​วัตถ์ เชื่อ​ว่า​ได้​รับ​การ​สนับสนุน​โดย​ตรง​จาก​นาย​จักร อม​ตฤทธา รักษาการ​นายกฯ​คน​ปัจจุบัน”

ใน​รายงาน​ข่าว​ยัง​ตั้ง​ข้อ​สังเกต​ว่า “เป็นไปได้​หรือ​ไม่​ว่า ผบ.​รวิ​ไม่ได้​ทำ​งาน​คน​เดียว เธอ​เป็น​เพียง​เบี้ย​ตัว​หนึ่ง ยัง​มี​ตัว​ละคร​การเมือง​ที่​น่า​สนใจ​อีก 2 คน...รองจักร​และ​ที่​ปรึกษา​ส่วนตัว​นาย​วิญญู...”

จักร​ร้อนตัว​ร้อน​ใจ​ถาม​วิญญู​ว่า รวิ​เป็น​คน​ของเขา ไม่​คิด​จะ​ทำ​อะไร​บ้าง​หรือ

วิญญู​จึง​ลอบ​เข้าไป​ฆ่า​วิน​ตาย​อย่าง​ทารุณ จากนั้น​ไป​หาว​ริ เธอ​ดีใจ​มาก​โผ​เข้า​กอด แต่​กลับ​ถูก​สะบัดออก​อย่าง​แรง​ รวิ​มอง​อย่าง​ตระหนก วิญญู​จ้อง​หน้า​เธอ​พูดอย่าง​เหี้ยม​อำมหิต​ว่า

“ทุก​อย่าง​กำลัง​จะ​สำเร็จ ฉัน​ไม่​ปล่อย​ให้​เธอเป็นอุปสรรค​ใน​สิ่ง​ที่​ฉัน​ต้องการ​มา​ทั้ง​ชีวิต...เธอ​ไม่​ควรทำงานพลาด”

วิญญู​จะ​เดิน​ออก​ไป รวิ​โผ​เข้า​กอด​ไว้ เพียงเขาสะบัด​มือ​เหนือ​ร่าง​เธอ​ก็​เกิด​แสง​วาบ​ขึ้น เธอ​ชะงัก​ปวดหัวรุนแรงทันที

วิญญู​เดิน​ผละ​ไป​ไม่​แม้แต่​จะ​มอง รวิ​คลุ้มคลั่ง​อาละวาด​หนัก​จน​ต้อง​นำ​ไป​รักษา​ตัว เธอ​พยายามจะให้หมอ​ผ่า​เอา​ลูก​สะกด​ออก เมื่อ​หมอ​ไม่​สามารถ​ทำได้ เธอตัดสินใจ​เอา​ออก​เอง เอา​มีด​กรีด​ที่​ท้ายทอย​จน​เลือด​พุ่ง​กระฉูด

แต่​รวิ​ก็​ไม่​สามารถ​เอา​ลูก​สะกด​ออก​ได้ วิญญู​อยู่ที่​โถง​ขมังเวท​รับ​รู้​เหตุการณ์​ที่​เกิด​ขึ้น รุ่ง​ขึ้น​จึง​ไป​ยืน​จ้องรวิ​ซึ่ง​นอน​รักษา​ตัว​อยู่ บอก​เธอ​ว่า

“เธอ​ไม่​มี​วัน​เอา​มัน​ออก​ไป​ได้​สำเร็จ​หรอก” รวิ

ปรือ​ตา​มอง​พึมพำ​ว่า​ตน​รัก​เขา​ทั้งที่​ตัว​เอง​กำลัง​สาหัส วิญญู​พูด​อย่าง​เลือดเย็น​ว่า “บาง​ครั้ง​ความ​รัก​เพียงอย่างเดียว​ก็​ไม่​พอ​เพียง ไม่​สามารถ​ทำให้​เรา​มี​ชีวิต​อยู่​ได้​หรอก​รวิ ขอบใจ​ที่​ทำ​ทุก​อย่าง​เพื่อ​ฉัน และ​นี่​คือ​สิ่ง​ที่​ทำ​ทุก​อย่างเพื่อฉัน วิญญาณ​ของ​เธอ​จะ​เพิ่ม​พลัง​ความ​เป็น​อมตะ​ให้​กับ​ฉัน”

แพรไพลินได้ข่าวรวิ เธอรีบไปเพื่อจะช่วยรักษา พี่สาวต่างแม่ แต่ไปถึงพบรวิหายใจรวยรินแล้ว ทำให้เธอกดดันมาก รวิกำลังจะเสียชีวิต แม่ก็กำลังอาการร่อแร่อย่างทุกข์ ทรมานเพราะลูกสะกดของวิญญู

เมื่อเธอกลับไปดูแลเพชรแท้ที่กำลังทุกข์ทรมาน หูเธอแว่วเสียงวิญญูขู่ว่า

“เวลาของเพชรแท้ใกล้หมดแล้ว...หมอก็เห็นแล้ว... ทางเดียวที่แม่ของหมอจะรอดได้...คือชิงวัชระจากแสงกล้ามาให้ฉัน หมอมีเวลาตัดสินใจอีกไม่นานหรอกนะ”

แพรไพลินถูกกดดันอย่างหนัก เธอตัดสินใจ

บางอย่างก่อนที่จะสายเกินไป!

ooooooo

แสงกล้ากำลังพยายามตั้งสมาธิเพื่อรักษาวัชระที่ห้อยคอไว้ให้ได้ แต่วัชระแดงวาบ ร้อนจนเขาต้องทิ้ง สมิงเตือนว่าเพราะเขายังมีความแค้นอยู่ในใจ ถ้ายังขจัด กิเลสตัวนี้ไปไม่หมด เขาก็จะยังไม่มีทางสู้พญามารได้แน่

สมิงหยิบวัชระส่งคืนให้ บอกเขาให้พยายามใหม่ ย้ำกับเขาว่า

“ผมมั่นใจว่าหมวดทำได้ มีแต่หมวดเท่านั้นที่จะสู้กับมัน...พญามารไสยศาสตร์ดำ!”

ระหว่างแสงกล้าทำสมาธิต่ออยู่นั้น เขาได้รับ โทรศัพท์จากแพรไพลินขอพบเพื่อปรึกษาเรื่องด่วน เขาตัดสินใจออกไปพบเธอคืนนั้นเลย

รุ่งขึ้นสมิงไม่เห็นแสงกล้า ถามใครก็ไม่มีใครเห็น สมิงมองไปรอบๆอย่างกังวล

ที่แท้แสงกล้าไปพบแพรไพลิน ณ จุดนัดพบริมน้ำสวยงามแห่งหนึ่ง เขาทักว่าหน้าตาเธอดูไม่สบายใจ มี อะไรให้ช่วยไหม แพรไพลินถามเขาอย่างสับสนว่า

“คุณจะทำยังไง...ถ้าความรักที่มีต่อคนคนนึง อาจทำร้ายความรู้สึก ทำลายความเชื่อใจของคนอีกคนที่มีให้กับเรา”

เพราะเชื่อมั่นจึงไม่เฉลียวใจ เมื่อแพรไพลินขอกอดเขา แสงกล้าให้เธอกอด แต่สังเกตเห็นเธอมองวัชระที่คอถึงสองครั้ง ถามว่ามีอะไรไหม?

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันอยากจะบอกคุณว่า...ฉันเสียใจ ฉันไม่อยากเป็นแบบนี้เลย...แต่มันไม่มีทางเลือก”

ขณะแสงกล้ากำลังงงๆกับคำพูดของเธอนั่นเอง แพรไพลินหยิบสเปรย์ขวดเล็กๆออกมาฉีดใส่หน้าเขาทันที ทำให้แสงกล้ามองไม่เห็นจะล้มคว่ำลง แพรไพลินประคอง เขาไว้ไม่ให้ล้ม รีบถอดสร้อยที่ห้อยวัชระจากคอเขาไป

แต่เมื่อเอาไปให้วิญญูหวังจะช่วยแม่ให้พ้นวิกฤติ กลับถูกวิญญูเล่นเล่ห์ว่า จะแก้ไขให้เพชรแท้ก็ต่อเมื่อทำพิธีหลอมรวมศาสตราวุธเสร็จแล้วเท่านั้น พูดเย้ยอย่างเป็นต่อว่า

“ผมไม่ทำอะไรโดยขาดหลักประกัน หมอต้องไปกับผม” พูดแล้วดีดนิ้วไปที่หน้าเธอ ทำให้เธอหมดสติไปทันที วิญญูประคองเธอไว้ มองวัชระในมืออย่างพอใจมาก

ความระแวงกันของวิญญูกับจักรรุนแรง เข้มข้นขึ้นทุกที ทั้งสองฝ่ายต่างคอยจังหวะที่จะกำจัดอีกฝ่ายเมื่อหลอมรวมศาสตราวุธสำเร็จ วิญญูบอกจักรว่า

“เตรียมคนให้พร้อม เราจะขนย้ายของทั้งหมดไปทำพิธีภายในวันพรุ่งนี้” ดาหลาถามว่าจะย้ายไปที่ไหน “ภายในถ้ำใต้ภูผามหาคีรี ที่ที่สร้างศาสตราวุธทั้งสี่ อำนาจและความยิ่งใหญ่กำลังรอเราอยู่ที่นั่น”

ooooooo

ที่เซฟเฮาส์ ขณะอินทนนท์กับสมิงกำลังคุยกันถึงฤกษ์ที่จะหลอมรวมศาสตราวุธนั้น แสงกล้าก็เดิน คอตกกลับมาบอกว่า พวกมันได้วัชระไปแล้ว ทุกคนหันมองตะลึง แสงกล้าเล่าเสียงอ่อยว่า

“พวกมันใช้ด็อกเตอร์แพรไพลินเป็นเหยื่อล่อ เอาวัชระไปได้แล้ว”

ทุกคนตกใจมากกับข่าวที่คาดไม่ถึงนี้ โดยเฉพาะสมิงแทบหมดแรงพึมพำ “เป็นเรื่องละทีนี้...”

เมื่อเหตุการณ์เป็นไปแล้ว นภาปรึกษาหาทางแก้ปัญหา ถามสมิงว่ารู้ไหมว่ามันจะหลอมของทั้งหมดที่ไหน สมิงไม่รู้เพราะศาสตราวุธทั้งสี่จะชี้เป้าให้ผู้ครอบครองเท่านั้น

“ผมรู้ว่าพวกมันกำลังจะไปที่ไหน” แสงกล้าบอก เพราะเขาแอบเอาเครื่องติดตามตัวใส่ในกระเป๋าเสื้อของแพรไพลินขณะเธอขอกอดเขา นภาสั่งการทันที...

“ส่งพิกัดจีพีเอสนี้แจ้งไปที่คมศร...ส่งกำลังสนับสนุนมาด่วนที่สุด เรากำลังจะเปิดสงครามครั้งสุดท้ายกับพวกพญามาร ฉันจะพิสูจน์ให้ไอ้พวกชั่วนั่นเห็นว่า...ความดีไม่มีวันตาย!”

ทุกคนฮึกเหิมขึ้นมาอีกครั้ง...

ooooooo

ภายในถ้ำใต้ภูผามหาคีรี...ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว ที่จะหลอมรวมศาสตราวุธทั้งสี่เข้าด้วยกัน วิญญูย้ำกับทุกคนว่ามหาฤกษ์จะผิดเพี้ยนไม่ได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว

“วางกำลังคนไว้ที่ทางเข้าถ้ำทุกจุด อย่าให้ใครบุกเข้ามาในระหว่างพิธี” จักรสั่งดาหลา แล้วหันมองวิญญูที่จ้องศาสตราวุธทั้งสี่ พูดอย่างคาดหวังเต็มที่ “วันนี้ คือวันที่ฉันรอมาทั้งชีวิต”

“อีกไม่นานหรอกจักร...อำนาจ บารมี และความยิ่งใหญ่จะตกอยู่ในมือเรา”

จักรมองแพรไพลินที่ถูกมัดมือมัดปากไว้ บ่นๆว่า “ไม่เข้าใจเลย จะเอานังด็อกเตอร์คนนี้มาด้วยทำไม”

“เพื่อความไม่ประมาท งานนี้อาจไม่ราบรื่นอย่างที่เราคิดก็ได้จักร”

เวลางวดเข้ามาทุกที จักรออกไปแอบเอาไซริงค์เงินใสขึ้นมาเตรียมพร้อมที่จะกำจัดวิญญูหลังเสร็จพิธีแล้วยัดใส่กระเป๋าเป้ไว้ตามเดิม

เมื่อได้เวลา วิญญูสั่งติดไฟเตรียมหลอม...เราจะเริ่มใส่ศาสตราวุธลงไปในเปลวเพลิงพร้อมกันเวลาเที่ยงคืนตรง

แต่หารู้ไม่ว่า นอกถ้ำที่จักรวางกำลังป้องกันไว้อย่างเข้มแข็งนั้น นภา แสงกล้า คมศร จ่าหวานกับดาบแหบ กำลังคืบคลานเข้ามาเงียบกริบ เมื่อได้จังหวะเหมาะนภาสั่งผ่านวิทยุสื่อสาร

“บุก!!”

จักรได้ยินเสียงต่อสู้กัน เขารีบมาบอกวิญญูว่า “มันบุกเข้ามาแล้ว” วิญญูหัวเราะสะใจที่แมลงเม่ากำลังบินเข้ากองไฟ แล้วใช้อิทธิฤทธิ์เวทมนตร์ก่อให้เกิดพายุ ทำให้แผ่นดินแยก ถ้ำบางแห่งถล่มลงมา หมายกำจัดพวกนภาให้ราบคาบ

สมิงสู้กับวิญญูด้วยคมแฝก ด้วยพดด้วงคู่ใจและปรอทกรอที่คอยส่งสัญญาณ มองหาวิญญูที่สร้างภาพ ลวงตามายืนเรียงรายจนไม่รู้ว่าไหนตัวจริง ไหนตัวปลอม จนกระทั่งปรอทกรอสั่นรัวเมื่อเขามองไปยังร่างวิญญูที่อยู่ไกลออกไป

“กูรู้แล้วว่าตัวจริงมึงอยู่ที่ไหน...ไอ้มารวิญญู”

จักรกับดาหลาถูกนภากับคมศรจับตัวไว้ได้ จักรหาทางเอาตัวรอด ชี้ไปที่ไซริงค์ในกระเป๋าเป้

“ผมมีข้อต่อรอง ถ้าปล่อยผมเป็นอิสระ ผมมีวิธีเล่นงานไอ้พญามารให้แพ้อย่างไม่มีทางสู้ ของชิ้นนี้แหละที่ใช้ล้มพญามารอย่างไอ้วิญญูได้”

คมศรรีบเข้ามาช่วยแก้เชือกที่มัดแพรไพลิน ทันทีที่เธอเป็นอิสระก็วิ่งอ้าวออกไป คมศรถามว่าจะไปไหน เธอวิ่งไปเพื่อช่วยแสงกล้าที่กำลังต่อสู้กับวิญญูอยู่ด้วยความเป็นห่วงเขา

แสงกล้าต่อสู้กับวิญญูอย่างประชิดตัว เขาคว้ากริชที่พื้นจะแทงวิญญู แต่กริชในมือกลับลอยไปอยู่ที่เดิม วิญญูเย้ยว่า

“หมวดแสงกล้า หมวดไม่มีทางฆ่าฉันได้หรอก ด้วยฤทธาสายเลือดของไสยศาสตร์ขาวในตัวหมวด ลูกไม่มีวันทำปิตุฆาต...ฆ่าพ่อแท้ๆของตัวเองได้”

แสงกล้าชะงัก จ้องไปที่ดวงตาวิญญู วิญญูจ้องตอบเหมือนจะถ่ายทอดอดีตให้เขารับรู้...เป็นอดีตที่แสดงถึงความรักของพ่อซึ่งก็คือวิญญู มีให้กับแสงกล้าเด็กน้อยผู้น่ารัก โดยมีจอมแสงผู้เป็นแม่ดูอยู่อย่างมีความสุข

ในที่สุด วิญญูบอกแสงกล้าว่า “ฉันคือโชติฌาณ พ่อแท้ๆของหมวด ไสยศาสตร์ดำไม่มีวันตาย ยาพิษกระจอกทำได้แค่หยุดฉันในช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น ไสยศาสตร์ขาวฆ่าพ่อไม่ได้ แต่ไสยศาสตร์ดำทำทุกอย่างได้เพื่อความยิ่งใหญ่ ทำได้แม้กระทั่งฆ่าแก...ไอ้ลูกชาย!”

พริบตานั้น สมิงตะโกนก้อง “หยุดนะพี่โชติ พี่จะฆ่าลูกชายคนที่พี่เคยรัก เคยดูแลตั้งแต่แรกเกิดได้จริงๆเหรอ ถอนตัวตอนนี้ยังไม่สายเกินไปนะ กลับมาเป็นพี่โชติคนเดิมเถอะ”

แต่ไม่ว่าอะไรก็หยุดวิญญูที่ทะเยอทะยานอยากมีอำนาจอมตะได้แล้ว เขาใช้กริชแทงแสงกล้าที่อก ได้เวลาหลอมรวมศาสตราวุธพอดี วิญญูมองไปที่ศาสตราวุธทั้งสี่ พริบตานั้น ศาสตราวุธก็เคลื่อนไปหลอมรวมกันในบ่อหลอมที่ไฟลุกโชติช่วง

“จบสิ้นกันที...นี่คือบทพิสูจน์ที่แท้จริง การสิ้นสลายของศรัทธาแห่งความดี ต่อไปนี้จะไม่มีอะไรยิ่งใหญ่เป็นนิรันดร์ไปกว่าอำนาจแห่งเทวาศาสตราวุธอีกแล้ว ฮ่าๆๆ”

ทันทีที่ศาสตราวุธทั้งหมดหลอมละลายรวมกัน กลับบังเกิดระเบิดกึกก้องกัมปนาท! วิญญูตกใจตาลุกโพลง พริบตานั้น ศาสตราวุธที่ถูกหลอม ก็กลับผกผันหล่อรวมกลับสู่สภาพเดิม กลายเป็น ตรีศูลวัชระ อนันตคทา จักรนารายณ์และสังข์ไชยมงคล แล้วพุ่งลอยหายวับไป สมิงเอ่ยอย่างตื่นเต้นว่า

“ฤทธานุภาพแห่งความดีงาม ไม่มีวันหลอมรวมเพื่อความชั่วร้าย! ความดีจะสถิตอยู่ ณ จุดที่ถูกต้องตลอดไป!”

แสงเมลืองที่แผดจ้าพุ่งเข้าสู่ร่างแสงกล้าที่ถูกกริชปักกลางอก กริชสูญสลายในฉับพลันและบาดแผลบนตัวแสงกล้าก็ประสานกันสนิทราวกับไม่เคยเกิดอะไรขึ้น แสงกล้าลืมตาขึ้นท่ามกลางความดีใจของแพรไพลิน

แสงเมลืองนั้นรวมตัวกันที่หน้าวิญญู ลอยวนแล้วพวยพุ่งเข้าปะทะร่างวิญญูจนเขาร้องอย่างเจ็บปวดสาหัส แสงยังพุ่งทะลวงร่างจักรกับดาหลาล้มลงด่าวดิ้น

ฉับพลัน ปรากฏธรณีเป็นรอยร้าวแยกออก ดูดกลืนร่างวิญญูตกลงไปฝังกลบในพริบตา!

บรรดาผู้ที่เป็นตัวแทนของความชั่วร้ายทั้งปวง ถูกฝังกลบไปต่อหน้าต่อตาผองผู้มีศรัทธาในความดี ทั้งนภา แสงกล้า คมศร และสมิง ต่างลุกขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่สดใส มองไปโดยรอบด้วยความดีใจที่เรื่องเลวร้ายผ่านพ้นไปได้...

ooooooo

1  เดือนต่อมา...มีข่าวดีอย่างยิ่งสำหรับแพร-ไพลิน เมื่อกุ๊บกิ๊บรายงานว่าอาการของเพชรแท้ดีขึ้นเรื่อยๆ เธอเข้าไปกอดบอกแม่ที่นอนอยู่บนเตียงว่า

“หายเร็วๆนะคะ แพรสัญญาว่าต่อไปนี้จะเป็นลูกที่ดีของแม่ เราจะเป็นแม่ลูกที่เข้าใจกันมากที่สุดค่ะ”

แต่เมื่อแสงกล้ามาดักพบขอคุยด้วยเพื่อเคลียร์ที่เธอหลบหน้า หลีกเลี่ยง และไม่รับโทรศัพท์เขานับแต่จบเรื่องมา เธอกลับปฏิเสธอ้างว่ามีเคสต้องปิดอีกหลายคดีแล้วเดินเลี่ยงไป เมื่อแสงกล้าขยับจะตาม เธอขัดขึ้นว่า

“เลิกตามฉันได้แล้วค่ะหมวด เรายังมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ เรื่องระหว่างเราปล่อยให้มันจบไปเถอะ”

แต่เมื่ออยู่คนเดียว เธอก็รำพึงอย่างเจ็บปวด “แสงกล้า ฉันทำผิดกับคุณเกินกว่าที่ฉันจะให้อภัยตัวเอง ฉันขอโทษ...”

วันนี้ นภา อินทนนท์ และแสงกล้า ไปถวาย สังฆทานและกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้เมฆาที่วัด แต่สมิงกลับเลี่ยงไปให้อาหารปลาตามลำพัง เมื่อแสงกล้าไปถามว่าทำไมไม่ขึ้นไปทำบุญบนศาลา เขาตอบกวนๆ ว่าขี้เกียจ กลัวน้ำมนต์...มันร้อน แล้วบอกแสงกล้าว่า

“อย่ามาสนใจผมเลย หมวดสะสางเรื่องของตัวเองให้เรียบร้อยเสียก่อนเถอะ”

สมิงบอกให้แสงกล้าไปพูดคุยทำความเข้าใจกับแพรไพลินเสีย เพราะแพรไพลินยังรู้สึกตัวเองผิดที่ขโมยวัชระจากเขาไป แสงกล้าบอกว่าตนไม่เคยโกรธ ถูกสมิงย้อนเอาว่าตนไม่อยากรู้ หรือจะให้ตนไปกระซิบบอกเธอแทน แล้วเตือนหน่ายๆว่า

“ไม่เข้าใจกัน...ก็ปรับความเข้าใจกันเสีย ของแบบนี้ต้องให้สอนด้วยหรือ?”

แสงกล้าเปลี่ยนเรื่อง ติงสมิงว่าน่าจะขึ้นไปทำบุญให้เมฆาสักนิดเพื่อระลึกถึงคนตาย สมิงมองหน้าถามว่าใครตาย พอแสงกล้าบอกว่าเมฆาไง วันก่อนสมิงยังช่วยจ่าหวานกับดาบแหบขนฟืนเผาศพอยู่เลย

“โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอนหรอกหมวด อะไรที่เห็นอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คิดก็ได้ ไสยศาสตร์ดำสร้างหุ่นพยนต์เลียนแบบมนุษย์ได้ ใครจะรู้ บางทีร่างของด็อกเตอร์เมฆาที่เราเผาไปแล้วอาจเป็นแค่หุ่นพยนต์ ไม่ใช่ร่างที่แท้จริงก็ได้”

“งั้นด็อกเตอร์เมฆาอยู่ไหน”

“ที่ใดที่หนึ่ง...วันนึงด็อกเตอร์เมฆาอาจจะฟื้น... ปรากฏตัวให้เราเห็นก็ได้” พูดแล้วสมิงหันไปโปรยอาหารให้ปลากินทำไม่รู้ไม่ชี้ แต่แสงกล้ามองหน้าเขาจริงจังอย่างค้นหา...

ooooooo

แพรไพลินไปเยี่ยมรวิแต่อาการยังไม่ดีขึ้น เธอฝากพยาบาลดูแลให้ดีที่สุด มองหน้าพี่สาวก่อนบอกออกไปว่า

“ที่ผ่านมาฉันอโหสิให้พี่ไปหมดแล้ว...ฉันอยากให้พี่ฟื้นนะคะ”

แต่พอไปเยี่ยมเพชรแท้ เธอก็ได้รับข่าวดีอย่างที่สุดจากกุ๊บกิ๊บว่า เพชรแท้ฟื้นแล้ว อาการสดชื่นเหมือนไม่เคยป่วย เมื่อเธอเข้าไปในห้องพักคนไข้ก็ยิ่งอัศจรรย์ใจ เมื่อเห็นแม่นั่งอยู่หน้าไอแพด พอเธอท้วงติงว่าเพิ่งหายก็ทำงานแล้วหรือ เพชรแท้หันหน้าจอไอแพดให้ดู พูดด้วยน้ำเสียงแจ่มใสแม้สีหน้าจะยังอิดโรยอยู่บ้างว่า

“แม่จะขายหุ้นบริษัทในเครือทั้งหมด” แล้วเล่าถึงความรู้สึกขณะป่วยให้ฟังว่า “ป่วยเจียนตายครั้งนี้ทำให้แม่เรียนรู้แล้วว่าชีวิตควรจะเป็นยังไง แค่รู้จักพอเราก็จะมีความสุขอยู่กับปัจจุบัน...ความสุขที่แท้จริงของแม่ ไม่ใช่ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินเงินทอง แต่มันคือการได้อยู่กับ ลูกสาวคนเดียวของแม่คนนี้...”

ไม่เพียงเท่านั้น เพชรแท้ยังพูดสะกิดให้แพรไพลินได้คิดว่า อยากให้ลูกมีความสุข ให้ลูกเลิกหนีตัวเองได้แล้ว พูดอย่างรู้ดีว่า “ถึงจะป่วย แต่แม่ก็พอรู้นะว่าลูกกำลังมีปัญหาไม่เข้าใจกับหมวดคนนั้น” แนะให้ปรับความเข้าใจกันเสีย ยอมรับว่า “เมื่อก่อนแม่อาจจะตั้งแง่กับผู้ชายคนนี้ แต่มาวันนี้แม่เข้าใจทุกอย่างแล้ว หมวดแสงกล้ารักหนูไม่น้อยไปกว่าแม่เลย”

แพรไพลินสารภาพว่าตนทำผิดกับเขาไว้มาก แต่เพชรแท้เชื่อว่า คนที่รักเราเขาพร้อมจะเข้าใจเราเสมอ

ooooooo

ฝ่ายคมศร เมื่อเหตุการณ์คลี่คลายแล้ว เขาลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส.ในฐานะนักการเมืองของคนรุ่นใหม่ จะสร้างค่านิยมให้กับสังคมไทย ที่จะทำทุกอย่างบนความถูกต้อง เที่ยงตรงโดย “คุณธรรม” ต้องมาคู่กับ “ความดี” และผู้นำจะเป็นคนเก่งอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องเป็นทั้ง “คนเก่ง” และ “คนดี”

เขาปราศรัยท่ามกลางผู้ฟังมากมายและเสียงปรบมือกึกก้องว่า

“เราทุกคน ตระหนักถึงคุณค่าของชีวิต ชีวิตที่มีค่าไม่ได้อยู่ที่เกียรติยศ ชื่อเสียง หรือเงินทอง ชีวิตที่มีค่า...คือชีวิตที่เสียสละ พร้อมจะสร้างประโยชน์ให้กับสังคมและคนรอบข้าง”

น้ำใสติดตามรายงานการเสนอตัวรับใช้ประเทศชาติและประชาชนของคมศร เธอรายงานอย่างชื่นชมว่า เขาคือ “นักการเมืองแห่งความหวัง”

ทั้งสองนับวันเข้าใจกันและสนิทสนมกันมากขึ้น คมศรบอกเธอในวันหนึ่งว่า เวลานี้เขาไม่คิดว่าเธอเป็น “เพื่อนสนิท” แต่อยากให้เธอมาเป็นเลขาส่วนตัวมาช่วยทำงานข้อมูลและดูแลชีวิตส่วนตัว ถามอ้อนๆว่า

“ขอโอกาสให้ผมดูแลและใช้ชีวิตร่วมกันกับคุณ มากกว่าเพื่อนได้ไหม” เห็นเธอนิ่งอยู่ เขาบอกว่า “ถ้าคุณไม่พร้อมก็ไม่เป็นไร...ผมเคยชินกับความผิดหวังแล้ว”

“ฉันยังไม่ได้ตอบอะไรสักคำ...ในเมื่อโลกหมุนให้ผู้เสียสละสองคนมาเจอกัน ฉันเต็มใจที่จะไม่เป็นแค่เพื่อนกับนักการเมืองความหวังใหม่ของคนไทยค่ะ”

ทั้งสองกอดกันด้วยความรัก ความเข้าใจ และมุ่งมั่นที่จะต่อสู้เพื่อเป้าหมายเดียวกันต่อไป...

ooooooo

นภาได้รับเชิญไปคุยในรายการเจาะข่าวค่ำ ในหัวข้อสังคมไทยและค่านิยมเกี่ยวกับการทำความดี

ผู้ดำเนินรายการถามว่า การเสียชีวิตของด็อกเตอร์เมฆาเพราะถูกฆาตกรรม เป็นการตอกย้ำว่าทำดีไม่ได้ดีหรือเปล่า

“ไม่หรอกค่ะ...มันเป็นคนละเรื่องกัน เราทุกคน ไม่มีใครหนีความตายพ้นหรอกค่ะ คนดีก็ตายได้  ประเด็น สำคัญอยู่ที่ความตายของเราหลงเหลืออะไรไว้ให้กับสังคมนี้บ้าง”

ผู้ดำเนินรายการถามว่าดูเธอจะมีศรัทธาในเรื่องการทำความดีเป็นอย่างมาก นภาตอบอย่างมั่นใจว่า

“แน่นอนค่ะ เราต้องมีศรัทธาในการทำความดี สังคมจะอยู่ได้ยังไงถ้าเราไม่ปลูกฝังความเชื่อเรื่องนี้ให้กับคนรุ่นใหม่ในสังคม...สำหรับดิฉัน ‘ศรัทธาในความดี’ คือความเชื่อที่ว่า การทำความดีไม่มีวันดับสูญ คุณค่าของความดีส่งผลต่อผู้กระทำเสมอ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ชาติของเราจะอยู่ได้...ไม่ใช่เพราะใครคนใดคนหนึ่ง แต่จะอยู่ได้เพราะ
ศรัทธาในการไม่ยอมแพ้ต่อความเลวของคนทุกคนในสังคมค่ะ”

“สุดท้ายนี้...ผบ.นภามีอะไรอยากจะฝากไว้กับ ท่านผู้ชมทางบ้านบ้างไหมคะ”

“อำนาจ บารมี ความยิ่งใหญ่...เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนอยากได้ แต่เราเคยคิดกันบ้างไหมว่า ไม่มีอะไรเที่ยงแท้จีรังยั่งยืน มันเป็นสัจธรรมที่ว่า...ทุกสรรพสิ่งไม่มีอะไรคงอยู่ตลอดไป ทุกอย่างมี เกิดขึ้น...ตั้งอยู่ และดับไป สลับหมุนเวียนกันไปไม่มีวันจบ ผู้เรียนรู้และตระหนักความจริงข้อนี้ นั่นแหละ...คือผู้ยิ่งใหญ่ที่แท้จริงค่ะ”

เสียงปรบมือในห้องส่งกึกก้องยาวนาน นภายิ้มให้กับทุกคนอย่างจริงใจ...

ooooooo

เสร็จศึกกับขมังเวทย์แล้ว สมิงเขียนหนังสือ แปะไว้ที่ข้างฝา ขอลา 7 วันไปชำระล้างจิตใจเพื่อความ จำเริญของชีวิต

ที่ที่สมิงไปคือตลาดนัดพระเครื่อง ไปเจอนัก ต้มตุ๋นเอาพระใหม่มาหลอกชาวบ้านว่าเป็นพระเก่าจากเจดีย์ที่อยุธยา ถูกสมิง “สั่งสอน” ที่ใช้ความศรัทธา ของชาวบ้านมาหากิน จนเกือบถูกรุมกินโต๊ะ ต้องถอยฉากออกมาบอกว่า

“ไม่ได้มาท้าตีท้าต่อย แค่จะมาบอกให้ทำพุทธ–พาณิชย์ให้ถูกต้อง อย่ารุมกันสิโว้ย” แต่พวกนั้นยังรุมกันเข้ามา สมิงเลยสั่งสอนเสียพอหอมปากหอมคอ ปรามก่อน ฉากไปว่า “เลิกทำพระปลอมหลอกชาวบ้านได้แล้วมันเสื่อม...”

แพรไพลินยังทุ่มเททำงานทั้งที่ใจไม่สงบนัก แต่ด้วยการวางแผนของเพชรแท้และกุ๊บกิ๊บ เธอถูกหลอกให้ไปรักษาคนป่วยที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง

กว่าแพรไพลินจะรู้ตัวว่าถูกหลอก ก็เจอกับคนป่วยเข้าจังๆแล้ว แสงกล้านั่นเอง!

แพรไพลินยังไม่ยอมญาติดีด้วย เพราะยังรู้สึกผิดละอายใจที่หลอกเอาวัชระจากเขา ถามว่าเขาลืมไปแล้วหรือ

“สำหรับคุณ ความทรงจำของผมมีแต่เรื่องสวยงาม มีแต่สิ่งดีๆที่คุณทำให้ผมและคนรอบข้าง...” แพรไพลินชะงักเห็นแววตาเขาเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกผูกพัน เขาพูดจากหัวใจว่า “ความรักคือการเติมเต็ม...แต่บางครั้งความรักก็คือการเสียสละและการแบ่งปัน ที่ผ่านมาถ้าจะมีคนผิด คนคนนั้นคงเป็นผม...เพราะผมไม่สามารถปกป้องคุณได้...เห็นไหมว่าเราผิดเท่าๆกัน”

เธอมองหน้าเขา ยิ้มให้ด้วยความรู้สึกดีๆ แสงกล้าเอ่ยขออย่างอ่อนโยน...

“ลืมเรื่องราวเก่าๆทั้งหมด เปิดโอกาสให้กับชีวิต ให้เราสองคนได้ปกป้องดูแลซึ่งกันและกันนะครับ...”

“มีคนเคยบอกว่า...การชนะใจตนเองอาจดีและมีค่าที่สุด แต่ในเรื่องความรัก...การชนะใจคนที่เรารักมีค่ากว่านั้น...ฉันคงต้องตอบคำถามของคุณแล้วใช่ไหม ...ฉันต้องขอโทษที่สร้างเรื่องวุ่นวายทำให้คุณปวดหัวมาตลอด ดีใจนะคะที่คุณยังให้โอกาสผู้หญิงอย่างฉัน...”

เมื่อต่างเปิดใจให้กันแล้ว แพรไพลินเอ่ยอย่าง ซึ้งใจว่า “ขอบคุณค่ะ...ที่รักฉัน ต่อไปนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราทั้งคู่พร้อมจะฟันฝ่าอุปสรรคทุกอย่างไปด้วยกัน”

“ครับ...เราจะก้าวไปด้วยกัน” แสงกล้ากอดเธอไว้อย่างอบอุ่น อุ้มเธอขึ้นไว้ในอ้อมแขน จุมพิตเบาๆอย่าง แสนรัก...

ooooooo

–อวสาน–


ละครเหนือเมฆ2 มือปราบจอมขมังเวทย์ ตอนที่ 12(ตอนจบ) อ่านเหนือเมฆ2 มือปราบจอมขมังเวทย์ ติดตามเหนือเมฆ2 มือปราบจอมขมังเวทย์ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 30 ธ.ค. 2555 08:30 2013-01-02T00:22:42+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ