ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    อาคม

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: "อาคม" ละเครแนวสืบสวน-แฟนตาซี ได้ "เจมส์ มาร์" ประกบ "มาร์กี้"

    เอื้อกานต์เกลี้ยกล่อมคิมหรือทรงกลดไม่สำเร็จ เช่นเดียวกับทีเกื้อที่ตัดใจจากสัตตบงกชอดีตคนรักไม่ได้สักที อย่างเช่นตอนนี้ที่เขาเฝ้ามองเธอสลบไสลเพราะอาคมของคิมด้วยความเป็นห่วง

    ธีรภูมิแอบเห็นทุกอย่าง สงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งสองจนต้องไปดักคุยกับน้องชายคนเดียว

    “พี่ถามตรงๆนะ...เกื้อกับหนูดีรู้จักกันมาก่อนใช่ไหม เราสองคนเคยคบกันมาก่อนใช่ไหม”

    “ครับ...ผมกับหนูดีเคยคบกัน แต่มันก็เป็นแค่อดีต ผมขอโทษนะครับที่ปิดบังเรื่องนี้ ผมไม่อยากให้พี่คิดมาก”

    “ห่วงความรู้สึกพี่แล้วความรู้สึกตัวเองล่ะ พี่รู้นะว่าหนูดีกับเกื้อยังรู้สึกดีๆต่อกันอยู่...”

    สัตตบงกชอาการดีขึ้นและฟื้นหลังจากนั้น ทีเกื้อเลยพาไปส่งบ้าน แต่ท่าทางเอาใจใส่ของเขากลับทำให้คุณหญิงอัปสรตาลุกด้วยความโกรธจัด อคติที่บังตาก่อนหน้าทำให้ปักใจว่าลูกเลี้ยงหนุ่มจะแย่งคู่หมั้นลูกชาย

    “พวกแกนี่ชอบทำอะไรลับหลังเหมือนกันหมด ถ่ายทอดกันมาทั้งแม่ทั้งลูก พอโดนจับได้ก็หนีไม่กล้าสู้หน้า”

    ทีเกื้อพยายามจะอธิบายแต่คุณหญิงอัปสรก็ไม่ฟัง ดูถูกถากถางลามไปถึงเรื่องนวลจนหวิดจะมีเรื่องกันเหมือนเคย ถ้าเอื้อกานต์จะไม่มาห้ามและลากตัวแฝดน้องไปสงบสติอารมณ์อีกทาง

    “เรื่องมันแล้วไปแล้ว ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร ถ้อยคำเหล่านั้นมันก็จะเงียบไปเอง ถ้าเราไม่สนใจจะจำ ไม่เก็บมาคิดซ้ำ เรื่องมันก็จบ ไม่ต้องทุกข์ใจอีก”

    “ใครจะไปทำได้ แล้วเอื้อหายเจ็บเหรอที่เขาว่าแม่เรา”

    “ก็หายไม่หมดหรอก แต่เอื้อมีเกื้อ...ไออุ่นจากคนที่เรารักเป็นยาสมานแผลชั้นดีช่วยให้หายเจ็บ...หรือไม่จริง”

    “นั่นสิ...ถึงไม่มีใคร เกื้อก็มีเอื้อ เรามีกันและกัน...ถ้าวันหนึ่งเกื้อไม่มีเอื้อ ไม่อยากคิดเลยว่าเกื้อจะอยู่ยังไง”

    “เอื้อไม่ทิ้งเกื้อไปไหนหรอก...”

    คุณหญิงอัปสรระแวงทีเกื้อมาก ตัดสินใจกดดันสามีในเช้าวันต่อมาให้ประกาศเรื่องแต่งงานของธีรภูมิ

    “หลังจากฉลองวันเกิดให้คุณในงานเลี้ยงบริษัท ฉันจะประกาศให้ทุกคนรู้ว่าตาภูมิกับหนูดีกำลังจะแต่งงานกัน ไอ้เด็กนั่นมันจะได้ไม่กล้ามายุ่งกับหนูดีอีก”

    ธีรนัฐมีท่าทีลำบากใจ แต่คงไม่อึดอัดใจเท่าธีรภูมิที่เพิ่งรู้ความจริงเรื่องทีเกื้อกับสัตตบงกชเคยรักกัน

    “คุณแม่ครับ...ผมว่ามันไม่เร็วไปเหรอครับ อย่างน้อยเราก็น่าจะถามหนูดีก่อน”

    “ไม่ต้องถามแล้ว...แม่จะไม่มีวันยอมให้ลูกเมียน้อยมาแย่งคู่หมั้นลูกไปเด็ดขาด คุณคงไม่ขัดข้องอะไรนะคะ”

    “คุณจะทำอะไรก็ทำเถอะ...คุณไม่เคยปรึกษาอะไรผมอยู่แล้วนี่”

    “พูดถึงนังนวลเป็นไม่ได้เลยนะ!”

    ขาดคำก็เดินหนี แต่คุณหญิงอัปสรก็ไม่ยอมจบ ปรี่ตามไปเคลียร์ ธีรนัฐเลยพูดตรงๆ

    “ผมจะไม่พูดถึงอดีต แต่จะพูดเรื่องเจ้าภูมิ...ให้เขาตัดสินใจชีวิตตัวเองเถอะ คุณบงการแค่ผมคนเดียวไม่พอรึไง”

    “คุณหมายความว่าไง”

    ธีรนัฐถอนใจยาว ก่อนจะระบายอย่างอัดอั้น “ตั้งแต่เราแต่งงาน...คุณกดดัน บงการชีวิตจนผมไม่เป็นตัวของตัวเอง คุณอยากให้ลูกอึดอัด ไม่มีความสุขเวลาอยู่ใกล้คุณแบบผมเหรอ”

    “ใช่! ที่ผ่านมาฉันชี้นำชีวิตคุณมากไป บงการชีวิตคุณมากไป ตั้งความหวังกับคุณสูง แต่ฉันทำก็เพราะรัก เพราะหวังดี ต้องการให้คุณไปสู่จุดสูงสุดในชีวิตเร็วๆ ฉันไม่คิดว่าทำอะไรผิด ทุกสิ่งที่ทำไปเพราะความหวังดีทั้งนั้น”

    “แล้วคุณเคยคิดไหมว่าทำแบบนี้มันทำร้ายผม มันทำให้ความสุขที่เราเคยมี มันเปลี่ยนไปเพราะตัวคุณเอง”

    พูดจบก็ผละไป ทิ้งคุณหญิงอัปสรให้เต้นผาง ตะโกนไล่หลังด้วยความโมโห

    “ใช่สิ! คุณคงอยากได้ความรักความหวังดีจากนังนวลมากกว่าฉันใช่ไหมล่ะ!”

    ooooooo

    ความโกรธแค้นของคุณหญิงอัปสรแผดเผาใจจนแทบทนไม่ไหว ฮันเตอร์ที่แฝงตัวมาสืบความในบ้านธีรนัฐเห็นทุกอย่าง และไม่รอช้าจะขโมยดอกกุหลาบแห้ง...ของขวัญชิ้นแรกจากธีรนัฐและของรักของหวงของคุณหญิงอัปสร!

    เป้าหมายแท้จริงของฮันเตอร์ก็คือคุณหญิงอัปสร ไม่ใช่ธีรนัฐตั้งแต่แรก คิมกับแดนมัววางแผนบ่ายเบี่ยงเรื่องทำของใส่ธีรนัฐเลยไม่ทันสังเกต เลยแทบผงะเมื่อรู้ความจริงจากฮันเตอร์ที่แวะเอากุหลาบมาให้ทำพิธี

    “เหยื่อที่เราจะลงมือไม่ใช่ธีรนัฐ แต่เป็นคุณหญิงอัปสร...ฉันจัดการเอาของมาเรียบร้อย ฉันแค่ต้องการให้แกหลอกล่อตำรวจให้พุ่งความสนใจไปที่ธีรนัฐ...ก็เท่านั้น ขอบใจนะ...แกทำหน้าที่แกได้ดีแล้ว”

    คิมตกใจและเจ็บใจจนพูดไม่ออก และฮันเตอร์ก็รู้ดี เยาะเย้ยและขู่เสียงกร้าว

    “ทำไม...ถึงกับพูดไม่ออกเลยเหรอ ตอนนี้แกไม่มีทางเลือก...ถ้าแกไม่ลงมือฆ่าเหยื่อ ฉันจะฆ่าแดน!”

    คำขู่ของฮันเตอร์ทำให้คิมหรือทรงกลดหนักใจมาก แต่ไม่ทันคิดหาทางออก ทีเกื้อก็บุกมาถึงบ้านเก่าของทรงพล สถานที่กบดานแห่งใหม่ของเขา พร้อมจดหมายนัดพบแบบตัวต่อตัว

    แดนเป็นห่วงไม่อยากให้ไป แต่คิมก็เลือกจะไปเพราะต้องการความช่วยเหลือบางอย่างจากทีเกื้อ

    ทีเกื้อนัดพบเพื่อขอร้องให้เปลี่ยนใจไม่ทำของใส่ธีรนัฐ คิมรู้ดีแต่ยังยียวนกวนประสาท

    “ผมทำผิดกฎหมายเหรอครับผู้กอง...ทำไมถึงต้องหยุด”

    “ถ้าตามกฎหมาย เวลานี้คุณไม่ได้ทำผิด ไม่มีหลักฐานสักชิ้นว่ามือคุณเปื้อนเลือด แต่ถ้าพูดในแง่กฎแห่งกรรม แค่มีเจตนาอยากฆ่า มันก็เป็นกรรมฝ่ายอกุศลแล้ว คุณถามตัวคุณเองดีกว่าว่ากำลังคิดอะไรอยู่”

    คิมหรือทรงกลดหัวเราะอย่างขมขื่น ทีเกื้อเลยถือโอกาสนี้เกลี้ยกล่อม โดยยกชื่อทรงพลมาอ้าง

    “ถ้าท่านทรงพลรู้ว่ามีใครบางคนกำลังล้างแค้นด้วยวิธีนี้ให้ท่าน...ท่านคงเสียใจมาก”

    “คุณจะมารู้ใจท่านได้ยังไง”

    “ท่านเป็นคนที่ผมเคารพและนับถือ ท่านเป็นตัวอย่างของคนสู้ชีวิต เป็นเด็กต่างจังหวัด ตั้งใจเรียนจนสอบได้เป็นผู้พิพากษาตั้งแต่อายุยังน้อย ตลอดชีวิตการทำงานของท่านไม่เคยมีเรื่องเสียหาย”

    คิมขบกรามแน่น ยิ่งคิดถึงชะตากรรมของพ่อ ยิ่งแค้นใจ “ใช่! ท่านเป็นคนดี ไม่เคยทำอะไรด่างพร้อย แต่สุดท้ายท่านก็โดนใส่ความจนสูญเสียชื่อเสียง ทรัพย์สิน รวมถึงชีวิตตัวเองและครอบครัว”

    “เพราะแบบนี้คุณเลยต้องการทวงความยุติธรรมให้ท่านใช่ไหม”

    คิมไม่ตอบคำถามนั้น ทีเกื้อเลยมั่นใจว่ากระแทกถูกจุด

    “ผมขอร้อง...หยุดแค่นายเดชาได้ไหม ถ้าคุณธีรนัฐเป็นเหยื่อรายต่อไป ถ้าท่านทำอะไรให้คุณเจ็บปวด สูญเสีย ผมขอรับผิดชอบเรื่องนี้แทนท่านเอง ถ้าคุณจะทำอะไรก็ให้มาลงที่ผม”

    “ทำไมคุณต้องมารับผิดแทนคนอื่นด้วย”

    “ท่านเป็นพ่อผม...พ่อที่ผมบอกใครไม่ได้ พ่อที่ผมไม่มีสิทธิ์ใช้นามสกุลเขา ไม่มีโอกาสเรียกว่าพ่อต่อหน้าคนทั่วไป เป็นพ่อที่ไม่สามารถมาร่วมยินดีกับผมในวันที่ผมได้รับพระราชทานกระบี่ เป็นพ่อที่ไม่เคยมาเยี่ยมผมเวลาเจ็บตัว โดนยิง แต่ยังไงเขาก็เป็นพ่อผม... เป็นพ่อผู้ให้กำเนิด”

    “ผู้กอง...ชีวิตผู้กองคนเดียวมันไม่สามารถชดใช้ความสูญเสียของครอบครัวทั้งครอบครัวได้หรอก”

    “ผมจะใช้กฎหมายทวงความยุติธรรมให้เอง”

    “กฎหมายน่ะเหรอ...ครั้งหนึ่งผมก็เคยเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว ความยุติธรรมไม่มีอยู่จริง คนดีไม่มีทางต่อสู้กับคนชั่วๆได้”

    ทีเกื้อขยับปากจะค้าน แต่พลันก็ได้กลิ่นฉุนจัดทำให้หมดสติหลังจากนั้น อาคมสลบจากคิมนั่นเองที่ตั้งใจทำให้เป็นแบบนี้ และเข้าแผนของตนคือทิ้งภาพถ่ายเป็นเบาะแสเกี่ยวกับการทำอาคมในวันรุ่งขึ้น...

    ooooooo

    เพราะภาพใบนั้นจากคิม ทำให้ทีเกื้อรู้ว่าธีรนัฐจะถูกเล่นงานในวันเลี้ยงวันเกิดซึ่งถูกจัดที่สถานี เขารีบจัดแจงให้ทีมตำรวจอารักขารอบงาน โดยมีเอื้อกานต์มาช่วยอีกแรงด้วยความเป็นห่วงพ่อ

    ด้านคิมกับแดน...ได้แต่หวังว่าแผนถ่วงเวลาให้ทีเกื้อขัดขวางการทำอาคมจะสำเร็จ โดยไม่รู้เลยว่า

    ฮันเตอร์จะรู้ทันและตลบหลังด้วยการจับตัวแดนเป็นตัวประกัน บีบบังคับให้ศิษย์เอกจัดการทำอาคมตามแผน

    “ถ้าเหยื่อไม่ตายในคืนนี้ แดนจะต้องตาย ฉันให้เวลาแกถึงเที่ยงคืนเท่านั้น ระเบิดนี่จะทำงานทันที!”

    คิมไม่มีทางเลือกต้องลงมือร่ายอาคมตามแผน โดยมีฮันเตอร์จับตามองตลอด ก่อนจะผละไปเล่นงานทีเกื้อที่แอบไปสืบเรื่องทรงพลในบ้านพักตากอากาศ จนเจอห้องลับและความลับที่ว่าคุณหญิงอัปสรคือคนได้

    ผลประโยชน์จากทรัพย์สมบัติที่ถูกขายทอดตลาดของทรงพล และเธอก็คือเหยื่อในคืนนี้...ไม่ใช่ธีรนัฐ!

    ทีเกื้อไม่รอช้าจะไปบอกความจริงกับทุกคน แต่ฮันเตอร์ก็ทำให้เขาสลบ ไปขัดขวางพิธีกรรมของคิมไม่ได้ แต่กระนั้น...ฮันเตอร์ก็นำความลับเรื่องคุณหญิงอัปสรไปโยนใส่หน้าธีรนัฐในเวลาต่อมา

    ธีรนัฐโกรธมาก รีบนำซองเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับทรัพย์สินของทรงพลไปคาดคั้นความจริงจากภรรยา

    “คุณหลอกใช้ผมให้หลอกท่านไปตายได้ยังไง คุณทำแบบนี้ได้ยังไง”

    “ฉันก็แค่ทำตามที่พวกนั้นบอก ฉันไม่รู้ว่าเครื่องบินลำนั้นมีระเบิด”

    “ผมไม่เชื่ออะไรคุณอีกแล้ว”

    “ฉันทำไปเพราะต้องการช่วยคุณ ฉันโดนขู่... ถ้าไม่ทำตามมันจะฆ่าคุณ”

    ธีรนัฐถอนใจหนักหน่วง ก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาด “ผมจะสารภาพเรื่องราวทั้งหมดกับสื่อ ผมจะล้างมลทินให้ทรงพลเอง รวมทั้งเรื่องที่เราเคยทำข่าวผิดๆด้วย ผมจะไม่ใช้ชีวิตแบบคนขี้ขลาดอีกแล้ว”

    “ถ้าทรงพลไม่ตาย เราจะมีวันนี้ไหม ทรงพลตายแค่คนเดียวแต่ชีวิตหลายๆคนดีขึ้น รวยขึ้น”

    “ผมผิดหวังในตัวคุณหญิงจริงๆ ถ้าต้องขายคนที่เรานับถือผมยอมตายดีกว่า ผมไม่ได้มีจิตใจสกปรกแบบคุณ”

    คุณหญิงอัปสรช้ำใจมาก พาลเคืองถึงนวลเหมือนเคย “ใช่สิ! ฉันมันเลว ต่อให้ฉันทำดีแค่ไหนคุณก็ไม่เคยรักฉัน ที่แต่งงานกับฉันก็เพราะต้องการให้ฉันสนับสนุนเรื่องงาน ยังไงใจคุณก็มีแต่นังนวล...นังเมียน้อยนั่น!”

    “ดูท่าเราคงคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วล่ะ”

    พูดจบก็ปึงปังจากไป ทิ้งคุณหญิงอัปสรให้หัวเสียคนเดียว โดยไม่รู้เลยว่าคิมหรือทรงกลดถอดจิตมาเห็นทุกอย่าง ขบกรามแน่นด้วยความแค้นใจ ส่วนฮันเตอร์สะใจมาก ปั่นหัวศิษย์เอกอีกรอบ

    “คุณหญิงเลวกว่าที่แกคิดไว้เยอะ เนี่ยแหละคือด้านมืดของมนุษย์ คิดถึงแต่ผลประโยชน์ตัวเอง มันทำข่าวใส่ร้ายพ่อแก ทำให้ชีวิตแกเป็นแบบนี้ อย่าลังเลที่จะฆ่าคนแบบนี้!”

    ระหว่างที่คิมเตรียมเล่นงานคุณหญิงอัปสร ทีเกื้อก็ฟื้นและโทร.บอกเอื้อกานต์ว่าเหยื่อคนต่อไปไม่ใช่ธีรนัฐแต่เป็นคุณหญิงอัปสร แต่ฮันเตอร์ก็ร่ายอาคมขัดขวางทำให้สัญญาณมือถือขาดหาย เอื้อกานต์เลยยังไม่รู้เรื่อง

    ธีรภูมิกับสัตตบงกชทำหน้าที่รับแขกแทนธีรนัฐกับคุณหญิงอัปสร แต่สีหน้าของพิธีกรสาวก็ไม่สดใสนัก หัวหน้าฝ่ายรายการของสถานีพอเดาได้ และคิดว่าเธอคงคิดมากเรื่องทีเกื้อ

    “ลำบากใจที่ต้องแต่งงานกับพี่ใช่ไหม”

    “หนูดียินดีแต่งงานกับพี่ชายแสนดีอย่างพี่ภูมิค่ะ”

    “เรารู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร รอผ่านวันนี้ไปก่อน เราค่อยหาทางแก้กันนะ”

    “ขอโทษนะคะพี่ภูมิ”

    “คิดมาก...พี่ต้องขอโทษเราแทนคุณแม่ต่างหากที่กดดันหนูดี”

    ooooooo

    ทีเกื้อรีบกลับไปที่งานเลี้ยงเพื่อแจ้งข่าวร้ายของคุณหญิงอัปสร แต่ก็ไม่ทันการณ์ คิมลงมือร่ายอาคมใส่แม่เลี้ยงของเขาเสียก่อน ธีรนัฐโถมตัวไปรับทันทีที่เห็นกลุ่มควันดำพุ่งมา แต่ฤทธิ์ของมันก็มีผลกับคุณหญิงอยู่ดี

    กุหลาบแห้งของรักของหวงของคุณหญิงอัปสรกลายเป็นเถ้าถ่านตรงหน้าคิม พร้อมอาการหมดสติของคุณหญิงและความวุ่นวายของเหล่าทีมงาน แขกเหรื่อและพวกตำรวจ!

    เอื้อกานต์ร้อนใจมาก ถลาไปช่วยอย่างเต็มกำลังแต่ก็ทำให้แม่เลี้ยงฟื้นไม่ได้ คุณหมอสาวตัดสินใจพาส่งโรงพยาบาลโดยไม่รู้เลยว่าเวลานั้นเองแม่เลี้ยงกำลังเผชิญหน้ากับคิมในนิมิตพิเศษ

    คิมในสภาพชายสวมหน้ากากไม่รอช้า รัวคำถามใส่คุณหญิงอัปสร

    “ทำไมถึงทำแบบนี้กับครอบครัวท่านทรงพล ทำไมต้องทำข่าวใส่ร้ายท่าน หลอกให้ท่านตาย”

    คุณหญิงอัปสรอ้าปากค้าง พูดไม่ออก คิมยิ่งโมโห โพล่งอย่างอัดอั้น

    “ครอบครัวท่านก็อยู่อย่างมีความสุข ทุกคนกำลังมีชีวิต มีอนาคตที่ดี แต่พวกแกทำลายทุกอย่าง เพราะความโลภ ความเห็นแก่ตัวของคนชั่วอย่างพวกแก ทำให้คนดีๆอย่างพ่อต้องเป็นแพะ ต้องอับอาย ต้องตายอย่างอนาถ!”

    ภาพอดีตตอนเครื่องบินตกลอยมาในหัว ทรงพลตายในสภาพเลือดท่วมตัว คิมจำได้ดีว่าตนพยายามคลานไปหาพ่อแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ท่านสิ้นใจก่อนจะได้สั่งเสียอะไรกับลูกชายคนเดียว

    คุณหญิงอัปสรกลัวมาก แต่ยังปากดี “เพราะท่านเป็นคนดีเกินไป ท่านอยากจะเปิดโปงธุรกิจมืดของพวกมัน ถ้าท่านอยู่เงียบๆ ไม่พูดมาก ไม่ไปขัดแข้งขัดขาใคร ก็คงไม่ต้องตายแบบนี้หรอก”

    “เพราะกฎหมายจัดการคนชั่วอย่างพวกแกไม่ได้ ฉันเลยต้องลงมือเอง!”

    ขาดคำของคิม ภาพตรงหน้าคุณหญิงอัปสรก็วูบไป เอื้อกานต์ที่พยายามช่วยชีวิตแม่เลี้ยงใจไม่ดี แต่ก็ไม่ยอมแพ้ ตั้งหน้าตั้งตาแผ่เมตตาให้คิมและพร่ำบอกแม่เลี้ยงให้ฮึดสู้อีกครั้ง

    “ฟื้นสิคะคุณหญิง...คุณหญิงต้องหลุดพ้นจากความแค้นนะคะ เมตตาศัตรูตรงหน้า ถึงแม้เขาจะเกลียดคุณหญิง คุณหญิงก็ต้องเมตตา เหมือนที่เอื้อไม่เคยโกรธคุณหญิงเลย”

    ขาดคำพลังสีขาวอบอุ่นก็ออกจากเอื้อกานต์ ขยายไปทั่วตัวคุณหญิงอัปสร พร้อมๆกับกระแสจิตของคุณหมอสาวที่ถูกส่งถึงคิมให้เขาปล่อยวางความแค้นในอดีต

    คิมคงจัดการคุณหญิงอัปสรไปแล้ว ถ้าเขาจะไม่ได้ยินเสียงเอื้อกานต์ขอร้องให้ยุติความแค้นทั้งหมด ฮันเตอร์โกรธมากที่ศิษย์เอกใจอ่อน ร่ายอาคมสีดำใส่คุณหญิงอัปสรแทน แต่เอื้อกานต์ดันโถมตัวมารับ!

    ooooooo

    เอื้อกานต์กับคุณหญิงอัปสรถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังจากนั้น คิมหรือทรงกลดร้อนรนและรู้สึกผิดมากที่อาคมของเขาทำให้คุณหมอสาวต้องเอาชีวิตมาเสี่ยง จนต้องรีบไปดูอาการถึงโรงพยาบาล ฮันเตอร์โผล่มาขวาง ยกเรื่องแดนมาขู่ เลยถูกศิษย์เอกตอกกลับอย่างรู้ทันว่าแดนไม่มีทางตาย เพราะอาจารย์ไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าอยู่แล้ว

    ทีเกื้อร้อนใจมากเมื่อรู้ว่าแฝดพี่อาการโคม่า เร่งรุดไปโรงพยาบาลด้วยท่าทางเครียดจัด ธีรนัฐก็มีอาการไม่ต่างกัน ธีรภูมิต้องคอยปลอบและให้กำลังใจว่าเอื้อกานต์เป็นคนดี ต้องไม่เป็นอะไรเพราะอาคมแบบนี้แน่

    คุณหญิงอัปสรอาการเพียบหนักไม่ต่างจากเอื้อกานต์ เป้าหมายของฮันเตอร์คือเธอ พลังสีดำเลยส่งผลกับเธอมากกว่าใคร และผลพวงจากอาคมของฮันเตอร์ก็ทำให้เธอติดในบ่วงนิมิตดำมืดที่เขาก่อขึ้น

    ภาพเหตุการณ์ในอดีตปรากฏขึ้นอีกครั้ง เริ่มตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนตอนเธอหัวเสียเมื่อรู้ว่าธีรนัฐมีนวลเป็นภรรยาอีกคนและมีฝาแฝดเป็นพยานรัก ตามมาด้วยเหตุการณ์ของทรงพลที่เธอยืนกรานจะขยี้ข่าว

    และทำทุกทางเพื่อชิงทรัพย์สมบัติของเขามาเป็นของตน ตบท้ายด้วยจรรยาบรรณแบบป่วยๆของเธอที่ชอบทำข่าวฉาวกระชากเรตติ้ง

    เพราะความแค้น ความเกลียดชัง และความโลภแท้ๆทำให้คุณหญิงอัปสรติดบ่วงตัวเอง ความอยากเอาชนะโดยเฉพาะเรื่องนวล ทำให้พลังมืดของคิมกับฮันเตอร์เล่นงานเธอได้ขนาดนี้

    คุณหญิงอัปสรน้ำตาไหล หลับตาช้าๆ นึกถึงคืนวันเก่าๆตอนเธอขอให้ธีรนัฐเลิกกับนวล

    “ผมเลิกกับเขาไม่ได้ เขามีลูกกับผมตั้งสองคน”

    “แล้วยังไง คุณจะยกมันมาเทียบเท่าฉันเหรอ อย่าลืมว่าฉันก็มีตาภูมิ แล้วฉันก็เป็นเมียแต่งคนเดียวของคุณ”

    “เขาก็อยู่ของเขา คุณก็อยู่ของคุณ ไม่เกี่ยวกัน แต่ผมก็ต้องไปดูแลส่งเสียเขาบ้าง”

    “ไม่ได้...สัญญาสิว่าคุณจะไม่ไปยุ่งกับมัน คุณต้องมีแต่ฉันกับลูกเท่านั้น”

    ธีรนัฐไม่ยอมสัญญา เดินหนีดื้อๆ ทิ้งคุณหญิงอัปสรให้เต้นผาง แหวไล่หลังเสียงเขียว

    “เกลียด เกลียด ฉันเกลียดพวกมันทุกคน นังแพศยา เด็กแฝดนรก เกิดมาเป็นมารชีวิตฉัน พวกแกมีความสุขบนความทุกข์คนอื่น ฉันอยากฆ่าแก เผาแกให้วอดวายไม่ให้เหลือซาก!”

    คุณหญิงอัปสรดึงตัวเองจากอดีต พร้อมความรู้สึกผิดและเสียใจกับการกระทำของตัวเองเป็นครั้งแรก ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงจากมัจจุราช

    “รู้สึกยังไงบ้าง...ที่ได้เห็นภาพการกระทำของตัวเองที่เคยทำในอดีต”

    “ฉันไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองคือใคร เกิดมาเพื่ออะไร แล้วที่แสดงบทต่างๆเหล่านั้นมาได้อะไร ในเมื่อสุดท้ายฉันก็ต้องมารับบทตายในอีกไม่กี่นาที”

    “มนุษย์เราไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรเลย ความตายต่างหากที่ยิ่งใหญ่กว่า เพราะความตายเป็นสิ่งที่เราไม่อาจควบคุมได้ ความตายที่กำลังจะกลืนกินเรา โดยเราไม่มีโอกาสขัดขืนได้เลย”

    “สุดท้ายฉันก็ต้องแพ้ให้กับความตาย...ฉันจะไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างเดิม ไม่สามารถอยู่ร่วมกับคนที่รัก คนที่คุ้นเคย ไม่อาจรักษาลมหายใจอันมีค่าได้อีกตลอดไป ...ฉันยังไม่อยากตาย”

    เสียงคร่ำครวญของคุณหญิงอัปสรดังโหยหวนหลังจากนั้นวิญญาณน้อยใหญ่รวมถึงเจ้ากรรมนายเวรของเธอตามมาหลอกหลอนและพยายามลากเธอไปอยู่ด้วย คุณหญิงอัปสรกรีดร้องเสียงหลง ดิ้นรนเอาตัวรอด

    พลันก็ต้องเบิกตาโพลงเมื่อเห็นแสงสว่างจากด้านบน พร้อมการปรากฏตัวของเอื้อกานต์

    เอื้อกานต์ใช้พลังเมตตาช่วยแม่เลี้ยง มัจจุราชเห็นดังนั้นเลยโพล่งขึ้น

    “ตามกฎแห่งกรรม...กรรมของใครคนนั้นต้องชดใช้ เจ้าทำแบบนี้หมายความว่ายินดีจะรับกรรมแทนงั้นสิ”

    คำถามของมัจจุราชทำให้เอื้อกานต์นิ่งงันชั่วอึดใจ ก่อนจะพยักหน้ายอมรับ คุณหญิงอัปสรเลยได้ลมหายใจคืนอีกครั้ง พร้อมกับสัญญาณชีวิตของคุณหมอสาว

    ที่กลายเป็นเส้นตรง!

    ooooooo

    ทีเกื้อหัวใจสลายเมื่อได้ยินข่าวร้ายจากหมอว่าเอื้อกานต์หมดลมหายใจ ถลาเข้าไปหาถึงในห้องฉุกเฉิน คว้ามือแฝดพี่มากุม ฟูมฟายแทบจะขาดใจ

    “มันคุ้มค่าแล้วเหรอจะเอาชีวิตมาแลกกับคนอย่างคุณหญิง....ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยเอื้อ”

    พลันคำพูดของแฝดพี่ในอดีตก็ลอยมาในหัว

    “เอื้อมีความสุขที่ได้ช่วยเหลือคนอื่น มีความสุขที่ได้เห็นคนป่วยรอดชีวิต ต่อให้คนนั้นเป็นคนเลวร้าย ถ้ามีหนทางช่วยเหลือ ถึงแม้ต้องเอาชีวิตตัวเองเข้าแลก เอื้อก็ทำโดยไม่ลังเล”

    ทีเกื้อน้ำตาไหลพราก เสียใจเจียนคลั่ง ประกาศกร้าว

    “เกื้อก็จะไม่ปล่อยให้เอื้อตายเหมือนกัน เอื้อต้องสู้ ต้องฟื้นขึ้นมาสิ ไหนบอกจะไม่ทิ้งเกื้อไปไหนไง!”

    พูดจบก็พยายามปั๊มหัวใจอย่างบ้าคลั่ง พร้อมภาพ ความทรงจำระหว่างเขากับแฝดพี่ผุดในหัวอีกครั้ง...เวลานั้นสองพี่น้องฝาแฝดทะเลาะกันกลางสนามเด็กเล่น นวลรีบมาห้ามและปรามอย่างใจเย็น

    “จะทะเลาะกันไปทำไมลูก เป็นพี่น้องกันแท้ๆ”

    “ก็เอื้อมาหาเรื่องก่อน”

    “ใครจะทะเลาะใครก่อนแม่ไม่รู้หรอกนะ แต่เราน่ะให้อภัยกันได้ไหม เอื้อ เกื้อมีกันแค่สองพี่น้องเท่านั้น คุณตาท่านก็เสียแล้ว ถ้าแม่ตายไปอีกคน ลูกจะทำยังไง”

    “ไม่เอา...เอื้อไม่ยอมให้แม่ตาย”

    เอื้อกานต์โผกอดแม่แน่น ทีเกื้อก็เช่นกัน นวลเลยโอบลูกทั้งสอง ก่อนสอนเสียงอ่อน “ความตายมันเอาแน่เอานอนไม่ได้หรอกนะ แม่อาจอยู่ได้อีกไม่นาน คราวนี้ก็เหลือลูกสองคน ถ้ายังทะเลาะกัน ไม่รักกัน ต่อไปลูกจะพึ่งใคร...รู้ไหมทำไมแม่ถึงตั้งชื่อลูกว่าเอื้อกับเกื้อ... เพราะแม่อยากให้ลูกทั้งสองเอื้อเฟื้อเกื้อกูลต่อกันในยามยากลำบาก”

    ภาพอดีตหายวับไปแล้ว ทีเกื้อดึงตัวเองกลับมา แต่เอื้อกานต์ก็ยังไม่ฟื้น

    “กลับมาสิเอื้อ...เอื้อต้องสู้สิ เอื้อยอมเสียสละช่วยคนอื่น แล้วจะมาตายแบบนี้ไม่ได้นะ!”

    พลังเมตตาและความมุ่งมั่นของทีเกื้อก่อเกิดพลังสีขาวผ่านฝ่ามือ ทำให้เอื้อกานต์กลับมาหายใจอีกครั้งราวกับปาฏิหาริย์ แต่กระนั้น...ตำรวจหนุ่มก็ยังใจไม่ดี เพราะแฝดพี่หยุดหายใจไปนาน ฟื้นมาก็อาจเป็นเจ้าหญิงนิทรา

    คิมหรือทรงกลดโผล่มาเยี่ยมเอื้อกานต์หลังจากนั้น สภาพอดีตคนรักยังสลบไสลไม่ได้สติ คำพูดของฮันเตอร์ลอยเข้ามาในหัวว่าเลือดของคนปล่อยอาคมจะช่วยล้างอาคมได้

    ไม่รอช้า...คิมพยุงร่างเอื้อกานต์พิงอ้อมกอดตัวเอง ก่อนจะกัดปลายนิ้วตัวเองจนเลือดออกและบีบลงปากเธอ เวลาชั่วนาทีแต่ยาวนานเหลือเกินในความรู้สึกของเขา แต่อดีตคนรักก็ยังไม่ฟื้น

    “ฟื้นสิ...เอื้อต้องฟื้นมาฟังคำขอโทษจากพี่”

    พูดพลางกอดเอื้อกานต์แน่น ร้องไห้ฟูมฟาย ก่อนจะได้เบิกตาโพลงด้วยความดีใจเมื่อเห็นเธอฟื้น คุณหมอสาว ยินดีมากที่ได้เห็นแววตาอ่อนโยนของอดีตคนรักอีกครั้ง เชื่อว่าสิ่งที่เธอยอมแลกจะทำให้เขาคิดได้และกลับมาเป็นคนเดิม

    “เอื้อรู้ตัวว่าคงอยู่ได้ไม่นาน เพราะพลังความแค้นนี้มันรุนแรงมาก...เอื้อเอาชีวิตตัวเองแลกกับชีวิตของคุณหญิงแล้ว ความแค้นนี้เอื้อขอรับไว้เอง...พี่กลดให้อภัยทุกคนเถอะนะ อย่าอาฆาตใครอีกเลย”

    “เวลาแบบนี้ยังจะห่วงคนอื่นอีก จะเป็นห่วงมันทำไม”

    “เอื้อทำเพราะเป็นห่วงพี่กลดที่สุด ไม่อยากให้พี่ต้องใช้ชีวิตแบบนี้ ต้องจมอยู่กับความแค้น อยากให้พี่มีชีวิตที่ดี ทำตามความฝันของตัวเอง...หนึ่งนาทีที่จมอยู่กับความแค้น เท่ากับพี่กลดได้พลาดสิ่งดีๆในชีวิตไป...”

    เอื้อกานต์หมดสติไปอีกรอบ พร้อมๆกับทีเกื้อที่โผล่มาดูแฝดพี่ การปรากฏตัวของคิมทำให้ตำรวจหนุ่มโมโหมาก ถลาไปกระชากอีกฝ่ายออกมาและต่อยจนกระเด็นไปอีกทาง

    “เพราะแก...เอื้อถึงเป็นแบบนี้ ถ้าเอื้อเป็นอะไรไป ฉันจะไม่ให้อภัยแกเลย!”

    คิมถูกซ้อมจนน่วมแต่ไม่ยอมตอบโต้ ทีเกื้อเห็นดังนั้นก็พลันได้สติ คิมเลยถือโอกาสพูดทิ้งท้าย

    “ไม่ต้องกลัว พี่ก็รักเอื้อเหมือนกัน ยังไงพี่ก็ต้องทำทุกทางเพื่อช่วยชีวิตเอื้อให้ได้”

    ooooooo

    แดนรอดตายอย่างที่คิมคาดการณ์ทุกอย่าง เลยรีบตามไปดักรออีกฝ่ายที่โรงพยาบาล เมื่อเห็นหน้าก็อดไม่ได้จะโวยวาย แต่คิมก็ไม่มีแก่จิตแก่ใจจะตอบโต้ ต้องรีบไปหาทางช่วยเอื้อกานต์

    ฮันเตอร์ยืนรออยู่แล้ว ตั้งใจจะไม่บอกวิธีถอนอาคม แต่ท่าทางมุ่งมั่นของศิษย์เอกก็ทำให้เปลี่ยนใจ เพราะรู้ว่าคงห้ามไม่ได้ คิมคงทำทุกทางเพื่อช่วยอดีตคนรัก

    “หมอเอื้อโดนอาคมอย่างหนัก มีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินเจ็ดวัน แกต้องใช้พลังบริสุทธิ์รักษา”

    “แล้วต้องทำยังไงครับ”

    “วิชานี้ชื่อว่าศาสตร์บริสุทธิ์...ปกติไสยศาสตร์จะมีทั้งฝ่ายขาวและฝ่ายดำ แต่วิชานี้ไม่ใช่ทั้งขาวและดำ แกจะต้องฟื้นฟูพลัง ฝึกจิตจนบรรลุ และใช้พลังจิตที่สะอาดบริสุทธิ์ขับอาคมและความแค้นออกไป”

    “ขอบคุณครับที่ยอมช่วยผม”

    ท่าทางมุ่งมั่นจะช่วยอดีตคนรักของคิมทำให้ฮันเตอร์หงุดหงิดมาก ดุเสียงเข้ม “ที่ฉันยอมบอก เพราะไม่มีใครเคยฝึกศาสตร์แขนงนี้ได้หรอก บางทีมันอาจเป็นแค่คำเล่าขานด้วยซ้ำ ยังไงหมอคนนั้นก็ต้องตาย!”

    “จะให้ยากแค่ไหน ผมก็จะฝึกให้ได้ อาจารย์ช่วยผมด้วยนะครับ”

    “แกมีเวลาแค่เจ็ดวันเท่านั้น ถ้าแกทำไม่ทัน หมอเอื้อยังไม่รู้สึกตัวอีก...เขาก็จะไม่รอด”

    ระหว่างที่คิมหรือทรงกลดเตรียมถอนอาคมให้เอื้อกานต์ ทีเกื้อยังเฝ้าข้างเตียงแฝดพี่ไม่ห่าง พยายามส่งกระแสจิตขอร้องให้เธอกลับมาเหมือนเคย คุณหมอสาวได้ยินทุกอย่างแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะติดในนิมิตพิเศษที่ล้อมรอบด้วยพลังความแค้นของคิม เมื่อเขาละวางความโกรธแค้นในอดีตได้เท่านั้น เธอจึงจะหลุดออกมาได้

    ธีรนัฐกับธีรภูมิเป็นห่วงทีเกื้อมาก พยายามกล่อมให้กลับบ้านไปพักและเปลี่ยนเสื้อผ้า คราแรกทีเกื้อจะไม่ยอม สัตตบงกชเลยต้องช่วยพูดอีกแรง ทีเกื้อเลยยอมกลับโดยสัญญาว่าจะรีบมาอีกครั้งในตอนเช้า

    แต่เช้าวันต่อมา ทีเกื้อก็ต้องพบข่าวร้ายเมื่อรู้จากเหล่าคนเฝ้าว่าเอื้อกานต์หายตัวไปแล้ว!

    ทุกคนวิ่งพล่านตามหาเอื้อกานต์ให้วุ่น ทีเกื้อดูจะอาการหนักกว่าคนอื่นเพราะรักและเป็นห่วง

    แฝดพี่มาก พลันเขาก็เกิดนิมิตที่บอกว่าคิมหรือทรงกลดนั่นเองที่ลักพาตัวเอื้อกานต์ไปตั้งแต่เมื่อคืน

    หลังตรวจสอบจนแน่ใจ ทีเกื้อก็รุดไปบ้านของทรงพล สถานที่กบดานล่าสุดของคิมเพื่อตามหาตัวแฝดพี่ แต่ก็ไม่พบใคร นอกจากแดนที่รับสารจากคิมมาบอกว่าเจอวิธีรักษาเอื้อกานต์แล้ว

    “อย่าเกลียดพี่คิมเลย...พี่คิมไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเหยื่อรายนี้หรอก”

    “จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ยังไงเขาก็คือคนร้าย”

    “เพราะพี่คิมโดนขู่ ผมโดนจับเป็นตัวประกันพี่เขาเลยต้องทำ”

    ทีเกื้อขมวดคิ้ว ก่อนจะหันมาสนใจสิ่งที่แดนจะบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    “พี่คิมใบ้สถานที่ลงมือให้ผู้กองรู้ เพราะเขาต้องการให้ผู้กองมาขัดขวางได้ทัน กฎการทำอาคม...ถ้าพลาดจะไม่สามารถทำของซ้ำเหยื่อรายเดิมได้ แต่ที่ผิดแผนคืออาจารย์รู้ทัน เลยมาขวางผู้กองเอาไว้...”

    ooooooo

    ความจริงเบื้องหลังอันโหดร้ายจากแดนทำให้ทีเกื้อเข้าใจคิมหรือทรงกลด...อดีตคนรักของเอื้อกานต์มากขึ้น ยอมละมือไม่ตามหา ปล่อยให้สองคนที่เคยรักและยังรักกันมากได้เยียวยากันและกันอีกครั้ง

    คิมพาเอื้อกานต์ไปบ้านพักกลางป่าลึก มุ่งมั่นกับการฝึกจิตบริสุทธิ์ตามคำบอกเล่าของฮันเตอร์

    “การฝึกจิตขั้นสูง...มีความเสี่ยงมาก ร่างของแกอาจโดนปีศาจร้ายเข้าสิง อาจกลายเป็นคนเสียสติ ถ้าร้ายแรงที่สุด...แกอาจถึงตาย แต่ถ้ารอด...แกก็จะกลายเป็นคนใหม่ที่มีจิตที่แข็งกว่าใครๆ”

    “ผมพร้อมจะเสี่ยงครับ”

    “เริ่มแรก...แกต้องตั้งสมาธิจนจิตว่างเปล่า ทบทวนชีวิตตนเองจนเข้าใจแก่นแท้ของชีวิตแล้วหาจิตบริสุทธิ์ให้เจอ...เอื้อกานต์ถูกพลังความแค้นทำร้าย แกต้องใช้จิตฝ่ายตรงข้ามกับสิ่งที่แกปล่อยไปทำลายมัน”

    การฝึกเพื่อหาจิตบริสุทธิ์ต้องการแรงกายและแรงใจอย่างหนักหน่วง คิมมุ่งมั่นมากเพราะอยากช่วยเอื้อกานต์ให้ฟื้นอีกครั้ง แต่เพราะการทำอาคมที่ผ่านมาทำให้มีมารผจญมากมายคอยขัดขวาง

    และที่เลวร้ายสุดคงหนีไม่พ้นฮันเตอร์ที่ไม่อยากให้ศิษย์เอกทำสำเร็จ พยายามปล่อยของเพื่อขวางอีกทาง คิมค้นพบเรื่องนี้โดยบังเอิญเพราะฝึกหนัก แต่ยังทำเฉยเมื่ออาจารย์แวะมาหาและทำเป็นไม่รู้เรื่อง

    “ฉันบอกแล้วว่ามันยาก ล้มเลิกความตั้งใจซะเถอะ”

    “ไม่ครับ...ผมจะลองใหม่”

    “มันไม่มีหวังหรอก ยังไงเอื้อกานต์ก็ต้องตาย”

    “ไม่ว่ายังไงผมก็ต้องช่วยเขาให้ได้”

    “งั้นแกก็จัดการเอาเองก็แล้วกัน!”

    คิมฝึกหนักอย่างไม่ลดละ วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วในความรู้สึกของเขา แต่เอื้อกานต์ก็ยังไม่ฟื้น ต่างจากคุณหญิงอัปสรที่ฟื้นตัวในหลายวันต่อมา ธีรนัฐถอนใจโล่งอก ความโกรธขึ้งก่อนหน้าเลือนหายไปแล้ว เหลือไว้เพียงความรักและความห่วงใยที่เขามีให้เธอมาตลอดในฐานะภรรยาคู่ใจ

    คุณหญิงอัปสรสำนึกผิด เหตุการณ์เฉียดตายที่ผ่านมาทำให้คิดได้ว่าตนเองเคยทำผิดบาปไว้หนักหนา ทั้งกับสามีและลูกฝาแฝดของเขา โดยเฉพาะเอื้อกานต์ที่เสียสละชีวิตตัวเองช่วยเธอไว้

    อาการของเอื้อกานต์ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่คิมก็ไม่ท้อ พยายามทุกทางจะช่วยเธอให้ได้

    “ตอนนี้พี่กลดที่ตายไปกลับมาแล้ว แต่เอื้อกลับจะจากพี่ไปอีก รีบฟื้นเถอะนะ...มาฟังคำขอโทษจากปากพี่”

    น้ำตาของคิมหยดโดนมือของเอื้อกานต์ และคุณหมอสาวที่ถูกคุมขังด้วยจิตที่เต็มไปด้วยความแค้นของเขาก็สัมผัสมันได้ ความรู้สึกของเขาถูกส่งผ่านถึงเธอ เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและเสียใจอย่างที่สุด แต่เธอก็ช่วยอะไรเขาไม่ได้ นอกจากภาวนาขอให้เขาปล่อยวางความแค้นในอดีตเพื่อปลดปล่อยเธอ

    คิมปวดใจมากที่อาคมของเขาทำให้เธอต้องอยู่ในสถานการณ์ลำบากแบบนี้ เอื้อกานต์เข้าใจความรู้สึกเขาดี และอดไม่ได้จะคิดถึงบทสนทนาก่อนเหตุการณ์เครื่องบินตก ตอนเขามาบอกลา

    “พี่ต้องตามไปดูแลคุณพ่อคุณแม่ ท่านทั้งสองไม่มีใคร...เอื้อเข้าใจพี่นะ”

    “ค่ะ...แต่ทำไมเราไม่สู้คะ”

    “พี่สู้ทุกทาง แต่ฝ่ายนั้นจะเอาคุณพ่อเข้าคุกให้ได้ ถ้าไม่รีบตอนนี้ เขาจะออกหมายจับ เราจะยิ่งทำอะไรไม่ได้”

    “เข้าใจค่ะ...เอื้อจะรอพี่กลด ไม่ว่ายังไง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เอื้อจะรอพี่กลดคนเดียว”

    “พี่สัญญา...เมื่อไหร่ที่พ่อแม่พี่ปลอดภัย พี่จะกลับมาหา พี่จะกลับมาหาเอื้อแน่นอน”

    “สัญญานะคะ”

    “ไว้พี่กลับมา พี่จะพาเอื้อไปเที่ยวสวนดอกไม้ที่เอื้อชอบนะ...”

    ooooooo

    คำสัญญาในอดีตหล่อเลี้ยงใจของคิมกับเอื้อกานต์ให้มีกำลังใจจะสู้ต่อ เช่นเดียวกับธีรนัฐที่มีความหวังว่าลูกสาวคนเดียวจะปลอดภัย ทีเกื้อสงสารพ่อมาก ตัดสินใจบอกความจริงว่าคิมหรือทรงกลด...อดีตคนรักของเอื้อกานต์เป็นคนพาตัวเธอไปรักษา แต่เขาต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ บอกใครไม่ได้ทั้งสิ้น!

    ระหว่างที่คิมฝึกหนักเพื่อช่วยเอื้อกานต์ ฮันเตอร์ก็มุ่งหน้าไปโรงพยาบาลเพื่อคาดคั้นความจริงจากคุณหญิงอัปสรเรื่องคนบงการเผาบ้านของเขา รวมทั้งฆ่าครอบครัวของทรงพล คุณหญิงอัปสรกลัวมาก อยากร้องให้คนช่วยแต่ก็ถูกพลังของฮันเตอร์สะกดให้ขยับตัวทำอะไรไม่ได้

    แต่โชคก็ยังไม่ใจร้ายกับเธอนัก ทีเกื้อโผล่มาพอดี ฮันเตอร์เลยต้องใช้ระเบิดควันเพื่อหนี ทีเกื้อจะตามแต่ก็ต้องยั้งมือไว้เพราะคุณหญิงอัปสรแม่เลี้ยงคู่ปรับอาการไม่ดี เลยต้องเรียกคนมาช่วยแทน

    คิมไม่ได้สนใจวีรกรรมของฮันเตอร์ มุ่งมั่นกับการฝึกและผจญศึกหนักจากวิญญาณร้ายที่เขาเคยใช้อาคมทำร้าย โดยเฉพาะเกริกภพที่อาฆาตแค้นเขามาก ยั่วโมโหและปั่นหัวทุกทางจนคิมแทบทนไม่ไหว

    คำยั่วยุของเกริกภพทำให้การฝึกจิตล้มเหลว

    ครั้งแล้วครั้งเล่า คิมโกรธมาก เกือบพลั้งมือทำลายวิญญาณและภาพหลอนของเกริกภพ แล้วตนเองจะต้องตายตามคำเตือนของฮันเตอร์ไปแล้ว ถ้าวิญญาณของทรงพลจะไม่โผล่มาห้าม

    “กลด...อย่าแค้นพวกเขาเลยนะลูก ตอนนี้พ่อไม่ได้เจ็บแค้นใครแล้ว ที่พ่อต้องมาเจอเรื่องร้ายๆทั้งหมด มันอาจจะเป็นกรรมเก่าของพ่อเอง พ่ออยากให้ลูกหยุดสร้างเวรกรรมกับคนพวกนั้น”

    “แต่มันทำร้ายพวกเรานะครับ”

    “ลองใช้จิตที่เมตตาดูพวกเขาสิว่าพวกเขาน่าเวทนาแค่ไหน...”

    คำพูดเตือนสติของทรงพลทำให้คิมเห็นภาพในอดีต พฤติกรรมของเหล่าวิญญาณร้ายที่เขาเคยทำอาคมใส่ทั้งเกริกภพ เดชา คมกฤชและคุณหญิงอัปสร ทุกคนล้วนทำเรื่องเลวร้ายเพราะความโลภและความเห็นแก่ตัว แต่สุดท้ายพวกเขาก็ต้องรับผลกรรมอันแสนสาหัสกันถ้วนหน้า

    “ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียง อำนาจ เงินทอง ความรัก สุดท้ายตายไปเราก็เอาอะไรไปไม่ได้ แต่สิ่งที่จะอยู่ติดตัวเราไปจนตายก็คือความดี จำไว้นะกลด...ถึงสังคมจะบีบให้เราเป็นคนเลวแค่ไหน แต่เราก็ต้องอดทน การเป็นคนดีมันยาก แต่เราก็ต้องทำให้ได้...เข้าใจไหมลูกพ่อ”

    “เพราะความแค้น...ทำให้ผมลืมจุดยืน ลืมอุดมการณ์ตัวเอง ทำให้ผมกลายเป็นแบบนี้”

    “มันยังไม่สายกลด ขึ้นมาแล้วเริ่มต้นใหม่...”

    จิตบริสุทธิ์ของคิมหรือทรงกลดเริ่มเผยตัวขึ้นเรื่อยๆ ทรงพลยินดีมากที่ลูกชายคนเดียวคิดได้ และฉวยโอกาสนี้พาจิตของลูกชายไปหาคุณหญิงอัปสรที่กำลังสำนึกผิดถึงเรื่องในอดีตกับธีรนัฐ

    “หลังจากผ่านความเป็นความตายมา ทำให้ฉันคิดอะไรได้หลายอย่างเลยล่ะ ถ้าฉันหายดี...ฉันจะสารภาพเรื่องทุกอย่างที่ทำกับท่านทรงพล อยากจะขอโทษกับสิ่งที่ตัวเองได้ทำไปทั้งหมด”

    “ผมดีใจนะที่คุณคิดได้”

    “แล้วฉันก็อยากขอโทษคุณด้วย...อภัยให้ฉันนะคะคุณ”

    “ไม่เป็นไร...ผมไม่เคยโกรธคุณเลย”

    ภาพสองสามีภรรยากอดกันด้วยความรักและเข้าใจทำให้คิมค่อยๆลดความแค้นในใจและพร้อมให้อภัย ทรงพลดีใจมากที่ลูกชายบรรลุการฝึก จึงอวยพรให้เขานำจิตบริสุทธิ์ไปช่วยเอื้อกานต์ได้สำเร็จ

    คิมรีบถอดจิตและพาร่างที่ยังไม่ได้สติของเอื้อกานต์ไปสวนดอกไม้ตามที่เคยสัญญากับเธอในอดีต พลังสีขาวจากจิตบริสุทธิ์ของเขาค่อยๆไหลสู่ร่างคุณหมอสาว วิญญาณของเอื้อกานต์ที่ถูกคุมขังสัมผัสถึงพลังพิเศษนั้นได้ ยิ้มกว้างด้วยความยินดีที่คิมยอมละความแค้นและปลดปล่อยเธอจากจิตอาฆาตจนได้

    ร่างกายของเอื้อกานต์ค่อยๆฟื้นตัว แต่คงไม่ทันใจคิมที่รอคอยด้วยความกังวล กลัวพลังจิตบริสุทธิ์จะไม่ได้ผลและเธอจะไม่ฟื้นตลอดกาล เขาก้มจูบเธอที่หน้าผากอย่างอ่อนโยน หวังเต็มหัวใจจะให้เธอลืมตามาฟังคำรักและคำขอโทษจากเขา แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนเขาเกือบถอดใจแล้ว ถ้าจะไม่เกิดปาฏิหาริย์เสียก่อน...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 20:07 น.