สมาชิก

อาคม

ตอนที่ 8

อัลบั้ม: "อาคม" ละเครแนวสืบสวน-แฟนตาซี ได้ "เจมส์ มาร์" ประกบ "มาร์กี้"

ทีเกื้อกับสัตตบงกชมาเฝ้าอาการเกี้ยงด้วยความเป็นห่วง โชคดีที่ช่วยทัน สายตำรวจและวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างเลยมีแค่แผลฟกช้ำตามตัว

“เพราะผู้กองต้องมาช่วยผมแท้ๆ เลยทำให้จับคนร้ายไม่ได้”

“ถึงจับได้ เราก็ได้แค่สอบสวน ยังทำอะไรไม่ได้อยู่ดี เพราะเราไม่มีหลักฐาน ขอโทษนะที่ทำให้ต้องมาเจ็บตัว”

“ไม่เป็นไรผู้กอง...ผมลืมสนิทเลย ผมเจอรูปนี้อยู่ในกระเป๋ากางเกงผมด้วย ไม่รู้มาได้ยังไง”

พูดจบก็หยิบรูปใบหนึ่งออกจากกระเป๋า ทีเกื้อถึงกับอ้าปากค้าง เช่นเดียวกับสัตตบงกชที่ชะโงกหน้ามาดู เพราะภาพถ่ายนั้นคือตอนทีเกื้อแวะมาหาข้อมูลที่บ้านพักตากอากาศของทรงพลเมื่อวันก่อน

คิมเป็นคนใส่รูปถ่ายใบนั้นในกระเป๋าเกี้ยงเพราะกลัวความเหี้ยมของฮันเตอร์ เมื่อแดนรู้เรื่องก็สงสัย แต่พอรู้ว่าฮันเตอร์ปลอมตัวเป็นคิมเพื่อจัดการทีเกื้อก็พยักหน้าเข้าใจ

“แล้วอาจารย์ปลอมตัวเป็นพี่แบบนี้ได้ อีกหน่อยเขาจะไม่ใช้ร่างพี่ไปทำอะไรต่ออะไรเหรอ”

“ไม่หรอก...การทำแบบนี้ต้องใช้พลังจิตสูงมาก ช่วงนี้อาจารย์ทำผิดกฎการใช้อาคม คงต้องฟื้นฟูพลังน่าดู”

ฮันเตอร์ทำผิดกฎการใช้อาคมจริง ทั้งทำของซ้ำใส่เดชาและปลอมตัวเป็นคิม ทำให้ต้องพักฟื้นยาวตามที่คิมคาดไม่มีผิด เปิดโอกาสให้พวกตำรวจ โดยเฉพาะทีเกื้อมีเวลาทบทวนถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมามากขึ้น

สัตตบงกชเห็นอดีตคนรักทำหน้าเครียด ก็อดถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงไม่ได้

“เกี้ยงปลอดภัยแล้ว คุณจะเครียดเรื่องอะไรอีก”

“เครียดสิ...ที่ผ่านมาคนร้ายจะโหดจะเก่งแค่ไหนก็คนธรรมดา ใช้อาวุธที่เรามองเห็น จับต้องได้ แต่คนร้ายรายนี้ใช้อาวุธที่มองไม่เห็น ถึงเรามั่นใจว่ามันเป็นใคร แต่เราก็ไม่มีหลักฐานพยานมาเอาผิดทางกฎหมายได้อยู่ดี”

“นั่นสิ...ถ้าคนร้ายไม่สารภาพซะอย่าง เราจะใช้หลักฐานอะไรให้ศาลรับฟ้อง”

พูดจบก็คิดได้ ยื่นซองเอกสารสำคัญเกี่ยวกับข้อมูลทรงพลให้

“นี่ข้อมูลนายทรงพล ทั้งคดีที่ถูกกล่าวหา สาเหตุการตาย รวมถึงญาติพี่น้อง ลูกหลานทุกคนที่ยังมีชีวิต”

“ขอบคุณมากนะ...ผมเชื่อว่าคนร้ายต้องเป็นคนใกล้ชิดลุงทรงพล เผลอๆอาจเป็นคนที่เราคิดไม่ถึงและรู้จักดี”

ทีเกื้อค่อนข้างมั่นใจว่าชายสวมหน้ากากคือคิมหรือทรงกลด อดีตคนรักผู้ล่วงลับของเอื้อกานต์ แต่ก็เลือกไม่บอกสัตตบงกชเพราะอยากรวบรวมหลักฐานและข้อมูลให้มากกว่านี้

ooooooo

แหล่งข้อมูลแรกที่ทีเกื้อคิดถึงก็ไม่ใช่คนไกลที่ไหน...เอื้อกานต์พี่สาวฝาแฝดนั่นเองที่น่าจะรู้ดีที่สุด ทั้งความลับเรื่องคิมคือชายสวมหน้ากากและทรงกลด... อดีตคนรักของเธอ แต่การคาดคั้นความจริงจากเอื้อกานต์ไม่ใช่เรื่องง่าย เขาเลยต้องตะล่อมถามอย่างละมุนละม่อม

“เอื้อยังคิดถึงพี่กลดอยู่รึเปล่า”

“ทำไมถึงถามอย่างนี้ล่ะ”

“เกื้อคิดถึงลุงทรงพล...น่าแปลกนะ เกื้อมีโอกาสเจอท่านครั้งเดียว แต่เกื้อกลับรู้สึกดีกับท่านมากๆ ตอนเกิด คดี...เกื้อแทบไม่อยากเชื่อว่าท่านมีส่วนร่วม พอรู้ข่าว เครื่องบินตก เกื้อก็ช็อก รู้สึกเหมือนสูญเสียคนที่เรารักเคารพไป”

ชื่อของทรงกลดและเรื่องโศกนาฏกรรมของครอบครัวเขาทำให้เอื้อกานต์หน้าเสีย ทีเกื้อลำบากใจมาก แต่ก็จำต้องหลอกถามเพื่อข้อมูลในการสืบคดี

“ช่วงนั้นพี่กลดเล่าเรื่องอะไรเกี่ยวกับท่านให้ฟังบ้างไหม มีเรื่องแปลกๆเกิดขึ้นก่อนจะเกิดอุบัติเหตุบ้างรึเปล่า”

“พี่กลดไม่เคยเล่าเรื่องที่บ้านให้ฟังหรอก ทำไมจู่ๆ ถามแบบนี้ล่ะ”

“ก็แค่อยากรู้ตามนิสัยตำรวจน่ะ...ร้อนจัง ไปอาบน้ำ ดีกว่า”

พูดจบก็ผละไป ทิ้งเอื้อกานต์ให้มองตามงงๆ ก่อนจะตาลุกวาวด้วยความโกรธ เมื่อเหลือบไปเห็นแฟ้มข้อมูลเกี่ยวกับทรงกลดและการตายของทรงพล

“นี่มันเรื่องอะไรกัน เกื้อกำลังสืบอะไรเกี่ยวกับบ้านพี่กลดกันแน่ เล่าให้เอื้อฟังเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

ทีเกื้อมีท่าทีอึกอักอย่างเห็นได้ชัด แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเล่า

“เหยื่อที่ตายทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีลุงทรงพลจริงๆ เกื้อสงสัยว่าคดีมีเงื่อนงำแปลกๆ คุณลุงอาจโดนกล่าวหา เครื่องบินลำที่ตกนั่นก็มีเงื่อนงำเหมือนมีการปิดบังข้อมูล”

“เอื้อไม่อยากจะเชื่อเลย”

ท่าทางตะลึงงันของแฝดพี่ทำให้ทีเกื้อเชื่อว่าตัวเองมาถูกทาง “คิม...ฆาตกรคนนั้นต้องเกี่ยวข้องกับลุงทรงพลแน่ๆ เขาไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่เอื้อคิด เมื่อวานเกื้อก็เจอมัน มันยังทำร้ายสายของเกื้อเลย”

“พี่จะไปถามเขาให้รู้เรื่องว่าเขาเป็นอะไรกับคุณลุง”

“เอื้อไปก็ไม่เจอหรอก มันย้ายที่อยู่หนีไปแล้วมันรู้ความเคลื่อนไหวของเรา เมื่อวานมันทิ้งรูปนี้ไว้ให้เกื้อเลย”

“เอื้อจะลองใช้พลังจิตสืบดู บางทีอาจจะรู้ว่าคิมอยู่ที่ไหน...”

เอื้อกานต์ใช้สัมผัสพิเศษกับรูปถ่ายของแฝดน้องจนรู้ว่าเหยื่อรายต่อไปของคิมคือธีรนัฐ สองพี่น้องร้อนใจมาก รีบส่งคนตามประกบพ่ออย่างใกล้ชิด คิมรับรู้ได้ถึงความเคลื่อนไหวของฝาแฝด โดยเฉพาะเอื้อกานต์ที่เพียรโทร.หาเขาตลอดทั้งวัน แต่เขาก็ไม่รับสาย ได้แต่พร่ำบอกเธอในใจให้ตัดใจจากเขาเสียที

แดนเห็นรุ่นพี่หนุ่มที่เคารพนั่งดูรูปเก่าๆสมัยเป็นทรงกลดถ่ายคู่กับเอื้อกานต์ด้วยสีหน้าเศร้าๆก็อดแนะไม่ได้

“ผมว่าพี่น่าจะเล่าความจริงให้หมอเอื้อฟังนะ ผมว่าหมอจะต้องเข้าใจพี่”

“พี่ไม่ต้องการให้เขามายุ่งเรื่องนี้ พี่เลือกจะใช้ชีวิตอย่างโจร ถ้าพี่ยังยุ่งกับเขา...สักวันเขาอาจต้องเดือดร้อนเพราะพี่ พี่ไม่ควรคิดอะไรทั้งนั้น หน้าที่พี่ตอนนี้คือการเรียกร้องความยุติธรรมให้กับครอบครัวเท่านั้น!”

ooooooo

ระหว่างที่คิมกับแดนเตรียมงาน ธีรนัฐกลับไม่ค่อยกังวลเรื่องตัวเอง วุ่นวายกับงานบริหารสถานีเหมือนเคย โดยมีธีรภูมิเป็นกำลังสำคัญ ร่วมด้วยสัตตบงกชคู่หมั้นของธีรภูมิและพิธีกรสาวที่มีอุดมการณ์ทำงานแรงกล้า อย่างเช่นวันนี้ที่เธอหงุดหงิดมาก เพราะต้องอ่านข่าวที่เต็มไปด้วยภาษาใส่สี ข้อมูลบิดเบือนและเนื้อหาสาระเกินจริง

ธีรนัฐได้ยินว่าที่ลูกสะใภ้บ่นก็ไม่ถือสา กลับถือโอกาสสอนด้วยความเอ็นดู

“คิดว่านักข่าวมีหน้าที่อะไร”

“รายงานความเป็นจริงให้สังคมตื่นตัวกับเรื่องต่างๆ ที่เราจะบอกค่ะ”

“แล้วถ้าไม่มีคนดูข่าวของเราล่ะ หน้าที่ของเราถือว่าสัมฤทธิ์ผลไหม”

สัตตบงกชส่ายหน้า ธีรนัฐยิ้มรับก่อนอธิบายเสียงอ่อน “ถ้าไม่มีคนดูข่าวเรา สิ่งที่เราจะสื่อก็ไม่มีความหมาย การแต่งเติมนิดๆหน่อยๆเพื่อทำให้คนดูหันมาสนใจ ตื่นตัวกับเรื่องที่เราจะนำเสนอ มันจะไม่เป็นประโยชน์มากกว่าเหรอ ยุคนี้เราจะมัวทำข่าวแบบเดิมไม่ได้แล้ว คนบริโภคเปลี่ยนไป เราก็ต้องปรุงข่าวให้ถูกปากคนกิน”

“แต่มันก็ไม่ถูกต้องอยู่ดีนะคะ”

“ถูกไม่ถูกเราดูกันที่เจตนา พวกเราไม่ได้มีเจตนาไม่ดี และไม่ได้ทำให้ใครเสียหาย”

ธีรนัฐส่งยิ้มบางๆให้ว่าที่ลูกสะใภ้ แต่พลันต้องหน้าซีดเมื่อจู่ๆก็มีเสียงในหัว

“แน่ใจเหรอว่าจะไม่มีใครเสียหายเพราะข่าวของแก!”

ฮันเตอร์นั่นเองที่ร่ายอาคมส่งเสียงเข้าในหัวธีรนัฐเพื่อข่มขวัญ ซึ่งก็ได้ผลเกินคาด คำขู่นั้นทำให้ธีรนัฐหวนคิดถึงเรื่องเลวร้ายในอดีตที่เขามีส่วนทำให้เกิด...คดีของ ทรงพลเมื่อหลายปีก่อน ข่าวนี้เป็นที่สนใจของผู้คนมากมาย และคุณหญิงอัปสรภรรยาของเขาก็ไม่รอช้าจะขยี้ข่าวนี้เพื่อสร้างกระแสและเพิ่มยอดขาย

ธีรนัฐจำได้ดี...เวลานั้นเขาคัดค้านอย่างหนักที่ภรรยาจะให้เสนอข่าวโจมตีทรงพล

“ทรงพลนักธุรกิจชื่อดังซึ่งเบื้องหลังพัวพันการค้า ยาเสพติด พาครอบครัวขึ้นเครื่องบินหลบหนีคดี สุดท้ายไปไม่รอด เครื่องบินระเบิดตายยกครัว...นี่เราต้องเขียนข่าวขนาดนี้เลยเหรอ”

“ข่าวแบบนี้แหละคนดูชอบ”

“แต่มันไม่ถูกต้อง ข่าวก็ไม่จริง ผมไม่เห็นด้วยเลยที่เราปั่นข่าวใส่ร้ายใคร...ที่สำคัญคนนั้นดันเป็นคนที่เรา นับถือ”

“คนตายไปแล้ว ลุกมาโวยวายไม่ได้หรอกคุณ ถ้าคุณไม่กล้าทำ เดี๋ยวฉันทำเอง!”

เพราะขัดภรรยาไม่ได้ ธีรนัฐเลยต้องรู้สึกผิดถึงทุกวันนี้ คุณหญิงอัปสรแวะมาคุยเรื่องงาน เห็นสามีทำหน้าเหมือนมีเรื่องคิดมากก็อดไม่ได้จะซักไซ้ด้วยความเป็นห่วงและอยากรู้

“ผมแค่คิดว่ากว่าเราจะมาถึงจุดนี้ เราเคยทำข่าวทำร้ายใครไปบ้าง”

“เราทำข่าวนะคะ ไม่ได้ทำรายการธรรมะ มันก็ต้องมีกระทบกระทั่งคนอื่นบ้าง...เป็นธรรมดา สถานีเราอยู่ได้เพราะเงินนะคะ มันคือธุรกิจ เรื่องแบบนี้ใครๆเขาก็ทำกันทั้งนั้นแหละ คุณอย่ามาเป็นคนดีไปหน่อยเลย”

“ผมกลัวว่าสักวัน...เรื่องนี้มันจะย้อนกลับมาทำร้ายเรา...”

ความกลัวของธีรนัฐไม่เกินจริงเลย เพราะคิมเริ่มลงมือสั่งสอนสถานีของเขาในวันเดียวกัน ด้วยการตัดไฟระหว่างออกอากาศและแทรกภาพพร้อมอักษรพาดหัวข่าวว่าทีเอ็นนิวส์เป็นสำนักข่าวจอมปลอม!

ooooooo

การแทรกสัญญาณและการตัดไฟของคนร้ายปริศนาทำให้ทีมงานสถานีวุ่นวายกันไปหมด ธีรนัฐที่นั่งดูทุกอย่างจากห้องทำงานตกใจมาก เช่นเดียวกับทีเกื้อที่มาเฝ้าอารักขาตามหน้าที่

ธีรภูมิที่อยู่หน้างานพยายามสั่งให้ทีมงานตัดสัญญาณแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ สัตตบงกชหน้าเครียด อยากช่วยหาทางแก้แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เช่นกัน คิมเฝ้ารอจังหวะอยู่แล้ว ปรากฏตัวให้เห็นเป็นชายสวมหน้ากากบนหน้าจอสถานี

“เห็นข่าวแบบนี้แล้วรู้สึกยังไง ข่าวที่ไม่เป็นความจริง ข่าวที่ใช้ถ้อยคำรุนแรง”

ทีมงานมองหน้ากันเลิ่กลั่ก คิมสะใจมาก ประกาศกร้าว

“ฉันต้องการให้สถานีคุณนำเสนอข่าวเปิดเผยความจริงเรื่องคุณทรงพล...สถานีคุณ...เคยนำเสนอข่าวผิดพลาดให้คนเข้าใจคุณทรงพลผิดๆ ฉันจะให้โอกาสคุณได้แก้ตัว สารภาพความผิดของตัวเองซะ!”

คิมให้เวลาทีมงานหนึ่งวันแฉข่าวฉาวที่เคยปกปิด ธีรภูมิกับสัตตบงกชรับปากจะทำ พร้อมสั่งทีมงานให้เช็กสัญญาณจากด้านนอก ซึ่งก็ถือเป็นโชคดีที่ชายสวมหน้ากากไม่ได้ถ่ายทอดภาพแทรกนั้นออกไป แต่ตัดเป็นจอดำเหมือนเป็นแค่ความผิดปกติของสถานีมากกว่า

ธีรนัฐกับคุณหญิงอัปสรยืนกรานเสียงแข็งไม่ยอมให้ทำข่าวทรงพล ธีรภูมิ ทีเกื้อและสัตตบงกชพยายามคัดค้านและขอเหตุผล แต่สองสามีภรรยาผู้บริหารสถานีก็ไม่ยอมท่าเดียว

คุณหญิงอัปสรร้อนรนมาก รีบโทร.หาศักดิ์ชายเพื่อขอความช่วยเหลือ

“คุณรู้จักหมอทำอาคมเก่งๆใช่ไหม แนะนำให้ฉันรู้จักหน่อย ตอนนี้สถานีฉันเป็นเป้าไอ้ฆาตกรนั่น”

“ไม่ต้องห่วง...เรื่องนี้เดี๋ยวผมจัดการให้ ผมจะให้หมอไปทำพิธีที่สถานีโทรทัศน์คุณเอง”

“ขอบคุณคุณมากนะ”

“แล้วคุณพอเดาได้ไหมว่าคนร้ายจะเป็นใคร”

“ฉันไม่รู้...รู้แต่มันต้องเกี่ยวข้องกับท่านทรงพลแน่!”

ศักดิ์ชายพลอยเป็นกังวล กลัวเรื่องมาถึงตัวและตนจะกลายเป็นเหยื่อรายต่อไปของชายสวมหน้ากาก เลยรีบส่งลูกน้องไปสืบทุกอย่างเกี่ยวกับครอบครัวทรงพล

ไม่ใช่แค่พวกธีรภูมิที่ช่วยหาข้อมูลคดีทรงพล เอื้อกานต์ก็จะช่วยด้วย และวันนี้เธอก็ตั้งใจแล้วจะไปหาข้อมูลที่บ้านตากอากาศของทรงพล ทีเกื้อเป็นห่วงไม่อยากให้ยุ่ง แต่เธอก็ไม่ยอม

“ทำไมล่ะ...เรื่องนี้เกี่ยวกับครอบครัวพี่กลด เอื้ออยู่เฉยๆไม่ได้หรอก ยิ่งถ้าคดีนี้มีเบื้องหลัง เอื้อยิ่งต้องรีบหาความจริง เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้คุณลุง”

“แต่นี่มันไม่ใช่หน้าที่ของเอื้อ”

“ถ้าเกื้อไม่ให้เอื้อช่วย เอื้อก็จะหาทางสืบเรื่องนี้เอง!”

ooooooo

เอื้อกานต์ทำตามที่ประกาศทุกอย่าง บุกเดี่ยวถึงบ้านพักตากอากาศของครอบครัวทรงพลในคืนเดียวกัน โดยไม่รู้เลยว่าลูกน้องของศักดิ์ชายที่ถูกส่งมาแอบดูห่างๆ และกำลังหาทางจับตัวเธอไปสอบสวน!

คิมเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง เขาช่วยเธอไว้ทันเวลาและพาไปคุยอีกมุม

“คนพวกนั้นเป็นใคร”

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน...แล้วคุณล่ะ คุณเป็นใครกันแน่”

เจอคำถามเหวี่ยงๆของเธอ คิมก็ถึงกับพูดไม่ออก เอื้อกานต์เลยยิ่งของขึ้น

“ที่ฉันเตือนคุณไป ขอร้องให้คุณหยุด สุดท้ายคุณก็ไม่คิดจะหยุดจริงๆ แล้วตอนนี้คุณยังคิดจะทำร้ายพ่อฉันอีก ที่คุณมาตีสนิทกับฉันก็เพราะเรื่องนี้ใช่ไหม”

“ใช่...ผมต้องการจะหลอกใช้คุณ เพื่อสืบเรื่องพ่อของคุณ”

คิมตั้งใจพูดให้เธอตัดใจ ซึ่งก็ได้ผล เอื้อกานต์เสียใจมาก ตัดพ้อด้วยท่าทางเจ็บปวด

“คุณเป็นคนแบบนี้เองสินะ ฉันดูคนผิดไปจริงๆ ต่อให้ฉันขอร้องคุณ คุณก็ยังยืนยันจะทำร้ายพ่อฉันใช่ไหม”

“ใช่...แล้วคุณก็ควรถอยไป อย่ามายุ่งกับเรื่องนี้ ผมไม่อยากทำร้ายคุณ”

“ไม่...ฉันจะทำทุกทางเพื่อปกป้องพ่อฉัน และถ้าคุณยังยืนยันแบบนี้ ต่อไปนี้...ฉันกับคุณคงต้องเป็นศัตรูกัน!”

เอื้อกานต์ผละไปแล้วทิ้งคิมให้มองตามด้วยสีหน้าเศร้าๆ ฮันเตอร์เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง รอจังหวะ...ทันทีที่ศิษย์เอกอยู่ตามลำพังก็ดุและเตือนสติ

“ความรักจะทำให้อาคมแกเสื่อมลง...ถ้าแกยังชอบหมอเอื้ออยู่ มันจะทำให้การล้างแค้นของเรายุ่งยาก ผู้หญิงคนนั้นจะเป็นจุดอ่อน และจะย้อนกลับมาทำร้ายแก”

“ผมกำลังพยายามอยู่ครับ”

สีหน้าลำบากใจของคิมทำให้ฮันเตอร์โมโหประกาศกร้าว “ถ้าแกทำไม่ได้ ฉันจะเป็นคนจัดการให้ผู้หญิงคนนั้นออกจากชีวิตแกเอง ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาขัดขวางการล้างแค้นของเราเด็ดขาด!”

คำขู่ทิ้งท้ายของฮันเตอร์ทำให้คิมหนักใจ ทั้งเรื่องทำของใส่ธีรนัฐและตัดใจจากเอื้อกานต์ แดนที่มาช่วยย้ายของไปบ้านหลังเก่าของทรงพลเข้าใจความรู้สึกดี พยายามชวนคุยเปลี่ยนเรื่อง

“พี่จะย้ายมาอยู่บ้านตัวเองเนี่ยนะ แล้วจะไม่อันตรายเหรอพี่”

“ที่ที่อันตรายก็คือที่ที่ปลอดภัยที่สุด พวกตำรวจคิดไม่ถึงหรอกว่าเราจะกลับมาอยู่ที่นี่ ที่สำคัญ...พี่อยากให้บ้านหลังนี้คอยเตือนสติพี่ จะได้เลิกคิดเรื่องอื่นพี่จะได้นึกถึงความเจ็บปวด...ว่าพวกมันเคยทำอะไรไว้กับพ่อพี่บ้าง!”

ooooooo

สารจากชายสวมหน้ากากทำให้ธีรนัฐนอนไม่หลับ ความคิดวนเวียนถึงเรื่องราวในอดีตตอนที่เขายอมให้ทีมงานทำข่าวทำร้ายความรู้สึกของใครหลายคน ฮันเตอร์ก็เป็นหนึ่งในนั้น ตั้งแต่ตอนที่เขายังเป็นแกนนำต่อต้านการสร้างนิคมอุตสาหกรรมของเกริกภพกับเดชาเมื่อหลายปีก่อน

ฮันเตอร์ผูกใจเจ็บเรื่องนี้มาก นอกจากสมาชิกครอบครัวของเขาที่ต้องตายอย่างโหดร้ายและเลือดเย็นด้วยฝีมือของเกริกภพ สำนักข่าวทีเอ็นนิวส์ของธีรนัฐและคุณหญิงอัปสรก็ช่วยปิดข่าวด้วย ความแค้นนี้ทำให้ฮันเตอร์อยากให้คิมจัดการพวกธีรนัฐ แต่ศิษย์เอกกลับรั้งรอและเลือกจะข่มขู่ให้ทำข่าวที่เคยปกปิดเกี่ยวกับทรงพลแทน

ทีเกื้อพยายามช่วยเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะความปลอดภัยของธีรนัฐที่เป็นเป้าหมายสำคัญของชายสวมหน้ากาก ด้วยการกำชับให้พ่อดูแลของรักของหวงให้ดี ตำรวจหนุ่มมั่นใจว่าคิมหรือชายสวมหน้ากากจะลงมือในคืนแรม ซึ่งก็ไม่ผิดคาด คิมตั้งใจไว้แบบนั้นจริงๆ

ฮันเตอร์หน้าเครียด ย้ำศิษย์เอกให้รีบลงมือ “มีคนเริ่มจับทาง ติดตามเราแบบนี้ เราต้องเร่งมือ จะมัวชักช้าเสียเวลาไม่ได้...แกควรหาของสำคัญของเหยื่อเพื่อไปทำของได้แล้ว ฉันวางยาสะกดจิตหนูดีกับภูมิไว้ให้แล้ว แกแค่จัดการสะกดจิตให้สองคนนี้ไปขโมยของมาซะ...อย่าทำให้ฉันต้องอารมณ์เสียอีก!”

“ครับ...คืนนี้ผมจะสะกดจิตสองคนนั้นให้ไปเอาของเอง”

สองคนนั้นของคิมคือธีรภูมิกับสัตตบงกช สองหนุ่มสาวถูกสะกดจิตให้ทำตามคำสั่งในวันรุ่งขึ้น โดยที่ทีเกื้อกับเอื้อกานต์ไม่รู้ตัว มัวปรับทุกข์กันในเช้าวันต่อมาด้วยความเป็นห่วงธีรนัฐ

“ตอนเกิดเรื่องพี่กลด เอื้อเคยเสียใจมากมาครั้งหนึ่งแล้ว พอรู้ว่าเหยื่อรายต่อไปคือคุณพ่อ ใจเอื้อก็ไม่อยู่กับตัว เอื้อไม่อยากให้ตัวเองเจอความสูญเสียแบบวันนั้นอีก”

“ถึงเกื้อจะไม่ถูกกับพ่อ แต่เกื้อก็ไม่มีทางให้พ่อตัวเองเป็นอะไรไปหรอก เอื้ออยู่เฉยๆ เกื้อจะจัดการเรื่องนี้เอง”

“เอื้อก็เป็นลูกของพ่อคนหนึ่ง จะให้เอื้ออยู่เฉยๆได้ยังไง”

“พ่อยังไม่เป็นไรสักหน่อย จะทุกข์ใจล่วงหน้าทำไม เอื้อเคยสอนเกื้อเองนะว่าชีวิตและจิตเป็นสิ่งไม่เที่ยง แปรเปลี่ยนไปเรื่อยไม่ยอมหยุด ความสุขความทุกข์ก็แค่อะไรบางอย่างที่ผ่านเข้ามา แล้วก็จะเวียนจากไป ถึงแม้จิตใจไม่ใช่สิ่งที่จะบังคับ ควบคุมให้มันเป็นไปได้อย่างต้องการได้ แต่เอื้อก็ต้องทำให้ได้”

คำปลอบของแฝดน้องทำให้เอื้อกานต์อดขำไม่ได้ แต่ไหนแต่ไรมีแต่เธอคอยเตือนสติ แต่วันนี้ทุกอย่างตรงกันข้าม ทีเกื้อตั้งหน้าตั้งตาปลอบโดยยกคำพูดของเธอมาอ้าง

สองพี่น้องฝาแฝดมองหน้ากันด้วยความรักและเข้าใจ ก่อนจะหน้าซีดเผือดในอึดใจต่อมา เมื่อธีรภูมิโทร.มาแจ้งข่าวร้ายว่าธีรนัฐหายตัวไปจากสถานี!

ooooooo

ทีเกื้อกับเอื้อกานต์รุดไปโรงพยาบาลด้วยความเป็นห่วงพ่อ ก่อนจะได้ถอนใจโล่งอกเมื่อพบว่าธีรนัฐปรากฏตัวอย่างปลอดภัย และที่หายตัวไปเพราะเกิดหน้ามืดเป็นลมในห้องน้ำ

เอื้อกานต์ตรวจอาการให้พ่ออย่างละเอียดลออ กว่าจะเบาใจได้ว่าไม่เป็นอะไรมาก ทีเกื้อกับธีรภูมิก็ช่วยกันขอร้องให้ดูแลตัวเอง ธีรนัฐพยักหน้ารับรู้ก่อนจะปลอบลูกๆทั้งสาม

“ไม่ต้องห่วงพ่อหรอก คนร้ายต้องใช้ของของพ่อเพื่อมาทำของไม่ใช่เหรอ ท่านรองบอกให้พ่อซ่อนของรักของสำคัญไว้ในที่ที่ปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว”

“แต่ทางที่ดีเราไม่ควรประมาท ระวังไว้ทุกทางจะดีกว่านะครับ”

ทีเกื้อเตือนด้วยความหวังดี เอื้อกานต์เลยถือโอกาสสำทับ

“คุณพ่อต้องรักษาศีลห้าอย่างเข้มงวด ใช้พลังศีลห้าเป็นเกราะคุ้มตัว ถ้ามีเวลาเอื้ออยากให้ไปทำบุญกับคนตกทุกข์ได้ยากด้วยจิตที่มีเมตตาจริงๆ เพราะความเมตตาเป็นพลังฝ่ายตรงข้ามกับฝั่งโทสะจะช่วยคุ้มกันพ่อได้อีกชั้นหนึ่งค่ะ”

ธีรนัฐรับปากแต่โดยดี แต่เอื้อกานต์ก็ยังไม่หมดห่วง

“ที่สำคัญต้องระวังอารมณ์ตัวเอง โดยเฉพาะความหงุดหงิด โกรธเคือง อย่าปล่อยให้มันครอบงำ เพราะอารมณ์พวกนี้เป็นความรู้สึกฝ่ายเดียวกับคนร้าย มันจะดึงดูดหากัน ทำให้พลังร้ายเข้าถึงตัวคุณพ่อง่าย”

“นี่เป็นคำแนะนำจากแพทย์หญิงแผนปัจจุบันจริงๆเหรอ”

ธีรภูมิเย้าน้องสาวขำๆ เอื้อกานต์ยิ้มรับแห้งๆ ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังเมื่ออยู่ตามลำพังกับทีเกื้อ

“เรารู้แล้วว่าคุณพ่อเป็นเป้าหมายต่อไป ยังไงเกื้อต้องดูแลคุณพ่อให้ดีนะ เอื้อสังหรณ์ใจไม่ดีเลย”

“คิมคงพยายามหาทางขโมยของของคุณพ่ออยู่แน่ๆ”

“เอื้อก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะใช้วิธีไหนมาขโมยของ...”

วิธีของคิมคือใช้ธีรนัฐเป็นตัวล่อ ทำให้ทีเกื้อหัวหมุนตามหาที่สถานี และฉวยจังหวะนี้สะกดจิตสัตตบงกชให้เข้าไปขโมยของรักของหวงของธีรนัฐที่บ้าน แต่เพราะพลังจิตวอกแวกคิดถึงเอื้อกานต์ ทำให้เขาพลาด!

สัตตบงกชหลุดจากมนต์สะกดของคิมแบบงงๆ แต่ไม่ทันสะระตะอะไร คุณหญิงอัปสรก็มาเจอ และท่าทางอึกๆอักๆของเธอก็ทำให้คุณหญิงอัปสรเข้าใจผิด คิดว่าเธอมาถึงบ้านเพื่อพูดเรื่องสมบัติเก่า

“แม่เธอต้องการอะไรอีก สินสอดที่ฉันให้เธอไปก็มากพอแล้วนะ ทรัพย์สินอื่นๆที่แม่เธอเที่ยวไปจำนำจำนองเอาไว้ ฉันก็ไปไถ่ถอนมาจนหมด แค่ยังไม่ยกให้เธอตอนนี้เท่านั้น”

“ทั้งคุณแม่และหนูดีเข้าใจเหตุผลที่คุณหญิงเก็บของพวกนี้ไว้ ที่จริงก็เป็นบุญคุณเหลือเกินที่คุณหญิงไปไถ่ถอนมาให้ ลำพังหนูดีกับคุณแม่คงไม่มีปัญญา”

สัตตบงกชตอบอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว แต่คุณหญิงอัปสรที่อคติสงสัยว่าเธออาจปันใจให้ทีเกื้อกลับมองไม่เห็น และขู่จะยึดข้อเสนอและสมบัติคืนทั้งหมดหากไม่มีงานแต่งงานระหว่างเธอกับธีรภูมิ

ooooooo

ระหว่างที่สัตตบงกชอึดอัดใจเรื่องแต่งงาน

ทีเกิื้อนั่งคาดคั้นพ่ออย่างจริงจังเรื่องทรงพล ธีรนัฐบ่ายเบี่ยงไม่อยากเล่าเรื่องในอดีต แต่ทีเกื้อก็ไม่ท้อ พยายามซักไซ้เต็มที่

“แล้วคุณพ่อว่าท่านทรงพล...ผิดจริงไหมครับ”

“เรื่องนั้นพ่อตอบไม่ได้หรอก พ่อบอกได้แค่ว่าพ่อเป็นคนไปบอกข่าวท่านทรงพลให้ท่านรีบหนีไปต่างประเทศโดยเร็วที่สุดก่อนจะมีการออกหมายศาลและคำสั่งห้ามออกนอกประเทศ แต่พ่อคิดไม่ถึงว่าเครื่องบินลำที่ท่านและครอบครัวโดยสารมันจะเกิดเหตุระเบิดจนทำให้ผู้โดยสารเสียชีวิตทั้งหมด”

“อาจจะเพราะเหตุนี้...คุณพ่อเลยเป็นเหยื่อรายต่อไป”

“จะว่าไปพ่อก็สมควรโดนหนักสุด เพราะพ่อเป็นคนแนะนำให้ท่านขึ้นเครื่องบินลำนั้น...”

ข้อมูลจากธีรนัฐไม่ได้ช่วยอะไรมาก แต่ก็ยืนยันได้ว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีของทรงพลเมื่อหลายปีก่อน ทีเกื้อรวบรวมข้อมูลแวดล้อมอื่นๆ และตัดสินใจเปิดใจกับเอื้อกานต์เรื่องคิมหรือชายสวมหน้ากาก

“เกื้อสงสัยว่าคิมคือพี่กลด”

“ทำไมอยู่ๆเกื้อถึงกลับมาสงสัยเรื่องนี้อีก”

“ไม่รู้สิ...ข้อมูลที่ได้มามันเชื่อมโยงกับลุงทรงพล และตอนเจอคิม...เกื้อก็แปลกใจที่เขาเหมือนพี่กลดมาก แต่เกื้อไม่ติดใจเพราะมันเป็นไปไม่ได้ พี่กลดตายแล้ว ทุกคนก็รู้ แต่พอมาเจอคดีนี้...มีแต่เรื่องเหลือเชื่อเกิดขึ้น เกื้อเลยคิดว่าไม่แปลก...ถ้าพี่กลดจะมีชีวิตรอดมาได้”

“เอื้อก็เคยสงสัย แต่เอื้อใช้จิตดูแล้ว คิมไม่ใช่พี่กลด จิตใจเขาเยือกเย็น เย็นชา ไม่อบอุ่นแบบพี่กลด”

“แต่เอื้อก็เคยอ่านจิตคิมพลาดมาแล้วนะ เขามีจิตที่แข็งกว่า การจะปกปิดตัวตนแค่นี้ไม่ใช่เรื่องยาก อีกอย่าง...ถ้าคิมเป็นพี่กลดจริงก็ไม่แปลกที่ใจของเขาจะเปลี่ยนไปเพราะเหตุการณ์ครั้งนั้น...เอื้อลองใช้ใจตัวเอง ใช้ความรู้สึกแรกของตัวเองคิดดูสิว่าคิมใช่พี่กลดรึเปล่า เอื้อสนิทกับพี่กลดที่สุด เอื้อน่าจะรู้ดีกว่าใคร”

ภาพอดีตเมื่อหลายวันก่อน ตั้งแต่เจอคิมวันแรกผุดในหัว เอื้อกานต์เลยเริ่มฉุกใจ

“แล้วเกื้อมาบอกเรื่องนี้กับเอื้อทำไม”

“ถ้าคิมกับพี่กลดเป็นคนคนเดียวกันจริงๆ คนที่จะหยุดพี่กลดและกล่อมพี่กลดได้ก็มีแต่เอื้อเท่านั้น”

คำแนะนำของแฝดน้องทำให้เอื้อกานต์ไปไหว้อัฐิครอบครัวทรงพลในเช้าวันต่อมา คิมก็มาเช่นกัน และสัมผัสพิเศษที่ทั้งสองสื่อถึงกันได้ก็ทำให้เธอรู้จนได้ว่าเขาอยู่ที่นั่นด้วย

“เอื้อรู้นะคะว่าพี่อยู่แถวนี้ พี่ไม่ต้องออกมาคุยกับเอื้อก็ได้ค่ะ...แค่ฟังเอื้อพูดก็พอ”

คิมได้ยินเธอจากมุมไกลๆ แต่กลับไม่ปรากฏตัวให้เห็น

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่...ทำไมตอนนี้พี่กลด...คนที่เคยศรัทธาในกฎหมาย คนที่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมถึงได้เป็นแบบนี้ พี่กลดจำเรื่องคุณยายที่พี่กลดเคยช่วยได้ไหม...”

ภาพความทรงจำเมื่อหลายปีก่อนผุดในหัวคิม เมื่อครั้งที่เขาเป็นทรงกลด ตอนนั้นเขาเป็นแค่นักเรียนกฎหมายที่เชื่อมั่นในกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เวลานั้นเอื้อกานต์ภูมิใจในตัวเขามาก โดยเฉพาะเมื่อเขายืนหยัดข้างความถูกต้อง เรียกร้องสิทธิและความยุติธรรมให้คุณยายที่ถูกขู่ให้ขายที่ดิน

“พี่สอนเอื้อให้ศรัทธาในกฎหมาย พี่บอกว่าพี่จะใช้กฎหมายลงโทษคนผิด เป็นผู้พิพากษาที่เที่ยงธรรม ซื่อตรง พี่ลืมคำพูดตัวเองไปแล้วเหรอ...กลับมาเป็นพี่กลดของเอื้อคนเดิมเถอะนะคะ”

คำขอร้องของเอื้อกานต์อดีตคนรักทำให้คิมหรือทรงกลดใจอ่อน แต่เพราะเส้นทางอาคมและการล้างแค้นที่ตนเลือกทำให้เขาตั้งใจจะตัดใจจากเธอจริงๆ

ooooooo

ความจริงเรื่องคิมคือทรงกลดถูกเปิดเผย แดนตกใจมากที่เอื้อกานต์กับทีเกื้อรู้เรื่องทั้งหมด แต่คนโมโหสุดคงหนีไม่พ้นฮันเตอร์ รำคาญและเกลียดชังความใจอ่อนของศิษย์เอกจนต้องกำชับให้ตัดใจจากเอื้อกานต์โดยเร็วที่สุด!

ไม่ใช่แค่คิมที่ต้องเสียใจ เอื้อกานต์ก็สะเทือนใจมากที่รู้ว่าคิมคือทรงกลด ทีเกื้อได้แต่รับฟังด้วยความเห็นใจ

“ก่อนหน้านี้...เอื้อไม่เคยติดใจเลยว่าคิมคือพี่กลด ทั้งที่เขาสองคนมีอะไรหลายอย่างคล้ายกันมาก”

“ทั้งเอื้อและเกื้อก็ไปงานศพพี่กลด ข่าวก็ออกว่าเครื่องบินระเบิด ไม่มีใครรอด ใครจะเชื่อว่าพี่กลดจะรอดมาได้”

“ถ้าคุณลุงทรงพลถูกใส่ร้ายจริงก็น่าสงสารครอบครัวท่านมากนะ ท่านเป็นคนดี เป็นที่เคารพ มีหน้ามีตาในสังคม แต่ถูกทำร้าย ทำให้ไม่มีที่ยืนในสังคม”

“พี่กลดก็กำลังรุ่ง มีชีวิตที่ดีมาก อยู่ๆแค่คืนเดียว ชีวิตคนเราจะเปลี่ยนไปได้”

“เพราะเหตุการณ์วันนั้น ทำให้พี่กลด...คนที่เอื้อเคยรู้จักเปลี่ยนไปเป็นคนละคน คนที่เคยศรัทธากับกฎหมายกลายเป็นคนทำลายกฎหมาย...เอื้อต้องทำให้พี่กลดคนเดิมกลับมาให้ได้”

“แต่มันก็น่าแปลกนะ พี่กลดจะรอดจากอุบัติเหตุได้ยังไง...”

ฮันเตอร์กลัวคิมหรือทรงกลดจะทำแผนล่ม เร่งมือให้ขโมยของรักของหวงของธีรนัฐ เอื้อกานต์รับรู้ได้จากสัมผัสพิเศษที่สื่อกับคิมได้เลยรู้ว่าเขาจะลงมือขโมยของธีรนัฐด้วยการสะกดจิตคนรอบข้าง จึงรีบไปดูแลพร้อมกับทีเกื้อ โดยมีธีรภูมิกับสัตตบงกชช่วยเฝ้าระวังอีกทาง

เพราะเป้าหมายของคิมหรือทรงกลดคือของรักของหวงของธีรนัฐ ทีเกื้อเลยต้องหว่านล้อมให้พ่อยอมบอกว่าของรักนั้นคืออะไร ธีรนัฐหนักใจมากแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจพาลูกชายคนเล็กไปห้องทำงานและยื่นกล่องไม้เก่าๆที่มีจดหมายปึกใหญ่จากนวลแม่ของฝาแฝดบอกเล่าเรื่องราวการเติบโตของพวกเขา

“แม่เราเขียนจดหมายเล่าเรื่องเกื้อกับเอื้อส่งมาเสมอ ถึงไม่ได้อยู่ด้วยกันแต่พ่อก็รู้เรื่องของลูกทั้งสองตลอด”

ทีเกื้อน้ำตาคลอ คิดไม่ถึงว่าพ่อจะรักและห่วงใยเขากับเอื้อกานต์ขนาดนี้

“ที่ผ่านมา...ผมเข้าใจพ่อผิดมาตลอด ผมคิดว่าพ่อทิ้งผมกับเอื้อไปแล้ว...ผมขอโทษครับพ่อ”

สองพ่อลูกกอดกันด้วยความรักเป็นครั้งแรก โดยไม่รู้เลยว่าฮันเตอร์ถอดจิตมาเห็นทุกอย่าง และไม่รอช้าจะให้คิมหรือทรงกลดกับแดนหาทางเข้ามาขโมยของรักชิ้นนี้ไปให้ได้!

ooooooo

คิมลำบากใจมาก ไม่อยากทำร้ายธีรนัฐจึงพยายามคิดหาทางบ่ายเบี่ยง แต่กระนั้น...เขาก็ลงมือขโมยของรักของหวงของธีรนัฐในคืนเดียวกัน ทีมตำรวจนำโดยทีเกื้อกับนภเฝ้าระวังทุกมุมบ้านอย่างดี พร้อมด้วยเอื้อกานต์และธีรภูมิเป็นกำลังเสริม แต่กระนั้นก็พลาดท่าเมื่อคิมส่งสารท้าทายผ่านทางโทรศัพท์

“คนของผู้กองโดนสะกดจิตเรียบร้อยแล้ว ลองหาดูสิว่าเป็นใคร...ที่จะเป็นคนเข้าไปขโมยของ”

ทีเกื้อกับเอื้อกานต์รีบมองหาว่าใคร แล้วก็ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อพบว่าคนงานในบ้านล้วนถูกสะกดจิต แต่คนที่ถูกสะกดจริงๆก็คือสัตตบงกชซึ่งสบโอกาสตอนทุกคนวิ่งวุ่น หลบไปรื้อของในห้องธีรนัฐ แต่ก็พลาดถูกทีเกื้อจับได้!

คิมหรือทรงกลดเลยต้องถอนมนต์สะกด สัตตบงกชเลยเป็นลมและถูกพาตัวไปพัก ทีเกื้อคิดว่าทุกอย่างจะจบ แต่กลายเป็นว่าธีรภูมิกลับถูกสะกดจิตอีกคนให้ไปขโมยกุญแจเซฟ

ทีเกื้อรู้สึกได้ถึงพิรุธของพี่ชายคนละแม่เลยตามไปจับตัว โดยไม่รู้ตัวว่าจะพลาดอีกรอบเพราะธีรภูมิไม่ได้ถูกสะกดให้ขโมยของ แต่ถูกสะกดให้ขโมยกุญแจมาให้คิมหรือทรงกลดเท่านั้น

แต่แผนของคิมหรือทรงกลดก็ตบตาเอื้อกานต์ไม่ได้ เธอมาดักรอหลังบ้านตอนเขากำลังจะหนี

“ตกลงพี่กลดจะไม่หยุดใช่ไหม จะฆ่าพ่อเอื้อให้ได้เลยใช่ไหม”

“คุณนั่นแหละที่ต้องถอยไป และอย่าเรียกผมว่าพี่กลดอีก...ผมไม่ใช่ทรงกลด!”

พูดจบก็จะหนี เอื้อกานต์ไม่ยอมตามไปยื้อ นภโผล่มาพอดี คิมหรือทรงกลดเลยจำต้องใช้อดีตคนรักเป็นตัวประกัน ก่อนจะใช้ระเบิดควันพรางตัวและหนีไปจนได้

คิมเห็นว่าหนีมาไกลแล้วจึงปล่อยตัวเอื้อกานต์ พร้อมขอร้องให้เธอเลิกยุ่งเรื่องนี้

“ถ้าเอื้อเลิกยุ่ง แล้วพี่กลดจะยอมหยุดไหมคะ...ถ้าอย่างนั้นมาบอกให้เอื้อหยุดทำไม”

“เพราะไม่ต้องการทำร้ายคนดี”

“แล้วพ่อเอื้อทำไม่ดีตรงไหน”

“ทำไมไม่ไปถามเขาเองล่ะ”

จบคำก็หมุนตัวเดินหนี เอื้อกานต์ช้ำใจมาก ตะโกนไล่หลังขอร้องเขาในฐานะอดีตคนรัก

“พี่กลด...หยุดเถอะนะ อย่าตกอยู่ในวังวนแห่งความเคียดแค้นชิงชังอีกเลย”

คิมชะงักเล็กน้อย ก่อนจะตัดใจเอ่ยทิ้งท้ายเสียงเรียบ

“ลืมทรงกลดคนนั้นเถอะนะ...เอื้อ”

ooooooo

อาคม

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด