ตอนที่ 7
อัลบั้ม: "อาคม" ละเครแนวสืบสวน-แฟนตาซี ได้ "เจมส์ มาร์" ประกบ "มาร์กี้"
ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรกับเดชา เขาดิ้นพล่านอย่างทุกข์ทรมานท่ามกลางความแตกตื่นของทุกคน ทีเกื้อรีบพาส่งโรงพยาบาล พร้อมโทร.บอกเอื้อกานต์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด
อาการของเดชาน่าเป็นห่วงมาก แพทย์สนามที่พยายามปั๊มหัวใจก็ช่วยไม่ได้ ทีเกื้อกลัวเจ้าของห้างดังจะขาดใจตายก่อนเลยอยากช่วย เอื้อกานต์ไม่เอะใจเรื่องคิมถอดจิต จะสอนวิธีแผ่พลังเมตตาให้แฝดน้อง แต่ไม่ทันลงมือก็เกิดควันดำกลุ่มใหญ่ลอยขวางหน้ารถพยาบาล พร้อมล้อรถที่แฟบลงทั้งสี่ล้อ!
นภที่ขับรถประกบรีบลงมาช่วย ทันเห็นภาพเดชาคลุ้มคลั่ง อาละวาดฟาดแขนขาจนพยาบาลสลบไป ทีเกื้อถลาไปห้าม กดให้นอนและเริ่มทำตามคำสอนของเอื้อกานต์
“ก่อนอื่นจะต้องตั้งจิต รวบรวมสมาธิให้ดี ถ่ายทอดพลังตัวเองไปต้านพลังฝ่ายตรงข้าม...ใช้พลังความเมตตาในใจของเกื้อต่อสู้กับพลังแห่งความเกลียดชังอาฆาตแค้น ขับไล่ความชั่วร้ายออกไป จิตที่เกิดความเมตตา อยากช่วยเหลือ จะทำให้ใจฝ่ายตรงข้ามสงบลง”
เอื้อกานต์บอกให้แฝดน้องตั้งจิตให้มั่น ถ่ายทอดพลังเมตตาผ่านฝ่ามือช้าๆตามจังหวะปั๊มหัวใจ ความมุ่งมั่นและจิตแข็งแกร่งของทีเกื้อทำให้เดชาสงบลง คิมแปลกใจมาก แต่ไม่ทันตอบโต้ ก็ต้องรีบถอดจิตกลับเพราะทีเกื้อกำลังใช้พลังจิตตามหาที่มาของอาคมทำร้ายเดชา!
พลังดำของคิมถูกพลังขาวของทีเกื้อตามเล่นงานจนเกือบพลาดท่าถูกแฉตัวตน ฮันเตอร์ที่ตามมาดูผลงาน เห็นศิษย์เอกจะเสียทีเลยร่ายคาถาช่วยจนทีเกื้อถูกผลักกลับ อาคมจากฮันเตอร์ทำให้คิมรอด แต่ทีเกื้อกำลังจะตาย เอื้อกานต์ที่ใจไม่ดีเพราะเป็นห่วงแฝดน้องรีบตามมาโรงพยาบาล ทันได้รู้ข่าวเดชาพ้นขีดอันตรายและช่วยแฝดน้องได้ทันเวลา
เอื้อกานต์ขับพลังดำออกจากตัวแฝดน้องจนหมด โดยไม่รู้เลยว่าพลังดำเหล่านั้นวิ่งกลับไปหาเจ้าของ คิมไม่ทันตั้งตัว ถูกพลังดำของตัวเองที่ใช้ตอบโต้ทีเกื้อ เล่นงานแทบกระอัก!
คิมคิดถึงคำสอนของฮันเตอร์ “ถ้าของที่ส่งไปถูกแก้ มันจะย้อนมาที่ตัวเราโดยอัตโนมัติและจะรุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ แกต้องตั้งสติให้มั่น ระลึกถึงบทสวดแก้ไขคลี่คลายมนต์ดำต้านพลังอาคมกลับออกไป อาคมจะย้อนกลับไปทำร้ายคนที่แก้อาคมของแก”
คำสอนของฮันเตอร์ทำให้คิมรีบสวดคาถาป้องกันของทำร้ายตัวเอง แต่เพียงไม่นานก็คิดได้ว่าเอื้อกานต์เป็นคนแก้อาคม เขาเลยตัดสินใจหยุดและยอมรับอาคมนั้นคืนแต่โดยดี
ooooooo
ทีเกื้อยังอ่อนเพลียแต่อาการดีขึ้นมาก เขาโล่งใจที่เดชาพ้นขีดอันตราย แต่ก็ไม่วายสงสัยเรื่องตนถูกอาคมเล่นงานเกือบตาย เอื้อกานต์ฟังลำดับเรื่องราวจากแฝดน้องแล้วจึงได้คำตอบ
“เพราะเกื้ออยากเอาชนะไง...ตอนแรกเกื้อมีจิตเมตตา จิตบริสุทธิ์ที่อยากช่วยเดชา พลังบริสุทธิ์เลยเอาชนะพลังคนร้ายได้ แต่พอจิตเกิดโทสะ...อยากเอาชนะ ลืมจิตเมตตาอยากช่วยเหลือ เมื่อใจมีโทสะ เกิดเป็น
ขั้วเดียวกับสิ่งที่ส่งมาพร้อมกับอาคม มันจึงดูดผสานเข้ากันเป็นเนื้อเดียว เมตตาหายไปแล้ว ไม่เหลือสิ่งใดที่เป็นขั้วตรงข้าม โทสะดึงดูดซึ่งกันและกัน มนต์ดำจากอาคมร้ายจึงย้อนกลับมาอย่างรวดเร็วและรุนแรงกว่าเดิมถึงสองเท่า!”
นอกจากเรื่องอาการของแฝดน้องและเดชา เอื้อกานต์ก็ห่วงคิมกลัวจะถูกจับได้ พยายามปกปิดและกลบเกลื่อนท่าทางพิรุธจากทีเกื้อที่รุกหนักเพราะสงสัยอาการของแฝดพี่ โชคดีที่สัตตบงกชบุกมาถึงโรงพยาบาลเสียก่อน คุณหมอสาวเลยรอดตัวและเปลี่ยนมาเย้าแฝดน้องแทน
เอื้อกานต์ทิ้งแฝดน้องให้สัตตบงกชดูแล ส่วนตัวเองโทร.หาคิม แต่เพียรโทร.เท่าไหร่เขาก็ไม่รับสาย คุณหมอสาวหงุดหงิดมาก แต่ไม่ทันทำอะไรก็ต้องรีบไปที่ห้องของเดชาที่จู่ๆก็อาการกำเริบ!
เดชาดิ้นพล่านทุรนทุรายด้วยความทรมาน เอื้อกานต์จะไปช่วยแต่พลันทุกอย่างก็อยู่ในความสงบ เพราะคิมตามหาต้นตออาคมจนเจอ...ฮันเตอร์นั่นเองที่กำลังทำพิธีบนดาดฟ้าโรงพยาบาล
“คนที่ทำของซ้ำใส่เหยื่อ ให้เหยื่อตายมาตลอด...คืออาจารย์เองเหรอครับ”
คิมโกรธมากที่รู้ว่าอาจารย์สอดแทรกภารกิจและคอยจับผิด แต่พยายามระงับอารมณ์เต็มที่ เริ่มมั่นใจว่า ความตายของเหยื่อรายก่อนหน้า รวมทั้งเหตุการณ์แก๊งปาหินจะเป็นฝีมือของอีกฝ่าย
“ผมสงสัยมาสักพักแล้ว ผมมั่นใจว่าผมไม่ได้ฆ่าเหยื่อ ผมอยากรู้ว่าเป็นเพราะอะไร เพราะฝีมือของใคร แล้ววันนี้ผมก็ได้รู้ความจริงว่าทุกอย่างเป็นฝีมืออาจารย์ อาจารย์ทำแบบนี้ทำไมครับ”
“เพราะคนพวกนั้นมันสมควรตาย แล้วแกมันอ่อนแอ ไม่ยอมทำตามคำสั่งฉัน ฉันเลยต้องลงมือเอง”
“ผมไม่เคยฆ่าใครแต่อาจารย์หลอกให้ผมทำ ทำให้ผมรู้สึกผิด เข้าใจว่าตัวเองเป็นคนฆ่าทุกคน อาจารย์ฆ่าทุกคนแล้วโยนความผิดให้ผม อาจารย์ก็ไม่ต่างจากคนพวกนั้นที่ให้ผมเป็นเหยื่อ เป็นแพะรับบาปของอาจารย์หรอกครับ”
ฮันเตอร์โมโหมาก ตบหน้าศิษย์เอกอย่างแรงแล้วผละไปดื้อๆ คิมน้ำตาคลอด้วยความสะเทือนใจสุดขีด เสียใจที่ผู้มีพระคุณทำร้ายและทรยศความเชื่อใจของเขาขนาดนี้ เอื้อกานต์ที่สัมผัสถึงตัวเขาได้ยินทุกอย่างแบบไม่ตั้งใจ รู้สึกเศร้าไปกับเขาด้วย สงสารที่เขาถูกใช้เป็นเครื่องมือแก้แค้นแบบนี้ เอื้อกานต์เป็นห่วงคิมมาก ตามไปปลอบแต่กลับถูกเขาอ่านใจแทน
“คุณรู้แล้วใช่ไหมว่าผมเป็นคนทำร้ายคุณเดชา...ไม่โกรธผมเหรอ”
“ก็คนที่ทำให้เหยื่อตายไม่ใช่คุณไม่ใช่เหรอ มีคนทำอาคมซ้ำรอยคุณ...ความจริงฉันรู้เรื่องนี้มาตั้งนานแล้ว ฉันเคยนิมิตเห็นผู้ชายที่คุยกับคุณบนดาดฟ้ามาก่อน เขาเป็นใครเหรอ”
“อาจารย์ผมเอง...อาจารย์เป็นคนช่วยชีวิตผมเอาไว้”
คุณหมอสาวจะซักต่อแต่ก็ถูกเขาตัดบทชวนไปดูอาการของเดชาแทน...
ooooooo
เดชารอดตายอีกครั้งแต่ก็เสียสติ คลุ้มคลั่งกลัวคนมาฆ่า เป็นที่น่าเวทนาและหวาดผวาของผู้คนที่รู้ข่าว โดยเฉพาะสมาชิกกลุ่มทุนทีบีที่เหลือ ศักดิ์ชาย ธีรนัฐและคุณหญิงอัปสรกลัวจะกลายเป็นเหยื่อรายต่อไป
ฮันเตอร์เจ็บใจมากที่เดชาไม่ตายอย่างที่หวัง และเขาก็ทำของซ้ำไม่ได้แล้วเลยได้แต่แวะไปเยี่ยม ทำให้อีกฝ่ายขวัญเสียจนเสียสติยิ่งกว่าเก่า ด้วยการเล่าถึงความแค้นฝังแน่นในอดีต...
ความแค้นของฮันเตอร์เริ่มต้นเมื่อหลายปีก่อน...เขาเคยเป็นแกนนำต่อต้านนายทุนที่จะสร้างนิคมอุตสาหกรรมในชุมชนแห่งหนึ่งย่านชานเมือง เกริกภพกับเดชานั่นเองที่เป็นตัวตั้งตัวตีและหาทางปิดปากทุกวิถีทาง แต่ฮันเตอร์ก็ไม่ยอม จนกระทั่งวันหนึ่ง...ชีวิตของฮันเตอร์ก็ได้เปลี่ยนไปตลอดกาล ครอบครัวของฮันเตอร์ถูกฆ่าตายอย่างเลือดเย็น พร้อมบ้านที่ถูกเผากลายเป็นเถ้าถ่าน แม้เขาจะรอดมาได้แต่ก็สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งลูกและภรรยาอันเป็นที่รัก กลายเป็นคนโดดเดี่ยวถึงวันนี้
ฮันเตอร์ดึงตัวเองจากอดีต ส่งสายตาเคียดแค้นให้เดชาที่มีส่วนทำให้ชีวิตเขาพัง
“แกฆ่าลูก ฆ่าเมียฉัน...ทีนี้เข้าใจรึยังว่าทำไมฉันถึงได้จ้องทำร้ายพวกแก ครอบครัวฉันทำผิดอะไร ทำไมเขาต้องมาตายเพราะคนชั่วอย่างพวกแกด้วย แกอาจจะรอดมาได้ แต่ฉันจะส่งคนที่มันสมรู้ร่วมคิดตามไอ้เกริกภพให้หมด!”
เดชาเบิกตาโพลง อยากแผดเสียงไล่แต่ก็ไร้เรี่ยวแรง คิมที่มาแอบดูอาการเห็นว่าเขายังไม่ตายก็หมดห่วง แต่เพียงไม่นานก็ต้องถอนใจยาวเมื่อเห็นว่าฮันเตอร์มาปรากฏตัวไม่ใกล้ไม่ไกล
คิมไม่รอช้า ผละจากเอื้อกานต์และตามมาเคลียร์กับฮันเตอร์อีกครั้ง
“เดชาเสียสติ เป็นบ้า หมดสภาพขนาดนี้...อาจารย์ยังจะมาทำร้ายเขาอีก”
“ถ้าฉันทำได้ ฉันทำไปแล้ว”
“แค่นี้เขาก็ไปทำร้ายใครไม่ได้แล้ว ยังไม่พอใจอีกเหรอครับ”
“ใช่...ฉันไม่พอใจ แต่ฉันก็ทำอะไรมันไม่ได้ เพราะฉันทำของซ้ำเหยื่อรายเดิมไม่ได้...พอใจไหม!”
แหวจบก็หายตัวไป จังหวะเดียวกับที่เอื้อกานต์โผล่มาเพราะด้วยความเป็นห่วง
“คุณจะเล่าเรื่องคุณให้ฉันฟังได้รึยังว่าคุณเป็นใครกันแน่ เกิดอะไรขึ้นกับคุณ ทำไมต้องทำร้ายทุกคนแบบนี้”
คิมมีท่าทีอึกอัก เอื้อกานต์เลยพยายามเกลี้ยกล่อม
“ฉันรู้เรื่องคุณขนาดนี้แล้ว...คุณยังไม่ไว้ใจฉันอีกเหรอ”
“ผมไว้ใจคุณ แต่ผมไม่ไว้ใจคนรอบตัวคุณ...น้องชายคุณเป็นศัตรูกับผม จ้องจับผมอยู่ ถ้าคุณรู้เรื่องของผม คุณจะไม่ลำบากใจมากขึ้นเหรอที่ต้องปิดน้องคุณ ทางที่ดีคุณอย่ารู้เลยดีกว่า”
“ก็จริงของคุณ แค่ทุกวันนี้ฉันก็รู้สึกผิดกับเกื้อจะแย่”
“เอาเป็นว่าผมสัญญาว่าผมจะหยุดเรื่องทุกอย่างแค่นี้ เดชาจะเป็นเหยื่อคนสุดท้ายของผม”
แววตาจริงจังของเขาทำให้เอื้อกานต์ต้องชั่งใจ ก่อนจะตัดสินใจเชื่อด้วยสัญชาตญาณ สองหนุ่มสาวส่งยิ้มให้กันด้วยความเข้าใจ โดยไม่รู้เลยว่านภแอบมองจากมุมห่างๆ...สัมผัสได้ชัดเจนนาทีนั้นเองว่าคิมคือศัตรูหัวใจ
ooooooo
ทีเกื้อเจ็บใจที่จับชายสวมหน้ากากไม่ได้ หลังจากแน่ใจว่าเดชาพ้นขีดอันตราย เลยกลับไปคอนโดและกางตำราอาคมของคุณตาเพื่อหาวิธีใหม่ และส่วนหนึ่งของตำราก็ทำให้เขาฉุกคิด
“สำหรับข้าพเจ้าในเวลานี้...วิชาอาคมต่างๆเป็นแค่เครื่องมือกำกับจิต ชี้นำว่าจะใช้พลังอำนาจแห่งจิตไปในทิศทางใด...ดีหรือชั่ว...เพื่อสนองกิเลสตัณหาหรือเพื่อเรียนรู้กิเลสตัณหาของตน ข้าพเจ้าพบว่ามีสิ่งหนึ่งที่อยู่เหนืออาคมเหล่านั้น เป็นสิ่งง่ายๆธรรมดาที่ชาวพุทธทั่วไปรู้จักแต่มักมองข้าม...สิ่งนั้นคือวิบากกรรม”
“นี่ก็คงเป็นวิบากกรรมของเดชาใช่ไหมครับคุณตา...”
เอื้อกานต์กลับมาเห็นแฝดน้องทำหน้าเศร้าก็อดปลอบไม่ได้ เชื่อว่าชายสวมหน้ากากคงทำงานนี้เป็นครั้งสุดท้าย ทีเกื้อรู้สึกแปร่งหูเลยพยายามซักไซ้ว่ารู้ได้อย่างไร แต่คุณหมอสาวก็เฉไฉเอาตัวรอดจนได้
หลังเหตุการณ์ที่งานสัมมนา เดชากลายเป็นคนเสียสติ สัตตบงกชกับธีรภูมิเลยตกลงใจไม่ทำข่าวขุดคุ้ยเพราะไม่อยากซ้ำเติมเจ้าของห้างดังมากกว่านี้ แต่ที่ทำให้สองหนุ่มสาวจากทีเอ็นนิวส์สนใจกว่าคงเป็นเบาะแสจากเดชาขณะสติยังดีว่าชายสวมหน้ากากพยายามคาดคั้นความจริงเกี่ยวกับการตายของทรงพล
ขณะที่ธีรภูมิกับสัตตบงกชค้นหาความจริงเกี่ยวกับ การตายของทรงพล ศักดิ์ชายก็เครียดหนัก หวั่นใจจะกลายเป็นเหยื่อคนต่อไปของชายสวมหน้ากากและความลับที่เก็บงำมานานจะเปิดเผย!
ข้อมูลเกี่ยวกับคดีของทรงพลหาได้ยากเต็มที เท่าที่มีก็เป็นข้อมูลเก่าๆที่นักข่าวเขียนขึ้นเท่านั้น ธีรภูมิไม่พอใจแค่นั้นเลยไปขอความช่วยเหลือจากธีรนัฐเพราะจำได้ว่าเคยสนิทสนมกับทรงพลเมื่อครั้งมีชีวิต
ธีรนัฐมีท่าทางลังเล แต่สุดท้ายก็ยอมเล่าทุกอย่าง ธีรภูมิเลยรีบนำข้อมูลไปแชร์กับสัตตบงกชและทีเกื้อ
“จำคดีดังที่มีโจรยกเค้าบ้านท่านทรงพลเมื่อหลายปีก่อนได้ไหม”
“จำได้สิครับ...คดีนี้พาดหัวข่าวทุกฉบับ ตำรวจจับโจรได้เร็วมาก แถมพบของกลางเป็นเงินสดเกือบร้อยล้าน”
ทีเกื้อเป็นคนตอบเพราะศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับทรงพลมาก่อน ธีรภูมิพยักหน้าพอใจก่อนเล่าต่อ
“คนร้ายสารภาพหมดเปลือกว่ายกเค้าบ้านท่านทรงพลจริง แถมให้การว่าบ้านท่านมีเงินสดมากกว่านี้”
“แต่ตอนนั้นตำรวจไปตรวจสอบที่บ้านท่านเรียบร้อย ก็ไม่พบอะไรนี่คะ” สัตตบงกชแย้งงงๆ
“ใช่...ตอนนั้นท่านทรงพลก็เลยรอดตัวไป แต่ท่านก็โดนกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์ แถมยังมีข่าวท่านเกี่ยวข้องกับคดียาบ้าในคุกด้วย ตอนนั้นสื่อประโคมข่าวกันใหญ่ ท่านทนความกดดันไม่ไหวเลยหนีออกนอกประเทศ แต่โชคร้ายเครื่องบินตกเสียชีวิตทั้งครอบครัวซะก่อน”
ทีเกื้อเสริมว่าทรงกลดลูกชายคนเดียวของทรงพล แฟนหนุ่มของเอื้อกานต์ก็ตายจากเหตุการณ์เครื่องบินตกครั้งนี้ด้วย จากที่เคยเจอหน้ากันหลายครั้ง ตำรวจหนุ่มไม่เชื่อว่าทรงพลหรือทรงกลดจะเกี่ยวข้องกับเรื่องสกปรกพวกนี้
ธีรภูมิก็คิดเช่นนั้น เพราะธีรนัฐก็ยืนยันว่าทรงพลเป็นนักธุรกิจซื่อตรงและมือสะอาด
“คุณพ่อเล่าว่าคนที่พยายามจะขึ้นมาแทนตำแหน่งประธานทีบีกรุ๊ปต่อจากท่านทรงพลคือคุณเดชา คุณเดชาเป็นคนสั่งให้ดำเนินคดีกับท่านให้เร็วที่สุด ส่วนคนร้ายที่มายกเค้าบ้านท่านทรงพลก็คือคนของคุณเกริกภพ”
ข้อมูลจากธีรนัฐทำให้ทีเกื้อตื่นเต้นมาก เพราะหากโยงเบาะแสคดีเกริกภพและเดชาเข้าด้วยกันจะพบว่า เหยื่อทุกคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของทรงพลทั้งหมด และเรื่องที่เกิดขึ้นก็อาจเป็นการล้างแค้นของใครบางคน...
ooooooo
ใครบางคนคนนั้นก็คือคิมหรือทรงกลด ลูกชาย คนเดียวของทรงพลที่เกือบตายในเหตุการณ์เครื่องบินตก แต่เขาฟื้นมาได้อีกครั้งเพราะความช่วยเหลือของฮันเตอร์
การล้างแค้นของคิมดำเนินไปจนมีคนตายหลายคน รวมทั้งรายล่าสุดคือเดชาที่เสียสติกลายเป็นคนบ้าเห็นภาพหลอน คิมเลยตัดสินใจจะหยุดเรื่องล้างแค้นเพราะไม่อยากทำผิดและทำบาปไปมากกว่านี้
“ผมตั้งใจจะหยุดแค่นี้ ผมจะไม่ตามหาว่าใครร่วมมือกันทำร้ายพ่อแล้ว พ่ออย่าโกรธผมนะครับ”
คิมพูดกับรูปพ่อเสียงเบา ก่อนจะหน้าตึงเมื่อได้ยินคำถามของฮันเตอร์ที่ถอดจิตมาหา
“แน่ใจเหรอว่าไม่อยากรู้แล้วว่าใครฆ่าพ่อแกอีก”
ไม่มีเสียงตอบจากศิษย์เอก ฮันเตอร์เลยพยายามหว่านล้อมอีกครั้ง
“ฉันจะมาบอกว่าเหยื่อรายต่อไปเป็นใคร...แกไม่อยากรู้จริงๆเหรอ”
“ผมไม่อยากรู้ครับ”
“ออกมาหาฉัน ถ้าไม่อยากเสียใจทีหลัง ฉันจะรอที่เดิม”
“ผมขอโทษครับ...แต่ผมคงไม่ไป ผมไม่อยากรู้จริงๆ”
“ฉันจะส่งรูปเหยื่อรายต่อไปให้แกดูก่อน เผื่อแกจะเปลี่ยนใจ”
จบคำก็หายวับทิ้งไว้แค่ภาพของธีรนัฐกับคุณหญิงอัปสรในมือถือของศิษย์เอก!
คิมตกใจมาก และเปลี่ยนใจไปคุยกับฮันเตอร์ให้รู้เรื่อง
“ผมไม่เชื่อว่าครอบครัวนี้จะเป็นคนทำร้ายพ่อ เขาเป็นเพื่อนสนิทของพ่อด้วยซ้ำ”
“จะไม่ได้ทำได้ยังไง...ในเมื่อสถานีโทรทัศน์ของเขาเนี่ยแหละที่เป็นคนทำข่าวใส่ร้ายพ่อแก...พวกมันตั้งใจปั่นข่าวสร้างกระแส เขียนข่าวจากขาวเป็นดำ บีบจนพ่อแกทนแรงต่อต้านจากสังคมไม่ไหว ต้องหนีออกนอกประเทศ”
คิมถึงกับอึ้งไป สิ่งที่ฮันเตอร์พูดเป็นความจริงจนเถียงไม่ออก
“แกเองก็น่าจะจำได้ไม่ใช่เหรอว่าตอนนั้นนักข่าวมันบีบพ่อแกยังไงบ้าง...ลองคิดดูดีๆสิ คนที่แนะนำให้พ่อแกหนีออกจากประเทศจนเครื่องบินระเบิดก็คือธีรนัฐไม่ใช่เหรอ”
ฮันเตอร์พยายามปั่นหัวทุกทาง แต่คิมก็ไม่ปักใจเพราะเชื่อว่าครอบครัวอดีตคนรักของเอื้อกานต์ไม่ใช่คนไม่ดี...
ท่านรองฯเรียกตัวทีมงานประชุมเรื่องคดีเหมือนเคย ทีเกื้อมั่นใจว่าธีรนัฐจะเป็นเหยื่อรายต่อไปของชายสวมหน้ากากเพราะเบาะแสจากคดีก่อนหน้า โดยเฉพาะเหตุแก๊งปาหินที่ลอบโจมตีรถของเขากลางทาง
ทีเกื้อขอเวลาเช็กเบาะแสเพิ่มเติมแล้วจะรีบรายงาน ท่านรองฯพยักหน้ารับรู้และส่งของขวัญฝากให้เอื้อกานต์ที่ช่วยงานทางการ นภหูผึ่งรีบคว้าของขวัญจะเอาไปให้แทน ทีเกื้อยอมยกให้แต่ก็อดเย้าไม่ได้
“แกก็รู้ว่าฉันรักเดียวใจเดียว จริงจังกับหมอเอื้อ มานาน แกก็อย่าหวงพี่สาวนักเลย”
ทีเกื้อเข้าใจความรู้สึกเพื่อนคู่หูดี แต่ก็อยากเตือนสติด้วย “ไม่ได้หวง...แต่ห่วงแกต่างหาก เพราะแกเป็นเพื่อน ฉันเลยไม่อยากให้แกเสียใจ บอกตรงๆ...
ฉันไม่เห็นท่าทีว่าเอื้อจะสนใจใครเลย”
“ถ้าหมอเอื้อยังไม่มีแฟน ยังไม่ได้ชอบใคร ฉันก็ยังมีโอกาสไม่ใช่เหรอวะ”
“งั้นก็ตามใจ ฉันจะเอาใจช่วย”
นภยิ้มร่าใจมาเป็นกอง “ขอบใจนะน้องเขย...”
ooooooo
คิมไม่กล้าสู้หน้าเอื้อกานต์นับตั้งแต่ได้ข้อมูลจากฮันเตอร์ว่าธีรนัฐกับคุณหญิงอัปสรคือเหยื่อรายต่อไป คุณหมอสาวแปลกใจมากที่จู่ๆเขาก็หายหน้า พยายามโทร.หาก็ไม่ยอมรับสาย
เอื้อกานต์คาใจมาก แต่ไม่ทันเคลียร์กับคิม นภก็โผล่มาพร้อมของขวัญจากท่านรองฯ คุณหมอสาว ยิ้มรับและทักทายตามมารยาท แต่เขาก็ทำให้เธอต้องอึดอัดเพราะคำพูดเกี้ยวพา
“ถ้าเอื้ออยากได้คนดูแลแบบคุณศักดิ์ชายก็บอก นะครับ ผมยินดี...ผมจะปกป้องเอื้อด้วยชีวิตเลย”
“อย่าดีกว่าค่ะ เอื้อไม่อยากเป็นเหยื่อรายต่อไป ของคนร้าย”
คุณหมอสาวบอกปัดแบบขอไปที ก่อนจะอ่านใจ เขาได้ว่ากำลังจะบอกรัก เลยรีบพูดดักคอ
“ยังไงก็ต้องขอบคุณมากนะคะที่หวังดีกับเอื้อ เป็นห่วงเอื้อ เอื้อดีใจนะคะที่มีเพื่อนที่ดีอย่างคุณ”
นภหน้าเจื่อน ก่อนจะสารภาพตามตรง
“แต่ผมอยากเป็นมากกว่านั้นนะครับ”
“เอื้อรู้นะคะว่าคุณคิดยังไงกับเอื้อ แต่เอื้อยังไม่พร้อมจะมีใครตอนนี้จริงๆค่ะ”
เอื้อกานต์เลือกพูดตามตรง แต่นภก็ยืนกรานจะรอเพราะคิดว่ายังมีหวัง...
นภกลับไปแล้ว ทิ้งความสับสนไว้ให้เอื้อกานต์ต้องคิดหนักว่าเธอรู้สึกเช่นไรกันแน่...โดยเฉพาะกับคิม คุณหมอสาวหยิบภาพถ่ายใบเก่าของเธอกับทรงกลดมาดูเงียบๆ ก่อนจะพึมพำ
“พี่กลด...เอื้อคิดถึงพี่กลดจังเลยค่ะ เอื้อเจอคนหน้าเหมือนพี่กลดด้วยค่ะ...เขาชื่อคิม”
คิมได้ยินเสียงของเธอเพราะจิตสื่อถึงกันได้ สะเทือนใจมากที่ทำให้เธอสับสน
“ยิ่งเอื้ออยู่ใกล้เขา...เอื้อก็ยิ่งรู้สึกว่าเขามีอะไรหลายอย่างเหมือนพี่กลดเลยค่ะ เขารักความถูกต้องเหมือนพี่กลด แต่เขากลับใช้วิธีการที่ผิดจัดการ เอื้อจะช่วยเขายังไงดีคะ”
เอื้อกานต์ถอนใจหนักหน่วง โดยไม่รู้เลยว่าคิมก็ปวดใจไม่แพ้กัน
“ผมไม่น่ามาเจอคุณเลย...”
ไม่ใช่แค่พวกตำรวจที่ตามหาเบาะแสชายสวมหน้ากาก สัตตบงกชก็พยายามไม่แพ้กัน เธอหมกมุ่นกับข้อมูลมากมายจากทีมงานจนไม่กินข้าวกินปลา ทีเกื้อรู้ก็เป็นห่วง แต่ก็ปากหนักไม่ยอมเตือนดีๆ
“จะเอาโล่นักข่าวดีเด่นรึไงคุณ หรืออยากตายในหน้าที่พร้อมผม เก่งทุกเรื่อง รู้ทุกเรื่อง แต่เรื่องนี้กลับไม่รู้”
“ฉันรู้แต่ไม่อยากทำ...มีไรปะ”
“ระวังเถอะ กระเพาะจะทะลุ”
ทีมงานเห็นท่าไม่ดี คะยั้นคะยอให้ไปกินข้าวด้วยกัน สัตตบงกชก็คร้านจะเถียงกับอดีตคนรักเต็มทีเลยยอมไปแบบเสียไม่ได้ ทีเกื้อมองตามยิ้มๆ ชอบใจที่เธอยอมดูแลตัวเองบ้าง โดยไม่รู้เลยว่าคุณหญิงอัปสรผ่านมาเห็นทุกอย่างโดยบังเอิญ และระแวงว่าลูกเลี้ยงหนุ่มคู่ปรับจะแย่งคู่หมั้นของลูกชายหัวแก้วหัวแหวน!
ooooooo
ท่าทางหงุดหงิดของแม่ทำให้ธีรภูมิแปลกใจและอดถามไม่ได้ คุณหญิงอัปสรเป็นห่วงความรู้สึกลูกชายคนเดียว อึกๆอักๆ แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหวต้องโพล่งออกไป
“ถ้าไอ้ลูกเมียน้อยมันยังวนเวียนในตึกนี้ แม่คงไม่มีทางอารมณ์ดีหรอก”
“คุณแม่ก็ไม่ต้องสนใจสิครับ”
“ไม่สนใจได้ยังไง แม่เห็นมันไปสนิทสนมกับหนูดี”
ธีรภูมิหน้าเสียแต่พยายามเก็บอาการ แอบสังเกตเหมือนกันแต่ไม่อยากเต้นตามให้แม่เป็นกังวล
“สนิทกันก็ดีกว่าเกลียดกันนะครับ”
“แม่กลัวมันจะมาตีท้ายครัวเราน่ะสิ อย่าไว้ใจมันมาก บ้านนี้ไว้ใจไม่ได้ ชอบแย่งของคนอื่น เชื้อแม่มันคงแรง”
“คุณแม่คิดมากไป เกื้อกับหนูดีเขาไม่ใช่คนแบบนั้นนะครับ ผมเชื่อใจเขาสองคน”
“เชื่อไปเถอะ เรามันไม่ทันคน มองโลกในแง่ดีเกินไป พาหนูดีไปเลือกชุดแต่งงานได้แล้ว อย่ามัวชะล่าใจ!”
เตือนลูกชายคนเดียวไม่พอ คุณหญิงอัปสรก็ไปกดดันสามีให้ช่วยพูดด้วย ธีรนัฐลำบากใจไม่อยากบังคับลูกชายเลยพยายามบ่ายเบี่ยง คุณหญิงอัปสรขัดใจมาก แต่ไม่ทันโต้อะไร ทีเกื้อก็โผล่มาขัดจังหวะ
ทีเกื้อมาอารักขาธีรนัฐตามหน้าที่ แต่สีหน้าเอาเรื่องของคุณหญิงอัปสรทำให้ธีรนัฐตัดสินใจบอกให้ลูกชายคนเล็กไม่ต้องตาม ไม่อยากให้มีเรื่อง ทีเกื้อไม่ขัดและยอมนั่งรอที่บ้านแต่โดยดี
คิมเฝ้ารอธีรนัฐอยู่แล้วที่หน้าบ้าน อยากตามดูพฤติกรรมเพื่อเตรียมลงมือเหมือนเคย แต่ก็ต้องเบิกตาโพลงด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าฮันเตอร์โผล่มาประกบรถของธีรนัฐ!
สีหน้าดุดันของอาจารย์ทำให้คิมไม่ไว้ใจ แล้วก็จริงดังคาด ฮันเตอร์ใช้อาคมทำให้ธีรนัฐกับคุณหญิงอัปสรสลบ คิมร้อนรนมากรีบขับรถตามไปปาดหน้าฮันเตอร์เลยต้องลงไปคุยด้วย
“แกทำอะไรของแก ถ้าฉันเบรกไม่ทันขึ้นมาทำยังไง”
“ผมต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายถามอาจารย์...ว่าอาจารย์คิดจะทำอะไร”
“ฉันก็มาทำความรู้จักเหยื่อที่ต้องจัดการไง ครั้งนี้ฉันจะไม่อยู่เฉยๆให้แกจัดการคนเดียวอีกแล้ว ถ้าแกไม่จัดการ ฉันจะได้ลงมือเอง แกก็รู้ว่าฉันพูดจริงทำจริง”
“ไม่ต้องห่วงครับ...ผมจะจัดการเหยื่อรายนี้เอง อาจารย์แค่รอฟังข่าวอยู่เฉยๆก็พอ”
ฮันเตอร์ยอมรับปากแบบขอไปที ตั้งใจแล้วจะไม่ยอมปล่อยให้เหยื่อรอดชีวิตแน่!
ooooooo
ธีรภูมิได้รับข้อความจากบุคคลปริศนา จึงรีบไปช่วยพ่อแม่ ซึ่งกว่าธีรนัฐจะฟื้น เขาก็แทบใจหายใจคว่ำ เพราะกลัวว่าคนร้ายจะเป็นคนเดียวกับที่สะกดจิตแก๊งปาหินเมื่อวันก่อน
ธีรนัฐก็คิดเช่นนั้น แต่ไม่อยากให้ลูกชายบอกใคร โดยเฉพาะเอื้อกานต์และภรรยา เพราะกลัวสติแตก
“พ่อไม่อยากให้เกื้อเครียด แล้วก็ไม่อยากให้วุ่นวาย ส่วนแม่เรา...ก็บอกแค่ว่าเขาเป็นลมตอนอยู่บนรถก็พอ”
“แต่ผมว่าตอนนี้คุณพ่อคงต้องระวังตัวให้มาก ดูท่าเรากำลังจะตกเป็นเป้าหมายรายต่อไปของคนร้าย”
การคาดการณ์ของธีรภูมิไม่เกินจริงเลย คิมก็เครียดไม่แพ้กัน เพราะหากปล่อยให้ฮันเตอร์ลงมือ ธีรนัฐคงไม่รอด และก็เพราะคิดแบบนั้น คิมเลยตัดสินใจถอดจิตไปลาเอื้อกานต์ในคืนเดียวกัน
เอื้อกานต์ไม่รู้ตัวว่ากำลังฝัน ถึงกับยืนตัวแข็งเมื่อจู่ๆคิมก็โผมากอด พร้อมเอ่ยคำขอโทษ คุณหมอสาวพยายามขืนตัวออก แต่ก็สัมผัสได้ถึงความเศร้าบางอย่างเลยเอื้อมมือลูบหลังเขาเพื่อปลอบใจ คิมน้ำตาคลอ อึดอัดใจที่ต้องเล่นงานครอบครัวของเธอ แต่ก็บอกอะไรไม่ได้ นอกจากถอดจิตหายไป...
เพราะความฝันบ้าๆนั่นแท้ๆทำให้เอื้อกานต์วิตกจริต และสุดท้ายก็ทนไม่ไหวต้องโทร.ไปตามเขาออกมา โดยอ้างว่าอยากให้ช่วยเลือกของขวัญวันเกิดให้พ่อ คิมไม่อยากไปแต่ฮันเตอร์ก็กล่อมให้ไปจนได้ เพราะเห็นเป็นโอกาสดีที่ศิษย์เอกจะหลอกถามข้อมูลของธีรนัฐมาเพื่อทำของเล่นงาน
เอื้อกานต์ทั้งใจเต้นและประหม่าที่ได้เจอเขา ยิ่งถูกเขาเย้าว่าอยากเจอ ยิ่งทำตัวไม่ถูก ต้องแก้ตัวเก้อๆว่าชวนมาเลือกของขวัญแทนทีเกื้อที่ไม่ถูกกับพ่ออย่างแรง
คิมเลยเลิกแกล้งและช่วยเลือกของขวัญอย่างตั้งใจ พยายามใช้เวลากับเธอที่อาจเป็นครั้งสุดท้าย
เอื้อกานต์เลยพลอยผ่อนอาการเกร็งๆ และผ่อนคลายมากพอจะเล่าเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัว
“ฉันกับคุณพ่อไม่ค่อยสนิทกัน ฉันไม่เคยซื้อ ไม่เคยทำอะไรให้ท่านเลย แต่หลังจากไปทำบุญให้คุณแม่ด้วยกัน ฉันก็อยากจะเปลี่ยน ฉันอยากเริ่มต้นความสัมพันธ์แบบพ่อลูกดู ฉันจะพยายามหาทางให้เกื้อกลับมาดีกับคุณพ่อให้ได้”
“ดีแล้วล่ะ ชีวิตคนเรามันไม่แน่นอน อยากทำอะไรให้ท่านก็รีบๆทำ...ก่อนมันจะสายเกินไป”
เอื้อกานต์รู้สึกแปร่งหู แต่ไม่ทันซัก คิมก็พูดต่อ
“บางคนรอ...รอมีเงิน รอมีเวลา แล้วถึงจะซื้อของให้พ่อแม่ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำ”
“นั่นสิ...ฉันกับพี่กลดก็เคยมาเลือกซื้อของขวัญให้พ่อพี่กลดเหมือนกัน พี่กลดตั้งใจจะซื้อเนกไทให้คุณพ่อตอนวันเกิด แต่ยังไม่ทันได้ให้ ทั้งคู่ก็มาเสียไปซะก่อน”
คำพูดถึงทรงกลดด้วยความคิดถึงของเอื้อกานต์ทำให้คิมถึงกับอึ้งไป ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา
“ผมบอกแล้วไงว่าชีวิตคนเรามันไม่แน่นอนแต่พ่อคุณยังอยู่ ยังไม่สายไปหรอกถ้าคุณจะเริ่มความสัมพันธ์ดีๆ”
คำพูดให้กำลังใจของเขามีผลกับเอื้อกานต์มาก สองหนุ่มสาวยิ้มให้กันด้วยความเข้าอกเข้าใจ ก่อนที่คิมจะสะดุ้ง เพราะมีเสียงของฮันเตอร์ดังขึ้นในหัว เร่งให้เขาหลอกถามข้อมูลธีรนัฐจากเอื้อกานต์
คิมลำบากใจมาก แต่เมื่อคิดถึงแผนล้างแค้นให้พ่อก็จำต้องโพล่งออกไป
“แล้วพ่อคุณเป็นคนยังไงล่ะ ชอบอะไร เล่าให้ผมฟัง ผมจะได้ช่วยคิดถูกว่าคุณควรเข้าหาท่านยังไง...”
ooooooo
ธีรภูมิยังค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับคดีทรงพลจนได้รู้ว่าเหยื่อของชายสวมหน้ากากทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวข้องกับสมบัติของทรงพลที่ถูกขายทอดตลาดหลังจากเขาตาย ทั้งบ้าน ที่ดินและหุ้นในบริษัท
ทีเกื้อกับสัตตบงกชตื่นเต้นกับข้อมูลใหม่ และฟันธงว่าชายสวมหน้ากากต้องเป็นคนใกล้ชิดทรงพลที่ต้องการล้างแค้น แต่เพื่อความชัวร์สองหนุ่มสาวเลยร่วมมือกันแบบเฉพาะกิจ ลงภาคสนามตามสืบให้มากกว่านี้
ธีรภูมิจับตาปฏิกิริยาระหว่างทีเกื้อกับสัตตบงกชด้วยความสนใจ คำพูดและคำเตือนของแม่ลอยวนเวียนในหัว แต่เขาก็ยังไม่เชื่อ เพราะรักและไว้ใจน้องชายคนเดียวมาตลอด...
หลังซื้อของขวัญให้พ่อ เอื้อกานต์ก็อาสาไปส่งคิมถึงบ้านเพราะอยากรู้ที่อยู่ของเขา แต่คิมก็ปฏิเสธ และไม่ยี่หระเลยที่เห็นเธอแอบสะกดรอย เพราะอีกไม่นาน... เขาก็จะย้ายออกจากที่นี่
แดนมาช่วยเก็บของเตรียมย้ายออก อดสงสัยไม่ได้ว่าจะย้ายไปไหน คิมไม่พูดอะไร เพราะในใจมัวคิดถึงบ้านพักตากอากาศหลังเก่าของครอบครัวที่เขาเคยพาเอื้อกานต์ไปเจอพ่อแม่
วันเวลาดีๆเหล่านั้นทำให้คิมเศร้าใจอย่างบอกไม่ถูก เขาเลยใช้กุญแจผีไขเข้าไปในบ้านพักตากอากาศหลังนั้นในกลางดึกคืนเดียวกันเพื่อซึมซับบรรยากาศเก่าๆ และทันทีที่เขากลับ ทีเกื้อกับสัตตบงกชก็มาถึงเพื่อสืบเรื่องทรงพล
คิมจากไปแล้ว โดยนึกไม่ถึงเลยว่าทีเกื้อจะใช้พลังพิเศษสัมผัสของต่างๆในบ้านพักตากอากาศ จนได้รู้ว่าเขาเพิ่งออกไป ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศห่อเหี่ยวและหดหู่ รวมทั้งความจริงที่ว่าเขาคือชายสวมหน้ากาก!
สัมผัสพิเศษทำให้คิมรับรู้ถึงการมาถึงของทีเกื้อกับสัตตบงกช และเพื่อไม่ให้สองหนุ่มสาวแขกยามวิกาลของบ้านพักตากอากาศตามเจอตัวเขาในคืนนี้ เขาเลยต้องร่ายคาถาขังไว้ก่อน...
กว่าทีเกื้อจะหาทางออกมาได้ก็ดึกดื่น หัวเสียกลับคอนโด และไม่รอช้าจะคาดคั้นแฝดพี่เรื่องคิม เอื้อกานต์ไม่ยอมบอกอะไร เพราะเชื่อมั่นว่าคิมจะรักษาสัญญาว่าจะไม่ทำอาคมใส่ใครอีก ทีเกื้อหงุดหงิดมาก มั่นใจว่าแฝดพี่รู้เรื่องตัวตนแท้จริงของคิมว่าคือชายสวมหน้ากากแล้ว แต่ไม่ยอมเล่าเพราะมีความลับ!
ooooooo
ความลับของเอื้อกานต์ที่ไม่ยอมรับสายของเธอ เพราะมัวนั่งอ่านข้อมูลคดีเก่าๆของทรงพล ฮันเตอร์รอจังหวะนี้อยู่แล้ว จัดการร่ายคาถาทำให้คิมฝันถึงเรื่องราวในอดีตและความเลวร้ายของสื่อที่ขยี้ข่าวของทรงพล
คิมสะดุ้งตื่นหลังจากนั้น ก่อนจะพบว่าฮันเตอร์แวะมาหา
“แกจำได้ใช่ไหมว่าสื่อพวกนี้มันทำอะไรกับพ่อแกบ้าง”
“ครับ...มันใส่ร้ายพ่อผม ให้เป็นแพะรับบาป พวกมันทำมาหากินบนความทุกข์คนอื่น โดยไม่สนใจเลยว่ามีใครได้รับความเจ็บปวดจากข่าวที่พวกมันนำเสนอไปบ้าง”
“ดี...สื่อพวกนี้ควรจะได้รับบทเรียนซะ นับวันพวกมันยิ่งไร้จรรยาบรรณมากขึ้นทุกที”
แดนนั่งฟังอยู่ด้วย อดไม่ได้โพล่งขึ้น “ตอนพวกนายทุนเผาไล่ที่บ้านผม พวกนักข่าวก็ช่วยนายทุนปิดข่าวเหมือนกัน เรื่องไม่จริง พวกมันก็ตอกไข่ใส่สีจนเป็นเรื่องเป็นราว”
“พวกเขาก็คิดแต่จะทำข่าวเรียกเรตติ้งจนลืมหน้าที่ของสื่อที่แท้จริงกันหมดแล้ว ผมจะเตือนสติพวกเขาเองครับ!”
คิมประกาศกร้าวจะเอาคืนธีรนัฐ เช่นเดียวกับทีเกื้อที่ฝึกจิตทั้งคืนตามคำสอนของแฝดพี่และดาบอินตาแท้ๆ จนสามารถอ่านใจได้แม่นยำกว่าเดิม...เช้านี้เขาเลยตัดสินใจอ่านใจเอื้อกานต์จนได้ที่อยู่ของคิม
ทีเกื้อบุกถึงห้องพักของคิมในเช้าวันเดียวกัน โดยมีเกี้ยงอดีตขี้ยาที่เขาใช้เป็นสายสืบเสมอคอยให้ข้อมูล เพราะเป็นวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างในละแวกนั้น คิมกับแดนที่กำลังเก็บของรู้ว่าทีเกื้อจะบุกมาเลยไปซ่อนตัว
เกี้ยงพาทีเกื้อไปถึงหน้าห้อง ตำรวจหนุ่มเลยใช้กุญแจผีงัดเข้าไป คิมตัดสินใจเอาตัวเข้าล่อเพื่อให้แดนหนีไปก่อน แต่ไม่ทันได้ทำแบบนั้น ฮันเตอร์ก็โผล่มาจัดการทีเกื้อเสียก่อน ด้วยการบีบให้เลือกจะช่วยเกี้ยงที่โดนเหล่านักเลงท้องถิ่นที่โดนสะกดจิตซ้อม หรือจะไล่ตามจับตัวเขาที่ใช้อาคมปลอมตัวเป็นคิม
ทีเกื้อเลือกสู้เพื่อช่วยเกี้ยงจนเกือบหมดแรง จู่ๆกลุ่มนักเลงก็สลบเหมือดเพราะคิมตัวจริงเข้ามาขวาง!
เกี้ยงถูกทีเกื้อพาไปโรงพยาบาล ทิ้งคิมกับฮันเตอร์ให้เผชิญหน้ากันอย่างดุเดือด
“อาจารย์หลอกใช้ผมไม่พอ ยังจะขโมยร่างผมมาใช้ทำร้ายคนอื่นอีกเหรอครับ”
“อย่าว่าแต่ร่างกายแกเลย แม้แต่ชีวิตแกก็เป็นของฉัน อย่าลืมว่าฉันเป็นคนช่วยชีวิตแกเอาไว้”
คิมเถียงไม่ออก แต่ก็สบตาไม่หลบจนฮันเตอร์โกรธจัด เอ็ดลั่น
“แกนั่นแหละ...จะทำอะไรขัดใจฉันไปถึงเมื่อไหร่”
“ก็ต่อเมื่ออาจารย์มีความคิดเหมือนผม”
“งั้นฉันกับแกก็คงต้องเป็นศัตรูกันแล้วล่ะ!”
ooooooo










