ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    อาคม

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: "อาคม" ละเครแนวสืบสวน-แฟนตาซี ได้ "เจมส์ มาร์" ประกบ "มาร์กี้"

    ทีเกื้อกับคุณหญิงอัปสรคงโต้เถียงและลงไม้ลงมือกันไปแล้ว ถ้าธีรภูมิจะไม่มาขวาง และเมื่อเขารู้เรื่องคำสั่งของพ่อแม่ให้เปลี่ยนเนื้อหารายการเพื่อช่วยเดชา ก็โวยวายด้วยความไม่พอใจ

    “คุณพ่อสอนผมเสมอว่าให้ทำหน้าที่สื่อให้ดี สื่อต้องเป็นกลาง ต้องทำเพื่อประชาชน แต่สุดท้ายคุณพ่อก็แพ้อำนาจเงิน แพ้อำนาจพวกมีอิทธิพลอย่างเดชา!”

    ธีรนัฐพูดไม่ออก เช่นเดียวกับคุณหญิงอัปสร ธีรภูมิโมโหมาก แหวลั่น

    “เงียบทำไมล่ะครับ...เถียงผมไม่ออกเหรอครับ”

    “บางทีสื่อก็ต้องปิดหูปิดตา ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เพราะไม่อยากให้สังคมวุ่นวายไปมากกว่าเดิม”

    “ผมไม่สนใจคำแก้ตัวของคุณพ่อหรอกครับ คุณพ่อจะไล่ผมออกก็เชิญ ยังไงผมก็จะทำข่าวนี้”

    พูดจบก็จะผละไป แต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินพ่อพูดไล่หลัง “ก็ลองดู...ฉันไม่ไล่แกออกหรอก แต่ฉันจะไล่ลูกน้องแกออกให้หมด แกมีเงินเก็บ ตกงานเดือนสองเดือนก็ไม่เป็นไร แต่ลูกน้องแกที่ต้องหาเช้ากินค่ำ หาเงินเลี้ยงครอบครัว ต้องมาลำบากเพราะความดื้อรั้นของแก แกอยากให้มันเป็นแบบนั้นก็ตามใจ!”

    คำสั่งขาดของพ่อทำให้ธีรภูมิไม่มีทางเลือก ต้องยอมเปลี่ยนเนื้อหารายการเพื่อช่วยแก้ต่างให้เดชา ทีมงานโดยเฉพาะสัตตบงกชฝืนใจมาก แต่ก็จำต้องระงับอารมณ์ไว้เพื่อความอยู่รอดของเหล่าพนักงาน

    นอกจากพวกตำรวจจะมาอารักขาเดชาถึงห้องส่งสถานีแล้ว ทีเกื้อก็ขอให้เอื้อกานต์มาดูแลเจ้าของห้างดังอีกแรง โดยไม่รู้เลยว่าท่ามกลางทีมงานมากหน้าหลายตา ฮันเตอร์จะแฝงตัวอยู่ด้วยเพื่อสังเกตการณ์ทำงานของคิม

    บรรยากาศการถ่ายทำรายการเต็มไปด้วยความอึดอัด ทุกคนต่างรู้ดีถึงความกร่างและเห็นแก่ตัวของเดชา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากปล่อยให้เขารับกรรมเมื่อถึงเวลาที่กำหนดเท่านั้น

    สัตตบงกชรับหน้าที่สัมภาษณ์เดชาซึ่งตีหน้าเศร้าสวมบทเหยื่อสังคมผู้ถูกใส่ร้ายได้อย่างน่าหมั่นไส้ คิมเฝ้ามองทุกอย่างจากห้องควบคุมไฟด้วยแววตาโกรธจัด ก่อนจะร่ายอาคมสะกดจิตให้เดชาสารภาพทุกอย่าง และเพียงไม่กี่อึดใจนั่นเอง เจ้าของห้างดังก็เปลี่ยนท่าทีจากรู้สึกผิดเป็นแสยะยิ้มร้ายลำพองใจ

    “ที่ผมพูดไปก่อนหน้านี้...ผมแค่สร้างภาพให้พวกคนดูหน้าโง่สงสารเท่านั้น จริงๆผมมันเลวมาก ทั้งเลว ทั้งโลภ...อยากรู้ไหมว่าผมเลวยังไง เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง...”

    ooooooo

    ไม่ใช่แค่เดชาที่ถูกสะกดจิต ธีรนัฐกับคุณหญิงอัปสรก็โดนอาคมวางยาสลบด้วย ทำให้ไม่สามารถขัดขวางหรือยับยั้งการให้สัมภาษณ์สารภาพความผิดทุกอย่างของเดชาได้ เดชาสารภาพทุกอย่าง ทั้งเรื่องขายของคุณภาพต่ำ โก่งราคาสินค้า ทีมงานต่างมองหน้ากันอึ้งๆ ก่อนที่สัตตบงกชจะเป็นฝ่ายได้สติ พยายามควบคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบเพื่อถามย้ำ

    “ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าคุณเดชาจะใช้วิธีนี้”

    “ผมเลวไหมล่ะ ทั้งเลว ทั้งโลภ แต่ก็ช่วยไม่ได้... ลูกค้าโง่เอง ผมก็ต้องโกยให้เต็มที่ เรื่องอะไรจะทิ้งเงินตั้งเยอะ”

    “แล้วเรื่องอุบัติเหตุล่ะคะ”

    “ผมก็เอาเงินฟาดหัว ขู่ให้เงียบ เอาลูกน้องไปเฝ้า เด็กกับยายแก่จนๆจะสู้นายเดชาที่มีเงินเป็นพันๆล้านได้ไง”

    นอกจากนี้เดชายังสารภาพเรื่องตนใช้อำนาจเปลี่ยนแปลงเนื้อหารายการเพื่อแก้ต่างให้ตัวเองด้วย คิมสะใจมากและพยายามร่ายคาถาให้เขาเล่าเรื่องทรงพล แต่ก็ไม่ทันการณ์ ทีเกื้อสงสัยว่าเจ้าของห้างดังจะถูกสะกดจิตเลยตามร่องรอยไปจนเจอต้นตอที่ห้องควบคุมไฟ!

    คิมจำต้องพักเรื่องทรงพลไว้และทำให้เดชาหมดสติ ส่วนตัวเองรีบหนี แต่ก็ถูกทีเกื้อกับนภตามไปดักหน้าดักหลัง จนต้องใช้ผงพรางตาช่วยให้หนีรอดไปได้ แต่โชคก็ไม่เข้าข้างคิมนัก เมื่อจู่ๆเอื้อกานต์ก็โผล่มาขวาง คุณหมอสาวเห็นหน้ากากในมือคิมก็ถึงกับพูดไม่ออก รู้โดยไม่ต้องถามว่าเขาก็คือชายสวมหน้ากากที่ทุกคนตามหา

    คิมไม่มีทางเลือกต้องสะกดจิตคุณหมอสาวเพื่อเอาตัวรอด แต่ที่เขาไม่รู้คือ...อาคมของเขายังไม่แข็งแรง และเอื้อกานต์ก็จิตแข็งมาก ที่เขาหนีรอดไปได้ก็เพราะเธอยอมให้สะกดจิตเท่านั้น

    ทีเกื้อเจ็บใจมากที่คลาดกับชายสวมหน้ากากอีกครั้ง เขากับนภรีบไปดูภาพจากกล้องวงจรปิด แต่ก็ไม่มีร่องรอยอะไร เพราะฮันเตอร์ทำลายภาพทั้งหมดเพื่อช่วยศิษย์เอกเรียบร้อยแล้ว...

    แม้จะรอดจากการถูกสะกดจิต แต่เดชาก็ต้องแค้นแทบกระอักเมื่อรู้ความจริงจากทีมงานว่าตนสารภาพทุกอย่างในรายการหมดแล้ว สัตตบงกชกับธีรภูมิเฝ้ามองเจ้าของห้างดังโวยวายด้วยความสมเพช ถอนใจหน่ายๆ

    “คงยังทำใจไม่ได้ค่ะ”

    “ใครจะทำใจได้ ทำเรื่องน่าอาย แฉตัวเองไปซะขนาดนั้น”

    “ทีตอนทำเรื่องเลวๆไม่เห็นจะอาย”

    “แอบสะใจเหมือนกันนะ โชคดีที่คนร้ายมาช่วย”

    “นั่นสิคะ...บางทีคนเลวๆพวกนี้คงต้องให้คนร้ายจัดการ ดูสิ...ทั้งกฎหมาย ทั้งสื่ออย่างพวกเรายังทำอะไรไม่ได้”

    ทีเกื้อผ่านมาได้ยินก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ ต้องโผล่ไปแขวะอดีตคนรัก

    “แต่คนร้ายยังไงก็ทำผิดอยู่ดี”

    “ฉันว่าบางทีให้โจรจัดการโจรด้วยกันอาจจะดีกว่าให้ตำรวจจัดการ ตำรวจอย่างคุณจะได้ไม่ต้องทำอะไร”

    “ไหนว่าจะช่วยจับคนร้าย แต่ก็เข้าข้างคนร้าย”

    “ฉันก็แค่พูดไปตามความจริง”

    ธีรภูมิมองหน้าน้องชายกับคู่หมั้นสาวงงๆ ไม่รู้ว่าสองคนไปสนิทสนมขนาดต่อปากต่อคำได้ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่คิดมาก เห็นเป็นเรื่องดีอีกต่างหากที่คนในครอบครัวจะช่วยเหลือกัน

    ooooooo

    เหตุการณ์พลิกผันที่สถานี เดชาสารภาพความจริง แทนที่จะแก้ต่างให้ตัวเอง กลายเป็นข่าวดังทั่วประเทศในวันเดียวกัน กว่าธีรนัฐกับคุณหญิงอัปสรจะฟื้น เรื่องราวทุกอย่างก็แพร่กระจายจนเกินระงับแล้ว

    ธีรนัฐกับคุณหญิงอัปสรเครียดมาก กลัวความลับจากอดีตที่เดชาเป็นผู้กุมไว้จะถูกแฉ เพราะเหตุการณ์กลับตาลปัตร ต่างจากธีรภูมิกับสัตตบงกชที่สะใจมาก ส่วนทีเกื้อก็ต้องจมกับความแค้นใจเพราะคลาดกับคนร้ายอีกรอบ แต่กระนั้นก็ไม่ยอมแพ้ ตั้งหน้าตั้งตาหาทางจะจับชายสวมหน้ากากให้ได้ในครั้งต่อไป

    เอื้อกานต์ไม่ได้สนใจปฏิกิริยาของคนรอบข้าง มัวตื่นตะลึงกับความจริงเรื่องคิมคือชายสวมหน้ากากจนทำตัวไม่ถูก คิมก็มีอาการไม่ต่างกัน แต่เขาก็ไม่แน่ใจนักว่าคุณหมอสาวจะรู้เรื่องทั้งหมดจริงหรือไม่

    ฮันเตอร์ดูจะสาแก่ใจกว่าใครทั้งหมด เพราะนอกจากเดชาจะโดนเล่นงานแล้ว คิมศิษย์เอกก็ต้องจนด้วยเหตุผลและหนทาง อาจต้องใช้อาคมอย่างเดิมเพราะแผนแฉออกสื่อดูจะไม่ค่อยราบรื่นและเขาก็เหลือเวลาไม่มากแล้ว เวลาที่สัญญากับฮันเตอร์ใกล้หมดลงทุกที คิมหนักใจมากแต่กังวลเรื่องเอื้อกานต์จะรู้ถึงตัวตนแท้จริงของเขามากกว่า เลยตัดสินใจหยั่งเชิงท่าทีของเธอในเช้าวันต่อมา

    เอื้อกานต์ทำหน้าไม่ถูก ไม่พร้อมเผชิญหน้ากับเขาเลยพยายามบ่ายเบี่ยง แต่ก็ถูกคิมตามไปดักหน้า คุณหมอสาวพอเดาได้ว่าเขาคงร้อนตัว เลยแกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้ แต่ก็ไม่วายพูดเรื่องเดชา

    “เมื่อวานคนร้ายสะกดจิตเดชาให้สารภาพผิด”

    “ผมเห็นข่าวแล้ว”

    “ฉันกลัวว่าคนร้ายจะทำอะไรที่ร้ายแรงกว่านี้อีก ถ้าเขาหยุดแค่นี้ก็โอเค คุณเดชาก็ได้บทเรียนแล้ว...ลึกๆฉันยังเชื่อในตัวเขาอยู่ เขาเคยช่วยฉัน ช่วยใครตั้งหลายคน แต่ถ้าตอนนี้มีเรื่องร้ายๆตามมาอีกฉันคงจะผิดหวังน่าดู”

    “หมอจะไปผิดหวังทำไม ไม่ใช่เรื่องของหมอซะหน่อย”

    จบคำก็ตัดบทชวนเธอไปกินข้าว เอื้อกานต์เซ็งมากแต่ก็ไม่ละความพยายามจะสืบเรื่องตัวตนของเขา

    “ฉันก็ทำงานกับคุณมาสักพักแล้ว แต่ไม่ค่อยรู้เรื่องของคุณเลย”

    “เรื่องผมไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก”

    “ทำไมจะไม่น่าสนใจ...ชีวิตนักข่าวน่าสนใจออก แล้วที่บ้านคุณไม่ว่าเหรอ...ต้องมาทำอะไรเสี่ยงๆ”

    “พ่อแม่ผมท่านเสียแล้ว...ผมตัวคนเดียว”

    น้ำเสียงเศร้าๆของเขาทำให้เอื้อกานต์รู้สึกผิด แต่กระนั้นก็พยายามอ่านใจเขาไม่เลิก คิมซึ่งอาคมฟื้นตัวบ้างแล้วเพราะฝึกหนัก ได้ยินเสียงในใจเธอแบบขาดๆหายๆ แต่ก็พอจับใจความได้ว่าเธอต้องการอะไร

    คิมบ่ายเบี่ยงเลี่ยงประเด็น ไม่อยากให้เธอรู้ความจริงเพราะไม่อยากให้เธอกับตนเสียใจไปมากกว่านี้ แต่ท่าทีของเอื้อกานต์ที่ทำท่าเหมือนน้อยใจก็ทำให้เขาเกือบใจอ่อน ถ้านภจะไม่โผล่มาขัดจังหวะเสียก่อน!

    ooooooo

    ท่าทีสนิทสนมระหว่างเอื้อกานต์กับนภทำให้คิมหงุดหงิด แต่ก็ต้องเก็บอาการ เช่นเดียวกับทีเกื้อที่หัวเสียเพราะแผนจับตัวชายสวมหน้ากากพังไม่เป็นท่าทุกรอบ

    สัตตบงกชผ่านมาเห็นเขาที่ต้องมาเฝ้าธีรนัฐตามหน้าที่ ก็อดไม่ได้จะถามไถ่และปลอบใจด้วยความเป็นห่วง

    “ไม่แปลกหรอกที่คุณจะแพ้คนร้าย เพราะคนร้ายของคุณอยู่ในที่มืด ส่วนคุณอยู่ในที่แจ้ง คนร้ายเห็นความเคลื่อนไหวของคุณตลอดก็ต้องได้เปรียบอยู่แล้ว”

    “ฟังดูมีเหตุผลนะ”

    “ที่สำคัญคนร้ายมีวิชาอาคมเก่งกล้า ส่วนคุณทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง คุณจับทางได้ขนาดนี้ก็นับว่าเก่งแล้ว”

    “ก็จริงของคุณ...ขอบคุณนะ”

    “ไม่เป็นไรหรอก ยังไงเราก็เป็นเพื่อนกัน”

    คำว่าเพื่อนกันของอดีตคนรักทำให้ทีเกื้อเจ็บแปลบอย่างบอกไม่ถูก และเมื่อธีรภูมิโผล่หน้ามา เขาเลยเลือกปลีกตัวไปหาธีรนัฐเพื่ออารักขาตามหน้าที่เหมือนเคย

    ธีรนัฐเห็นท่าทางซึมๆของลูกชายคนเล็กก็อดไม่ได้จะชวนคุย

    “ใกล้จะถึงวันครบรอบที่จะทำบุญให้แม่เราแล้วใช่ไหม ปีนี้พ่อว่าจะไปกับเราด้วย”

    “ท่านจะมีเวลาเหรอครับ ปล่อยให้ผมกับเอื้อจัดการเองดีกว่าครับ”

    “ถ้าเป็นเรื่องนี้...พ่อมีเวลาเสมอแหละ แต่เราไม่เคยเปิดโอกาสให้พ่อได้ทำหน้าที่นี้เลยต่างหาก”

    “ท่านทำหน้าที่พ่อที่ดีให้กับพี่ภูมิ ทำหน้าที่สามีที่ดีให้กับคุณหญิงแค่นี้ก็พอแล้วครับ”

    “แต่ว่าพ่อ...”

    “ผมว่าเราอย่าพูดเรื่องนี้กันอีกเลยนะครับ”

    ทีเกื้อตัดบทแล้วผละไป ทิ้งให้ธีรนัฐมองมาด้วยแววตาเศร้าๆ เสียใจที่ลูกชายคนเล็กไม่เคยเปิดใจให้...

    ข่าวฉาวของเดชาทำให้ผู้คนตาสว่าง แห่กันช่วยเหลือบุญลือจนกลายเป็นกระแสในชั่วข้ามคืน ศักดิ์ชายก็มีส่วนด้วย เขามอบเงินบริจาคให้ครอบครัวบุญลือ ช่วยเหลือทุกอย่างจนทุกฝ่ายพอใจ

    คิมสะใจมากที่เห็นความตกต่ำของเดชาเพราะถูกผู้คนประณาม และอดปลื้มแทนครอบครัวบุญลือไม่ได้ที่มีผู้คนมากหน้าหลายตายื่นมือให้ความช่วยเหลือ ธีรภูมิกับสัตตบงกชก็ดีใจที่มีส่วนช่วยตีแผ่ความจริงเรื่องนี้ แต่กระนั้นก็ยังมีเรื่องคาใจเกี่ยวกับทรงพลที่ธีรนัฐ คุณหญิงอัปสร และเดชาเหมือนจะมีความลับ!

    ความลับจากอดีตกลายเป็นเครื่องมือต่อรองของเดชาอีกครั้ง เมื่อเขาแค้นใจเรื่องถูกแฉออกสื่อจนต้องเรียกตัวคุณหญิงอัปสรมาขู่ให้จัดการแก้ข่าวอีกรอบ แลกกับการกุมความลับนั้นต่อไป

    “จะให้ฉันลงข่าวใส่ร้ายคนร้ายเนี่ยนะ ฉันทำตามที่คุณสั่งไม่ได้หรอก เขาไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ฆ่าคน จะให้เขียนว่าเขาฆ่าได้ยังไง หลักฐานอะไรก็ไม่มี”

    “ถ้าคุณหญิงไม่ช่วยผม ไม่จัดการเรื่องนี้ให้ผม ผมจะแฉเรื่องชั่วๆของสถานีให้หมดเลย!”

    ooooooo

    คุณหญิงอัปสรไม่มีทางเลือก จำต้องทำตามที่เดชาขอ เปิดแถลงข่าวให้เดชาโยนความผิดทุกอย่างให้ชายสวมหน้ากาก ธีรภูมิพยายามคัดค้าน แต่ก็ขัดแม่ไม่ได้เพราะเธอบอกว่าเป็นคำสั่งในฐานะผู้บริหารและเจ้าของสถานีการแถลงข่าวของเดชากลายเป็นข่าวใหญ่อีกครั้ง คิมนั่งดูด้วยสีหน้าสงบ ต่างจากแดนที่เป็นเดือดเป็นร้อน

    “รู้แล้วพี่ยังใจเย็นนั่งนิ่งแบบนี้อีกเหรอ”

    “เขาก็พูดถูก...พี่ฆ่าคน เป็นฆาตกรจริงๆ”

    พูดพลางมองหน้าจอ เห็นเดชาตีหน้าเศร้าเคล้าน้ำตาบอกว่าถูกสะกดจิตเลยพูดอะไรที่ไม่จริง

    “ผมก็ไม่อยากใส่ร้ายใคร แต่ก็เป็นไปได้ว่ารายการต้องการสร้างกระแสเรียกเรตติ้ง ผมเลยตกเป็นเหยื่อ...เรื่องที่ผมพูดทุกอย่างไม่เป็นความจริง ผมมีหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ทุกอย่าง ขอให้สังคมให้ความเป็นธรรมกับผมด้วย”

    คิมยังไม่พูดอะไรเหมือนเคย ต่างจากแดนที่โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง

    “ยังกล้าโกหกหน้าด้านๆอีก ไม่มีใครเชื่อมันหรอก”

    “เชื่อไม่เชื่อ ผลก็ไม่ต่างหรอก ยังไงกฎหมายก็ทำอะไรไอ้เดชาไม่ได้”

    “ก็จริงของพี่ เวลาผ่านไปคนก็ลืม แล้วมันก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตสวยๆได้เหมือนเดิม”

    “มันก็เป็นแบบนี้ทุกราย”

    “ทำไมเราถึงไม่สามารถจัดการคนชั่วได้ซะที”

    “บางทีวิธีแบบนี้อาจจะไม่ได้ผลอย่างที่อาจารย์ว่าก็ได้”

    “ถ้างั้นพี่จะกลับไปใช้อาคมเหมือนเดิมเหรอ”

    “ก็อาจจะต้องเป็นแบบนั้น...”

    การออกมาแถลงข่าวแก้ต่างให้ตัวเองของเดชา ไม่ได้ทำให้แค่คิมแค้นแทบกระอัก เอื้อกานต์ก็เป็นกังวลใจมาก กลัวคิมจะโมโหจนขาดสติและลงมือใช้อาคมอีกครั้ง ธีรภูมิกับสัตตบงกชก็มีอาการไม่ต่างกัน แม้กระแสตอบรับรายการจะเป็นไปด้วยดี แต่ก็บั่นทอนศักดิ์ศรีทั้งสองในฐานะสื่อมวลชนมากจนแทบไม่อยากเจอหน้าใคร

    แต่คนที่เลือกจะตอบโต้เดชาอย่างจริงจังก็คือคิม เขาแฝงตัวเข้าไปในห้างของอีกฝ่ายเพื่อร่ายอาคมสั่งสอน แต่ไม่ทันลงมือ เอื้อกานต์ก็โผล่มาขัดจังหวะ

    เอื้อกานต์เห็นคิมหน้าเสียก็แกล้งชวนกินข้าวกลบเกลื่อน คิมต้องยอมไปด้วยแบบไม่มีทางเลือกนัก ก่อนจะลอบถอนใจหนักหน่วงเมื่อเธอพูดถึงข่าวของเดชา

    “ฉันไม่เชื่อหรอกว่าชายสวมหน้ากากคนนั้นจะเป็นฆาตกรต่อเนื่องฆ่าคน...ไร้สาระ! วันนั้นเขายังมาสะกดจิตคุณเดชาให้เปิดเผยความจริงช่วยคนอยู่เลย”

    คิมยิ้ม นึกยินดีที่เธอเข้าข้างและเข้าใจ และเอื้อกานต์ก็รู้ดีแต่ยังตีมึนทำไม่รู้ไม่ชี้

    “จะว่าไปอย่างน้อยสิ่งที่เขาทำก็ได้ผลนะ ตอนนี้ไม่มีใครเชื่อคำโกหก คำแก้ตัวของเดชาแล้ว ที่สำคัญทุกคนได้รู้เรื่องลุงบุญลือ ตอนนี้มีคนบริจาคเงินช่วยเหลือครอบครัวลุงเต็มไปหมดเลย”

    “แต่สุดท้าย...คนชั่วพวกนี้ก็เดินลอยหน้าลอยตาในสังคมได้เหมือนเดิม”

    “แต่สักวันเขาก็จะได้รับกรรมของเขาเอง”

    “แต่มันช้าเกินไป...ผมว่าสมควรแล้วที่คนร้ายจะทำของใส่คนพวกนี้ คงมีวิธีนี้อย่างเดียวที่จะหยุดคนพวกนั้นได้!”

    ooooooo

    เอื้อกานต์คงจะเกลี้ยกล่อมคิมอีกนานให้ล้มเลิกความตั้งใจจะเล่นงานเดชา หากฮันเตอร์จะไม่โผล่มาทวงสัญญาจากศิษย์เอก เพราะถึงกำหนดเวลาที่ต่อรองไว้

    “เห็นไหมว่าทั้งกฎหมายและสื่อ ไม่มีอะไรจะสามารถเล่นงานคนชั่วพวกนี้ได้หรอก ถึงจำเป็นต้องมีฮันเตอร์คอยจัดการคนอย่างพวกมัน สื่อก็อาจจะช่วยแค่ตีแผ่เปิดหูเปิดตาให้คนรู้แต่ก็ลงโทษไม่ได้”

    “ผมเชื่อแล้วครับ ผมไม่สามารถทำอะไรเดชาได้จริงๆ”

    “กลับมาล้างแค้นโดยใช้อาคมทำลายพวกมันเหมือนเดิมซะ...นี่คือทางที่ดีที่สุด”

    คิมมีท่าทางลำบากใจมาก แต่ฮันเตอร์ก็ไม่สนใจอะไรนอกจากการล้างแค้น

    “อีกไม่กี่วันจะมีงานสัมมนานักธุรกิจไทยที่หัวหิน ฉันอยากให้แกลงมือ...จะได้เป็นเยี่ยงอย่างนักธุรกิจคนอื่น”

    “ครับอาจารย์...ผมจะลงมือจัดการเหยื่อในวันนั้น”

    เมื่อแดนรู้เรื่องในเวลาต่อมาก็เครียดแทน รู้ดีว่าคิมไม่อยากใช้อาคมแต่ขัดฮันเตอร์ไม่ได้

    “ถ้าพี่ลำบากใจ ไม่อยากทำตามอาจารย์ก็ไม่เห็นต้องทำ อาจารย์ก็ดูแปลกๆ ดูท่านก็ไม่ได้หวังดีกับพี่เท่าไหร่”

    คิมถอนใจยาว เอ่ยเสียงเรียบ “พี่รู้...แต่ท่านเคยช่วยชีวิตพี่ไว้ ถ้าไม่ได้อาจารย์ พี่ก็คงจะตายไปแล้ว ถึงท่านจะเป็นยังไง หรืออาจจะหลอกใช้พี่ สำหรับพี่ ท่านก็คือผู้มีพระคุณ”

    “เหมือนที่พี่มีบุญคุณกับผมน่ะเหรอ”

    “คงงั้นมั้ง...ท่านสอนอาคมให้พี่ ดูแลพี่เหมือนลูกคนหนึ่ง”

    “งั้นก็แล้วแต่พี่ พี่คิมจะทำอะไร ผมก็ขออยู่ทีมพี่เสมอ...”

    ระหว่างที่พวกคิมเตรียมลงมือเล่นงานเดชาอีกครั้ง ทีเกื้อก็นำเบาะแสสำคัญเกี่ยวกับชายสวมหน้ากากจากสำนวนคดีก่อนๆที่จะลงมือทุกคืนแรมไปบอกท่านรองฯ

    “ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่คิด วันที่คนร้ายจะลงมืออีกครั้ง...ตรงกับวันสัมมนานักธุรกิจที่หัวหินพอดี”

    “ระหว่างนี้คนร้ายคงต้องพยายามหาของสำคัญของเดชาเพื่อไปทำของแน่นอน”

    “ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกันครับ ผมจะอาศัยจังหวะนี้จับคนร้ายอีกครั้ง”

    “แล้วมีแผนรึยัง”

    “คงต้องคุมเข้มตามติดเหยื่อไว้ก่อน คนร้ายต้องวนเวียนอยู่รอบตัวเหยื่อแน่ๆ”

    “ถ้าเรามีอาคมเหมือนคนร้าย เราคงไม่ต้องมานั่งงมเข็มในมหาสมุทรแบบนี้...นายไม่ลองฝึกอาคมดูล่ะ เผื่อจะช่วยให้ไล่ตามคนร้ายทันบ้าง”

    คำพูดทีเล่นทีจริงของท่านรองฯทำให้ทีเกื้อคิดจะลองฝึกอาคม เมื่อเอื้อกานต์รู้เรื่องก็ถึงกับพูดไม่ออก

    “มันอาจจะเป็นทางเดียวที่ทำให้จับคนร้ายได้เร็วขึ้น...เกื้อพอมีสัมผัสพิเศษอยู่บ้าง น่าจะเรียนรู้ได้ไม่ยาก เกื้อเลยอยากให้เอื้อสอนฝึกจิตให้หน่อย”

    “สอนไม่ยากหรอก แต่เอื้อก็ไม่ได้มีวิชาอาคมอะไร เอื้อแค่สามารถใช้พลังจิตกำหนดบางอย่างได้เท่านั้นเอง”

    ทีเกื้อพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะนิ่วหน้าไม่เชื่อ

    เมื่อแฝดพี่บอกว่ากำลังฝึกอ่านใจคน เอื้อกานต์เลยพิสูจน์ด้วยการลองอ่านใจผู้คนรอบข้าง ซึ่งก็ทำได้แม่นยำมาก

    “สอนเกื้อด่วนเลย ถ้าเกื้อฝึกจิตได้แบบเอื้อ คงจับโกหกคนร้ายได้”

    “ฝึกไม่ยาก แต่ก่อนอื่นเกื้อต้องฝึกสมาธิให้นิ่งกว่านี้ ถ้าสมาธินิ่ง เกื้อจะสามารถอ่านใจคนอื่นได้แม่นยำขึ้น”

    ooooooo

    งานสัมมนานักธุรกิจที่หัวหินเป็นงานใหญ่ที่หลายคนจับตามอง แม้แต่สถานีทีเอ็นนิวส์ของธีรนัฐก็เตรียมส่งทีมงานไปทำข่าว โดยงานนี้ธีรภูมิมอบหมายให้สัตตบงกชเป็นหัวหน้าทีม

    ทีเกื้อก็เตรียมตัวไปอารักขาพ่อถึงหัวหินด้วย แต่ก่อนจะถึงวันนั้นก็ต้องประสาทเสียกับแม่เลี้ยงคู่ปรับที่กีดกันเขาไม่ให้เข้าใกล้พ่อ แต่แท้จริงแล้วคุณหญิงอัปสรไม่อยากให้คนนอกแอบฟังการประชุมของสมาชิกกลุ่มทุนทีบี เลยกันทีเกื้อออกไป ลูกเลี้ยงหนุ่มยอมแบบเสียไม่ได้ เลยไม่ทันได้ยินเหล่าสมาชิกหารือเรื่องประธานกลุ่มคนใหม่อย่างเคร่งเครียด

    ฮันเตอร์แฝงตัวไปเสิร์ฟน้ำให้เหล่าสมาชิก เลยได้รู้ว่าเหล่าสมาชิกมีเรื่องคิดไม่ตกเกี่ยวกับการเลือกประธานคนใหม่ แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก นอกจากร่ายอาคมใส่เดชาให้สำลักเครื่องดื่มออกมาเป็นเลือด!

    ไม่มีใครรู้แน่ว่ากาแฟที่กลายเป็นเลือดคือเรื่องจริงหรืออาคมของใคร แต่เพียงเท่านั้นก็ทำให้เหล่าสมาชิกแทบนั่งไม่ติด กลัวว่างานสัมมนานักธุรกิจที่จะมาถึงอาจมีเรื่องไม่ดีรออยู่...

    ทีเกื้อไม่ได้สนใจพวกเดชา มัวมุ่งมั่นกับการฝึกจิตตามแบบที่เอื้อกานต์สอน และเหยื่อคนแรกที่เขาเลือกจะทดลองฝีมือก็คือสัตตบงกช แต่หัวใจเจ้ากรรมก็ทำพิษ...แทนที่เขาจะอ่านใจเธอแต่กลับถูกเธอสะกดแทน

    ใบหน้าสวยใส โดยเฉพาะริมฝีปากน่าจูบของเธอทำให้ทีเกื้อถึงกับเคลิ้ม สัตตบงกชเห็นเขาจ้องเธอตาไม่กะพริบเลยแกล้งแหย่ว่าเขาคงอยากสะกดจิตเธอ

    “คุณรู้ได้ไง”

    “ฉันก็ทำได้เหมือนกัน”

    ทีเกื้อถึงกับอึ้ง สัตตบงกชเห็นหน้าเขาก็หลุดขำ

    “ฉันล้อเล่น...ฉันเห็นคุณอ่านหนังสือพวกนี้อยู่ ฉันเลยเดาเอา”

    “แอบสนใจเรื่องผมเหมือนกันนะเนี่ย”

    “แล้วนึกไงมาสนใจเรื่องพวกนี้”

    “ผมกำลังพยายามหาทางฝึกอาคมบ้าง จะได้ตามเกมคนร้ายได้ทัน”

    สัตตบงกชพยักหน้ารับรู้ แอบอดเอาใจช่วยเขาไม่ได้ที่มุ่งมั่นจะจับคนร้าย แต่ก็ต้องพยายามเก็บอาการไม่อยากให้ใครรู้ว่าเขากับเธอเป็นคนรักกันมาก่อน...

    ไม่ใช่แค่ทีเกื้อที่พยายามอ่านใจสัตตบงกช เอื้อกานต์ก็พยายามอ่านใจคิมเช่นเดียวกัน แต่เพราะเขาฟื้นอาคมจนเกือบเป็นปกติแล้ว เลยอ่านใจเขาไม่ได้เหมือนเคย แต่เป็นเขาที่อ่านใจเธอได้ว่าอยากรู้เรื่องเขามากแค่ไหนและท่าทางของคุณหมอสาวก็ทำให้คิมอดแกล้งถามไม่ได้

    “ผมสงสัยมานานแล้ว ทำไมหมอถึงต้องสนใจเรื่องของผมขนาดนี้ด้วย”

    เอื้อกานต์ถึงกับอึ้งไปก่อนจะแก้ตัวแบบขอไปทีว่าเขาหน้าเหมือนคนรู้จัก

    “คนรู้จักหรือแฟนเก่าหมอ”

    คุณหมอสาวสะเทือนใจมาก แต่ไม่ทันตอบ คิมก็ดักคอ

    “คนอย่างผมคงไม่เหมือนแฟนเก่าหมอหรอก หมออย่าสนใจเรื่องของผมอีกเลย”

    พูดจบก็ผละไป ทิ้งให้เอื้อกานต์มองตามเครียดๆ อยากตามไปคุยให้รู้เรื่อง แต่ทีเกื้อก็โทร.มาโวยวายเสียก่อน

    “เกื้อก็ทำตามที่เอื้อแนะนำแล้วนะ ไม่เห็นจะอ่านใจใครได้เลย”

    “มันต้องใช้เวลาบ้างสิ ถ้าทำง่ายๆวันเดียว คนเขาก็ฝึกจิตแบบนี้กันหมดแล้ว”

    “แบบนี้ชาติไหนเกื้อจะจับคนร้ายได้เนี่ย”

    น้ำเสียงหงอยๆของแฝดน้องทำให้เอื้อกานต์อดขำไม่ได้ รู้ทันว่าอีกฝ่ายคงแอบอ่านใจสัตตบงกช ทีเกื้ออึกอัก พยายามแก้ตัว เฉไฉเบี่ยงเบนประเด็นไปเรื่อยๆ ก่อนจะนึกได้ว่าแฝดสาวอาจช่วยงานเขาเกี่ยวกับเดชาได้...

    ooooooo

    งานที่ทีเกื้ออยากให้แฝดพี่ช่วยคืออ่านใจเดชาเพื่อล้วงความลับเรื่องของรักของหวง เดชาไม่รู้ตัว แต่ก็ตั้งใจจะไม่บอก เพราะกลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนที่เกิดกับเกริกภพ แต่กระนั้นเอื้อกานต์ก็หลอกถามจนรู้ในที่สุดว่าของรักของหวงของเดชาก็คือเงิน!

    สองพี่น้องฝาแฝดเตรียมแผนปกป้องเดชาเต็มที่ โดยไม่รู้เลยว่าในช่วงเวลาเดียวกัน ฮันเตอร์กับคิมก็ฝึกวิชาถอดจิตเพื่อไปล้วงความลับเรื่องของรักของหวงจากเดชา

    “ถ้าผมสามารถถอดจิตได้เหมือนอาจารย์ งานของเราก็จะง่ายขึ้น”

    “แต่วิชานี้มันยากและอันตรายไปสำหรับแก แกอาจจะกลับเข้าร่างไม่ได้ก็ได้นะ”

    “อาจารย์สอนผมเถอะนะครับ ทุกวันนี้ชีวิตผมก็เหมือนคนตายไปแล้ว ผมพร้อมจะเสี่ยงครับ”

    นอกจากจะสอนคาถาสะกดจิต ฮันเตอร์ยังมอบยาสะกดจิตไว้ด้วย ซึ่งยาตัวนี้จะช่วยให้การสะกดจิตได้ผลแน่นอนและรุนแรงขึ้น แม้เหยื่อจะอยู่ระยะไกล ผู้ใช้ก็จะสะกดจิตได้

    คิมเริ่มทดลองใช้ยาและคาถาของฮันเตอร์ในคืนเดียวกันนั่นเอง ด้วยการถอดจิตไปสืบความลับเรื่องของรักของหวงในบ้านเดชาจนได้รู้ว่าของสิ่งนั้นก็คือธนบัตรเก่าๆในตู้เซฟ!

    เจนคู่ขาของเดชาเห็นเขามีท่าทีแปลกๆกับธนบัตรก็อดถามด้วยความอยากรู้ไม่ได้

    “นี่เป็นเงินที่ฉันขายของได้ครั้งแรกในชีวิต ฉันก็เลยเก็บเอาไว้เป็นกำลังใจนึกถึงวันแรกที่เริ่มค้าขาย”

    “อย่างนี้นี่เอง แล้วจำได้ไหมคะว่าขายอะไร”

    “จำได้สิ...ขายของเล่นให้เด็กคนหนึ่ง เด็กคนนั้นมีความสุขมาก จนถึงวันนี้...ฉันยังจำรอยยิ้มเด็กคนนั้นได้เลย”

    คิมดึงตัวเองจากนิมิต รู้แล้วว่าของรักของหวงของเดชาคืออะไร แดนที่รอรับคำสั่งตั้งท่าจะถาม แต่ก็ถูกคิมไล่กลับบ้านก่อน เพราะอยากอยู่ตามลำพัง

    แท้จริงแล้วเอื้อกานต์ส่งโทรจิตมาหา เป็นห่วงไม่อยากให้เขาใช้อาคมเล่นงานเดชา

    “ฉันเป็นห่วงคุณนะ...แล้วฉันก็ลำบากใจด้วยที่ต้องช่วยคุณแบบนี้ คุณจะทำให้มือตัวเองเปื้อนเลือด มีบาปติดตัวเหมือนคนพวกนั้นไปทำไม ฉันขอร้อง...ปล่อยเดชาไปเถอะนะ”

    คิมไม่ได้ตอบอะไร แต่ลงมือวางแผนจะขโมยของรักของหวงของเดชาในวันต่อมาด้วยการวางยาสะกดจิตเจน โดยนึกไม่ถึงเลยว่าทีเกื้อที่ฝึกสมาธิเพื่ออ่านใจคนจะเกิดนิมิตว่าเจนจะก่อเรื่อง

    เอื้อกานต์รับฟังเรื่องนิมิตของแฝดน้องด้วยท่าทีนิ่งสงบ ก่อนจะรีบตามประกบเดชาที่พาเจนไปช็อปปิ้งในห้างของตัวเอง คิมเฝ้ารออยู่แล้ว เมื่อมีโอกาสตอนเจนไปลองเสื้อก็จัดการป้ายยาสะกดจิตทันที

    เจนไม่รู้ตัวเลยว่ามียาสะกดจิตป้ายที่เสื้อ เช่นเดียวกับเอื้อกานต์ที่คิดว่าตนเองโผล่มาขวางคิมทันเวลา และเมื่อเจนแยกไปสมทบเดชา คุณหมอสาวก็หันไปจ้องหน้าเอาเรื่องคิม

    “คุณมาทำอะไรที่นี่”

    “ผมก็...มาซื้อของน่ะสิ”

    “แผนกผู้หญิงเนี่ยนะ”

    “ผมก็มาซื้อให้แฟนผมไง หมอนั่นแหละมาทำอะไร”

    คำว่าแฟนจากปากเขาทำให้เอื้อกานต์หงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็ทำเป็นนิ่ง โต้กลับ

    “ฉันก็มาดูแลคุณเดชาไง”

    “แน่ใจเหรอหมอว่ามาดูแลเดชา ผมนึกว่าหมออยากอยู่ใกล้ชิดแฟนซะอีก”

    คิมอดแขวะถึงนภที่มาด้วยกันไม่ได้ หมั่นไส้ที่เห็นคุณหมอสาวให้ความสนิทสนม

    “คุณจะคิดยังไงก็แล้วแต่...แต่ฉันตั้งใจมาดูแลคุณเดชาจริงๆ”

    “หมอทิ้งคนไข้ที่น่าสงสารตั้งหลายคนเพื่อมาดูแลคนชั่วอย่างไอ้เดชาเนี่ยนะ”

    “จะคนดีคนชั่วก็คือคนเหมือนกัน...ฉันก็อยากกลับไปรักษาคนไข้ แต่ที่ฉันต้องมาทำอย่างนี้ก็เพราะคนร้าย นั่นแหละที่ไม่ยอมหยุดซะที...ไม่รู้จะโกรธเกลียดอะไรนักหนา!”

    ooooooo

    คำพูดเตือนสติของเอื้อกานต์เปลี่ยนใจคิมไม่ได้ เดินหน้าตามแผนเดิม ทีเกื้อกับเอื้อกานต์เลยต้องเตรียมเฝ้าระวังเจนตลอดเวลา เพราะกลัวว่าคู่ขาสาวของเดชาจะแอบขโมยของรักของหวงตามนิมิตของทีเกื้อจริงๆ

    พร้อมกันนั้นสองพี่น้องฝาแฝดก็ช่วยกันวางแผนตลบหลัง หลอกล่อให้คิมเข้าบ้านเดชาเพื่อจับให้ได้คาหนังคาเขา แล้วทุกอย่างก็เหมือนจะเป็นไปตามแผน เจนโดนสะกดจิตตามคาด และขโมยของรักของหวงของเดชาออกไปให้ที่จุดนัดพบ ทีเกื้อรีบตามประกบแต่กลับต้องหัวเสียอย่างหนัก เมื่อเห็นว่าคนที่มาเอาของไม่ใช่คิมแต่เป็นอดีตคนรัก!

    สัตตบงกชนั่นเองที่โผล่ไปขัดจังหวะด้วยความเป็นห่วงเขา ทีเกื้อโมโหมาก เพราะนอกจากจะจับคนร้ายไม่ได้ ของที่เจนขโมยมาส่งให้ชายสวมหน้ากากก็ดันหายไปอีกต่างหาก!

    ฝีมือของฮันเตอร์กับแดนนั่นเองที่ร่วมกันตลบหลังพวกทีเกื้ออีกชั้น ด้วยการหลอกล่อตำรวจหนุ่มให้ตามเจนออกจากบ้านเดชา เพื่อเปิดโอกาสให้คิมเข้าไปขโมยของที่ถูกซ่อนอย่างมิดชิดในตู้เซฟ

    แต่พวกคิมก็คงคิดไม่คิดว่าเอื้อกานต์จะเดาทางได้และมาดักรอ

    “ฉันรอตั้งนาน แล้วคุณก็มาจริงๆด้วย...สุดท้ายคุณก็ไม่ทำตามที่ฉันขอ”

    คิมใจเสียแต่ยังพยายามเก็บอาการและอ่านใจคุณหมอสาว

    “ฉันรู้ความจริงหมดแล้ว ฉันรู้ว่าคุณคือใคร ทำไมคุณต้องทำให้ฉันลำบากใจด้วย”

    คราวนี้คิมถึงกับอึ้งไป แต่ไม่ทันโต้ เสียงนภก็ดังขึ้น ประกาศกร้าวให้เขายอมมอบตัว แต่คิมก็หาทางหนีไปจนได้ พร้อมความโล่งใจของเดชาเพราะของรักของหวงยังอยู่ในตู้เซฟ

    เดชาปลื้มมากที่พวกตำรวจช่วยป้องกันของไว้ได้ ทีเกื้อหมั่นไส้เลยอดแขวะไม่ได้

    “เพราะคุณไม่ยอมบอกที่ซ่อนของของคุณ ผมเลยต้องใช้วิธีนี้...เห็นไหมว่าถ้าคุณพลาดนิดเดียว คนร้ายคงเอาของไปได้แล้ว คุณประมาทคนร้ายเกินไป”

    “ก็ผมไม่รู้นี่ว่ามันจะเก่งกาจ รู้ทุกเรื่องแบบนี้”

    เอื้อกานต์ห้ามทัพสองหนุ่มด้วยการขอดูธนบัตรชัดๆ ใช้สัมผัสพิเศษเพื่อรับรู้เรื่องราวความเป็นมาของมัน แต่จับเท่าไหร่ก็ไม่ได้ผล เพราะธนบัตรในตู้เซฟเป็นของปลอม!

    ท่าทางแปลกๆของเอื้อกานต์ทำให้เดชาสงสัย แต่เธอก็เฉไฉกลบเกลื่อนไปได้ แต่ทีเกื้อไม่เชื่ออาการเสแสร้งนั้น รอจนได้อยู่ตามลำพังจึงคาดคั้นจากแฝดพี่จนได้รู้ความจริงเรื่องธนบัตรของจริงถูกขโมยไปแล้ว

    “เอื้อต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับนะ อย่าให้คุณเดชารู้เด็ดขาด เกื้อไม่อยากให้เขาเครียด”

    “เอื้อรู้...ถ้าจิตใจเกิดความกลัว ความอ่อนแอก็จะตามมา คนร้ายก็จะทำของได้ง่ายขึ้น”

    “ระหว่างนี้เกื้อจะพยายามตามหาคนร้ายให้ได้”

    “เดี๋ยวเอื้อจะช่วยอีกแรง...”

    ooooooo

    แดนตกใจมากเมื่อรู้จากคิมว่าเอื้อกานต์รู้ ความจริงเรื่องชายสวมหน้ากากแล้ว แต่ไม่ทันช่วยแก้ปัญหา ฮันเตอร์ก็โผล่มาเอาของรักของหวงของเดชาเสียก่อน เพราะอยากทำพิธีด้วยตัวเอง

    คิมไม่อยากให้อาจารย์ลงมือเอง กลัวเดชาจะถึงแก่ชีวิต เลยได้แต่บ่ายเบี่ยงและอาสาจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง ฮันเตอร์ยอมแบบไม่เต็มใจนัก หมายมั่นปั้นมือในใจจะต้องหาทางทำอาคมซ้ำศิษย์เอกให้ได้!

    เดชายังไม่รู้ตัวจะถูกปองร้ายในอีกไม่กี่วัน มัวย่ามใจที่พวกตำรวจช่วยปกป้องของรักของหวงไว้ได้ ท่านรองฯเหนื่อยหน่ายใจมาก แต่ก็พยายามป้องกันอีกทางด้วยการแจกสร้อยหินดำแก่สมาชิกกลุ่มทุนทีบี

    “มันแค่ป้องกันให้คนร้ายทำอะไรได้ยากขึ้นก็เท่านั้น...ทางที่ดีที่สุดพวกคุณต้องหมั่นฝึกสมาธิ ทำบุญ อยู่ในศีลในธรรม ความดีและจิตที่บริสุทธิ์จะช่วยปกป้องพวกคุณจากมนต์ดำได้ดีที่สุด”

    สมาชิกกลุ่มทุนทีบีมองหน้ากันเครียดๆ ก่อนที่ท่านรองจะเป็นฝ่ายทิ้งท้ายเสียงเข้ม

    “พวกคุณกำลังจะไปงานสัมมนานักธุรกิจไทยใช่ไหม...วันประชุมเป็นคืนเดือนมืด...ผมอยากให้ทุกคนระวัง คนร้ายอาจจะทำของ เล่นงานใครก็ได้ เพราะฉะนั้นไม่ควรประมาทเด็ดขาด!”

    คำเตือนของท่านรองฯทำให้สมาชิกกลุ่มทุนทีบีเริ่มวิตก กลัวเป็นเหยื่อรายต่อไปของชายสวมหน้ากาก แต่ที่พวกเขาไม่รู้คือคิมไม่ได้คิดถึงแผนการที่จะลงมือเลย มัวคิดไม่ตกเรื่องที่เอื้อกานต์รู้ความจริงมากกว่า

    ท่าทางผิดหวังของเอื้อกานต์มีผลต่อใจคิมอย่างน่าประหลาด และเขาก็ไม่รอช้าจะบุกไปเคลียร์กับเธอถึงโรงพยาบาล แต่คุณหมอสาวไม่พร้อมจะเผชิญหน้าเลยพยายามบ่ายเบี่ยง คิมน้อยใจมากแต่ก็ได้ใจชื้นหลังจากนั้น เมื่อได้ยินจากพยาบาลว่าคุณหมอสาวเป็นคนรักเดียวใจเดียว และเธอคงยังไม่ลืมคนรักเก่า...

    เอื้อกานต์อึดอัดใจมากที่ต้องเจอหน้าคิม ยังทนมองหน้าเขาไม่ได้เพราะรู้ดีว่าเขาเป็นตัวการเรื่องเลวร้ายที่ผ่านมา คุณหมอสาวพยายามระงับความฟุ้งซ่านและมุ่งมั่นกับงาน แต่ทำได้แวบเดียวก็ต้องพักไว้ก่อน เมื่อธีรนัฐมาหาเพื่อขอไปร่วมงานทำบุญครบรอบวันตายนวลแม่แท้ๆของฝาแฝด

    “เอื้อดีใจนะคะที่คุณพ่อจะไป คุณแม่เองก็ต้องดีใจแน่ๆเลยค่ะ”

    “แต่เกื้อคงไม่คิดแบบเอื้อแน่”

    สีหน้าเศร้าๆของพ่อทำให้เอื้อกานต์สงสาร อาสาจะช่วยพูดกับแฝดน้อง

    “ขอบใจมากนะเอื้อ ช่วยพูดกับน้องให้พ่อด้วย”

    “ได้ค่ะ...เกื้อดื้อมาก ไม่รู้ว่าจะยอมไหม แต่เอื้อจะพยายามค่ะ”

    ทีเกื้อยังไม่รู้ตัวว่าพ่อแท้ๆจะไปร่วมงานบุญด้วย มัวหมกมุ่นกับเรื่องราวในอดีตตอนเพิ่งย้ายมาอยู่กับพ่อใหม่ๆ เขากับเอื้อกานต์ถูกคุณหญิงอัปสรทำร้ายร่างกายและจิตใจเสมอ จนคุณย่าทนไม่ไหวออกโรงปกป้อง

    “ถึงเธอจะไม่เมตตาเด็กกำพร้าลูกเมียน้อย ไม่ยอมรับมัน แต่ยังไงมันก็หลานฉัน...เธอไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้”

    “ถ้าจะให้อยู่ที่นี่...ก็ต้องทำตามกฎของหนู ถ้าหนูว่าผิดก็คือผิด”

    “งั้นก็ให้มันมาอยู่ที่เรือนหลังเล็กกับฉันก็แล้วกัน จะได้ไม่ไปขัดหูขัดตาเธอ”

    “ก็ดีค่ะ...หนูก็อยากให้มันเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว แต่หนูขอย้ำอีกครั้งนะคะ อย่าให้มันใช้นามสกุลนัฐเด็ดขาด เพราะหนูจะไม่ให้มันได้ชื่อว่าเป็นทายาท มีส่วน ในสมบัติที่หนูหามาแน่นอน”

    “ได้! ถึงมันไม่ได้ใช้นามสกุลพ่อ แต่ฉันยอมรับว่ามันเป็นหลาน ทุกคนในบ้านรู้ เธอปิดปากทุกคนไม่ได้หรอก!”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 19:45 น.