ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    อาคม

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: "อาคม" ละเครแนวสืบสวน-แฟนตาซี ได้ "เจมส์ มาร์" ประกบ "มาร์กี้"

    เอื้อกานต์พยายามใช้สัมผัสพิเศษตามหาตัวคนปล่อยอาคมรอบสอง แต่ก็ไม่เห็นอะไรนอกจากสถานที่ทำพิธีคือดาดฟ้าบนตึกร้างและหน้ากากที่เธอคุ้นตาเท่านั้น!

    ภาพใครบางคนสวมหน้ากากจากในนิมิตทำให้เอื้อกานต์ตกใจมาก หลุดปากบอกทีเกื้อ

    “คนร้ายเป็นคนละคนกัน ทั้งเสียง ทั้งลักษณะท่าทาง ไม่เหมือนกันเลย”

    “เอื้อรู้ได้ยังไง...เคยเจอคนร้ายเหรอ”

    “ก็เขาเคยช่วยเอื้อไว้”

    เอื้อกานต์อึกอัก ไม่กล้ายืนยันว่าเป็นชายสวมหน้ากาก ซึ่งทีเกื้อก็จับสังเกตได้ รำพึงในใจ

    “ไม่ค่อยอยากจะเชื่อเลย”

    “ไม่เชื่อใจเอื้อเหรอ” คุณหมอสาวโพล่งดื้อๆ

    “แอบอ่านใจเกื้ออีกแล้ว เสียเปรียบตลอด เอื้ออ่านใจเกื้อได้ แต่เกื้ออ่านใจเอื้อไม่ได้”

    “เกื้ออยากไม่ฝึกสมาธิเองนี่ เตือนตั้งกี่ครั้งแล้ว”

    “อย่าให้อ่านใจได้บ้างก็แล้วกัน!”

    แม้จะกลบเกลื่อนท่าทีจากแฝดน้องได้ เอื้อกานต์ก็ยังไม่สบายใจ แอบส่งโทรจิตไปหาชายสวมหน้ากากจนได้ คิมที่กำลังคิดไม่ตกเรื่องเบาะแสจากเกริกภพที่ว่ามีคนบงการฆ่าพ่อของเขา เลยอดแปลกใจไม่ได้

    “คุณคิดว่าผมเป็นคนฆ่าเกริกภพไม่ใช่เหรอ...แล้วจะมาหาผมทำไม”

    “แต่มันก็ไม่ใช่ฝีมือคุณไม่ใช่เหรอ คุณเองก็เสียใจที่เขาตายเหมือนกันใช่ไหม”

    “จะเสียใจทำไม ในเมื่อผมเลือกจะฆ่าพวกเขาเอง”

    “ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมคุณถึงได้โกรธแค้นคนพวกนั้น แต่การฆ่าคนมันไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นหรอก”

    “ดีสิ...คนชั่วจะได้หมดไปจากโลกนี้”

    “คุณก็จะเป็นคนชั่วเหมือนพวกนั้น ถ้าคุณจะทำลายคนเลวๆก็มีตั้งหลายวิธี ให้กฎหมายลงโทษเขาแทนก็ได้”

    “ผมจะทำยังไงก็เรื่องของผม ไม่เกี่ยวกับคุณ!”

    เอื้อกานต์ถึงกับผงะ อดน้อยใจไม่ได้จนต้องโพล่ง “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฉันต้องวุ่นวายกับคุณด้วย ฉันก็งงตัวเองเหมือนกัน ฉันรู้แต่ว่าฉันต้องช่วยดึงคุณออกมาจากความรู้สึกแบบนี้”

    คิมปลื้มมากที่คุณหมอสาวเป็นห่วง แต่ก็ต้องเก็บอาการไม่ให้เธอเห็นความหวั่นไหว แม้แต่แดนที่แซวเขาทุกครั้งที่เจอหน้า จนแฮกเกอร์หนุ่มต้องเปลี่ยนไปถามแทนว่าเขามีความแค้นอะไรกับพวกเกริกภพนักหนา

    “นายรู้แค่ว่ากฎหมายไม่สามารถทำอะไรคนชั่วพวกนี้ได้ ฉันเลยจะพิพากษาด้วยตัวเองก็เท่านั้น”

    “แล้วพี่จะโอเคใช่ไหม ถ้ามีคนตายเพราะอาคมของพี่แบบนี้อีก...”

    ooooooo

    คำพูดเกลี้ยกล่อมของเอื้อกานต์จากนิมิตครั้งล่าสุดทำให้คิมได้ทบทวนเรื่องที่ผ่านมา ความแค้นเรื่องพ่อไม่สามารถดับได้เพราะความตายของใคร ยิ่งเห็นคนในครอบครัวของเหยื่อร้องไห้จะเป็นจะตาย เขายิ่งทรมานด้วยความรู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก และคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องเปลี่ยนแปลงบางอย่าง...

    ระหว่างที่คิมสะระตะเรื่องล้างแค้น...กลุ่มทุนทีบีก็มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อเกริกภพตาย ศักดิ์ชายก็เข้ามาบริหารกิจการแทน รวมทั้งดูแลเรื่องค่าเสียหายและค่าชดเชยให้พวกชาวบ้านในละแวกโรงงาน สัตตบงกชเกาะติดสถานการณ์และรายงานเป็นสกู๊ปพิเศษ ซึ่งก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างดี

    ทีเกื้อก็เป็นอีกคนที่ตามดูสกู๊ปพิเศษของอดีตคนรัก แม้แต่ช่วงเวลาอารักขาพ่อแท้ๆก็ไม่เว้น ธีรนัฐเห็นลูกชายก็อดไม่ได้จะถามไถ่ด้วยความรักและเป็นห่วง

    “ยังคิดมากเรื่องที่เกริกภพตายรึเปล่า...อย่าโทษตัวเองเลยนะ มันเป็นเหตุสุดวิสัย เราทำดีที่สุดแล้ว”

    “ไม่ต้องเป็นห่วงผมหรอกครับ ห่วงตัวเองดีกว่า เหยื่อรายต่อไปอาจจะเป็นท่านก็ได้นะครับ”

    “เรายังไม่หายโกรธพ่ออีกเหรอ”

    ทีเกื้อไม่ยอมตอบคำถามนั้น สีหน้าเย็นชาจนธีรนัฐต้องตัดพ้อ

    “เราจะคุยกันดีๆ สนิทสนมกันเหมือนพ่อลูกทั่วไปไม่ได้เลยเหรอ”

    “อย่าดีกว่าครับ ผมไม่อยากมีปัญหากับคุณหญิง... ถึงเวลาพักของผมแล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับ...”

    สัตตบงกชทำงานเสร็จก็หลบไปพัก พลันก็นึกถึงทีเกื้อด้วยความเป็นห่วง อยากโทร.หาแต่ไม่ทันได้ทำ ตำรวจหนุ่มก็โผล่มาแซวด้วยสีหน้ารู้ทันจนน่าหมั่นไส้

    “อยากคุยกับผมแล้วทำไมไม่โทร.มาล่ะ คิดอะไรเยอะแยะ”

    “ใครว่าฉันจะโทร.หาคุณ ฉันแค่กดเบอร์ผ่านๆ”

    “ไม่ต้องโกหกหรอก เวลาคุณโกหกทีไร รูจมูกคุณจะบาน...คุณไม่รู้ตัวเหรอ”

    คำพูดเย้าแหย่ของเขาทำให้สัตตบงกชอายมาก แหวเสียงเขียว

    “ไอ้บ้า! ยอมรับก็ได้ว่าฉันโทร.หาคุณ ฉันมีข้อเสนอ...ฉันจะช่วยคุณสืบและตามหาคนร้ายเอง”

    ทีเกื้อนิ่วหน้า ทำท่าเหมือนไม่เชื่อ สัตตบงกชเลยอธิบายข้อเสนอของตน

    “ฉันมีข้อมูลคนร้ายในส่วนของฉัน คุณก็มีข้อมูลส่วนของคุณ ถ้าเอามารวมกัน ไม่นานก็น่าจะรู้ว่าเหยื่อรายต่อไปเป็นใคร ฉันได้ข่าว คุณได้ตัวคนร้าย วินๆทั้งสองฝ่าย คุณก็รู้ว่าฉันฉลาดแค่ไหน คุณน่ะ...ตามคนร้ายไม่ทันหรอก”

    ทีเกื้อสนใจข้อเสนอของสัตตบงกชมาก แต่ฟอร์มจัดยังไม่ตอบตกลง และก็เพราะมัวรีรอนี่เอง เหตุร้ายก็เกิดจนได้ในบ่ายวันเดียวกันนั่นเอง!

    ooooooo

    เอื้อกานต์แทบนั่งไม่ติดเมื่อเกิดนิมิตว่าพ่อจะถูกทำร้าย ทีเกื้อก็กังวลไม่ต่างกัน พยายามระแวดระวังทุกทาง แต่สุดท้ายก็ป้องกันไว้ไม่ได้ เกิดเหตุร้ายกับกลุ่มของธีรนัฐจริงๆ

    แต่เหยื่อที่ถูกทำร้ายกลับไม่ใช่ธีรนัฐ แต่เป็นเดชา เจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่มีชื่อเสียขายของคุณภาพต่ำและเอาเปรียบผู้บริโภค เขาถูกอาคมลึกลับบางอย่างสะกดจิตให้ฆ่าตัวตาย!

    คิมไม่ได้ลงมือในเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่เป็นฮันเตอร์ที่ฉวยโอกาสสวมรอยทำให้พวกตำรวจเข้าใจว่าเป็นเขา แต่กระนั้น...คิมก็สัมผัสได้ถึงลางร้ายและรีบไปขัดขวางสุดความสามารถ พร้อมกับส่งข้อความไปหาทีเกื้อเพื่อให้ไปช่วยเดชาจากการกระโดดตึกฆ่าตัวตายอีกแรง

    ทีเกื้อรวบตัวเดชาไว้ทันเวลา พร้อมๆกับที่คิมก็ทำลายพิธีของฮันเตอร์ได้สำเร็จ แต่ก็ต้องแลกกับพลังที่เสื่อมลงเพราะถูกลูกหลงอาคมของฮันเตอร์ทำร้าย

    เดชาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยมีเอื้อกานต์เฝ้าดูแลอย่างดี ส่วนคิมไปเอาเรื่องกับฮันเตอร์

    “ผมไม่อยากฆ่าใครแล้ว...เรื่องนี้เป็นความแค้นของผมกับเดชา ผมจะจัดการเองโดยใช้วิธีของผม”

    “ไม่มีวิธีไหนดีและปลอดภัยเท่าการใช้อาคมอีกแล้ว”

    “ฆ่าพวกมันก็แค่ตาย ไม่ได้รับรู้ถึงความเจ็บปวด ผมอยากให้พวกมันตายทั้งเป็น!”

    ฮันเตอร์นิ่วหน้า อยากรู้ว่าด้วยวิธีอะไร คิมเลยประกาศจะใช้พลังสื่อเล่นงานแทนอาคม

    “กฎหมายอาจทำอะไรไม่ได้ แต่สื่อเปิดโปงความชั่วของพวกมันได้ ผมจะหาหลักฐานเปิดโปงพวกมันเอง”

    “แกคิดว่าพวกมันใช้เงินซื้อสื่อไม่ได้เหรอ”

    “ผมสืบประวัติของธีรภูมิและสัตตบงกชมาเรียบร้อย สองคนนี้เป็นนักข่าวที่ดีเชื่อใจได้”

    “วิธีการของแกมันง่ายเกินไป ฉันต้องการให้พวกมันทรมาน...ให้มันตายได้ยิ่งดี!”

    คิมเห็นท่าอาจารย์จะกู่ไม่กลับ ยื่นคำขาดเสียงเรียบ

    “งั้นอาจารย์ก็ลงมือเองเถอะครับ ถ้าอาจารย์ไม่ยอมใช้วิธีของผม ผมก็จะไม่ล้างแค้นให้อาจารย์”

    “ถ้าฉันฆ่าพวกมันเองได้ ฉันทำไปนานแล้ว”

    “ผมรู้ครับ...ลำพังอาคมของอาจารย์ก็ไม่แรงพอจะจัดการคนพวกนั้นได้ ต้องอาศัยคนที่มีฤกษ์เกิดแบบผม งั้นก็ขอให้อาจารย์ยอมทำตามผมสักครั้งเถอะนะครับ”

    ฮันเตอร์ไม่มีทางเลือก ต้องยอมแบบเสียไม่ได้ แต่กระนั้นก็ไม่วายต่อรอง

    “ถ้าแกอยากจะลองดูก็ตามใจ แต่ฉันบอกเลยว่าแกคิดผิด...ฉันจะให้เวลาแกสองอาทิตย์ ถ้าวิธีของแกไม่ได้ผล แกจะต้องกลับมาใช้อาคมล้างแค้นและจัดการคนพวกนี้เหมือนเดิม...ตกลงไหม”

    คิมพยักหน้ารับ ก่อนจะก้มมองแผลจากอาคมที่แขน ฮันเตอร์เลยบอกวิธีรักษา

    “เมื่อกี้แกโดนอาคม ช่วงนี้วิชาของแกอาจเสื่อม แกควรฝึกจิตมากขึ้น อาคมจะได้กลับมาแข็งแกร่งเหมือนเดิม”

    ooooooo

    ข้อความจากบุคคลปริศนาที่ส่งบอกทีเกื้อจนตามไปช่วยเดชาทันเวลา ทำให้เอื้อกานต์สงสัยพยายามใช้กระแสจิตตามหา แต่ก็ไม่พบร่องรอยนอกจากคนส่งเป็นผู้ชายและมีรอยแผลที่แขน และระหว่างที่เธอพยายามโทร.กลับนั่นเอง คิมก็โทร.มาแทรกเพื่อขอลาออกจากงานอาสาสมัคร

    คิมยังไม่อยากให้ความลับเรื่องตนเป็นเจ้าของข้อความปริศนาแตก และอยากทุ่มเทให้การหาข้อมูลของเดชาเพื่อแฉ เลยนัดเอื้อกานต์มาพบเช้าวันต่อมาเพื่อบอกลา

    เอื้อกานต์สงสัยและบ่นในใจด้วยความเป็นห่วง คิมเลยแกล้งพูดยิ้มๆ

    “ผมมีความสุขมากที่ได้ทำงานกับหมอ ถ้ามีเวลาผมจะแวะมา หรือถ้าหมอมีอะไรก็ติดต่อผมได้ ผมจะไปช่วย”

    “ได้...งั้นมื้อนี้ฉันจะเลี้ยงส่งคุณเอง...สั่งเลย”

    “ผมกินจุนะ...ไหวเหรอหมอ”

    “เต็มที่...ถ้าคิดว่าอัดเข้าไปได้”

    คิมยิ้มกว้าง คว้าเมนูอาหารมาเลือกอย่างกระตือรือร้น โดยไม่รู้เลยว่าเอื้อกานต์หน้าซีดเผือด เมื่อเห็นรอยช้ำบนแขนเขา...มันช่างเหมือนกับรอยแผลของชายหนุ่มปริศนาในนิมิตของเธอเมื่อวันก่อนไม่มีผิด!

    ไม่ใช่แค่เอื้อกานต์ที่ลำบากใจ คิมก็ปวดใจไม่แพ้กันที่ต้องห่างจากเธอ แดนได้แต่มองมาด้วยความเห็นใจ ก่อนจะช่วยหาข้อมูลเปิดโปงเดชาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของอีกฝ่าย ฮันเตอร์คอยจับตาดูศิษย์เอกกับแฮกเกอร์หนุ่มอย่างใกล้ชิด และตัดสินใจปรากฏตัวในหลายวันต่อมา

    “แผนที่แกภูมิใจนักหนาไปถึงไหนแล้ว”

    “ตอนนี้ผมกำลังหาข้อมูลเลวๆเกี่ยวกับมันและส่งให้พวกนักข่าวจัดการต่อ”

    “ก็ดีนะ...ถ้าแกคิดจะเลือกวิธีนี้ ฉันก็เอาใจช่วย ขอให้แกจัดการพวกมันได้อย่างที่แกคิดก็แล้วกัน”

    “ขอบคุณอาจารย์นะครับที่ยอมรับวิธีของผม”

    คิมภูมิใจมากที่อาจารย์ยอมรับ แต่ที่เขาคาดไม่ถึงคือฮันเตอร์แค่มาดูลาดเลาเพื่อประเมินสถานการณ์เท่านั้น หลังจากนี้ต่างหากที่เขาจะจัดการเดชาขั้นเด็ดขาด

    ด้านทีเกื้อ...หมกมุ่นกับสำนวนคดีของคมกฤชและเกริกภพจนจับประเด็นสำคัญได้ว่าคนร้ายสวมหน้ากากจะลงมือในคืนแรม ซึ่งรอบถัดไปก็อีกไม่กี่วัน โดยไม่รู้เลยว่าคิม...ไม่ได้คิดจะลงมือแต่เป็นฮันเตอร์ต่างหาก...

    ooooooo

    แผนของฮันเตอร์คือสร้างความเข้าใจผิด ฉวยโอกาสที่เดชาประมาทเรื่องการติดป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ในห้าง ทำให้ป้ายหล่นมาทับคนกลางห้าง ท่ามกลางความตกใจของใครหลายคน

    หนึ่งในพยานสำคัญของเหตุการณ์นี้ได้แก่ฟ้านักข่าวของสถานีทีเอ็นนิวส์ เธอนำวิทยุมาร้องเรียนกับห้างเพราะคุณภาพไม่เป็นไปตามที่โฆษณา แต่บุญลือช่างซ่อมที่มีร้านเล็กๆใกล้กับห้างมาช่วยซ่อมแทน และเขาก็ถูกป้ายโฆษณาหล่นทับต่อหน้าต่อตาเธอ อาการสาหัสเป็นตายเท่ากัน!

    ฮันเตอร์ตั้งใจใช้เหตุการณ์นี้ยุแยงคิมให้ทวีความเกลียดชังในตัวเดชา ซึ่งเดชาก็ไม่ทำให้ผิดหวัง นอกเหนือจากความรับผิดชอบต่ออาการของบุญลือแบบขอไปทีแล้ว เขายังปัดความรับผิดชอบเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับคุณภาพตกต่ำของสินค้าจากลูกค้าอีกด้วย ศักดิ์ชายเฝ้ามองด้วยความเป็นห่วงและอดเตือนด้วยความหวังดีไม่ได้

    “คุณน่าจะเลิกทำแบบนี้ได้แล้วนะ ผมรู้ว่าคุณอยากประหยัดต้นทุน แต่ก็น่าจะหาวิธีอื่นที่ดีกว่านี้”

    “โธ่คุณศักดิ์ชายก็คิดมาก ใครๆเขาก็ทำกัน ผมเป็นนักธุรกิจนะก็อยากได้กำไรเยอะๆเป็นธรรมดา”

    คำพูดของเดชาทำให้ศักดิ์ชายเหนื่อยใจมาก และทนอึดอัดไม่ไหวต้องระบายกับธีรนัฐ

    “เห็นเดชากลายเป็นแบบนี้ก็ยิ่งคิดถึงท่านทรงพลจริงๆ สมัยท่านยังเป็นประธานทีบีกรุ๊ป...ไม่มีใครกล้าทำแบบนี้เลย ทุกคนทำธุรกิจกันอย่างสุจริต”

    “ตั้งแต่ท่านจากไป...ทีบีกรุ๊ปก็เริ่มแย่ลง ไม่มีใครมีอำนาจและทำให้ทุกคนเคารพได้เท่ากับท่านอีกแล้ว”

    “ตอนนั้น...ถ้าผมไม่บอกให้ท่านหนีไป ท่านก็คงไม่ตายแบบนั้น”

    “อย่าโทษตัวเองเลย...คุณก็พยายามเต็มที่แล้ว มันคงเป็นชะตากรรมของท่านที่ต้องจบชีวิตแบบนั้น...”

    ท่าทีของเดชาที่มีต่อความทุกข์ร้อนของคนอื่นทำให้คิมโกรธมาก ฮันเตอร์สะใจกว่าใครที่ปั่นหัวศิษย์เอกสำเร็จ แต่กระนั้นก็ไม่วางใจ...กลัวว่าคิมจะใจอ่อนไม่ยอมใช้อาคมอย่างที่เคยประกาศไว้

    การคาดการณ์ของฮันเตอร์ไม่เกินจริงเลย ความแค้นไม่ได้ทำให้คิมใช้อาคม แต่เลือกส่งอีเมลถึงสำนักข่าวเพื่อแฉเดชา สัตตบงกชเป็นผู้รับเรื่อง รีบนำไปรวมกับข้อมูลจากฟ้าพยานผู้เห็นเหตุการณ์ของบุญลือและไปหาทีเกื้อ

    ทีเกื้อซึ่งหาเบาะแสเพิ่มเติมจากสำนวนคดีเก่าๆก็อยากเจออดีตคนรักเช่นกัน ทั้งสองเลยนัดเจอกันที่ห้างของเดชา แต่เธอก็ปล่อยให้เขารอนาน จนเขาอดแขวะไม่ได้

    “นัดไว้กี่โมง นี่มันสายกี่ชั่วโมงแล้ว เป็นนักข่าวประสาอะไร...ไม่ตรงเวลา”

    “ถ้ารอไม่ไหวก็ไม่ต้องรอ ทีเมื่อก่อนคุณสายสองสามชั่วโมง ฉันยังรอได้เลย”

    สัตตบงกชหลุดปากไปแล้วถึงเพิ่งนึกได้ ทีเกื้อได้ที เย้าขำๆ

    “จำได้ด้วย...แปลว่ายังไม่ลืมผมล่ะสิ”

    แววตาวิบวับของเขาทำให้สัตตบงกชทำตัวไม่ถูก เฉไฉเปลี่ยนเรื่องดื้อๆ

    “นัดฉันมาที่นี่ทำไม คงไม่ได้หาข้ออ้างชวนมาเดตหรอกนะ”

    “คุณรู้ได้ยังไง...ผมยังรู้สึกดีกับคุณอยู่จริงๆนะหนูดี”

    คราวนี้สัตตบงกชอึ้งจริงๆ กลัวเขาจะยังไม่ลืมแล้วเธอจะต้องลำบากใจ และทีเกื้อก็คิดไม่ต่างกัน

    “หน้าซีดเลย อย่าบอกนะว่าคุณคิดว่าผมคิดจริงๆ... หรือว่าคุณคิด”

    “ไร้สาระ...ฉันเป็นแฟนพี่ชายคุณนะ มีอะไรก็รีบพูดมา”

    “เดชาเป็นเหยื่อรายต่อไป ถ้าผมเดาไม่ผิด เป้าหมายต่อไป คนร้ายต้องมาป่วนห้างนี้แน่ ผมเลยนัดคุณมาที่นี่”

    ท่าทางเป็นงานเป็นการของเขาทำให้สัตตบงกชอดน้อยใจไม่ได้ แต่ก็รีบปัดมันทิ้งเพราะคิดว่าเป็นเรื่องงาน

    “ฉันก็มีข้อมูลเด็ดมาเหมือนกัน มีคนส่งเมลมาให้ฉันช่วยขุดประวัติเดชา บอกว่านายเดชาไม่ได้ทำธุรกิจใสสะอาดอย่างที่เห็น ฉันว่าต้องเป็นคนร้ายส่งมาแน่ๆ”

    “คนร้ายจะบอกให้คุณทำแบบนี้ทำไม แค่ทำของใส่แบบทุกทีง่ายกว่าอีก”

    “นั่นก็เป็นหน้าที่คุณต้องไปสืบเอาเอง ฉันให้ข้อมูลคุณได้แค่นี้...”

    ooooooo

    ขณะที่ทีเกื้อกับสัตตบงกชช่วยกันสืบเรื่องเดชาและชายสวมหน้ากาก เอื้อกานต์ที่คาใจเรื่องคิมก็พยายาม ตามหาความจริงเช่นกัน และภารกิจแรกที่ทำก็คือหาบ้านเขาให้เจอ

    เอื้อกานต์ขับรถไปในซอยตามที่อยู่ที่เขาเคยกรอกตอนเป็นอาสาสมัคร แต่วนไปวนมาหลายรอบก็ยังไม่เจอ คุณหมอสาวโทร.เช็กกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลก็ได้รับการยืนยันว่าเป็นที่อยู่นี้จริง

    เมื่อไม่มีทางเลือก เอื้อกานต์เลยโทร.หาเจ้าตัวเพื่อสอบถาม แต่ก็กระดากปากเกินกว่าจะบอกเหตุผลจริงๆที่ตามหาเขาถึงบ้าน เลยแถแบบส่งๆ

    “ฉันจะขอให้คุณกลับมาทำงานที่จิตอาสาต่ออีกนิดได้ไหม...รอจนกว่าฉันจะหาคนใหม่มาแทนได้”

    “ที่แท้...หมอก็จะโทร.มาง้อผมให้กลับไปทำงาน”

    “แล้วได้รึเปล่า”

    “ได้...แต่อย่านานนะหมอ ผมก็มีงานของผมเหมือนกัน...แล้วเจอกันที่โรงพยาบาลครับ”

    คิมรับปากง่ายกว่าที่คิด เอื้อกานต์เลยจับสังเกตเขาทุกฝีก้าว โดยเฉพาะตอนทำงานในโรงพยาบาล และเมื่อสบโอกาสเขาช่วยคนไข้วัดความดัน คุณหมอสาวที่อยากพิสูจน์ความเชื่อของตนก็ไม่รอช้าจะวัดให้เขาบ้าง

    เพราะการสัมผัสจะทำให้เธอเห็นความจริง เอื้อกานต์เลยหลอกล่อทุกทางเพื่อจับเขาวัดความดัน

    แต่คิมก็ไหวตัวทัน เบี่ยงตัวหนี ก่อนจะอดรนทนไม่ไหวต้องโพล่งถามตรงๆ

    “หมอเป็นอะไรเนี่ย”

    “ก็จะวัดความดันให้คุณไง”

    “แต่ผมว่าเหมือนหมอ...พยายามแตะเนื้อต้องตัวผมมากกว่านะ”

    “ฉันจะไปทำแบบนั้นทำไม”

    “หมอคงไม่ได้หลงเสน่ห์ผมหรอกนะ อ๋อ...ที่ตามตัวผมกลับมาทำงานนี่เป็นข้ออ้างใช่ไหม”

    “เพ้อเจ้อ ไร้สาระ!”

    แหวจบก็ผละไป คิมมองตามยิ้มๆ ก่อนจะหุบทันทีที่เอื้อกานต์ลับตา สำเหนียกได้ว่าเธอต้องสงสัยในตัวเขาแน่

    เอื้อกานต์ไม่ยอมแพ้ แอบตามดูคิมห่างๆ เช่นเดียวกับสัตตบงกชที่พาฟ้าบุกห้างดังของเดชาเพื่อสืบเรื่องบุญลือ แต่ประชาสัมพันธ์ห้างก็ไม่ให้ความร่วมมือ ยืนยันเสียงแข็งว่าห้างนี้ไม่เคยมีอุบัติเหตุป้ายหล่นทับคน

    ท่าทางพิรุธของประชาสัมพันธ์ทำให้สัตตบงกชเดาว่าเดชาคงปิดข่าว ไม่อยากให้ห้างเสียชื่อ แดนซึ่งมาสังเกตการณ์ที่ห้างก็คิดไม่ต่างกัน และไม่รอช้าจะกลับไปรายงานคิม

    คิมถอนใจยาว เชื่อว่าสัตตบงกชไปอยู่ที่นั่นเพราะอีเมลของเขา เช่นเดียวกับธีรภูมิ แต่เรื่องปิดข่าวของเดชาเขาคงต้องใช้วิธีอื่นบีบให้เจ้าตัวสารภาพความจริงทั้งหมดให้ได้!

    ooooooo

    แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น คิมก็ต้องรับมือคุณหมอสาวที่สะกดรอยตามเขาตลอดทั้งวัน จากโรงพยาบาลที่เธอทำงานจนถึงโรงพยาบาลที่บุญลือรักษาตัว เขาพยายามอ่านใจเธอเหมือนเคย แต่เพราะอาคมของฮันเตอร์ทำให้พลังเขาเสื่อมอ่านใจเธอไม่ได้ เลยต้องเลือกปรากฏตัวแทน

    “หมอตามผมมาทำไม”

    คิมพยายามอ่านใจเพื่อจับโกหก แต่ก็ได้ผงะแทนเมื่อถูกเอื้อกานต์เปิดฉากตรงๆ

    “ฉันรู้ความจริงเรื่องคุณหมดแล้ว...ตกลงคุณเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงให้ที่อยู่ปลอมกับโรงพยาบาล”

    สีหน้าแววตาคาดคั้นของเธอทำให้คิมใจไม่ดี แต่ก็ยังใจดีสู้เสือ

    “ผมคงเขียนผิด...นี่หมอตามผมมาเพราะผมกรอกที่อยู่ผิดเนี่ยนะ...หมอระแวงไปรึเปล่า”

    “แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่”

    “ผมก็มาทำข่าวไง...เมื่อวานมีอุบัติเหตุที่ห้างของเดชา ป้ายโฆษณาหล่นทับลูกค้าบาดเจ็บสาหัสอยู่ที่นี่”

    “จริงเหรอ...ไม่เห็นมีข่าวออกมาเลย”

    “ผมก็กำลังมาทำข่าวอยู่นี่ไง ถ้าไม่เชื่อ...หมอจะมาทำข่าวกับผมก็ได้นะ”

    คำเชิญชวนของเขาท้าทายเธออย่างบอกไม่ถูกและเอื้อกานต์ก็ยอมตามไปจนได้ เลยได้เจอบุญลือ สภาพปางตายของเขาทำให้เธออดสงสารไม่ได้ คิมเลยถือโอกาสกระเซ้า

    “ที่นี้เชื่อผมรึยัง”

    “ฉันเชื่อว่าคุณมาทำข่าว แต่ฉันก็ยังไม่ไว้ใจคุณอยู่ดี...อย่าให้ฉันจับได้ก็แล้วกัน!”

    สองหนุ่มสาวตั้งท่าจะผละไป แต่ลูกน้องของเดชาก็โผล่มาก่อน พร้อมเงินก้อนใหญ่ให้ญาติบุญลือ

    “นี่เป็นค่าทำขวัญจากทางห้างครับ คุณเดชาให้ส่งมาให้”

    “พ่อผมเข้าโรงพยาบาลสองวันแล้ว...เพิ่งจะโผล่หน้ามา ชีวิตพ่อผมทั้งคนมีค่าแค่นี้เองเหรอ”

    “เงินแค่นี้ก็เยอะแล้วสำหรับชาวบ้านจนๆอย่างพวกแก!”

    “จนแล้วไง...ให้รวยแต่เลวผมก็ไม่เอา ไม่มีความรับผิดชอบ จนป่านนี้ผมยังไม่ได้ยินคำขอโทษจากห้างลุงเลย”

    “ถ้าไม่พอใจก็ไปฟ้องเอา แต่บวกลบคูณหารดูยังไงก็ไม่คุ้ม ส่วนเงินนี้จะเอาไม่เอาก็แล้วแต่...แล้วก็อย่าคิดเอาเรื่องนี้ไปพูดที่ไหนด้วย ฉันให้คนของฉันเฝ้าพวกแกเอาไว้แล้ว!”

    ลูกน้องของเดชากลับไปแล้ว คิมกับเอื้อกานต์เลยไปคุยกันด้านนอก สภาพบุญลือน่าหดหู่มาก คิมเจ็บใจที่เดชาไม่รู้สึกผิดแถมเอาเงินฟาดหัวพวกญาติอีกต่างหาก

    “มันใช้เงินปิดข่าว เสวยสุขบนกองเงินกองทองที่มันโกงมา ในขณะที่ครอบครัวนี้ต้องเสียหัวหน้าครอบครัวไป”

    “มันคงเป็นกรรม ทุกครอบครัวต้องเคยเจอเรื่องแย่ๆ แต่ฉันเชื่อว่าสติจะทำให้ครอบครัวนี้ผ่านไปได้”

    “แล้วทำไมคนพวกนี้ต้องมารับกรรมจากสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ก่อด้วย”

    “คุณมานั่งทุกข์ก็ไม่ได้ช่วยปัญหาอะไร ควรคิดว่าจะช่วยครอบครัวนี้ยังไงให้อยู่รอดไม่ดีกว่าเหรอ”

    “ทำไมผมต้องช่วยด้วย ผมมาทำข่าว ไม่ได้มาทำมูลนิธิ!”

    ooooooo

    ท่าทางสงสัยของเอื้อกานต์ทำให้คิมร้อนตัวไม่น้อย พยายามอ่านใจเธอหลายครั้งแต่ก็ทำไม่ได้เหมือนเคย ดูท่าอาคมของเขาจะเสื่อมเพราะถูกลูกหลงจากอาคมของฮันเตอร์เมื่อคราวก่อนจริงๆ และฮันเตอร์ก็รู้ดี มาดักรอที่คอนโด

    “ฉันอยู่ในห้องตั้งนาน แต่แกกลับจับพลังของฉันไม่ได้”

    “ผมควรจะทำยังไงดีครับ”

    “ก็แค่ฝึกสมาธิ...ฉันเอาตำราอาคมมาให้ แกอยากเรียนวิชาสะกดจิตกับวิชาอื่นๆเพิ่มไม่ใช่เหรอ”

    พูดพลางยื่นตำราสำหรับฝึกอาคมให้ ก่อนจะเดินสำรวจรอบๆห้องศิษย์เอก

    “ถึงเวลาที่แกจะต้องฝึกวิชาใหม่ๆดูบ้าง มีหลายวิชาหลายคาถาที่จะช่วยแกทำงานได้ง่ายขึ้น”

    “ขอบคุณครับ...อาจารย์ให้วิชากับผมมามากเหลือเกิน”

    “มนุษย์มีอาวุธที่มีพลังมหาศาลอยู่ในตัวทุกคน... นั่นก็คือจิต จิตคนเราสามารถทำอะไรที่เราคาดไม่ถึงได้หลายอย่าง แกต้องฝึกฝนจิตเพื่อที่จะสามารถควบคุมและใช้มันได้”

    น้ำเสียงจริงจังของอาจารย์ทำให้คิมนิ่งฟังอย่างสงบ โดยไม่รู้เลยว่าฮันเตอร์กำลังปั่นหัวเขาอีกครั้ง

    “ถ้าแกไม่อยากใช้อาคมทำร้ายเหยื่อก็ให้เลือกวิชาอาคมที่ไม่ต้องทำร้ายใครก็ได้ งานเราจะได้เร็วขึ้น”

    “ขอบคุณครับอาจารย์”

    หมดธุระแล้วฮันเตอร์ก็จะกลับ สวนทางกับแดนที่เพิ่งเข้ามาเลยฝากฝังให้ดูแลคิม แฮกเกอร์หนุ่มรับคำด้วยความเต็มใจ ก่อนจะมองตามฮันเตอร์ด้วยสายตาหลอนๆ... อาจารย์หนุ่มของคิมนั้นมีรังสีอำมหิตจริงๆ

    แม้จะศึกษาอาคมชนิดใหม่จากตำราของฮันเตอร์ แต่คิมก็ไม่ล้มเลิกแผนใช้สื่อแฉพฤติกรรมของเดชา ธีรภูมิกับสัตตบงกชทึ่งกับข้อมูลเจาะลึกจากอีเมลลึกลับมากและไม่รอช้าจะนำไปทำข่าวจนกลายเป็นข่าวใหญ่ในเวลาไม่นาน

    ข่าวใหญ่ทั้งหน้าทีวีและโลกออนไลน์ทำให้เดชาโกรธจัด อาละวาดกับลูกน้อง ก่อนจะปรี่ไปเอาเรื่องธีรนัฐกับคุณหญิงอัปสรเจ้าของสถานีทีเอ็นนิวส์ ธีรนัฐอ่อนใจมาก แต่อุดมการณ์ในงานสื่อก็ทำให้สวนออกไปเสียงเรียบ

    “แล้วคุณเป็นอย่างในข่าวจริงรึเปล่า”

    “จะจริงไม่จริง คุณก็ไม่ควรทำแบบนี้”

    “ผมเป็นสื่อ ผมก็ต้องนำเสนอข่าวไปตามความจริง ต้องให้ข้อมูลที่แท้จริงกับประชาชน”

    “ให้ข้อมูลที่แท้จริงงั้นเหรอ พูดอย่างกับว่าคุณทำหน้าที่สื่อได้ดีนัก สถานีนี้ก็ไม่ได้ใสสะอาดนักหรอก...ลืมไปแล้วเหรอว่าตัวเองเคยทำอะไรไว้บ้าง”

    ธีรนัฐหน้าเสีย คุณหญิงอัปสรก็พูดไม่ออก เดชาได้ทีขู่ทิ้งท้าย

    “ถ้าไม่แก้ข่าวให้...ผมจะแฉเรื่องที่ทุกคนเคยทำให้หมด...คุณก็รู้ว่าผมพูดจริงทำจริง!”

    ooooooo

    คำขู่ของเดชาทำให้ธีรนัฐกับคุณหญิงอัปสรลำบากใจมาก ไม่อยากขัดขวางงานของธีรภูมิลูกชายหัวแก้วหัวแหวน แต่ท่าทางเอาจริงของเดชาก็ทำให้ไม่มีทางเลือก ต้องมีคำสั่งออกไป

    ธีรภูมินิ่วหน้าไม่เข้าใจ ยืนกรานจะทำทุกอย่างตามเดิม แฉพฤติกรรมขี้โกงของเดชาให้ทุกคนรู้

    “คุณพ่อเป็นคนสอนผมเองว่าสื่อต้องทำหน้าที่นำเสนอความจริง ทำไมตอนนี้ถึงกลืนน้ำลายตัวเองล่ะครับ”

    “ฉันไม่ได้สั่งในฐานะพ่อ แต่สั่งในฐานะเจ้าของบริษัทนี้ ถ้าแกขัดคำสั่ง...ก็เตรียมออกจากบริษัทนี้ไปได้เลย!”

    พูดจบก็ผละไป ทิ้งให้ธีรภูมิมองหน้าแม่งงๆ คุณหญิงอัปสรรักลูกชายมาก เสียใจและรู้สึกผิดที่ต้องทำร้ายจิตใจลูก แต่เพราะความลับในอดีต ทำให้เธอต้องช่วยสามีเกลี้ยกล่อมลูกชายอีกแรง

    “คุณเดชาเป็นเพื่อนสนิทกับพ่อแม่ มีบุญคุณกันมา แม่ขอร้อง...เชื่อแม่เถอะนะลูก”

    สัตตบงกชเห็นเหตุการณ์ตลอด เห็นใจคู่หมั้นหนุ่ม จนต้องตามไปปลอบ ธีรภูมิมองมาด้วยความซึ้งใจ แต่ก็ไม่วายประกาศกร้าวจะไม่เลิกทำข่าวเดชาเด็ดขาด

    คิมยังไม่รู้เรื่องข่าวของสถานีทีเอ็นนิวส์ถูกยับยั้ง มัวตื่นเต้นจะทดลองอาคมใหม่ แดนตามไปสังเกตการณ์ด้วยถึงห้างของเดชา ซึ่งแผนก็คือแกล้งใช้เงินสดเหมาซื้อของในห้างไปขายต่อในราคาครึ่งต่อครึ่ง เดชาชอบใจมากที่ได้ยินว่ามีเศรษฐีเหมาซื้อของในห้าง โดยไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วเงินสดเหล่านั้นคืออาคมหลอกตา!

    ฮันเตอร์ตามมาสังเกตการณ์ด้วย รู้ดีว่าพลังอาคมของศิษย์เอกยังไม่เข้าที่ เลยท่องคาถาช่วยทำให้ใบไม้กลายเป็นเงินสดอีกแรง แถมทำมากกว่านั้นด้วยการใช้อาคมทำร้ายเดชา

    คิมซึ่งกำลังดีใจที่แผนของตนได้ผล หุบยิ้มแทบไม่ทัน เมื่อเห็นเหตุร้ายที่เกิดกับเดชา ยิ่งเห็นหลังฮันเตอร์ไวๆ ยิ่งร้อนรน ต้องตามไปคาดคั้นเหตุผล

    “ไหนอาจารย์บอกว่าจะไม่ยุ่ง จะให้ผมจัดการเองไงครับ”

    “ถ้าฉันไม่ยุ่ง...แกคิดว่าแผนแกจะสำเร็จไหม...แกคิดว่าแกเสกใบไม้เป็นเงินได้เพราะฝีมือของแกเหรอ ...ก่อนจะมาหาเรื่องฉัน เอาเวลาไปฝึกอาคมให้กลับมาเหมือนเดิมจะดีกว่า”

    โต้จบก็ผละไป ทิ้งคิมให้มองตามเครียดๆ คาดไม่ถึงเลยว่าอาคมของตนจะเสื่อมขนาดนี้...

    ไม่ใช่แค่คิมที่ต้องเซ็ง ทีเกื้อก็มีอาการไม่ต่างกัน เรื่องเงินสดกลายเป็นใบไม้ในห้างทำให้เดชาหัวเสีย ท่านรองฯมาดูที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง ก่อนจะลงความเห็นว่าผู้กระทำเหตุนี้ต้องมีอาคมขั้นสูง

    สัตตบงกชก็มาทำข่าวที่ห้างและดันเจอทีเกื้อที่ตามท่านรองฯมาคุยกับเดชา ท่าทางเคร่งเครียดของเขาทำให้อดแหย่ไม่ได้ อยากให้เขายิ้มได้เหมือนเคย แต่เขากลับเข้าใจว่าถูกหยามและหงุดหงิดมากกว่าเดิม

    ooooooo

    บัญชีรายรับรายจ่ายของห้างรวนหมดเพราะเหตุชายสวมหน้ากากสร้างสถานการณ์หลอกซื้อของในห้างไปขายตัดราคา เดชาแค้นแทบกระอักตะโกนลั่นท้าทายให้มาเจอตัวต่อตัว

    คิมในสภาพชายสวมหน้ากากรออยู่แล้ว แกล้งปรากฏตัวรับคำท้า

    “ได้...ต่อไปฉันจะจัดการแกต่อหน้าแบบนี้”

    เดชาถึงกับตะลึงที่ได้เจอตัวจริงของชายสวมหน้ากาก แต่ยังทำปากกล้า บอกไม่กลัว

    “ฉันรู้ว่าแกใช้อาคมทำอะไรฉันไม่ได้หรอก แกต้องรอให้ถึงวันแรม”

    “ฉันใช้อาคมไม่ได้ แต่ใช้นี่ได้...”

    พูดพลางยกมีดขู่ ก่อนจะเค้นคอให้พูดความจริง

    “ฉันจะให้โอกาสแก สารภาพความผิดทั้งหมดซะ แล้วฉันจะไม่เอาชีวิตแก!”

    คำขู่ทำให้เดชายอมทุกอย่าง คิมฉวยโอกาสนี้กดเปิดกล้องวีดิโอขนาดจิ๋วที่ซ่อนในกระเป๋าเสื้อ เดชากลัวหัวหด สารภาพหมดเปลือกว่านำสินค้าต่ำกว่ามาตรฐานมาขายในห้าง ส่วนเรื่องบุญลือก็ใช้เงินปิดปากพยานและปิดข่าวเพราะไม่อยากให้ห้างตนเสียชื่อเสียง แต่คิมก็ไม่พอใจแค่นั้น คาดคั้นให้เดชาสารภาพเรื่องทรงพลด้วย

    “เรื่องท่านทรงพล...ฉันเป็นคนวางแผนใส่ร้ายท่านเอง ฉันอยากเป็นประธานทีบีกรุ๊ป อยากขยายธุรกิจเพิ่ม แต่ท่านพยายามขัดขวาง ตอนนั้นท่านทรงพลมีอำนาจมาก ฉันกับคนอื่นที่แกฆ่าไปแล้วเลยรวมหัวกันกำจัดท่าน”

    คิมแทบข่มอารมณ์ไม่ไหว แต่เดชาก็ไม่ได้สังเกต เล่าเรื่องใส่ร้ายทรงพลต่อ

    “ฉันบังคับให้เกริกภพเอายาไปยัดบ้านท่าน ก่อนจะแจ้งความและสร้างสถานการณ์ให้ทุกคนเข้าใจว่าท่านค้ายา ฉันก็แค่อยากให้ท่านติดคุก ไม่คิดว่าท่านจะหนีคดี แล้วเครื่องบินจะระเบิดแบบนี้”

    วิธีการโดยละเอียดว่าแย่แล้ว แต่จนแล้วจนรอด... เดชาก็ไม่ปริปากบอกรายชื่อผู้สมคบคิด คิมตั้งท่าจะบีบบังคับอีกรอบ ถ้าทีเกื้อที่เฝ้าระวังอยู่แล้วจะไม่โผล่มา ขัดจังหวะ

    คิมในสภาพชายสวมหน้ากากหน้าเสีย ก่อนจะ ยกมือยอมแพ้ ทีเกื้อขยับจะใส่กุญแจมือ แต่ก็ต้องสบถอย่างหัวเสียเมื่อจู่ๆชายสวมหน้ากากก็หายวับไปต่อหน้าต่อตา!

    ooooooo

    แม้จะอาคมเสื่อมแต่คิมก็มีไหวพริบพอเอาตัวรอดได้ ทีเกื้อมองตามหลังไวๆของชายสวมหน้ากากด้วยความเจ็บใจ และรีบไปรายงานท่านรองฯถึงเหตุการณ์ทั้งหมด

    รายละเอียดแปลกประหลาดและยากจะอธิบายทำให้ท่านรองฯนิ่วหน้า ก่อนจะฟันธง

    “คงเป็นวิชาพรางตัว...สมัยก่อนพวกโจรที่มีวิชา ใช้กันเยอะ”

    “ลูกเล่นเยอะแบบนี้ เมื่อไหร่ผมจะจับมันได้ วันนี้โชคดี...ผมเดาทางมันได้เลยตามไปช่วยทัน”

    “ถือเป็นโชคดีของเดชา”

    ทีเกื้อคิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า พยายามปะติดปะต่อเรื่องราวก่อนจะออกความเห็น “ผมว่าคุณเดชากับคนร้ายต้องมีความแค้นส่วนตัวกันแน่ ตั้งแต่เกิดเรื่อง...เขาก็มีท่าทางแปลกๆ ผมถามอะไรก็ไม่ยอมบอก”

    “ถึงเวลาเขาคงจะพูดเองแหละ”

    “ก็หวังว่าจะยอมเปิดปากพูดก่อนจะเป็นศพเหมือนเหยื่อรายอื่นๆก็แล้วกัน”

    ความมุ่งมั่นของทีเกื้อทำให้ท่านรองฯพอใจและอยากให้เขาลองวิธีอื่นบ้าง ซึ่งการศึกษาวิชาไสยศาสตร์และอาคมต่างๆก็น่าจะเป็นทางหนึ่งที่ทีเกื้อน่าจะลอง

    ทีเกื้อรับคัมภีร์ไสยศาสตร์จากท่านรองฯมางงๆ ก่อนจะถามเพราะอดไม่ได้

    “ท่านจะให้ผมทำของสู้กับคนร้ายเหรอครับ”

    “ไม่ใช่...คนร้ายใช้วิชาพวกนี้เป็นอาวุธ ถ้าเราศึกษาเรื่องพวกนี้ก็จะได้รู้ว่าคนร้ายจะใช้อะไรโจมตี เราจะได้หาทางป้องกัน...นี่เป็นวิชาพื้นฐานการใช้อาคม อาจจะเป็นคนละศาสตร์กับของคนร้าย แต่ก็ยังดีกว่าเราไม่รู้อะไรเลย...”

    คัมภีร์ไสยศาสตร์ทำให้ทีเกื้อสนใจมาก โดยเฉพาะเรื่องการสะกดจิต เอื้อกานต์เห็นแฝดน้องหมกมุ่นกับตำราก็อดอยากรู้ด้วยไม่ได้ ส่วนคิมไม่ได้สนใจสองพี่น้องฝาแฝด มัวคร่ำเคร่งกับการพิสูจน์ความจริงเรื่องพ่อจากคำพูดของเดชา ฮันเตอร์เลยฉวยจังหวะนี้ปั่นหัวศิษย์เอกอีกครั้งให้ทวีความแค้น

    แต่ถึงจะถูกยุแค่ไหน คิมก็ยืนยันจะใช้สื่อเปิดโปงเดชา โดยจัดการส่งคลิปคำสารภาพไปให้นักข่าว ธีรภูมิกับสัตตบงกชตื่นเต้นมาก ยอมฝ่าฝืนคำสั่งของธีรนัฐ พร้อมเชิญตัวเดชามาให้สัมภาษณ์ในรายการด้วย

    เดชาไม่มีทางเลือกต้องไปออกรายการ แต่ก็ไม่วายฟ้องเรื่องนี้ให้ธีรนัฐกับคุณหญิงอัปสรจัดการลูกชาย

    ฮันเตอร์รับรู้ได้ด้วยญาณพิเศษและไม่รอช้าจะไปเตือนคิมว่าแผนการจะถูกตลบหลัง

    คำบอกเล่าของฮันเตอร์ไม่เกินจริงเลย คุณหญิงอัปสรใช้อำนาจภรรยาผู้บริหารสถานีบีบสัตตบงกชให้เปลี่ยนบทสัมภาษณ์และคำถามให้เอื้อประโยชน์กับเดชาใช้แก้ต่างในรายการ

    “ไม่ได้หรอกค่ะ หนูดีทำแบบนี้ไม่ได้”

    “ทำไมจะไม่ได้ นี่สถานีของฉัน เงินที่จ้างเธอก็เงินของฉันทั้งนั้น”

    ทีเกื้อมาถึงสถานีพร้อมเดชา ทนไม่ไหว แกล้งแหย่เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจแม่เลี้ยงที่มีต่ออดีตคนรัก

    “ขี้โมโหแบบนี้...เดี๋ยวเส้นเลือดในสมองก็แตกหรอกครับคุณหญิง ใจเย็นๆ ค่อยๆพูดก็ได้”

    “หุบปากเลยนะ! แกไม่มีสิทธิ์มาออกความเห็น”

    “ทำไมล่ะครับ...ผมอุตส่าห์เป็นห่วง อย่างน้อยคุณหญิงก็ได้ชื่อว่าเป็นแม่เลี้ยงผมนะครับ”

    “ใครเป็นแม่เลี้ยงแก! ฉันไม่นับแกเป็นคนในครอบครัวฉันด้วยซ้ำ ออกไปเลยนะ...ไป!”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 19:42 น.