ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    อาคม

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: "อาคม" ละเครแนวสืบสวน-แฟนตาซี ได้ "เจมส์ มาร์" ประกบ "มาร์กี้"

    คำพูดทิ้งท้ายของทีเกื้อทำให้เกริกภพคิดหนัก คนคนเดียวที่เขาเคยทำร้ายจนตายก็คือทรงพล และเรื่องนั้นก็ควรจะเป็นความลับตลอดไป ไม่ควรมีใครได้รู้ความจริงนี้ แม้ว่าเขาจะต้องตายก็ตาม!

    คิมยังไปทำงานที่โรงพยาบาลในฐานะอาสาสมัคร ฮันเตอร์รู้เพราะแอบตามศิษย์เอกตลอด และอดไม่ได้จะถอดจิตไปหากลางดึกของคืนหนึ่ง เพื่อเตือนให้อีกฝ่าย รู้ถึงหน้าที่ตนเอง

    “ฉันจะไม่ห้ามให้แกทำงานที่นั่น แต่แกต้องระวังตัวให้มาก ห้ามเปิดเผยตัวตนให้ใครรู้เด็ดขาด แกรู้ใช่ไหม...ถ้ามีคนรู้ความลับของแก อาคมของแกจะเสื่อม แล้วจะเกิดผลร้ายกับตัวแกเอง”

    “ผมทราบครับ...อาจารย์...จะไม่มีวิธีไหนที่เราจะสามารถล้างแค้นโดยไม่ต้องทำร้ายพวกเขาได้เลยเหรอครับ”

    “อะไรทำให้แกคิดแบบนี้”

    “ผมสงสารลูกชายเขา ถ้าพ่อเป็นอะไรไป...ลูกเขาจะเป็นยังไง”

    “ตอนพวกมันฆ่าพ่อแก มันยังไม่เห็นคิดถึงแกเลย พวกมันทรยศ ฆ่าได้แม้แต่คนที่มีบุญคุณ แกคงยังไม่ลืมสภาพตอนพ่อแม่แกตายใช่ไหม...”

    คำเตือนของฮันเตอร์ทำให้ความแค้นในใจคิมปะทุอีกครั้ง แต่กระนั้น...ฮันเตอร์ก็ไม่ไว้ใจ กลัวศิษย์เอกจะใจอ่อน ใช้อาคมทำฝันร้ายในคืนเดียวกันเพื่อเพิ่มความแค้นในใจคิม ซึ่งก็ได้ผลเกินคาด ภาพอดีตสยดสยองความตายของพ่อแม่ทำให้คิมหรือทรงกลดเครียดจัด ประกาศกร้าวจะแก้แค้นตัวการให้ได้!

    ระหว่างที่พวกคิมวุ่นวายหาข้อมูลเกริกภพ ทีเกื้อก็หมกมุ่นหาเบาะแสชายสวมหน้ากากจนแทบไม่มีเวลากลับบ้าน เอื้อกานต์อดเป็นห่วงไม่ได้ แต่เมื่อได้ยินเขาบ่นเรื่องชายสวมหน้ากาก ก็ถึงกับพูดไม่ออก

    “เกื้อรู้ว่าเขาช่วยชาวบ้าน แต่วิธีที่เขาช่วยก็ไม่ต่างจากโจร เกื้อเป็นตำรวจ เกื้อก็ต้องทำหน้าที่ของเกื้อให้ดี”

    “พี่เอาใจช่วยก็แล้วกัน”

    “ตอนนี้เกื้อรู้แล้วว่าเหยื่อรายต่อไปคือเกริกภพ เกื้อต้องหาทางช่วยเขา แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะทำยังไง”

    “เดี๋ยวทางออกมันก็มาเอง...เชื่อเอื้อ”

    ไม่ทันขาดคำ...คำพูดของเอื้อกานต์ก็เป็นจริง เมื่อเกริกภพทนหวาดกลัวไม่ไหว ยอมมอบของรักของหวงซึ่งก็คือกล่องใส่ภาพถ่ายเก่าๆของตนกับเพื่อนสมาชิกกลุ่มทีบีให้ตำรวจดูแล ทีเกื้อดีใจมากรีบไปพบเจ้าของโรงงานหนุ่ม โดยไม่รู้เลยว่าฮันเตอร์รับรู้ทุกอย่างด้วยญาณพิเศษ และไม่รอช้าจะส่งคิมไปชิงของคิมลำบากใจมาก เพราะถึงจะแค้นพวกเกริกภพแทบกระอัก แต่ก็ไม่อยากเอาคืนด้วยชีวิตของอีกฝ่าย แดนเข้าใจความรู้สึกคิมดี แต่ที่ไม่เข้าใจคือเพราะเหตุใดฮันเตอร์ถึงกดดันให้คิมทำเรื่องพวกนี้

    “ดวงของคนพวกนั้นแรงกว่าอาจารย์ อาจารย์เลยทำอะไรพวกมันมากไม่ได้”

    “แปลว่าดวงพี่แรงกว่าพวกมันเหรอ”

    คิมพยักหน้ารับ ก่อนจะหลับตารับนิมิตบางอย่าง...

    ooooooo

    นิมิตของคิมบอกว่าเขาคงไม่ต้องทำอะไรบุ่มบ่ามเพื่อชิงของรักของหวงของเกริกภพจากพวกตำรวจ แค่รอคอยอย่างอดทน...พวกตำรวจก็จะส่งบัตรเชิญมาให้เขาเอง

    ทีเกื้อยังไม่รู้ตัวว่าคิมเตรียมตั้งรับแล้ว มัวยุ่งวางแผนจับชายสวมหน้ากากโดยใช้ของรักของหวงของเกริกภพเป็นเหยื่อล่อ เกริกภพไม่สบายใจนัก แต่ก็ไม่มีทางเลือก ต้องยอมเสี่ยงเพื่อปกปิดความผิดของตัวเองและพวกพ้อง

    หลังแจ้งแผนการกับเกริกภพ ทีเกื้อก็ไปขอร้องธีรภูมิให้ช่วยทำรายการพิเศษเพื่อส่งสารท้าชายสวมหน้ากาก แต่สัตตบงกชไม่เห็นด้วย รีบค้านเสียงเข้ม

    “ออกข่าวไปก็เปลืองเวลาสถานีเปล่าๆ เราจะรู้ได้ยังไงว่าคนร้ายจะดูทีวี ข่าวสื่อสารมวลชนเป็นของคน ทั้งประเทศ ให้คุณมาสื่อสารกับคนร้ายสองคน...ไม่คุ้มเลย เสียดายแทนประชาชนที่จะได้เสพข่าวที่เป็นประโยชน์”

    “แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ มันเป็นใครยังไม่รู้เลย แล้วจะมีทางไหนที่จะบอกคนร้ายได้ดีกว่านี้บ้าง”

    “ไม่เห็นต้องคิดให้ยากเลย ก็แค่แปะคำท้าไว้ที่โรงงานเกริกภพ หรือที่ชุมชนก็ได้ ยังไงคนร้ายต้องวนเวียนอยู่แถวนั้นอยู่แล้ว ไม่งั้นจะรู้ความเคลื่อนไหวของเกริกภพตลอดได้ไง”

    วิธีง่ายๆของอดีตคนรักทำให้ทีเกื้อทึ่งมาก อยากเอ่ยชม แต่ก็ช้ากว่าธีรภูมิที่ตัดหน้าเสียก่อน ตำรวจหนุ่มได้แต่มองคู่รักหยอกเย้ากันด้วยหัวใจเจ็บแปลบ...ยังทำใจให้ลืมอดีตคนรักไม่ได้เลยจริงๆ

    ป้ายส่งสารถึงชายสวมหน้ากากถูกติดหน้าโรงงานของเกริกภพในวันต่อมา คิมมาเยี่ยมชาวบ้านพร้อมเอื้อกานต์เลยได้เห็น และเขาก็ไม่รีรอจะรับคำท้าตามประสาพวกชอบความท้าทาย

    สถานที่นัดหมายก็คือห้างสรรพสินค้าของเดชา หนึ่งในสมาชิกกลุ่มทุนทีบีและเพื่อนของเกริกภพ ทีเกื้อไม่ขัดและรีบขอพิมพ์เขียวห้างมาให้ตำรวจในทีมจัดเตรียมแผนจับกุม

    สัตตบงกชหรือหนูดีรู้เรื่องแผนจับกุมเลยจะขอร่วมทำข่าว แต่ทีเกื้อก็ต้องปฏิเสธ

    “ผมขอเถอะ...ผมไม่อยากให้คนนอกมาวุ่นวายจริงๆ ผมไม่อยากให้มีอะไรพลาด เรื่องนี้มันเกี่ยวถึง

    ความเป็นความตายของคุณเกริกภพ”

    “ก็ได้...แต่ถ้างานเสร็จเรียบร้อย คุณต้องให้ข่าวฉัน...โอเคไหม”

    ทีเกื้อพยักหน้ารับปาก ก่อนจะเสเปลี่ยนเรื่องดื้อๆ

    “คิดไม่ถึงเลยนะว่าคุณจะได้เป็นนักข่าวอย่างที่ฝันไว้ตอนเด็กๆ...เป็นนักข่าวที่เอาจริงเอาจังซะด้วย”

    “นั่นสิ...ตอนนั้นคุณยังว่าฉันอยู่เลยว่าฉันทำไม่ได้หรอก”

    “ผมห้ามเพราะไม่อยากให้คุณไปเสี่ยงอันตราย”

    “แต่ฉันก็บอกว่ามีแฟนเป็นตำรวจจะกลัว...”

    สัตตบงกชชะงัก ไม่อยากเอ่ยเรื่องอดีตให้ทิ่มแทงใจ ทีเกื้อน้อยใจมาก อดไม่ได้จะตัดพ้อ

    “ลำบากใจแม้แต่จะพูดว่าเคยเป็นแฟนผมเลยเหรอ”

    ท่าทางอึดอัดของอดีตคนรักทำให้ทีเกื้อหงุดหงิด โพล่งอย่างเหลืออด

    “คุณไม่คิดจะบอกผมจริงๆเหรอว่าตอนนั้นคุณทิ้งผมไปเพราะอะไร”

    คำถามคาดคั้นของเขาทำให้สัตตบงกชเครียดจัด แต่ไม่ทันพูดอะไร สองหนุ่มสาวอดีตคนรักก็ต้องผละจากกันเมื่อจู่ๆก็มีลูกศรลึกลับถูกยิงมาขัดจังหวะ สารรับคำท้าจากชายสวมหน้ากากนั่นเองที่บอกว่าจะมารับของคืนพรุ่งนี้!

    ooooooo

    ในที่สุดก็ถึงวันนัดหมาย...ทีมตำรวจนำโดยท่านรองฯ มีทีเกื้อกับนภเป็นหัวหน้าหน่วยจับกุม คอยระแวดระวังอย่างดี โดยเฉพาะความปลอดภัยของเกริกภพที่มาเฝ้าสังเกตการณ์และของรักของหวงของเขาที่ถูกใส่ในกล่องนิรภัย

    บรรยากาศภายในห้างเงียบสงัด ทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของตำรวจ แต่กระนั้น...เอื้อกานต์ก็สัมผัสได้ถึงภัยบางอย่างทั้งที่เธอไม่ได้อยู่ที่นั่น และไม่รอช้าจะส่งโทรจิตไปหาชายสวมหน้ากาก พยายามยับยั้งไม่ให้เขาทำผิดอีก

    “ฉันรู้นะว่าคุณได้ยินเสียงฉัน ฉันก็ไม่รู้ว่าคุณกำลังทำอะไร มีความแค้นอะไรกับคุณเกริกภพ ถ้าคุณเกริกภพทำอะไรผิด ก็ปล่อยให้เขาได้รับกรรมของเขาเองเถอะ”

    คิมซึ่งกำลังเตรียมทำพิธีบนลานกว้าง ได้ยินเสียงเอื้อกานต์แต่ไม่ยอมตอบสนอง

    “ฉันขอร้องให้คุณหยุดเถอะ...อย่าเอาตัวเองไปเสี่ยงเลย คุณก็รู้ว่าที่นั่นมันอันตราย”

    เอื้อกานต์ใจไม่ดี ไม่อยากให้เขาทำผิด เลยตัดสินใจทิ้งท้าย

    “ครั้งนี้ฉันไม่เห็นด้วยกับการกระทำของคุณนะ... คุณกำลังจะทำร้ายคนอื่น”

    จนแล้วจนรอด คิมก็ไม่ตอบสนองเอื้อกานต์มุ่งมั่นกับการขโมยของรักของหวงของเกริกภพ และเมื่อถึงเวลานัดหมาย เขาก็นั่งรถของแดน ลอบเข้าห้างและไปเอาของจากตู้นิรภัยได้อย่างง่ายดาย

    กว่าพวกทีเกื้อจะรู้ตัว คิดว่าชายสวมหน้ากากไม่ได้โผล่มาตามนัด แต่ความจริงใช้อาคมหลอกให้ตายใจ และแอบเข้าไปขโมยของรักของหวงจากเกริกภพซึ่งถูกเก็บรักษาอย่างดี เวลาก็ล่วงเลยเป็นเช้าของวันต่อมา

    เกริกภพโกรธมาก เช่นเดียวกับเพื่อนของเขาคนอื่น โดยเฉพาะคุณหญิงอัปสร ด่าทีเกื้อแบบเสียๆหายๆ แต่ตำรวจหนุ่มก็ไม่ตอบโต้ ยอมรับเป็นความผิดของตนแต่เพียงผู้เดียวที่ประมาท

    ทีเกื้อเจ็บใจมาก หลบไปสงบสติอารมณ์คนเดียว สัตตบงกชหรือหนูดีเห็น เลยตามไปปลอบ

    “ไม่ต้องคิดมากหรอกนะ คุณพยายามทำดีที่สุดแล้ว”

    “ทั้งที่ผมวางแผนอย่างดีแล้วทุกครั้ง แต่ผมก็พลาดท่ามันตลอด มันรู้ได้ยังไงว่าผมคิดจะทำอะไร”

    “แผนคุณน่ะดีแล้ว แต่คนร้ายเขาก็แค่ฉลาดกว่าคุณ แล้วก็รู้ทันคุณเท่านั้นเอง”

    “ตกลงจะให้กำลังใจหรือซ้ำเติม”

    “ฉันจริงใจไง...พูดตรง ฉันเชื่อว่าสักวันคุณจะจับเขาได้”

    สัตตบงกชชงกาแฟสูตรโปรดมาให้เขาด้วย และนั่นก็ทำให้เขาประทับใจอย่างบอกไม่ถูก

    “นี่กาแฟผสมชาเย็นนี่...คุณยังจำได้ด้วยเหรอว่าผมชอบ”

    รอยยิ้มอย่างมีความหวังของเขาทำให้เธอใจละลาย แต่ก็เสตอบกวนๆกลบเกลื่อน

    “ก็ฉันความจำดี...เรื่องของเพื่อนทำไมจะจำไม่ได้”

    “ขอบคุณมากนะ...พี่สะใภ้”

    ooooooo

    คิมแทบอดใจไม่ไหวจะตรวจสอบของรักของหวงของเกริกภพ และทันทีที่กลับถึงคอนโด ก็ไม่รอช้าจะเปิดดู ภาพถ่ายใบเก่าที่มีทรงพลพ่อของเขาอยู่ในนั้นทำให้ต้องผงะ และเพื่อให้ได้ข้อมูลมากกว่านี้ คิมเลยใช้พลังพิเศษสัมผัสภาพนั้นเพื่อรับรู้เรื่องราวในอดีตของเกริกภพ

    ภาพถ่ายใบเก่าพาคิมย้อนอดีตเมื่อหลายปีก่อน สมัยเกริกภพยังหนุ่มแน่นและไฟแรง เขาสิ้นหวังเพราะธุรกิจไม่รุ่ง ทรงพลหัวหน้ากลุ่มทุนทีบีเลยพาเขาไปแจกจ่ายอาหารแห้งให้ชาวบ้านผู้ยากไร้พร้อมเพื่อนคนอื่นๆซึ่งประกอบไปด้วย ธีรนัฐ ศักดิ์ชาย เดชาและคมกฤชสีหน้ายิ้มแย้มเต็มเปี่ยมด้วยความสุขของพวกชาวบ้านทำให้เกริกภพรู้สึกดีมาก จนต้องเอ่ยปากกับทรงพล

    “ขอบคุณมากนะครับที่ชวนผมมาวันนี้”

    ทรงพลยิ้มรับ ก่อนจะให้กำลังใจ “ที่ชวนมาเพราะอยากให้เรามีกำลังใจ ถึงตอนนี้ธุรกิจนายจะขาดทุนจนต้องนับหนึ่งใหม่ แต่เห็นไหมว่ายังมีอีกหลายคนที่เขาลำบากกว่านาย”

    “ครับ...ตอนนี้ผมรู้แล้วล่ะว่าผมอยากเริ่มต้นทำธุรกิจอะไร”

    เกริกภพยิ้มกว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความหวังและพลังใจ ก่อนจะบอกสิ่งที่คิดไว้

    “ผมอยากทำอาหารสำเร็จรูปเพื่อช่วยคนยากไร้ ผมจะเจริญรอยตาม...เป็นนักธุรกิจที่ดีแบบพี่”

    คิมดึงตัวเองจากอดีตของเกริกภพกับพ่อ นอกจากภาพถ่ายเก่าๆ ภายในกล่องของเกริกภพยังมีจดหมายจากทรงพลที่ส่งให้เจ้าของโรงงานหนุ่มเพื่อแสดงความยินดีกับความสำเร็จ

    “ดีใจด้วย...ในที่สุดนายก็ได้ทำธุรกิจที่ฝันไว้ ต่อไปนี้...ขอให้จำจุดยืนของตัวเองที่อยากทำธุรกิจนี้ให้ดี อย่าให้อำนาจของเงินมาครอบงำจิตใจได้...ทรงพล”

    ข้อความในจดหมายบ่งบอกถึงเรื่องดีๆของเกริกภพกับทรงพล คิมไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรเจ้าของโรงงานหนุ่มถึงก่อเรื่องเลวร้ายได้ จนกระทั่งได้ยินเสียงบทสนทนาของเกริกภพกับใครบางคน

    “เพราะแก...เป็นความผิดของแก แผนของแกทำให้ท่านทรงพลต้องตาย!”

    คิมดึงตัวเองจากนิมิตอีกรอบ ถึงตอนนี้เขารู้แล้วว่าเกริกภพเคารพและนับถือพ่อของเขามาก แล้วใครคือบุคคลปริศนาที่ทำให้พ่อของเขาต้องตาย...และวิธีจะหาคำตอบก็คือบุกไปคาดคั้นเจ้าของโรงงานหนุ่มด้วยตัวเอง

    ฮันเตอร์รับรู้ได้ด้วยญาณพิเศษว่าศิษย์เอกจะทำเสียเรื่อง เลยรีบมายับยั้ง

    “อาจารย์อย่าห้ามผมเลย ผู้ชายคนนั้นฆ่าพ่อผม ผมจะไปถามไอ้เกริกภพให้รู้เรื่อง”

    “ไปแบบไม่มีสติอย่างนี้ มันจะทำให้ทุกอย่างพัง”

    “แล้วจะให้ผมทำยังไง”

    “ตั้งสติและรอก่อน รอให้ถึงเวลา เหมือนที่ฉันอดทนรอ...จนได้เจอแก”

    ฮันเตอร์พาคิมย้อนอดีตถึงตอนที่เขาต้องเจ็บปวดแทบกระอักเพราะครอบครัวถูกสังหาร เขาฝึกปรืออาคมจนแก่กล้า แต่ก็ล้างแค้นพวกเกริกภพไม่ได้เพราะดวงชะตาไม่แข็งพอ จนกระทั่งเขาได้เจอกับคิมหรือทรงกลดจากเหตุการณ์เครื่องบินตกเมื่อหลายปีก่อน

    “ทันทีที่ฉันเห็นแก ฉันก็รู้เลยว่าแกนี่แหละ...คือคนที่ดวงชะตาแข็งสามารถจัดการกับพวกมันได้!”

    ooooooo

    ความเจ็บใจเพราะถูกชายสวมหน้ากากหลอกก่อกวนใจทีเกื้อมาก เอื้อกานต์พยายามปลอบให้ทำใจเพราะความผิดพลาดเกิดขึ้นได้กับทุกคน ก่อนจะเสนอตัว ช่วยหากแฝดน้องต้องการความช่วยเหลือ

    และนั่นก็ทำให้ทีเกื้อคิดได้ จะส่งเอื้อกานต์ไปดูแลเกริกภพเพราะรู้ดีถึงความพิเศษของแฝดพี่

    “เราไม่รู้ว่าคนร้ายจะทำของเมื่อไหร่ เอื้อเป็นหมอแถมมีพลังพิเศษ ถ้าเอื้ออยู่อาจรับมือและช่วยเกริกภพได้”

    ท่านรองฯก็เห็นด้วยกับแผนนี้ของทีเกื้อ เอื้อกานต์เลยลางานที่โรงพยาบาลในวันต่อมา คิมซึ่งมาทำงานอาสาสมัครได้ยินก็ใจไม่ดี ไม่อยากให้เธอมาเสี่ยงตอนเขาลงมือ

    “หมอไม่ไปไม่ได้เหรอ...เขาเคยทำไม่ดีกับหมอ หมอจะไปดูแลมันทำไม”

    “คนไข้จะเลวจะดี จะเป็นใคร ทุกคนคือคนไข้ ใครไม่สบาย หมอก็ต้องรักษา”

    “อย่าไปเลยหมอ...เชื่อผม”

    ท่าทางของอาสาสมัครหนุ่มที่ดูกังวลเกินเหตุทำให้เอื้อกานต์แปลกใจ แต่ไม่ทันซัก ทีเกื้อก็โทร.มาตามเสียก่อน เธอเลยต้องรีบไปดูแลเกริกภพ คิมได้แต่มองตามเครียดๆ ก่อนจะบอกแดนในเวลาต่อมาว่าเขาคงต้องระวังเป็นพิเศษ ไม่ให้การลงมือทำให้คุณหมอสาวโดนลูกหลงไปด้วย

    การมาถึงเซฟเฮาส์ของเอื้อกานต์ไม่ทำให้เกริกภพเชื่อใจนัก ทีเกื้อก็ไม่ยอมอธิบายอะไร นอกจากแฝดสาวเป็นหมอและมีอะไรบางอย่างที่ช่วยเหลือเจ้าของโรงงานหนุ่มได้ แต่กระนั้น...เกริกภพก็ไม่มีทางเลือก ต้องยอมอยู่ในความคุ้มกันและดูแลของทางตำรวจ โดยมีคุณหมอสาวตามประกบแทบทุกฝีก้าว

    แผนคุ้มกันเกริกภพทำให้ทีเกื้อเครียดมาก ธีรภูมิเป็นห่วงน้องชาย ไหนจะเอื้อกานต์ที่ต้องช่วยดูแลเกริกภพอีกแรง หัวหน้าฝ่ายผลิตรายการหนุ่มเลยยิ่งกังวล สัตตบงกชหรือหนูดีในฐานะคู่หมั้นเลยต้องปลอบ

    “เขาเป็นคนเก่ง...ต้องผ่านไปได้แน่ค่ะ”

    “เราพอจะมีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับคนร้ายรายนี้รวบรวมไว้บ้างไหม เผื่อจะช่วยเกื้อได้”

    “ดูพี่ภูมิรักน้องชายคนนี้มากเลยนะคะ”

    “ใช่...พี่รักมากเลย เพราะพี่เป็นลูกคนเดียวมั้ง แล้วน้องมันก็ทำตัวน่ารัก”

    สัตตบงกชอดยิ้มไม่ได้ รู้ดีกว่าใครว่าอดีตคนรักเป็นคนน่ารักแค่ไหน ก่อนจะต้องหุบยิ้มแทบไม่ทัน เมื่อได้ยินประโยคคาดหวังของคู่หมั้นหนุ่มในเวลาต่อมา

    “พี่เห็นเรากับเกื้อสนิทกันเร็ว พี่ก็ดีใจนะ เพราะอีกหน่อยเราก็ต้องมาเป็นครอบครัวเดียวกัน”

    ooooooo

    ขณะที่สัตตบงกชหรือหนูดีคิดไม่ตกเรื่องทีเกื้อกับธีรภูมิ คิมหรือทรงกลดก็ไม่ถอดใจเรื่องคนบงการฆ่าพ่อของเขา จนต้องหาทางง้างปากเกริกภพ และวิธีที่เขาคิดได้เวลานี้คือถอดจิตไปถามเจ้าตัว

    ฮันเตอร์แวะมาเยี่ยมศิษย์เอกระหว่างเตรียมทำพิธีพอดี คิมเลยตัดสินใจถามถึงวิธีการและความเป็นไปได้

    “ผมเคยได้ยินว่าเราสามารถถอดจิตไปจัดการกับเหยื่อได้ด้วยตัวเองด้วยใช่ไหมครับ”

    “ใช่...มันเป็นวิชาที่ต้องใช้จิตขั้นสูงไปอีก แกถามทำไม”

    “ผมอยากคุยกับเหยื่อก่อนลงมือ อยากถามเรื่องนั้นให้รู้เรื่อง”

    “อยากลองไหมล่ะ แต่มันก็เสี่ยงนะ...ถ้าแกพลาด สมาธิไม่ดี หรือทำงานไม่สำเร็จ เหยื่อก็จะเห็นหน้าของแก”

    “ผมยอมเสี่ยงครับ...ถ้ามันจะทำให้รู้ว่ามีใครร่วมมือกันฆ่าพ่อผมบ้าง”

    “ได้...ฉันจะสอนให้”

    คิมมุ่งมั่นกับการฝึกจิตมาก จนในที่สุดเขาก็ถอดจิตไปหาเกริกภพถึงในห้องนอนในเซฟเฮาส์ โดยไม่ยี่หระกล้องวงจรปิดนับสิบตัวที่ถูกติดรอบบ้านเพื่อความปลอดภัย

    เกริกภพทุรนทุรายด้วยความทรมานจากควันดำอาคมของคิม ซึ่งเล็ดลอดไปทำร้ายถึงในห้องนอน โดยที่ทีเกื้อกับเอื้อกานต์ที่เฝ้าอยู่ด้านนอกไม่รู้เรื่อง แถมสัมผัสไม่ได้ถึงสิ่งผิดปกติ

    สภาพของเกริกภพจากกล้องวงจรปิดเหมือนกำลังหลับสบาย ทั้งที่ความเป็นจริงต้องทรมานอย่างหนักเพราะถูกคิมทำให้ขาดอากาศหายใจช้าๆ ก่อนจะเริ่มเค้นความจริงเรื่องทรงพล

    “เมื่อก่อนแกก็เคยเป็นคนดี ทำไมตอนนี้แกถึงได้กลายเป็นคนแบบนี้ได้”

    ควันดำอาคมของคิมทำให้เกริกภพหายใจไม่ออก นอนตาเหลือกบนพื้น คิมเลยยิ่งคาดคั้น

    “ลืมสิ่งที่ตัวเองเคยพูดเอาไว้ จำที่ท่านทรงพลบอกไม่ได้เหรอ”

    เกริกภพเบิกตาโพลงเมื่อคิดถึงทรงพล รุ่นพี่ที่เขาเคารพมาก พร้อมกับบทสนทนาในอดีตลอยมาในหัว

    ทรงพลเคยพูดเสมอถึงอุดมการณ์ในการทำธุรกิจ “คนเราก็ต้องรู้จักแบ่งปันและให้อะไรกับสังคม ตอบแทนสังคมบ้าง ที่สำคัญเราต้องมีคุณธรรมในการทำธุรกิจ ไม่เอาเปรียบคน หลายคน...พอมีเงินก็หลงในอำนาจของเงิน ทำให้เปลี่ยนไป ถูกความโลภครอบงำ แล้วความโลภนี่แหละที่จะกลับมาทำร้ายตัวเราเอง”

    “ผมจะไม่มีทางเป็นแบบนั้นเด็ดขาดครับพี่ ผมจะทำธุรกิจแบบไม่เอาเปรียบคนครับ”

    คำสัญญาจากอดีตทำให้เกริกภพน้ำตาไหลพราก ทวนคำของเพื่อนรุ่นพี่ที่เคารพอย่างยากลำบากเต็มที จนคิมเกือบใจอ่อน แต่ก็ดึงสติกลับมาได้ พยายามคาดคั้นหาความจริงเรื่องพ่อต่อไป

    และจังหวะนี้เอง เอื้อกานต์ซึ่งจับตาดูเกริกภพตลอดก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ อาการกระสับกระส่ายของเจ้าของ โรงงานหนุ่มทำให้เธอตกใจตื่น รีบหาทางพังประตูที่ถูกฮันเตอร์ใช้อาคมล็อกไว้ทันที

    คิมไม่รู้ตัวว่าฮันเตอร์ตามมาช่วยเขาเผด็จศึก ตั้งหน้าตั้งตาเค้นความจริงจากเกริกภพ

    “ปล่อยฉันเถอะนะ...ฉันสำนึกแล้ว ให้ทำอะไรก็ยอม”

    “งั้นก็บอกมาว่าใครเป็นคนต้นคิดฆ่าทรงพล”

    แต่อาคมของฮันเตอร์ก็รั้งพวกทีเกื้อกับเอื้อกานต์ไม่อยู่ พังประตูเข้ามาในที่สุด เกริกภพถูกดึงออกจากภวังค์มืดของคิม โดยมีคุณหมอสาวช่วยใช้พลังพิเศษของตนดึงอาคมออกจากตัว

    ooooooo

    เกริกภพถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังจากนั้น โดยมีเอื้อกานต์ตามประกบถึงห้องฉุกเฉิน คิมได้แต่มองตามเครียดๆ ตั้งใจแค่ให้เจ้าของโรงงานหนุ่มทรมาน จากการสำลักควันดำไปตลอดชีวิต แต่ไม่อยากให้ ถึงตาย

    แต่ฮันเตอร์ซึ่งสังเกตการณ์พฤติกรรมของศิษย์เอกตลอดไม่คิดเช่นนั้น เขาตามติดถึงโรงพยาบาลเพื่อหาทางเล่นงานเกริกภพซ้ำ แต่ไม่ทันลงมือ คิมซึ่งตามมาดูผลงานตัวเองก็เห็นเขาเสียก่อน

    “อาจารย์มาที่นี่ทำไมครับ”

    “ฉันก็มาตรวจดูความเรียบร้อย มาดูว่าแกทำงานสำเร็จรึเปล่า”

    “ครับ...ครั้งนี้ผมคุมอาคมของตัวเองได้ เหยื่อเลยไม่ตาย แต่มันคงเหมือนตายทั้งเป็น”

    “ดี...แกทำงานได้ดีแล้ว”

    ฮันเตอร์ยิ้มเหี้ยม ไม่ยอมบอกศิษย์เอกว่าจะจัดการเก็บงานของอีกฝ่ายในไม่ช้า...

    ทีเกื้อไม่ได้สนใจคิมอาสาสมัครภายในโรงพยาบาล มัวกระวนกระวายเรื่องอาการของเกริกภพ กว่าเอื้อกานต์จะออกจากห้องฉุกเฉิน เขาก็แทบคลั่ง

    “คุณเกริกภพแพ้สารพิษขั้นรุนแรงแบบฉับพลัน ผลเอกซเรย์ออกมาปอดเต็มไปด้วยควันพิษ”

    “มีอาการเหมือนชาวบ้านที่ชุมชนใช่ไหม”

    “ใช่...คนร้ายไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าคุณเกริกภพ แค่ต้องการสั่งสอนให้เขาได้ผลกรรมเหมือนที่เคยทำกับชาวบ้าน”

    “ถ้าแค่นั้นก็ดี แต่ยังไงเกื้อก็ยังไม่ไว้ใจมันหรอก มันอาจจะย้อนกลับมาเล่นงานเหยื่อเมื่อไหร่อีกก็ได้”

    “ไม่ต้องห่วง เอื้อจะคอยดูแลไม่ให้ห่างเลย”

    “ขอบใจมากนะเอื้อ”

    ทีเกื้อผละไปแล้ว เพราะมีเรื่องต้องจัดการที่เซฟเฮาส์ แต่ไม่วายทิ้งนภเพื่อนคู่หูให้ช่วยดูแลแฝดพี่และเกริกภพอีกที คิมเฝ้ามองตลอด ไม่ชอบใจนักที่คุณหมอสาวให้ความสนิทสนมกับตำรวจหนุ่มคู่หูของทีเกื้อไม่น้อย และเขาก็เก็บอาการไม่อยู่เหมือนเคย ทำให้เอื้อกานต์ต้องลากเขาไปคุยอีกทาง

    นภได้แต่มองตามด้วยความหงุดหงิดใจ มั่นใจว่าอาสาสมัครหนุ่มต้องเป็นคู่แข่งหัวใจ แต่เอื้อกานต์ก็ไม่ยี่หระนัก เธอไม่เคยมีใจให้เขา และดูจะให้ความสนใจความรู้สึกของคิมมากกว่า

    “ลากผมมาทำไม ไม่คุยกับแฟนคุณก่อนเหรอ เห็นมาหาหมอวันเว้นวัน”

    เอื้อกานต์ไม่สนใจท่าทางรวนๆ แต่ยอมเล่าเรื่องอาการของเกริกภพ

    “เขาแพ้สารพิษเฉียบพลันน่ะ”

    “สมน้ำหน้า สมควรแล้ว แบบนี้เขาเรียกว่าโรคเวรโรคกรรม”

    น้ำเสียงสะใจของเขาไม่ได้ทำให้เอื้อกานต์เอะใจ แต่ก็ตัดสินใจตัดบทดื้อๆ

    “แล้วไหนบอกว่าวันนี้มีธุระไง...ทำไมถึงมาอยู่นี่ล่ะ”

    “เพิ่งนึกได้ว่ามีงานยังทำไม่เสร็จน่ะ เลยต้องรีบกลับมาเคลียร์”

    “ถึงคุณจะดูแปลกๆ ไม่น่าไว้ใจ แต่ก็เป็นคนดีมีความรับผิดชอบ อุตส่าห์เสียสละเวลามาช่วยงานโรงพยาบาล”

    คำพูดชื่นชมของเธอทำให้คิมละอายใจ และอดไม่ได้จะโพล่งออกไป

    “บางทีผมอาจจะไม่ได้เป็นคนดีแบบที่คุณคิดก็ได้ คนเรามันก็ต้องมีด้านมืดกันทั้งนั้นแหละ”

    “แล้วด้านมืดของคุณเป็นยังไงล่ะ”

    คิมไม่ทันตอบคำถาม เอื้อกานต์ก็ต้องผละไปห้องฉุกเฉิน เมื่อจู่ๆอาการของเขาก็ทรุดฮวบ!

    ooooooo

    เกริกภพอาการแย่ยิ่งกว่าครั้งก่อน พลังอาคมรุนแรงจากไหนสักแห่งทำให้เขาทุรนทุรายมากกว่าเดิม เอื้อกานต์พยายามช่วยสุดความสามารถ แต่ก็ยื้อชีวิตเจ้าของโรงงานหนุ่มไว้ไม่ได้

    ข่าวร้ายเรื่องเกริกภพ ไม่ได้ทำให้แค่พวกตำรวจแตกตื่น แม้แต่คิมที่ไม่ได้คิดจะให้อีกฝ่ายถึงแก่ชีวิตก็ข้องใจมาก โดยไม่รู้เลยว่าทั้งหมดเป็นฝีมือของฮันเตอร์... วายร้ายตัวจริงที่ใช้อาคมปลิดชีพเกริกภพอย่างเลือดเย็น!

    ระหว่างที่ทุกคนวุ่นวายเรื่องเกริกภพ คิมก็ปลีกตัวจากโรงพยาบาลไปหาฮันเตอร์เพื่อถามเรื่องคาใจ

    “ตอนแรกเหยื่อก็รอดแล้ว แล้วทำไมอยู่ๆถึงตายได้”

    “แกอาจจะควบคุมอาคมได้ไม่ดีพอ อาคมเลยย้อนกลับมาทำร้ายเหยื่ออีกครั้ง”

    “ผมก็ระวังอย่างดี...ไม่น่าพลาดได้”

    “แกต้องฝึกสมาธิให้มากกว่านี้...จำไว้”

    ฮันเตอร์โกหกหน้าตาย ก่อนจะตีหน้าเคร่งตัดบทเสียงเรียบ

    “ไม่ต้องคิดมากหรอก มันตายก็ดีแล้ว แกเอาเวลาไปคิดเรื่องจัดการเหยื่อรายต่อไปก็พอ”

    คิมพยายามทำใจให้ได้ตามที่ฮันเตอร์บอก แต่กระนั้น...ความตายของเกริกภพก็กวนใจเขาทั้งคืน จนเก็บไปฝันร้าย ถูกวิญญาณอาฆาตของเจ้าของโรงงานหนุ่มรังควาน และเขาคงจะเป็นบ้าตาย ถ้าไม่สะดุ้งตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์จากเอื้อกานต์ที่บอกว่าเธอจะไม่เข้าโรงพยาบาล แต่จะไปวัดเพื่อช่วยงานศพของเกริกภพ

    แดนไม่เห็นด้วยที่คิมจะตามเอื้อกานต์ไปงานศพ แต่ก็ขัดไม่ได้ อาสาขับรถไปส่ง สัตตบงกชหรือหนูดีก็ไปร่วมงานศพด้วย และท่าทีเศร้าซึมของทีเกื้อก็ทำให้เธออดสงสารไม่ได้ ต้องตามไปปลอบ

    “ดราม่าเป็นพระเอกเอ็มวีไปได้ ดูไม่ใช่คุณเลย”

    “แล้วต้องทำยังไงถึงจะเป็นผม...เต้นเบรกแดนซ์กลางงานศพเหรอ”

    “ก็ต้องแบบนี้แหละถึงจะใช่คุณ...รู้สึกดีขึ้นยัง”

    “นี่คือวิธีปลอบของคุณเหรอ”

    “ใครปลอบคุณ...ฉันซ้ำเติมคุณตะหาก”

    “ปากแข็ง”

    อารมณ์ของทีเกื้อดีขึ้นบ้างเมื่อได้ต่อปากต่อคำกับอดีตคนรัก รู้ดีว่าเธอต้องการทำให้เขายิ้มได้เลยแกล้งกวนประสาท แต่บรรยากาศหวานชื่นเพราะความรักก็อยู่กับเขาไม่นาน พร้อมการปรากฏตัวของคุณหญิงอัปสร

    “แกยังมีหน้ามางานศพเขาอีกเหรอ...ถ้าไม่ใช่เพราะแผนบ้าๆของแก เพื่อนฉันก็คงไม่ตาย แกมันก็ไม่ต่างจากไอ้ฆาตกร...เพราะแกคนเดียว!”

    อาการเกรี้ยวกราดของแม่เลี้ยงคู่ปรับทำให้ทีเกื้อหน้าเสีย แต่ไม่ทันโต้ ธีรนัฐก็โพล่งปกป้องลูกชายคนเล็ก

    “พอเถอะ...เลิกซ้ำเติมคนอื่นได้แล้ว คนเรามันก็พลาดกันได้”

    “ใช่สิ...มันก็พลาดเหมือนแม่มันที่พลาดท้องกับคุณไง”

    คำด่าพาดพิงถึงนวลแม่แท้ๆของฝาแฝดทำให้ทีเกื้อทนไม่ไหว ตอกกลับเสียงเข้ม

    “ถ้าแม่ผมพลาด...ก็พลาดที่มาเจอสามีคุณ โดนสามีคุณหลอกว่าไม่มีครอบครัวมากกว่า!”

    คราวนี้ไม่ใช่แค่คุณหญิงอัปสรที่ผงะ ธีรนัฐก็พลอยสะดุ้งเพราะถูกว่ากระทบ แต่กระนั้นสายตาของผู้คนมากมายในงานศพก็ทำให้ทั้งครอบครัวต้องตัดปัญหา ธีรภูมิรีบพาแม่ไปสงบสติอารมณ์ ส่วนสัตตบงกชหรือหนูดีก็ตามไปปลอบใจทีเกื้อตามประสาคนยังรักเหมือนเคย

    ooooooo

    ท่าทางฮึดฮัดของทีเกื้อทำให้สัตตบงกชหรือหนูดีอดใจฝ่อไม่ได้ แต่ความปรารถนาดีที่อยากให้เขาหายหงุดหงิดมีมากกว่า เลยยอมโผล่หน้าไปปลอบใจ

    “ผมชินแล้วล่ะ...เจอมาแต่เด็กแล้ว คุณเถอะ...จะยอมอยู่กับแม่สามีแบบนี้เหรอ”

    “ทำไมจะอยู่ไม่ได้ล่ะ...คุณหญิงจะเป็นยังไงฉันก็ทนได้ ท่านมีบุญคุณกับฉัน ที่สำคัญพี่ชายคุณก็ดีกับฉันมาก”

    “ไม่ใช่เพราะเขามีเงินให้คุณหรอกเหรอ คุณถึงยอมทน”

    สัตตบงกชเคืองไม่น้อย แต่รู้ว่าเขาไม่รู้เรื่องเลยยอมเก็บอาการ

    “ฉันจะพยายามอดทน เพราะเห็นว่าวันนี้คุณเจอเรื่องแย่ๆมา”

    “เถียงไม่ออกมากกว่า”

    “ถ้าปากแบบนี้ก็ปลอบตัวเองไปก็แล้วกัน”

    จบคำก็ผละไป ทิ้งทีเกื้อให้มองตามด้วยความเสียดาย เอื้อกานต์เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง และอดไม่ได้จะโผล่ไปแขวะแฝดน้อง ด้วยรู้ดีว่าเขาเป็นพวกปากไม่ตรงกับใจ

    “คนเราก็แปลก ทั้งที่รู้สึกดีแต่กลับแสดงออกให้เขารู้สึกแย่...เกื้อยังคิดอะไรกับหนูดีอยู่ใช่ไหม”

    “คิดอะไร...ไม่เถียงแหละ เถียงไปก็โกหกเอื้อไม่รอดทุกที”

    พูดพลางถอนใจยาว ไม่เคยสักครั้งในชีวิตจะมีความลับกับแฝดพี่ได้ เอื้อกานต์เลยถือโอกาสเตือนสติ

    “มันอาจจะทำยาก แต่ถ้าเกื้อไม่อยากจะเจ็บ เกื้อก็ต้องหักห้ามใจให้ได้ ถ้าเกื้อไม่ทำ อีกหน่อยมันก็จะเจ็บไปกันหมด ไม่ใช่แค่เกื้อ หนูดีก็ลำบากใจ ไหนจะพี่ภูมิอีก”

    เรื่องความรักระหว่างทีเกื้อกับสัตตบงกชคงต้องใช้เวลาทำใจอีกนาน แต่เรื่องการตายของเกริกภพเป็นปัญหาหนักอกเฉพาะหน้าที่ทำให้ตำรวจหนุ่มต้องประสาทเสีย

    “คุณหญิงพูดก็ถูก...เกื้ออยากเอาชนะ เลยทำให้เหยื่อต้องตาย เกื้อควรเห็นความปลอดภัยของเหยื่อมากกว่านี้”

    “ก็เก็บไว้เป็นบทเรียน”

    “ปีนี้ต้องเป็นปีชงดวงตกแน่ๆ ทำงานพลาด ทำเหยื่อตาย แม่เลี้ยงด่า แถมแฟนเก่าก็มาคบกับพี่ชายอีก”

    “เดี๋ยวมันก็ผ่านไป”

    “สุดท้ายเกริกภพก็โดนมันฆ่าจนได้ ไหนเอื้อว่ามันแค่ต้องการสั่งสอนเหยื่อเฉยๆ ไม่ได้ตั้งใจจะเอาชีวิต”

    “เอื้อคิดแบบนั้นจริงๆ เอื้อก็ไม่คิดเหมือนกันว่าเขาจะเลวร้ายถึงขนาดนี้”

    “สงสารก็แต่ลูกเกริกภพ ต้องกำพร้าพ่อตั้งแต่ยังเด็ก...”

    บทสนทนาของพี่น้องฝาแฝดทำให้คิมสะเทือนใจมาก ยิ่งได้เห็นภาพลูกชายของเกริกภพร้องไห้เพราะสูญเสียพ่อ ยิ่งทำให้พูดไม่ออก...เริ่มไม่มั่นใจว่าสิ่งที่เกิดทั้งหมด โดยเฉพาะการล้างแค้นแบบฮันเตอร์คือสิ่งที่เขาต้องการหรือไม่

    ฮันเตอร์รับรู้ได้จากญาณพิเศษถึงใจที่ลังเลของศิษย์เอก และไม่รอช้าจะไปพบเพื่อสั่งสอนและเตือนสติ

    “แกจะมางานนี้ทำไม...มาให้ตัวเองอ่อนแอแบบนี้น่ะเหรอ”

    “ผมไม่อยากฆ่าใครแล้ว”

    “แล้วแกไม่คิดจะล้างแค้นให้ครอบครัวแกแล้วเหรอ”

    “คนชั่วพวกนั้นฆ่าพ่อแม่ผม ผมเลยต้องกลับมาล้างแค้น แล้วลูกพวกนั้นจะไม่แค้นผม แล้วมาล้างแค้นแบบที่ผมทำตอนนี้เหรอ ตอนผมเห็นเด็กคนนั้นร้องไห้ ผมก็อดคิดไม่ได้ว่าผมก็ไม่ต่างจากคนพวกนั้นที่ฆ่าพ่อของเขาเหมือนกัน”

    “ฉันเลือกลูกศิษย์มาผิดจริงๆ ถ้าฉันรู้ว่าแกอ่อนแอแบบนี้ ฉันคงทิ้งให้แกตายไปนานแล้ว”

    “ผมขอโทษครับที่ทำให้อาจารย์ผิดหวัง”

    “ถ้าแกยังอ่อนแอ คิดอะไรแบบนี้อยู่ ต่อไปฉันจะจัดการเอง!”

    ooooooo

    บรรยากาศงานศพของเกริกภพเต็มไปด้วยความหดหู่ เหล่าอดีตสมาชิกกลุ่มทุนทีบีและเพื่อนพ้องของเขามาร่วมกันพร้อมหน้า รวมทั้งบดินทร์แขกพิเศษจากต่างแดนที่ทำให้สีหน้าของเหล่าสมาชิกซีดเผือด!

    บดินทร์เป็นอดีตสมาชิกกลุ่มทุนทีบีด้วยเช่นกัน แต่เพราะเขาเลือกไปอยู่ต่างประเทศหลังจากนั้น เลยไม่ค่อยได้มีโอกาสพบเจอหรือสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนเก่า และเขาก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่เชื่อว่าทรงพลจะตายเพราะหนีคดี

    “จนถึงวันนี้ผมก็ยังไม่อยากเชื่อว่าท่านทรงพลจะโกงและค้ายาจริงๆ ผมว่าท่านจะต้องโดนใส่ร้ายแน่ๆ”

    สีหน้าและปฏิกิริยาของเหล่าสมาชิกกลุ่มทุนทีบีทำให้คิมสงสัย เช่นเดียวกับธีรภูมิกับสัตตบงกชที่เชื่อว่าต้องมีบางอย่างเบื้องหลังการตายของทรงพลเมื่อหลายปีก่อน

    “พี่ภูมิพอจะทราบเรื่องที่ผู้ชายคนนั้นพูดไหมคะ เรื่องทีบีกรุ๊ป แล้วก็ท่านทรงพล”

    “พี่รู้แค่ว่าทีบีกรุ๊ปก่อตั้งช่วงยุคฟองสบู่แตก ตอนนั้นหลายบริษัทล้มละลายเป็นแถวๆ ท่านทรงพลเลยตั้งทีบีกรุ๊ปเพื่อรวมกลุ่มนักธุรกิจ คอยช่วยเหลือด้านการเงินการค้า จนหลายบริษัทผ่านพ้นวิกฤติมาได้ก็เพราะท่านทรงพลนี่แหละ”

    สัตตบงกชพยักหน้ารับรู้ ธีรภูมิเลยอธิบายเพิ่มเกี่ยวกับทรงพล “พี่ก็ไม่เคยเจอท่าน แต่ได้ยินจากคุณพ่อว่าท่านเป็นคนเก่งมีน้ำใจ เป็นนักธุรกิจที่ดี มีแต่คนรักท่าน ท่านเลยมีอิทธิพลมากในหมู่นักธุรกิจ”

    “แต่หนูดีคุ้นๆว่าท่านค้ายานี่คะ”

    “ใช่...หลายปีก่อนท่านโดนจับข้อหาค้ายาเสพติด ท่านหนีออกนอกประเทศแล้วประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต หลายคนคิดว่าท่านโดนใส่ร้ายจากคนที่ท่านไปขัดผลประโยชน์”

    ทีเกื้อไม่ได้เห็นภาพความผิดปกติของสมาชิกกลุ่มทุนทีบี แต่เห็นภาพบาดตาบาดใจของธีรภูมิกับสัตตบงกชพูดคุยกันอย่างใกล้ชิดสนิทสนม ตำรวจหนุ่มหงุดหงิดใจมากจนต้องผละไปนั่งคุยกับเอื้อกานต์

    คุณหมอสาวไม่ทันสังเกตอาการหน้านิ่วคิ้วขมวดของแฝดน้อง มัวสะระตะเรื่องการตายแบบผิดปกติของเกริกภพที่น่าจะมาจากอาคมของคนอื่น ไม่ใช่จากชายสวมหน้ากาก

    “ตอนที่พี่ปะทะกับพลังของคนร้ายสองรอบ พลังมันแตกต่างกัน พลังที่มาในรอบที่สองมีทั้งกลิ่นของโทสะ โมหะ มีความเลือดเย็น เต็มไปด้วยความแค้น รุนแรงน่ากลัวกว่าพลังครั้งแรกเยอะ”

    “เอื้อแน่ใจเหรอ”

    “ที่สำคัญศพของเกริกภพ...ไม่มีสัญลักษณ์ของคนร้ายเหมือนศพรายก่อนๆด้วย”

    “แล้วตอนเอื้อพิสูจน์ศพเกริกภพ ได้ลองใช้จิตสัมผัสดูเหมือนตอนคมกฤชรึเปล่า เผื่อจะเห็นว่าใครเป็นคนทำ”

    “เอื้อมัวแต่เสียใจ ตกใจ เลยยังไม่เช็กน่ะ”

    ทีเกื้อเลยพาแฝดพี่ไปตรวจสอบศพของเกริกภพกลางดึกของคืนนั้นเอง แต่ก็ไม่พบเบาะแส นอกจากพลังอาฆาตรุนแรงที่ตามหาตัวคนทำไม่ได้ นอกจากสถานที่ทำพิธีเป็นดาดฟ้าของตึกร้างแห่งหนึ่งเท่านั้น

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้
    30 ก.ย. 2563

    03:15 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 07:30 น.