ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    อาคม

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: "อาคม" ละเครแนวสืบสวน-แฟนตาซี ได้ "เจมส์ มาร์" ประกบ "มาร์กี้"

    เอื้อกานต์แอบเข้าไปในโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปของเกริกภพเพื่อตามหาความจริงเรื่องสารพิษ แต่ก็เกือบเอาชีวิตไปทิ้ง ถ้าคิมในคราบนักข่าวจะไม่ช่วยไว้ด้วยการดึงเธอไปหลบในมุมลับตาสัมผัสแนบชิดทำให้เอื้อกานต์หัวใจเต้นแรง

    และคิมก็รับรู้ได้เช่นกันแต่เก็บอาการ ทำเป็นไม่รู้สึกรู้สา เอื้อกานต์พยายามข่มใจตัวเองอย่างหนัก ก่อนจะตื่นจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงครางของใครบางคน!

    ชาวบ้านในชุมชนนั่นเองที่ถูกลูกน้องของเกริกภพซ้อมจนเลือดอาบ โทษฐานเป็นตัวตั้งตัวตีร้องเรียน เรื่องสารพิษจากโรงงาน เอื้อกานต์ทนไม่ไหวจะไปช่วย แต่ก็ถูกคิมรั้งไว้ด้วยความเป็นห่วง

    เอื้อกานต์เจ็บใจที่ช่วยชาวบ้านไม่ได้ และเมื่อคิมพาเธอหนีได้สำเร็จ ก็ประกาศกร้าว

    “ฉันจะไปแจ้งความ นายก็ต้องไปเป็นพยานกับฉันด้วย”

    “แจ้งความ...แจ้งเรื่องอะไร”

    “ก็แจ้งทุกเรื่อง เรื่องเขาข่มขู่ชาวบ้าน แล้วก็ทำร้ายชายชาวบ้านคนนั้นด้วย”

    “เจ้าตัวคนที่เขาเดือดร้อน เขายังไม่คิดจะทำอะไร แล้วคุณจะไปยุ่งอะไรด้วย”

    “ก็ดีกว่าอยู่เฉยๆ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เหมือนคุณ”

    “คนอย่างเกริกภพแจ้งความไปก็ทำอะไรเขาไม่ได้อยู่ดี เผลอๆคุณจะทำให้ชายหนุ่มคนนั้นเดือดร้อนหนักกว่าเก่าด้วย...ตั้งสติก่อนแล้วค่อยๆคิด มันน่าจะมีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้”

    คำแนะนำของคิมทำให้เอื้อกานต์ได้สติ ยอมอ่อนท่าทีและหันไปสนใจเรื่องเขาบ้าง โดยเฉพาะสาเหตุที่เขามาโผล่ที่โรงงาน คิมอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะแก้ตัวแบบขอไปทีว่ามาทำข่าว แล้วขอตัวดื้อๆ แต่ก็ถูกคุณหมอสาวรั้งตัวไว้

    “วันนั้นที่โรงพยาบาล คุณทำอะไรฉัน ฉันถึงได้สลบ”

    “อยู่ๆคุณก็เป็นลมสลบไป ผมพยายามปฐมพยาบาลแต่คุณก็ไม่ฟื้น ผมต้องรีบไปทำข่าวก็เลยไม่ได้อยู่เฝ้า”

    เอื้อกานต์มองหน้าเขานิ่ง ไม่แน่ใจว่าควรเชื่อหรือไม่ คิมได้ยินความคิดของเธอเลยดักคอ

    “ถ้าผมคิดจะทำร้ายคุณ ผมจะอุ้มคุณไปนอนที่เตียงทำไม...หนักก็หนัก”

    คำพูดแซวของเขาทำให้เอื้อกานต์มองมาค้อนๆ ยังไม่ค่อยเชื่อ คิมเลยต้องแกล้งพูด

    “ผมดูท่าทางเหมือนคนร้ายเหรอ...”

    คิมแยกตัวไปหลังจากนั้น ทิ้งเอื้อกานต์ให้จมกับความสงสัยและคาใจเกี่ยวกับเขา แต่เมื่อกลับถึงคอนโด คุณหมอสาวก็ต้องสลัดเรื่องคิมทิ้งชั่วคราว เพราะทีเกื้อมีท่าทางน่าเห็นใจมากกว่า

    “มิน่าล่ะ...ทำไมวันนี้เอื้อถึงหงุดหงิดทั้งวัน... เพราะเกื้อนี่เอง”

    ความจริงเรื่องสัตตบงกชอดีตคนรักกลายเป็นว่าที่พี่สะใภ้ทำให้ทีเกื้อช็อกไม่หาย และเอื้อกานต์ก็รู้ดี

    “ไม่สบายใจที่ต้องไปดูพ่อ หรือว่าเครียดที่ต้องเจอหนูดีกันแน่”

    ทีเกื้อส่ายหน้า ตอบเลี่ยงๆ “ไม่รู้สิ”

    “เกื้ออย่าหนีทุกข์ มีทุกข์ก็ให้รู้มันสิ อย่าหนีมัน อย่าพยายามปฏิเสธ...ถ้าพรุ่งนี้จะต้องเจอเขา ก็ให้มันเจ็บวันพรุ่งนี้ จะมากังวลฟุ้งซ่านเรื่องเก่าๆให้มันทำร้ายจิตใจเราตั้งแต่เดี๋ยวนี้ไปทำไม”

    “นั่นสิ...เวลานี้เกื้อทุกข์เพราะคิด”

    “ในเมื่อเลี่ยงไม่เจอไม่ได้ แล้วจะแก้ปัญหายังไงต่อไปล่ะ”

    “คงต้องรีบปิดคดีนี้ให้ได้เร็วๆ จะได้ไม่ต้องไปทำงานที่สถานีอีก...”

    ooooooo

    เรื่องชาวบ้านถูกทำร้ายและข่มขู่ทำให้เอื้อกานต์ร้อนใจ ตัดสินใจโทร.ขอร้องธีรภูมิพี่ชายคนละแม่ให้ช่วยทำสกู๊ปพิเศษเรื่องสารพิษจากโรงงานของเกริกภพ แต่เพราะเธอยังไม่มีหลักฐานหรือพยานบุคคล เขาเลยยับยั้งไว้ รอจนรวบรวมหลักฐานและข้อมูลได้มากกว่านี้ ค่อยเปิดประเด็นก็ยังไม่สาย

    คิมรู้ว่าเอื้อกานต์คงไม่หยุดเรื่องเปิดโปงโรงงานของเกริกภพ และเธอก็ต้องการหลักฐาน เลยส่งภาพถ่ายในโรงงานที่เขาแอบถ่ายตอนเก็บข้อมูลของเกริกภพ ให้เธอ คุณหมอสาวดีใจมาก แต่เมื่อพยายามติดต่อกลับเพื่อขอข้อมูลเพิ่มและขอบคุณ เบอร์มือถือนั้นก็ติดต่อไม่ได้แล้ว

    หลังส่งหลักฐานให้เอื้อกานต์ คิมก็ให้แดนนำยาไปให้ชาวบ้านที่ถูกทำร้าย เพราะไม่อยากให้ใครจำหน้าได้และสาวถึงตัว ก่อนที่ตัวเองจะบุกไปจัดการเหล่าลูกน้องจอมกร่างของเกริกภพในคืนต่อมา เหล่าลูกน้องของเกริกภพถูกซ้อมจนน่วม ก่อนจะถูกจับแก้ผ้า มัดมือมัดเท้า นำไปโยนทิ้งบ่อน้ำ พร้อมข้อความฝากถึงเกริกภพ ให้เลิกปล่อยสารพิษและข่มขู่ชาวบ้าน หากไม่อยากมีชะตากรรมเดียวกัน!

    เกริกภพมองสภาพสะบักสะบอมของเหล่าลูกน้องด้วยสีหน้าตกตะลึง จากคำบอกเล่า ชายปริศนาที่บุกโรงงานของเขากลางดึกสวมชุดดำและหน้ากาก ลักษณะท่าทางและคำขู่เหมือนจะเป็นคนร้ายคนเดียวกับที่ฆ่าคมกฤช นั่นทำให้เจ้าของโรงงานหนุ่มใจไม่ดี ร้อนถึงท่านรองฯผู้บังคับบัญชาของทีเกื้อต้องคิดแผนคุ้มกันอย่างจริงจัง

    ทีเกื้อถูกเรียกตัวมาหารือ จึงได้รู้เป็นครั้งแรกว่าท่านรองฯมีความรู้เรื่องวิชาอาคมอยู่บ้างจากดาบอินตา แท้ๆของเขา เพราะเคยสืบคดีร่วมกันเมื่อหลายปีก่อน เบาะแสและหลักฐานเกี่ยวกับชายผู้สวมหน้ากากทำให้ท่านรองฯสันนิษฐานว่าคงเป็นพวกมีอาคม เลยอยากให้ทีเกื้อช่วยคุ้มกันเป้าหมายที่เหลือด้วยการระวังของรักของหวง

    “คุณต้องคอยสังเกตพฤติกรรมพวกเขาว่ามีคนแปลกหน้ามายุ่มย่ามหรือมีของหายหรือเปล่า เพราะการกระทำของใส่ใคร...มันต้องมีของที่เป็นสื่อแทนตัวเหยื่อ พูดง่ายๆ...ต้องเป็นของที่มีความสำคัญ สื่อถึงจิตคนคนนั้นได้จะยิ่งดี”

    เกริกภพกับเดชาได้ข้อสรุปจากท่านรองฯก็ย่ามใจ คิดว่าไม่มีทางที่ใครจะล่วงรู้ถึงของรักของหวง แต่ทั้งสองก็คาดไม่ถึงว่าคิม แดนและฮันเตอร์จะปลอมตัวสะกดรอยตามพวกเขาไปทุกที่เพื่อหาข้อมูล

    และเป้าหมายต่อไปของฮันเตอร์ก็คือเกริกภพ เจ้าของโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูป อดีตคนเคยจนที่กัดฟันสู้จนมีวันนี้ แต่อำนาจและความโลภก็ทำให้เขาเปลี่ยนไป จากชายหนุ่มสู้ชีวิตกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวในชั่วข้ามคืน!

    อิทธิพลของเกริกภพแผ่ขยายทั่วชุมชน เอื้อกานต์หนักใจมาก เธอพยายามหาหลักฐานทั้งพยานวัตถุและบุคคลเพื่อเปิดโปงเรื่องสารพิษจากโรงงาน แต่ก็ไม่มีชาวบ้านคนไหนให้ความร่วมมือเพราะไม่อยากเดือดร้อน

    เมื่อเกริกภพได้รับรายงานจากลูกน้องเรื่องเอื้อกานต์ ก็คิดสั่งสอน ส่งคนไปลวงคุณหมอสาวมาพบ แต่ทุกอย่างก็ต้องผิดแผน เพราะคิมในคราบชายสวมหน้ากากโผล่มาช่วยไว้ทัน!

    ooooooo

    เอื้อกานต์ถูกโปะยาสลบ แต่กระนั้นช่วงเวลาก่อนหมดสติ เธอก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นอันคุ้นเคย คิมหรือทรงกลดนั่นเองที่ตามมาช่วยไว้ทันเวลา เขาพาเธอหลบไปพักในสวนสาธารณะ ก่อนจะรีบผละไปอย่างแสนเสียดาย เพราะรับรู้ได้ด้วยญาณพิเศษว่าทีเกื้อกำลังมุ่งมาทางนี้

    ทีเกื้อกระวนกระวายใจมากเมื่อได้รับสายจากใครบางคนให้ไปรับพี่สาวฝาแฝด ตั้งท่าไปเอาเรื่องเต็มที่ด้วยมั่นใจว่าเป็นฝีมือพวกเกริกภพ แต่เอื้อกานต์ก็รั้งไว้เพราะไม่มีหลักฐานพอจะเอาผิดได้

    เกริกภพหัวเสียมากเมื่อรู้จากลูกน้องถึงแผนอันล้มเหลว เช่นเดียวกับคิมแทบคลั่งกับสิ่งที่เกิดกับเอื้อกานต์

    “พี่ไม่น่าส่งหลักฐานไปให้หมอเอื้อเลย”

    ท่าทางเป็นทุกข์เป็นร้อนของคิม ทำให้แดนนิ่วหน้า ก่อนจะเย้ายิ้มๆ

    “เป็นห่วงคุณหมอคนสวยเหรอ”

    “เขาเดือดร้อน เป็นแบบนี้ก็เพราะพี่”

    “ถ้าเป็นห่วง...ก็หาทางไปอยู่ใกล้ๆเขาสิ มีอะไรจะได้ช่วยทัน จะได้สืบเรื่องเกริกภพจากหมอเอื้อด้วย”

    คำแนะนำของแดนทำให้คิมตัดสินใจปลอมตัวเป็นอาสาสมัครที่โรงพยาบาล ทั้งเพื่อสืบเรื่องคดีของคมกฤชและดูแลเอื้อกานต์ คุณหมอสาวที่กำลังเคลิ้มเพราะคิดถึงเหตุการณ์สุดระทึกเมื่อคืนก่อน ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นเขา

    คิมเห็นสีหน้าอึ้งๆของคุณหมอสาวก็นึกเอ็นดู ยิ่งได้ยินเสียงในใจเธอที่สงสัยการปรากฏตัวของเขา ยิ่งชอบใจ และท่าทางอึกๆอักๆของเธอก็ทำให้เขาแกล้งถาม

    “คุณมีอะไรคาใจกับผมรึเปล่า”

    “คุณเป็นนักข่าวไม่ใช่เหรอ แล้วจะมาทำงานที่นี่ทำไม”

    “ผมก็อยากแบ่งเวลาทำงานช่วยเหลือสังคมบ้าง... ผิดตรงไหนครับคุณหมอ”

    “ทำความดี...มันก็ไม่ผิดหรอก ถ้าคุณไม่มีจุดประสงค์แอบแฝง คุณมีจุดประสงค์อะไรกันแน่”

    คิมตัดสินใจบอกความจริงแค่ครึ่งเดียว “ใช่...ผมมีจุดประสงค์จริงๆ ผมตั้งใจมาสืบข่าวเรื่องโรงงานเกริกภพ อีกอย่าง...มาทำงานที่โรงพยาบาล อาจจะทำให้ได้ข่าวหรือเคสอะไรเด็ดๆที่น่าสนใจไปทำข่าวก็ได้...อย่างเช่นข่าวคุณหมอสาวสวยทำคนไข้หัวใจวายเพราะทนเสน่ห์ความน่ารักของคุณหมอไม่ไหว...แบบนี้เป็นต้น”

    รอยยิ้มใสซื่อและคำพูดเย้าแหย่ของเขาทำให้เอื้อกานต์เขินไม่น้อย ต้องแก้เก้อด้วยการใช้งานเขาอย่างหนัก แต่เขาก็ไม่ปริปากบ่น ก่อนจะต้องนิ่วหน้า เมื่อมีแขกมาทักทายคุณหมอสาว

    ศักดิ์ชายเจ้าของบริษัทขนส่งรายใหญ่ของประเทศ หนึ่งในอดีตสมาชิกกลุ่มทุนทีบีของทรงพล พ่อของทรงกลดนั่นเองที่แวะมาโรงพยาบาลเพื่อบริจาคยา

    “เป็นยังไงบ้างคุณหมอ ไม่ได้เจอนานเลยนะ ได้ยินว่าช่วงนี้งานหนักเลย ทั้งงานราษฎร์งานหลวง ต้องออกหน่วยไปดูแลชาวบ้านที่ชุมชนอีก...ผมเอายาแก้แพ้ แก้คันมาให้ เห็นชาวบ้านที่ชุมชนเดือดร้อนเพราะสารพิษ”

    “ค่ะ...เอื้อขอบคุณแทนชาวบ้านนะคะ เพราะยาบริษัทคุณศักดิ์ชาย เลยต่อชีวิตให้กับชาวบ้านหลายคนเลยค่ะ”

    “ไม่เป็นไรหรอกครับ...ผมก็ได้กำไรจากการขายยา ก็ต้องคืนกำไรให้กับสังคมบ้าง รับบ้างให้บ้าง แบ่งปันกันไป”

    เอื้อกานต์ยิ้มรับ ชื่นชมจากใจจริง ต่างจากคิมที่มองมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ศักดิ์ชายเห็นหน้าอาสาสมัครหนุ่มก็รู้สึกคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก แต่ไม่ทันได้ถามเอื้อกานต์ก็ใช้ให้เขาขนกล่องยาจากไปแล้ว

    ooooooo

    ใบหน้าของอาสาสมัครหนุ่มที่โรงพยาบาลคาใจศักดิ์ชายมาก เพราะแลดูคล้ายใครบางคนที่เขารู้จักเมื่อหลายปีก่อน...ทรงพลนั่นเอง อดีตผู้ก่อตั้งกลุ่มทุนทีบีผู้ล่วงลับ

    ศักดิ์ชายเป็นเพื่อนรักของทรงพล เช่นเดียวกับธีรนัฐ ทั้งสามร่วมก่อตั้งกลุ่มทุนทีบีเพื่อช่วยเหลือนักธุรกิจที่ขาดสภาพคล่อง การสูญเสียเพื่อนรักเพราะเหตุเครื่องบินตกเมื่อหลายปีก่อนทำให้เขาเสียใจมาก และวันนี้เขาก็ไปโรงพยาบาลเพื่อไถ่โทษ หลังจากสืบจนรู้ความจริงถึงวีรกรรมชั่วร้ายของเกริกภพ

    “ฉันจะไม่ยอมให้เกริกภพทำทีบีกรุ๊ปที่นายสร้างมาย่ำแย่ลงเด็ดขาด!”

    หลังเหตุการณ์เอื้อกานต์ถูกลวงไปทำร้าย ทีเกื้อก็ไม่นิ่งนอนใจ ปะติดปะต่อเรื่องราวและเบาะแสต่างๆจนมั่นใจว่าเหยื่อรายต่อไปของชายปริศนาสวมหน้ากากก็คือเกริกภพ จึงไม่รอช้ากำชับนภเพื่อนคู่หูที่รับผิดชอบคุ้มกันเกริกภพโดยตรงให้ดูแลอย่างดี ส่วนตัวเองจะไปขอข้อมูลเพิ่มจากธีรภูมิพี่ชายคนละแม่

    ธีรภูมิมอบหมายให้น้องชายคุยข้อมูลจากคู่หมั้นสาว เพราะเห็นว่าเธอเกาะติดเรื่องนี้มาตลอด สัตตบงกชลำบากใจมาก พยายามเลี่ยงทุกทางแต่ก็ถูกส่งไปสืบข่าวกับเขาจนได้

    ทีเกื้อก็อึดอัดใจไม่แพ้กัน แต่เลือกเก็บอาการและแกล้งกวนประสาทแทนเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกจริงๆ

    “โลกกลมดีเนอะ...อยู่ๆคุณก็กลายมาเป็นแฟนพี่ชายผมได้”

    “ฉันก็ตกใจเหมือนกัน...คุณก็ไม่เคยเล่าเลยนะว่าคุณเป็นลูกใคร”

    “ทำไมต้องบอกด้วยล่ะ...ถ้าบอกว่าผมเป็นลูกมหาเศรษฐี คุณจะไม่ทิ้งผมงั้นเหรอ”

    “นี่! เห็นฉันเป็นคนยังไงฮะ”

    “คุณทำยังไง ผมก็เข้าใจอย่างนั้นแหละ”

    “ไม่รู้เรื่องอะไรจริงก็อย่าพูดดีกว่า แต่ละคนก็ต่างมีปัญหาของตัวเอง ก็เหมือนที่คุณไม่ยอมบอกว่าเป็นลูกคุณลุง ก็เพราะว่ามีปัญหาเหมือนกันใช่ไหมล่ะ...”

    คำถามของอดีตคนรักทำให้ทีเกื้ออึ้งไปอึดใจ ภาพอดีตวัยเด็กผุดในหัวอีกครั้ง ตอนที่แม่กับตาแท้ๆ

    ของเขากับเอื้อกานต์ตายจาก ธีรนัฐจึงไปรับพวกเขามาอยู่ด้วย แต่คุณหญิงอัปสรก็ไม่ยอมท่าเดียว

    “ตอนนี้เด็กๆก็ไม่เหลือใครแล้ว คิดว่าเห็นแก่ผมเถอะนะ ให้ผมได้มีโอกาสได้ดูแลลูกผมด้วย”

    “ลูกที่เกิดจากนังเมียน้อยน่ะเหรอ”

    “คุณหญิง! ถ้าคุณไม่ยอม...ผมก็คงไม่มีทางเลือก ผมคงต้องออกไปอยู่กับเด็กๆ”

    “ก็ได้! ฉันยอมให้พวกมันอยู่ที่บ้านก็ได้ แต่ไปอยู่บ้านเล็กกับแม่คุณนะ ห้ามขึ้นมาเหยียบบ้านใหญ่เด็ดขาด แล้วก็ห้ามเซ็นรับมันเป็นลูก แล้วก็ห้ามไม่ให้พวกมันเรียกคุณว่าพ่อเด็ดขาด!”

    ธีรนัฐต้องยอมรับเงื่อนไขเพราะอยากเลี้ยงสองแฝด แต่นั่นกลับสร้างความน้อยใจและไม่พอใจให้แก่ทีเกื้อเป็นอย่างมาก เอื้อกานต์ก็รู้สึกไม่ต่างจากแฝดน้อง แต่เพราะนิสัยใจเย็นกว่าเลยไม่แสดงอาการชัดเจนนัก

    ความรังเกียจฝาแฝดของคุณหญิงอัปสรไม่ได้ลดน้อยตามกาลเวลา แม้ว่าสองพี่น้องจะย้ายไปอยู่คอนโดแล้วหลังเรียนจบและมีหน้าที่การงานมั่นคง เธอก็ไม่เคยพอใจและเคืองมากเมื่อรู้ว่าทีเกื้อมาหาธีรนัฐเมื่อวันก่อน

    “คุณปล่อยให้ไอ้ลูกเมียน้อยของคุณเข้ามาวุ่นวายในบริษัทเราได้ยังไง”

    “เกื้อน่ะเหรอ...เขาไม่ได้มาวุ่นวาย เขามาทำงาน ท่านรองฯส่งเกื้อมาดูแลความปลอดภัยให้ผม”

    “งั้นคุณก็บอกท่านรองฯซะว่าให้เปลี่ยนคนอื่นมาดูแลแทน”

    “ให้เกื้อมาดูแลผมไม่ดีตรงไหน”

    “ไม่ดีตรงที่มันเป็นลูกนังนวลไง ถ้าใครรู้ว่ามันเป็นลูกของคุณขึ้นมาจะว่ายังไง”

    “ก็ไม่ยังไง”

    “แต่ฉันไม่ต้องการให้คุณเสียชื่อเสียง แล้วก็ไม่อยากให้ใครรู้ว่าตาภูมิของเรามีพี่น้องที่ไหนด้วย”

    ธีรภูมิโผล่มาทันได้ยินประโยคของแม่พอดี

    ส่ายหน้าหน่ายๆ ก่อนโพล่งเสียงเรียบ

    “แต่ผมอยากมีน้องนะครับ”

    “ไม่เอาน่าลูก ห้ามไปนับญาติกับมันเด็ดขาด... เข้าใจไหม”

    น้ำเสียงเคร่งเครียดของแม่ทำให้ธีรภูมิเหนื่อยใจ เข้าใจความรู้สึกของแม่ดี แต่เขาก็รักพ่อและฝาแฝดด้วย เลยเลือกจะไกล่เกลี่ยและเกลี้ยกล่อมให้แม่ยอมรับการตัดสินใจของพ่อแทน

    “ไม่เข้าใจครับ...ผมว่าให้เกื้อมาดูแลคุณพ่อดีแล้ว ยังไงเกื้อก็ลูกคุณพ่อ ต้องดูแลคุณพ่อได้ดีกว่าตำรวจคนอื่นอยู่แล้ว...หรือว่าคุณแม่ไม่รักคุณพ่อล่ะครับ”

    คุณหญิงอัปสรถึงกับไปไม่ถูกเมื่อเจอคำถามลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ทุกครั้งที่เถียงกันเธอเป็นฝ่ายแพ้ทางให้ตลอด และวันนี้ก็ไม่ต่างจากวันอื่นๆ แต่กระนั้นเธอก็ไม่วายชี้หน้าคาดโทษสามี

    “ก็ได้...เห็นว่าลูกขอไว้หรอกนะ แต่ถ้าพนักงานรู้ว่ามันเป็นลูกคุณ ฉันไม่ยอมแน่!”

    ooooooo

    คิมในคราบอาสาสมัครตามเอื้อกานต์ไปแจกยาในชุมชน ชาวบ้านมากมายแวะเวียนมารับยาและให้เธอตรวจอาการ ก่อนที่บางคนจะคอตกกลับบ้านเพราะยาหมด

    สีหน้าผิดหวังของชาวบ้านทำให้เอื้อกานต์สงสารและรู้สึกผิด จนต้องออกปากสัญญาจะหาทางเบิกยามาเพิ่มให้ ลุงยิ้มชายชราในชุมชนที่คุ้นเคยกับเธอดีรอโอกาสอยู่แล้ว เดินไปดักหน้าและสารภาพความผิดเมื่อคราวก่อน เพราะโดนขู่จะทำร้ายเลยยอมเรียกตัวเธอมาพบจนเธอเกือบตาย

    “หมอเป็นยังไงบ้าง เมื่อคืนพวกนั้นมันทำอะไร หมอรึเปล่า ลุงขอโทษนะ...ลุงขอโทษ”

    “ไม่เป็นไรค่ะลุง มีคนมาช่วยหมอได้ทัน หมอไม่เป็นอะไรค่ะ”

    “ลุงขอโทษนะ พวกมันขู่ลุง ลุงไม่มีทางเลือกจริงๆ หมอจะด่าจะว่าลุงยังไงก็ได้...ลุงยินดี”

    “เอื้อไม่ว่าอะไรลุงหรอกค่ะ...เอื้อเข้าใจ”

    “อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะหมอ หมออย่ายุ่งเรื่องนายเกริกภพเลย...ลุงเป็นห่วง ไม่อยากให้หมอเดือดร้อน ...รับปากลุงนะว่าจะไม่ยุ่งเรื่องนี้อีก”

    เอื้อกานต์ไม่ถือโทษโกรธลุงยิ้ม และไม่ยอมรับปากด้วย คิมเฝ้ามองด้วยความเป็นห่วง ไม่อยากให้เธอเสี่ยงอีก แต่ไม่ทันเตือน เขาก็ต้องรีบเฉไฉเปลี่ยนเรื่องเพราะดันทำตัวน่าสงสัย!

    เมนูอาหารที่เขาสั่งดันเป็นอันเดียวกับที่ทรงกลดชอบเมื่อหลายปีก่อน และคิมก็ลืมสนิท เผลอสั่งออกไปตามที่ใจคิด ทำให้เอื้อกานต์มองมาด้วยความสงสัย

    คิมร้อนตัวมาก รีบเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย

    “ถ้าอยากจะช่วยชาวบ้าน...ก็ช่วยด้วยวิธีนี้ดีกว่านะ เอายามาให้ คอยรักษาตามหน้าที่ของหมอไป”

    “แต่มันก็เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุนะ จะไม่ดีกว่าเหรอ...ถ้าเราแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้ ชาวบ้านจะได้ไม่ต้องมาป่วยแบบนี้ คุณไม่ต้องห่วงฉันหรอก ถ้าเกิดอะไรขึ้น...ฉันเชื่อว่ามนุษย์หน้ากากคนนั้นจะมาช่วยฉันทัน”

    “โลกสวยไปรึเปล่า...คิดว่าตัวเองเป็นนางเอกรึไง หมอคงไม่โชคดีแบบนั้นตลอด แล้วเขาก็คงไม่มาให้เจอบ่อยๆ”

    แต่กระนั้นเสียงในใจเธอที่ร่ำร้องอยากเจอเขาอีก ทำให้เขาอดแกล้งถามไม่ได้ “แล้วหมอไม่กลัวเหรอ ผมตามสืบเรื่องนี้ ผมรู้ว่าเขาเป็นคนร้ายฆ่าคน คดีนักธุรกิจที่ตายต่อเนื่องก็อาจเป็นฝีมือเขา”

    “แต่มันก็อาจจะไม่ใช่ฝีมือเขาก็ได้ ถ้าเขาเป็นคนไม่ดี เขาคงไม่มาช่วยชาวบ้านแล้วก็ช่วยฉันไว้หรอก... จริงไหม...แต่ก็นะ...เขาฆ่าคนตาย ฆ่าคนก็ผิดหมด ต่อให้คนนั้นจะเลวก็เถอะ”

    คิมหุบยิ้ม ก่อนจะยิ้มได้ใหม่เมื่อได้ยินประโยคถัดมาของเธอ

    “แต่ลึกๆ...จากที่ได้เจอ ได้สัมผัส ฉันก็ไม่คิดว่าเขาจะฆ่าคนได้”

    “เจอแค่แป๊บเดียว หมอจะไปรู้ได้ไงว่าเขาเป็นคนดีหรือไม่ดี”

    “ฉันก็ไม่รู้...แต่ฉันเชื่อความรู้สึกของฉัน เหมือนที่ฉันระแวงคุณ แต่ลึกๆฉันก็คิดว่าคุณไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร...”

    เอื้อกานต์รีบกลับโรงพยาบาลเพื่อเบิกยาเพิ่มหลังจากนั้น แต่ก็ต้องเซ็งจัดเพราะผู้อำนวยการไม่อยู่เซ็นอนุมัติให้ คุณหมอสาวกลุ้มใจมากเพราะสัญญากับชาวบ้านไว้ จนต้องแอบส่งกระแสจิตถึงชายหนุ่มสวมหน้ากาก อยากรู้ว่าหากเป็นเขาจะมีวิธีช่วยชาวบ้านได้อย่างไรบ้าง

    คิมตื่นเต้นมาก เพิ่งรู้ว่าสามารถติดต่อคุณหมอสาวทางนี้ได้ แต่กระนั้น...ความลับเรื่องเขาคือคิมและทรงกลด อดีตคนรักของเธอก็ทำให้ต้องใช้พลังปกปิด ไม่ให้เธอเห็นหน้าตาที่แท้จริง

    สองหนุ่มสาวคงคุยกันอีกนาน ถ้าคิมจะไม่สัมผัสได้ถึงพลังมืดของฮันเตอร์ เขารีบผละจากนิมิตของคุณหมอสาว และไปรับหน้าอาจารย์หนุ่มใหญ่ที่กำลังสำรวจห้องของเขาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด!

    ooooooo

    ฮันเตอร์ คิม บุกถึงห้องศิษย์เอกเพราะร้อนใจเรื่องเกริกภพ อยากให้อีกฝ่ายล้างแค้นให้สิ้นซาก และคิมรู้ดีแต่ก็รั้งรอเพราะยังหาของรักของหวงของเป้าหมายล่าสุดไม่พบ

    “ทำไมอาจารย์ถึงไม่บอกผมทีเดียวไปเลยล่ะครับว่าเหยื่อทั้งหมดมีใครบ้าง...ผมจะได้รู้”

    “แกมีหน้าที่ทำตามที่ฉันสั่ง ตอนนี้จัดการเหยื่อตรงหน้าให้เรียบร้อย ทำงานนี้เสร็จเมื่อไหร่ ฉันจะบอกแกเอง”

    คิมพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “ผมมีเรื่องสงสัย...เรื่องการสื่อสารทางจิต...ทำไมผมถึงอ่านใจบางคนได้ อ่านใจบางคนไม่ได้ หรือถอดจิตไปหาได้แค่บางคน”

    “การที่เราจะอ่านใจใครได้ หรือสื่อสารทางจิตกับใครได้ ต้องมีจิตที่สื่อถึงกัน อาจเป็นคนในครอบครัวหรือคนรัก เหมือนคลื่นที่ตรงกัน จูนกันติดก็จะสามารถสื่อสารกันได้”

    “มันจะจูนกันติดง่ายอย่างนั้นเลยเหรอครับ”

    “ใช่...แต่เราไม่มีทางรู้หรอกนะว่าเราจะจูนติดตอนไหนเมื่อไหร่ ทางที่ดีฝึกจิตไว้ให้ดีก็เป็นพอ”

    คำอธิบายของอาจารย์ทำให้คิมรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก และท่าทางนั้นก็ทำให้ฮันเตอร์สงสัย

    “แกถามทำไม...หรือว่าแกมีคลื่นตรงกับใคร”

    “ผมแค่ถามเฉยๆครับ”

    “ก็ดี...หวังว่าแกคงไม่ได้ไปตกหลุมรักใครเข้านะ รู้ใช่ไหมว่าถ้าจะเลือกทางนี้...แกจะไม่สามารถรักใครได้อีก!”

    แต่ถึงขู่ไปแบบนั้น ฮันเตอร์ก็ไม่วางใจ ปรี่ไปคาดคั้นแดนถึงความผิดปกติของคิม แฮกเกอร์หนุ่มเชื่อว่าเป็นเพราะเอื้อกานต์ แต่ไม่ยอมบอกความจริง ได้แต่แถและเฉไฉกลบเกลื่อนไปเรื่อย

    คิมไม่ได้สนใจเรื่องอาจารย์หนุ่มใหญ่ มัวคิดมากเรื่องชาวบ้านจนนอนไม่หลับ ต้องโทร.จิกแดนกลางดึกให้ขโมยยาจากโรงพยาบาลไปแจกชาวบ้าน เอื้อกานต์รับรู้เรื่องยาถูกขโมยในเช้าวันต่อมา แปลกใจแต่ก็สะใจด้วย นึกยินดีอย่างบอกไม่ถูกที่พวกชาวบ้านจะมียารักษาอาการแพ้สารพิษตามต้องการ

    ใบหน้ายิ้มแย้มเต็มอิ่มด้วยความสุขของเอื้อกานต์ทำให้คิมที่เฝ้ามองห่างๆชอบใจ แดนตั้งท่าจะเย้าอยู่แล้ว ก่อนจะต้องแตกกระเจิงกันทั้งสองคนเมื่อฮันเตอร์ปรากฏตัว!

    “มัวแต่ยุ่งเรื่องคนอื่นแบบนี้ ไม่น่า...งานของแกถึงไม่ไปไหนซะที”

    แดนพยายามช่วยแก้ตัว แต่ก็ถูกฮันเตอร์ที่กำลังโกรธจัดเล่นงาน คิมเห็นท่าไม่ดีถลาไปรับโทษแทน แดนเลยรอดตัวหวุดหวิด ต่างจากคิมที่โดนพลังของอาจารย์หนุ่มไปเต็มๆ

    “ฉันไม่ชอบคนที่ขัดคำสั่ง”

    คิมพยุงตัวเองให้ลุก เอ่ยเสียงเข้ม “ไม่ต้องห่วง...ผมไม่ลืมความแค้นที่พวกมันทำกับครอบครัวผมหรอกครับ...ผมจะทำให้พวกมันทรมานเหมือนที่มันเคยทำไว้กับครอบครัวของผม!”

    ฮันเตอร์ฮึดฮัดจากไปแล้ว ทิ้งคิมให้มองตามด้วยสีหน้านิ่งสงบ โดยมีแดนเป็นเดือดเป็นร้อนแทนเหมือนเคย ไม่เข้าใจจริงๆว่าเหตุใดคิมถึงยอมทำตามคำสั่งของฮันเตอร์มากขนาดนี้...

    คิมยังไม่อธิบายถึงเหตุผลที่ยอมทำงานให้ฮันเตอร์ แต่ผละไปโรงพยาบาลแทนเพราะอยากเจอเอื้อกานต์ ท่าทางอิ่มอกอิ่มใจของเธอ ทำให้เขามีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

    “เมื่อเช้าผมไปเจอลุงยิ้ม ลุงยิ้มบอกว่าชาวบ้านได้ยากันเรียบร้อยแล้วเหรอ”

    “ใช่...อยู่ๆก็มีคนเอายามาตั้งให้เมื่อเช้า อาจจะเป็นคนใจดีที่อยากบริจาคมั้ง”

    “แต่ได้ยินว่ายาที่โรงพยาบาลหายไป ผมว่าต้องเป็นฝีมือไอ้มนุษย์หน้ากากคนนั้นแน่ๆ”

    คิมแกล้งพูด แล้วก็ต้องลอบยิ้ม เมื่อเธอปกป้องเขาตามคาด

    “รู้ได้ไง...มีหลักฐานเหรอว่าเป็นฝีมือเขา”

    “ผมก็แค่สันนิษฐานเฉยๆ”

    “ใครจะเอามาให้ชาวบ้านก็ช่างเถอะ เอาเป็นว่าชาวบ้านได้ยาก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ”

    “โอเคๆ...แล้วหมอจะทำยังไงต่อเรื่องเกริกภพ”

    “ฉันมีคนที่จะมาจัดการเรื่องนี้แทนฉันแล้วล่ะ...”

    ooooooo

    สัตตบงกชหรือหนูดีไม่ละความพยายามจะหาข้อมูลเรื่องโรงงานของเกริกภพ พิธีกรสาวสวมบทนักข่าวภาคสนามลงพื้นที่เกลี้ยกล่อมชาวบ้านให้ช่วยกันให้เบาะแสและหลักฐาน รวมถึงให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสารพิษจากโรงงานผ่านรายการพิเศษของสถานีทีเอ็นนิวส์ แต่เพราะคำขู่ของเกริกภพเลยไม่มีใครยอมให้ความร่วมมือ

    ธีรภูมิเห็นข้อมูลที่ทีมงานรวบรวมมาได้ก็ถอนใจหนักหน่วง แผนทำรายการพิเศษแฉเรื่องโรงงานปล่อยสารพิษคงต้องเลื่อนเพราะหลักฐานและข้อมูลไม่เพียงพอ ซึ่งทีมงานเข้าใจดีและตั้งหน้าตั้งตาหาข้อมูลเพิ่ม รวมทั้งเปิดประเด็นกดดันทางการให้เป็นกระแสเพื่อถ่วงเวลาจนกว่าจะพร้อมกว่านี้

    ทีเกื้อก็ช่วยหาข้อมูลของเกริกภพด้วย แต่ข้อสันนิษฐานที่ว่าคดีคมกฤชอาจมีเบาะแสบางอย่างเกี่ยวกับเกริกภพและพวกที่เหลือ เลยอยากให้ธีรภูมิช่วยหาข้อมูลบุคคลแวดล้อมให้ เพราะอีกฝ่ายใกล้ชิดธีรนัฐกับคุณหญิงอัปสร พ่อแท้ๆและแม่เลี้ยงของเขา...อดีตสมาชิกกลุ่มทุนทีบีของทรงพลมากกว่า

    “ผมก็ไม่ได้อยากได้ข้อมูลอะไรเยอะหรอกครับ”

    “ไม่เยอะของแกน่ะอะไรบ้าง”

    “ผมอยากให้พี่ช่วยสืบให้หน่อยว่าคมกฤชและเหยื่อที่ผ่านมาทั้งหมด มีความสัมพันธ์กันยังไง และเคยมีปัญหากับใคร หรือเคยทำอะไรให้ใครแค้นมากๆบ้างไหม”

    “ไม่ให้พี่ช่วยหาตัวคนร้ายให้ด้วยเลยล่ะ”

    คำพูดประชดของพี่ชายคนละแม่ ทำให้ทีเกื้ออดขำไม่ได้ แกล้งรับมุก “ได้เหรอพี่...”

    “เอาเป็นว่าพี่จะช่วยนะ แล้วนายไม่คิดจะเข้ามาดูแลคุณพ่อบ้างเลยเหรอ”

    “ผมกำลังจะบอกอยู่พอดีเลยครับว่าวันนี้ผมต้องไปทำธุระ...คงไม่เข้าไป”

    ทีเกื้อไม่ไปหาธีรนัฐเพราะต้องไปหาเกริกภพ เพื่อแจ้งผลสรุปจากการสืบคดีของคมกฤช

    “ผมมั่นใจว่าเหยื่อรายต่อไปคือคุณ ผมอยากให้คุณระวังตัว ผมตามคนร้ายรายนี้มานาน รู้ดีว่าฝีมือเขาไม่ธรรมดา ถ้ามันคิดจะจัดการใคร...ไม่เคยมีใครรอด”

    “ผมไม่กลัวหรอก!”

    “ผมไม่ได้พูดเล่นนะครับ ถ้าคุณสนใจ...”

    “ผมไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ผมเคยได้ยินจากท่านรองว่าถ้าคนร้ายจะเล่นงานผม ก็ต้องมีของรักหรือของสำคัญของผมก่อนใช่ไหม...คนร้ายมันไม่มีทางรู้แน่ว่าของที่ว่าคืออะไร...”

    เกริกภพมั่นใจมาก แต่ที่เขานึกไม่ถึงคือคิมไม่ได้จะเล่นงานเขาเวลานี้ แต่สนใจทวงคืนความยุติธรรมให้พวกชาวบ้านตามความปรารถนาของเอื้อกานต์มากกว่า ด้วยการบุกไปทำลายเครื่องจักรในโรงงาน

    คิมในคราบชายสวมหน้ากากลอบเข้าโรงงานของเกริกภพยามดึกวันต่อมา ทำลายเครื่องจักรและโปรแกรมผลิตเพื่อให้โรงงานหยุดทำการ และทุกอย่างก็ทำท่าจะเป็นไปด้วยดี ถ้าทีเกื้อจะไม่พากองกำลังตำรวจมาล้อมจับ!

    แดนที่รับหน้าที่คนขับร้อนรนมาก อยากช่วยคิมแต่คิดวิธีไม่ออก ต้องยอมให้ทีเกื้อสบตาคิมด้วยความลำพองใจ ว่าในที่สุดแผนจับกุมชายสวมหน้ากากที่เขาคลาดไปมาตลอดก็จะเป็นจริง

    คิมถูกไล่ต้อน ถูกยิงถากๆและเกือบจนมุมถูกจับ โชคดีที่เอื้อกานต์ซึ่งจับความคิดของทีเกื้อได้จากสัมผัสพิเศษตามมาช่วยทันเวลา และพาเขาไปทำแผลด้วยความเป็นห่วง

    เอื้อกานต์ตื่นเต้นไม่น้อยที่ได้เจอชายสวมหน้ากากอีกครั้ง แม้จะสงสัยและอยากรู้ใจแทบขาดว่าภายใต้หน้ากากเขาคือใคร แต่ก็ใจไม่กล้าจะแตะตัวเขา นอกจากขอดูแผลที่ถูกยิงเท่านั้น

    คิมก็ใจสั่น พยายามเบี่ยงตัวหนี แต่ก็ถูกคุณหมอสาวยื้อตัวไว้

    “แค่ทำแผล...ฉันสัญญาว่าจะไม่อยากรู้อยากเห็นว่าหน้าตาคุณเป็นยังไง”

    ท่าทางลังเลของเขาทำให้เอื้อกานต์ต้องย้ำ

    “ฉันเป็นหมอ...ปล่อยคนที่ได้รับบาดเจ็บไปแบบนี้ไม่ได้หรอกค่ะ”

    แววตาจริงใจของเธอทำให้คิมใจอ่อนยวบ ยอมให้เธอทำแผล แต่กระนั้นก็อดข้องใจไม่ได้

    “คุณช่วยผมทำไม ผมเป็นคนร้าย...ไม่กลัวเหรอ”

    “ก็ฉันอยากช่วยชาวบ้าน แล้วฉันก็อยากตอบแทนที่คุณเคยช่วยฉันไว้”

    เอื้อกานต์คิดเช่นนั้นจริงๆ และก็อยากรู้เรื่องที่เขาช่วยเธอเมื่อวันก่อนด้วย คิมได้ยินเสียงในใจเธอเลยเปิดโอกาสให้ คุณหมอสาวไม่รอช้ายิงคำถามรัวเป็นชุด

    “วันนั้น...เราเจอกันในนิมิตจริงๆใช่ไหม ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหม แล้วคุณก็เอายามาช่วยชาวบ้านตามที่ฉันขอ”

    ท่าทางกระตือรือร้นอยากรู้ของเธอทำให้คิมอดยิ้มบางๆไม่ได้ แต่กระนั้นก็ไม่ตอบคำถามและผละมาดื้อๆ ทิ้งเอื้อกานต์ให้มองตามด้วยความเสียดาย...ไม่ได้คำตอบและไม่ได้บอกลาเขาสักคำ!

    ooooooo

    แดนดีใจมากที่คิมปลอดภัย อยากพาไปหาหมอเพื่อตรวจดูแผลอีกรอบ แต่คิมก็ห้ามไว้และตัดบทให้รีบจัดการเรื่องเกริกภพให้จบเสียที

    “เราต้องหาของสำคัญของเกริกภพมาทำของให้เร็วที่สุด”

    “ผมกำลังพยายามหาข้อมูลอยู่”

    “ดี...แล้วเรื่องโรงงานเกริกภพ...จัดการเรียบร้อยไหม”

    “มือชั้นนี้...ไม่มีพลาด!”

    ผลงานของแดนคือล้างข้อมูลทุกอย่างในโรงงาน ทำลายออเดอร์และพังเครื่องจักรต่อจากคิม เกริกภพโมโหมาก เหวี่ยงข้าวของกระจัดกระจาย ทีเกื้อได้แต่มองมาด้วยสีหน้าอ่อนใจ

    “ทีนี้คุณเชื่อผมรึยังว่าไอ้หน้ากากนั่นมันจ้องเล่นงานคุณอยู่ ทางที่ดี...คุณร่วมมือกับผมจับคนร้ายดีกว่า ผมเจอมันมาหลายครั้ง...ผมมีวิธีรับมือกับมัน”

    เกริกภพนิ่วหน้า ทีเกื้อเลยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    “คุณต้องบอกผมว่าของสำคัญของคุณคืออะไร...และเอามาให้ผมดูแลซะ!”

    ทีเกื้ออธิบายว่าของรักของหวงนั้นต้องเป็นของสำคัญที่สุดในชีวิต เป็นของที่มีผลต่อความรู้สึกและจิตใจของเจ้าของ เกริกภพคิดหนัก ก่อนจะกลับบ้านไปหยิบภาพถ่ายเมื่อหลายปีก่อนของเขากับสมาชิกกลุ่มทุนทีบีของทรงพล สมัยเป็นนักศึกษาออกค่ายอาสา...ทุกคนมีสีหน้าเปี่ยมสุข เป็นพี่ เป็นเพื่อนและเป็นน้องที่สนิทกันเหลือเกิน...

    หลังสำรวจโรงงานของเกริกภพจนพอใจ ทีเกื้อก็จะกลับ แต่ดันเจอสัตตบงกชหรือหนูดีที่หน้าโรงงาน พิธีกรสาวกำลังพูดกับตากล้องรายงานข่าวตามหน้าที่ เขาเลยอดไม่ได้จะยั่วประสาท

    “ไม่กี่ชั่วโมงก็ตามกลิ่นมาทำข่าวเร็วจังเลยนะ”

    “อย่างน้อยฉันก็ทำหน้าที่และงานของฉันได้ดี ไม่เหมือนคุณหรอก...ขนาดร่วมมือกับเกริกภพ ขนตำรวจมาทั้งโรงพักมาจับคนร้าย...ยังจับไม่ได้เลย ฉันว่านะถ้ามีความสามารถแค่นี้...ไปเป็นจ่าเฉยตามสี่แยกดีกว่าไหม”

    ตอกจบก็ผละไป ทิ้งทีเกื้อให้มองตามด้วยความเจ็บใจ...ฝากไว้ก่อนเถอะ!

    ข่าวโรงงานเกริกภพโดนถล่มกลางดึกกลายเป็นข่าวใหญ่ชั่วข้ามคืน เอื้อกานต์สะใจมาก ต่างจากฮันเตอร์ที่บุกมาคอนโดของคิมในเช้าวันเดียวกันเพื่อตามความคืบหน้าเรื่องของรักของหวงของเกริกภพ

    แดนกลัวคิมถูกลงโทษเลยรับหน้าแบบขอไปที ด้วยการรับสมอ้างพาไปเจอลูกชายของเกริกภพ ฮันเตอร์มองเด็กชายจากมุมไกลๆด้วยสีหน้าเรียบเฉย ภาพลูกชายคนเดียวของเขาถูกพวกเกริกภพฆ่าอย่างเลือดเย็นวนเวียนในหัวอีกครั้ง คิมใจไม่ดี สงสารและไม่อยากใช้เด็กเป็นเครื่องมือล้างแค้น พยายามทักท้วง แต่ฮันเตอร์กลับไม่สนใจ

    “ไม่เห็นเป็นอะไร เอาเด็กนั่นแหละไปทำพิธี”

    แดนเบิกตาโพลง ขนลุกแต่ยังทำเป็นพูดติดตลก “มุกอาจารย์ขำฝืดดีจังนะครับ”

    “ฉันพูดจริง...พวกมันเองก็เคยฆ่าลูกฉัน ทำไมฉันจะฆ่าลูกมันไม่ได้”

    คิมร้อนใจ รีบโพล่ง “เดี๋ยวผมจะรีบหาของอย่างอื่นครับ”

    “ถ้าหาไม่ได้ภายในหนึ่งอาทิตย์...ฉันจะเอาเด็กคนนี้ไป!”

    ooooooo

    คิมเครียดมากเรื่องฮันเตอร์จะใช้ลูกชายเกริกภพเป็นเครื่องมือล้างแค้น ยิ่งเห็นแววตาอาฆาตของอาจารย์ที่มองตามเป้าหมายพ่อลูกหยอกล้อกัน ยิ่งร้อนใจ อยากหาวิธีเบี่ยงเบน

    เรื่องลูกชายเกริกภพรบกวนใจคิมอย่างหนัก แม้แต่ตอนไปโรงพยาบาลเพื่อทำหน้าที่อาสาสมัครก็ไม่เว้น และเอื้อกานต์ก็สัมผัสได้ พยายามสอบถามแต่เขาก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมตอบ

    นอกจากสีหน้าตึงเครียดไม่ขี้เล่นเหมือนเคย อาสาสมัครหนุ่มยังมีแผลที่แขน เอื้อกานต์แปลกใจมาก ขอดูด้วยความเป็นห่วง แต่เขาก็หลบเลี่ยงไม่ให้ดู คุณหมอสาวจะไม่ยอม แต่ไม่ทันซัก นภก็โผล่มาเยี่ยม

    เอื้อกานต์รู้มานานแล้วว่าเพื่อนคู่หูของแฝดน้องแอบชอบ แต่เธอไม่ได้คิดกับเขามากกว่าเพื่อน เลยได้แค่ตอบรับตามมารยาท แต่เพราะรู้จักคุ้นเคยมานาน เลยทำให้ดูสนิทสนมจนคิมอดหมั่นไส้ไม่ได้

    คิมรู้จักนภดีอยู่แล้ว แต่ยังแกล้งถามพยาบาลแถวนั้นจนรู้ว่าอีกฝ่ายแวะมาจีบเอื้อกานต์เสมอ

    “ทั้งหล่อ ทั้งนิสัยดี หน้าที่การงานก็ดี ที่โรงพยาบาลมีแต่คนเชียร์ แต่หมอก็ไม่สนใจ”

    “ทำไมล่ะครับ...หรือหมอมีแฟนอยู่แล้ว”

    “ลือกันว่าหมอเคยมีแฟน...รักกันมาก แต่แฟนหมอเสียแล้ว หมอเลยไม่รักใครอีก...หมอคงยังลืมแฟนเก่าไม่ได้”

    คำบอกเล่าของพยาบาลทำให้คิมถึงกับอึ้ง นึกไม่ถึงว่าเอื้อกานต์จะฝังใจขนาดนั้น แต่กระนั้น...เขาก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากเฝ้ามองเธอห่างๆและห่วงๆ เพราะเชื่อว่าคงเป็นทางดีที่สุดแล้ว...

    เกริกภพยังทำใจไม่ได้เรื่องของรักของหวง ไม่อยากมอบให้ตำรวจดูแล ทีเกื้อเข้าใจดี ไม่อยากเร่งรัด เลยขอให้อีกฝ่ายช่วยให้ข้อมูลแวดล้อมอื่นๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับศัตรูของเขากับคมกฤช

    “ถ้าเรารู้ว่าคุณเคยทำอะไร ก็จะจับคนร้ายได้เร็วขึ้น ตัวคุณก็จะปลอดภัย”

    “ผมทำธุรกิจ...ก็ต้องมีศัตรูอยู่แล้ว แต่ก็ไม่น่ามีใครมาแค้นถึงขนาดฆ่าแกงกัน”

    “ผมอยากให้คุณลองนึกดูดีๆ ถ้าคิดออกก็รีบติดต่อมาหาผม...”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้
    30 ก.ย. 2563

    03:15 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 07:25 น.