ข่าว

วิดีโอ



อาคม

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-แฟนตาซี-สืบสวนสอบสวน

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ตฤณณา

กำกับการแสดงโดย: ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์

ผลิตโดย: บริษัท ทีวีซีน จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: เจมส์ มาร์,ราศรี บาเล็นซิเอก้า

อัลบั้ม: "อาคม" ละเครแนวสืบสวน-แฟนตาซี ได้ "เจมส์ มาร์" ประกบ "มาร์กี้"

คำพูดตราหน้าทิ้งท้ายของแดนทำให้ฮันเตอร์เครียดจัด ห่วงทั้งคิมและอาการสาหัสของตัวเองจนประสาทเสีย เขาพยายามนั่งสมาธิเพื่อรักษาตัวเองเหมือนเคย แต่ก็ไม่ค่อยได้ผล ของเสียมากมาย ผลพวงจากการทำคุณไสยในอดีตโผล่ให้เห็นชัดขึ้น พร้อมคำพูดเตือนจากอาจารย์ของเขาผุดในหัว

“หากทำผิดกฎของการทำอาคมเมื่อใด คุณไสยทั้งหลายจะย้อนกลับมาทำร้ายแก อาคมแกจะเสื่อมลง เมื่อใดที่อาคมเสื่อม...วิญญาณร้าย ภูตผีที่แกเคยเลี้ยง คนที่แกเคยทำร้าย เจ้ากรรมนายเวรก็จะตามกลับมาเอาชีวิตแก นั่นหมายความว่าอายุขัยของแกกำลังจะหมด”

ขาดคำของอาจารย์ วิญญาณผีร้ายที่เขาเคยทำของใส่ก็มารังควาน ทำทุกวิถีทางเพื่อดึงเขาให้ตายตกไปตามกัน ฮันเตอร์ดิ้นรนหนีสุดกำลัง แล้วแรงอาฆาตสุดท้ายก็ทำให้เขารอดอย่างหวุดหวิด!

เอื้อกานต์สลบไสลไปนานเพราะฤทธิ์ยาสลบ เธอสะดุ้งตื่นเวลาต่อมาเพราะนิมิตเลวร้าย ใครบางคนในคราบชายสวมหน้ากากถูกยิงในระยะเผาขน คุณหมอสาวพยายามเตือนศักดิ์ชาย แต่เขาไม่สนและไม่เชื่อ กลับยืนกรานจะส่งเธอไปเป็นเหยื่อล่อตามแผนเดิม

การหายตัวไปของเอื้อกานต์ทำให้ทุกคนวิตก โดยเฉพาะคนในครอบครัวที่ร้อนรนอยากช่วยตามหา ธีรภูมิต้องคอยปลอบไม่ให้พ่อแม่ประสาทเสีย รวมทั้งสัตตบงกชที่อยากไปออกภาคสนามเพราะเป็นห่วงทีเกื้อ

ศักดิ์ชายให้ลูกน้องนำตัวเอื้อกานต์ไปสวนสนุกพร้อมระเบิดเวลา และส่งคลิปไปให้ชายสวมหน้ากาก คิมโกรธมาก พยายามระงับอารมณ์รับฟังนัดหมายที่อีกฝ่ายต้องการให้เขาไปพบ

“ฉันให้เวลาแกแค่สามชั่วโมง มาหาฉันที่ประตูทางเข้าสวนสนุก ไม่งั้นฉันจะระเบิดหมอเอื้อพร้อมกับเด็กๆที่นี่”

“อยากจะฆ่าผมก็ทำที่ผมสิ ทำไมต้องเอาชีวิตของคนอื่นมาเล่นแบบนี้ด้วย”

“ถ้าฉันไม่ทำ...แกจะยอมมาเรอะ แกเป็นฮีโร่ชอบช่วยคนอยู่แล้วนี่ ลองดูว่าแกจะมาทันช่วยทุกคนไหม”

คิมรีบโทร.บอกทีเกื้อ พวกตำรวจเลยวางแผนแบ่งเป็นสามหน่วยเพื่อป้องกันระเบิด ช่วยเอื้อกานต์ตัวประกัน และจับตัวศักดิ์ชาย ทีเกื้อรับอาสาประกบชายสวมหน้ากาก เพื่อระวังหลังและช่วยเหลือแฝดพี่เมื่อถึงเวลาแดนรับหน้าที่ขับรถมาส่งคิมถึงหน้าสวนสนุก แต่ใจไม่ดี อยากขอไปช่วย

“ไม่ได้ มันอันตราย ห้ามไป และห้ามตามมาเด็ดขาด”

คิมในสภาพชายสวมหน้ากากห้ามเสียงเข้ม ก่อนจะเสียงอ่อนลงเมื่อเห็นท่าทีจ๋อยๆของอีกฝ่าย

“ขอบใจมากนะที่เป็นห่วงพี่ พี่สัญญาว่าพี่จะกลับมา แต่ถ้าพี่กลับมาไม่ได้จริงๆ เกิดเป็นอะไรขึ้นมา พี่ขอให้นายเลิกอาฆาต คิดล้างแค้นใครอีกจะได้ไหม ใช้ชีวิตให้ดี ในทางที่ถูก...อย่าเดินทางผิดๆแบบพี่”

พูดจบก็ผละไปทันที ทิ้งแดนให้มองตามเครียดๆ ก่อนจะหยิบมือถือมาเปิดโปรแกรมติดตามตัว แสงไฟกะพริบแสดงว่าคิมเคลื่อนตัวเข้าด้านในทำให้เขายิ้มได้ ...แค่นี้ก็รู้แล้วว่าจะตามไปทางไหน

ooooooo

แดนแอบสะกดรอยคิมแบบห่างๆ ต่างจากทีเกื้อที่นัดแนะกันไว้แล้ว แถมจะสื่อสารผ่านโทรจิตเพื่อไม่ให้พวกศักดิ์ชายจับได้ และทุกอย่างก็ทำท่าเหมือนจะลงตัว คิมในสภาพชายสวมหน้ากากกลมกลืนกับบรรยากาศสวนสนุกเป็นอย่างดี จนกระทั่งมีเด็กคนหนึ่งนำถุงบรรจุเครื่องดักฟังมาให้ศักดิ์ชายโทร.เข้ามือถือคิมหลังจากนั้น สั่งให้ติดเครื่องดักฟังในถุง

“ฉันไม่รู้ว่าตำรวจติดเครื่องดักฟังไว้ที่แกรึเปล่า แต่ถ้าแกหลุดพูดข้อมูล สถานที่นัดหมายออกมาจากปากแกเมื่อไหร่ ฉันจะระเบิดสวนสนุกนี้พร้อมกับหมอทันที”

“คุณอยู่ที่ไหน บอกมาเลยดีกว่า อย่ามัวเสียเวลาเล่นลิ้นเลย”

“ใจเย็นๆสิ เราต้องมาเล่นเกมกันก่อน ต่อไปแกฟังฉันอย่างเดียวและไปตามที่ที่ฉันบอก”

“เล่นบ้าอะไรกัน!”

“ฉันต้องกันไม่ให้ตำรวจตามแกน่ะสิ คำใบ้แรก...ไปที่ชิงช้าสวรรค์ จะมีที่นัดหมายตำแหน่งต่อไป”

ศักดิ์ชายหวาดระแวงการปรากฏตัวของชายสวมหน้ากากมาก จึงหาทางให้อีกฝ่ายมาพบในที่ลับตา ทีเกื้อพยายามเกาะติด แต่ก็พลาดจนได้เมื่อคิมสั่งให้ไปพบศักดิ์ชายในบ้านผีสิง

คิมคลาดกับพวกตำรวจในที่สุด แต่แดนก็ใช้โปรแกรมติดตามตัวแกะรอยจนได้ และไม่รอช้าจะใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าทำให้อีกฝ่ายสลบ ก่อนจะสวมรอยเป็นชายสวมหน้ากากไปพบศักดิ์ชายและช่วยเอื้อกานต์แทน

ทีเกื้อร้อนใจมาก พยายามส่งกระแสจิตหาแต่คิมก็ไม่ตอบสนอง จนกระทั่งพบตัวคิมนอนไม่ได้สติในบ้านผีสิง เลยจะวิทยุไปบอกเจ้าหน้าที่คนอื่นให้มาช่วย แต่ก็ไม่มีสัญญาณเพราะหมออาคมของศักดิ์ชายร่ายอาคมสกัดไว้

คิมเป็นห่วงเอื้อกานต์ จะรีบไปช่วย แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเจอจดหมายบอกลาของแดน

“ผมขอโทษที่ทำแบบนี้...ผมไม่อยากให้พี่ต้องตาย อยากให้พี่ได้ใช้ชีวิตกับคนที่รัก ผมสัญญา...ผมจะช่วยหมอเอื้อให้ได้...ผมอยากเป็นฮีโร่แบบพี่มานานตอนนี้ผมได้เป็นพี่สมใจแล้ว”

ข้อความในจดหมายขอตายแทนของแดนทำให้คิมกับทีเกื้อเป็นกังวลรีบตามไปช่วย โดยไม่รู้ว่าพวกศักดิ์ชายจะเตรียมแผนตั้งรับไว้แล้ว ด้วยการพาตัวเอื้อกานต์ไปมัดกับเครื่องเล่นและระเบิดเวลา พร้อมมือปืนซุ่มยิงที่เตรียมสังหารชายสวมหน้ากากทันทีที่ปรากฏตัว

แดนโผล่มาตามนัดในคราบชายสวมหน้ากาก เอื้อกานต์ตะโกนบอกว่าทุกอย่างเป็นกับดัก แต่ก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว มือปืนเล็งมาที่เขา พร้อมการปรากฏตัวของคิมที่ถลามาผลักแดนออกจากวิถีกระสุน มือปืนไม่ยอมแพ้รัวกระสุนใส่คิมกับแดนไม่ยั้ง ทีเกื้อเลยต้องแยกไปช่วยเอื้อกานต์และรีบไปกู้ระเบิด

สถานการณ์ทำท่าจะเลวลง คิมกับแดนติดกับฝ่าดงกระสุนออกไปไม่ได้ เอื้อกานต์กับทีเกื้อก็กู้ระเบิดแข่งกับเวลา โดยมีเหล่าลูกน้องของศักดิ์ชายไล่ล่า

ศักดิ์ชายสะใจมากที่แผนลวงมาฆ่าทำท่าจะเป็นไปด้วยดี ถ้าลูกน้องจะไม่มาบอกข่าวร้ายเรื่องหลานชายคนเดียวมาเที่ยวสวนสนุก!

ศักดิ์ชายส่งลูกน้องไปคุ้มกันหลานชายและพากลับบ้าน ก่อนได้เบิกตาโพลงเมื่อเห็นกลุ่มควันสีดำขนาดใหญ่เคลื่อนตัวมาใกล้ ฮันเตอร์นั่นเองที่รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายร่ายอาคมมาช่วยศิษย์เอก

ooooooo

กลุ่มควันดำน่าสงสัยทำให้นภกับพวกตำรวจแตกตื่น ต้องพยายามตั้งสติจะเข้าไปช่วยทีเกื้อกับชายสวมหน้ากาก แต่ก็ถูกอาคมต่อแตนของฮันเตอร์รั้งไว้ไปไหนไม่ได้

ศักดิ์ชายเตรียมหนีพร้อมลูกน้อง แต่ก็ถูกฮันเตอร์ขวางไว้

“ในที่สุดก็ถึงเวลาล้างแค้นของฉันซะที”

“หมออาคมทำพิธีให้ฉันแล้ว แกใช้อาคมทำอะไรฉันไม่ได้หรอก”

“ฉันก็ไม่คิดจะใช้อาคมทำร้ายแกเหมือนกัน...

วิธีนี้อาจทำให้แกตายง่ายไปหน่อย ไม่ทรมาน แต่ก็ดีกว่าฉันไม่ได้ทำอะไรเลย...วันนี้ฉันจะส่งแกไปลงนรก!”

พูดจบก็กระชากปืนมาเล็ง แต่ไม่ทันเหนี่ยวไก หมออาคมก็โผล่มา พยายามร่ายคาถาจัดการเหมือนครั้งที่แล้ว

“ฉันฝึกจิตมาอย่างดี อาคมเด็กๆอย่างแกทำอะไรฉันไม่ได้หรอก”

หมออาคมถูกฮันเตอร์เล่นงานจนขยับตัวไม่ได้ ศักดิ์ชายเป็นรายต่อมา ถูกอาคมของฮันเตอร์ทำให้หายใจไม่ออก เกือบจะตายทั้งแบบนั้นแล้ว ถ้าพวกวิญญาณผีร้าย เจ้ากรรมนายเวรของฮันเตอร์จะไม่ปรากฏตัว!

ฮันเตอร์สติหลุด ทำให้อาคมหมดฤทธิ์ หมออาคมเลยจะเล่นกลับ เช่นเดียวกับศักดิ์ชายที่ผยองอีกครั้ง

“เสียใจด้วยนะ...ฉันต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายส่งแกไปลงนรก จัดการมัน!”

“แกฆ่าฉันไม่ได้หรอก ถ้าแกฆ่าฉัน...วิญญาณร้ายที่ฉันเลี้ยงไว้ก็จะถูกปลดปล่อย แกเองก็อาจจะโดนผีพวกนั้นทำร้ายไปด้วย แกก็รู้ว่าวิญญาณพวกนี้น่ากลัวแค่ไหน”

สิ่งที่ฮันเตอร์พูด หมออาคมรู้แก่ใจ เลยต้องยั้งมือและหาทางทำพิธีปล่อยผีในตัวฮันเตอร์ ศักดิ์ชายพยายามหาทางหนีทีไล่ แต่ไม่ทันได้ขยับ คิมก็โผล่มาขัดขวางและบีบบังคับให้ปล่อยตัวฮันเตอร์

แดนรีบถลามาพยุงฮันเตอร์ คิมจะจัดการกับศักดิ์ชาย แต่ก็ได้พูดไม่ออกแทนเมื่อเห็นลูกน้องของศักดิ์ชายนำตัวทีเกื้อกับเอื้อกานต์ที่ถูกจับได้ระหว่างกู้ระเบิดมาเป็นตัวประกัน

ศักดิ์ชายกลับมาเป็นต่อ และสั่งให้ลูกน้องจ่อปืนไปที่คิมอีกคน

“แกคือทรงกลดสินะ ดี...ฉันจะส่งแกไปหาพ่อแกเอง!”

ขาดคำก็จะเหนี่ยวไก แต่ก็ถูกฮันเตอร์ถลามารับกระสุนไว้เอง วิญญาณและผีร้ายพุ่งออกจากตัวฮันเตอร์ หมออาคมตกใจมาก รีบพาศักดิ์ชายกับคนอื่นๆหนี โดยมีทีเกื้อตามติด ทิ้งฮันเตอร์ให้สั่งเสียคิมเป็นครั้งสุดท้าย

“หมดเวลาของฉันแล้ว ฉันจะได้ไปพบลูกกับเมียซะที พวกเขารอฉันมานานแล้ว”

“อดทนไว้อาจารย์ ผมจะช่วยอาจารย์เอง”

“ฉันหลอกใช้แก ทำกับแกสารพัด แต่แกก็ยังช่วยฉัน เป็นศิษย์ที่ดีมาตลอด ฉันภูมิใจที่มีแกเป็นลูกศิษย์...แกเป็นคนดี แต่ฉันทำให้แกต้องกลายเป็นคนแบบนี้...ฉันขอโทษ”

“ไม่เลยครับ...อาจารย์ช่วยชีวิตผมไว้ ถ้าไม่มีอาจารย์...ผมคงตายไปนานแล้ว”

“นี่เป็นสิ่งเดียวที่ฉันจะชดใช้ให้แก และทำเพื่อแกในฐานะอาจารย์ ต่อไปนี้แกจะได้อิสระจากฉัน ใช้ชีวิตตามที่แกต้องการ ไม่ต้องอยู่ภายใต้เงาอาคมอีกแล้ว...แต่ก่อนจะถึงวันนั้น จัดการศักดิ์ชายให้ได้...ล้างแค้นมันแทนฉันด้วย!”

ฮันเตอร์หมดลมหายใจไปแล้ว คิมเสียใจมาก ความโกรธแค้นที่ถูกกดไว้ระเบิดออก พลังมืดที่รอเวลานี้มานานกลับมาผงาดอีกครั้ง พร้อมทั้งวิญญาณผีร้าย

จากตัวฮันเตอร์ที่พุ่งเข้าหาคิมอย่างจัง!

ooooooo

ทีเกื้อสมทบกับพวกนภและตามจับศักดิ์ชาย เอื้อกานต์ถูกจับเป็นตัวประกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอไม่ยอมอยู่เฉย ฉวยโอกาสตอนเผลอกัดมือลูกน้องศักดิ์ชายแล้วหนีมาได้ นภเลยได้ช่องยิง แต่ศักดิ์ชายก็คว้าตัวหมออาคมมารับกระสุนแทน เช่นเดียวกับลูกน้องคนอื่นๆที่ยอมตายเพื่อเปิดทางให้ศักดิ์ชายหนี

แต่ศักดิ์ชายก็ไปไหนไม่รอด กรรมตามสนองเขาเร็วกว่าที่คิด เมื่อต้องเอาตัวเองไปบังหลานชายตัวเองที่กำลังจะโดนป้ายไฟขนาดใหญ่ในสวนสนุกหล่นทับเพราะแรงระเบิดของเขา!

ศักดิ์ชายคิดว่าตัวเองตายแล้ว เพราะในนาทีสุดท้ายก่อนหมดสติ...ภาพเก่าๆ โดยเฉพาะวีรกรรมร้ายๆที่เขาเคยทำ ทั้งโศกนาฏกรรมของครอบครัวฮันเตอร์ ครอบครัวลุงชูและครอบครัวของแดน...ก็ผุดในหัวเขา

เหตุการณ์ระเบิดในสวนสนุกทำให้ป่วนไปหมด นอกจากศักดิ์ชายที่ถูกนำตัวส่งห้องฉุกเฉินเพราะอาการสาหัส เอื้อกานต์ก็ถูกพาตัวไปตรวจอย่างละเอียด ทีเกื้อนั่งเฝ้าอยู่แล้ว และพยายามยับยั้งเมื่อแฝดพี่จะออกไปเจอคนรักให้ได้

“แดนพาพี่กลดหนีไปเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง”

“แล้วอาจารย์พี่กลดเป็นยังไงบ้าง”

“อาจารย์เสียชีวิตแล้ว เหมือนอาจารย์รู้ตัวว่าวันนี้ตัวเองต้องตาย เขาก็เขียนจดหมายสารภาพเอาไว้ว่าเขาคือมนุษย์หน้ากากที่ฆ่าทุกคน...อาจารย์ตั้งใจจะรับผิดทุกอย่างแทนพี่กลด”

“แต่ยังไงเอื้อก็ต้องไปหาพี่กลด เกื้ออย่าห้ามเลย เอื้อจะรีบไปรีบกลับ”

เอื้อกานต์รีบไปหาคิมหลังจากนั้น ทันเวลาเขากำลังยื้อยุดกับแดนจะไปฆ่าศักดิ์ชายล้างแค้นให้ฮันเตอร์

“เอื้อขอเถอะนะคะ...อย่าไปเลย จบเถอะค่ะ”

“แต่อาจารย์ตายเพราะพี่นะ”

“ไม่ใช่หรอกค่ะ...อาจารย์ตั้งใจจะตายอยู่แล้ว ท่านรู้ตัวและก็เขียนจดหมายยอมรับผิดแทนพี่กลด ท่านทำแบบนี้เพราะอยากให้พี่ได้ใช้ชีวิตปกติ ถ้าพี่ยังเลือกที่จะเดินตามทางเดิมก็เท่ากับว่าการเสียสละของอาจารย์เสียเปล่านะคะ”

เหตุผลของเอื้อกานต์ทำให้คิมได้สติ แต่กระนั้นก็ร้องไห้โฮด้วยความเสียใจสุดขีด ต้องเสียอาจารย์ที่เคารพและผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิต คุณหมอสาวเข้าไป

กอดปลอบ โดยมีแดนมองมาด้วยความสงสารและเห็นใจ...

ศักดิ์ชายรอดตายจากบาดแผลรุนแรงและถูกนำตัวไปพักในเซฟเฮาส์ของตำรวจ ทีเกื้อพยายามเก็บ ทุกอย่างเป็นความลับ ไม่อยากให้คิมรู้และบุกไปล้างแค้น แต่ก็เกือบจะแพ้ทางสัตตบงกชที่นัดเจอเขาด้วยความอยากรู้

“ตกลงคุณมาหาผมเพื่อจะมาถามแค่เรื่องนี้ใช่ไหม”

“แล้วจะให้มาเพราะอะไรล่ะ”

“ก็มาเพราะคิดถึงผมไง...คิดถึงผมใช่ไหม”

“ให้ข่าวฉันมาก่อนสิ แล้วฉันจะบอก”

“งั้นป้อนไอติมผมก่อนแล้วจะบอก”

สัตตบงกชทั้งเขินทั้งฉิว แต่ก็ยอมป้อนไอศกรีมถึงปาก ทีเกื้อชอบใจมาก แต่ก็ไม่ยอมบอกความลับของราชการ สองหนุ่มสาวคงต่อปากต่อคำอีกนาน ถ้าทีเกื้อจะไม่เกิดนิมิตเห็นคิมบุกไปเอาชีวิตศักดิ์ชายเสียก่อน!

ooooooo

คิมคิดจะล้างแค้นให้ฮันเตอร์จริงๆ แดนพยายามขัดขวาง หว่านล้อมทุกทาง ทั้งเรื่องความผิดพลาดของเขาที่อยากล้างแค้นจนตัวเองเกือบตาย แต่คิมก็ไม่เปลี่ยนใจจะบุกไปฆ่าศักดิ์ชายให้ได้

ทีเกื้อรู้ดี เร่งขอกำลังเสริมจากท่านรองฯให้ช่วยคุ้มกันศักดิ์ชาย รวมทั้งโทร.บอกเอื้อกานต์ให้ไปช่วยด้วย แดนก็อาสาช่วยด้วยเช่นกันเพราะไม่อยากให้คิมทำผิดไปตลอดชีวิต

ความแค้นทำให้พลังมืดในตัวคิมควบคุมทุกอย่าง ทั้งผลักและดันให้เขาไปล้างแค้น เอื้อกานต์รู้ดี แต่ก็ทำได้แค่ภาวนาให้คนรักไม่ทำอะไรร้ายแรงก่อนเธอไปถึง เช่นเดียวกับทีเกื้อที่ไปดักรอหน้าเซฟเฮาส์

คิมร่ายอาคมทำให้นภกับพวกตำรวจคุ้มกันสลบ ก่อนจะเดินฝ่าจนถึงเซฟเฮาส์

“ผมรอพี่มานานแล้ว ตอนได้ยินเสียงปืนก็พอเดาได้ว่าตำรวจคงหยุดพี่ไม่ได้”

“แล้วเกื้อล่ะ...จะหยุดพี่อีกคนเหรอ”

“จำเป็นต้องฆ่าศักดิ์ชายให้ได้จริงๆ”

“จริง...ถ้ามันไม่ตาย จะมีอีกหลายคนเดือดร้อนเพราะมัน”

“งั้นผมจะพาพี่ไปหาเขาเอง...”

แทนที่จะขัดขวาง ทีเกื้อเลือกจะพาคิมไปหาศักดิ์ชายที่นอนรอความตายในเซฟเฮาส์ สภาพอดีตนายทุนยิ่งใหญ่ กลายเป็นคนป่วยอาการสาหัส มีบาดแผลพุพองเต็มตัวเพราะแรงระเบิดและถูกป้ายไฟหล่นทับน่าเวทนามาก

บาดแผลไฟคลอกทำให้ศักดิ์ชายทุกข์ทรมาน การมาถึงของคิมทำให้เขาเจ็บแค้น แต่ก็ทำได้แค่ท้าทายในใจ

“ฆ่าฉันเลยสิ ฉันรอให้แกมาลงมือกับฉันอยู่”

คิมอ่านใจได้ สวนกลับเสียงเรียบ

“คุณไม่ได้กลัวผมจะฆ่า แต่คุณกำลังนอนรอให้ผมมาฆ่า”

“ใช่...รู้ไหมฉันทรมานแค่ไหนเวลาที่ยาหมดฤทธิ์ มันทรมานจนฉันคิดว่าถ้าตายไปได้คงทรมานน้อยกว่านี้”

พลังมืดในตัวคิมเร่งให้เขาลงมือ แต่ภาพเก่าๆ... วีรกรรมร้ายแรงของศักดิ์ชายก็ผุดในหัว คิมสะเทือนใจมาก ความโกรธแค้นค่อยๆเลือนหายกลายเป็นความเวทนา

“นี่ใช่ไหมที่เขาเรียกวิบากกรรม สิ่งที่อยู่เหนือวิชาคาถาอาคม สิ่งง่ายๆธรรมดาที่ชาวพุทธรู้จักแต่มักมองข้าม”

ทีเกื้อเห็นคิมอ่อนท่าทีก็พยายามกล่อมให้เปลี่ยนใจ

“ใช่ครับ...สิ่งที่ศักดิ์ชายได้รับยืนยันเรื่องวิบากกรรมได้ดี กฎแห่งกรรมจัดการคนผิด ตอนนี้ได้ทำงานแล้ว”

“ถึงเขาไม่โดนอาคมจากพี่ เขาก็กำลังรับกรรมที่ก่อ ความทุกข์ทรมานที่เขาได้รับเลวร้ายกว่าความตายซะอีก”

“ตอนนี้กรรมได้ตัดหน้าทำหน้าที่ไปแล้ว พี่จะปล่อยให้กฎแห่งกรรมทำงานต่อไป หรือเข้าแทรกแซงด้วยการลงมือสังหารคนป่วยกำลังจะตายแบบนี้ด้วยมือพี่ก็ตามใจ”

คำพูดเตือนสติของทีเกื้อทำให้คิมได้คิด

“ผมแค้นคุณก็จริง แต่ก็ดีใจที่ไม่ต้องเปลืองแรง”

“ทำไมไม่ฆ่าฉันล่ะ...รู้ไหม...ฉันทำเรื่องเลวร้ายมากแค่ไหน ไม่ใช่แค่กับพ่อแก ยังมีอีกหลายคนที่แกยังไม่รู้”

“ผมรู้...แต่ผมก็รู้ด้วยว่าทุกสิ่งที่คุณกระทำ ได้รับผลตอบแทนกลับมาอย่างสาสมแค่ไหน”

ศักดิ์ชายพยายามปั่นหัวและยั่วยุทุกทาง คิมพยายามยับยั้งชั่งใจอย่างมาก แต่ก็เกือบระงับไม่อยู่เมื่ออีกฝ่ายใช้เรื่องพ่อมาป่วนประสาท ทีเกื้อเห็นท่าไม่ดี เข้าไปกล่อมให้สงบ

“อย่าฆ่าเขา ยังไงเขาก็ต้องตายอยู่ดี ปล่อยเขาไปเถอะ”

“ปล่อยมันไปเหรอ...รู้ไหมหลายปีที่ผ่านมา ตั้งแต่พ่อโดนใส่ความ สอบสวน สังคมประณามกับความผิดที่ไม่ได้ก่อ ฉันต้องเจอกับอะไรบ้าง ต้องใช้ชีวิตยังไง!”

พลังมืดในตัวคิมควบคุมทุกอย่างในตัว และเกือบทำสำเร็จถ้าเอื้อกานต์จะไม่ปรากฏตัว คุณหมอสาวถลาไปกอดคนรักแน่น ถ่ายทอดพลังขาวขับไล่ความชั่วร้ายจากพลังมืดให้หมดจากตัวเขา

สองพลังต่างขั้วต่อสู้กันอย่างดุเดือด คิมเห็นหน้าคนรักก็ได้สติเล็กน้อย

“ถอยไป...พี่ไม่อยากทำร้ายเอื้อ”

“ไม่ค่ะ...เอื้อจะไม่ยอมให้พี่กลดทำร้ายใครเหมือนกัน”

“ถ้าเอื้อไม่ปล่อย พลังที่ต้านกันอยู่ของเราจะทำให้เราตายทั้งคู่นะ”

“ถ้าพี่กลดไม่หยุด เอื้อก็ยอมตายพร้อมพี่กลดค่ะ เอื้อยอมตายเพื่อให้พี่ทำสิ่งที่ถูก”

“นี่ไงสิ่งที่ถูกต้อง พี่ต้องทำเพื่ออาจารย์ เพื่อทุกคน อาจารย์ต้องตายเพราะมัน”

แดนที่ได้แต่ยืนดูห่างๆมาตลอด ได้โอกาสจะโต้แทนคุณหมอสาว

“ไม่จริงครับ อาจารย์ต้องตายอยู่แล้ว อาจารย์ทำแบบนี้เพราะต้องการให้พี่แค้น”

“หมายความว่าไง”

“อาจารย์รู้ว่าตัวเองต้องตาย อาจารย์อาคมเสื่อมครับ”

ooooooo

ความจริงจากแดนทำให้คิมสูญเสียการควบคุมพลัง เอื้อกานต์เลยใช้พลังขาวของตัวเองควบคุมเขาไว้ได้ แต่กระนั้นผลของมันก็ทำให้เขาหมดสติ แถมถูกพลังมืดในตัวควบคุมไว้ได้อีกต่างหาก

พลังมืดในตัวข่มขู่ให้คิมยอมยกร่างให้เพื่อไปล้างแค้นศักดิ์ชาย เอื้อกานต์ถอดจิตไปหา เห็นเขาถูกขังไว้ด้วยกำแพงของพลังมืดก็พยายามช่วยพูดเตือนสติ

“พี่กลด...อย่าไปฟังเขานะคะ คาถาอาคม...อาจเป็นอาวุธชิ้นหนึ่งที่มีทั้งคุณและโทษ อยู่ที่เจ้าของอาคมจะเลือกใช้ ที่ผ่านมาพี่และอาจารย์ใช้อาคมในการทำลายฆ่าคนเลว ก่อความเดือดร้อนแก่คนอื่น จนสุดท้ายมันสะท้อนกลับมาทำร้ายตัวพี่เอง ทำให้พี่กลายเป็นแบบนี้”

พลังมืดโกรธมาก แหวลั่นให้คิมกลับไปล้างแค้น แต่เอื้อกานต์ก็ไม่สนใจ

“เขาต้องการให้จิตพี่สกปรก จะได้ยึดร่างพี่ได้”

คำพูดของทั้งสองฝ่ายทำให้คิมสับสน และนั่นก็ทำให้พลังมืดอ่อนแรง เอื้อกานต์เห็นดังนั้นก็ถึงบางอ้อ

“ฉันรู้แล้ว...แกคงเกิดขึ้นมาจากความแค้นในใจพี่กลดสินะ ถ้าพี่กลดหายแค้น...แกก็จะตายไป แกไม่ใช่ร่างพี่กลด แต่แกเป็นปีศาจในใจพี่กลด...ฉันรู้แล้วว่าจะกำจัดแกยังไง”

พลังมืดอ่อนแรงลงเรื่อยๆ พร้อมสติของคิมที่มีมากขึ้น เอื้อกานต์รีบสำทับ

“พี่กลดฟังเอื้อนะคะ พี่กลดต้องอภัยให้ศักดิ์ชายนะคะ...คนก็มีทั้งดีและไม่ดี ตลอดชีวิตของคนหนึ่งต่างมีโอกาสทำดีทำชั่วหลายครั้ง และคนเราก็ต้องได้รับทั้งผลดีและผลชั่วของตัวเองไปเรื่อยๆ คนดี...สามารถทำสิ่งที่ผิดพลาดได้ คนที่ไม่ดี...ก็สามารถทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ได้เหมือนกัน”

คิมตั้งใจฟังสิ่งที่คนรักพูด ต่างจากพลังมืดที่พยายามคัดค้าน แต่เอื้อกานต์ก็ไม่ยี่หระ

“คนเราเกิดมาด้วยความไม่รู้...ทำผิดด้วยแรงขับของกิเลสและรับกรรมด้วยกฎอันเที่ยงตรงของวัฏสงสาร คนดีอาจพลาดพลั้งทำผิดได้ คนชั่วก็อาจสร้างกรรมดีได้ไม่น้อย...ดูคนรอบตัวพี่กลดสิ ทั้งอาจารย์ เดชาหรือศักดิ์ชาย ทุกคนต่างก็ก่อกรรมต่างๆเพราะแรงขับดันภายในจิตใจ หลายอย่างในโลกทำให้คนเราต้องดิ้นรน กระเสือกกระสน ทำกรรมดีและกรรมชั่ว...จนกระทั่งรับผลกรรมเหล่านั้น”

คำพูดของเอื้อกานต์ทำให้คิมได้สติ เหตุการณ์ที่ผ่านมาก็เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ดี

“แม้แต่ตัวพี่กลดเอง...เคยเป็นคนดี ทำเพื่อคนอื่น มีชีวิตที่ดี แต่เพราะแรงขับความแค้นเลยทำให้พี่กลดทำอะไรที่ผิดพลาดไปได้ มันเป็นอย่างหนึ่งในวัฏสงสาร”

พลังมืดค่อยๆจางหายตามสติที่มากขึ้นของคิม เอื้อกานต์เห็นดังนั้นก็ดีใจมาก

“พี่กลดต้องสู้กับมารในใจให้ได้นะคะ ต้องให้อภัย ทุกคนรักพี่และรอพี่อยู่นะคะ”

“ใครจะมารอพี่ ไม่มีใครต้องการพี่”

“ก็คนที่พี่กลดเคยช่วยไงคะ...คนที่ถูกสังคมทอดทิ้ง คนที่ไม่ได้รับความยุติธรรมและคนอื่นๆที่รอดตายได้เพราะพี่กลด พี่เป็นฮีโร่เป็นแสงสว่างของพวกเขานะคะ”

ภาพเก่าๆไหลมาในหัว ตอนคิมช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กจากการค้ามนุษย์ เอื้อกานต์เห็นท่าทางคนรักก็มั่นใจว่าตัวเองมาถูกทางแล้ว

“พี่กลดเป็นความหวังของคนที่ไม่มีทางสู้ เป็นตัวแทนของความยุติธรรม ทุกคนกำลังรอให้พี่กลดไปช่วย...พี่กลดจะทิ้งพวกเขาได้ลงคอเหรอคะ พี่กลดก็ต้องกลับไปทำสิ่งที่ดี ต้องกลับไปปกป้องพวกเขานะคะ...”

ooooooo

คำพูดเตือนสติของเอื้อกานต์ดึงคิมกลับมาจนได้ เมื่อฟื้นจากอาการสลบ เขาก็รีบไปหาศักดิ์ชาย เอื้อกานต์ตกใจมาก กลัวใจเขาจะล้างแค้น แต่ทุกคน

ในเซฟเฮาส์ก็ต้องแปลกใจเมื่อคิมไม่ได้ฆ่าแต่ใช้พลังรักษาบาดแผลให้แทน

ศักดิ์ชายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังจากนั้น ผลการตรวจสร้างความประหลาดใจให้ใครหลายคน เพราะอาการของศักดิ์ชายไม่ได้ทรุด แต่บาดแผลกลับดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

ทีเกื้อยืนดูอาการของศักดิ์ชายด้วยความทึ่ง และอดไม่ได้จะไปถามความจริงจากคิม

“พี่ใช้อาคมบรรเทาความทรมาน เพื่อยืดเวลาความตายให้เขา เขาจะมีชีวิตอยู่ได้อีกหนึ่งเดือน”

“ผมดีใจนะที่พี่หยุด แถมยังใช้อาคมรักษาศักดิ์ชายอีก...ทำไมพี่ถึงเปลี่ยนใจ”

คิมถอนใจยาว ก่อนจะบอกถึงสิ่งที่อยู่ในใจ “ถ้าพี่ต้องฆ่าคนที่มีชีวิตอยู่เหลือไม่กี่วัน มันคงทำให้รู้สึกทุเรศตัวเอง อีกอย่าง ถ้าฆ่าเขาให้ตายตอนนี้ มันก็เป็นการปรานีเขาเกินไป”

“ตอนนี้เขาได้รับกรรมแล้ว เขาต้องทนอยู่กับความทรมานไม่ต่างกับการตายเสียอีก”

“ใช่...ไม่นานเขาก็ต้องตาย ช่วงเวลาสั้นๆนี้พี่อยากให้โอกาสเขาแก้ตัว ฝากบอกเขาด้วยว่าถ้าเขาใช้เวลาที่เหลืออยู่ทำสิ่งดีๆเพื่อชดใช้ความผิดให้เป็นประโยชน์แก่คนอื่น มันก็จะเป็นเวลาที่มีค่ามากกว่าเวลาของเขาทั้งชีวิต”

ทีเกื้อนำคำพูดของคิมไปบอกศักดิ์ชาย ส่วนคิมก็ไปเจอเอื้อกานต์ที่รอฟังคำอธิบายของเขาเช่นกัน

“พี่กลดตัดสินใจถูกแล้วค่ะ ที่ใช้อาคมช่วยศักดิ์ชาย”

“พี่ก็เกือบตัดสินใจพลาดเหมือนกัน ถ้าเอื้อไม่เตือนสติไว้”

“เพราะตัวพี่กลดเองต่างหากค่ะ ที่ต่อสู้กับความแค้นและสามารถเอาชนะมารในใจตัวเองได้”

“ขอบใจมากนะเอื้อที่ไม่ทิ้งพี่ไปไหน...ขอบใจมากจริงๆ...”

เรื่องราวทำท่าจะจบด้วยดี คิมกับเอื้อกานต์ได้กลับมารักกัน แม้จะเปิดเผยใครต่อใครไม่ได้ แต่ก็มีความสุขดี เช่นเดียวกับเรื่องของทีเกื้อกับสัตตบงกชที่มีโอกาสได้ปรับความเข้าใจ

ทุกคนในครอบครัว โดยเฉพาะธีรภูมิกับคุณหญิงอัปสรลุ้นสุดตัว ทีเกื้อเลยไม่รอช้านัดสัตตบงกชออกมาพบ พิธีกรสาวรับนัด แล้วก็อดสงสัยไม่ได้ที่เขานัดมากินข้าวในโรงแรมหรู

“เพิ่งทำคดีจบมาเหนื่อยๆก็ต้องอยากฉลอง กินอะไรดีๆบ้างสิ”

“แล้วเรื่องคดีเป็นยังไงบ้างคะ สรุปว่ายังไง ปิดจ๊อบเรียบร้อยไหม”

“คราวที่แล้วนัดมาก็เอาแต่ถามข่าว ครั้งนี้ก็เอาแต่ถามข่าว หน้าผมนี่เหมือนข่าวมากเลยเหรอ”

“อย่างอนสิ ฉันขอโทษ”

“อยากได้ข้อมูลนักก็เอาไปเลย เอาไปทั้งแฟ้มคดีเลย แล้วดูเอาเอง”

พูดพลางส่งแฟ้มคดีให้ สัตตบงกชหน้าเจื่อน ไม่กล้าเปิด

“คุณพูดแบบนี้ ใครจะกล้า”

“จะดูไม่ดู ไม่ดูผมเอาคืนแล้วนะ”

เพราะความอยากรู้แท้ๆทำให้สัตตบงกชเปิดแฟ้มคดี แล้วก็ได้เบิกตาโพลงเมื่อเห็นแหวนหมั้นถูกผูกติดไว้กับกระดาษ พร้อมข้อความขอแต่งงาน ทีเกื้อเห็นเธอหน้าแดงก็แกล้งเย้า

“ถ้าอยากจะหาข่าวจากผมทุกครั้งที่เจอแบบนี้ มาอยู่ด้วยกันทุกวันเลยไหม...จะได้ให้ข่าว ให้สัมภาษณ์ทุกคืนไปเลย จะเล่าแบบละเอียดทุกซอกทุกมุม ทุกเรื่องที่อยากรู้เลย”

สัตตบงกชอึ้งมาก ทีเกื้อเลยหยิบแหวนจากแฟ้มมายื่นตรงหน้า

“ผมกำลังขอแต่งงานอยู่นะ”

“แน่ใจแล้วเหรอ ฉันน่ากลัวนะ สัญชาตญาณนักข่าว ถ้าคุณทำอะไรผิดหรือนอกใจ ฉันกัดไม่ปล่อยแน่”

ทีเกื้อยิ้มกว้าง ก่อนจะชี้ที่แก้มตัวเอง “ถ้าเป็นคุณ...ผมยอมให้กัดทุกวันเลย...แต่กัดตรงนี้นะ”

ooooooo

คิมนำกระดูกของฮันเตอร์ไปโปรยต้นไม้ อยากให้อาจารย์อยู่ใกล้ธรรมชาติและไปสู่สุคติ แต่นอกจากฮันเตอร์จะไม่ได้ไปที่ที่เขาปรารถนา ยังปรากฏร่างเลือนรางให้เห็นอีกต่างหาก

“สุดท้าย...แกก็ไม่ล้างแค้นแทนฉัน”

“สรุปที่อาจารย์ช่วยผมเพราะหลอกใช้ผมจริงๆ เหรอครับ...อาจารย์เคยมองผมเป็นศิษย์บ้างไหม”

“ฉันตั้งใจช่วยแกจริงๆ แต่ฉันก็ตั้งใจทิ้งความแค้นให้แกสะสางทุกอย่างแทนฉัน”

“แม้แต่ความตายก็ยังทำให้อาจารย์หยุดความแค้นไม่ได้”

“ใช่....ถึงตอนนี้ฉันก็ไม่คิดว่าทำผิด ฉันทำสิ่งที่ควรทำ ฉันต้องการฆ่าคนเลว ทำลายโลกที่ไม่มีความยุติธรรม”

“มันก็แค่ข้ออ้างที่พยายามทำให้ตัวเองไม่ผิด มีตั้งหลายวิธีที่จะทวงความยุติธรรมโดยไม่จำเป็นต้องฆ่าใคร”

“วิธีโง่ๆแบบแกน่ะเหรอ ไม่ฆ่ามัน แถมยังเลือกจะช่วยมันแทนอีก”

คิมไม่สะทกสะท้านกับคำปรามาสของอาจารย์ “ผมอยากใช้อาคมที่ก่อประโยชน์แก่คนอื่น คนดีมีโอกาสทำชั่ว คนเลวก็อาจทำดีโดยที่ใครคิดไม่ถึง ถ้าเขารู้สึกตัวและมีโอกาส”

“คิดว่าคนชั่วอย่างมัน พอมีโอกาส...มันจะทำดีหรือไง มันคงตามเช็กบิลพวกที่คอยเขมือบสมบัติมันมากกว่า”

“หน้าที่ของผมคือให้โอกาส ที่เหลืออยู่ที่ตัวเขาเอง จะใช้โอกาสไปทำอะไร”

“ฉันจะคอยดูว่าโอกาสที่แกให้กับมัน มันจะได้ประโยชน์หรือสูญเปล่า”

แหวจบก็สลายร่าง ทิ้งคิมให้ถอนใจยาว ก่อนจะตะโกนทิ้งท้าย

“ผมจะพิสูจน์ให้อาจารย์เห็นครับ”

จบคำนั้นคิมก็สะดุ้งตื่น พร้อมความจริงที่ว่าตัวเองแค่ฝัน แดนเป็นคนพาร่างหมดสติของเขาไปพัก ก่อนจะช่วยปลอบเพราะคิดว่าเขาคงยังทำใจไม่ได้เรื่อง

ฮันเตอร์ คิมพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเปลี่ยนมาพูดเรื่องจดหมายลาของอีกฝ่ายที่เคยทิ้งไว้ให้ตอนแอบปลอมตัวเป็นเขาที่สวนสนุก

“อย่าทำอะไรแบบนี้อีกนะ ชีวิตเป็นของเราไม่ใช่ของพี่ แล้วก็ขอบใจมากที่คอยอยู่ช่วยพี่มาตลอด แต่ต่อไปเราต้องมีชีวิตของเรา...ต้องมีงานมีการที่ดีทำ ถ้าวันไหนพี่ไม่อยู่ เราจะได้อยู่ได้”

“พี่ก็พูดเป็นลาง พี่จะไปไหนล่ะ”

“อนาคตไม่มีใครรู้ วันหนึ่งพี่ก็ต้องรับกรรมที่ตัวเองก่อเหมือนกัน”

“แต่พี่ทำไปเพราะช่วยคนอื่น ทำไมต้องรับกรรมด้วย”

“บุญส่วนบุญ บาปส่วนบาป ใช่ว่าความดีที่เราทำจะล้างบาปจากการทำร้ายคนได้ ตอนนี้พี่ก็ได้แต่หวังว่าที่พี่ตัดสินใจให้โอกาสศักดิ์ชายจะทำให้เขาคิดได้จริงๆ”

ooooooo

สถานการณ์ทุกอย่างเป็นไปในทางที่ดีขึ้น ความรักของคิมกับเอื้อกานต์ลงตัว เช่นเดียวกับทีเกื้อกับสัตตบงกช ศักดิ์ชายมีโอกาสไถ่โทษด้วยการก่อตั้งมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือคนอื่น โดยตั้งชื่อว่ามูลนิธิทรงพล

วันเวลาผ่านไปจากวันเป็นเดือน ศักดิ์ชายเสียชีวิตแล้ว ธีรนัฐเลยรับหน้าที่เป็นตัวแทนจัดงานเปิดตัวมูลนิธิ

“มูลนิธิเราตั้งขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายแก่คนที่ขาดความรู้ ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม หรือกลุ่มที่เราเรียกว่าเป็นแพะในคดีต่างๆ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทางกฎหมายแก่ทุกคน โดยไม่ยอมให้มีอิทธิพลอื่นมาแทรกแซง”

การเปิดตัวมูลนิธิได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนมาก แม้ธีรนัฐจะออกหน้าเป็นประธานมูลนิธิ แต่คนส่วนมากก็รู้ดีว่าศักดิ์ชายต่างหากที่เป็นเจ้าของเงินทุนก่อตั้ง

“ท่านต้องการแสดงความสำนึกผิด ต้องการไถ่โทษ ขอขมาต่อท่านทรงพล มูลนิธินี้ถึงได้ชื่อว่าทรงพล ท่านทำผิดต่อหลายๆคนอย่างไม่น่าให้อภัย จนเกือบจะจบชีวิตเพราะฝีมือคนคนหนึ่ง”

คิมแฝงตัวมาฟังธีรนัฐด้วย ปลื้มใจที่การตัดสินใจให้โอกาสกับศักดิ์ชายได้ผลดีเกินคาด คนในครอบครัวธีรนัฐก็รู้เรื่องนี้ดี และรู้ด้วยว่าต้องเก็บเป็นความลับ ประกาศชื่อชายสวมหน้ากากต่อหน้าสาธารณชนไม่ได้

“ในช่วงเวลาสุดท้าย...คนคนนั้นก็เลือกจะให้โอกาสท่านได้สำนึกผิด ท่านต้องการใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้เกิดประโยชน์ จึงเรียกทนายส่วนตัวและผมมาคุยเรื่องมูลนิธินี้ ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิต...มูลนิธินี้จึงเกิดขึ้นได้จากการให้อภัยและการให้โอกาสของคนคนหนึ่งที่เคยตกเป็นแพะ”

คำพูดทิ้งท้ายของธีรนัฐทำให้คิมยิ้มบางๆ และเมื่อได้ยืนต่อหน้าภาพของทรงพลและฮันเตอร์ ซึ่งถูกติดไว้ภายในมูลนิธิในฐานะบุคคลสำคัญที่ทำให้เกิดมูลนิธินี้ คิมก็อดไม่ได้จะระบายความในใจ

“เห็นไหมครับ...ว่าโอกาสที่ผมให้ศักดิ์ชายทำให้เกิดมูลนิธินี้ ได้ช่วยเหลือคนที่ตกเป็นแพะอย่างครอบครัวพวกเราได้หลายครอบครัว ผมพิสูจน์ให้อาจารย์เห็นแล้วนะครับว่าคนดีมีโอกาสทำชั่ว คนชั่วก็มีโอกาสทำสิ่งที่ดี ทำให้เกิดประโยชน์กับคนอื่นได้เหมือนกัน”

เอื้อกานต์เดินมาสมทบคนรัก เห็นเขายิ้มก็พอเดาได้ว่าคิดอะไร

“ตอนนี้ทุกคนต่างก็ได้รับผลจากการกระทำของตัวเองกันหมดแล้วนะคะ...อาจารย์ ศักดิ์ชายหรือแม้แต่วัฒน์”

“นั่นสิ...ไม่รู้ว่าตื่นมาแล้ววัฒน์จะรับความจริงได้ไหมว่าพ่อเขาเสียชีวิตแล้ว”

“มันเป็นกรรมของเขาเองค่ะ”

“สักวันหนึ่งพี่เองก็ต้องรับกรรมเหมือนกัน แค่รอวันนั้นมาถึง...วันที่กฎแห่งกรรมทำงาน”

“อย่าคิดถึงวันนั้นเลยนะคะ...”

ooooooo

เอื้อกานต์อยากให้คิมคลายเครียดเรื่องอดีตรวมทั้งชะตากรรมของคนอื่นที่เขาควบคุมไม่ได้ เลยชวนเขาไปเที่ยว คิมปลื้มใจมาก พาเธอไปรำลึกความหลังที่ท้องฟ้าจำลอง...สถานที่เดตครั้งแรกของเธอกับเขา

บรรยากาศโรแมนติกท่ามกลางหมู่ดาวจำลองมากมายทำให้เอื้อกานต์ถึงกับเคลิ้ม คิมเฝ้ามองด้วยความเอ็นดู

“ถ้าเอื้อชอบดูดาว สักวันจะพาไปดูของจริงนะ”

“อย่าพูดเสียงดังสิคะ เดี๋ยวคนอื่นก็ว่าเอาหรอก”

“ไม่มีใครได้ยินหรอก เขาหลับกันหมดแล้ว”

เอื้อกานต์กวาดตามองรอบๆ เห็นว่าเพื่อนร่วมดูดาวหลับหมดแล้ว

“นี่พี่ใช้อาคมทำให้เขาหลับเหรอ”

“ก็พี่อยากดูดาวกับเอื้อสองคน”

“นิสัยไม่ดี”

“จำได้ไหมที่เราคุยกันสมัยเรียน...เอื้อฝันว่าอยากไปใช้ชีวิตอยู่ต่างจังหวัด ไปเป็นแพทย์อาสาที่ชายแดน...เราไปทำตามฝันกันไหม ไปอยู่ด้วยกัน...ตลอดไป”

คิมพยายามขอแต่งงานแบบอ้อมๆ แต่เอื้อกานต์ก็ยังไม่เข้าใจ

“อยู่ด้วยกัน...หมายความว่าไง ชวนไปอยู่เฉยๆหรือขอแต่งงาน”

คำย้อนถามของเธอทำให้คิมอดหัวเราะไม่ได้ ก่อนจะย้ำชัดๆ

“เราแต่งงานกันนะ...ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกันที่ที่ไม่มีใครรู้จักพวกเรา”

ถึงคราวเอื้อกานต์อึ้งบ้าง แต่ก็ตั้งตัวได้ในอึดใจต่อมา

“ถ้าพี่กลดสัญญาว่าจะไม่หายไปไหนอีก จะไม่ทิ้งเอื้อไป เอื้อก็ตกลงค่ะ”

“พี่สัญญา...ต่อไปนี้เราจะไม่จากกันไปไหนอีก พี่จะอยู่กับเอื้อตลอดไป พี่ให้สร้อยเส้นนี้แทนคำสัญญา”

พูดจบก็หยิบสร้อยมาสวมให้ ก่อนจะโน้มตัวหอมแก้มเธอแทนคำสัญญาจะอยู่ด้วยกันตลอดไป...

หลังตกลงแต่งงาน คิมกับเอื้อกานต์ก็จูงมือกันกลับ วาดฝันสวยงามถึงชีวิตคู่ร่วมกัน

“ไว้เราไปสร้างบ้านหลังเล็กๆบนภูเขากันนะ”

“ค่ะ...เอาเป็นบ้านไม้เล็กๆบนภูเขา ข้างบ้านมีลำธารเล็กๆ หน้าบ้านก็ปลูกดอกไม้ให้เต็มหน้าบ้านไปเลยค่ะ”

“ได้...แล้วพี่จะใช้อาคมเรียกผีเสื้อมาให้เอื้อดูทุกวันเลย”

“ขอแบบเป็นฝูงเลยนะคะ เป็นพันธุ์หายากๆตัวใหญ่ๆ”

“ให้พี่เรียกผีเสื้อสมุทรมาเลยไหม”

สองหนุ่มสาวหัวเราะให้กัน ก่อนจะหน้าเสียเมื่อคิมเกิดนิมิตเห็นวัฒน์ฟื้นและจะเผาโรงงานสารเคมี

เอื้อกานต์ตกใจมาก รีบตามคนรักไปดูเหตุการณ์ ทีเกื้อกับสัตตบงกชก็ไปด้วยเพื่อช่วยไกล่เกลี่ยสถานการณ์ แต่ก็เหมือนไม่ค่อยได้ผล วัฒน์คลุ้มคลั่งและโทษทุกคนที่ทำให้ศักดิ์ชายตายและชีวิตเขาพังแบบนี้

ooooooo

คิมแยกจากเอื้อกานต์ไปเกลี้ยกล่อมวัฒน์พร้อมทีเกื้อ เขาสวมหน้ากาก สะกดจิตวัฒน์จนสงบ แต่ห้ามระเบิดไว้ไม่ทัน ทีเกื้อเลยต้องพาวัฒน์หนี ทิ้งคิมไว้ตามลำพังเพื่อหาทางลดแรงระเบิด

แม้จะลดแรงระเบิดได้ แต่คิมก็หายตัวไป ไม่มีใครเห็นเขาอีกหลังจากนั้น เอื้อกานต์เสียใจมาก ร้องไห้ฟูมฟายจะเข้าไปค้นหาร่างของคิมในโรงงาน ธีรภูมิกับสัตตบงกชต้องช่วยกันห้ามเพราะไม่ปลอดภัย

ไม่มีใครพบศพของชายสวมหน้ากาก เอื้อกานต์หัวใจสลาย แต่ก็พยายามใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเหมือนที่ครั้งหนึ่งเคยทำได้ตอนรู้ว่าทรงกลดเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินตก ความหลังระหว่างเธอกับเขาเหมือนเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงให้มีความหวัง พร้อมๆกับเฝ้าดูความสำเร็จของคนอื่นๆ

แดนได้งานที่มูลนิธิทรงพลสมใจ ได้ช่วยเหลือคนอื่นตามที่รับปากคิมไว้ ส่วนทีเกื้อกับสัตตบงกชก็จะแต่งงาน เอื้อกานต์เลยหมดห่วง และตัดสินใจจะไปใช้ชีวิตอย่างสงบเป็นแพทย์อาสาตามชายแดนเหมือนที่ฝันไว้กับคิม เมื่อทีเกื้อรู้เรื่องก็ตกใจมาก มั่นใจว่าแฝดพี่เลือกไปปลีกวิเวกเพราะคิดถึงคิม

“มันเป็นสิ่งสุดท้ายที่เอื้อกับพี่กลดสัญญาว่าจะทำด้วยกัน ตอนนี้พี่กลดไม่อยู่แล้ว แต่เอื้อก็ยังอยากจะทำทุกอย่างแทนพี่กลด...อย่าห้ามเอื้อเลยนะ”

ทีเกื้อจนปัญญาจะห้าม ยอมให้แฝดพี่ไปตามต้องการ แต่ไม่วายกำชับให้ติดต่อมาบ้าง เอื้อกานต์เลยได้ไปเป็นแพทย์อาสาสมใจ ก่อนจะได้ยิ้มหน้าบานในอีกหลายวันต่อมา เมื่อพบว่ามีใครรออยู่

คิมนั่นเองที่โผล่มาพร้อมอาคมแสนหวาน ร่ายดอกไม้ ผีเสื้อและดวงดาวเป็นของขวัญให้คนรัก

“พี่ขอโทษนะที่ทำให้เอื้อรอนาน”

“พี่กลดรอดมาได้ยังไงคะ”

“พี่หนีออกมาทางหน้าต่าง ก่อนที่อาคารจะระเบิดน่ะ”

“แล้วทำไมไม่บอกเอื้อ ปล่อยให้เอื้อเสียใจตั้งนาน”

ท่าทางงอนๆของเธอทำให้คิมนึกเอ็นดู ดึงตัวมากอดก่อนจะบอกเหตุผล “พี่อยากให้มนุษย์หน้ากากตายไปจากทุกคน ตอนนี้พี่มาทวงสัญญาแล้วไง...สัญญาที่เราบอกว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป...แต่งงานกันนะ”

เอื้อกานต์ถึงกับไปไม่ถูกกับคำขอแต่งงานดื้อๆ คิมต้องแกล้งขู่

“ถ้าเอื้อไม่แต่ง พี่คงต้องทำของให้เอื้อยอม บอกพี่มานะว่าของสำคัญของเอื้อคืออะไร”

“งั้นพี่กลดก็คงต้องทำของใส่ตัวเองแล้วล่ะ เพราะพี่กลดคือคนสำคัญที่สุดสำหรับเอื้อ”

พูดจบก็โผกอด คิมกระชับอ้อมแขนแน่น พร้อมสัญญา

“วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายแล้วที่พี่จะใช้อาคม พี่จะใช้อาคมเพื่อคนที่พี่รัก”

“จะไม่ใช้อาคมช่วยคนอื่นแล้วเหรอคะ”

“ไม่ล่ะ...พี่จะใช้ความสามารถของพี่เองช่วยคนเหมือนคนปกติทั่วไป...”

คิมทำตามประกาศ โยนหน้ากากทิ้ง เลิกใช้อาคมและใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ

“ผมเองก็เคยเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้รับความยุติธรรมและตัดสินใช้อาคมจัดการคนชั่ว...แต่สุดท้ายอาคมก็กลับมาทำร้ายตัวผม...ผมตัดสินใจแล้วว่าผมจะทิ้งวิชาอาคมทั้งหมด ถึงไม่มีอาคม...ผมก็ยังช่วยคนได้ และถึงไม่มีมนุษย์หน้ากาก ก็ยังมีคนดีๆมากมายที่พร้อมจะช่วยเหลือกันในสังคม ใครๆก็สามารถเป็นฮีโร่ได้โดยไม่ต้องใช้อาคม...”

ooooooo

–อวสาน–


ละครอาคม ตอนที่ 14(ตอนจบ) อ่านอาคม ติดตามอาคม ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย เจมส์ มาร์,ราศรี บาเล็นซิเอก้า 15 ก.ค. 2560 08:10 2017-07-18T01:15:32+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ