ตอนที่ 13
ณิชนิชากลับไปทันทีที่หมดเวลาทำงานไม่เกินแม้แต่วินาทีเดียว นวัตเดินมาดูงานแล้วส่ายหน้ายิ้มๆ เพราะงานยังค้างอยู่มาก เขานั่งลงทำงานต่อให้
จนถึงกลางคืน คุณณพมาเจอถามว่ายังไม่กลับอีกหรือ พอรู้ว่าพิมพ์เอกสาร เขาถามว่าแล้วณิชนิชาล่ะ ทำไมไม่ให้ช่วยจัดการ
"คุณณิชเขาไม่สบายน่ะครับ แล้วมีบางประโยคที่ผมอยากแก้ผมก็เลยขอดึงมาทำเองน่ะครับ"
คุณณพพยักหน้ารับรู้บอกว่าอย่ากลับดึกนักก็แล้วกันแล้วเดินออกไป
ที่แท้ณิชนิชากลับมาเห็นนวัตนั่งทำงานแทนตนอยู่ก็ใจไม่ดีนึกว่าโดนแน่แล้ว แต่พอได้ยินเขาพูดกับคุณณพ เธอโล่งใจแอบดูนวัตด้วยความรู้สึกว่าตัวเองผิด
ครู่ใหญ่ต่อมาเธอซื้อข้าวกล่องมาฝากเขา นวัตทำท่าจะปฏิเสธ เธอพูดจริงจังว่าตั้งใจซื้อให้เขาทานแต่ถ้าเขาไม่ทาน...เธอทำท่าจะเททิ้ง นวัตเลยรีบรับไปพร้อมคำขอบคุณ
พอนวัตลุกไปกินข้าว ณิชนิชาก็นั่งลงทำงานต่อ นวัต
มองอย่างดีใจ เธอรู้ว่าถูกแอบมองอยู่ พูดทั้งที่ตายังอยู่ที่คอมพิวเตอร์
"ทานเร็วๆสิหัวหน้า ไหนว่าต้องเคลียร์สำนวนฟ้องส่งพรุ่งนี้ไง"
"ครับๆๆ" นวัตรีบก้มหน้าก้มตากิน ณิชนิชายังคงก้มหน้าก้มตาพิมพ์งานแต่แอบยิ้มนิดๆ
ooooooo
ภารตีตามภาวิชไปนั่งที่ริมน้ำ ภาวิชชนเบียร์ กระป๋องกับภารตีแล้วดื่มอั้กๆ หมดแล้วจะเปิดอีก ภารตีดึงไว้เอ็ดว่าดื่มขนาดนี้เดี๋ยวก็หัวทิ่มพอดี
ภาวิชบอกว่าตนยอม...ยอมให้กับวันดีๆของเพื่อนมันต้องฉลอง ภารตีรู้ดีใจภาวิชคิดอย่างไร เตือนว่าอย่าทำตัวแบบนี้ ได้ไหม น้ำเน่า ถามเป็นการเป็นงานว่า
"ไอ้วิช ถ้าแกชอบไอ้ลัล แล้วตอนที่เรียนอยู่ด้วยกันทำไมแกไม่จีบมันวะ"
"ตอนนั้น ฉันไม่แน่ใจน่ะสิ ไม่แน่ใจว่า ที่รู้สึกกับลัลมันเป็นความรัก หรือความใกล้ชิด จนฉันไปเรียนที่อังกฤษ ฉันถึงรู้ว่าฉันคิดถึงลัลแค่ไหน ของสำคัญในชีวิตของเรา...เราอาจจะรู้ค่าเมื่อมันหายไปจากเรา บางคนอาจมองข้ามเพราะมันใกล้ตัวจนดูไม่เห็นค่า...บางครั้งเราอาจได้เจอสิ่งมีค่าเมื่อช้าไป แต่เมื่อเราได้รู้แล้วว่าของสิ่งนั้นมีค่ามากแค่ไหน เราก็ต้องชั่งใจว่าจะยอมปล่อยไปหรือจะเอากลับคืนมา..."
"ไอ้วิช ลัลมันแต่งงานแล้วนะแก" ภารตีเตือนสติ
"ฉันไม่คิดจะแย่งใคร แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เขาทำให้ลัลต้องร้องไห้อีก ฉันจะไม่ปล่อยให้ลัลกลับไปแน่" ภาวิชพูดจริงจัง จนภารตีฟังแล้วรู้สึกไม่สบายใจ..."
นั่นคือบทสรุปจากความจริงของภาวิช แต่ความจริงในเวลานี้ ไม่ว่ารชาที่ไม่เคยเห็นตุลาในสายตาสมัยเรียนแต่ใน
เวลานี้ที่เขาไปเป็นของคนอื่นแล้ว เธอจึงรู้ค่าได้แต่ดูรูปเขาอย่างเศร้าหมองอยู่อย่างเดียวดาย เจ็บปวด...
และ...ในนาทีเดียวกันนี้ ที่ห้องทำงานของนวัต...ณิชนิชาพิมพ์งานให้เขาจนดึก เธอหลับตาลงเพื่อพักสายตาฟุบหน้ากับโต๊ะพักผ่อน ครู่หนึ่งรู้สึกมีเสื้อมาคลุมให้ที่ตัว แอบดูเป็นเสื้อแจ็กเกตของนวัตนั่นเอง เขาคลุมเสื้อให้แล้วกลับไปนั่งอ่านเอกสารต่อ
เวลานั้น...ณิชนิชารู้สึกอุ่นไปถึงหัวใจ...เธอกระชับเสื้อให้แนบร่างอย่างสนิทใจ...
เช่นเดียวกัน ลดาวัลย์อยู่กับหมอกานต์ เมื่อหมอทำงานเสร็จจึงพากันมาขึ้นรถกลับ โดยไม่รู้ว่าชวินทร์มาแอบดูอยู่ เมื่อหมอส่งลดาวัลย์ที่หน้าบ้านแล้วหมอเอ่ยชวน "วันอาทิตย์ ไปดูหนังกันไหม..."
ลดาวัลย์อึ้ง อึกอักก่อนย้ำว่าตนเป็นแม่ม่าย ไม่แน่ใจว่าเราควร...
"ผมไม่สนใจคนอื่นจะมองว่ายังไง ที่ผมสนใจคือคุณดากับผม เราคิดยังไงต่างหาก ให้โอกาสผมได้ไหมครับ..." หมอจับมือลดาวัลย์อย่างอ่อนโยน
ทันใดนั้น ชวินทร์ขับรถเข้ามาจอดพรืดสั่งหมอให้ปล่อยมือจากเมียตนเดี๋ยวนี้ หมอย้อนเอาว่าลดาวัลย์บอกแล้วว่าเธอกับเขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว
ชวินทร์ไม่สนใจพุ่งเข้าชกหมอกานต์ทันที ลดาวัลย์รีบเข้าประคองหมอไว้ ถูกชวินทร์ดึงตัวออกมา พอดีลักษมีวิ่งออกมาตะโกนห้าม ลดาวัลย์ได้จังหวะผละออกมาตบหน้าชวินทร์ฉาดใหญ่ พูดใส่หน้า
"เลิกบ้าซะที ดาไม่ใช่สิ่งของ ไม่ได้เป็นของของใคร ชีวิตของดาต่อไปนี้ดาจะเป็นคนเลือกเอง!" ลักษมีที่วิ่งออกมาตะลึงอึ้ง ชวินทร์ก็ยืนช็อก ลดาวัลย์หันไปประคองหมอกานต์ ตอบอย่างมั่นใจว่า "คุณหมอคะเรื่องดูหนัง ดาตกลงค่ะ วันอาทิตย์ เจอกันนะคะ"
"ครับ" หมอกานต์รับคำแล้วขับรถเข้าบ้านตัวเองที่อยู่ติดกัน
ลดาวัลย์เดินเข้าบ้านอย่างไม่สนใจชวินทร์ เขาไม่ยอมจะตามไปแต่ถูกลักษมีขยับมาขวาง ชวินทร์เอาเรื่องหาว่าลักษมีสนับสนุนให้ลดาวัลย์มีชู้
"ทีแกยังมีเมียน้อยเลย แล้วคุณหมอเขาเป็นเพื่อน แต่ต่อไปอาจจะเป็นตัวจริงก็ได้ เพราะเขาดีกว่าแก! ไอ้ห่วย!"
ลักษมีด่าแล้วเดินเข้าบ้านไป ทิ้งให้ชวินทร์ยืนอยู่เพียงลำพังกับความสูญเสีย...สูญเสียของมีค่าที่เมื่อก่อนไม่เคยเห็นค่าเลย...
ooooooo
ที่รีสอร์ต ลัลนารีกับตุลาฮันนีมูนกันอย่างมีความสุข โดยเฉพาะลัลนารีมีความสุขมาก...มากจนคิดว่าเป็นความฝัน แต่มันคือความจริงที่แม้แต่ฝันก็ยังไม่เคยฝันถึง...
แล้วเย็นวันรุ่งขึ้น ตุลาก็บอกลัลนารีว่า ตนขอโทษที่จะอยู่ที่นี่ได้แค่คืนเดียว คำตอบของเธอทำให้เขาสบายใจมาก เธอบอกเขาว่าแค่นี้ตนก็ดีใจแล้ว ถ้าวันหลังมีโอกาสเราค่อยมากันใหม่ ทั้งสองเกี่ยวก้อยให้สัญญากัน แล้วลัลนารีก็หลับไปทั้งที่ก้อยยังเกี่ยวกันอยู่...
เมื่อได้เวลาเดินทางกลับ ก็กลับกันมาอย่างมีความสุข จนถึงหน้าบ้านตุลาจอดรถลงไปเปิดประตูรั้ว ลัลนารีกุลีกุจอลงไปช่วย
ระหว่างนั้นตุลารู้สึกมีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้น แต่พอหันมองไปรอบๆก็ไม่พบอะไร จึงได้แต่รู้สึกไม่สบายใจอยู่เงียบๆ
คืนนี้ ลัลนารีนอนอยู่กับตุลา คอยจนเขาหลับแล้ว เธอลุกขึ้นไปเปิดลิ้นชัก หยิบสมุดที่หมอดูให้มาดูแล้วก็ใส่ไว้ในลิ้นชักตามเดิม พูดกับสมุดเบาๆว่า "แกคงไม่จำเป็นแล้วล่ะ"
ooooooo
ที่แท้ขณะที่ทั้งสองเปิดประตูรั้วเข้าบ้านนั้น ถูกลูกน้องของภูมิบดินทร์มาแอบถ่ายรูปไว้ รุ่งขึ้นจึงเอาไปให้เจ้านายดู ภูมิบดินทร์ถามว่าผู้หญิงในรูปเป็นใคร
"เป็นภรรยาของทนายตุลาครับ" ลูกน้องบอก ภูมิบดินทร์ ถามว่าแล้วรชาล่ะ "ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆครับ"
ขณะนั้นเองทนายความเดินเข้ามายื่นเอกสารให้บอกว่าได้รับเมื่อเช้านี้ ภูมิบดินทร์หยิบไปดูมันเป็นคำฟ้อง เขาถามเหี้ยมว่า "มันกล้าฟ้องฉัน...นังรชา...มันมีโอกาสชนะหรือเปล่า!"
ทนายบอกว่าตอบยากเพราะเราไม่รู้ว่าทางโน้นมีอะไรแค่ไหน นอกจากจะให้เผยไต๋ออกมา
ต่อมารชา ตุลา และนวัตคุยกันว่าทางภูมิบดินทร์ ต้องการนัดไกลเกลี่ยนอกรอบ เชื่อว่าฝ่ายโน้นคงไม่ยอมตามที่เราต้องการง่ายๆ
"อย่างน้อยเราก็ได้รู้ว่าเขาเดือดร้อนกับงานนี้มาก เขาอาจจะไม่ให้ทั้งหมดที่คุณต้องการแต่ก็อาจจะมากจนคุณพอใจก็ได้นะครับ" นวัตเอ่ย
รชาบอกว่าเราจะไม่ไปหาแต่ต้องให้ฝ่ายโน้นมาหาเราเอง ตุลาจึงให้นวัตโทร.บอกภูมิบดินทร์ว่าถ้าต้องการเจรจาก็ให้นัดวันเวลามา แต่สถานที่ต้องเป็นที่ออฟฟิศเราเท่านั้น
นัดวันกันแล้ว นวัตสั่งเตรียมห้องประชุมเป็นสถานที่เจรจา ส่วนเรื่องเอกสารณิชนิชาบอกว่าจัดการเอกสารทั้งสองฝ่ายครบแล้ว รชาย้ำว่า ไม่ว่าอย่างไรเราจะต้องได้ครึ่งหนึ่งของทั้งหมด ตุลาตอบรับว่าจะพยายามทำให้ดีที่สุด
พอดีจุรีเข้ามาบอกว่ามากันแล้ว ทุกคนหันมองเห็นภูมิบดินทร์เข้ามาพร้อมลูกน้องและทนายความท่าทางวางเขื่องมาก ภูมิบดินทร์มายืนตรงหน้าตุลา มีรชา นวัต และณิชนิชาอยู่ข้างหลังตุลา
ตุลาแนะนำตัวเองว่าเป็นทนายความของรชา รชาตัดบทว่าอย่าเสียเวลาเลย อยากให้เรื่องนี้มันจบเร็วๆ ภูมิบดินทร์พูดต่ออย่างท้าทายว่า
"แต่มันจะจบแบบไหนเท่านั้นเอง!"
ooooooo
เมื่อเข้าสู่โต๊ะเจรจา ทนายความของภูมิบดินทร์พูดขึ้นก่อนว่า
"ทางคุณภูมิบดินทร์ยื่นข้อเสนอการแบ่งสินสมรส ทันทีที่หย่า คุณรชาจะได้กิจการโรงแรมและเงินสดอีกสิบล้าน"
ทุกคนมองไปที่รชาเป็นตาเดียว เธอทำคอแข็งพูดอย่างมั่นใจไม่มีข้อแม้ว่า
"ทันทีที่หย่า ฉันต้องได้กิจการโรงแรม เงินสดสี่สิบล้าน และหุ้นที่บลูลากูนอีกสามสิบเปอร์เซ็นต์"
ภูมิบดินทร์ตบโต๊ะปัง! จ้องรชาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ รชาไม่สะทกสะท้านเพราะมีพวกอยู่หลายคน ส่วนนวัตและตุลามองภูมิบดินทร์กับรชาอย่างดูเชิงกัน ทนายบอกว่านั่นเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งของทรัพย์สินทั้งหมดของภูมิบดินทร์
ตุลาไกล่เกลี่ยให้พบกันครึ่งทาง แต่รชายืนกรานข้อเสนอเดิมไม่ลดแม้แต่บาทเดียวและไม่มีวันเปลี่ยนใจด้วย ภูมิบดินทร์ลุกขึ้นทุกคนมองเกร็งเตรียมรับสถานการณ์ ตุลาก้าวเข้าไปยืนข้างรชาอย่างพร้อมจะปกป้องลูกความของตน ภูมิบดินทร์พูดใส่หน้ารชาว่า "เธอจะไม่ได้...แม้แต่บาทเดียว!" พูดแล้วจะเดินออกไป
รชากดไอพอดทันที เสียงภูมิบดินทร์ดังขึ้น "คิดจะเล่นกับฉันใช่ไหม...นับจากวันนี้ถ้าเธอเป็นอะไรไป รู้ไว้ด้วยว่ามันเพราะความอวดดีของเธอเอง!"
ตุลากับนวัตมองกันอย่างตกใจ ส่วนภูมิบดินทร์ชะงักหันขวับมา รชายิ้มอย่างเป็นต่อบอกว่า
"ตอนนี้ฉันคิดว่าทันทีที่หย่า กิจการโรงแรม เงินสดห้าสิบล้าน หุ้นบลูลากูนห้าสิบเปอร์เซ็นต์"
ภูมิบดินทร์จะเข้าหารชา ถูกตุลาก้าวมาขวางไว้ นวัตก้าวตามมา
"ถ้าคุณไม่ตกลงก็พบกันที่ศาลตามกำหนดเดิม" ตุลาสรุป
ภูมิบดินทร์แทบจะคลั่งจ้องรชาอย่างแค้นใจก่อนเดินออกไป รชามองตามอย่างสะใจ ในขณะที่ตุลากับนวัตมอง
รชาเชิงตำหนิว่าไม่น่าทำแบบนี้
ooooooo
แม้จะเห็นสายตาตำหนิจากตุลากับนวัต แต่
รชาก็ยังดื้อรั้นเชื่อมั่นตัวเองว่าตนอยากขู่เรื่องจะได้ จบเร็วๆ ตุลาติงว่าทำแบบนี้เท่ากับเธอเปิดให้เขารู้ เกมฝ่ายเรา ย้ำว่าหลักฐานที่เราจะใช้สู้กับเขาในศาลคืออาวุธสำคัญ แต่ที่เธอทำไปนั้นถ้าเขาแก้เรื่องนี้ได้มันก็เป็นแค่อาวุธทื่อๆที่ไร้ค่า
"ถ้าถึงมือตุลย์แล้วเราคิดว่าเราจะต้องชนะเท่านั้น หมดธุระแล้วใช่ไหม" รชาใจเสียแต่ยังตะแบงไปจนได้
"เดี๋ยว ถ้าเชื่อมือผมก็ส่งทุกอย่างมาให้ผม" รชาส่งไอพอดให้บอกว่าให้ทุกอย่างเขาหมดแล้ว ตุลาบอกเธอว่า "ผมจะช่วยคุณเต็มที่ แต่ถ้าคุณอยากให้ทุกอย่างพังก็ทำตามใจคุณ ให้เต็มที่ คดีของคุณไม่ง่าย อย่าสร้างปัญหาต่อ ผมจะขอบคุณมาก"
ฝ่ายภูมิบดินทร์เมื่อกลับไปถึงห้องทำงานแล้วพูดอย่างผยองว่า แค่ได้เสียงอัดนั่นจะทำให้ตนแพ้ได้ยังไง ทนายความจึงอธิบายให้ฟังว่า
"เสียงอัดที่เราได้ยิน ประกอบกับบันทึกแจ้งความของคุณรชาคราวที่แล้วมันมีน้ำหนักที่ทำให้ศาลเชื่อได้ว่าที่ทางคุณรชาฟ้องว่าคุณทำร้ายทรมานร่างกายและจิตใจเป็นจริง มันเป็นพยานวัตถุที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเสียงคุณ ตรงจุดนี้ผมว่าเราหักล้างได้ถ้าเราสามารถบิดให้ศาลเชื่อว่ามันเป็นคำพูดที่ลุแก่โทสะ ไม่ได้มีเจตนาตามที่พูด แต่ผมคิดว่าทางโน้น ต้องมีหลักฐานที่มีน้ำหนักมากกว่าเสียงอัด เขาถึงได้มั่นใจนักว่าจะชนะ"
"กี่เปอร์เซ็นต์...ที่เรามีโอกาสจะชนะ" ภูมิบดินทร์ถาม เมื่อทนายบอกว่าประเมินได้ยากเขาพูดทันทีว่า "ก็ทำให้มันง่ายขึ้น"
ทนายมองหน้าภูมิบดินทร์อย่างเข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร
ooooooo
ภาวิช มีความรักที่เป็นแบบของตัวเอง เขายังมีความสุขกับการที่จะได้ดูแลลัลนารีให้เธอมีความสุข เมื่อเลิกงานวันนี้พอรู้ว่าเธอไม่ได้เอารถมาเพราะเมื่อเช้าตุลามาส่ง ก็อาสาจะไปส่ง แต่พูดไม่ทันขาดคำ รถของตุลาก็ปราดเข้ามาจอด กระนั้นภาวิชก็ยังอาสาจะถือของไปส่งที่รถให้
ตุลามองภาวิชอย่างจับสังเกต เห็นแววตาเขาวิบวับขณะพูดกับลัลนารี เขาพูดเสียงดังโดยไม่รู้ตัว เร่งลัลนารีให้รีบไปกันเพราะตนหิวแล้ว
ภาวิชเห็นอาการของตุลาก็เริ่มสงสัยว่าเขาหึง แต่ภารตีฟันธงว่าหึงชัวร์
ส่วนตุลาพอออกรถไปครู่เดียวก็ถามลัลนารีว่าภาวิชบอกเธอใช่ไหมว่าสอนหนังสือและเล่นดนตรี แล้วทำไม มาอยู่ที่ออฟฟิศนี้ ลัลนารีชี้แจงว่าภารตีจ้างให้มาช่วยเป็นพ่อบ้าน แต่เวลามีจ๊อบเขาก็ช่วยได้มาก ลูกค้ายังชมเลยว่าไอเดียเขาดี พูดแล้วเห็นตุลาหน้าบึ้ง เลยถามว่า
"อืม...แล้วตุลย์ถามเรื่องวิชทำไมเหรอ ปกติไม่เห็นตุลย์ถามเรื่องเพื่อนลัลเลย หรือว่า...หึง?"
"ผมไม่เคยหึง ผมไม่ใช่ลัลที่หึงไม่เข้าเรื่อง เดี๋ยวผมจะแวะไปออฟฟิศก่อนนะ แล้วค่อยไปกินข้าว"
ooooooo
จุรีหอบของพะรุงพะรังกำลังจะออกจากออฟฟิศ แต่พอเธอเอื้อมมือไปปิดสวิตช์ไฟ ก็ถูกลูกน้องของภูมิบดินทร์สองคนใส่หมวกปิดบังใบหน้าและใส่ถุงมือหยาบๆ พุ่งเข้ามาล็อกและลากกลับเข้าไปในออฟฟิศ จุรีดิ้นสุดชีวิตข้าวของหล่นเกลื่อนตรงประตู ลูกน้องภูมิบดินทร์สองคนรีบปิดประตูแล้วลากเธอเข้าไปในห้องทำงานของตุลา
ตุลามาถึงหน้าออฟฟิศพอดี บอกลัลนารีว่ารอแป๊บนึงแล้วเปิดประตูรถออกไป ลัลนารีมองไปยังที่นั่งคนขับเห็นกุญแจออฟฟิศวางอยู่ ตุลาไปถึงประตูออฟฟิศแล้ว ผลักเข้าไม่ได้
จะเดินย้อนกลับมาเอากุญแจ แต่ลัลนารีเอามาให้แล้ว เขารับกุญแจไปไขบอกเธอว่าข้างในต้องมีอะไรแน่ๆ เพราะมีข้าวของกระจัด กระจายตรงประตู
ลัลนารีกลัวขึ้นมาชวนกลับกันดีกว่า แต่ตุลาจะเข้าไปเช็กดูก่อน ลัลนารีเลยตามเข้าไปด้วย
ที่ห้องทำงานของตุลา จุรีถูกมัดปากมัดมือแน่นหนา ส่วนพวกมันสองคนช่วยกันค้นเอกสารบนโต๊ะตามตู้ ตุลาเข้ามาถึงพอดีเขาพุ่งเข้าถีบคนหนึ่งที่กำลังบีบคอจุรีเพราะเธอดิ้นรนต่อสู้ไม่หยุด ลัลนารีตกใจหยิบของฟาดพวกมันอีกคนถูกมันตบจนหน้าหงาย ตุลาตะโกนบอกให้เธอหนีไป ลัลนารีไม่ยอมหนีเข้าช่วยเขาเต็มที่
จุรีเห็นเป็นโอกาสจึงวิ่งหนีออกไปจากห้อง ตรงไปที่สัญญาณเตือนภัย พยายามจะกดขอความช่วยเหลือแต่เพราะถูกมัดปากมัดมือไว้จึงทำอะไรได้ไม่ถนัด
ลูกน้องคนหนึ่งของภูมิบดินทร์ชักปืนออกมาขู่ตุลา เขาถามว่าต้องการอะไร มันถามว่าหลักฐานทั้งหมดอยู่ไหน
พอตุลาถามว่าหลักฐานอะไร ของใคร มันตะคอกว่า
"ก็มึงทำคดีของใครอยู่! หลักฐานอยู่ไหน กวนนักนะมึง" มันเอาด้ามปืนฟาดใส่ตุลาสุดแรง ลัลนารีผวาเข้าไปถูกมันจิกผมไว้ ตุลาจะเข้าไปช่วยเธอ ก็ถูกมันเตะหงายไปกระแทกโต๊ะ คนที่มีปืนจ่อปืนเข้าไปตะคอก
"เอาหลักฐานทั้งหมดมาให้กู!"
ooooooo
ขณะที่ลูกน้องของภูมิบดินทร์เอาปืนจ่อตุลาจะเอาหลักฐานให้ได้นั่นเอง เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นขึ้น พวกมันเลยต้องหนีไป ลัลนารีเข้าไปหาตุลาที่ยืนมึนอยู่ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เขาบอกว่าไม่เป็นไร
จุรียืนเหนื่อยหอบแทบตายหลังจากพยายามใช้ไม้ถูพื้นเปิดฝาครอบและกดสัญญาณเตือนภัยสำเร็จ
ส่วนพวกลูกน้องของภูมิบดินทร์กลับไปรายงานเจ้านายในคืนนั้นเลย และก็โดนด่าไปตามระเบียบ ที่เสียเที่ยวไปแล้วไม่ได้อะไรมาสักอย่าง ถามว่าแล้วพวกนั้นเห็นหน้าสองคนหรือเปล่า
ที่ออฟฟิศตุลา ไม่นานนักตำรวจก็มาที่เกิดเหตุ ลัลนารีเป็นคนเล่าเหตุการณ์ให้ตำรวจฟัง นวัตเข้ามาสมทบ ส่วนจุรีเล่ากระท่อนกระแท่นว่าตนไม่เห็นหน้าพวกมัน รู้แต่ว่ามากันสองคน
"มันจับฉันเข้าไปในห้องทำงานของคุณตุลย์ มันพยายามถามฉันว่าเก็บหลักฐานไว้ที่ไหน มันเอามีดมาขู่ด้วยนะคะ โชคดีที่คุณตุลย์เข้ามาช่วยไว้ได้ทัน"
"ถามหาหลักฐาน...พี่ตุลย์...ผมว่าใช่แน่" นวัตพูดอย่างมั่นใจ ตุลาเห็นด้วย ส่วนตำรวจหันมาถามตุลาว่าเขามีความขัดแย้งอะไรกับใครบ้างหรือเปล่า
ตุลาสบตากับนวัตอย่างรู้กัน ลัลนารีดูอยู่เธออ่านสายตาของทั้งคู่ออกรู้สึกไม่พอใจมาก
เมื่อกลับถึงบ้าน เธอถามตุลาอย่างคาดคั้นว่า
"เพราะคดีของรชาใช่ไหม" ตุลาพยักหน้า เธอมองเขาอย่างกังวลขอร้อง "ตุลย์ เลิกทำคดีนี้ได้ไหม ลัลเป็นห่วงตุลย์นะ วันนี้ยังไม่ทันขึ้นศาลตุลย์ต้องเจ็บตัวขนาดนี้ ลัลไม่สบายใจ ตุลย์โอนคดีให้คนอื่นเถอะนะ"
"ลัล...มันเป็นงานของผม ผมรู้ว่าควรทำยังไง" ตุลาตัดบทแต่ลัลนารียังทำท่าจะวอแวอีกเขาเลยขอไปอาบน้ำก่อน กระนั้นลัลนารีก็ยังถามอีกว่าทำไมรชาถึงต้องหย่ากับสามี มีปัญหาอะไร คราวนี้ตุลาเลยตัดบทด้วยน้ำเสียงที่แข็งขึ้นว่า "เรื่องของลูกความเป็นความลับ คุณก็รู้"
ตุลาเดินขึ้นข้างบนไปแล้ว แต่ลัลนารียังยืนคิด พานระแวงว่า
"อยากทำคดีนี้เพราะงานหรือเพราะคนกันแน่!"
ooooooo
เช้าวันรุ่งขึ้น จู่ๆชวินทร์ก็ขับรถขนข้าวของของตัวเองมาที่หน้าบ้านลักษมี ลดาวัลย์กำลังจะไปทำงานลักษมีถามว่าขนข้าวของมาทำไม เขาบอกว่าจะกลับมาอยู่กับลูกเมียตน ลดาวัลย์แทรกขึ้นว่า
"ไม่ได้ค่ะ ที่นี่เป็นบ้านของดากับคุณแม่ ไม่ใช่ที่ของวินทร์อีกแล้ว"
ลักษมีมองหน้าลูกสาวอย่างคาดไม่ถึง ในขณะที่ชวินทร์ยังพยายามขอโอกาสให้สัญญาว่าจะไม่ทำตัวแย่ๆเหมือนที่ผ่านมา ลดาวัลย์ตอบเหมือนไม่แยแสว่า เมื่ออยู่กับตนไม่มีความสุขก็อย่าฝืนเลย
ลักษมียุลูกสาวว่าไม่ต้องสนใจ เดี๋ยวเหนื่อยก็ขนเสื้อผ้ากลับไปเองแหละ แต่ชวินทร์ยังทำปากแข็งเถียงว่าบ้านตนอยู่ที่นี่ ตนจะอยู่ที่นี่
ลดาวัลย์เห็นหมอกานต์ขับรถออกมาแล้วจึงเดินไปขึ้นรถโดยไม่สนใจชวินทร์ ลักษมีรีบเดินมาล็อกประตูขู่ชวินทร์ว่า "ถ้าแกก้าวเข้าบ้านโดยที่ฉันไม่อนุญาต ฉันจะแจ้งความจับแกแน่!"
ชวินทร์หันมองลดาวัลย์อย่างเว้าวอนหวังจะให้ใจอ่อน แต่เธอไม่สนใจบอกหมอกานต์ว่ารีบไปกันเถอะเดี๋ยวจะทำงานสาย แต่หมอกานต์ก็ยังแอบเห็นแววตาอาวรณ์ของลดาวัลย์ แต่เธอพยายามทำใจแข็งเท่านั้น
ooooooo
ชวินทร์ยังอยู่ที่หน้าบ้าน ลัลนารีขับรถมาสบตากันแต่ทำเหมือนไม่รู้จักกันแล้วเธอก็เดินผ่านเข้าไปในบ้าน แต่ยังแอบมองมาที่หน้าบ้านอย่างสงสัยว่าคนอย่างชวินทร์ยอมมาง้อลดาวัลย์ด้วยหรือ
"หมามันหวงก้างไง ตอนเป็นของตายก็ทิ้งขว้าง พอคนอื่นเขาอยากได้ก็ไม่ยอมขึ้นมาซะงั้น มันคงคิดว่าไอ้ดาเป็นเสาไฟฟ้ามั้ง ฉี่รดแล้วก็ต้องเป็นของมันตลอด เจอคู่แข่ง
หนุ่มกว่า หล่อกว่า เฮอะ...จะเสียแล้วถึงสำนึก" ลักษมีเย้ยหยัน
"ถ้าต้องเสียเราไปเขาถึงเห็นความสำคัญใช่ไหมแม่" ลัลนารีฉุกคิดขึ้นมาบอกแม่ว่าจะไปทำงานก่อน ว่าแล้วก็วิ่งออกไปเลย ทำเอาลักษมีบ่นงงๆว่าอะไรของมัน...
พอกลับมาถึงออฟฟิศ ลัลนารีเล่าแผนการของตนให้ภารตีและภาวิชฟังอย่างตื่นเต้น
ลัลนารีวางแผนจะใช้วิธีนี้กับตุลาเพื่อเขาจะได้หันมาหึงตนบ้าง โดยจะให้ภาวิชมาเป็นตัวช่วย บอกภารตีกับภาวิชว่า
"พอฉันทำให้หึงสำเร็จ ฉันก็จะต่อรองให้เลิกทำคดียัยรชา"
ooooooo
วันต่อมารชามาที่ออฟฟิศของตุลา ถามว่าหลักฐานของเรายังอยู่ครบไหม ตุลาดูแล้วบอกว่าอยู่ครบ นวัตอดไม่ได้ถามว่าเป็นยังไง ผลของการเอาหลักฐานมาขู่ของเธอ รชาทำเชิดใส่ไม่แคร์ ตุลาเลยพูด
"ต่อไปนี้ถ้าคุณคิดจะทำอะไรให้ปรึกษาทนายของคุณก่อนว่าควรทำหรือไม่ หวังว่าเรื่องคราวนี้คงทำให้คุณเข้าใจ" รชานิ่งลดความยโสลงเล็กน้อย ตุลาบอกว่าตอนนี้เที่ยงแล้ว รชาชวนไปกินข้าวด้วยกันทันทีแต่ตุลาขอตัว บอกเธออย่างไม่แคร์ความรู้สึกว่า "ผมต้องไปรับภรรยาทานอาหารกลางวันด้วยกัน มีอะไรค่อยว่ากันอีกทีนะ"
ณิชนิชาขยับจะพูดอะไร ถูกนวัตสั่งงานว่าต้องเคลียร์งานกับตนก่อนพลางดึงเธอไว้แล้วบอกตุลาว่า "ตามสบายครับพี่"
รชาจะตามตุลาไปถูกนวัตเข้าขวางไว้ เธอตวาดให้ถอย นวัตไม่ถอยแต่เตือนสติว่า
"จำได้ไหมครับ คดีของคุณมันไม่ง่าย อย่าสร้างปัญหาจะดีกว่า"
"ไม่ใช่เรื่องของคุณ!" รชามองหยัน
"ฉลาดแต่ดื้อด้าน เขาก็ไม่เรียกฉลาดครับ" พูดแล้วหลีกทางให้ "เอาสิครับ อยากทำพังก็ตามไปเลย" รชากลับลังเล นวัตยิ้มแล้วดึงณิชนิชาออกไปพูดทิ้งไว้ "คุณรชา...ฉลาดจริงๆ...ขอตัวนะครับ"
รชายืนแค้นหน้าเครียดที่ถูกทิ้งอยู่คนเดียวในห้อง
ooooooo
นวัตถ่ายทอดและช่วยเหลือผู้ช่วยของตนอย่างเต็มที่ เต็มใจ เมื่อออกมาแล้ว ณิชนิชาพึมพำว่า "คุณนี่มันร้ายนะ" นวัตเลยบอกว่าพูดดีๆไม่รู้เรื่องก็ต้องโดนบ้าง แต่พอเห็นเธอมองอย่างระแวงก็รีบแก้ว่า "แต่กับบางคนถึงร้ายก็รักนะครับ เอ้า...ผมให้" พูดพลางยื่นสมุดโน้ตให้ณิชนิชารับไปเปิดดูถามว่าเลกเชอร์อะไรไว้ นวัตชี้แจงว่ามันเป็นขั้นตอนต่างๆในการทำงานกับปัญหาที่ตนเคยเจอ ให้เธอศึกษาไว้ ครั้นเธอถามว่าแล้วเขาไม่เก็บไว้ดูหรือ
"ตัวจริงผมเก็บไว้ อันนี้ผมลอกแล้วจัดหน้าใหม่มาให้คุณจะได้เข้าใจง่าย"
"ก็เขียนใหม่ทั้งเล่มน่ะสิ" ณิชนิชามองถามอย่างทึ่ง นวัตเลยทำเสียงหยอกว่ามองแบบนี้ประทับใจใช่ไหม แล้วชวนไปหาอะไรกินกันดีกว่าตนหิวแล้ว ณิชนิชาดักคอว่าหมูปิ้งเบสิก ของเขาน่าเบื่อจะตาย
นวัตเลยให้เธอเป็นคนเลือก ณิชนิชาบอกให้ตามมาเร่งให้เดินเร็วๆ เดี๋ยวโต๊ะเต็มหมด นวัตรีบตามไปด้วยหัวใจเบิกบาน
รชาออกจากห้องของตุลาเห็นทั้งสองท่าทางกุ๊กกิ๊กกันก็พานโกรธขึ้นมาอีก เปิดกระเป๋าค้นเจอนามบัตรของร้านลัลนารีเข้า มองนามบัตรพึมพำอย่างแค้นใจ
"ฉันไม่มีความสุข พวกแกก็อย่าหวัง!"
ooooooo
ภารตีถามภาวิชอย่างอดห่วงไม่ได้ว่าจะช่วยลัลนารีจริงๆหรือ กลัวถลำเข้าไปใกล้ชิดแล้วจะตัดใจไม่ได้ ภาวิชตอบอย่างมั่นใจว่าพอเขาดีกันตนก็เป็นเพื่อนเหมือนเดิม แต่ภารตีก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี
พอดีตุลามาถึงแล้ว ทั้งสองรีบเข้าไปบอกลัลนารี แทนที่จะรีบออกไปหาตุลา เธอกลับบอกให้ภาวิชช่วยตนเดี๋ยวนี้เลย แล้วทั้งคู่ก็นั่งใกล้ชิดกันดูลายผ้า ติตรงโน้น เติมตรงนี้ แต่งตรงนั้นกันกะหนุงกะหนิง ตุลามายืนรออยู่ครู่หนึ่งก็ทนไม่ได้ พูดเสียงดังว่า
"ลัล! ผมหิวแล้ว ถ้าคุณยังไม่ไป ผมไปกินเอง" พูดเสร็จเดินออกไปเลย
ทั้งสามพากันอึ้ง ครู่เดียวลัลนารีก็ยิ้มดีใจบอกภารตีว่าเห็นไหม เขาหึงแล้ว
ตุลาเดินออกมาอย่างหงุดหงิด โดยไม่รู้ว่ารชามาจอดรถซุ่มดูอยู่ห่างๆ
พอตุลาไปแล้วลัลนารีถามภารตีว่าจะทำยังไงต่อดี ภารตีแนะนำว่าต้องรีบตามไปง้อ แต่เธอไม่เอา วางแผนเดินเกมต่อแล้วรีบออกไปเลย ภารตีกับภาวิชมองตามอย่างหนักใจว่าท่าจะไปกันใหญ่แล้ว
พอตามไปที่รถ เธอทำเสียงอ้อนว่าเป็นอะไรไม่พอใจอะไรหรือเปล่า ถามหยั่งเชิงแล้วมองลุ้นปรากฏว่าตุลาตอบว่าแค่รำคาญ ตำหนิว่าทีหลังถ้าจะให้มารอก็บอกก่อนตนมีงานต้องทำไม่ว่างมานั่งรอ
"อ้าว...ไม่ได้โกรธเรื่องอื่นเหรอ" ลัลนารีถามเหวอ ผิดคาด ทั้งยังโดนเขาดุต่ออีกว่า
"ถ้าลัลจะทำงานผมไม่ว่า แต่ขอให้เห็นคุณค่าเวลาของกันและกัน วันนี้เราแยกกันกินแล้วกัน แล้วทีหลังอย่าทำอีก" พูดเสร็จเขาขับรถไปเลย ลัลนารียืนจ๋อยอยู่ตรงนั้น
"เป็นไง...แทนที่จะได้กินข้าว อดไม่พอ ทะเลาะกับผัวอีก ได้ผลไหมล่ะ" ภารตีเยาะเย้ย ลัลนารีเดินหน้ามุ่ยไปนั่งที่มุมออฟฟิศ ภารตีกับภาวิชตามมานั่งด้วย โดยไม่รู้ว่ารชาย่องมาแอบฟังอยู่
"ฉันว่าเขาคงไม่หึงฉัน ฉันคงทำให้ตุลย์เลิกทำคดีนี้ไม่สำเร็จแน่ บางทีเขาสองคนอาจจะรักกันมาก"
รชาได้ยินก็ยิ้มอย่างสะใจ
ภาวิชเตือนว่าคิดเองเออเองทุกข์เองนะ ลัลนารีเถียงว่าทีไดอารี่ของตนตุลาไม่ยอมเขียน ทีกับรชาทำไมยอม รชาตาโตงงๆว่าลัลนารีรู้เรื่องนี้ได้ยังไง
ภารตีท้วงติงเพื่อนว่าตัวเองไม่เคยเห็นไดอารี่นั่นเลยอย่าเพิ่งเหมา เอาให้เห็นก่อนเถอะ ลัลนารีก็ยังอดระแวงไม่ได้ว่าถ้าเขาเขียนกันจริงๆ ตนก็คงหมดหวัง
แต่รชาฟังแล้วมีความหวังขึ้นมา ยิ้มร้ายอย่างมีแผน เมื่อกลับไปถึงที่ทำงานก็พึมพำกับตัวเองว่า
"หลอกเรามาหลายปี ถึงเวลาที่เมียตุลย์ต้องโดนบ้าง"
ooooooo
ตุลาขับรถกลับมาถึงลานจอดรถที่ออฟฟิศอย่างหัวเสีย ถูกลูกน้องของภูมิบดินทร์มาดักบังคับพาไปพบภูมิบดินทร์ที่จอดรถรออยู่ที่ถนนเปลี่ยว ทันทีที่เห็นหน้า ภูมิบดินทร์ยื่นเช็คสิบล้านให้แลกกับหลักฐานทั้งหมดที่เขามี ตุลาถามว่าถ้าตนไม่รับ?
ภูมิบดินทร์สวนไปทันทีว่า "คุณคงไม่อยากเดือดร้อน"
"ถ้าหมายถึงที่คุณส่งคนไปที่ออฟฟิศผม" ถามแล้วจ้องหน้า ภูมิบดินทร์ไม่ตอบแต่ยิ้มๆ "คุณไม่ใช่คนแรกที่ทำแบบนี้ ถ้าผมกลัวผมคงเลิกเป็นทนายไปนานแล้ว"
ภูมิบดินทร์ยังจะข่มขู่อีกแต่ตุลาตัดบทว่าตนมีงานต้องทำแล้วขอตัวพร้อมกับวางเช็คที่เบาะแล้วลงจากรถไป ภูมิบดินทร์ มองตามสบถอย่างหัวเสีย
"ไอ้ตุลา! มันกล้าหยามกู" หันไปสั่งลูกน้อง "ไปสืบมา...หาจุดอ่อนมันให้ได้!"
ooooooo
ภาวิชเห็นลัลนารีเหงาเศร้าอยู่หน้าจอคอม- พิวเตอร์แล้วก็เป็นห่วง บอกให้ภารตีเข้าไปปลอบหน่อย แค่ให้ยิ้มออกมาได้ก็ดีแล้ว เพราะหงอยขนาดนี้ตนเป็นห่วง ภารตีติงว่าลัลนารีนั้นเศร้าแต่อึด ไม่บ้าง่ายๆหรอก
ภารตีพูดไม่ทันขาดคำเสียงแก้วกาแฟก็หล่นแตกเพล้งทั้งสองหันไปดูเห็นลัลนารีนั่งช็อกอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ รีบลุกไปหาถามว่าเป็นอะไร
ปรากฏว่าที่หน้าจอมีไดอารี่และมีข้อความว่า
"เธอจะได้ตาสว่างสักทีว่าตุลย์น่ะรักฉันมากแค่ไหน... รชา"
ทั้งสองช่วยกันอ่านไดอารี่ แต่ละวันมีแต่รำพึงรำพันถึงความรัก ความห่วงใย ความคิดถึงกันและกันของรชากับตุลา จนลัลนารีทนไม่ไหวตะโกน
"พอแล้ว! ฉันไม่อยากฟัง มันเป็นจริงแล้วตี้ ไดอารี่ของรชามันมีจริง...ตุลย์ไม่เคยยอมรับว่ามันมีจริง ทำไมกับรชาเขียนได้ ทีฉันขอให้เขียนตุลย์ไม่เคยสนใจ...ทำไม...ทำไม!"
ภาวิชเอะใจว่าทำไมอยู่ๆรชาถึงส่งไดอารี่นี่มา ลัลนารีกลับคิดว่านั่นไม่สำคัญเท่าว่าไดอารี่มันมีจริง แล้วก็เป็นลายมือของตุลาจริงๆด้วย พูดแล้วร้องไห้เสียใจหนัก
ภารตีบอกว่าอาจไม่ใช่ของจริงก็ได้ ให้ถามตุลาก่อนว่ามันจริงหรือไม่จริง ภาวิชก็เตือนว่า "เอาให้มันรู้เรื่องจริงๆ ก่อนไหมแล้วค่อยเสียใจก็ยังไม่สายนะลัล"
คำเตือนสติและปลอบโยนของเพื่อนทำให้ลัลนารีสงบลงแต่ยังมุ่งมั่นต้องเอาคำตอบจากตุลาให้ได้
ooooooo
ตุลากลับมาถึงออฟฟิศ เขาชะงักเมื่อเห็นคุณณพเข้ามาหาณิชนิชาอย่างหัวเสีย เพราะเธอส่งเอกสารแจ้งความคืบหน้าของคดีไปให้ปนุทกลายเป็นคดีของรชา
จุรีแอบฟังอย่างสอดรู้พูดแทรกขึ้นหาว่าณิชนิชาสะเพร่าสับสนฟ้องว่า "นี่คุณปนุทเขาร้อนใจอยากรู้ความคืบหน้าโทร.มาโวยกับพี่ใหญ่เลยนะคะ"
ณิชนิชาถูกคุณณพตำหนิอย่างรุนแรงว่าแสดงถึงความไม่ใส่ใจในงาน ทำให้ณิชนิชาเสียใจ แต่นวัตเข้ามายืนข้างณิชนิชา ชี้แจงว่า
"ผมว่ามันคงเป็นความสับสนตอนส่งเอกสารให้ลูกความมากกว่านะครับ เพราะผมเช็กดูแล้วตอนที่คุณณิชจัดเอกสารแล้วมอบให้พี่จุ๊ส่งให้ลูกความ คุณณิชแจ้งพี่จุ๊แล้วครับ แต่พี่จุ๊
ยุ่งๆอยู่กับการเม้นต์เฟซบุ๊ก"
"คุณวัต ลูกน้องคุณทำผิดพลาดจะมาโบ้ยพี่ไม่ได้นะคะ" จุรีเถียงคอเป็นเอ็น
"จะลองเช็กเวลาการใช้งานในเฟซบุ๊กไหมครับ ว่าตอนที่พี่โหลดรูปเม้นต์เพื่อนน่ะตอนกี่โมง"
เจอของจริงเข้าแบบนี้ จุรีหน้าเสีย คุณณพมองหน้าจุรีแล้วเรียกให้ไปพบที่ห้อง เมื่อจุรีไปแล้ว นวัตปลอบใจณิชนิชาที่ยังใจไม่ดีว่า "ผมอยู่ทั้งคน ไม่ต้องกลัวนะ" ตุลาเห็นภาพสองคนก็ยิ้มๆ
แม้ณิชนิชาจะรู้สึกดีกับการปกป้องของนวัตแต่ก็อดทำตะบึงตะบอนไม่ได้ว่าไม่ได้ขอให้ยุ่งสักหน่อย พอถูกนวัตตัดพ้อ เธอถามว่าต้องการอะไร นวัตหยิบตั๋วขึ้นมาสองใบ พูดอ้อนๆว่า
"ผมได้ตั๋วคอนเสิร์ตมา นักร้องคุณภาพทุกคนเลยนะ คุณน่าจะชอบ...ไปดูกับผมได้ไหม"
ณิชนิชาถามอย่างซึ้งใจว่าทำไมเขาถึงดีกับตนขนาดนี้ นวัตตอบอย่างภูมิใจว่าเพราะอยากปกป้องเธอ...ตลอดไป ทำเอาณิชนิชาอึ้ง พอนวัตมองลุ้นรอคำตอบเธอก็รู้สึกกลัวขึ้นมา ตอบเสียงประหม่าว่า "ฉัน...ไม่ว่าง...อย่าให้มันมากกว่านี้เลย"
นวัตเข้าใจความหมายทันทีตัดพ้อว่าถ้าเป็นตุลาเธอคงไม่ปฏิเสธ ณิชนิชาพยายามอธิบายแต่นวัตไม่มีแก่ใจจะฟังแล้ว เอ่ยขอโทษที่รบกวนเธอแล้วเดินออกไปเลย เจอตุลาพอดีเขาพยายามจะบอกว่าใจเย็นๆ นวัตฝืนยิ้มบอกว่าตนยังโอเคแล้วเดินผ่านไป ตุลามองตามอย่างไม่สบายใจ
จนเมื่อเขาเห็นณิชนิชาเดินออกมาด้วยสีหน้าไม่ดีรู้สึกตัวเองทำร้ายจิตใจนวัตมากไป ตุลาจึงเดินตามเธอไป
ooooooo
ตุลาตามณิชนิชาไปที่ห้องสมุดขอคุยด้วย ณิชนิชายังตั้งสติไม่ได้ ตุลาจึงเอ่ยขึ้นว่านวัตเป็นคนดีเชื่อว่าเธอก็รู้
"ณิชรู้ค่ะ...แต่ณิชกลัว..."
ที่ข้างนอกลัลนารีมาหาจุรีถามว่าตุลาไปไหนตนไปหาที่ห้องก็ไม่เห็น จุรีถามอย่างอยากรู้ว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่า ดูเครียดๆ
"ลัลมีเรื่องต้องถามตุลย์น่ะค่ะ...ลัลไปหาตุลย์ก่อนนะคะ" ลัลนารีตัดบทเมื่อเห็นจุรีทำท่าอยากรู้เรื่องมาก ลัลนารีเดินไปแล้วจุรีก็ยังมองตามอย่างอยากรู้จริงๆว่ามันเรื่องอะไรกันนะ...
ooooooo










