ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    บันทึกวันฝนถล่มกรุง ความสุขใต้ดิน (ตอนจบ)

    ซูม3 พ.ค. 2561 05:10 น.
    SHARE

    เมื่อวานนี้ผมเขียนถึงเหตุการณ์วันพายุฝนถล่มกรุงอย่างหนักเมื่อวันศุกร์ที่ 27 เมษายน นำความทุกข์ระทมอย่างแสนสาหัสมาสู่พี่น้องชาวกรุงส่วนมาก แต่ผมโชคดีไปลงสู่สถานีรถใต้ดินที่สวนจตุจักรได้โดยไม่เปียกเลย และพบว่าผู้คนในสถานีรถใต้ดินต่างๆ รวมทั้งผมด้วยต่างมีความสุขอย่างยิ่ง (บันทึกวันฝนถล่มกรุง “ใต้ดิน” มีความสุขที่สุด)

    โดยเฉพาะผมมีความสุขถึงขนาดระบุว่าเป็นค่ำคืนแห่งความสุข คืนหนึ่งในรอบหลายๆปีเลยทีเดียว

    วันนี้ขออนุญาตเล่าต่อนะครับ

    ความประทับใจประการแรกที่เกิดขึ้นแก่ผมก็คือ ทันทีที่วิ่งหนีฝนเข้าไปในทางลงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสวนจตุจักรในด้านที่เป็นบันไดเดินขึ้นลง มิใช่บันไดเลื่อน ซึ่งเป็นจุดที่ผมยืนหลบฝนอยู่นั้น...

    ผมพบว่ามีผู้คนนับเป็นร้อยคน ซึ่งส่วนหนึ่งคงเป็นผู้โดยสารที่เดินทางจะมาขึ้นสถานีนี้ และส่วนหนึ่งคงจะเป็นพี่น้องประชาชนที่หลบฝนตกหนักเข้าไปนั่งเรียงรายตามขั้นบันไดจากขั้นแรกไปจนถึงขั้นสุดท้าย

    เมื่อลงไปถึงพื้นด้านล่างสุด ซึ่งเป็นทางเดินไปสู่สถานีรถไฟฟ้า ซึ่งจะมีช่องตรวจรักษาความปลอดภัยกั้นอยู่ ก็ปรากฏว่ามีผู้คนนั่งอยู่กับพื้นยาวเหยียดอีกหลายร้อยคนหลบฝนอยู่เช่นกัน

    ผมเห็นภาพแล้วก็อดยิ้มแย้มเสียมิได้ และคลายความทุกข์ความกังวลที่เคยเกิดขึ้นในใจผมมาหลายปีแล้วในบัดเดี๋ยวนั้น

    นั่นก็คือความกลัวและความเชื่อที่ว่า อุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินนั้นอยู่ภายใต้พื้นดินเหมือนรูจิ้งหรีด ซึ่งเวลาฝนตกน้ำจะไหลท่วมรู ทำให้จิ้งหรีดต้องคลานหนีออกมา เวลาเด็กๆอย่างพวกเรายุคโน้นจะไปจับจิ้งหรีด จึงมักจะไปรอจับตอนฝนหนักๆนี่แหละครับ

    เห็นสภาพเมื่อวันศุกร์ที่แล้วก็โล่งใจเลยครับ เพราะน้ำไม่ไหลลงรูจิ้งหรีด เอ๊ย! อุโมงค์รถใต้ดินแน่ ขนาดข้างบนแถวๆสวนจตุจักรท่วมหนักมาก อย่างที่ผมเล่าวันก่อน แต่ในสถานีรถใต้ดินตั้งแต่บันไดขั้นแรกลงมาไม่มีน้ำเลยสักหยดเดียว...

    กลายเป็นที่หลบฝนเหมือนคนไทยในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ลงไปอยู่ในหลุมหลบภัยเพื่อหลบลูกระเบิดไปด้วยประการฉะนี้

    จากสถานีจตุจักรผมเริ่มหิวแล้ว เพราะยังไม่รับประทานอาหารเย็น ก็นึกขึ้นมาได้ว่า ผมควรไปที่ สถานีลาดพร้าว ก่อน เพราะข้างบนมีร้านขายอาหารว่าง รวมทั้งขนมจีบซาลาเปาอยู่ด้วย ผมควรไปรองท้องที่นั่น

    ผมต่อรถไปที่สถานีลาดพร้าวตามที่ใจนึกไว้ พอไปถึงก็พบว่าที่นั่นมิใช่จะมีเพียงร้าน “ซาลาเปา” ข้างบนสถานีเท่านั้น แต่มี “กูร์เมต์ มาร์เก็ต” ขนาดไม่เล็กเลย ไปเปิดบริการด้วย

    ท่านผู้อ่านคงนึกภาพออก กูร์เมต์ มาร์เก็ต เป็นตลาดสดทันสมัยในเครือ “เดอะ มอลล์” มีของกินของขายทั้งสดทั้งคาวพรั่งพร้อม

    ผมได้ข่าวว่าเขาไปเปิดบริเวณชั้นใต้ดินของสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลาดพร้าวมานานแล้ว แต่ไม่เคยแวะไปอุดหนุนมาก่อน

    ไปครั้งแรกในคืนวิกฤติเลยละครับ...ปรากฏว่ามีผู้คนไปอุดหนุนแน่นเอี้ยด คงจะหลบฝนเช่นเดียวกัน

    ผมแวะไปซื้อ “ซูชิ” มากล่องใหญ่ บวกน้ำดื่มขวดใหญ่ นั่งรับประทานอิ่มเอมไปเลยทีเดียว

    อิ่มหมีพีมันจากสถานีรถใต้ดินลาดพร้าวเรียบร้อย ผมก็นั่งต่อไปลงสถานีเพชรบุรีเพื่อเตรียมไปต่อรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ตามเป้าหมาย

    ผมไปถึงสถานีเพชรบุรี เดินขึ้นสะพานลอยเชื่อมต่อไป สถานีแอร์พอร์ตลิงก์ มักกะสัน ประมาณ 2 ทุ่ม กับ 10 นาที

    ผู้คนแน่นเอี้ยดจริงๆดังที่คาดไว้ รอคิวยาวเหยียด ผมต้องรอถึง 4 เที่ยว จึงได้ขึ้นเที่ยวละประมาณ 7 นาที ใช้เวลารอ 28 นาที

    ที่ผมประหลาดใจก็คือ ผู้คนที่รออยู่ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวไม่มีใครหงุดหงิดเลย นักท่องเที่ยวยืนคุยอย่างยิ้มแย้มลากกระเป๋าใบเบ้อเริ่ม ส่วนคนไทยก็สุขอยู่กับการดูมือถือยืนรอไปเรื่อยๆ

    คนไทยน่ะช่างเถอะ ผมไม่ห่วงหรอก ห่วงแต่นักท่องเที่ยวกลัวเขาจะโกรธจะหงุดหงิด ที่รอแล้วไม่ได้ขึ้นซะที ขบวนแล้วขบวนเล่า

    เมื่อเขาไม่โกรธแต่กลับมีความสุขอย่างที่เห็น ผมก็เลยมีความสุขไปด้วย

    ผมถึงสถานีรามคำแหงอีก 5 นาทีต่อมา แม่บ้านผมมารอรับอยู่แล้ว ...ปรากฏว่าโชคดีทางด้านโน้นรถไม่ติด เพราะคงติดอยู่ในเมืองเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ผมถึงบ้านที่บางกะปิเพียง 3 ทุ่มครึ่งเท่านั้นเอง

    ทำเวลาดีกว่าที่คาดไว้เยอะ...จะไม่ให้ผมบันทึกถึงเหตุการณ์วันฝนถล่มกรุง 27 เมษายนด้วยความสุขได้อย่างไรล่ะครับ.

    “ซูม”

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ฝนถล่มกรุงฝนตกเหะหะพาทีซูมรถไฟฟ้าใต้ดิน

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้