ฮาร์เล่ย์ชูไทย

ข่าว

    ฮาร์เล่ย์ชูไทย

    อัลคาโปน

      4 มิ.ย. 2560 05:01 น.

      ด้วยเหตุที่ตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ หรือบิ๊กไบค์ ในบ้านเรามีแนวโน้มเติบใหญ่ขยายตัว ขณะที่ภาษีนำเข้ารถบิ๊กไบค์ค่อนข้างสูง

      พร้อมกันนี้ด้วยทำเลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทยนั้นถือเป็นศูนย์กลางอาเซียน แถมยังสามารถต่อยอดเชื่อมไปยังทั้งเอเชียตะวันออกไกลและเอเชียใต้

      ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมีความแข็งแกร่ง ได้ชื่อว่าเป็น “ดีทรอยต์ ออฟ เอเชีย”

      จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายค่ายบิ๊กไบค์ได้ทุ่มลงทุนตั้งโรงประกอบรถบิ๊กไบค์ในไทย เพราะนอกจากจะได้แต้มต่อเรื่องราคาที่ถูกลงแล้ว ยังถือโอกาสจัดตั้งให้เป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออกที่สำคัญประจำภูมิภาคอีกด้วย

      ค่ายฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน เจ้าของบิ๊กไบค์แห่งตำนานสายพันธุ์มะกัน ก็เช่นกัน ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาได้แย้มมาตลอดว่ามีความสนใจที่จะเข้ามาตั้งโรงประกอบรถบิ๊กไบค์ในไทย

      เพราะเห็นว่านอกจากช่วยในเรื่องตีตั๋วเด็กให้ราคาบิ๊กไบค์ถูกลง เนื่องจากอัตราภาษีรถประกอบในประเทศถูกกว่าภาษีนำเข้าอย่างมากแล้ว ยังตั้งใจใช้ไทยเป็นฐานผลิตเพื่อการส่งออกไปยังประเทศต่างๆ

      ดังนั้นในช่วงหลังค่ายฮาร์เล่ย์-เดวิดสันจึงได้เข้ามาลุยบ้านเราเต็มสูบ มีการจัดตั้ง “ฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน ประเทศไทย” เพื่อดูแลตลาด บิ๊กไบค์ในไทยอย่างจริงจัง

      พร้อมกันนี้ยังได้มีการเปิดรับดีลเลอร์ใหม่ๆเพิ่มขึ้น หวังผุดโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการให้กระจายทั่วไทย เพื่อเตรียมรองรับตลาดรถฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน ที่จะยิ่งขยายตัวหลังมีการประกอบในบ้านเรา

      อย่างเช่น กลุ่มเอเอเอสออโตเซอร์วิส หนึ่งในกลุ่มทุนยานยนต์รายใหญ่ของไทย ได้ทุ่มงบกว่า 400 ล้านบาท ผุดโชว์รูมฮาร์เล่ย์-เดวิดสันขนาดใหญ่พร้อมศูนย์บริการมาตรฐานบนถนนวิภาวดีรังสิต (ติดซอยวิภาวดีรังสิต 66) ในนาม “เอเอเอส ฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน ออฟ บางกอก”

      โดยโชว์รูมแห่งนี้ถูกมอบหมายให้เป็น “แฟลกชิพ” หรือสาขาที่เป็นสัญลักษณ์ของฮาร์เล่ย์-เดวิดสันประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

      ขณะเดียวกัน ค่ายฮาร์เล่ย์-เดวิดสันยังได้จัดตั้ง “มหาวิทยาลัยฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน แปซิฟิก” บนถนนพระราม 3 กรุงเทพมหานคร เพื่อให้เป็นศูนย์ฝึกดีลเลอร์ให้เพิ่มความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคและธุรกิจทุกอย่างดูเหมือนจะไปได้สวย

      จนกระทั่ง เมื่อ “โดนัลด์ ทรัมป์” ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯเมื่อปลายปีที่แล้ว ทำให้ดูเหมือนว่าแผนการลงทุนของฮาร์เล่ย์-เดวิดสันที่จะลงทุนสร้างโรงประกอบรถบิ๊กไบค์ในไทยอาจต้องสะดุด เพราะ ปธน.ทรัมป์มีนโยบาย “America First” หรือ “อเมริกาต้องมาก่อน”

      อย่างไรก็ดี ล่าสุดเมื่อปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา “มาร์ก ดี แม็คอลิสเตอร์” กรรมการผู้จัดการฝ่ายขายระหว่างประเทศของฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน สิงคโปร์ ได้กล่าวกับ “นิวยอร์ก ไทม์ส” ว่าภายในช่วงปลายปีหน้า (2561) ฮาร์เล่ย์-เดวิดสันจะเปิดโรงประกอบรถบิ๊กไบค์ที่ประเทศไทย โรงงานตั้งอยู่ที่เขตนิคมอุตสาหกรรม จ.ระยอง

      โดยนับเป็นโรงประกอบรถฮาร์เล่ย์-เดวิดสันแห่งที่ 3 ที่ตั้งอยู่นอกสหรัฐฯ (อีก 2 ที่คือบราซิลและอินเดีย)

      “โรงประกอบรถฮาร์เล่ย์-เดวิดสันในไทย นอกจากช่วยขยายตลาดในไทยแล้ว ยังจะใช้เป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออกไปทั่วอาเซียนและรวมทั้งประเทศจีน”.

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      มอเตอร์วอร์สอัลคาโปนฮาร์เล่ย์-เดวิดสันรถบิ๊กไบค์ตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอังคารที่ 28 กันยายน 2564 เวลา 17:38 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์