ตัดไฟแต่ต้นลมก่อนสายไป

ข่าว

    ตัดไฟแต่ต้นลมก่อนสายไป

    สายล่อฟ้า

      3 มิ.ย. 2560 05:01 น.

      อย่าชักศึกเข้าบ้าน สัญญาณกำลังบอกเหตุ

      ดูท่าว่าการสร้างสถานการณ์การเมืองจะมีการขับเคลื่อนให้เข้มขึ้น ถี่ขึ้น ด้วยการทำให้เห็นว่ารัฐบาล คสช.ไม่สามารถควบคุมได้

      หลังจากที่มีการวางระเบิดใน รพ.พระมงกุฎฯ แล้วยังมีการลอบนำระเบิดไปป์บอมบ์ไปวางไว้ขึ้นพงหญ้าบริเวณหลังสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีศูนย์วัฒนธรรม ริมถนนรัชดาภิเษก

      แม้เสียงระเบิดยังไม่ดังขึ้น แต่ก็ทำให้เกิดอาการหวาดผวาได้

      เหตุการณ์ลอบวางระเบิดที่ต่อเนื่องกันมาไล่ตั้งแต่หน้ากองสลากเก่า ข้างโรงละครแห่งชาติ รพ.พระมงกุฎฯ และหลังสถานีรถไฟฟ้า

      ไม่ว่าจะมองรูปไหนก็คือความเชื่อมโยงเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความไม่สามารถของ คสช. ที่จะควบคุมสถานการณ์ได้

      ถึงยังไงเหตุมันก็คือ “เกมป่วนเมือง”

      แต่ประเด็นอื่นๆที่คาดการณ์กันนั้นไม่น่าจะใช่และไม่น่าจะเป็นไปได้ โดยเฉพาะการเคลื่อนเวทีการต่อสู้ของผู้ก่อเหตุจาก 3 จังหวัดภาคใต้

      ที่น่าสังเกตอยู่อย่างก็คือ ระยะนี้กลุ่มไอเอสได้เข้ามาในอาเซียนอย่างเต็มตัวมากขึ้นไม่ว่าเหตุที่ฟิลิปินส์ถึงขั้นยึดเมืองกันเลยทีเดียว หรือที่อินโดนีเซียก็มีระเบิดพลีชีพกลางกรุงเมือง

      “ไอเอส” ประกาศตัวชัดว่าฝีมือของพวกเขา

      และที่น่าจับตาไม่ใช่น้อยก็คือมาเลเซีย ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับไทยได้ออกข่าวที่เกี่ยวพันกับไอเอสมาตลอด

      ล่าสุดบอกว่าได้จับกุมกลุ่มไอเอสได้ 5-6 คน และ 1 ในนั้นได้เข้าออกประเทศไทย เพื่อนำอาวุธลำเลียงเข้าไปในมาเลเซีย

      เพื่อบอกเป็นนัยๆว่าไทยก็มีเช่นกัน

      หรือสำนักข่าวแห่งหนึ่งในออสเตรเลียก็ออกข่าวเตือนประชาชนให้ระวังภัยก่อการร้ายในประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียบวกไทยเข้าไปด้วย

      ถ้าตีความหมายกันก็ออกข่าวในลักษณะนี้ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าระเบิดที่เกิดขึ้นในเมืองไทย

      “ไอเอส” เข้ามาเกี่ยวด้วย

      ทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้วมีความเป็นไปได้น้อยมากหรือแทบจะไม่มีความเป็นไปได้เลย เพราะรู้กันดีว่าเมืองไทยนั้นเป็นทำเลที่เหมาะกับการมาฟักตัวหรือสร้างความปลอดภัยดีที่สุด

      หรือจะพูดว่าเป็น “เซฟตี้โซน” มากกว่า

      เพียงแต่ระเบิด 2-3 ลูก ที่ไล่เลียงกันนั้นกับสถานการณ์ในฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียสอดรับกันจนทำให้เหมารวมว่าเป็นเรื่องของการก่อการร้าย

      เหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องเกาะติดข่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อทำความเข้าใจและแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยไม่เกี่ยวกับการก่อการร้าย ไม่เกี่ยวกับไอเอสแต่อย่างใด

      หากปล่อยให้สถานการณ์เป็นไปอย่างที่มีการคิดหรือออกข่าวอย่างนั้นย่อมไม่เป็นผลดีแน่ เพราะมันหมายถึงสิ่งที่จะตามมาอีกหลายอย่าง

      ที่น่ามองกันต่อไปการที่เกิดระเบิดกลางเมืองต่อเนื่องนั้นแม้เหตุผลเพื่อเป็นการป่วนและดิสเครดิต คสช. อย่างตรงไปตรงมา

      แต่อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ การทำให้เกิดการสอดรับกับเหตุการณ์ก่อการร้ายที่ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียอย่างเป็นเนื้อเดียวกัน

      มุ่งผลทางการเมืองภายในแต่อาศัยเงื่อนไขภายนอกเอามาเป็นแรงกดดันอีกด้านหนึ่งที่ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นเหยื่อไปโดยปริยาย

      อย่าทำเป็นเล่นไปนะครับ...

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      กล้าได้กล้าเสียสายล่อฟ้าตัดไฟแต่ต้นลมก่อนสายไปวางระเบิด รพ.พระมงกุฎไอเอส

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันศุกร์ที่ 24 กันยายน 2564 เวลา 00:58 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์