พระผู้เป็นเจ้า ผู้มีเมตตาทุกส่ำสัตว์ วันหนึ่งทรงสอดส่องทิพยเนตรไปเห็นนกแก้วตัวหนึ่งถูกขังอยู่ในกรง ในบ้านหลังใหญ่“เรื่องคมๆ ความหมายชวนคิด สุริยเทพ ไชยมงคล สำนักพิมพ์อินสไปร์ เครือนานมี”ทรงตั้งพระทัยไปโปรดนกแก้ว ถามนกแก้วว่า “เจ้ายินดี จะไปใช้ชีวิตอยู่บนสวรรค์หรือไม่”“ทำไมต้องไปอยู่ที่นั่น...” ซุ่มเสียงนกแก้วดูจะไม่ปลื้มกับสวรรค์นักพระผู้เป็นเจ้าบอกว่า “สวรรค์กว้างใหญ่ไพศาล ไม่มีอะไรให้กังวลเลย กระทั่งเรื่องปากท้อง”“เอ ตอนนี้ข้าก็อยู่สุขสบายดีอยู่แล้ว” นกแก้วว่า “ไม่ว่าข้าจะกิน จะดื่ม หรือจะถ่าย มีคนคอยดูแลให้หมด”ตั้งแต่ชักชวนใครไปสวรรค์ พระผู้เป็นเจ้าไม่เคยได้ยินคำปฏิเสธเลย ทรงอึ้งฟังนกแก้วจาระไนต่อ“อยู่ในนี้ ไม่เพียงข้าไม่ถูกลม ถูกฝน เจ้าของบ้านรักข้า ยังอุตส่าห์สอนให้ข้าพูด สอนให้ข้าร้องเพลงทุกวัน”“แล้วอิสรภาพของเจ้าเล่า” พระผู้เป็นเจ้าถามนกแก้วได้ยินคำนี้ ก็นึกถึงชีวิตที่เคยมีอิสระเสรี โบยบินบนท้องฟ้า มันก็เริ่มมีสีหน้าสลดหดหู่พระผู้เป็นเจ้าทรงพานกแก้วขึ้นสวรรค์ทันที จัดแจงให้มันอยู่ในวังหยกที่สงบเย็นและงดงาม แล้วพระองค์ก็จากมันไป สอดส่ายทิพยเนตร ดูแลส่ำสัตว์อื่นๆต่อเวลาผ่านไปหนึ่งปี พระผู้เป็นเจ้านึกถึงนกแก้ว จึงไปถามนกแก้วว่า “ลูกน้อยของข้า เจ้าสบายดีหรือ”นกแก้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนทูลว่า “ที่นี่อะไรๆ ก็ดีไปหมด เสียอย่างเดียว ไม่มีใครมาพูดกับข้าเลย เรื่องนี้ข้าทนไม่ไหวจริงๆ”พระผู้ทรงเมตตา...เมื่อได้ฟังนกแก้วร้องขอ “ขอให้ข้ากลับไปอยู่ในกรงของมนุษย์ต่อไปเถิด” ก็ทรงถอนพระทัยเฮือกใหญ่...ตามนกแก้วไปอีกอะไรทำให้พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงความเมตตา ต้องถอนพระทัย คำตอบเรื่องนี้ น่าจะพอหาได้ จบเรื่องเล่าเรื่องนี้ มีคำอธิบายความหมายชวนคิดว่ามีคนจำนวนมาก คิดเหมือนนกแก้วผู้คนในเมืองแบกรับความเครียดจากการทำงาน และการเดินทางในชีวิตประจำวัน หลายคนตั้งความปรารถนาจะตัดขาดจากสังคมเมือง ไปสูดรับอากาศบริสุทธิ์จากธรรมชาติในชนบทโดดเดี่ยวพอไปอยู่ได้ไม่กี่วัน ก็คิดถึงเพื่อนฝูงเก่าๆหลายคนเขาเคยว่าน่าเบื่อหน่าย แต่ในชนบทเงียบเหงา เขากลับคิดถึงคนที่น่าเบื่อเหล่านั้นธรรมชาติของมนุษย์เป็นสัตว์สังคม มีความปรารถนาจะสื่อสาร ต้องการเพื่อนมาแบ่งปันความทุกข์กระทั่งความสุข ต้องการที่ปรึกษา และเป็นที่ปรึกษาให้คนอื่นๆและที่สำคัญต้องการความร่วมมือร่วมใจสร้างสรรค์สิ่งดีๆที่คนคนเดียวไม่สามารถทำได้สำเร็จผมอ่านเรื่องนี้จบ เห็นใจพระผู้เป็นเจ้า ทรงเป็นเหมือนผู้มีอำนาจทั่วไป อยากให้สิ่งดี มีคุณค่าแก่ประชาชน แต่เมื่อให้อะไรไป ก็มักต้องทนฟังเสียงรบเร้า ถึง “อีกด้าน” ที่ขาดหายอย่างเช่นการตั้งใจวางกรอบการสื่อ...ถ้ามันเกินเลย ก็จะก่อภัยใหญ่หลวงขึ้นได้ แต่ก็นั่นแหละ พอเอ่ยคำว่าเสรีภาพ...เสียงทักท้วงทวงถามก็ตามมาอึงคะนึงสวรรค์ของนกแก้ว...ถ้ามันเหงานัก บางทีการอยู่ในกรงที่มีคนพูดด้วยจะดีกว่าไม่ว่าโลกนี้ หรือสวรรค์ชั้นไหนๆ ถ้ามีเรื่องให้ด่า ด่าไม่ได้ มีเรื่องให้ชม แล้วชมไม่ได้...นรกที่ว่าเลวร้าย น่าจะชิดซ้ายไปเลย.กิเลน ประลองเชิง