king10
Thairath Logo
กีฬา

ปมของพวกอำนาจนิยม

Share :
line-share-logo

ไม่ใช่เรื่องเหนือการคาดหมายแต่อย่างใด

เมื่อ “ฝักถั่ว” สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เสียงส่วนใหญ่ 141 ต่อ 13 งดออกเสียง 17 โหวตเอาด้วยกับร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชนฯตามร่างของคณะกรรมาธิการฯ

โดยจำแนกแยกแยะเป็นคะแนนจากสปท.สายทหาร ตำรวจ อดีตข้าราชการ

ไฮไลต์อยู่ที่อดีตบิ๊กทหารใหญ่บางคนที่เป็นเพื่อนรักร่วมรุ่นกับคนโตในรัฐบาล ประกาศกลางสภาเลยว่า น่าจับยิงเป้าสื่อที่เสนอข่าวด้านลบกับทหาร

ถึงขั้นเก็บอาการ “หมั่นไส้” ไว้ไม่อยู่

และสดๆร้อนๆย้อนไปเทียบกับมาตรฐานกับการที่ สปท.“โหวตอุ้ม” สมาชิก

สปท.ที่ก่อเรื่องอื้อฉาว ถูกร้องเรียนทำร้ายร่างกายเด็กเสิร์ฟร้านอาหาร เนื่องจากไม่พอใจถูกเรียกว่า “ป๋า” พฤติกรรมส่อฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสภา

คราวนั้นก็มีข่าวว่า เสียงจากตำรวจ ทหาร ทนายความ อภิปรายในสภา เห็นว่าเรื่องดังกล่าวไม่ร้ายแรง และถือว่า สปท.จอมฉาว ไปเขกหัวใครก็ไม่เป็นไร เพราะจ่ายค่าปรับไปแล้ว ก็ถือว่าคดีจบแล้ว ดังนั้น ก็ไม่น่าจะมีความผิดอะไรอีก

ไม่สนใจ ไม่แคร์ สวนกระแสก็สวนไป

บ่งบอก กระบวนการความคิดของ สปท.ไม่ได้มองอะไรเกินกว่าการปกป้องผลประโยชน์ ยึดถือสิทธิพวกพ้องฝ่ายเดียวกันเป็นที่ตั้ง

แถมยังแฝงไปด้วยพวกที่มีอดีตฝังใจ อคติกับสื่ออย่างแรง

แต่ที่แน่ๆโดยกระบวนการถึงตรงนี้ถือว่า สปท.ได้โยนทุ่นระเบิดใส่มือคณะรัฐมนตรีแล้ว

ตามสถานการณ์ล่าสุดที่ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. พูดกับนายปราเมศ เหล็กเพ็ชร์ นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ที่นำคณะเข้ายื่นหนังสือเปิดผนึกคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ควบคุมสื่อที่ทำเนียบรัฐบาล

ออกตัวเลยว่า กฎหมายยังมีอีกหลายขั้นตอน

อีกทั้งโดยส่วนตัว “นายกฯลุงตู่” ก็ยอมรับตรงๆว่า มองถึงปัญหากฎหมายนี้อาจจะเป็นเครื่องมือของรัฐบาลที่ไม่ดีในอนาคตได้

ไม่รีบรับมุก แสดงอาการบ้าจี้ตาม สปท.

เอาเป็นว่า สังเกตอาการของ “นายกฯลุงตู่” ที่ดูจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษในระหว่างการสนทนากับตัวแทนสมาคมสื่อ ผิดฟอร์มจากที่เก็งกันไว้น่าจะเคร่งเครียดกับปมซีเรียส

ทำให้ปมร่าง พ.ร.บ.ควบคุมสื่อที่ขึงพืดกันอยู่ ดูผ่อนคลายระดับหนึ่ง

ซึ่งดูตามรูปการณ์ ผู้นำรัฐบาล คสช.น่าจะทำการบ้านรอไว้ก่อนหน้าแล้ว

เพราะประเมินแนวโน้มไม่ใช่จะหักดิบกันง่ายๆแน่

ยิ่งตามปรากฏการณ์แบบที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแนะนำให้สื่อใช้วิธีของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เมื่อคราวต่อสู้กับอำนาจของจอมพล ป.พิบูลสงคราม ในการใช้อำนาจตรวจข่าวหรือเซ็นเซอร์ข่าว

โดย “หม่อมคึกฤทธิ์” ใช้การพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์แปลกๆ เช่น “ข้าราชการทุกคนที่ลาบวช ต้องโกนหัว ไม่มีทางช่วย” หรือ “พระอาทิตย์ที่หัวหินขึ้นผิดทางกับศรีราชา” หรือ “นกกระจอกยกพวกตีกัน สันนิษฐานสาเหตุว่าเรื่องผัวเมีย”

ที่สุดเลย รัฐบาลทหารก็จนปัญญาไม่สามารถสกัดกั้นสื่อได้

ย้อนอดีตยุคเผด็จการครองเมือง ปลุกพลังสื่อสู้สุดตัว

ตามท้องเรื่อง งานนี้นักการเมืองแทบทุกป้อมค่ายกระโดดถือหางสื่อเต็มตัว

ก็ไม่ต้องบอกว่า ทิศทางกระแสไหลไปทางไหน

ทหารไม่มีทางจมูกไวกว่านักการเมืองอยู่แล้วในเรื่องแบบนี้

เพราะเห็นมีแต่ประเภทที่ฝ่าย “เชียร์แขก” สปท.สายบิ๊กทหาร เพื่อนรักร่วมรุ่นผู้นำ ประกาศอยากยิงเป้าสื่อกลางห้องประชุมสภา

ประจาน “อำนาจนิยม” ฝังลึกอยู่ในความคิด.


ทีมข่าวการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...
วิเคราะห์การเมืองทีมข่าวการเมืองพ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพพ.ร.บ.ควบคุมสื่อสปท.