ได้งบ “เรือดำน้ำ” คืนแล้ว ต้องใช้ทุกบาทให้ “คุ้มค่า”

ข่าว

ได้งบ “เรือดำน้ำ” คืนแล้ว ต้องใช้ทุกบาทให้ “คุ้มค่า”

ซูม

    3 ก.ย. 2563 05:01 น.

    บันทึก

    ในที่สุดปัญหาเรื่องงบประมาณสำหรับจัดซื้อเรือดำนํ้าเพิ่มเติมอีก 2 ลำ รวม 3,925 ล้านบาท ที่กองทัพเรือตั้งไว้ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2564 ก็จบลงโดยกองทัพเรือขอตัดทิ้งทั้งหมด

    โดยมีหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการจากปลัดบัญชีทหารเรือทำการแทนผู้บัญชาการทหารเรือไปถึงประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ในช่วงบ่ายๆของวันจันทร์ที่แล้ว

    ก่อนหน้านั้นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงแก่ผู้สื่อข่าวว่า รัฐบาลจะเลื่อนการจัดซื้อเรือดำนํ้าไปอีก 1 ปี
    เพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลรับฟังความคิดเห็นของหลายๆฝ่าย โดยเฉพาะเสียงจากประชาชนที่เห็นว่ายามนี้ประเทศชาติควรนำเงินไปใช้จ่ายในด้านฟื้นฟูเศรษฐกิจมากกว่าการซื้อยุทโธปกรณ์

    โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรียํ้าว่า ให้รอคำแถลงจากกองทัพเรือในช่วงบ่ายๆอีกครั้ง และต่อมาก็ได้มีการเผยแพร่หนังสือยืนยันให้ตัดงบซื้อเรือดำนํ้าทั้งหมดของกองทัพเรือฉบับดังกล่าว

    โดยส่วนตัวผมเองมิได้คัดค้านโครงการนี้แบบสุดลิ่มทิ่มประตู เพราะเล็งเห็นถึงความจำเป็นทางด้านความมั่นคงของประเทศที่ควรจะต้องมีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยเอาไว้ใช้บ้าง

    ถ้าเศรษฐกิจของประเทศอยู่ในเกณฑ์ดีเหมือนเมื่อก่อน การที่จะใช้เงินเพื่อสร้างเขี้ยวเล็บทางทะเลด้วยวงเงิน 36,000 ล้านบาท สำหรับ เรือดำนํ้า 3 ลำ ถือเป็นเรื่องไม่เหลือบ่ากว่าแรงและสามารถผ่อนส่งได้ด้วย จึงไม่เป็นภาระแก่งบประมาณมากนัก

    จำได้ไหมครับยุคที่เศรษฐกิจดีน่ะ รัฐบาลเก่าๆเอาไปถลุงในโครงการไร้ประโยชน์ไม่รู้กี่แสนล้านบาท ยังไม่สะดุ้งสะเทือนเลย

    หรือแม้แต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว ก็มีโครงการ ประชานิยม แจกเงินโน่นนี่ไปหลายแสนล้านบาทอย่างสุรุ่ยสุร่าย

    แต่มาถึงตอนนี้เงินทุกบาททุกสตางค์มีค่ามาก จะใช้จะสอยแต่ละบาท ต้องคำนึงถึงประโยชน์และผลตอบแทนที่จะได้รับว่าคุ้มหรือไม่? เพียงไร?

    ผมจึงเห็นด้วยกับเสียงคัดค้านที่จะมิให้ซื้อเรือดำน้ำในตอนนี้กับเขาด้วยแรงหนึ่ง

    จริงๆแล้วเงินที่ชะลอหรือประหยัดได้จากโครงการซื้อเรือดำน้ำ จำนวน 3,925 ล้านบาทนั้น เทียบกับเงินที่รัฐบาลเตรียมไว้เพื่อฟื้นฟู เศรษฐกิจทั้งเงินกู้และงบประมาณแผ่นดินก้อนมหึมาแล้ว เพียงแค่หยิบมือเดียวเอง

    แต่มีผลทาง “จิตวิทยา” อย่างสูงยิ่ง เพราะแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญแก่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจและต้องการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้

    จึงต้องขอบคุณ “บิ๊กตู่” ที่แม้จะคิดช้าไปหน่อย แต่ก็เข้าทำนอง “มาช้ายังดีกว่าไม่มา” หรือ “คิดช้าก็ยังดีกว่าไม่ได้คิด” ที่สั่งถอยในที่สุด

    ก็ขอให้รัฐบาลนำเงินก้อนนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการฟื้นฟูเศรษฐกิจดังที่ทุกๆฝ่ายตั้งใจไว้

    รวมทั้งเงินก้อนใหญ่อื่นๆด้วย โดยเฉพาะเงินกู้จำนวน 4 แสนล้าน บาท จากยอดเงินกู้ตาม พ.ร.ก.ในวงเงิน 1 ล้านล้านบาท ที่จะใช้ทำโครงการโน่นนี่ที่สภาพัฒน์ช่วยดูแล ซึ่งไม่ทราบว่ามาถึงบัดนี้ผ่านไปกี่โครงการ? ทำอะไรไปแล้วบ้าง? มีประโยชน์โพดผลแค่ไหน?

    กว่าเราจะได้ 3,925 ล้านบาท กลับมาจากกองทัพเรือต้องต่อสู้ต้องเรียกร้องกันอย่างหนัก และเราก็ต่อว่าทหารเรือเขาว่าประเทศย่ำแย่อย่างนี้ยังจะใช้เงินแบบนี้อีกหรือ ฯลฯ

    ฉะนั้น เราก็จะต้องดูแลภาคพลเรือนของเราด้วย ที่ได้วงเงินไปใช้จ่ายดำเนินการเพื่อโครงการต่างๆถึง 4 แสนล้านบาทดังกล่าว ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติอย่างแท้จริง โดยไม่มีการรั่วไหลไปเข้าพกเข้าห่อใครๆแบบเบี้ยบ้ายรายทางแต่อย่างใดทั้งสิ้น

    เศรษฐกิจไทยจะฟื้นได้หรือไม่อยู่ที่เงินกู้ก้อนใหญ่ก้อนนี้นะครับ...อย่ามัวแต่ดูหรือเข้มงวดเฉพาะงบที่ได้จากเรือดำน้ำแค่ไม่กี่พันล้านบาท เสียจนลืมดูงบหลายๆแสนล้านบาทก็ละกัน.

    ซูม

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    ซูม! "ป้อง ณวัฒน์" อวดซิกซ์แพ็ก ละครใหม่
    01:31

    ซูม! "ป้อง ณวัฒน์" อวดซิกซ์แพ็ก ละครใหม่

    ApplicationMy Thairath

    วันพุธที่ 17 สิงหาคม 2565 เวลา 10:08 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทยรัฐกรุ๊ปเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์