ข่าว
100 year

หมายเหตุประเทศไทย : รมว.สุวิทย์ ติงนายกฯ ปรับ ครม.เพื่อชาติไม่ใช่ต่อรอง

ลม เปลี่ยนทิศ3 มี.ค. 2563 05:07 น.
SHARE

ก็เป็นครั้งแรกที่รัฐมนตรีนักคิดนักวิชาการ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจะออกมาโต้เรื่องการเมือง หลังจากมีข่าวการปรับ ครม.หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รมว.กลาโหม กับ 5 รัฐมนตรี โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ได้คะแนนไว้วางใจสูงสุด 277 คะแนน มากกว่า พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ที่ได้เพียง 272 คะแนน

และ ผลจากการยุบพรรคอนาคตใหม่ก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทำให้ฝ่ายรัฐบาลได้คะแนนเสียงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ พรรคภูมิใจไทยได้ลูกพรรคอนาคตใหม่มา 9 คน ขึ้นเป็น พรรคใหญ่อันดับ 2 ในรัฐบาล มีอำนาจต่อรองรัฐมนตรีเพิ่มขึ้นอย่างน้อยก็ 1 ตำแหน่ง

เมื่อรัฐบาลมีเสียงเพิ่มขึ้นจาก 252-253 เสียงที่ปริ่มน้ำ เป็น 274 เสียงที่มั่นคง มากกว่าฝ่ายค้านถึง 60 เสียง ทำให้มีเสียงเรียกร้องปรับ ครม.ทันที และกลุ่มรัฐมนตรีที่ถูกเรียกร้องให้ปรับออกคือ กลุ่ม ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ที่ทำหน้าที่รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจให้ พล.อ.ประยุทธ์ มาตลอด 5 ปีใน รัฐบาล คสช. รวมทั้งเป็น รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจเงา ให้ พล.อ.ประยุทธ์ ในรัฐบาลปัจจุบัน ด้วยเหตุผล “เป็นรัฐมนตรีขาลอย” จึงเป็นเหตุให้ ดร.สุวิทย์ ออกมาตอบโต้ค่อนข้างรุนแรง “เล่นการเมืองแบบเดิมๆ จะเป็นตัวอย่างให้คนรุ่นใหม่ได้อย่างไร?”

วันนี้ คนรุ่นใหม่ รวมพลังชุมนุมแฟลชม็อบไล่รัฐบาลในชื่อ #คืนสู่เหย้าไม่เอาไอโอชา ก็ต้องดูกันต่อไป จะมีพลังขนาดไหน? วันนี้ไปอ่านโพสต์ของ ดร.สุวิทย์ กันก่อนครับ

“ที่ผ่านมา ผมพูดแต่เรื่องงานที่ได้รับมอบหมายจากท่านนายกฯ หลีกเลี่ยงไม่พูดเรื่องการเมือง แต่จากที่มีข่าวออกมาเป็นระยะว่า จะมีการปรับ ครม.หลังการอภิปรายฯ และมีชื่อของผมติดอยู่ในโผถูกปรับออกด้วยเหตุผล (ตามข่าว) อยู่ 3 ข้อ คือ 1.ผมขาลอยในพรรค ไม่ได้เป็น ส.ส. และไม่ได้จ่ายเงินให้พรรค 2.ผมไม่มีฐานเสียง ส.ส.ในมือ และ 3.ผมไม่เข้าพรรคและไม่มีพวกในพรรค วันนี้ผมขอใช้พื้นที่เพจของผมแสดงความเห็นส่วนตัว ในฐานะที่ผมถูกคนในพรรคและสื่อพาดพิงอยู่เสมอครับ

ผมเข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐเมื่อจะมีการเลือกตั้ง ผมก็ได้ลาออกจากการเป็น รมต.ไปทำหน้าที่ในฐานะรองหัวหน้าพรรค เดินสายช่วยลูกพรรคหาเสียงทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด และเมื่อได้รับโปรดเกล้าฯให้เป็น รมต. ผมก็ทำงานในหน้าที่รับผิดชอบของผมอย่างเต็มที่ ผมคิดว่าหากมีการปรับ ครม. และคัดเลือกรัฐมนตรีด้วย 3 เหตุผลนี้ ประเทศไทยคงไม่มีทางหลุดจากวงจรอุบาทว์ทางการเมืองที่สร้างปัญหาซ้ำซากแบบเดิมที่ยังปรากฏอยู่ทุกวันนี้ได้ ขณะนี้ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาวิกฤติเชิงซ้อน นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ต้องมี “ความรู้ ความสามารถ และปัญญา” นำพาประเทศไปข้างหน้า แก้ปัญหาภายในและยืนหยัดแข่งกับโลกภายนอกให้ได้ มากกว่าการปรับ ครม. ตามอำนาจต่อรอง และแรงกดดันจากกลุ่มคนที่รอแสวงหาประโยชน์ในรัฐบาลครับ

ผมเข้ามาเป็น รมต.ด้วยความตั้งใจจริงใจและทำงานอย่างสุดความสามารถ เพราะอยากเห็นประเทศชาติบ้านเมืองพัฒนาก้าวหน้าขึ้น แน่นอนว่าการที่ผมได้เข้ามาร่วมเป็น รมต.ในรัฐบาลที่แล้วหรือในรัฐบาลนี้ ก็ล้วนมาจากนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้พิจารณาคัดเลือกด้วยตัวท่านเอง ผมเคารพและเชื่อมั่นในการตัดสินใจของท่านเสมอครับ และผมเชื่อว่า หากท่านจะปรับ ครม. ก็ต้องด้วยเหตุผลที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ มากกว่าประโยชน์ของนักการเมืองครับ ช่วยกันพลิกโฉมการเมืองแบบใหม่กันเถอะครับ ประเทศไทยรอการพัฒนาอีกหลายอย่าง อย่างแรกที่สำคัญที่เป็นอุปสรรคในการพัฒนาเรื่องอื่นๆ คือ “นักการเมืองแบบเดิมๆบางคน” นี่ละครับ ควรต้องรีบพัฒนา”

เป็นโจทย์ใหญ่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเร่งแก้ไขด่วน ถ้าทำไม่ได้ ก็คงต้องอาศัย พลังนักเรียนนิสิตนักศึกษา #คืนสู่เหย้าไม่เอาไอโอชา แล้วละครับ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศปรับ ครม.อภิปรายไม่ไว้วางใจยุบพรรคอนาคตใหม่คืนสู่เหย้าไม่เอาไอโอชาแฟลชม็อบ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้