ข่าว
100 year

หมายเหตุประเทศไทย : ล้างบางธุรกิจในกองทัพบก Second Job ของนายพลไทย

ลม เปลี่ยนทิศ18 ก.พ. 2563 05:05 น.
SHARE

เมื่อวานนี้ กองทัพบก ได้เซ็นเอ็มโอยูกับ กรมธนารักษ์ เพื่อส่งมอบ ที่ดินราชพัสดุ 1 ล้านไร่ ให้กรมธนารักษ์นำไปบริหารพัฒนาเชิงพาณิชย์ ตามคำสั่ง “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก หลังเกิดเหตุการณ์ กราดยิงที่โคราช จากความขัดแย้งในธุรกิจสีเทาในกองทัพภาคที่ 2 ทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตมากมาย เพื่อเริ่มต้นล้างบางธุรกิจในกองทัพบก เช่น ที่ดินหลายล้านไร่ของกองทัพบก สถานีโทรทัศน์กองทัพบก สถานีวิทยุเครือกองทัพบกทั่วประเทศ 126 สถานีที่ให้สัมปทานกับเอกชน จะสำเร็จหรือไม่ ต้องรอดูกันต่อไป

คุณยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ที่ดินราชพัสดุทั่วประเทศมี 12.5 ล้านไร่ อยู่ในครอบครองของกระทรวงกลาโหม 50% รวม 6.25 ล้านไร่ โดย กองทัพบกครอบครองมากที่สุดประมาณ 4.7 ล้านไร่ ที่ดินเหล่านี้บางส่วนก็ถูกบุกรุก บางส่วนก็ถูกกองทัพนำไปหาประโยชน์ให้เอกชนเช่าในราคาถูก

ประเด็นหนึ่งที่กำลังฮอตฮิตเป็น ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ พูดกัน ทั้งเมือง ก็คือ คำสั่งของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ให้กองทัพบกทำหนังสือถึง นายทหารที่เกษียณอายุแล้วยังอาศัยอยู่ในบ้านสวัสดิการกองทัพบก และไม่ได้ทำประโยชน์ให้กับประเทศ ให้ออกจากบ้านพักในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563 นี้ อีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่คำสั่งได้ “ยกเว้น” ให้กับ นายทหารที่เกษียณอายุแล้ว แต่ทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติ เช่น นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี สมาชิกวุฒิสภา องคมนตรี ยังสามารถอยู่ได้ตามปกติ ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์คำสั่งนี้มากมาย ผมขอไม่วิจารณ์ต่อก็แล้วกัน

หากไปดู ฐานะทางการเงิน ของ นายกรัฐมนตรี รองนายกฯ คณะรัฐมนตรี นายพลที่เป็น ส.ว.ทุกคน ที่มีการ แสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ก่อนรับตำแหน่ง จะเห็นว่า นายพลทหารผู้ใหญ่แต่ละท่าน ล้วนเป็น Millionaire หรือ “มหาเศรษฐีเงินล้าน” กันทั้งนั้น ส่วนใหญ่มีทรัพย์สินเงินทองกับคู่สมรสรวมกันมากกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไปจนถึงร้อยล้านหลายร้อยล้านบาท มีบ้านและที่ดินหลายแห่ง นายทหารที่มีทรัพย์สินเงินทองต่ำกว่า 10 ล้านบาทมีน้อย สมัยก่อนเขามีสำนวนว่า “เมียทหารนับขวด เมียตำรวจนับแบงก์” แต่สมัยนี้คงต้องเปลี่ยนเป็น “เมียทหารนับแบงก์” เหมือนเมียตำรวจได้แล้ว นายพลที่ร่ำรวยแล้ว ยังจะอยู่ในบ้านหลวงเอาเปรียบลูกน้อง เอาเปรียบประเทศ ไปทำไม ต้องแสดงสปิริต กันหน่อย

เมื่อต้นปีนี้ สำนักข่าวบีบีซีไทย ได้เผยแพร่บทความของ นิตยสารนิคเคอิ เอเชียน รีวิว ของญี่ปุ่น ระบุว่า “ประเทศไทยเป็นดินแดงแห่งนายพลนับพัน” โดย ไทยมีนายพล 1 นายต่อทหารที่มียศต่ำลงมาทุกๆ 600 นาย สูงกว่าสหรัฐฯซึ่งมีนายพล 1 นายต่อทหารยศต่ำกว่า 1,600 นาย ข้อมูลจากราชกิจจานุเบกษา ปี 2562 มีการเลื่อนยศทหารขึ้นเป็นนายพล 789 นาย น้อยกว่าปี 2557 ที่มีจำนวน 980 นาย ปี 2560 จำนวน 944 นาย แต่มีนายทหารยศ “พลเอก” เพียง 150-200 นายที่มีตำแหน่งบังคับบัญชาจริง โดยนิตยสารระบุว่า หน้าที่หลายๆอย่างของนายพลไทย ประเทศอื่นเขาใช้ระดับ “พันเอก” เป็นผู้รับผิดชอบเท่านั้น นายพลไทยจึงล้นกองทัพมากมาย

นิคเคอิ ระบุอีกว่า ทหารไทยเกษียณอายุ 60 แต่พวกเขาสามารถมี “งานที่สอง” หรือ Second job เช่น ตำแหน่งในรัฐวิสาหกิจ ที่ทำเงินมหาศาลกว่า 50 แห่ง (แค่เบี้ยเลี้ยงประชุมอย่างเดียวก็เดือนละเป็นแสนหรือหลายแสนบาท ยังมีค่ารับรอง ค่าเดินทางไปต่างประเทศ โบนัสประจำปี ฯลฯ) เกษียณแล้วรวยกว่าตอนเป็นทหารเสียอีก บางคนก็ต่อจ๊อบกับเอกชนไปเลย

นิตยสาร นิคเคอิ เอเชียน รีวิว ได้ทิ้งท้ายเป็นคำถามว่า “กองทัพไทยพร้อมสำหรับหน้าที่หลัก คือ การปกป้องประเทศหรือไม่ ยังเป็นที่สงสัย เนื่องจากไทยไม่มีความเสี่ยงที่ต้องรับมือกับประเทศศัตรูแต่อย่างใด” นี่คือภาพลักษณ์กองทัพไทยในสายตาต่างประเทศ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศกองทัพบกกรมธนารักษ์อภิรัชต์ คงสมพงษ์ธุรกิจสีเทา

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้