ข่าว
100 year

หมายเหตุประเทศไทย : อย่ามองจีนเป็นผู้ร้าย

ลมกรด3 ก.พ. 2563 05:01 น.
SHARE

ที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจเมื่อวันที่ศุกร์ที่แล้วตีกลับข้อเสนอให้ยกเลิก Visa On Arrival (VOA) หรือวีซ่าที่นักท่องเที่ยว ขอ ณ หน้าด่านตรวจคนเข้าเมือง ของนักท่องเที่ยวจากจีน ก็ถือเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลไม่เต้นตามกระแส ไม่ตื่นตูมไปกับเฟกนิวส์

ด้วยข้อเท็จจริงที่ปรากฏต้องถือว่า ระบบการคัดกรองและควบคุมไวรัสอู่ฮั่นของกระทรวงสาธารณสุขทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวเลขเมื่อวันศุกร์มีผู้ป่วยติดเชื้อ 19 คน เป็นคนจีน 17 คน และคนไทย 2 คน รายล่าสุดคือแท็กซี่ที่เคยรับคนจีนที่ติดเชื้อไปส่งโรงพยาบาล แต่พอเริ่มมีอาการก็เข้าสู่ระบบควบคุมโรคทันที ส่วนผู้ที่เคยสัมผัสกับแท็กซี่รายนี้จำนวน 13 คน เก็บตัวอย่างตรวจสารคัดหลั่งแล้วไม่พบการติดเชื้อ

ผมไม่ได้อยากให้รัฐบาลประมาท แต่เมื่อประเมินจากสถานการณ์แล้วถือว่าประเทศไทยยังมีความเสี่ยงต่ำ ฉะนั้นถ้าจะไปยกเลิก VOA นักท่องเที่ยวจีนก็อาจจะได้ไม่คุ้มเสีย

มาดูกันนะครับว่าภาคการท่องเที่ยวมีเสียงสะท้อนต่อเรื่องนี้ยังไงบ้าง คุณสุรวัช อัครวรมาศ อุปนายกสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอยกเลิก VOA นักท่องเที่ยวจีน เพราะสถานการณ์ที่จีนขณะนี้นักท่องเที่ยวก็ออกนอกประเทศไม่ได้อยู่แล้ว รวมถึงตลาดนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวกันเองก็ต้องจองโรงแรมแพ็กเกจผ่านบริษัทที่เรียกว่า OTA ตอนนี้ในจีนก็ไม่สามารถประกอบการได้ทั้งหมด ฉะนั้นเขาไม่มาอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องยกเลิก VOA ถ้าเราประกาศแบบนั้นจะไปสร้างความรู้สึกไม่ดีกับจีน หรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้มีประโยชน์อยู่เรื่องเดียวคือ ทำให้คนไทยมีความรู้สึกสบายใจขึ้น ปัจจุบันข้อมูลคนไทยตื่นตระหนกเกินไปจนกลัวไปหมด

คุณประดิษฐ์ วัชระดนัย รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้ต้องแสดงมิตรไมตรี อย่าไปมองจีนเป็นผู้ร้ายที่ทำให้เกิดโรคระบาด เพราะตอนนี้จีนก็ปิดกั้นตัวเองอยู่แล้ว พยายามควบคุมยับยั้งการแพร่ระบาด และจีนต้องการความเห็นใจ ถ้าขืนไปยกเลิก VOA ก็เหมือนกับบอกว่าคนจีนทุกคนเป็นโรค เรากลัวเขา ทั้งที่มีคนติดเชื้อแค่หลักหมื่นคนจากทั้งประเทศ 1,300 ล้านคน แม้แต่สหรัฐฯกับยุโรปก็ยังไม่ได้ยกเลิกวีซ่าคนจีน

คนทั่วโลกต่างภาวนาให้จีนเอาชนะไวรัสปิศาจนี้ให้ได้โดยเร็ว เพราะถ้ายักษ์ใหญ่เบอร์ 2 ของโลกจัดการปัญหาไม่ได้จะส่งผลกระทบลามไปทั่ว

หลายคนเป็นห่วงว่าจีนจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้มากน้อยแค่ไหน ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ผู้เขียนหนังสือ “The Rise of China จีนคิดใหญ่ มองไกล” วิเคราะห์ว่า ผลกระทบจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับว่าปัญหายืดเยื้อยาวนานแค่ไหน ภายใต้สถานการณ์ที่รัฐบาลจีนพยายามยับยั้งการแพร่ระบาดอย่างเต็มที่ รวดเร็วว่องไว และเปิดเผยข้อมูล ขณะที่องค์กรอนามัยโลกและทุกภาคส่วนก็มาร่วมช่วยกัน คาดว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจจะมีไม่มาก อาจจะอยู่ในวงจำกัด เมื่อเทียบกับตอนเกิดโรคซาร์สในปี 2003 จีนกระทบแค่ในช่วง 3-4 เดือนแรก และยุคนี้รูปแบบการจับจ่ายใช้สอยของคนจีนเปลี่ยนแปลงไปเป็น digital lifestyle แม้อยู่บ้านแต่ธุรกิจก็ยังดำเนินไปได้ ประกอบกับการระบาดครั้งนี้อยู่ในช่วงตรุษจีน โรงงานหยุดการผลิตอยู่แล้ว ฉะนั้นภาคการผลิตและการจับจ่ายใช้สอยคงไม่เป็นอะไรมาก มีเพียงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่กระทบหนัก

ดร.อักษรศรีระบุว่า ถ้าจีนยับยั้งสถานการณ์ได้ภายในเดือนสองเดือน การท่องเที่ยวที่ฟุบลงก็จะฟื้นได้เร็ว แต่ถ้าการติดเชื้อยังแพร่ระบาด เอาไม่อยู่ รัฐบาลจีนยังไม่ยกเลิกห้ามทัวร์จีนออกนอกประเทศ สถานการณ์ลากยาวไปอีก 5-6 เดือน อันนี้กระทบรายได้ของไทยมาก

คงไม่มีใครรู้อนาคตว่าสถานการณ์จะจบลงเมื่อไหร่ ตั้งแต่จีนปิดเมือง นักท่องเที่ยวจีนมาไทยลดฮวบไป 90% ถึงไม่ยกเลิก VOA ก็ไม่มีนักท่องเที่ยวจีนอยู่ดี ผมว่าเราถนอมน้ำใจกันไว้ดีกว่า คนจีนมาเที่ยวไทยตลอดทั้งปี ไม่ใช่มาแค่ช่วงไฮซีซัน ตอนนี้เราควรส่งใจไปช่วยจีน แสดงความโอบอ้อมอารี มีมิตรไมตรีต่อกันครับ.

ลมกรด

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสโคโรน่าไวรัสโคโรน่า 2019ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่โคโรน่าไวรัสไวรัสอู่ฮั่นหมายเหตุประเทศไทยลมกรด

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้