ข่าว
100 year

หมายเหตุประเทศไทย : นิยามใหม่คอร์รัปชันไทย ธุรกิจภาคบริการที่มีกำไรสูง

ลม เปลี่ยนทิศ29 ม.ค. 2563 05:02 น.
SHARE

การประกาศ ดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชันในภาครัฐทั่วโลก (Corruption Perception Index) ประจำปี 2019/2562 ของ องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) ที่ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ปลายสัปดาห์ที่แล้ว ประเทศไทยหล่นจากอันดับที่ 99 ไปอยู่อันดับที่ 100 ได้ 36 คะแนนจาก 100 คะแนน เท่าปี 2561 สอบตกซ้ำชั้นอีกหนึ่งปี อันดับดีที่สุดของไทยในยุครัฐบาล คสช. คืออันดับที่ 96 ในปี 2560 ได้ 37 คะแนน

มีคำถามคลาสสิกว่า ทำไมการคอร์รัปชันในภาครัฐไทยจึงไม่ลดลง ทั้งที่ประเทศไทยมีองค์กรปราบคอร์รัปชันมากมาย คำตอบที่คลาสสิกก็คือ นาฬิกาหรูยืมเพื่อน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีต ผบ.ทบ. อดีตหัวหน้า คสช. นำกองทัพไทยและตำรวจปฏิวัติยึดอำนาจจาก รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ด้วยเหตุผลประการหนึ่งก็คือ เพื่อปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันฉ้อราษฎร์บังหลวงของนักการเมือง เมื่อย้อนกลับไปดู ดัชนีคอร์รัปชันในปี 2557 จากข้อมูลของ องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ก็พบว่า ดัชนีคอร์รัปชันภาครัฐปี 2557 ดีขึ้นจากปี 2556 จาก 35 คะแนน เพิ่มขึ้นเป็น 38 คะแนน ถัดมาอีกปีในรัฐบาล คสช. พ.ศ.2558 คะแนนก็ยังอยู่ที่ 38 คะแนนเท่าเดิม และไม่ได้ดีขึ้นกว่านี้อีกเลยตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนี้

พอล่วงเข้า ปี 2559 ดัชนีคอร์รัปชันในยุครัฐบาล คสช. ก็หล่นลงมาอยู่ที่ 35 คะแนน เท่ากับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ในช่วงที่ คสช.ปฏิวัติเพื่อปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน อันดับคอร์รัปชันไทยหล่นไปอยู่อันดับ 101 จาก 180 ประเทศทั่วโลก ถัดมา ปี 2560 ดัชนีคอร์รัปชันดีขึ้นเล็กน้อย คะแนนเพิ่มจาก 35 เป็น 37 คะแนน อันดับคอร์รัปชันขยับขึ้นจากอันดับ 101 มาอยู่อันดับ 96 แต่ ปี 2561 ดัชนีคอร์รัปชันไทยกลับร่วงลงมาเหลือ 36 คะแนน อันดับโลกก็ร่วงจากอันดับ 96 เป็นอันดับ 99 แสดงว่า มีการคอร์รัปชันมากขึ้น และ ปี 2562 คะแนนคอร์รัปชันไทยได้เท่าเดิม 36 คะแนน แสดงว่ามีการคอร์รัปชันเท่าเดิม แต่ อันดับหล่นจาก 99 ลงมาอยู่อันดับ 100

เมื่อดูจาก “คะแนนความโปร่งใส” และ “อันดับดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชันในภาครัฐ” จะพบว่า ช่วง 6 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ คสช.ปฏิวัติยึดอำนาจเพื่อปราบการทุจริตคอร์รัปชัน คะแนนและอันดับการคอร์รัปชันในภาครัฐไทยวนเวียนอยู่ระหว่าง 35–38 คะแนน ไม่ได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ขึ้นเวทีกำหมัดประกาศต่อต้านคอร์รัปชันกับ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ทุกปี

เรื่องที่สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทยมากที่สุด ก็คือ “การคอร์รัปชันกฎหมาย” เช่น การเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน หรือ การแปรญัตติกฎหมายเพื่อผลประโยชน์ วันก่อนผมเพิ่งอ่านบทความของ ผศ.ดร.ธานี ชัยวัฒน์ อาจารย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง “เมื่อกฎ (หมาย) ขายได้ ตลาดการแข่งขันของการคอร์รัปชันในสังคมไทย” ใน นสพ.มติชน อ่านแล้วก็ถึงบางอ้อ ทำไมคนอยากเป็น ส.ส. ส.ว.กันนัก

ผศ.ดร.ธานี บอกว่า จากงานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์ ทำให้เข้าใจว่า การคอร์รัปชันเป็นบริการประเภทหนึ่ง (Service Sector) เป็นภาคบริการที่เป็น “ตัวกลาง” ในการติดต่อระหว่าง “ภาครัฐ” กับ “เอกชน” หรือ “ประชาชน” และ ทำกำไรจากการซื้อขายกฎหมาย กฎระเบียบ และสิทธิประโยชน์บางประเภทของรัฐ เพื่อลดต้นทุนการติดต่อกับภาครัฐ หรืออำนวยความสะดวกสบายในการประสานงานกับภาครัฐ

บริการซื้อขายกฎหมาย กฎระเบียบประเภทนี้ มีมูลค่าตลาดสูงมากในไทย

ผมอ่านแล้วก็ได้แต่อึ้งกิมกี่ การคอร์รัปชันในภาครัฐไทย ได้กลายเป็น ธุรกิจภาคบริการเพื่อซื้อขายกฎหมายและกฎระเบียบไปแล้ว นี่คือ เหตุผลที่แท้จริงที่ภาพลักษณ์คอร์รัปชันไทยไม่ดีขึ้น ก็เศร้าใจครับ สภาพัฒน์ อย่าลืมนำไปคำนวณ “จีดีพีประเทศ” ด้วยนะครับ ธุรกิจบริการการคอร์รัปชัน มีอัตราการเติบโตปีละกี่เปอร์เซ็นต์???

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศคอร์รัปชันองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติดัชนีคอร์รัปชันความโปร่งใสสภาพัฒน์

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้