ไลฟ์สไตล์
100 year

กล้าได้กล้าเสีย : ใครว่า “ทรัมป์บ้า” ?

สายล่อฟ้า11 ม.ค. 2563 05:01 น.
SHARE

ขี้ให้คนอื่นเช็ด

น่าจะเป็นคำจำกัดความที่เหมาะที่สุดสำหรับพฤติกรรมของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ในปฏิบัติการ “สหรัฐฯ-อิหร่าน”

ข่าวแนะนำ

หลังจากที่ได้มีการสั่งการให้ลอบสังหาร “นายพลโซไลมานี” ผู้นำทางทหารของอิหร่านด้วยการใช้โดรนยิงทำลายในอิรัก

ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นก็คือความไม่พอใจของรัฐบาลและประชาชนอิหร่านเป็นอย่างมาก ต้องการที่จะตอบโต้แก้แค้น

ร่ำๆคิดไปถึงว่าอาจจะนำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 3 ด้วยซ้ำไป

กองทัพอิหร่านได้เปิดฉากใช้ขีปนาวุธยิงใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ที่ตั้งอยู่ในอิรัก 2 วันติดต่อกัน แต่ยังไม่ปรากฏความเสียหายที่ชัดเจน

เพราะข้อมูลของอิหร่านและสหรัฐฯนั้นไม่ตรงกัน อิหร่านบอกว่าเสียหายหนัก มีทหารสหรัฐฯเสียชีวิตถึง 80 นาย แต่สหรัฐฯระบุว่าไม่ได้รับความเสียหาย ไม่มีผู้เสียชีวิต

ว่าไปแล้วน่าเชื่อข้อมูลของสหรัฐฯมากกว่า เพราะหากมีทหารเสียชีวิตจำนวนมากอย่างนี้สถานการณ์คงจะไม่คลี่คลายไปได้

มิฉะนั้น สหรัฐฯคงต้องตอบโต้อย่างแน่นอน

หลังอิหร่านเปิดฉากถล่มฐานทัพสหรัฐฯในอิรักไปแล้ว ทั่วโลกต่างจับจ้องมองว่า “ทรัมป์” จะว่าอย่างไร จะเดินหน้าตอบโต้อย่างไร

ผิดคาด...

“ทรัมป์” แถลงอย่างสบายๆ บอกว่า ฐานทัพของสหรัฐฯในอิรักไม่ได้รับความเสียหายจากการถูกโจมตี ไม่มีใครเสียชีวิต

สหรัฐฯต้องการสันติภาพมากกว่า ให้เยอรมนี ฝรั่งเศสและจีนไปเจรจาเพื่อหาทางออกในด้านสันติมากกว่าการเปิดฉากสงคราม

แต่สหรัฐฯจะเดินหน้าคว่ำบาตรอิหร่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง และมีมาตรการที่เข้มข้นมากกว่าที่เคยปฏิบัติมา

จบข่าว...

เท่ากับว่าสหรัฐฯมีแต่ได้ไม่มีเสีย เพียงแต่ทำให้เกิดผลกระทบไปทั่วโลก อย่างน้อยก็เกิดความหวั่นไหวว่าจะนำไปสู่ฉากสงครามยกใหม่

ทั่วโลกเกิดความระส่ำระสายไปทั่ว โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ หุ้นตก นํ้ามันราคาพุ่ง ทองราคาขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในรอบไม่กี่ปีนี้

ที่แน่นอนสหรัฐฯสามารถคุยโม้ได้ว่ายังเป็นเบอร์หนึ่งโลก มีศักยภาพเต็มพิกัด อาวุธกำลังทหารเหนือกว่าทุกชาติ

การตัดสินใจปฏิบัติการเด็ดหัวนายพลโซไลมานีของอิหร่านที่สหรัฐฯถือว่าเป็น “ศัตรู” หมายเลขต้นๆ และมีศักยภาพเป็นเสี้ยนหนามตำใจ

นั่นทำให้สามารถตอบคำถามชนอเมริกันได้ว่าทำไมต้องสังหาร

อีกทั้งมองแล้วว่าจีน-รัสเซียที่หนุนหลังอิหร่านยังไม่พร้อมที่จะเปิดศึกสงคราม อาวุธยุทโธปกรณ์ยังด้อยกว่า

จึงยังไม่กล้าปะมือด้วย ทำให้รู้เขารู้เราได้

แน่นอนว่า ในอีกไม่ไกลนักก็จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งแน่นอนว่ามีทั้งคนชอบและไม่ชอบ “ทรัมป์” แต่ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการจัดการศัตรูของชาวอเมริกันและไม่ได้นำไปสู่สงคราม

ลึกไปกว่านั้นยังมีการวิเคราะห์กันด้วยเหตุอย่างนี้ไม่ต่างไปจากเปิดสงครามการค้ากับจีนก็มีแต่ได้กับได้ เพราะทำให้เกิดผลด้านเศรษฐกิจหุ้นร่วง นํ้ามันขึ้น ราคาทองพุ่งพรวด

“ปั่นราคา” กินส่วนต่างได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง...แสบทรวงจริงๆ!

“สายล่อฟ้า”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กล้าได้กล้าเสียสายล่อฟ้าโดนัลด์ ทรัมป์นายพลโซไลมานีสหรัฐฯ-อิหร่านขีปนาวุธลอบสังหาร

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 26 มกราคม 2564 เวลา 20:06 น.