ข่าว
100 year

หมายเหตุประเทศไทย : อย่าหวังค่าแรง 425 บาท

ลมกรด11 ธ.ค. 2562 05:03 น.
SHARE

รัฐบาลโดนถล่มเละ หลังคณะกรรมการค่าจ้างมีมติปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 5-6 บาท ทำให้อัตราค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศอยู่ที่ 313-336 บาท ชาวโซเชียลแห่เข้ามารุมจวกพรรคพลังประชารัฐอย่างหนัก ทวงสัญญาตอนหาเสียงที่ประกาศนโยบายขายฝันจะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 400-425 บาท

แม้ว่าหลังเสร็จศึกเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐออกมาแก้เกี้ยวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่นโยบายเร่งด่วนและจะขยับขึ้นค่าแรงแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ตอนหาเสียงดันไปประกาศอย่างนั้นก็เหมือนหลอกลวงประชาชน ว่ากันตามจริง ต่อให้รัฐบาลอยู่ครบ 4 ปี ค่าแรงก็ไม่มีทางปรับขึ้นถึง 425 บาท เพราะตัวเลขยังห่างกันถึง 90 บาท เท่ากับว่า 3 ปีที่เหลือจะต้องปรับขึ้นค่าแรงทุกปี เฉลี่ยปีละ 30 บาท เห็นตัวเลขนี้แล้วผู้ใช้แรงงานคงเลิกฝันหวานไปตามๆกัน

ทั้งสื่อมวลชนและนักวิชาการเคยออกมาเตือนแล้วว่าค่าแรงขั้นต่ำ 425 บาทเป็นไปไม่ได้ เจ้าของกิจการแบกรับต้นทุนไม่ไหว ถ้าขืนดื้อดึงมันจะเจ๊งทั้งระบบ

ผมเห็นด้วยที่ผู้ใช้แรงงานออกมา ทวงสัญญาและถามความชัดเจนจากรัฐบาล เหมือนอย่างที่ คุณสมพร ขวัญเนตร ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ให้สัมภาษณ์ว่า การปรับขึ้นแค่ 5-6 บาท ภาคแรงงานไม่มีใครพอใจ และไม่มีใครไปไชโยโห่ร้องกับค่าจ้างใหม่แค่นี้ เพราะมันร้องไม่ออก ทุกวันนี้ราคาสินค้า ค่าครองชีพ ขึ้นราคาไปหมดแล้ว มีเงินในกระเป๋า 500 บาท ซื้อของได้ไม่กี่อย่าง ปรับขึ้นมาแค่นี้ซื้อมาม่าเพิ่มได้แค่ห่อเดียว (ผมช่วยเสริมนะครับ...ไข่ต้มในเซเว่นฯยังแพงกว่าเลย)

คุณสมพรเรียกร้องด้วยว่า รัฐบาลเคยสัญญากับประชาชนตอนหาเสียง มีนโยบายสวยหรูว่าจะปรับค่าจ้าง 425 บาท เมื่อความเป็นจริงเป็นแบบนี้จะทำอย่างไร ต้องชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจว่าทำไมปรับค่าจ้างครั้งนี้จึงไม่ใช่ 425 บาทตามที่หาเสียงไว้ หรือว่าครั้งนี้เอาไปแค่นี้ก่อน ที่เหลือจะปรับขึ้นเป็นขั้นบันได ภายใน 4 ปีจะได้เท่าไหร่ ต้องอธิบายให้ผู้ใช้แรงงานเข้าใจ แม้การปรับ 425 บาทมันมากเกินจะทำได้ แต่ในเมื่อเสนอนโยบายออกมาแสดงว่ามีวิธีคิดไว้แล้วว่าทำได้ ถ้าพูดแล้วทำไม่ได้ทีหลังอย่าพูด ตนจะยังติดตามทวงถามแน่นอน

ดูตามรูปการณ์แล้วผู้ใช้แรงงานคงได้ออกมาทวงถามเรื่อยๆตลอดอายุรัฐบาลเป็นแน่ เพราะเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจทั่วโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยกันหมด ตอนนี้ใครประคองตัวได้ถือว่าเก่งมากแล้ว ขนาดรัฐบาลคลอดหลายโครงการอัดฉีดเงินเข้าระบบ แต่ตัวเลขก็ไม่กระเตื้อง

อีกคนที่สะท้อนปัญหาได้ตรงจุดคือ คุณพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน ระบุว่าการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 5-6 บาททั่วประเทศ แสดงถึงความล้มเหลวของการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลตลอด 5 ปี และไม่ได้ทำให้ทั้งผู้ใช้แรงงานและนายจ้างพอใจเลย ผู้ใช้แรงงานคาดหวังว่ารัฐบาลจะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400-425 บาทตามที่พรรคพลังประชารัฐหาเสียงไว้ ในขณะที่นายจ้างที่เป็นเจ้าของกิจการต้องรับภาระค่าแรงที่สูงขึ้น ทั้งๆที่บริษัทกำลังย่ำแย่ การค้าขายฝืดเคือง ธุรกิจทำท่าจะไปไม่รอด ซึ่งถ้ารัฐบาลสามารถบริหารเศรษฐกิจได้ดี และทยอยขึ้นค่าแรงในระดับที่เหมาะสมทุกปีตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ผู้ใช้แรงงานก็น่าจะมีรายได้ขั้นต่ำถึง 400 บาทแล้ว

คุณพิชัยกล่าวว่า หากเศรษฐกิจดี ค้าขายคล่องมีกำไร การขึ้นค่าแรงทีละขั้นทุกปีก็ไม่น่าเป็นปัญหา แต่ปัจจุบันเศรษฐกิจแย่ ค้าขายซบเซา การขึ้นค่าแรงจึงเป็นเหมือนซ้ำเติมธุรกิจให้ทรุดลงอีก อาจถึงกับต้องปิดกิจการได้ ขณะที่การลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ก็ไม่มี การจะขึ้นค่าแรงในธุรกิจเดิมที่ย่ำแย่อยู่แล้วคงไม่สามารถทำได้ เคยทักท้วงไปแล้วว่าอย่าเพียงแค่หาเสียง แต่พรรคพลังประชารัฐก็ปากแข็งว่าทำได้แน่ ทั้งนี้การประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจผิดพลาดยังคงเป็นอยู่ถึงปัจจุบันที่มีแต่นโยบายแจกเงิน แต่ประเทศไม่ได้พัฒนา มีแต่สร้างปัญหาขึ้นเรื่อยๆ

ได้ยินคำวิจารณ์ของคุณพิชัยแล้ว ผมว่าอย่าไปหวังเลยค่าแรง 425 บาท ภาวะแบบนี้ขอแค่มีงานทำก็พอ ผมได้ข่าวว่ามี รองนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง เริ่มออกตัวว่า “ปีหน้าจะถอนสมอแล้ว” แสดงว่าปีหน้าเศรษฐกิจคงไปไม่ไหวแล้วจริงๆ ท่านถึงชิงโดดหนี แล้วชาวบ้านรากหญ้าจะประคองตัวรอดไหมครับเนี่ย.

ลมกรด

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หมายเหตุประเทศไทยลมกรดค่าแรงขั้นต่ำค่าจ้างขั้นต่ำขึ้นค่าแรงนโยบายขายฝันพลังประชารัฐ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้