ข่าว
100 year

หมายเหตุประเทศไทย : ทำค่าไฟฟ้าให้ถูกลง

ลมกรด9 พ.ย. 2562 05:03 น.
SHARE

วันเสาร์สบายๆ วันนี้มาคุยเรื่องต้นทุนค่าไฟฟ้ากันดีกว่า ปัจจุบันเรามีพลังงานทางเลือกหลากหลาย มีเทคโนโลยีผลิตไฟฟ้าที่ทันสมัยและราคาถูกลง แต่ชาวบ้านยังรู้สึกว่าจ่ายค่าไฟแพง ซึ่งหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ค่าไฟแพงคือการบริหารจัดการสัดส่วนการผลิตไฟฟ้า

โรงไฟฟ้าในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท 1.โรงไฟฟ้า IPP เป็นโรงไฟฟ้าหลักที่เป็นพื้นฐานสำคัญของระบบไฟฟ้าของประเทศ มีทั้ง โรงไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เช่นโรงไฟฟ้าแม่เมาะ โรงไฟฟ้าวังน้อย และ โรงไฟฟ้าของเอกชน ภายใต้การควบคุมของ กฟผ. ส่วนใหญ่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง

2.โรงไฟฟ้า SPP เป็นโรงไฟฟ้าขนาดย่อมลงมา ผลิตและจ่ายไฟให้แก่พื้นที่ในวงจำกัด หรือเป็นพื้นที่เฉพาะ เช่นในนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งต้องการใช้ไฟฟ้ามากกว่าพื้นที่อื่น สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ประมาณ 90-120 เมกะวัตต์ต่อชั่วโมง

3.โรงไฟฟ้า VSPP เป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็กที่จ่ายไฟฟ้าให้พื้นที่เล็กๆโดยเฉพาะ เช่น ในชุมชนหรือในบริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ตั้งแต่ 1-10 เมกะวัตต์ต่อชั่วโมง

โรงไฟฟ้าทั้ง 3 ประเภทมีต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่างกัน โรงไฟฟ้า IPP มีต้นทุนต่ำที่สุด เพราะเป็นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ โรงไฟฟ้า SPP จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นมาอีก ส่วนโรงไฟฟ้า VSPP มีต้นทุนสูงสุด

การสั่งการให้โรงไฟฟ้าแต่ละแห่งผลิตไฟฟ้าเข้าระบบนั้น โดยหลักการควรให้โรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำสุดผลิตไฟฟ้าก่อน ไล่เรียงตามลำดับต้นทุนของโรงไฟฟ้าแต่ละแห่ง แต่ทุกวันนี้ ศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้าแห่งชาติ หน่วยงานภายใต้กำกับดูแลของ กฟผ. สั่งการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนการผลิตต่ำสุดตามลำดับ หรือที่เรียกว่าหลักการ merit order ผลิตไฟฟ้าแค่เพียง 20–25% ของทั้งระบบ ซึ่งโรงไฟฟ้าต้นทุนต่ำส่วนใหญ่เป็นโรงไฟฟ้า IPP ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง

ขณะเดียวกันกลับสั่งให้โรงไฟฟ้าประเภท must take เดินเครื่องสูงถึง 60–70% ของทั้งระบบ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงไฟฟ้า SPP และ VSPP รวมถึงโรงไฟฟ้าบางแห่งของ กฟผ.ที่ไปทำสัญญาซื้อก๊าซธรรมชาติจากต่างประเทศโดยมีข้อผูกมัดเรื่อง take or pay คือถ้าไม่ได้เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าก็ต้องจ่ายค่าก๊าซ

ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 5–10% ของทั้งระบบ เป็นโรงไฟฟ้าประเภท must run จ่ายไฟฟ้าให้แก่พื้นที่ยุทธศาสตร์หรือโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำ เช่น โรงไฟฟ้าแม่เมาะ โรงไฟฟ้าเขื่อนสิริกิติ์ โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ

ดังนั้น หากมีการบริหารจัดการสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง จะช่วยให้ชาวบ้านจ่ายค่าไฟถูกลงได้ทันที ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นอย่างปัจจุบันที่สั่งการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ต้นทุนต่ำที่เป็น merit order ผลิตบ้างหยุดบ้างตามแต่ความต้องการของระบบในขณะนั้น จนมีสัดส่วนเพียง 20-25% แต่โรงไฟฟ้า must take ที่มี ต้นทุนแพงกว่ากลับได้รับคำสั่งให้ผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องสูงถึง 60-70% โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าที่มีข้อผูกมัดเรื่อง take or pay และโรงไฟฟ้าที่สนองนโยบายการเมืองรับซื้อผลปาล์มมาผลิตเป็นไฟฟ้าซึ่งมีต้นทุนแพงมาก (ล่าสุดกระทรวงพลังงานมีนโยบายให้ กฟผ.รับซื้อผลปาล์มเพิ่มอีก 2 แสนตัน เพื่อให้โรงไฟฟ้าบางปะกงนำมาผลิตเป็นไฟฟ้า ยิ่งทำให้ค่าไฟที่เราใช้กันแพงขึ้น)

นอกจากนี้ คุณสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ยังสนับสนุนให้ใช้ หญ้าเนเปียร์ มาผลิตไฟฟ้า ทั้งๆที่เคยมีการศึกษาแล้วว่ามีต้นทุนสูงจนล้มเลิกแนวคิดนี้ไปเมื่อ 1-2 ปีก่อน และมีนโยบายสนับสนุนโรงไฟฟ้าชุมชน ซึ่งมีต้นทุนสูงแต่สุดท้ายก็จะกลายเป็นโรงไฟฟ้าที่ต้อง must take ตลอดเวลาเหมือนอย่างทุกวันนี้

ถึงแม้รัฐบาลต้องการกระจายรายได้สู่ชุมชน แต่ก็ต้องดูภาพรวมการผลิตไฟฟ้าทั้งระบบด้วย หากคุณสนธิรัตน์เข้าไปจัดการแก้ไขระบบการสั่งการผลิตไฟฟ้าอย่างโปร่งใสและเหมาะสม ผมเชื่อว่าชาวบ้านจะได้รับของขวัญปีใหม่เป็นค่าไฟที่ถูกลงได้แน่นอน.

ลมกรด

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โรงไฟฟ้าค่าไฟไฟฟ้าผลิตไฟฟ้าหมายเหตุประเทศไทยลมกรด

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้