ข่าว
100 year

ชักธงรบ : เทพารักษ์หลักเมือง

กิเลน ประลองเชิง2 พ.ย. 2562 05:01 น.
SHARE

ผมยังไม่เคยเข้าไปไหว้ “เจ้าพ่อหลักเมือง” สักครั้ง แต่เคยเขียนถึงหลายครั้ง

ครั้งหนึ่งอ่านหนังสือ อ.อาจารย์ กาญจนาคพันธุ์ แล้วเขียนว่า ในบรรดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในศาล มีภาพ “ท้าวพลี” อยู่ด้วย

เมื่อท่านผู้อ่าน เขียนจดหมายทักไปถึงศาลหลักเมืองแล้ว หาภาพท้าวพลีไม่เจอ ผมย้อนไปดูหนังสือที่ผมอ่าน “กาญจนาคพันธุ์” เขียนไว้ก่อน พ.ศ.2500 สิบยี่สิบปี

ก็พอเข้าใจ ตอนนั้นมีท้าวพลี แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว

เจอเรื่องศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ในหนังสือสืบตำนานสาน

ประวัติ สำนักพิมพ์ทรีบีส์ พิมพ์ปี 2553 ก็ตั้งใจอ่าน เพราะเชื่อว่า ว.วินิจฉัยกุล เขียนถึงศาลหลักเมืองในยุคใหม่ ทันสมัยกว่า

“หลัก” ต้องมีไว้เมื่อมีการสถาปนาเมือง เพื่อให้เกิดความรู้สึกเป็นปึกแผ่นมั่นคง ไทยรับประเพณีนี้มาจากอินเดีย ปรากฏในตำนานการสร้างเมืองหลวงหลายแห่ง

ตำนานสิงหนวัติว่า ขุนลังสร้างเมืองใหม่ขึ้น หลังโยนกนครเกิดแผ่นดินไหว เมืองถล่มจมกลายเป็นหนองน้ำ ตั้งหลักเมือง วันอังคารเดือนแปดขึ้นเจ็ดค่ำ ปีเถาะ พ.ศ.1037

ตำนานจามเทวีวงศ์ พระฤาษีเนรมิตเขลางค์นคร (ลำปาง) ให้เจ้าอนันตยศ พระราชโอรสองค์ที่สอง แล้วเอาแผ่นผาศิลาบาตรก้อนหนึ่งมาตั้งไว้กลางเมือง นี่ก็คือหลักเมือง

สุโขทัยก็มีหลักเมือง คือ ก้อนศิลาที่มาจากตำนานเรื่องพระร่วง ตอน ขอมดำดิน

หลักเมืองกรุงเทพฯ ทำพิธียก วันอาทิตย์เดือนหกขึ้นสิบค่ำ 22 เม.ย.2325 ฤกษ์เวลาย่ำรุ่งห้าสิบสี่นาที

ทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์สูง 108 นิ้ว เส้นผ่าศูนย์กลาง 29.1/2 นิ้ว ข้างในเป็นช่องบรรจุเทวรูปเทพารักษ์พระหลักเมือง และพระสุพรรณบัฏจารึกดวงชะตาเมือง

เทพารักษ์ มาจากไหน?

มาจากความเชื่อดั้งเดิมของคนไทย ก่อนพุทธศาสนาจะเข้ามา คือลัทธินับถือผีสางเทวดา เชื่อว่าทุกโศกโรคภัยและสิ่งพิบัติต่างๆ รวมถึงความสุขความเจริญทั้งปวง เกิดจากการดลบันดาลของสิ่งศักดิ์สิทธิ์

เทวดาที่คนไทยถือว่า คุ้มครองบ้านเมืองมีสี่องค์ใหญ่ๆ

พระหลักเมือง พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง และพระกาฬไชยศรี

ในรัชกาลที่ 1 พระหลักเมืองอยู่ในศาลเจ้าพ่อหลักเมืององค์เดียว องค์อื่นๆท่านก็มีศาลของท่าน เช่น พระกาฬไชยศรี มีศาลอยู่ใกล้ศาลเจ้าพ่อหอกลอง หน้าวัดโพธิ์ พระเสื้อเมืองพระทรงเมือง ก็อยู่แถวๆนั้น

เจ้าพ่อเจตคุปต์ เดิมศาลอยู่หน้าหับเผย ข้างคุกมหันตโทษ

ศาลเจ้าพ่อเหล่านี้ เมื่อทางการต้องการใช้พื้นที่ ก็รื้อทิ้ง แล้วอัญเชิญท่านมาอยู่รวมกันที่ศาลหลักเมือง

พระกาฬเป็นบริวารพระยม เป็นเทวทูตมีหน้าที่นำวิญญาณคนตายไปยมโลก พระเจตคุปต์เป็นนายทะเบียน มีหน้าที่สำรวจว่าใครถึงที่ตาย ก็เขียนมรณบัตรให้พระกาฬไปรับตัว

พระกาฬได้รับยกย่องเป็นเทพชั้นปกครอง คนกลัวกันถึงขั้น ใช้ในคำสบถสาบาน “ให้พระแก้วพระกาฬหักคอ”

ว.วินิจฉัยกุลจบเรื่องนี้ว่า รู้จักสารพันเจ้าพ่อที่อยู่ด้วยในศาลหลักเมืองแล้ว เวลาไปไหว้ จะได้อธิษฐานถูกที่ถูกองค์ ส่วนจะให้ช่วยเหลือเรื่องทุกข์ส่วนตัว หรือทุกข์ของบ้านเมือง ที่กำลังผจญกับสงครามเศรษฐกิจ

ก็ออกแรงอธิษฐานกันไป อธิษฐานให้ดังๆหลายๆเสียงรวมกัน คงไปเข้าหูเสนาบดีท่านบ้าง

เพราะดูๆท่านก็ยังมั่นใจ ตัวเลขเศรษฐกิจยังเอาอยู่ ตรงข้ามกับเศรษฐกิจชาวบ้านนั้นย่ำแย่เหลือทน.

กิเลน ประลองเชิง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เทพารักษ์ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสิ่งศักดิ์สิทธิ์กิเลน ประลองเชิงชักธงรบ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้