ข่าว
100 year

70 ปี พรรคคอมมิวนิสต์จีน ขึ้นแท่นซุปเปอร์เพาเวอร์โลก

ลม เปลี่ยนทิศ1 ต.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

นับตั้งแต่ เหมา เจ๋อตุง ประธานพรรคคอมมิวนิสต์จีน สถาปนา สาธารณรัฐประชาชนจีน ขึ้นมาเมื่อ วันที่ 1 ตุลาคม 2492 หลังจากที่ขับไล่ พรรคก๊กมินตั๋ง ไปอยู่ ไต้หวัน แล้ว วันนี้มีอายุครบ 70 ปีพอดี ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ จีนใช้เวลาเพียง 70 ปี เปลี่ยนฐานะจากประเทศยากจน มาเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 1 ของโลก ได้อย่างยิ่งใหญ่ไร้เทียมทาน แม้สหรัฐฯจะกดดันทุกวิถีทางก็ยังเอาไม่อยู่

รัฐบาลจีนได้ออกหนังสือปกขาวชื่อ China and the World in the New Era เพื่อฉลอง 70 ปี สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยระบุว่า จีนใช้เวลาเพียงไม่กี่สิบปีในการก้าวสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว ขณะที่ประเทศที่พัฒนาแล้วต้องใช้เวลาหลายร้อยปี

หนังสือปกขาวจีนได้เปรียบเทียบจีดีพีจีนปี 1952 กับปี 2018 เพื่อชี้ให้เห็นถึงการพัฒนาที่รวดเร็วของจีน ปี 1952 จีดีพีจีนอยู่ที่ 67,900 ล้านหยวน ปี 2018 จีดีพีจีนอยู่ที่ 90 ล้านล้านหยวน เติบโตขึ้นถึง 174 เท่าในเวลา 66 ปี รายได้ต่อหัวของคนจีนปี 1952 อยู่ที่ 119 หยวน ปี 2018 อยู่ที่ 64,644 หยวน เติบโตขึ้นถึง 70 เท่า ช่วง 70 ปีของสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้พรรคคอมมิวนิสต์จีน มีผู้นำเพียง 5 คนเท่านั้น คือ เหมา เจ๋อตุง เติ้ง เสี่ยวผิง เจียงซีหมิน หูจิ่นเทา และ สี จิ้นผิง ผู้นำคนปัจจุบัน

จากรายงานของ Mckinsey ที่ออกมาในเดือนกรกฎาคมระบุว่า จีนมีขนาดเศรษฐกิจที่จะเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจโลกในอนาคตสูงถึง 22–37 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2040

จีน ก้าวขึ้นมาเป็น ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลก แทนที่ ญี่ปุ่น ในปี 2010 รองจาก สหรัฐอเมริกา ข้อมูลของ ไอเอ็มเอฟ เดือนตุลาคม 2018 ระบุว่า สหรัฐฯมีจีดีพีใหญ่ที่สุดในโลก 21.48 ล้านล้านดอลลาร์ อันดับ 2 จีน 14.17 ล้านล้านดอลลาร์ อันดับ 3 ญี่ปุ่น 5.22 ล้านล้านดอลลาร์ อันดับ 4 เยอรมนี 4.11 ล้านล้านดอลลาร์ อันดับ 5 อินเดีย 2.95 ล้านล้านดอลลาร์

แต่เมื่อวัดกันด้วยจีดีพีที่เป็น “อำนาจซื้อ” GDP–PPP Ranking 2019 กลับปรากฏว่า จีนเป็นประเทศที่มีอำนาจซื้อสูงอันดับ 1 ของโลก คิดเป็นอำนาจซื้อที่สูงถึง 27.44 ล้านล้านดอลลาร์ อันดับ 2 รองมาเป็นสหรัฐฯ มีอำนาจซื้อ 21.48 ล้านล้านดอลลาร์ เท่ากับจีดีพีปกติ อันดับ 3 อินเดีย 11.41 ล้านล้านดอลลาร์ อันดับ 4 ญี่ปุ่น 5.80 ล้านล้านดอลลาร์ อันดับ 5 เยอรมนี 4.55 ล้านล้านดอลลาร์

จะเห็นว่า จีดีพีที่วัดด้วยอำนาจซื้อของประชาชนจีนสูงกว่าจีดีพีปกติเกือบหนึ่งเท่าตัวเลยทีเดียว ขณะที่อำนาจซื้อของคนอเมริกันเท่ากับจีดีพีปกติ จึงไม่แปลกใจที่แมคคินซีย์จะระบุว่า ประเทศจีนจะมีบทบาทต่อเศรษฐกิจโลกมหาศาลในอนาคต 20 ปีข้างหน้า

สำนักข่าวซีเอ็นบีซี รายงานว่านักเศรษฐศาสตร์บางกลุ่มทำนายว่า เศรษฐกิจจีนจะแซงหน้าสหรัฐฯประมาณปี 2030 อีก 10 ปีข้างหน้า แต่ถ้าวัดกันด้วย “อำนาจซื้อของประชาชน” รายงานของ ธนาคารโลก ระบุว่า เศรษฐกิจจีนได้ขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของโลกมาตั้งแต่ปี 2014 แล้ว เครดิตอันนี้ต้องยกให้มังกรร่างเล็ก เติ้ง เสี่ยวผิง ผู้นำจีนคนที่สองถัดจาก เหมา เจ๋อตุง ผู้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างและยาวไกล ปฏิรูปประเทศจีนด้วย “นโยบาย 4 ทันสมัย” คือ เกษตรทันสมัย อุตสาหกรรมทันสมัย การทหารทันสมัย วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีทันสมัย โดยทำจากเล็กไปสู่ใหญ่ แล้วก็ใหญ่ไปสู่ใหญ่

นโยบาย 4 ทันสมัย ของ มังกรเติ้ง ทำให้เศรษฐกิจจีนโตแบบก้าวกระโดด จีดีพีเฉลี่ยปีละ 10% ก่อนที่จะลดลงมาเหลือเฉลี่ย 6% ในปัจจุบัน

70 ปี ความสำเร็จของจีน เป็นบทพิสูจน์ว่า ประเทศต้องมีผู้นำที่เก่งและฉลาดรอบรู้ มีวิสัยทัศน์ที่กว้างและยาวไกล มีมาตรฐานสูง คุณธรรมจริยธรรมสูง เสียสละเพื่อชาติอย่างแท้จริง ไม่ทุจริตคอร์รัปชัน จึงจะสร้างชาติให้ยิ่งใหญ่ได้.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศมังกรเติ้งนักเศรษฐศาสตร์พรรคคอมมิวนิสต์จีนรัฐบาลจีนจีดีพี

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้