ข่าว
100 year

เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจด่วน ก่อนรากหญ้าจะแห้งตาย

ลม เปลี่ยนทิศ14 ส.ค. 2562 05:15 น.
SHARE


สุดสัปดาห์ที่แล้วผมไปร่วมเปิดงาน มหกรรมการเงิน Money Expo โคราช ครั้งที่ 13 ที่จัดต่อเนื่องมา 13 ปีแล้ว ได้ฟัง คุณสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกฯ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา ประธานเปิดงาน พูดถึงเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย เสนอให้รัฐบาล “กระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ” แบบสมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม คือ “ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ” เพื่อช่วยกันเอง

วันนี้ผมเลยนำข้อคิดของ คุณสุวัจน์ มาเล่าสู่กันฟัง ผมเห็นด้วยกับ

คุณสุวัจน์ ว่า วันนี้รัฐบาลต้องกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศอย่างรีบด่วนที่สุด ก่อนที่รากหญ้าจะแห้งตาย เหมือนข้าวที่แห้งตายคานาในภาคอีสาน คุณสุวัจน์ กล่าวว่า มองภาพรวมของเศรษฐกิจแล้วมันมีความน่าเป็นห่วง เพราะเศรษฐกิจไทยต้องอิงกับเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจโลกปีนี้จีดีพีก็ชะลอตัว เดิมทีเขาบอกว่าจะขยายตัวที่ 3.6 เห็นบอกว่าจะเหลือแค่ 3.2 การค้าโลกเดิมทีประเมินไว้ที่ 3.5 ก็จะเหลือ 2.5 ผมว่ามันจะกระทบไปหมด แล้วยังมีปัจจัยสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน จากการขาดดุลการค้า ทรัพย์สินทางปัญญา วันนี้เริ่มลามไปถึงสงครามค่าเงิน เอาค่าเงินมาสู้กันแล้ว ระหว่างค่าเงินหยวนกับค่าเงินดอลลาร์ มันก็กระเทือนไปถึงตลาดเงิน ตลาดทุน และยังมีเรื่อง Brexit ที่ไม่รู้ว่าจะเบร็กซิตแบบไหน

ปัจจัยต่างๆมันชี้ให้เห็นแล้วว่า คงเป็นเศรษฐกิจขาลงของโลก มีการถดถอย อเมริกาก็ประสบปัญหา จีนก็ประสบปัญหา ญี่ปุ่นก็ประสบปัญหา ทั้งหมดนี้บอกกับคนไทยได้เลยว่า เรากำลังจะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจนอกประเทศ

บังเอิญว่า พื้นฐานเศรษฐกิจไทยไปพึ่งนอกประเทศมากเกินไป การส่งออก 60% การท่องเที่ยว 20% เมื่อปัจจัยเราพึ่งต่างประเทศ วันนี้ถ้าเศรษฐกิจโลกไม่ดี ชะลอตัวลง การส่งออกของเรามีผลกระทบแน่ วันนี้ดัชนีการส่งออกตัวเลขลดลงอย่างชัดเจน การท่องเที่ยวก็เริ่มชะลอตัวลง ปัจจัยต่างๆที่เคยพยุงเราไว้จากข้างนอก วันนี้ไม่ได้เป็นใจเลย ผมต้องการจะบอกว่าวันนี้เราคงต้องพึ่งเศรษฐกิจภายในประเทศ ฉะนั้น การกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นมาตรการสำคัญในการประคับประคองประเทศ ประคับประคองชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนของเราให้สามารถอยู่ได้

การกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ว่ามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรคนยากจน หรือ มาตรการลงทุนในอินฟราสตรักเจอร์ใหญ่ๆ หรือ มาตรการจัดการใช้จ่ายงบประมาณให้รวดเร็ว อันนี้มาช่วยได้นะครับ ทำให้เราสามารถพอที่จะอยู่ได้ ก็ยังนึกถึงคำพูดประโยคหนึ่งที่เคยใช้เมื่อ 50-60 ปีก่อน “ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ” สมัย จอมพล ป. เป็นนายกฯ 15 ปี 8 สมัย จากนี้ไปผมคิดว่าเศรษฐกิจไทยคงต้องพึ่งตนเอง นักท่องเที่ยวไม่มา คนไทยเที่ยวกันเอง การส่งออกไม่มา ขายคนไทยซื้อกันเองนี่คือ การกระตุ้นเศรษฐกิจ

ความเห็นของ คุณสุวัจน์ สอดคล้องกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ให้ คุณนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกรัฐบาลออกมาแถลงว่า นายกฯเป็นห่วง “เศรษฐกิจฐานราก” ที่เป็นเสาหลักความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะ ประชาชนกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากที่มีรายได้ไม่เกินเดือนละ 5,344 บาทต่อคน ซึ่งมีถึง 40% หรือ 26.9 ล้านคน (น่าจะเป็น 28 ล้านคนถ้าคิดจากประชากร 70 ล้านคน) ส่วนใหญ่อยู่ในภาคการเกษตรที่เป็นพื้นฐานของเศรษฐกิจไทย แต่กลับอยู่ในสภาพที่ง่อนแง่น

ผมฟังโฆษกแถลงแล้วก็ดีใจที่ พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกฯสมัยที่ 2 ก็ยังคิดถึง เกษตรกรรากหญ้าผู้ยากจนกลุ่มนี้ ที่ยังอยู่ในสภาพ “โง่ จน เจ็บ” อย่างเดิม เสียดายเวลา 5 ปีของรัฐบาลปฏิวัติ พล.อ.ประยุทธ์มีอำนาจเบ็ดเสร็จ แต่ไม่ได้ช่วยให้คุณภาพชีวิตของเกษตรกรยากจน 28 ล้านคนดีขึ้นเลย นาอีสาน 80-90% ยังไม่มีระบบชลประทาน ราคาผลไม้ภาคใต้ก็ยังตกต่ำทุกปีไม่เปลี่ยนแปลง แต่รัฐบาลกลับไปสร้างรถไฟความเร็วสูงราคาแพงหลายเส้นทาง

ผมว่าถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องหันมา “ช่วยเหลือเกษตรกรยากจนอย่างจริงจัง” เหมือน “ช่วยคนรวย” ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาจนถึงรัฐบาลนี้แล้วละครับ ท่านนายกฯ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าสุวัจน์ ลิปตพัลลภMoney Expoเศรษฐกิจไทยหมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศ

คุณอาจสนใจข่าวนี้