พัฒนาบุคลากรให้ทันเทคโนโลยี

ข่าว

    พัฒนาบุคลากรให้ทันเทคโนโลยี

    ลมกรด

      3 ก.ค. 2562 05:01 น.

      เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของการแข่งขันในโลกปัจจุบัน ธุรกิจเกิดใหม่ล้วนใช้นวัตกรรมเป็นตัวนำ ส่วนธุรกิจรูปแบบเดิมก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับกระแสโลก รัฐบาลบิ๊กตู่ 2 จึงต้องให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีเป็นอันดับแรก

      ตลอด 5 ปีของรัฐบาลบิ๊กตู่ 1 การวางโครงสร้างเทคโนโลยีสื่อสาร ของไทยถือว่า เกาะกระแสโลกได้ดีทีเดียว เกือบทั้งหมดขับเคลื่อนโดย สำนักงาน กสทช. ที่มี คุณฐากร ตัณฑสิทธิ์ เป็นเลขาธิการ โดยเฉพาะ การประมูลคลื่นรองรับบริการ 3G 4G และ 5G ตั้งแต่คลื่น 2.1GHz 1800MHz 900MHz รวมทั้งจัดสรรคลื่นย่าน 700MHz มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้รวมแล้วมีปริมาณแบนด์วิดท์ถึง 400MHz ใช้งานมือถือในปัจจุบัน สร้างรายได้รัฐไปแล้วกว่า 4 แสนล้านบาท ยังไม่นับรวมคลื่นที่จะจัดสรรเพิ่มในปีนี้ เช่น 2.6GHz 26GHz และ 28GHz ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพรองรับการทำงานของ Internet of Things ได้เป็นอย่างดี

      นอกจากเรื่องจัดสรรคลื่นซึ่งเป็นเหมือนการสร้างถนนรอ 5Gแล้ว ยังมีการริเริ่มทดลองทดสอบพัฒนาบริการใหม่ๆแบบ 5Gเปรียบเสมือนทดสอบสมรรถนะของรถก่อนส่งขายในตลาดด้วยการทำ เอ็มโอยู กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ให้ทำการ ศึกษา วิจัย และพัฒนา use case ก่อนนำไปใช้จริงเมื่อ 5G เกิดขึ้นเต็มรูปแบบแล้ว เช่น การแพทย์ทางไกลแบบ Telehealth การเกษตรอัจฉริยะ Smart Farming หรือระบบเมืองอัจฉริยะ Smart Cities

      ในส่วนของพื้นที่ชนบทห่างไกล กสทช.ได้ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ติดตั้งเน็ตประชารัฐ ในพื้นที่ชายขอบ Zone C+ จำนวน 3,920 หมู่บ้าน ให้ได้ใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงราคาถูก และปลายปีนี้จะเปิดให้บริการอีก 15,732 หมู่บ้าน ประโยชน์ที่เห็นชัดเจนคือโครงการ Telehealth ที่ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขให้การรักษาทางไกลผ่านอินเตอร์เน็ตนำร่องด้วยการรักษาโรคความดัน ตา ผิวหนัง และเบาหวานเป็นการช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการแพทย์

      ถ้าต้องการให้ประเทศเดินหน้าด้านเทคโนโลยีได้อย่างมั่นคง รัฐบาลบิ๊กตู่ 2 ควรเร่งผลักดันกฎหมายให้ผ่านสภาฯโดยเร็ว เพื่อให้มีการสรรหาบอร์ด กสทช.ชุดใหม่ แทนบอร์ดชุดรักษาการ เอาคนเชี่ยวชาญและทำจริงมาทำงานดีกว่าครับ

      อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีไปได้ดีแค่ไหน หากเจ้าหน้าที่รัฐใช้เทคโนโลยีไม่เป็น และ กฎระเบียบทางราชการไม่เอื้ออำนวย มันก็เปล่าประโยชน์

      คุณพิชิต วิวัฒน์รุจิราพงศ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท เน็ตเบย์ ในฐานะนายกสมาคมอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ไทย เคยสะท้อนปัญหาให้ฟังว่า สมัยก่อนเรามีคำว่า E-Government แต่ทุกวันนี้ระบบราชการไทยก็ยังใช้กระดาษเหมือนเดิม เป็นเพราะเจ้าหน้าที่รัฐแต่ละกรมกอง มีทักษะต่างกัน มีองค์ความรู้ต่างกัน ฉะนั้นถ้ารัฐบาลจะเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่ดิจิทัล ก็ต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรด้วย ต้องจัดอบรมเสริมสร้างทักษะความรู้ในการใช้เทคโนโลยี เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติให้เกิดผลจริง

      คุณพิชิตบอกว่า รัฐบาลตั้งเป้าจะทำบิ๊กดาต้า จะพัฒนาเอไอ แต่กลับไม่ส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่รัฐซึ่งเป็นต้นน้ำใช้เทคโนโลยีได้อย่างคล่องแคล่ว มันก็ไม่มีทางสำเร็จ ยุคนี้ข้อมูลมีค่าเหมือนทองคำ ถ้าไทยวิเคราะห์ประมวลผลข้อมูลไม่ได้ อีกไม่นานไทยก็จะถูกประเทศคู่แข่งแซงหน้า นอกจากนี้รัฐบาล ควรแก้ไขกฎหมายระเบียบต่างๆให้รองรับการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วย ทุกวันนี้เวลาติดต่องานราชการ ควรใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ได้แล้ว

      ผมขอฝากเสียงสะท้อนนี้ถึงท่านผู้บริหารประเทศไว้พิจารณาด้วยครับ.

      ลมกรด

      อ่านเพิ่มเติม...

      อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

        แท็กที่เกี่ยวข้อง

        เทคโนโลยีดิจิทัลนวัตกรรมกระทรวงดีอีพัฒนาบุคลากรหมายเหตุประเทศไทยลมกรด

        คุณอาจสนใจข่าวนี้

        thairath-logo

        ApplicationMy Thairath

        ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
        Trendvg3 logo
        Sonp logo
        inet logo
        วันพุธที่ 8 ธันวาคม 2564 เวลา 22:42 น.
        ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
        เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์