ข่าว
100 year

วิชาทำความ

กิเลน ประลองเชิง3 ก.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

เอ่ยคำว่า “วิชาทำความ” คนสมัยนี้ไม่รู้จัก แต่ถ้าคนสมัยโบราณ นับแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เชื่อถือกันถึงขั้นต้องออกกฎหมายลงโทษ

สุริษา มุ่งมาตร์มิตร เขียนไว้ใน “ซ่อนเร้นไม่ใช่ซ่อนลับ เกร็ด ไสยศาสตร์ในประวัติศาสตร์ไทย” สำนักพิมพ์ยิปซี พ.ศ.2555 ว่า ต้นเหตุ “วิชาทำความ” มาจากกระบวนการพิจารณาคดี...ที่ทั้งโจทก์และจำเลย มีสิทธิ์เจ็บทั้งคู่

เพราะต้องการพิสูจน์ด้วยการดำน้ำ ลุยไฟ กินยาให้อาเจียน ใครอาเจียนออกมาก่อน คนนั้นแพ้

กระบวนการพิจารณาคดี ที่ใช้หลัก “ใครอึดได้เปรียบ” คนในยุคนั้นจึงนิยมใช้คาถาอาคม ทุ่นแรง ถือเป็นการเอาเปรียบกัน จึงถึงขั้นต้องตราเป็นกฎหมาย

“มาตราหนึ่ง ว่าเนื้อความมันทั้งสองพิพาทถึงพิสูทลุยเพลิง ถ้ามันข้างหนึ่งเป็นกลโกหก รู้เวทอาคมมาตราเสกเป่า มันผู้นั้นไม่พอง ให้ข้างหนึ่งพอง แลพองด้วยกันก็ดี

ให้เสมียนผู้คุมระวังดู ถ้าเห็นพิรุธมันทำดังนั้น เอาพิจารณาต่อไป”

วิชาทำความมีหลายวิธี การลงยันต์บนแผ่นอิฐ กำกับด้วยคาถา แล้วเอาอิฐไปทิ้งน้ำ การเขียนยันต์กาสักน้อยลงกระดาษว่าวยัดเข้าในอกรูปปั้นของศัตรูที่ทำจากสีผึ้งปิดหน้าผี

ใส่รูปปั้นลงในโลงไม้งิ้ว กำกับด้วยคาถา เอาไปถ่วงน้ำ หรือฝังป่าช้า

เชื่อกันว่า ทำให้ชนะคดีได้ เช่นถ้าวิวาทกันแล้ว โจทก์ยังไม่ฟ้อง ทำให้เขาอึดอัดฟ้องไม่ได้ ถ้าฟ้องแล้วก็ดลให้ตกใจถอนฟ้อง หรือให้เป็นบ้า ไต่สวนความต่อไปไม่ได้

หรือ ดลใจให้ผู้พิจารณาความ เข้าข้างเรา ทำให้ศัตรูแพ้คดี

ในวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน ระหว่างการพิจารณาคดี ขุนแผนเสกวิชาอัดทวาร

“เป่าต้องขุนช้างเข้าหว่างอก เหงื่อตกอกใจให้ฟุ้งซ่าน หน้าแดงแสยงขนลนลาน...พอก้าวไปขี้ทะลักราดผ้า เป็นชามชามปามลงกลางศาลา คนฮาแตกเอนระเนนไป”

ความขลังของคาถา...นอกจากประจานขุนช้างให้ขายหน้า ขุนแผนก็รอดคดีไปได้

ในหนังสือเรื่อง ปัญจราชาภิเษก เรื่องราชาภิเษก ครั้งกรุงศรีอยุธยา และครั้งกรุงรัตนโกสินทร์ พระยาอนุมานราชธน สงสัย ข้อที่กล่าวถึง “ฉลองพระองค์ลงราชะ” ซึ่งมีในพิธีย่างกุมารทองของขุนแผนไม่เป็นมงคลนัก

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ มีพระราชหัตถเลขาตอบว่า เป็นฉลองพระองค์ลงยันตร์ มี 7 องค์ 7 สี สำหรับทรง (ชั้นใน) ตามสีวัน นับเป็นอย่างหนึ่งในเครื่องพิชัยสงคราม

การ “ลงราชะ” ทำความปิดปากผู้คน เคยเกิดขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ เมื่อพระไตรภูวนาทิตยวงศ์ พระอนุชาต่างมารดา ใช้ความพยายามทำทุกทางที่จะกบฏแม้ต้องพึ่งพาคุณไสย

พงศาวดารเล่าว่า เมื่อเจ้าฟ้าชัยครองราชย์เพียง 9 เดือน ถูกสมเด็จพระนารายณ์ล้มอำนาจ สำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์ และยกพระเจ้าอา สมเด็จพระศรีสุธรรมราชา ขึ้นเป็นกษัตริย์

สมเด็จพระศรีสุธรรมราชา ทรงกล่าวว่า “น้องเรา (พระไตรภูวนาทิตยวงศ์) คนนี้ น้ำใจกักขฬะหยาบช้า มิได้มีหิริโอตตัปปะ”

พระไตรภูวนาทิตยวงศ์ เคยอยู่ข้างพระศรีสุธรรมราชา เมื่อผลัดแผ่นดินเป็นสมเด็จพระนารายณ์ วางแผนกบฏหลายครั้ง แต่เมื่อแพ้ ก็ยอมอ่อนน้อม ถูกจับชำระความ โดยมีเรื่อง “การลงราชะ” เป็นหลักฐานหนึ่งมัดตัว

วิชาทำความ จึงเป็นวิชาที่มีผู้ใช้ตั้งแต่สมัยอยุธยา มาถึงสมัยนี้ “วิชาทำความ” เปลี่ยนจากการเสกมนตร์คาถา มาเป็นหาประเด็นฟ้องร้อง ทำกันหลายฝ่าย ทั้งฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาล...ตามกติกาจะมีผลให้ไม่มี ส.ส.พอทำงานในสภา

ถ้าวิชาทำความขลังจน มีผลสัมฤทธิ์ ว่ากันว่า รัฐบาลจะล้ม

ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ โลกเราก้าวหน้ามาถึงวันนี้ ท่านผู้มีฤทธิ์เดชทั้งหลาย ก็ยังนิยมสู้กันด้วยเวทมนตร์คาถา...แต่ดูๆแล้ว ก็ยังดีกว่าการรบกันจนเป็นสงครามกลางเมือง.

กิเลน ประลองเชิง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิชาทำความกรุงศรีอยุธยากรุงรัตนโกสินทร์ไสยศาสตร์ประวัติศาสตร์ไทยชักธงรบกิเลน ประลองเชิง

คุณอาจสนใจข่าวนี้