ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    จะเป็นหุ้นส่วนกับ "มังกร" ต้อง "ระวัง" และ "รอบคอบ"

    ซูม1 พ.ค. 2562 05:01 น.
    SHARE

    การประชุมผู้นำประเทศในเส้นทางสายไหมใหม่ หรือ New Silk Road ครั้งที่ 2 ที่รัฐบาลจีนเป็นเจ้าภาพที่กรุงปักกิ่งผ่านไปหลายวันแล้ว และบรรดาผู้นำของประเทศ 36 ประเทศ ที่ไปร่วมประชุมต่างก็เดินทางกลับภูมิลำเนากันหมดแล้ว รวมทั้งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย

    จากข่าวและภาพของทุกสำนักข่าวทำให้ทราบว่าท่านนายกฯของเราและคณะมีโอกาสได้ประชุมแบบทวิภาคีกับ ท่านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และคณะ ด้วยบรรยากาศที่ชื่นมื่นอย่างยิ่ง

    โฆษกของฝ่ายไทยเราแถลงแก่ผู้สื่อข่าวว่า ในการหารือครั้งนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายต่างย้ำเจตนารมณ์ที่จะผลักดันความสัมพันธ์ไทย-จีน และความร่วมมือเชิงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านให้เป็นรูปธรรม

    โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและความเชื่อมโยงที่สอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 และนโยบายเส้นทางสายไหมใหม่ของรัฐบาลจีน

    ทั้งนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายเชื่อมั่นว่า ความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดระหว่างไทยและจีน จะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาคให้ก้าวหน้าต่อไป โดยพร้อมที่จะร่วมมือกันผลักดันให้บรรลุเป้าหมายการค้าไทย-จีน ที่ตั้งไว้ใหม่ที่ 140,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2564

    นอกจากนี้ ทางฝ่ายจีนยังพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ และให้ความร่วมมือในสาขาที่จีนมีความเชี่ยวชาญ อาทิ เศรษฐกิจดิจิทัล วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในด้านยานยนต์แห่งอนาคต เมืองอัจฉริยะปัญญาประดิษฐ์ ฯลฯ

    อ่านแล้วก็น่าปลื้มใจในความร่วมมือระหว่างรัฐบาลจีนกับรัฐบาลไทย

    โดยส่วนตัวแล้วผมขอขอบคุณท่านประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่พร้อมจะเป็นหุ้นส่วนกับประเทศไทยในหลายๆเรื่อง

    ผมอ่านหนังสือและบทความที่เกี่ยวกับประวัติ และแนวคิดของท่านมาพอสมควรค่อนข้าง “เชื่อ” ว่า ท่านมีความจริงใจกับประเทศไทยและทุกๆประเทศ บนเส้นทางสายไหมใหม่ของท่าน

    หวังจะให้เส้นทางสายไหมใหม่นี้เป็นเส้นทางที่จะใช้ประโยชน์ร่วมกันในทุกๆด้านระหว่างมวลสมาชิก

    แต่ผม ไม่ค่อยเชื่อ และ ไม่ค่อยไว้วางใจ ภาคเอกชนของประเทศจีนครับ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ภาคเอกชนของจีนหลายๆส่วนมักไม่ถือว่าประเทศคู่ค้าเป็น หุ้นส่วน แต่กลับถือว่าเป็น ลูกค้า ที่เขาจะเก็บเกี่ยวผลกำไรให้มากที่สุดที่จะมากได้

    เราจึงเห็นการขายแต่ฝ่ายเดียว และซื้อจากอีกฝ่ายค่อนข้างน้อย ของพ่อค้าจีนกับหลายๆประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่เขาขาดดุลเสียจนคุณทรัมป์ต้องออกมาประกาศสงครามการค้ากับไทยเราก็มีตัวอย่างที่น่าห่วงใยเกิดขึ้นให้เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

    ไม่ว่ากรณีเข้ามากว้านซื้อสินค้าการเกษตรของเรา เข้ามากำหนดราคาเข้ามาครอบงำทุกสิ่งทุกอย่างจนการค้าขายด้านสินค้าเกษตรโดยเฉพาะผลไม้อยู่ในมือของเขาหมด

    การท่องเที่ยวที่ผ่านมาก็เป็นอีกตัวอย่างที่ชัดเจนมาก ว่าเขาเข้ามาอย่างไร? ตักตวงผลประโยชน์ไปแค่ไหน? กว่าไทยจะแก้ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญได้ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักหนาสาหัสเพียงใด?

    ภาคเอกชนจีนประกอบด้วยพ่อค้าจำนวนมากที่ถ้าจะใช้คำเปรียบเปรยที่รุนแรงหน่อยก็ต้องบอกว่า “ร้อยพ่อพันแม่” แต่ถ้าจะให้ไพเราะหน่อยก็คงต้องใช้คำว่า “ร้อยแซ่ พยัคฆ์มังกร” มีทั้งคนดีคนไม่ดีปะปนกัน

    การค้าขายกับภาคเอกชนจีนจึงต้องระมัดระวังมาก จะต้องรู้เท่าทัน จึงจะไม่เสียเปรียบ

    ที่สำคัญรัฐบาลจีนก็ใช่ว่าจะคุมภาคเอกชนได้หมด และที่ผ่านมาก็พิสูจน์ว่าไม่สามารถคุมได้มากเท่าไรนัก

    ดังนั้นแม้ท่านประธานาธิบดีจะจริงใจ แต่ในภาคปฏิบัติท่านไม่ได้ลงมาเอง ในทางเศรษฐกิจในทางการค้าและอะไรหลายอย่างจะอยู่ในมือของเหล่า “ร้อยแซ่ พยัคฆ์มังกร” ทั้งสิ้น

    ผมก็ฝากผู้หลักผู้ใหญ่ฝ่ายไทยเราที่นำพาประเทศไทยเข้าไปอยู่ในเส้นทางสายไหมกับเขาด้วย ได้โปรดตระหนักไว้

    แน่ใจนะครับว่าเราพร้อมที่จะรับมือกับ “ร้อยแซ่ พยัคฆ์มังกร” ที่จะมาทุกกระบวนท่าและทุกรูปแบบในอนาคต?

    เผอิญผมไม่ค่อยแน่ใจครับ...จึงต้องกราบเรียนฝากไว้ด้วยความห่วงใยอีกครั้งหนึ่งในวันนี้.

    “ซูม”

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    เส้นทางสายไหมใหม่New Silk Roadรัฐบาลจีนประยุทธ์ จันทร์โอชาสี จิ้นผิงเหะหะพาทีซูม

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้